ตอน 2

"ขึ้นรถ!" ผมเบรคมอเตอร์ไซค์จนท้ายรถสไลด์ไปจอดอยู่ตรงหน้าไอ้เด็กในชุดนักเรียนม.ปลาย มันกระโดดขึ้นรถแล้วกอดเอวผมไว้แน่น ปลายไม้หน้าสามติดตะปูหวดลงที่ท้ายรถ เกี่ยวหลังจนเสื้อนักเรียนขาดเป็นทางยาวหัวตะปูทะลุเสื้อเข้าไปกรีดแผ่นหลังเป็นแผลตื่นๆไม่ลึกมากแต่ก็พอได้เลือดซิบๆ

"โอ๊ย!" มันเผลอตัว ขย้ำเสื้อผมแน่น

ผมพามันหนีเข้าทางลัดเป็นถนนคอนกรีตเล็กๆสร้างขึ้นเรียบไปตามริมคลอง รถใหญ่ผ่านไม่ได้มีเพียงรถเล็กที่สัญจรได้ แต่ถ้ามีรถอีกคันสวนมาก็ต้องมีคันใดคันนึงจอดเพื่อให้รถอีกคันไปก่อน ผมพามันขับลัดซอยเล็กซอยน้อยก่อนไปโผล่โกดังที่พวกมันเคยมาขโมยของ ยิ่งผมขับไปใกล้โกดังมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกถึงความร้อนรนของคนนั่งข้างหลัง

"พี่พาผมมาที่นี่ทำไมอ่ะ ผมจะกลับบ้าน"

"มึงนั่งดีๆสิ" มันขยับตัวไปนั่งตรงปลายรถห่างจากผมเป็นคืบ

ผมยังขับต่อไปมุ่งหน้าเข้าไปที่โกดัง สองข้างทางเป็นป่าหญ้าสูงประมาณเอวรกทึบ มองไปทางไหนก็มืดสนิทราวกับกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญ เส้นทางเป็นลูกรังตลอดสาย ผมขับตามรอยล้อของรถใหญ่ที่วิ่งทับจนหญ้าล้มเป็นทาง ที่ด้านหน้าโกดังมีรปภแก่ๆ 2 คน มีคนหนึ่งสูงผอมพอเห็นแสงไฟหน้ารถมันก็ลุกขึ้นพร้อมกระชับปืนที่เอว อีกคนโบกมือให้ผมจอดตรงรั้วกั้นเล็ก ๆ แต่พอเห็นว่าเป็นผมก็หันไปส่งสัญญาณให้ รปภ.คนที่ยืนคุ้มเชิงว่าเป็นพวกเดียวกัน

"หึ..รปภเอาไว้ไล่หมา" ผมยังโกรธไม่หาย

ผมขับเข้าไปจอดในโกดังชั้นในสุดตรงจุดที่ไอ้เด็กแสบกับลูกกระจ๊อกขโมยบุหรี่ผมออกไป ภายในโกดังมีเพียงแสงสลัวของไฟไฮเบย์ที่เปิดอยู่ 2 ดวง ผมจอดรถตั้งขาตั้งแล้วบอกให้มันลงไป ไอ้เด็กแสบลงไปยืนแล้วทำท่าจะหันหลังวิ่งแต่ผมไวกว่าคว้าคอเสื้อนักเรียนมันได้ จึงเอาด้ามปืนนวดแถว ๆ เอวมัน

“กูไม่รักเด็กนะ บอกไว้ก่อนเลย” ผมพูดกดเสียงต่ำเอาจริงที่ข้างหูมัน

"ไงมึงจำได้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน"

"..."

"เงียบ...มาเดี๋ยวกูจะทวนความจำมึงให้"

ผมเปิดผ้าคลุมพาเหรดออก ในพาเลทไม้ขนาดเมตรคูณเมตรมีบุหรี่หลายคอตตอนวางเรียงกันอยู่ 3 แถว ๆ ละ 10 cotton แต่มันมีแถวสุดท้ายเหมือนถูกกรีดแล้วเอาออกไป

"ใช่ฝีมือมึงไหม"

ผมกระชากคอเสื้อมันแล้วลากเข้าไปดูให้ชัด มันยืนตัวแข็งกำถุงพลาสติกเซเว่นที่อยู่ในมือแน่น ตาไม่ได้มองไปในจุดที่ผมชี้ให้ดู แต่มือกำถุงพลาสติกจนขึ้นข้อขาว

"ถุงไรในมือมึงวะเอามาดูดิ" ผมกระชากถุงเซเว่นออกมาจากมือมันแต่มันก็ยื้อไว้สุดแรงแล้วกระชากกลับผมชักโมโหเลยออกแรงกระชากใหม่เราสองคนยื้อยุดกันไปมาจนถุงเซเว่นฉีก ผมเลยออกแรงกระชากอีกที ทีนี้มันเสียหลักเซล้มมาทางผมตัวปลิวติดมากับถุง ของที่อยู่ในถุงหล่นหล่นลงพื้นแล้วแตกดังโป๊ะ พอสิ่งของในถุงแตกก็เรียกน้ำย่อยผมได้อย่างดีเพราะมันเป็นข้าวต้มปลา 3 ถุง

"ไอ้สัด! มึงทำข้าวกูแตก" นาทีนั้นมันโวยวายจนลืมกลัว ผมจ้องหน้ามัน เห็นได้ชัดว่าสีหน้ามันเปลี่ยนไปดูก้าวร้าวไม่เนิร์ดเหมือนตอนเข้ามา มันขึ้นคร่อมตัวผมแล้วกระชากคอเสื้อ "มา! มึงลุกขึ้นมา! กระทืบกูให้เสร็จกูจะได้รีบไปหาข้าวให้แม่กับน้องกูกินเสียเวลากับมึงมาเยอะแล้ว"

มันพูดจบคิ้วผมก็วิ่งมาชนกัน ใครกันแน่ที่เสียเวลา ผมปัดมือมันทิ้งแล้วผลักตัวมันออก แต่มือมันแม่งเหนียวเหมือนตีนตุ๊กแก แกะยังไงก็ไม่ออก ผมเลยเหวี่ยงมันลงไปด้านข้างแล้วขึ้นไปทับมันแทน

"ไหนมึงพูดใหม่ซิว่ากูทำมึงเสียเวลาอะไร"

"นั่นกับข้าวแม่กับข้าวน้องกูมึงต้องชื้อคืนให้กูนะ"

"..." ผมไม่ตอบแต่ยังกดบ่ามันไว้กับยึดไว้กับพื้นเห็น แววตามันวาวเอาจริงจนผมชักถูกใจ จริงๆผมไม่ได้ชอบผู้ชายนะ แล้วก็ไม่ชอบเลี้ยงเด็กด้วย แต่ถ้าเป็นไอ้เด็กนี่ก็ไม่ติดอะไร...เพราะหน้าตามันก็ไม่ได้ขี้เหร่จัดว่าหล่อเลยแหละ คิ้วเข้มทรงกระบี่รับกับรูปตาดอกท้อหวานเยิ้ม จมูกโด่งทรงหยดน้ำรับกับปากบางรูปกระจับ หน้าตาอย่างมันถ้าผมจับส่งไอ้ฮานมันได้ไส้แตกแน่ หรือถ้าจะส่งให้บอสไปขายก็น่าจะได้หลายบาทอยู่ ผมเกลี่ยผมหน้าม้ามันไปทัดไว้ข้างหูเพื่อจะได้มองหน้ามันให้ชัด ๆ เต็มตา

"โอโหวววว! หวานเจี๊ยบ" หน้าแม่งหวานเวอร์ทำเอาผมอยากเห็นหน้าแม่มันเลยว่ามันหน้าตาดีเหมือนใคร

"เรื่องข้าวต้มของมึงอ่ะเดี๋ยวกูจะรับผิดชอบให้ตอนนี้เลย แต่เรื่องมึงขโมยบุหรี่กูกูก็จะคิดบัญชีเดี๋ยวนี้เลยเหมือนกัน" ผมดีดนิ้วที่หน้าผากมันเหมือนเวลาที่เล่นกับหมา มันมองผมตาขวาง กัดปากล่างแน่น

"ลุก!เดี่ยวกูจะพามึงไปซื้อข้าวต้ม"ผมยืนคล่อมตัวมันอีกมือนึงก็ฉุดกระชากลากแขนมันขึ้นมาให้ยืน "แล้วมึงก็เอาไปให้แม่กับน้องมึงซะ หลังจากนั้นก็ตากูคิดบัญชีมึงคืน โอเครมั้ย!"

"ถุย ! ใครเขาจะไปโอเคร" มันถุยน้ำลายใส่หน้าผมเต็ม ๆ ผมถึงกลับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าทำกับผมอย่างนี้ ผมปาดน้ำลายที่ข้างแก้ม แล้วถุยของตัวเองทับลงไป ก่อนจะบีบคางมันบังคับให้อ้าปากแล้วป้ายน้ำลายที่เลอะตามง้ามนิ้วยัดใส่ปากมันคืน

"เป็นไงอิ่มยัง"

"อื้อ..อ่อก.."

"มึงชอบแบบนี้ก็ไม่บอก" ผมกำรอบคอเล็กๆของมันแล้วดันตัวให้ไปชนกับเสาอาคารจับหัวมันกระแทกอย่างแรงหลายทีจนมันแน่นิ่งไหลลงไปกองที่พื้น

"กู ไม่อยากทำมึงแรง ๆ เลยเสียดายของ" ผมชักมีดพกออกมาแล้วนั่งยองๆพูดกับมัน

"มึงอยากให้แม่กับน้องมึงสบายไหม" ผมดึงใบมีดคมกริบออกมาจากตัวมีดแล้วตบเบาๆที่ข้างแก้มยุ้ยๆนั้น ความเย็นจากใบมีดทำให้มันลืมตามามองผมนิดหน่อย...นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผมเริ่มอยู่ในสายตามันบ้างแล้ว...

และเพื่อเป็นการเตือนว่าผมเอาจริง ผมจึงไล้ใบมีดเย็นๆไปตามต้นคอและวนเวียนอยู่แถวลูกกระเดือก จนสุดท้ายมาหยุดที่กระดุมเม็ดแรกผมสอดใบมีดเข้าไปในรังดุมแล้วตัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี ลูกกระดุมโลหะหล่นลงพื้น ผมเก็บมันขึ้นมาแล้วกำไว้ในมือ ผิวเนื้อเนียนสะอาดสะอ้านยิ่งอยู่ใต้ไฟสีสลัวสีนวลแบบนี้ยิ่งขับผิวให้ขาวผุดผาดขึ้นไปอีก "กูช่วยมึงได้นะ"

ผมโยนกระดุมโลหะขึ้นบนฟ้าแล้วรับไว้ “อันนี้กูขอเป็นที่ระลึกแล้วกันนะ”

ก่อนจะหิ้วปีกมันให้ลุก จับมันนั่งคร่อมข้างหน้าให้หมอบไปกับถังน้ำมัน ส่วนผมเอากระเป๋านักเรียนมันมาสะพายไว้แทน แล้วขึ้นคร่อมรถพามันออกไปซื้อข้าวต้มปลาตามสัญญา มันตัวอ่อนเป็นโคลน ผมจับมันนั่งให้ถนัดจนมั่นใจว่ามันจะไม่หล่นเวลาผมเร่งแซง อากาศนอกโกดังคืนนี้เย็นสบายท้องฟ้าโปร่งเห็นดาวเต็มท้องฟ้า ผมสะกิดหลังมันชวนให้ดูดาว

“เฮ้ย...เตี้ย..ดูดาวดิ” มันยังนิ่ง ผมเลยสอดแขนเข้าไปใต้แขนมันแล้วรั้งตัวมันขึ้นมาให้พิงที่อกผม มันหงายหลังหัวพาดกับบ่าผม แก้มยุ้ย ๆ เย็นเฉียบแนบกับแก้มผม กลิ่นตัวมันหอมเหมือนเด็ก เสื้อผ้ามันถ้าไม่ติดว่าโดนผมกระชากลากถูมาก็เรียกว่าสะอาดสะอ้านเวลามันขยับตัวผมยังได้กลิ่นหอมจากน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผมคิดว่าคนที่บ้านมันคงจะดูแลมันดีระดับนึง

“ข้าว-ต้ม” มันแผ่หรามองฝ้าแต่ปากยังทวงเรื่องข้าว

“เออ”

ผมถีบขาตั้งแล้วประครองรถถอยออกจากโกดัง กลับรถแล้วเลี้ยวออกถนนใหญ่ตรงไปที่ตลาดโต้รุ่ง พอถึงตลาดผมจอดรถหน้าร้านข้าวต้มปลาเจ้าดัง ที่ร้านผมเจอไอ้ฮาน ไอ้เหวิน ไอ้ตง ครบชุด พอจอดรถเสร็จก็เอาแขนไอ้เด็กเปรตคล้องคอกึ่งอุ้มกึ่งพยุงเอามันลงจากรถไปนอนพักบนโต๊ะสแตนเลส ไอ้ฮานมองตามตาเป็นมันเหมือนเห็นขนมหวาน ไอ้เหวินขยับเก้าอี้มาให้ผมวางตัวมันลงไปแล้วรับมันให้ฝุบหน้าลงบนโต๊ะ

“มึงไปเอาลูกใครเขามา” ไอ้ตงจับหัวมันหันเพื่อจะได้มองหน้าชัด ๆ

“เฮีย เอาข้าวต้มปลา 3 ถุง” ผมตะโกนสั่ง

“พวกมึงคุ้นหน้าไอ้เด็กนี้บ้างไหม” ผมคาบบุหรี่ไว้ในปากเตรียมจะดูดรอข้าวต้ม ไอ้ฮานลุกจากเก้าอี้เดินมายืนข้าง ๆ ไอ้ตงวางแขนลงบนบ่าพลางแล้วลูบปาก “น่ารักเหี้ย ๆ คาวาอี้สุดๆ”

ผมหัวเราะแล้วโบกมือไล่มันให้อยู่ห่าง ๆ เด็ก รสนิยมไอ้ฮานผมรู้ดีมันชอบผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผมเคยถามมันว่าทำไม...มันตอบกลับแบบไร้อารมณ์ว่า...แตกในได้ไม่ต้องกลัวท้อง!! แล้วมันเป็นคนพูดจริงทำจริงเพราะมันทำแบบนี้กับแฟนหรือเด็กขายของมันทุกคน คือแม่งจะเอาจนไม่มีน้ำแตกแล้วนั้นเหลาะมันถึงหยุดเอา อย่างว่าเหลาะ....งานพวกผมถึงจะเงินดีจริง แต่ความเครียดก็สูงตามเงิน...SEX คือสิ่งเดียวที่จะปลอบประโลมให้อารมณ์พวกผมดีขึ้น

“ได้แล้วโว้ย อาเซี่ยน 120 บาท” ผมหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อหนังสีดำส่งให้แปะร้านข้าวต้มไป ตอนแกรับเงินแกจำได้เด็กเปรตนี้ได้

“อัยหย๋า นิมันอาเพลิงรึเปล่า ทำไมอีเป็นยังงี้ละ” แปะร้องเสียงหลงเรียกอาม่าเมียรักให้ออกมาดู

“อาหลิง ลืมมาดูอาเพลิงซิ อีเป็นอะไร”

ผมยกมือลูบจมูก “อ้อ...ไอ้เด็กนี้ซื่อเพลิง”

“อาหลิง ชักช้าจังหว่ะ มาดูอีก่อน อีเมา หรืออีไม่สบาย อาเซี่ยนไปเจออีที่ไหนมา” อาแปะแกยังซักไซ้ไม่หยุดจน

“ไม่ได้เป็นไรหลอกแปะไม่ได้เมาด้วย แต่อีปวดหัวไม่สบาย ผมกำลังจะพาไปส่งที่บ้าน”

“อัยหย๋า อีไม่สบายเหรอ อีเป็นโควิทอะเปล่าหว่ะ” อาแปะยกผ้ากันเปื้อนขึ้นมาปิดปากอีกชั้น

“แปะรู้ไหมบ้านน้องเขาอยู่ตรงไหน”

“ไม่รู้”

พอดีกับที่ร้านแปะมีลูกค้าเข้ามา ผมเลยบอกให้แปะไปรับลูกค้าหน้าร้านเถอะ เดี่ยวผมดูน้องเอง ผมหยิบข้าวต้มปลา 3 ถุงไปไว้ที่รถแล้วก็มาพยุงมันไปที่รถ

“เดี่ยวกูพามันไปส่งก่อน”

ไอ้เพื่อนผมสามคนผนักหน้าแล้วโบกมือให้...ผมจึงถอยรถออกมาจากหน้าร้าน ขับมาได้อีกประมาณเกือบกิโล เป็นลานออกกำลังกายและสนามฟุตบอล ผมจอดรถแล้วสะกิดมันขึ้นมาถาม

“สรุปบ้านมึงอยู่ไหน”

มันงัวเงียลุกขึ้นมา เอามือขยี้หน้าขยี้ตาผมมองตามแล้วเอ็นดูอยู่ลึก ๆ ปากมันบางแดงเจ๋อ ๆ ผมเอามือไปแตะที่ท้ายทอยมัน “ยังเจ็บอยู่ไหม”

นาทีนั้นเหมือนมันนึกขึ้นได้ว่าอยู่กับผมแล้วไม่ปลอดภัยสายตาก็ผลันลุกวาวขึ้นมา “เจ็บซิสัด มึงมาโดนแบบกูบ้างไหม”

ผมบิดยิ้มที่มุมปาก ใช้มือนวดหัวมันตรงท้ายทอยแล้วเป่าเบา ๆ...”ไม่ตายหรอกสัด มึงมันหัวแข็งจะตาย!!”

ตอน 3

“เดี่ยวกูไปส่งที่บ้าน เอ้านี้ข้าวต้มปลามึง” ผมชูถุงข้าวต้มให้มันดู หัวคิ้วมันยังขมวดชนกันอย่างไม่พอใจ แต่พอมันเห็นถุงข้าวต้มปลาดวงตามันก็กระจ่างใสแป๋วจ้องกระพริบทำท่าเหมือนแมวจะตะปบเหยื่อ ผมเลยแกว่งถุงข้าวต้มไปมากลางอากาศ มันกรอกตามองตามถุงซ้ายขวา...ซ้ายขวา

“บ้านมึงอยู่ไหน” ผมลดถุงข้าวต้มลง มันก้มหน้ามองตามถุงผมเลยได้เห็นขนตาหนา ๆ ยาวเป็นแพของมัน คิ้วสวยเรียงได้รูปยิ่งเสริมให้ใบหน้าไอ้เด็กนี้คมคายติดหวานขึ้นไปอีกหลายเท่า มันฉวยถุงข้าวต้มในมือไป

“ส่งแค่นี้เหลาะ เดี่ยวกูเดินกลับเอง ส่วนเรื่องของที่กูขโมยไปเดี่ยวหาเงินมาใช้คืนให้” มันพูดเสร็จทำท่าจะหนี แต่ผมก็ตะครุบบ่ามันได้อีกตามเคย

“เตี้ย..มึงคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลย?” ผมรั้งบ่ามันเข้ามาใกล้แล้วพูดชิดใบหูเล็ก ๆ ของมัน

“ถ้ามึงคิดหนี กูจะเอาแม่กับน้องมึงไปซ้อน!” ผมกดเสียงต่ำแบบเอาจริง “จำไว้นะเตี้ย อย่าเล่นท่ากับกู” นาทีนั้นผมหน้ามืดอยู่ดี ๆ ก็คิดอยากเอาเปรียบมัน เลยบังคับหอมที่ข้างแก้มมันแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยวแล้วปล่อยมันกลับบ้านไปพร้อมกับข้าวต้มปลาสามถุงในมือ

มันยืนนิ่งไม่หนี ไม่ดิ้น แต่กัดปากแน่น “คืนนี้ทำแค่นี้พอ” ผมพูดแล้วพลักหัวมัน

“หึ...ไอ้เด็กห่านิน่าสนุก” ผมหัวเราะให้กับความคิดฟุ้งซ้านของตัวเองแล้ววาดขาขึ้นรถ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปที่ท่าเรือ

.................................................................................

ดึกดื่นดาวเกลื่อนฟ้าผมเดินดูดบุหรี่ดื่มดำบรรยากาศกับเบียร์อีกกระป๋องในมือมาเรื่อย ๆ จนถึงที่พัก เสียงครางหอบอย่างสุขสมดังไม่หยุดออกมาจากในบ้าน ผมแหวกม่านหน้าประตูเข้าไปเห็นไอ้ฮานไปเอาเด็กจากไหนไม่รู้มากดอีกแล้ว ผมเดินไปแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาเพราะเริ่มกึ่มๆ ผมสะบัดหัวไล่ความมึนพลันหัวเราะขึ้นมากลางอากาศจนได้เหวินที่นั่งเกมมือถืออยู่ถึงกับชะงักมือหันมามองผม

“มึงไปส่งไอ้เด็กนั้นแล้วเหรอไอ้เซี่ยน”

ผมยกเท้าพาดที่วางแขน “อืมไปส่งมาแล้ว”

“แล้วทำไมมึงเยิ่มขนาดนี้” ไอ้เหวินกด Pause แล้วท้าวคางมองผม “หรือ มึงเมารัก?”

ไอ้ฮานได้ยินเรื่องรักๆใคร่ๆแล้วหูตั้งมันละสายตาจากบอลคู่เอกแล้วชำเรืองมามองผม ผมยิ้มๆวางเบียร์ลงบนโต๊ะแล้วชี้นิ้วโป้งไปข้างหลัง จุดที่ตงนัวเนียเด็กอยู่

“มันไปเอาเด็กมาจากไหนอีกว่ะ หามาได้ทุกวัน”

ไอ้ฮานนอนเขย่าปลายเท้า แขนอีกข้างก่ายไว้บนหน้าผาก เหลือกตาไปมองพวกมันสองคนแล้วหัวเราะหึ..หึ “เด็กที่ท่าเรือ เพิ่งมาใหม่ ไอ้ตงเขาเอามาสอนงาน”

“อ้อ..”

“แล้วมึงละ”

ผมหันหน้ามองไอ้ฮานแล้วถาม “เรื่องอะไร”

“ก็ไอ้เด็กโคตรคาวาอี้นั้นไง”

“อ้อ ส่งกลับบ้านไปแล้ว”

“บ้านมันอยู่ไหน มึงรู้แล้วเหรอ”

“ไม่รู้ กูแค่ปล่อยมันกลับไป”

“หึ...ลูกกะรี่” ไอ้ฮานหัวเราะ

ผมตวัดสายตาไปมองหน้ามันรู้สึกเหมือนเลือดลมในร่างกายสูบฉีด “ลูกใครนะ”

ไอ้ฮานผุดลุกขึ้นมานั่งคุยกับผมหน้าตาจริงจัง “ลูกกะหรี่ที่ร้านเจ้ตา แม่มันชื่อเฉิง ลูกชายขื่อไอ้เพลิง ไม่มีผัวเป็นตัวเป็นตน ทำงานอยู่ที่คลับเจ้ตามาตั้งแต่ปี 2002”

“กะหรี่?”ผมทวนคำ จริง ๆ คือไม่ได้รู้สึกเหยียดอะไรกับอาชีพนี้เท่าไหร่ หากแต่ค่อนข้างชื่นชมซะด้วยซ้ำ เป็นอันรู้กันว่าเงินหมุนเวียนจากธุรกิจนี้ คืน ๆ นึงมันมหาศาล

“แม่มันเป็นกะหรี่มาตั้งแต่ปี 2002 จนตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เหรอว่ะ” ผมสาดเบียร์ลงคอแล้วถามไอ้ฮานต่อ

“เลิกนานแล้วตั้งแต่ไอ้เพลิงโตเข้าเรียนมัถยม ตอนแม่มันออกมาจากซ่องเจ้ตาเหมือนมีลูกติดท้องมาอีกคน ตอนนี้ได้สองขวบแล้วมั้ง ไอ้เด็กนั้นมันชอบไปเฝ้าแม่มันที่ร้านบ่อย ๆ เลยไปแตะตาเจ้ตาเข้า แกเลยคะยั้นคะยอจะให้แม่มันเอาลูกไปขายที่ร้าน แต่ไอ้เด็กนั้นก็เผลงฤทธิ์ซะก่อนเลยต้องพับโครงการขายซิงไป หลังจากนั้นแม่มันก็ห้ามลูกชายไปที่ร้านอีกเลย”

ผมกระตุกยิ้มมุมปากสมแล้วที่เป็นมันขนาดมันโดนจับมากระทืบซะน่วมมันยังสู้ ต่อต้านทุกอย่างที่มันทำได้ ผมชอบตากลมๆ คู่นั้นของมันที่สุด แมร่งโคตรดึงดูด บางเวลาที่มันเอาจริงดวงตาคู่นั้นจะสะท้อนเป็นประกายสวยกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลายเท่า

เกือบตีสองแล้วผมยังนั่งซัดเบียร์รอให้ใอ้ตงขย้ำไอ้เด็กท่าเรือนั้นให้เสร็จแล้วจะได้เข้านอน เราสองคนเลยนั่งดวลเบียร์แกล้มบอลถ่ายทอดสดกัน

“อ้าาาาา...” ผมซดเบียร์กระป๋องสุดท้ายลงคอ โดยที่ไม่รู้ว่ารสชาติด้วยซ้ำ ไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเย็นจัด หรือ เมาจัดเลยทำให้ลิ้นรับรสอะไรไม่ได้เลย คืนนี้คงพอแค่นี้ผมบอกตัวเอง ในขณะที่ผมอยากหลับแต่เสียงไอ้ฮานเอากับเด็กก็ไม่ได้สงบลงเลย จนสุดท้ายผมต้องหอบหมอนไปหาที่นอนเงียบ ๆ

ผมหยิบหมอนปืนขึ้นไปบนที่เก็บน้ำจัดแจงเอาเสื้อแจ็กเก็ตตัวที่ใส่อยู่ออกมาปูกับพื้น พอหัวถึงหมอนความรู้สึกหลากหลายก็ลุมขย้ำผมจนหัวหมุนความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในท้องราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่ภายใน ผมกระชับกอดตัวเองให้แน่นขึ้นไปอีก

“กูชอบมันเหรอ “ ผมคิดในใจ เรื่องตอนนี้มีอยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่องงาน กับ เรื่องมัน

...ความคิดถึงอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วตัว...ความคิดในหัวบอกผมว่า...สักทีจะได้หลับสบาย~~

ผมหัวเราะให้กับเสียงในหัวบรรยากาศบนนี้ก็ช่างเงียบสงบเป็นใจเหมาะแก่การขัดจรวดกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ผมถอดเข็มขัดแล้วปลดกระดุมกางเกงยืนส์สอดมือลงไปกอบกุมแท่งอุ่นร้อนกลางตัวตอนนี้มันแข็งเป็กพร้อมรบ ความรู้สึกหนักอึ้งในอารมณ์ทำให้ลมหายใจผมร้อนผ่าว ในท้องบิดม้วนด้วยการถูกสัมผัสผมชักรูดมันเบา ๆ ไอ้ตรงส่วนนั้นของผมก็ตื่นตัวขยายออกไปอีกหลายเซนเพราะสู้มือ ผมปวดหนึบๆที่ท้องน้อย แรงอารมณ์ใคร่ที่โหมกระพรือทำให้ผมกระเด้ามือตัวเองแบบลืมตาย ขยับข้อมือขึ้นลงด้วยความเร็ว หน้าอกแอ่นกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเสียว

“อะ...อ๊า..อึ่ก..” ผมกัดปากแน่น หลับตาปี๋ มือข้างขวาทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพผมเร่งความเร็วขึ้นไปอีกนิด ในหัวทำหน้าที่เหมือนโรงภาพยนตร์ฉายหน้าไอ้เด็กเวรนั้นวนซ้ำไปซ้ำมา

“อะ...พ...เพลิง...ไอ้เพลิง” ผมระลำระลักเรียกชื่อมันด้วยความเสียว ที่หน้าท้องหดเกร็งและผ่อนเป็นจังหวะ ปลายเท้าเกร็งเพราะความเสียว ความรู้สึกสยิวท้องน้อยแสดงว่าผมใกล้ถึงสวรรค์แล้ว ผมเร่งเอวกระเด้ามือตัวเองอีกสองสามที เนื้อตัวก็สั่นเทาชักกระตุกพ่นน้ำสีขาวขุ่นออกมา เรียกว่า...แตกคามือจนหยดสุดท้าย... ผมอ้าปากหอบหายใจงับอากาศเข้าปอด มือข้างขวาเหนียวเหนอะเลอะน้ำว่าวเต็มมือ ผมกำแล้วแบ กำแล้วแบสองสามที จึงพลิกตัวจะหาเศษผ้ามาเช็ด แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเห็นปลายเท้าใครสักคนยืนอยู่เหนือหัวผมตรงบันไดทางขึ้น

ไอ้เหวินยืนถือหมอนมองดูผมชักว่าวกลางแจ้งมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ทั้งเนื้อทั้งตัวใส่กางเกงบล็อกเซอร์ลายกล้วยหอมกับเสื้อกล้ามสีขาวหลวม ๆ ผมมันยาวประบ่ามันมัดผมเกล้าครึ่งปล่อยครึ่ง ลมบนนี้แรงจนตีหัวมันจนกระเซอะกระเซิง ผมตกใจนะแต่หลักฐานมันยังแข็งโด่ขี้ฟ้าไม่อ่อนลงเลย ขนาดแตกไปแล้วแต่ยังแข็งเป็กไม่ยอมลง -*-

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เหี้ยเซี่ยน นี้มึงมานอนชักว่าวบนด่านฟ้าเหรอหว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้เหี้ยเหวินหัวเราะผมเสียงดังลั่นดานฟ้า ผมพลิกตัวนอนหงายมองฟ้าไม่มีคำแก้ตัว

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้สัด ลบความจำกูที ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้เหวินยืนขำจนหน้าแดงตัวงอ

ผมเงยคอมองมันขำแล้วส่ายหัว “ไอ้สัด! ขำพอแล้วมั้ง” น้ำในมือผมเยิ่มหยดลงพื้นข้าง ๆ ที่ผมนอน “ไอ้เหี้ยเหวินหยุดขำก่อนหาผ้าให้กูที”

ไอ้เหวินหยุดขำไม่ได้แต่ถอดปลอกหมอนออกมาแล้วโยนให้ผม “เอ้า! ไอ้เหี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า”

ไอ้เหวินขำจนสาแก่ใจแล้วมันก็นั่งลงข้างผมปูผ้านอนข้าง ๆ กันพอวางหมอนได้มันก็ล้มตัวลงนอนตะแคงหันหลังให้ผมแล้วหลับกรนสนั่นได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที ตัวได้เหวินกันลมให้ผมได้อย่างดีเพราะตัวมันหนากว่าผมเยอะ อกฟู กล้ามปูส่วนสูงเกิน 2 ม.เรียกว่าทั้งใหญ่ทั้งหนา นิสัยไอ้เหวินเรื่องผู้หญิงคล้าย ๆ ผม มันไม่ถนัดหลอกแดรกแบบไอ้ตง สาวที่ไหนต่อให้สวยเหมือนลงมาจากฟ้า แต่ถ้ามันไม่เอาก็คือไม่เอา!! มาเซ้าซี้มันมาก ๆ มันโอ๋ด้วยลูกปืนจนร้องไห้ไปหลายคน

พอน้ำแตกผมก็หลับเป็นตายยันตอนสายของอีกวัน ไอ้ฮานปืนขึ้นมาเรียกพวกผมสองคนให้ลงไปกินข้าวเช้าแล้วจะได้แยกย้ายไปทำงาน ตอนที่พวกผมเก็บข้าวของเดินเข้าห้องพักเห็นไอ้ตงกำลังพาเด็กซ้อนท้ายไปส่ง ผมโบกมือให้ไอ้ตงทีนึงก่อนจะรีบไปกินข้าว อาบน้ำ ส่วนไอ้ฮานตื่นตั้งแต่เช้าเพราะต้องไปเฝ้าคนงาน

เกือบ 11 โมง

ผมโทรไปแจ้งไอ้ตงว่าจะเข้าไปเปลื่ยนเวรตอนหกโมงเย็น ช่วงตั้งแต่ 11 ไปนี้เลยว่างผมแวะไปร้านน้ำเต้าหู้เจ้าอร่อยในตลาด เดินกัดตูดถุงกินน้ำเต้าหู้และเก็บเงินค่าแผงไปตลอดทาง เรียกว่าเจอใครจำหน้าได้ผมก็เรียกเก็บหมด เดินไปเรื่อยจนไปถึงร้านน้ำชานมไข่มุกเห็นเด็กนักเรียนมุงกันเต็มหน้าร้าน ผมนึกถึงไอ้เพลิงขึ้นมาทันที เลยวิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าไอ้เพลิงมันเรียนที่ไหนด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าอยากซื้อชานมไข่มุกไปฝากมัน...

ผมวิ่งตามหัวใจไปโดยไม่แตกตาดูรถทางตรงว่าเป็นไฟเขียว เสียงล้อรถเบรคลากถนนกันสนั่นหวั่นไหว แต่ผมก็ไม่สนสี่สนแปดใด ๆ ...เด็กกูต้องได้กินชานมไข่มุก!!!

รถมอไซร์ฮอนด้าเวฟจอดอยู่หน้ารถเมย์เบรคจนไอ้คนหลังขาลากพื้น หน้าทิ่มเบียดหมวกกันน็อค พอมันตั้งหลักได้ไอ้คนหลังก็ชี้หน้าด่าผม

“ไอ้ควาย!!!”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED