“เราอยากรู้ว่าเมื่อคืนที่เรามีอะไรกัน นายได้ป้องกันไหม”
แน่ล่ะว่าไม่ ทุกอย่างมันฉุกละหุก ใครจะไปเตรียมตัวทัน อีกอย่าง สิงหาไม่ใช่คนที่จะพาใครต่อใครมานอนด้วยสักหน่อย เรียกได้ว่านภัทรเป็นคนแรกเลยเถอะ จะไปมีของพรรค์นั้นเตรียมพร้อมไว้ได้ยังไง
เขาไม่ตอบ แต่การไม่ตอบคือคำตอบอย่างชัดเจน นภัทรถอนหายใจออกมาเต็มแรง ถามขึ้นอีกครั้ง
“แล้วนายได้ปล่อยนอกหรือเปล่า”
เรื่องนี้ก็...
ไม่ตอบแล้ว! ตอบไปก็เท่านั้น เขาแสดงความรับผิดชอบเลยดีกว่า!
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เราจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง นายไม่ต้องห่วง”
สิงหารีบออกตัว ขณะที่นภัทรตีหน้าเครียดขึ้นมา
“สรุปแล้วนายไม่ได้ป้องกันอะไรเลยเหรอ”
สิงหาจำต้องพยักหน้ายอมรับโดยดุษณี และพอคำตอบชัดเจนขึ้น นภัทรก็ตบหน้าผากตัวเองเสียเต็มแรง
“ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ย”
ไม่แปลกถ้าวัยรุ่นอายุสิบเก้าปลายๆ ย่างยี่สิบ มิหนำซ้ำยังอยู่ในวัยเรียนจะกังวลเรื่องนี้ แต่สำหรับสิงหาที่มองอีกฝ่ายอยู่ เขากลับไม่คิดว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมัน...
“เราไม่คิดว่าเรื่องจะหว่างเราเป็นความผิดพลาดนะ”
“หา?”
“คือเราหมายถึง... เราพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างถ้าเกิดอะไรเหนือความคาดหมายขึ้น ทุกอย่าง...ตั้งแต่ความรู้สึกของนาย จนถึงเรื่อง...”
สายตาไล่มองต่ำไปยังหน้าท้องของนภัทร เขาไม่อยากพูดหรอกว่าหมายถึงเรื่องอะไร นภัทรเองก็ไม่อยากคิด มองหน้าสิงหาอีกเล็กน้อย ก่อนจะลุกพรวด
“มันไม่เกิดกันง่ายๆ หรอก ไม่ใช่ว่ามีอะไรกันครั้งเดียวจะท้องซะหน่อย ช่างมันเถอะ ถือว่าเป็น one night stand ก็แล้วกัน นายไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ทำตัวตามปกติเถอะ”
หมายถึงให้เขากลับไปเป็นหลืบ อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว อย่ามายุ่งให้วุ่นวายอย่างนั้นล่ะสินะ
“แต่ว่าเมื่อคืนเราทั้งคู่มีอะไรกัน...”
“ก็บอกแล้วไงว่าให้เป็น one night stand”
นภัทรว่าอย่างหงุดหงิด ไอ้บ้านี่ นอกจากจะมีอะไรกับเขาโดยไม่ป้องกันแล้ว ยังจะมีหน้ามาท้วงบ้าท้วงบออะไรอยู่ได้ ความสัมพันธ์ข้ามคืนแบบนี้ จะมาหวังอะไรกัน
“มันเป็น one night stand ไม่ได้นะภัทร”
สิงหายังไม่หยุด เรียกชื่อออกมาราวกับสนิทสนมด้วย ทำเอาหัวคิ้วของนภัทรย่นยู่ทันที
“ทำไมจะเป็นไม่ได้”
“ก็เพราะเราชอบนายยังไงล่ะ ถึงได้บอกว่าเป็นไม่ได้”
ในที่สุด ทุกสิ่งที่อยู่ในใจก็ถูกเปิดเผย นภัทรนิ่งงันไปครู่ มองหน้าสิงหาอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอีกครั้ง
“อะไรวะเนี่ย”
“...”
“แล้วเราต้องรับผิดชอบความรู้สึกของนายเหรอ”
“...”
“ทั้งๆ ที่เราควรเป็นฝ่ายต้องกังวลเรื่องท้องไม่ท้อง เราต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบความรู้สึกนายหรือไง เราเมา ไม่รู้เรื่อง ควบคุมตัวเองไม่ได้ นายไม่ได้เมา”
“เมานิดนึง”
“เออ อาจจะไม่ได้เมามากเท่าเรา แต่เมานิดนึงของนายก็น่าจะมีสติดีกว่าเรา นายหยุดเรื่องบ้าๆ นี่ได้ แต่ไม่หยุด เป็นคนทำเองด้วยซ้ำ พอเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็มาทวงให้เรารับผิดชอบความรู้สึกของนายเนี่ยนะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เรา...”
สิงหาพยายามจะให้เหตุผล แต่เขาก็พูดไม่ออก ความจริงมันก็ถูกของนภัทร เป็นความเห็นแก่ตัวของเขาเองแหละที่อยากจะรั้งนภัทรไว้ให้อยู่กับตนเมื่อมีโอกาส ทว่าดูอีกฝ่ายจะไม่อยากสักเท่าไร
“เราเริ่ม นายฟิน ถือว่าแฟร์ๆ ไม่มีใครต้องรับผิดชอบใคร โอเค้? จบแล้วก็จบกัน”
สิงหาเข้าใจ คนอย่างเขา นภัทรคงจะไม่มาชอบหรอก ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยนี่นอกจากเรื่องเรียน เป็นถึงเดือนคณะ มาคบกับคนอย่างนี้คงอายตาย
“เรากลับละ ขอบใจมากที่แบกเรากลับมานอนที่ห้อง”
นภัทรว่าส่งๆ ทิ้งตัวลงจากเตียง มองหาเสื้อผ้าของตัวเองเป็นพัลวัน ก่อนสิงหาจะร้องบอก
“เสื้อผ้าของนายตากอยู่น่ะ เดี๋ยวใส่เสื้อผ้าของเราไปก่อน น่าจะยังไม่แห้งดี”
“ไม่เป็นไร ขอบใจมาก”
นภัทรดูไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เดินดุ่มๆ ไปที่ระเบียง คว้าเอาเสื้อผ้าของตัวเองที่ยังชื้นอยู่น้อยๆ มาสวมอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็โบกมือลาให้กับเจ้าของห้อง พร้อมประโยคส่งท้าย
“ขอบใจมาก ไว้เจอกันที่ ม.”
ไว้เจอกัน... ก็คงจะเป็นการเจอแบบเดิม ย้ำมาสองรอบแล้ว สิงหาเข้าใจแล้วล่ะ
บานประตูปิดลง เหลือเพียงสิงหาที่นั่งอยู่บนเตียงดังเดิม ฝ่ามือของเขาเอื้อมไปลูบที่ว่างข้างตัว สัมผัสไออุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นที่นภัทรทิ้งเอาไว้ด้วยความรู้สึกที่เบาโหวง
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันเป็นแค่ความฝันหรือไง เกิดขึ้นมาแล้วก็หายไปตอนเขาลืมตาตื่น
เขา...ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย
จะนางฟ้าหรือเทวดาตนใด ใครก็ได้ ช่วยให้เขาได้เป็นมากกว่าหลืบคณะที่เอาแต่เฝ้ามองเดือนหน่อยเถอะ
ถ้าเขาสมหวัง เขาสาบานเลยว่าจะดูแลนภัทรเป็นอย่างดี...
จะดูแลเป็นอย่างดีจริงๆ ขอร้องเถอะ... ช่วยให้เขาสมหวังที
สวรรค์คงจะไม่อยากเข้าข้างสักเท่าไร คงเห็นดีเห็นงามด้วยว่านภัทรกับสิงหาต่างกันราวฟ้ากับเหว ให้คู่กันคงไม่ไหว เพราะหลังจากวันนั้น นภัทรก็ไม่เคยมาทักทายสิงหาอีกเลย ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมประหนึ่งว่าเรื่องระหว่างพวกเขาไม่เคยเกิดขึ้น
ก็ใช่ว่าสิงหาจะไม่พยายามหรอกนะ เขาพยายามแล้ว พยายามเข้าหา พยายามไปพูดคุย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเย็นชา และคำพูดที่ทำให้เขาไม่กล้าเข้าใกล้นภัทรอีก
“ขอร้องล่ะสิงหา อย่าตามตื๊อเราแบบนี้”
“ก็เราไม่อยากให้เรื่องระหว่างเรามันจบลงอย่างนี้นี่”
“เราบอกไปแล้วไงว่ามันก็แค่ one night stand โอเคไหม ไม่ใช่เรื่องตั้งใจ”
“แต่เรารักภัทรไปแล้ว จะให้เราทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้หรอกนะ ขอร้องล่ะภัทร ให้โอกาสเราหน่อย”
ไล่ก็ไม่ไป ปฏิเสธแล้วก็ยังหน้าด้านตามอยู่ นภัทรหมดความอดทนแล้ว เขาไม่อยากจะพูดเลย แต่สุดท้ายก็จำใจต้องพูด
“ประเด็นคือเราไม่ได้ชอบนายน่ะ เข้าใจหรือยังว่าทำไมเราถึงไม่ให้โอกาส”
สิงหาเงียบ ไปต่อไม่ถูก
เข้าใจแล้ว... เขาเข้าใจดีเลยล่ะว่าทำไมถึงไม่เคยได้รับโอกาส ก่อนที่ความพยายามของเขาจะพังทลายลง และปล่อยให้อีกฝ่ายเดินจากไปโดยไม่กล้าที่จะสู้ต่อแต่อย่างใด
เขาพ่ายแพ้ตั้งแต่ที่ยังเริ่มไปได้ไม่เท่าไรเลย ถึงเขาจะปลอบตัวเองว่าอย่างน้อยก็ได้เริ่ม แต่เอาเข้าจริง มันก็แค่คำปลอบใจของคนขี้แพ้ที่เขาไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นสักเท่าไรหรอก
งั้นถ้าเขาไม่อยากยอมแพ้ เขาจะต้องทำยังไงล่ะ
ใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ทีเดียวก่อนที่จะตัดสินใจได้
ในเมื่อนภัทรเป็นถึงเดือนคณะ เป็นที่รู้จัก แถมยังป็อปปูล่าร์ ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะไม่เป็นหลืบคณะอีกต่อไป จะเป็นหนุ่มฮ็อตที่นภัทรควงไปไหนมาไหนไม่อายใคร กล้าพูดเต็มปากด้วยว่าคบกับเขาอย่างภาคภูมิ!
ปฏิบัติการเปลี่ยนตัวเองจึงเริ่มขึ้น หากแต่ทุกอย่างไม่ง่ายขนาดนั้น...
ไม่ใช่ไม่ง่ายเพราะการเปลี่ยนแปลงตัวเองมันยาก แต่มันไม่ง่ายตรงที่หลังจากปิดเทอมก่อนขึ้นปีสอง นภัทรก็หายหน้าไป ได้ยินข่าวมาว่าเขาดร็อปเรียน ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าดร็อปเรียนไปไหน หรือไปทำอะไร แถมยังไม่ติดต่อเพื่อนคนไหนเลยสักคน ต่อให้เป็นเพื่อนสนิท นภัทรก็ไม่ติดต่อมา เพื่อนก็ติดต่อไปไม่ได้ เรียกว่าหายสาบสูญไปเลยก็ว่าได้
หากแต่สิงหารออย่างมีความหวังว่าอีกฝ่ายจะกลับมาในเทอมสอง
จนแล้วจนรอด...นภัทรก็ไม่มา
ขึ้นปีสาม...นภัทรก็ยังไม่กลับมาเรียน
เทอมสองของปีสาม...ก็ยังไม่มา
เกือบจะถอดใจอยู่แล้วเชียวเพราะคิดว่านภัทรคงจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเส้นทางอื่นถ้าหากว่าในเทอมแรกของปีสี่ เขาไม่ได้ยินข่าวลือประหลาดๆ จากปากของเพื่อนร่วมชั้นปีที่จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมากลางโต๊ะขณะที่พักเบรกประชุมโปรเจ็กต์กันอยู่
“พวกมึงรู้หรือเปล่าว่าไอ้ภัทรมันกลับมาแล้ว”
“ภัทรไหน”
“ก็ไอ้ภัทรไง ไอ้ภัทรที่มันเป็นเดือนคณะรุ่นเราอะ”
สิงหาละสายตาจากเปเปอร์ในมือขึ้นมองหน้าคนพูดทันที ขณะที่บทสนทนาดำเนินต่อไปด้วยความตื่นเต้น
“เฮ้ย มันกลับมาแล้วเหรอ”
“อือ กลับมาเรียนตามปกติละ ตามกฎมหา’ลัยมันดร็อปเรียนได้แค่สองปี มันดร็อปจะครบโควตาแล้ว ตอนนี้เลยกลับมาละ”
“งี้มันก็ต้องมาเรียนปีสองอะดิ”
“ก็ใช่”
“เสียเวลาฉิบหาย มันหายหัวไปไหนมาวะ”
เรื่องนี้สิงหาเองก็อยากรู้เหมือนกัน ถึงจะดีใจที่ได้รู้ว่านภัทรกลับมา แต่เขาอยากรู้เรื่องนี้มากกว่า
บางทีนภัทรอาจจะไปแลกเปลี่ยนที่เมืองนอกมาก็ได้ จู่ๆ ถึงได้หายไปอย่างนี้
ทว่า... สิ่งที่สิงหาคิดกลับไม่ใช่อย่างนั้นเมื่อเพื่อนคนปล่อยข่าวลดเสียงลงแล้วว่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“รู้แล้วเหยียบไว้นะพวกมึง พอดีกูไปได้ยินว่าที่ไอ้ภัทรมันดร็อปเรียนน่ะ เป็นเพราะ...”
เพราะ?
“มันท้อง”
ท้อง!?
“มันเป็นผู้ชายประเภทที่สองน่ะ ได้ยินว่ามันท้องตั้งแต่ก่อนปิดเทอมเทอมสองตอนปีหนึ่ง มันก็เลยหายไป”
สิงหาถึงกับเบิกตาโต แทบไม่เชื่อเลยว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นเรื่องจริง จนเขาอดไม่ได้ที่จะโพล่งขึ้นมา
“แล้วมึงรู้ได้ยังไง”
ทุกสายตาหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะทันที ก่อนที่ใครบางคนจะถามขึ้น
“ปกติมึงไม่สนใจเรื่องของใครนี่หว่า ทำไมจู่ๆ ถึงอยากได้รู้ข่าวซุบซิบ”
“กูก็แค่สงสัย เห็นพวกมึงคุยกันเป็นตุเป็นตะ อยากรู้บ้างไม่ได้หรือไง”
“ก็ไม่ใช่ไม่ได้ กูก็แค่สงสัยเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ คนไม่สนใจใครอย่างมึง ทำไมถึงอยากกินเผือก”
ถ้าไม่ใช่เรื่องของนภัทร เขาก็ไม่อยากรู้เหมือนกัน แต่เพราะเป็นนภัทร ผู้ชายที่เขาคิดถึงมาตลอดสองปี ทำไมเขาจะไม่อยากรู้ล่ะ