ตอน 1

“นายครับ” เสียงเรียกดังขึ้นไม่ไกล

ใบหน้าคมคายละสายตาจากทุกสิ่งรอบกายตวัดมองผู้มาใหม่ ให้ความสนใจกับสิ่งที่เขารอมาทั้งวัน

ซองสีน้ำตาลถูกวางลงตรงหน้า เขาเงยหน้ามองลูกน้องคนสนิทครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมคว้ามันมาเปิดออกอย่างเบามือ หยิบของด้านในออกมาอย่างใจเย็นและทะนุถนอมจนว่างเปล่า

ภาพหญิงสาววัยมหา’ลัย ใบหน้ารูปไข่ เรือนผมสีน้ำตาลธรรมชาติขับผิวขาวอมชมพู กำลังแย้มยิ้มให้บางสิ่งอย่างมีความสุข รอยยิ้มสดใสนั้นทำคนยิ้มยากเผลอยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สวย...

ยิ่งโตยิ่งสวยไร้ที่ติ ทว่าติดตรงที่เธอมีเจ้าของหัวใจ

แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อก่อนหน้าเธอเคยเฝ้ารอและพยายามตามหาเขามาโดยตลอด ทว่าเป็นตัวเขาเองที่ขี้ขลาด และเป็นฝ่ายเลือกหนีหายไปจากเธอนานหลายปี

ตอนนั้นพวกเรายังเด็ก จึงคิดอะไรโง่ๆ อย่างง่ายๆ ว่าสิ่งที่ทำเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว โดยไม่คิดถามความเห็นของเธอสักคำ สมควรแล้วที่ตอนนี้ต้องกลายมาเป็นฝ่ายเฝ้ามองเธออยู่ไกลจากอีกฟากโลก ทั้งที่อยากเจอกันใจแทบขาด

และรู้สึกผิดมาจนถึงทุกวันนี้

“แล้วเรื่องของมันล่ะ?”

“ยังไม่ชัวร์ครับนาย มันค่อนข้างระวังตัว แต่มีโอกาสเป็นอย่างที่นายคิดสูง หรือเราให้คนของคุณเจย์ช่วยอีกแรงดีมั้ยครับ? คนในพื้นที่น่าจะจัดการได้ง่ายกว่า”

“ไม่ต้อง กูยังไม่อยากให้ใครรู้”

ตึง!

“แต่กูต้องรู้!”

“เป็นเหี้ยอะไรไอ้ชา ลืมแดกยาระงับประสาท?” น้ำเสียงเย็นชาติดจะกวนเอ่ยถามด้วยความเอือมระอา

ยูนิกซ์ ปรายตามองเพื่อนสนิทอย่าง ชานนท์ ที่คล้ายกับจะเป็นหมาบ้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ‘เป็นบ้าอะไรของมัน ถามดีๆ ไม่เป็นเหรอวะจะใส่อารมณ์ทำไม?’ แล้วถ้าจะมีใครต้องโกรธ คนนั้นควรเป็นเขามากกว่าหรือเปล่าที่โดนโวยวายตบโต๊ะใส่เสียงดัง

“ไอ้ยูมึงอย่ามากวนตีนกู”

“...”

“โอเค้ มึงจะไม่บอกใครก็ได้เว้ย แต่ต้องบอกกู! เพราะในมือมึงคือรูปน้องสาวกู! ” ชานนท์กระแทกเสียงฟึดฟัดไม่พอใจ มือกระชากเก้าอี้มานั่งจ้องหน้าเพื่อนสนิทตาเขม็ง

ทำไมเขาที่เป็นพี่ชายของคนในรูปจะไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้ นี่มันเข้าข่ายรุกล้ำความเป็นส่วนตัวแล้วหรือเปล่า? เขาเป็นพี่ชายของเธอนะ แม้เราจะเป็นเพื่อนสนิทกัน

แต่มันจะมามีลับลมคนในแบบนี้กับเขาไม่ได้!

แม้ว่า จะเป็นคนอนุญาตให้ไอ้เพื่อนบ้านี่ส่งคนไปดูแลน้องสาวแทน ทั้งยังชะล่าใจ เรียกคนของตัวเองกลับทั้งหมด เพราะมั่นใจในตัวเพื่อนสนิท แต่เหมือนจะคิดผิด

ยูนิกซ์มันชักจะเหมือนโรคจิตในคราบคนดีเข้าไปทุกวัน

แต่เออ...มันเป็นคนดีนั่นแหละ แค่ ‘อาการหนัก’ ไปหน่อย

และถ้าให้เดา ตอนนี้น้องสาวของเขาคงจะกำลังเผชิญปัญหาอะไรบางอย่างอยู่ แถมคงไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นคนอย่างมันคงไม่ส่งมือขวาที่ไม่เคยให้อยู่ห่างจากตัวลงมือทำงานเอง

ขอทดไว้ก่อนเรื่องที่มันนั่งอมยิ้มอยู่กับรูปน้องสาวเขาน่ะ! ตอนนี้อยากรู้เรื่องที่มันกำลังทำโดยไม่บอกหรือปรึกษา ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะแค่ส่งคนไปดูแลเท่านั้น!

“มึงไปจัดการที่เหลือ ทางนี้กูเคลียร์เอง”

“ครับนาย” เจฟบอร์ดีการ์ดคนสนิทพ่วงตำแหน่งเลขา ค้อมศีรษะให้นายทั้งสอง ก่อนแยกตัวออกไป ทิ้งให้สองเพื่อนรักที่ทำท่าเหมือนใกล้ฟัดกันเต็มทนอยู่ด้วยกันตามลำพัง

“คิดจะทำอะไรไอ้ยู มึงกำลังล้ำเส้นนะ”

“...”

“กูถามว่ามึงจะทำอะไร!”

“...”

“ไอ้สัตว์! อย่าทำนิ่งดิวะ งั้นกูเปลี่ยนคำถามใหม่” เมื่อเห็นเพื่อนรักยังทำหน้านิ่งไม่แยแส ชานนท์เลยต้องเปลี่ยนวิธีคาดคั้น แม้จะหัวร้อนปุดๆ แล้วก็ตาม “เกิดอะไรขึ้นกับพริกแกง” แอบเห็นมุมปากของคนหลังโต๊ะกระตุกนิดๆ ก่อนอีกฝ่ายจะพยักพเยิดหน้าให้เขาก้มหน้าดูบนโต๊ะอย่างใจเย็น

ไอ้เพื่อนเวร!

“มึงรู้จักมันมั้ย”

“พอรู้จัก ทำไม?” คนหัวร้อนเหลือบตามองรูปภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า พลางเอ่ยตอบเสียงตึง

จริงอยู่ที่ช่วงสามสี่ปีมานี้เขาไม่ได้ส่งคนของตัวเองไปตามติดน้องสาว แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นละเลยจนไม่รู้จักหรือไม่ได้หาข้อมูลผู้ชายที่เข้ามาวอแวเธอ เพียงแต่ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งก็เท่านั้น

พริกแกงเอาแต่คอยพูดถึงความดีเลิศของผู้ชายในรูปให้เขาฟังทุกวี่วัน จนบางครั้งก็นึกหมั่นไส้ อยากตัดสายทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด

“กูสืบเรื่องมันอยู่”

“?”

“ขอเถอะ อย่าทำหน้างง มันดูโง่”

“ไอ้เหี้ยยู!”

“เสียงมึงนี่น่ารำคาญฉิบหาย”

“อย่ามาทำเนียนเปลี่ยนเรื่อง บอกมา กูอยากรู้”

“เหรอ? ถ้าอยากรู้ก็รอ” คำพูดคล้ายจะกวนประสาทกัน ทว่าสิ่งที่คนพูดน้อยอย่างยูนิกซ์อยากสื่อออกไปคือ ‘เรื่องนี้ต้องละเอียดรอบคอบและใช้เวลา เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน’

แต่ไม่พูดหรอก มันเหนื่อย

“รอ รอ รอ รอ! ห่าเอ๊ย แล้วเมื่อไหร่กูจะรู้!”

“เมื่อกูแน่ใจ” มองเพื่อนอย่างท้อใจ บอกปัดเสียงเนิบนาบอย่างนึกรำคาญ ชานนท์เป็นแบบนี้ไง เขาถึงไม่อยากบอกอะไร

ใจร้อน เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งอยู่เหนือเหตุผลตลอด

อีกอย่าง เขารู้สึกหมั่นไส้เพื่อนตัวดีอยู่ในใจ เพราะก่อนหน้ามันมัวแต่แจ้นตามง้อเมียจนลืมน้องไปชั่วขณะ ทีตอนนี้เสือกมาตีโพยตีพาย ไม่พอยังมาโวยวายอยากรู้อยากเห็น น่าทุบฉิบหาย

ทว่าไม่บอกก็ไม่ได้ เพราะถ้าวันนั้นไม่มีมัน เขาอาจไม่มีกำลังใจใช้ชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอบอกแง้มๆ ให้มันอึดอัดใจแทนก็แล้วกัน คราวหลังจะได้รู้ว่าอย่าละเลยเธออีก!

“นานมั้ย”

“หลังกูกลับไทย”

“ฮะ!” คนฟังถึงกับหูผึ่งตาโตหายโมโหเป็นปลิดทิ้ง เรื่องน้องสาวก็อยากรู้ แต่เรื่องที่คนหน้าตายมันจะกลับไทยน่าตกใจกว่า

รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด ไอ้เพื่อนเกลอคนนี้ไม่เคยพูดถึงเรื่องกลับบ้านเกิดแม่สักครั้ง ขนาดพ่อมันออกปากขอให้ไปช่วยดูธุรกิจมันยังปฏิเสธอย่างไม่ไยดี พอวันนี้กลับพูดออกมาหน้าตาเฉย

แสดงว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างที่ไทยจริงๆ

“กูไปด้วย”

“ไม่ต้องเสือก”

“อ้าวๆ พูดดีๆ ครับ นั่นน้องกูนะเว้ย!”

“ไปแล้วมึงทำอะไรได้? เรื่องตัวเองจัดการเรียบร้อยแล้ว?”

“กะ...ก็ยัง แต่กูเป็นห่วงน้อง”

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูจัดการเอง ตัวเล็กก็น้องกูเหมือนกัน”

“คิดแค่น้องจริงเหรอเพื่อน...” ชานนท์หรี่ตาแสยะยิ้มร้าย พลางเอ่ยหยอกเย้าอย่างรู้ทันกัน คบกันมาตั้งนาน เรื่องของคนชอบเก๊กหน้านิ่ง ทั้งที่ใจเหลวยิ่งกว่าน้ำน่ะ เขารู้ดีกว่าใคร ไหนจะที่มันนั่งยิ้มกับรูปน้องสาวเขาอีก มองจากนอกโลกยังรู้ว่าคิดไม่ซื่อแต่ตีมึน

“...”

“แน่นะ? ถ้าได้มึงเป็นน้องเข...”

“ถ้ามึงยังไม่หุบปาก เลิกพ่นคำไร้สาระออกมา เรื่องที่คุยไว้กูขอยกเลิก”

“เฮ้ยๆ ยูเพื่อนรัก ใจเย็นดิวะ อย่าเพิ่งงอนกูดิเฮ้ย”

“ไม่ได้งอน กูพูดจริง” ร่างสูงว่าเสียงเรียบ ยันตัวลุกขึ้นยืน ปรายตามองคนหน้าเหวอเล็กน้อย

ไม่รู้ผีตัวไหนเจาะปากเพื่อนคนนี้ ถึงชอบพูดจาเลอะเทอะระคายหูชวนหงุดหงิดทุกครั้ง ขืนคุยกันต่ออาจได้วางมวยกัน ฉะนั้นเขาควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เดินออกไปจากตรงนี้ ก่อนที่ความอดทนอันน้อยนิดจะหมดลง

ไม่เข้าใจ คนนิสัยเสียชอบโหวกเหวกโวยวายไม่สนใจใครแบบมัน ทำไมถึงมีน้องสาวน่ารักแบบเธอได้?

ต่างกันราวฟ้ากับขุมนรก

“ไอ้ยู” ชานนท์เรียกคนที่กำลังจะหนีเสียงอ่อน “กูจะไม่ก้าวก่าย ไม่เข้าไปวุ่นวาย ขอแค่มึงรับปากกูได้มั้ยว่ายัยแสบจะปลอดภัย น้องกูจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยวะ?” คราวนี้คนขี้กวนยอมอ่อนลง ด้วยความรู้สึกผิดกับเรื่องในอดีตตีตื้นขึ้นมาจุกอก

ไม่ใช่เขาไม่รักน้องสาว ไม่ใช่กลัวเพื่อนไม่ช่วยเหลือ แต่ที่ยอมก็เพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งจนพังเหมือนครั้งนั้น

ความคิดเองเออเองของเขา มันเคยทำร้ายคนที่รักถึงสองคน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเรื่องราวอาจไม่ลงเอยอย่างตอนนี้

ตอนนั้นด้วยความกลัวน้องเสียใจ ถึงเลือกไม่ตอบอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่พริกแกงเฝ้าถาม เขาไม่อยากเห็นน้ำตาน้อง จนลืมคิดไปว่าไม่มีใครไม่เคยผ่านความผิดหวัง ความเสียใจ และความเจ็บปวด

แม้กระทั่งผู้ชายเพอร์เฟกต์ตรงหน้ายังหนีไม่พ้น มันถึงเข้าใจและเข้มแข็งมาจนทุกวันนี้

“ไม่รับปาก แต่กูจะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับพริกแกงให้ดีที่สุด มึงไม่ต้องห่วง”

ตอน 2

มินิคูเปอร์สีจังเกิลกรีนคันเล็ก หักเลี้ยวเข้าจอดเทียบทางเข้า Tiara Grand Hotel โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีชื่อเสียงโด่งดังติดอันดับต้นๆ ของประเทศ ตัวอาคารออกแบบสไตล์กรีก-โรมันถูกประดับตกแต่งด้วยแมกไม้นานาชนิดสร้างความร่มรื่น ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงต่างจังหวัด

พริกแกง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหา’ลัยเอกชนชื่อดัง เจ้าของร่างบางสัดส่วนชวนฝัน พร้อมด้วยใบหน้ารูปไข่สวยหวานผสานความเซ็กซี่แต่งเติมด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ดวงตากลมโตสุกใส ขนตางอนยาวเรียงแพสวย จมูกเชิดรั้นรับริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวขาวเนียนอมชมพูสุขภาพดีช่วยดึงดูดสายตาผู้ชายมองตามจนเหลียวหลัง ส่วนผู้หญิงด้วยกันยังต้องมองด้วยความอิจฉา

เจ้าของใบหน้าสวยเชิดหลังตรงดุจนางพญา เท้าเรียวเยื้องย่างมาบนรองเท้าส้นแหลมสีดำแบรนด์ดังด้วยความมั่นใจ สะกดทุกสายตาที่จ้องมอง

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ คุณพริก”

“สวัสดีค่ะ” เรียวปากอิ่มยกยิ้มตอบอย่างไม่ถือตัวเช่นทุกครั้ง

สองเท้าบางก้าวไปเบื้องหน้า สายตาสาดส่องมองหาใครบางคน ก่อนตากลมจะทอประกาย มุมปากยกยิ้มอ่อนเมื่อสายตาปะทะเข้ากับแผ่นหลังของคนตัวเล็กกว่าแสนคุ้นตา ยืนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“พี่ใยไหมคะ”

“คะ? สวัสดีค่ะ คุณพริก” คนถูกทักแม้จะตกใจเล็กน้อยแต่ยังคงเอ่ยเสียงนิ่ม ริมฝีปากสีหวานยกยิ้มจนเห็นตาสระอิ พลางก้มศีรษะเล็กน้อยแสดงความอ่อนน้อมแม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าก็ตาม

“เชิญทางนี้ค่ะ”

ใยไหม สาวหวานร่างเล็ก เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มกับกิริยาท่าทางเรียบร้อย ทว่ากลับทำงานเก่งแตกต่างจากบุคลิกภายนอกจนหลายคนยอมรับในฝีมือ

เธอทำงานที่นี่มาตั้งแต่ผู้บริหารคนเก่า ปัจจุบันเป็นเลขาประธานหนุ่ม ที่เพิ่งเข้ามาบริหารงานแทนบิดาหลังเรียนจบเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

ถ้าสงสัยว่าทำไมใยไหมรวมถึงพนักงานคนอื่นถึงเคารพยำเกรงและให้ความสำคัญกับเด็กสาวที่ยืนเคียงกัน คำตอบไม่ใช่ว่าเธอเป็นลูกค้าคนสำคัญ หรือเป็นลูกหลานผู้ทรงอิทธิพลคนไหน แต่เพราะว่าพริกแกงเป็นแฟนสาวสุดที่รักของแทนไทต่างหาก

แทนไทกับพริกแกงคบหาดูใจกัน ในช่วงที่ฝ่ายชายกำลังจะเรียนจบ ส่วนหญิงสาวกำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 3 และการคุกเข่าขอสาวสุดฮอตที่ไม่เคยชายตาแลผู้ชายคนไหนเป็นแฟนในวันรับปริญญา ก็ทำเอาเป็นที่ฮือฮาไปทั่วทั้งมหา’ลัยอยู่นานเกือบเดือน

วันที่แทนไทเข้ามาบริหารงานวันแรก เขาพาพริกแกงมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักในฐานะคนรัก ทั้งยังไม่ลืมกำชับให้ปฏิบัติต่อคนตัวเล็กเช่นเดียวกับตนและครอบครัว เพราะอีกไม่นานเธอคนนี้จะเข้ามาเป็นเจ้านายอีกคน

ติ๊ง~

สัญญาณเตือนดังขึ้น ก่อนประตูลิฟต์เปิดออก เมื่อเดินทางมาถึงชั้นบนสุด เลขาสาวเดินนำคนรักเจ้านายมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่ถูกปิดสนิท

“คุณแทนรออยู่ในห้องค่ะ คุณพริ..”

“หยุดเลยค่ะ!” พริกแกงขัดขึ้นเสียงเข้ม ทำคนแก่กว่าตกใจ รีบก้มหน้าหลบสายตาที่มองมาตาไม่กะพริบ

“มะ...มีอะไรเหรอคะ” เอ่ยถามเจ้านายอีกคนเสียงตะกุกตะกัก ดวงหน้าหวานเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ใจของใยไหมหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม ด้วยกลัวว่าตนเผลอไปทำอะไรขัดใจเธอคนนี้เข้าจนถูกว่าเสียงเข้ม

ขืนเจ้านายหนุ่มรู้ว่าเธอทำคนรักเขาไม่พอใจ เธอต้องโดนดุแน่ หรือซ้ำร้ายไปกว่านั้น อาจถูกไล่ออกเลยก็ได้

ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณแทนไทรักคุณพริกแกงมากแค่ไหน

“พริกบอกพี่กี่ครั้งแล้วคะ เวลาอยู่กันสองคนให้เรียกพริกได้เลย ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ มันดูห่างเหินเป็นทางการเกินไป พริกไม่ชอบเลย คราวหน้าไม่อนุญาตให้ลืมแล้วนะคะ”

“ขะ...ขอโทษค่ะ คุณพริก อุ้ย! ขอโทษค่ะน้องพริก” เลขาสาวยิ้มเจื่อนหลุบมองสองมือนุ่มของเด็กสาวรุ่นน้อง ที่กอบกุมมือเธอเอาไว้หลวมๆ

ใยไหมลืมไปเสียสนิท คุณพริกแกงเวลาทำหน้านิ่งจะดูเย่อหยิ่งเข้าถึงยาก พลอยทำให้คนรอบกายประหม่า ทั้งที่ความจริงเป็นเด็กสาวน่ารักคนหนึ่ง ที่ไม่ชอบให้ใครปฏิบัติต่อเธออย่างแบ่งแยกชนชั้น

“รอบหน้าพี่ไม่กล้าลืมแล้วค่ะ น้องพริกเข้าไปได้เลยนะคะ บอสรอตั้งแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำกับขนมมาให้ค่ะ”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“พี่แทนคะ พริกเข้าไปนะคะ” เสียงใสเจื้อยแจ้วอย่างมีมารยาท ทว่ากลับไร้เสียงตอบรับจากคนในห้อง

พริกแกงเคาะประตูห้องทำงานของแฟนหนุ่มอีกครั้ง เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งรอสัญญาณตอบกลับ แต่ทุกอย่างยังคงเงียบเหมือนเดิม มือเล็กจึงตัดสินใจขยับลูกบิดประตูเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าไม่ได้ล็อกจึงถือวิสาสะผลักประตูเดินเข้าไป แต่ต้องแปลกใจหนักกว่าเดิม

มีเพียงความว่างเปล่า ไร้เงาเจ้าของห้อง

“หายไปไหนล่ะเนี่ย? ไหนพี่ไหมบอกรออยู่ไง” คนตัวเล็กทำแก้มป่อง บ่นพึมพำกับตัวเอง พลางกวาดสายตามองทั่วทุกมุมห้องที่ไร้วี่แววคุณแฟนที่นัดกันเสียดิบดี

“พี่ทะ...”

หมับ! ฟอด~

“คิดถึงมากเลย หอมจัง แฟนใครครับเนี่ย”

“ว้าย~ นี่แน่ะ เล่นอะไรคะ พริกตกใจหมด” แก้มขาวเจือสีแดงระเรื่อ ฟาดมือเล็กบนแขนแกร่งที่โอบกอดเอวคอดจากด้านหลังอย่างไม่แรงนัก โทษฐานทำให้ตกใจจนหัวใจเกือบหยุดเต้น แถมยังแอบขโมยหอมแก้มกันฟอดใหญ่อย่างไม่ทันตั้งตัวอีก

เล่นอะไรก็ไม่รู้ บ้าจริง

“เซอร์ไพรส์ไงครับ”

“ไม่ต้องมายิ้มเลย ระวังเถอะ โดนพริกเซอร์ไพรส์บ้างพี่จะหนาว”

“ยังไงเหรอครับ?” คนตัวเล็กในอ้อมแขนหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับคนขี้แกล้ง สองแขนยกขึ้นคล้องลำคอหนาตรงหน้า ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้น เอียงหน้ากดจมูกหอมแก้มซ้ายขวาของอีกคนด้วยความไวแสงแล้วผละออก

พริกแกงช้อนดวงตาคู่หวานขึ้นมองแฟนหนุ่มแล้วฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยถามคนชะงักค้างเสียงใส

“เซอร์ไพรส์มั้ยคะ?”

“มากครับ แต่...พี่อยากได้มากกว่านี้ครับคนสวย” ตอบกลับเสียงทุ้ม มองคนยิ้มกว้างด้วยแววตาหลงใหลใคร่รัก

แม้ภายนอกพริกแกงจะดูเป็นผู้หญิงแรงๆ ทว่าความจริงแล้วกลับเป็นคนหวงเนื้อหวงตัวกว่าที่คิด มีไม่บ่อยนักที่เธอจะรุกถึงเนื้อถึงตัวเขาก่อนแบบนี้

แทนไทกล้าพูดได้เต็มปาก เธอเป็นผู้หญิงที่เขายกขึ้นหิ้ง เป็นคนที่เขาอยากใช้ชีวิตด้วยกัน เธอเป็นว่าที่ภรรยาและแม่ของลูกในอนาคต

“พี่แทนไม่เอาค่ะ พริกล้อเล่น” เธอเอ่ยบอกเสียงร้อนรน เมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก ทำให้เริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมาหน่อยๆ อกด้านซ้ายเริ่มสั่นไหวผิดจังหวะ เท้าเล็กเริ่มถอยหนีตามสัญชาตญาณ แม้ปากจะยิ้ม แต่บางสิ่งบางอย่างที่คนรักร้องขอมาตลอด เธอยังไม่สามารถยกมันให้เขาได้ในตอนนี้

แต่มีหรือที่แทนไทจะยอมปล่อยลูกกวางน้อยขี้อ้อนหลุดมือ

“มาให้พี่ทำโทษซะดีๆ”

“ไม่เอาค่ะ อย่าค่ะพี่แทน อย่าแกล้งพริก ฮ่าฮ่า มันจักจี้นะคะ ฮ่าฮ่า” แทนไทรั้งร่างเล็กเข้ามากอดหอม พลางเม้มริมฝีปากไล่กดจมูกโด่งไล้ไปตามกรอบหน้า สลับกับแตะสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มสีอมชมพู ก่อนกดจูบลงที่ซอกคอหอม แสดงความเป็นเจ้าของเน้นๆ ด้วยความมันเขี้ยว

ตอหนวดโกนใหม่ครูดไปตามผิวเนียนสร้างความจักจี้ จนแฟนตัวเล็กขนลุกต้องย่นคอหนีเป็นพัลวัน เสียงใสหัวเราะคิกคักดังไปทั่วห้อง บ่งบอกว่ากำลังมีความสุขมากแค่ไหน

มีความสุขมากจนไม่เคยคิดถึงวันที่ต้องจากกัน

หลายเดือนต่อมา

“อยากได้อะไรเพิ่มมั้ยครับ” แทนไทเอ่ยถามแฟนตัวเล็กด้วยความรู้สึกผิด เพราะมีชนักติดหลังอยู่

เขาตั้งใจพาพริกแกงมาช็อปปิงเป็นการไถ่โทษ แต่เธอกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบ ทั้งที่ยังไม่ได้อะไรกลับไปแม้แต่ชิ้นเดียว

“พี่ขอโทษนะครับ วันครบรอบของเราแท้ๆ แต่พี่กลับไม่มีเวลาให้น้องพริกเลย”

วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่เขากับเธอตกลงเป็นแฟนกัน ทว่าเขาดันติดงานกะทันหัน ต้องไปเข้าร่วมประชุมด่วนเกือบทั้งวัน เพิ่งปลีกตัวออกมาได้หลังเลยเวลานัดหมายมาเกือบห้าชั่วโมง

หากเป็นแฟนคนอื่นคงงอนหรือไม่ก็ด่าคนบ้างานจนหน้าหงาย แต่พริกแกงกลับทำเพียงเงียบและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด

เราคบกันมาหนึ่งปี ช่วงแรกที่ยังไม่เข้ามารับช่วงต่อจากที่บ้าน เราสองคนก็เหมือนคู่รักทั่วไป มีเวลาให้กัน คอยดูแลเทกแคร์กันไม่ห่าง ทว่าตั้งแต่เข้ามารับงานต่อจากพ่อเต็มตัว เขาก็แทบไม่มีเวลาให้เธอเหมือนช่วงที่คบกันใหม่ๆ พริกแกงดูเหมือนจะเข้าใจมาตลอด แต่ช่วงหลังมานี้มันเงียบเกินไปจนเขานึกหวั่นใจ

พริกแกงที่เดินเงียบๆ มานานหยุดฝีเท้าลง ช้อนดวงตากลมขึ้นมองคนตัวสูงพร้อมยกยิ้มบางเบา ก่อนจะเอ่ยประโยคเดิมๆ ที่จำไม่ได้แล้วว่าใช้มันบอกอีกฝ่ายมากี่ครั้ง

มันนับไม่ถ้วน

“พี่จะขอโทษพริกทำไมคะ ไม่ต้องคิดมากหรอก พริกเข้าใจ”

“แต่พี่...” ปากเธอยิ้มและคอยพร่ำบอกเสมอว่าเข้าใจ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับสั่นไหว เหมือนพยายามเก็บซ่อนอะไรบางอย่าง ไม่มีใครสามารถคาดเดาความคิดของผู้อื่นได้ แทนไทก็เช่นกัน

เธออาจแค่พูดให้เขาสบายใจก็ได้ นั่นคือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

กลัวทำเธอหลุดมือไป

“ไม่แต่ค่ะ ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้วนะ” คนตัวเล็กแสร้งทำเสียงเข้ม กะพริบตาครั้งหนึ่ง ดวงตาที่ฉายแววความเคลือบแคลงใจ ก็เปลี่ยนเป็นดวงตารักใคร่ เธอเดินไปกอดแขนกำยำของคนข้างกาย พลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างอย่างที่ชอบทำ ก่อนพูดต่อ

“แค่พี่รักพริกแบบที่พูด ซื่อสัตย์กับพริกเหมือนที่เราเคยสัญญากัน แค่มีพี่ในชีวิตทุกวัน พริกก็พอใจและมีความสุขมากๆ แล้วค่ะ เรื่องอื่นช่างมันเถอะ เนอะ”

“ครับ พริกทั้งสวยแถมน่ารักแบบนี้ พี่จะหนีไปไหนรอด หลงจะตายอยู่แล้วครับคนสวย”

“ก็ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไปนะคะ” พูดจบเธอก็ฉีกยิ้มร่าจนตาหยี แสดงความออดอ้อนให้เขาหลงใหล มุมปากหยักยกรอยยิ้มกว้าง ยกมือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเอ็นดู

ถ้าเขาทิ้งเธอ คงมีแต่คนตราหน้าเขาว่า ไอ้โง่ ผู้หญิงแบบพริกแกงไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ สวย รวย เก่ง และที่สำคัญคือไม่

งี่เง่า แม้จะมีบางอย่างที่เธอยังให้เขาไม่ได้ แต่หากคิดในมุมนักธุรกิจแล้ว

มันคุ้มค่าที่จะรอ

หนุ่มสาวจูงมือหยอกเย้ากันตามประสาคู่รัก พากันเข้าร้านโน้นออกร้านนี้อย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่า กำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครอีกคน

“นายครับ” คนถูกเรียกยกมือเป็นสัญญาณ ทำให้คนที่กำลังจะเอ่ยถามหยุดคำพูดลง เจฟโค้งคำนับผู้เป็นนายก่อนพาตัวเองออกมายืนรอคำสั่งห่างๆ อย่างรู้งาน

ร่างสูงของคนที่เท้าเพิ่งเหยียบแผ่นดินไทย กำลังยืนจับตามองคนทั้งคู่ ตั้งแต่ที่พวกเขาพากันย่างเท้าเข้ามาในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เมื่อสองชั่วโมงก่อน

ไม่อยากเชื่อสายตาว่า คนตรงหน้าจะเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่เขาเคยเจอในอดีต ตัวจริงของเธอต่างจากในรูปมาก มากเสียจนจำแทบไม่ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป

รอยยิ้มสดใสที่มักมอบให้คนรอบข้างเสมอ ไม่ว่าจะรู้จักคนคนนั้นหรือไม่ก็ตาม

ทว่าหากมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง เธอคงจำเขาไม่ได้แล้ว เรื่องระหว่างเรามันผ่านมานานจนเลือนรางในความทรงจำ ซึ่งหากกลายเป็นอย่างนั้นมันก็ดี ดีต่อเธอ ดีต่อเขา และดีต่อเรื่องที่เขากำลังจะลงมือทำหลังจากนี้

แว่นตาสีดำแบรนด์หรูถูกดึงออก เผยให้เห็นนัยน์ตาเรียบนิ่งยากจะคาดเดาแฝงด้วยความขุ่นมัว จับจ้องแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับตา

เขามีสิทธิ์ได้แค่มอง

ก่อนหน้านี้ ไม่เคยอยากครอบครอง เพียงอยากยืนมองเธอใช้ชีวิตที่ดีและมีความสุขเท่านั้น

ทว่าตอนนี้มันไม่ใช่!

เขาโยนความคิดสวยหรูออกจากสมองไปจนหมด ยอมปล่อยเธอไปแล้วเป็นอย่างไร? ไม่กลับไปสร้างความวุ่นวายให้เธอแล้วอย่างไร? หากเธอต้องเป็นของไอ้เหี้ยนั่น

ก็อย่ามีมันเลย!

อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจอย่างที่ผ่านมา แล้วปล่อยให้เวลาพรากเราจนกลายเป็นคนแปลกหน้ากันอย่างช้าๆ ไปตลอดกาล

พอกันที!

“หมดเวลาของมึงแล้ว...ไอ้แทนไท”

ตอน 3

@มหาวิทยาลัย

“พริก...”

“...”

“พริกแกง!”

เพียะ!

“เล่นบ้าอะไรน้ำหนาว เราตกใจหมด”

“ไม่ได้เล่นซะหน่อย เราเรียกพริกตั้งนานแล้วนะ แต่พริกไม่สนใจเราเลย” ร่างเล็กกว่าทำหน้ายู่ใส่ พลางลูบรอยแดงบนแขนตัวเองป้อยๆ

ไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อย เธอเรียกพริกแกงตั้งแต่เห็นหลังกันไกลๆ แต่ไม่ว่าจะเรียกกี่ครั้งอีกคนก็ไม่หันมามอง เหมือนกำลังสนใจอะไรสักอย่างถึงต้องเดินเข้ามาสะกิด แต่ไม่คิดว่าพริกแกงจะตกใจแรง จนหันกลับมาฟาดเต็มเหนี่ยว เล่นเอาซะแขนชาแน่ะ

“แหะๆ เราขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วนี่พริกมองอะไรอยู่เหรอ” น้ำหนาว บอกปัดอย่างไม่ถือสา ขยับมาใกล้แล้วเอ่ยถามต่อ เพราะอยากรู้ว่าอะไรทำให้คนระมัดระวังตัวอย่างพริกแกงเหม่อลอยได้ขนาดนี้

คิ้วเรียวบนใบหน้าขาวฉบับสาวเหนือย่นแทบชนกัน หลังจากชะเง้อมองจุดที่พริกแกงเคยให้ความสนใจด้วยความสงสัย

ต้นไม้ ถังขยะ และนักศึกษา

ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่นา? แล้วเพื่อนสาวคนสวยของเธอกำลังมองอะไรอยู่นะ หรือว่า...พริกแกงมีจิตสัมผัสเหรอ!?

“ก็...ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่คะ?”

“หนาวไม่เห็นเหรอ รถสีดำคันนั้นไง”

“สีดำ...คันไหนคะ?”

“นั่นไง อะ อ้าว หายไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยังจอดอยู่ตรงนั้นอยู่เลย” ดวงตาเบิกโพลง พลางร้องยืนยันว่าตัวเองไม่ได้โกหก แต่น้ำหนาวกลับทำหน้างงงวยใส่ เป็นเชิงบอกว่า ‘ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่นา’

รถไฮเปอร์คาร์คันหรูสีดำด้าน ที่มีน้อยคนนักจะได้ครอบครองมัน มองเพียงรูปลักษณ์ก็รู้แล้วว่าราคาแพงยับ ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่พริกแกงใส่ใจ หากไม่ใช่เพราะรถคันนั้นขับตามเธอมาตั้งแต่ออกจากคอนโดฯ

ตอนแรกเธอคิดว่าแค่บังเอิญ อาจจะไปทางเดียวกันเท่านั้น แต่พอจอดแวะซื้อของกินรองท้อง รถคันนั้นกลับจอดตามอยู่ไม่ไกลกัน ด้วยเป็นรถที่ไม่ได้มีให้เห็นทั่วไปบนท้องถนน เธอจึงจำได้แม่นว่าเป็นคันเดียวกันแน่ๆ

ตลอดทางที่ขับรถมามหา’ลัยในอกก็พลันใจเต้นระรัว กลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นมา แต่ก็ไม่กล้าว่อกแว่กกดโทร. หาใคร ด้วยกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ จึงประคองสติพาตัวเองขับมาถึงลานจอดรถมหา’ลัยได้ในที่สุด

อย่างแรกที่เธอทำคือรีบเอาตัวไปอยู่ท่ามกลางฝูงชน แล้วลอบสังเกตดูว่ารถคันนั้นขับเข้ามาในมหา’ลัยหรือไม่ ทว่าชะเง้อคอมองอย่างไรก็ไม่เห็น แต่ก็ไม่อาจวางใจได้ จึงเดินย้อนกลับไปดูว่ารถคนนั้นจอดอยู่ด้านนอกหรือเปล่า

เพราะหากไม่ใช่รถของนักศึกษา บุคลากร หรือคนที่มีสติกเกอร์ของมหา’ลัยจะไม่สามารถเข้ามาได้ แล้วก็เจอจริงๆ ด้วย!

รถคันนั้นจอดสนิทอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่มีคนลงมา ไม่มีคนขึ้นไป ทำให้มั่นใจว่าตามเธอมาไม่ผิดแน่ แต่ที่สงสัยคือตามเธอทำไม? ในชีวิตของเธอ ไม่ได้มีคนรู้จักที่ใช้รถไฮเปอร์คาร์คันหรูแบบนี้ซะหน่อย

“ไหนคะ” เสียงใสของน้ำหนาว ช่วยเรียกสติของพริกแกง ที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดให้กลับมาโฟกัสปัจจุบัน ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ มองหน้าเพื่อนสนิทแล้วสั่นศีรษะปฏิเสธ

“ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรหรอก เราคงคิดมากไปเอง เข้าไปรอสองคนนั้นข้างในกันดีกว่าเนอะ” สุดท้ายก็ต้องชวนเปลี่ยนเรื่อง เพราะเพื่อนตัวเล็กยังแสดงท่าทีงุนงง พริกแกงก็เลยต้องลากแขนเพรียวให้เดินตามกันไปยังตึกคณะฯ ด้วยกัน

S-Class สถานศึกษาหลักสูตรนานาชาติที่ทุกคนต่างใฝ่ฝันอยากเข้ามาหาความรู้ ทว่าไม่ใช่ใครจะเข้ามาเรียนกันได้ง่ายๆ หากไม่ใช่ลูกท่านหลานเธอ ก็ต้องมีเงินถุงเงินถัง หรือไม่ก็มีคอนเนกชันกว้างไกล อย่างน้อยที่สุดต้องเป็นลูกหลานอาจารย์ในเครือฯ หรือต้องเรียนเก่งระดับหัวกะทิ เป็นอนาคตขององค์กรใหญ่ถึงจะมีสิทธิ์ ซึ่งสำหรับพริกแกงแล้ว

เธอติ๊กถูกครบทุกข้อ

@คณะบริหารฯ

สองเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานเกือบเดือน พากันนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มใต้ตึกคณะ

น้ำหนาวต้องเดินทางกลับจังหวัดบ้านเกิดที่อยู่ทางภาคเหนือ ทั้งสองก็เลยชวนกันคุยสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อยเป็นการฆ่าเวลา อีกอย่างน้ำหนาวไปอยู่นู่นก็ติดต่อแทบไม่ได้ เลยมีเรื่องคุยกันพอให้หายคิดถึงเยอะแยะเต็มไปหมด

“ทำไมยังไม่มากันสักที จะถึงเวลาแล้วนะ” พริกแกงเริ่มบ่นอุบอิบหลังยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา

เหลือเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบนาที ทางคณะฯ จะเริ่มประชุมชี้แจงรายละเอียดการฝึกงานแล้วด้วย เรื่องสำคัญมากขนาดนี้ แต่เพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองชีวิตกลับเงียบหาย โทร. หาก็พากันไม่รับสายอีก

ให้มันได้อย่างนี้ อยากหยิกให้แขนเขียว พากันเหลวไหลนัก!

“มาแล้วจ้า มาแล้ว~” ข้าวฟ่าง ทักเสียงใสมาแต่ไกล ก่อนจะวิ่งถลาหน้าแป้นแล้นมาหย่อนสะโพกนั่งลงที่ประจำของตัวเอง

ผิดกับเพื่อนชายคนเดียวของแก๊งอย่าง แผ่นดิน ที่กำลังทำหน้าตาบึ้งบอกบุญไม่รับ กระแทกตัวลงนั่งตามเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ไม่ทักทายใคร แม้กระทั่งเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมอย่างพริกแกง

“ทรงนี้ ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะ? ไม่สิๆ ต้องถามว่ารอบนี้เรื่องไหนดี” พริกแกงกลั้วหัวเราะถามอย่างรู้ทัน แผ่นดินหน้าบูดเป็นตูดแบบนี้ คงมีอยู่เรื่องเดียวที่ทำให้คนหล่อของกลุ่มตกอยู่ในสภาพนี้

ข้าวฟ่างกับแผ่นดิน สองคนนี้ตกลงเป็นแฟนกันหลังจากเธอคบกับพี่แทนไทได้ไม่นาน ท่ามกลางความมึนงงของเพื่อนคนอื่นว่า เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร?

ทุกคนต่างรู้ดีว่าสองคนนี้เหมือนคู่ผัวเมีย ที่เข้ากันไม่ได้มาตั้งแต่สมัยยังเพื่อนกันด้วยซ้ำ เถียงกันทุกเรื่อง เห็นไม่ตรงกันทุกเหตุการณ์ ทว่ากลับคบกันมาได้นานเกือบปี

แม้ว่าแผ่นดินจะชอบขัดใจข้าวฟ่างไปบ้าง จนทำให้ความสัมพันธ์กระท่อนกระแท่น ถึงขั้นตีกันโดยไม่เลือกสถานที่ไปสักหน่อย แต่ถ้าแฟนสาวอยากได้อะไร เขาก็พร้อมหามาให้โดยไม่มีข้อแม้

เรียกหลงใหลไม่ลืมหูลืมตาเลยก็ว่าได้

“เชอะ/เหอะ” ราวกับถูกจี้จุด ต่างฝ่ายต่างสะบัดหน้าไปคนละทิศละทาง จนเพื่อนๆ ได้แต่มองอย่างเอือมระอา

“จะไม่บอก? ก็ได้~ ตามใจนะ ไปเคลียร์กันเองเลยค่ะ ปะ น้ำหนาวเราไปกันเถอะ” พริกแกงว่าแล้วทำท่าจะลุกขึ้นยืน ไม่ลืมหันไปคว้าแขนคนที่นั่งเขี่ยจอสมาร์ตโฟนฟังเพื่อนเถียงกันเงียบๆ ให้ลุกขึ้นตาม

“ยัยข้าวจะทิ้งฉัน...”

“ฮะ?/คะ?” แผ่นดินโพล่งขึ้นมาเสียงเศร้า ทำเอาสองคนที่กำลังจะลุกหนีรีบนั่งลงอีกครั้ง ดวงตาของทั้งสองเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

แม้ว่าสองคนนี้มีความเห็นไม่ตรงกันบ่อยครั้ง หรือเถียงกันทุกเรื่องก็จริง แต่พอผ่านไปไม่ถึงวันก็ดีกันตลอด ไม่เคยมีสักครั้งที่จะหนักหน่วงถึงขั้นเลิกรากันสักที

“อย่ามองฉันแบบนั้นสิยะ แผ่นดินมันเวอร์ ทิ้งบ้าทิ้งบออะไรล่ะ”

“หรือไม่จริง?”

“ก็ไม่จริงน่ะสิ แค่ไม่ไปฝึกงานบริษัทพ่อนาย ไม่ได้หมายความว่าจะเลิก สติค่ะ!”

“สรุป...ทั้งคู่ทะเลาะกัน เพราะเรื่องฝึกงานเนี่ยนะคะ?”

“ใช่/ใช่” คู่รักที่ตบตีกันอยู่ตอบพร้อมเพรียงเสียงดังฟังชัด

“เฮ้อ...อยากจะบ้า ฟังนะ! เรายังไม่รู้รายละเอียดเรื่องการฝึกงานด้วยซ้ำ ยังไม่รู้เลยว่าจะไปที่เดียวกันได้มั้ย หรือเลือกที่ฝึกเองได้หรือเปล่า แล้วมานั่งทะเลาะกันเนี่ยนะ!” พริกแกงถอนหายใจยาวให้กับความไร้สาระของทั้งคู่ โดยมีน้ำหนาวนั่งพยักหน้าเห็นด้วย

“...เออว่ะ ลืมสนิทเลย”

แผ่นดินเฉลย นั่นก็ทำเอาพริกแกงกุมขมับ พลางกลอกตามองบน นึกอยากจะลุกไปตบตีเพื่อนตัวโย่งให้หัวโยก

พอเป็นเรื่องของข้าวฟ่าง คนฉลาดแบบแผ่นดินก็กลับกลายเป็นคนไร้หัวคิดไปเลยแฮะ เรื่องสำคัญแบบนี้ยังลืมได้ลง

“จบสักที! กินอะไรกันดี ข้าวอยากกินอะไร เดี๋ยวดินเลี้ยงเอง” หลังจากถูกพริกแกงเรียกสติไปตอนเช้า แผ่นดินคนที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงก็เหมือนจะกลายร่างเป็นอีกคน หนุ่มตัวสูงหันไปถามแฟนสาวอย่างเอาอกเอาใจ ขณะเดินออกจากห้องประชุม

ข้อสรุปเรื่องการฝึกงานของปีนี้ มีกฎเกณฑ์ใหม่ที่ระบุไว้ผู้หญิงและผู้ชายไม่สามารถไปฝึกงานที่เดียวกันได้ เพื่อป้องกันปัญหาหลายอย่างในอนาคต

แต่ข้อกำหนดพิเศษของปีนี้ คือบริษัทที่ทางมหา’ลัยจัดหามาให้ สามารถส่งนักศึกษาไปฝึกพร้อมกันได้มากสุดถึงสามคน แต่ให้โควตาจำนวนจำกัด ใครแจ้งความประสงค์ก่อนก็ได้โอกาสนั้นไป

แล้วแบบนี้สามสาวเพื่อนรักจะพลาดได้อย่างไร

“แหม พอรู้ว่างี่เง่าตีโพยตีพายไปก่อน ก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยนะจ๊ะ คุณ! แผ่น! ดิน!” หน้าสวยยื่นเข้าใกล้ใบหูเพื่อนตัวสูง ประโยคหลังเน้นย้ำทุกคำ ทั้งช้าและชัด พลางเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ให้กับความเปลี่ยนอารมณ์ไวของเพื่อนตัวโตใจบาง

“อย่ามาแซว”

“ไม่ได้แซว เขาเรียกล้อย่ะ ไอ้คู่รักหลากอารมณ์ ชิ!”

“เขาเรียกมีสีสันในชีวิตคู่ ใครมันจะไปเหมือนคู่เธอล่ะคร้าบคุณพริก มีอารมณ์เดียว ไม่รู้จะคลั่งรักอะไรกันนักกันหนา ไร้สีสันชะมัด ไม่เบื่อบ้างเหรอวะ?”

“โธ่เอ๊ย ถ้ามีสีสันแล้วเป็นแบบคู่แก ฉันขออยู่โหมดคลั่งรักแบบเดิมดีกว่า” พูดพร้อมเบะปากอย่างนึกหมั่นไส้

“พอๆ เลิกเถียงกันได้แล้วค่า คุณแฟนแอนด์คุณเพื่อน เดี๋ยวก็กลับมาเลือกบริษัทฝึกงานไม่ทันพอดี โตแล้วนะ ใช้ชีวิตแบบพอดีๆ บ้าง เพื่อนฉันนี่มีใครพอดีบ้างมั้ยเนี่ย?” สาวใต้ตาคมผิวขาวโพล่งบ่นขึ้นมาจนคนที่กำลังตีกันชะงักไป

“ไอ้บ้าแผ่นดินกับยัยพริกเอาแต่พูดๆๆ ไม่หยุด ส่วนน้ำหนาวก็เงียบจนคิดว่าเป็นใบ้ เฮ้อ ไม่ต้องมองค่ะ ก็พูดจริงอะ แล้วนี่สรุปจะกินอะไรกัน?” พอวีนเสร็จ ข้าวฟ่างก็กวาดสายตามองหน้าเพื่อนทีละคนอย่างขอคำตอบ อาจเพราะกำลังโมโหหิว ตอนนี้ก็เลยไม่ได้สนใจว่าคำพูดตัวเองจะทำร้ายความรู้สึกใคร ขอได้พูดตามใจตัวเองพอ

“อ่า โอเคๆ ไม่พูดมากแล้วก็ได้ แต่ว่าโทษทีนะ ฉันมีนัดกับพี่แทนไท ขอแยกตัววันหนึ่งน้า พลีส~”

“เบื่อพวกมีผัว”

แปะ

“โอ๊ย ตีทำไม เจ็บนะดิน!”

“พูดเหมือนตัวเองไม่มี เดี๋ยวคืนนี้จะโดน”

พริกแกงเลือกเมินคู่รักที่เตรียมก่อสมรภูมิรบตรงหน้า หันไปถามเพื่อนสาวอีกคนที่ยืนมองคนอื่นตาแป๋ว

“หนาวล่ะ ไปกินข้าวไหน?”

“หนาวว่าจะกินที่โรงอาหารนี่แหละ สะดวกดี อยากไปให้ทันเลือกเป็นคนแรกๆ ด้วย”

“ก็ดีนะ งั้นเราสามคนกินข้าวกันที่นี่แหละ”

เมื่อได้ข้อสรุปลงตัว ทั้งสามคนจึงแยกตัวเดินไปฝั่งโรงอาหาร ส่วนพริกแกงปลีกตัวมายืนรอแฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่จุดนัดหมาย

รอสักพัก รถเบนซ์สีขาวสไตล์ผู้บริหารก็เลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้า ชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเรียบหรูคุ้นตา เดินอ้อมมาอีกฝั่งเพื่อทำหน้าที่เปิดประตูรถให้คนรัก บริการเธออย่างดีจนได้รอยยิ้มหวานกลับไปแทนคำขอบคุณ ไม่นานรถคันงามก็พุ่งทะยานไปตามพิกัดร้านอาหารที่เขาโทร. จองไว้ล่วงหน้า

- อีกด้าน -

นัยน์ตาคู่คมสีดำสนิทดูลุ่มลึกจับจ้องรถหรูคันผ่านกระจกติดฟิล์มดำชนิดพิเศษอย่างไม่ละสายตา มือหนายกโทรศัพท์กดต่อสายหาใครบางคน

“ออกไปแล้ว บอกคนของมึงจัดการได้เลย”

“เอาไงต่อดีครับนาย ตามไปมั้ยครับ” บอดี้การ์ดคนสนิทที่วันนี้รับหน้าที่พลขับถามขึ้น หลังเห็นผู้เป็นนายวางสายจากบุคคลปริศนาแล้วเอาแต่นิ่ง ไม่ยอมออกคำสั่งอะไรสักคำ ทั้งที่คนที่ตามมาตั้งแต่เช้า กำลังจะกลืนหายไปกับรถมากมายบนท้องถนน

“กลับ”

“ครับ? ไม่ตามคุณหนูไปแล้วเหรอครับ”

“ไม่ต้อง”

“ครับ”

ร่างสูงข้างคนขับไม่สนใจคนทำหน้ามึนงง เขาหลุบสายตามองสมุดบันทึกเล่มหนาในมือนิ่ง ปากหยักเหยียดยิ้ม เมื่อนึกถึงใบหน้าจอมดื้อรั้นของผู้ที่เคยเป็นเจ้าของมัน

“แล้วเจอกันนะ ตัวเล็ก”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED