ตอน 2

ฟิว....

ผมขับรถมาถึงมหาลัยที่ผมไม่เคยมีความคิดที่จะมาเรียนต่อที่นี่เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะที่นี่มันมีไอ้เตอร์เรียนอยู่ยังไงล่ะ ไอ้เตอร์ชื่อเต็มๆของมันก็คือไอ้ฮันเตอร์ ผมแม่งโคตรเกลียดมันเลยเกลียดตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ามันแล้ว......ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อนตอนนั้นแม่เฟื่องพาผมเข้ามาในบ้านซึ่งก็คือบ้านที่ผมอยู่ปัจจุบันนี้นั่นแล่ะในตอนนั้นที่นั่นที่มีป๊ากับไอ้เตอร์อยู่กันสองคนเพราะคนที่มันเรียกว่าแม่เพิ่งเสียไป ตอนนั้นผมดีใจที่แม่บอกว่าผมมีพี่ชายชื่อฮันเตอร์แม่จะพาผมไปหาพี่ไปอยู่กับพี่แต่พอมันเจอผมมันกลับทำท่าทางรังเกียจทั้งผมทั้งแม่เฟื่องและมันก็ขนของออกไปจากบ้านทันทีที่รู้ว่าผมกับแม่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่มันเลยจะไปอยู่ที่อื่นถ้าผมกับแม่เฟื่องอยู่ที่นี่มันก็จะไม่อยู่มันบอกมันเกลียดผมเกลียดแม่ซึ่งในตอนนั้นผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครผมคิดว่าตัวเองคือลูกแท้ๆ ของแม่เฟื่องแล้วก็ป๊า ในตอนนั้นไอ้เตอร์มันไม่ฟังอะไรใครเลย และจากวันนั้นผมก็ไม่เจอกับมันอีกเลยรู้แต่เพียงว่ามันไปอยู่กับตากับยายของมันแทน จนเวลาผ่านไปหลายปีผมถึงได้เจอหน้ามันเห็นมันกลับที่บ้านมันมาหาป๊าแต่มันก็มาแค่แป๊บๆ ประเดี๋ยวประด๋าวก็กลับคือมาแบบขอไปทีมาแบบจำใจมามาแค่มากินข้าวกับป๊าเพราะถูกตากับยายของมันขอร้องแกมบังคับให้มา และวันหนึ่งป๊ากับป๊ากับแม่ก็บอกความจริงกับผมเรื่องของผมแล้วก็เรื่องของไอ้เตอร์ด้วยว่าจริงๆ แล้วไอ้เตอร์มันคือลูกชายแท้ๆ ของแม่เฟื่องกับป๊าแต่มันไม่รู้หรอกว่าแม่เฟื่องคือแม่ของมันซึ่งผมก็ถามแม่ว่าทำไมไม่บอกความจริงกับไอ้เตอร์ไปว่าแม่คือแม่ของมันมันจะได้เลิกเกลียดแม่เสียทีแต่แม่ก็ยังไม่ยอมบอกท่านบอกท่านมีเหตุผลของท่านซึ่งก็คงเหมือนกับเรื่องพ่อแม่ของผมนั่นแล่ะที่ท่านก็ไม่บอกว่าเป็นใครผมก็เลยไม่คิดที่จะถามอีก จนมาวันนึงที่แม่เรียกผมไปคุยและขอร้องบางอย่างกับผม คำขอร้องของแม่ที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะท่านขอร้องผมทั้งน้ำตาซึ่งคำขอร้องนั้นมันรวมถึงการที่ผมต้องมาเรียนที่นี่ด้วย มาเพื่อดูแลใครบางคน คนๆ นั้นก็คือ....ข้าวฟ่าง

ผมลงจากรถสปอร์ตคันหรูที่แม่เฟื่องกับป๊าซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดผมตอนอายุครบยี่สิบ ทั้งที่ผมบอกแล้วว่าผมไม่เอาไม่อยากได้ผมนั่งรถเมล์เอาก็ได้หรือให้คนขับรถไปส่งก็ได้เพราะผมไม่เห็นว่ามันมีความจำเป็นอะไรที่แม่กับป๊าต้องยอมเสียเงินซื้อรถราคาคันละหลายล้านให้ผมขับทั้งที่ผมเองก็ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของท่านซึ่งพอท่านเห็นว่าผมไม่ยอมขับหรือแตะต้องรถคันนี้ที่ท่านซื้อให้ท่านก็ยอมบอกความจริงกับผมว่าเงินที่ซื้อมันคือเงินที่พ่อกับแม่ของผมท่านฝากธนาคารเอาไว้ให้ผมก่อนที่ท่านจะไป ตอนที่ได้รู้บอกตามตรงว่าผมอึ้งไปเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีเงินเยอะมากมายขนาดนั้น และยิ่งผมรู้จำนวนเงินที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ให้มันทำให้ผมรู้ว่าพ่อแม่ผมก็รวยอยู่ไม่น้อยเพราะตัวเลขหนึ่งร้อยล้านในบัญชีตรงหน้าของผมและมันเป็นชื่อของผมที่แม่เฟื่องเอามาให้ดูมันทำให้ผมรู้ว่ามันคือเรื่องจริงไหนจะจำนวนดอกเบี้ยเงินฝากที่มันขยับขึ้นทุกปีจนทำให้ผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลยก็มีกินมีใช้สุขสบายไปทั้งชาติ แต่ถามว่าระหว่างเงินกับความอบอุ่นจากอ้อมกอดพ่อกับแม่ผมต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน.......ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงต้องการความรักจากพ่อกับแม่แต่ถ้าถามตอนนี้ผมต้องการเงินครับผมไม่ต้องการความอบอุ่นจากคนที่ทิ้งผมไปแม้จะทิ้งเงินอาไว้ให้ผมมากมายก็ตาม ตอนที่แม่เฟื่องบอกว่าเงินทั้งหมดคือเงินของผม ผมก็คิดในใจนะว่าถ้ามีเงินเยอะขนาดนี้แต่ทำไมถึงไม่มีปัญญาเลี้ยงผมล่ะทำไมต้องเอาผมมาทิ้งไว้ให้แม่เฟื่องเลี้ยงนั่นคือสิ่งที่ผมสงสัย แต่ก็ช่างมันเถอะคิดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาในเมื่อเอาเงินไว้ให้ผมใช้ผมก็จะใช้ จะใช้จนหมดไม่ให้เหลือเลยคอยดู

ตอน 3

ฟิว..

ผมเดินลงมาจากรถเพื่อไปลานกิจกรรมรับน้องที่ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนของมหาลัยเพราะมหาลัยแห่งนี้กว้างมากถ้าให้เดินรอบมหาลัยคงใช้เวลาทั้งวัน อ้อ ผมลืมบอกไปสินะว่าผมเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งแต่ตอนนี้ผมต้องรีบไปลานกิจกรรมเพราะสายมากแล้วจากนั้นค่อยไปตามหาข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างคือผู้หญิงที่แม่ขอร้องให้ผมมาดูแล บอกตามตรงว่าผมยังไม่เคยเจอข้างฟ่างเลยสักครั้งแต่ก็พอจะรู้ว่าเธอหน้าตาเป็นยังไงเพราะแม่ให้ดูรูป แต่ไม่ใช่แค่รูปของข้าวฟ่างคนเดียวหรอกนะที่แม่เอาให้ผมดูเพราะยังมีรูปของเด็กน้อยวัยสามขวบชื่อว่าข้าวปั้นกับข้างแป้งเด็กฝาแฝดลูกของข้าวฟ่างกับ..ไอ้เตอร์ แต่ไอ้เตอร์มันไม่รู้หรอกนะว่ามันมีลูกเพราะมันเลิกกับข้างฟ่างไปนานแล้วและตอนที่เลิกมันก็ไม่รู้ว่าข้าวฟ่างท้องสาเหตุที่เลิกก็เพราะมันเหี้ยไงได้เขาแล้วมันเกิดเบื่อก็เลยทำตัวเหี้ยใส่จนข้างฟ่างทนไม่ไหวหอบลูกในท้องหนีมันไปโดยที่มันก็ไม่รู้ หึ โง่ชิบหาย โคตรสมน้ำหน้า

ผมเดินมาจนเกือบถึงลานกิจกรรมก็เจอเข้ากับผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่กับพื้นลักษณะเหมือนเธอจะหกล้มมากกว่าลงไปนั่งเองเพราะคงไม่มีใครบ้านั่งอยู่ตรงกลางถนนให้คนมองแบบนี้หรอกแบบนี้และดูเหมือนเธอพยายามจะลุกแต่ก็ลุกไม่ไหวผมก็เลยรีบเดินเข้าไปถาม

"นี่เธอเป็นอะไรหรือเปล่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย" ผมถามโดยที่ยังไม่ได้มองหน้าเพราะเห็นว่าที่หัวเข่าทั้งสองข้างของเธอมันถลอกจนมีเลือดไหลซึมออกมา แต่คำถามของผมที่ถามคนตรงหน้ายังไม่ได้คำตอบ หรือเจ็บจนพูดไม่ออกวะ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดผมก็เลยเงยหน้าขึ้นมองปรากฏว่าเธอก็คือคนที่ผมตามหาอยู่ เธอคือข้าวฟ่างเมียเก่าไอ้เตอร์ ที่บอกว่าเมียเก่าเพราะตอนนี้ไอ้เตอร์มันมีเมียใหม่ไปแล้วซึ่งคงจะนับไม่หวาดไม่ไหวว่าเมียมันมีกี่คนเอาเป็นว่านิ้วมือคงไม่พอคงต้องยกนิ้วเท้ามานับด้วยเพราะความชั่วมั่วไม่เลือกของมันที่เห็นผู้หญิงสวยๆ ไม่ได้คลำดูไม่มีหามันก็เอาหมด คิดละก็อดสงสารแม่ของลูกมันไม่ได้ที่มาเจอผู้ชายเลวๆ อย่างไอ้เตอร์ แต่พอมาเจอหน้าเจอตัวเป็นๆ แบบนี้ อยากจะบอกว่าตัวจริงของข้างฟ่างเธอสวยกว่าในรูปที่แม่เอาให้ดูมากมากจนผมอดมองไม่ได้ข้าวฟ่างสวยมากสวยจนใจของผมเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ผมตกหลุมรักคนตรงหน้าใช่หรือเปล่า

"เป็นอะไรไหมฉันถาม" ผมสลัดความคิดนั้นไปก่อนจะถามอาการของเธออีกครั้งคือผมต้องถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่เห็นว่าเธอจะตอบคำถามของผม

"พี่ไม่.....เอ่อฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกแค่หัวเข่าถลอกนิดเดียวเอง" เข่าถลอกปอกเปิกขนาดนี้บอกว่านิดเดียวบอกไม่เป็นอะไร หึหน้าตาดีแล้วยังปากแข็งอีกนะ อันนี้ผมคิดเองในใจ

"หัวเข่าเธอมีเลือดซึมออกมาด้วยนะฉันว่าเธอไปทำแผลที่ห้องพยาบาลมั้ยเดี๋ยวฉันพาไป"

"ไม่เอาอ่ะเป็นไรหรอกนิดเดียวเอง"

"นิดเดียวบ้านเธอสิเลือดออกขนาดนี้"

"นิดเดียวจริงๆ นะ"

"งั้นก็แล้วแต่เธอละกันเธอเจ็บไม่ใช่ฉันเจ็บ" ผมขี้เกียจพูดกับคนดื้อแต่ก็อยากอยู่ใกล้ๆ นะ

"เอ่อ.....ว่าแต่นายเรียนอยู่ปีหนึ่งใช่หรือเปล่า"

"อื้มใช่ฉันเรียนปีหนึ่งคณะบริหารแล้วเธออ่ะ" ผมถามทั้งที่ก็รู้อยู่แล้ว

"ฉันก็เรียนบริหารนะ"

"จริงเหรอดีจังได้เจอคนที่เรียนคณะเดียวกันฉันชื่อฟิวนะเธอชื่ออะไร" ผมแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเพราะตอนนี้ผมยังไม่ต้องการให้เธอรู้ว่าผมรู้จักเธอ

"ฉันชื่อข้าวฟ่างเรียกฟ่างเฉยๆ ก็ได้ ว่าแต่ฟิวนี่ ย่อมาจากกาฟิวป่ะ^^" กาฟิว?? คิดได้ไงวะใครจะมาชื่อปัญญาอ่อนขนาดนี้แต่ในเมื่อเธอคิดว่าผมชื่อนี้ก็แล้วแต่เลยเอาที่สบายใจเพราะดูเธอจะชอบชื่อนี้

"รู้ได้ไงอ่ะ"

"เดาเอาไม่คิดว่าจะถูกนะเนี๊ยะ555" รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใสของเธอทำให้ผมหลงเธอหนักขึ้นไปอีก

"เรียกฉันว่าฟิวก็พอนะกาฟิวเอาไว้ให้ป๊าม๊าที่บ้านฉันเรียกก็พอ"

"อื้มมม ^^ ฉันว่าตอนนี้เรารีบไปเข้าแถวเถอะจะเลยสิบห้านาทีแล้ว"

"เออนั่นนะสิงั้นเรารีบไปกันเถอะว่าแต่....เธอเดินไหวไหม" ผมถามคนตรงหน้าที่พอได้มองใกล้ๆ ก็ทำให้ผมใจสั่นเข้าไปอีก

"ไหวสิ"

"แน่ใจ?? "

"อื้มมม...โอ๊ย เจ็บ" พูดไม่ทันขาดคำคนดื้อที่พยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองก็ล้มลงไปอีกรอบผมก็เลยปล่อยให้เธอล้มจะได้รู้ว่าตัวเองเดินไม่ไหวจริงๆ

"เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าเธอต้องเดินไม่ไหวยังจะดื้ออีก งั้นเอางี้เธอขึ้นมาขี่หลังฉันละกัน"

"ไม่เอามันไม่เหมาะ"

"ไม่เหมาะอะไรเธอเจ็บขาเดินไม่ไหวฉันก็แค่ให้เธอขี่หลังไม่เห็นจะเป็นไรเลย ป่ะเร็วสายแล้วฉันไม่อยากโดนทำโทษเพราเธอหรอกนะ" ผมพูดพร้อมกับย่อตัวลงเพื่อให้เธอขึ้ขี่หลัง

"งั้นฉันไม่เกรงใจละนะ ขอบใจนะ^^"

"ขอหลบหน้าแก้อายหน่อยนะ" เธอกระซิบบอกผมก่อนจะเอาหน้ามุดเข้าที่ไหล่ของผมซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันรู้สึกดีไงที่ได้อยู่ใกล้ๆ ผมผิดไหมถ้าจะบอกว่าผมรู้สึกกับข้าวฟ่าง

(เรื่องของฮันเตอร์กับข้าวฟ่างอยู่ในเรื่อง ก็แค่เมียเก่า นะคะเผื่อใครยังไม่ได้อ่านไปตามอ่านกันได้นะคะ^^

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED