กาญจนบุรี
"พี่ดาว!!"
"อยู่ไหนพ่อให้มาตามครับ"
"พี่ดาว!พี่นับดาว!"
"อยู่ไหน! "
"คิก..คิก.."
ร่างบางที่แอบอยู่หลังต้นไม้ ถึงกับต้องกลั้นขำ หัวเราะคิกคัก
เมื่อเด็กชายตะวัน น้องชายวัย 6 ขวบ วิ่งหอบจากบ้านเข้าสวนที่อยู่ไกลพอสมควร เพื่อมาตามพี่สาวคนสวย
เด็กชายชะเง้อคอมองซ้ายทีขวาที แล้วทำหน้ามุ่ยเมื่อหาคนพี่ไม่เจอ
"พี่นับดาว!!!!!!!"
เด็กชายตะวันตะโกนสุดเสียง
"......." แต่เธอกลับเงียบค่อยๆ เดินย่องไปยืนอยู่หลังน้อง
"ตะวัน!!!!" และตะโกนใส่หูน้องชายสุดเสียง
"......"
แต่ทว่าเด็กชายตะวันกลับหันมาจ้องหน้าพี่สาวตาเขม็ง
ถ้าเป็นคนอื่นปกติทั่วไปด้วยระดับเสียงดังขนาดนี้หูคงแตกไปแล้ว แต่เพราะเด็กชายพิการทางหู มาตั้งแต่เด็ก ให้ตะโกนจนคอแตกก็แทบจะไม่ได้ยิน
พ่อเคยพาลูกชายไปรักษาตัวในกรุงเทพฯ หลายต่อหลายครั้ง แต่เพราะครอบครัวฐานะค่อนข้างลำบาก เลยช่วยลูกชายได้แต่ซื้อเครื่องช่วยฟังราคาถูก พอให้ลูกนั้นได้ยินเสียงอะไรบ้าง
"ไว้พี่เรียนจบ พี่จะหาเงินผ่าตัดให้ตะวันนะ" พี่สาวย่อตัวลงลูบหัวน้องอย่างเอ็นดู ดวงตากลมโตเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
เธอกับน้องห่างกัน 15 ปี ถึงจะเป็นลูกที่เกินมาจากมารดาคนละคน แต่สายใยรักสายสัมพันธ์ ความรักที่มีให้กันมันก็มาล้นเอ่อ
ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมหญิงสาวเลยกลับมาช่วยพ่อทำงานที่สวนเล็กๆ พ่อเธอเป็นชาวสวนปลูกผักปลูกผลไม้ขายตามตลาด
ด้วยที่พ่อเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ตั้งแต่เธออายุเท่าๆ กับน้องชาย
พ่อแม่แยกทางกันแต่เธอเลือกที่จะอยู่กับพ่อเพราะไม่อยากไปจากบ้านที่มีความทรงจำมากมายนี้ไปไหน
หลังจากที่เลิกกับแม่ พ่อก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินส่งเสียลูกสาวเรียน จนได้เจอกับแม่ของตะวันแต่โชคร้ายคุณน้าสาวคลองลูกชายได้เพียงไม่กี่วันก็ด่วนจากโลกไปก่อน
ทำให้พ่อเสียใจมาก แต่พ่อไม่เคยทำตัวไม่ดียิ่งขยันทำมาหากินขยันเป็นเท่าตัวเพื่อหาเลี้ยงลูกทั้งสอง
แต่โชคดีหน่อยที่ลูกสาวเป็นคนรักดีได้ทุนเรียนฟรี จนจบมหาวิทยาลัยและได้เข้าไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ
หลังเลิกเรียนหญิงสาวก็ไปทำงานประจำเป็นพนักงานงานขายที่ร้าน 7 ถึงเงินเดือนจะไม่มากแต่ก็ทำให้เธอไม่ต้องรบกวนพ่อ
และมีเงินเก็บส่งให้พ่อกับน้องทุกเดือน แต่เธอก็ไม่ได้ทำแต่งานประจำ
ยังรับตัดต่อทำคลิปตามสายงานที่เล่าเรียนมาถึงจะไม่เก่งอะไรมากมายแต่ก็พอเอาตัวรอดได้
เธอมีความฝันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่ชอบเสียงเพลง ชอบร้อง ชอบการตัดต่อ ชอบดูหนังละครซีรีส์ มันเลยเป็นแรงบันดาลใจให้อย่างเรียนด้านนี้
ถึงฐานะทางบ้านจะไม่อำนวยเหมือนคนอื่นเขาแต่เธอก็เลือกใช้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ เธอตัดสินใจทำคลิปวิดีโอเรื่องสั้นส่งเข้าประกวด
และเป็นที่น่าภูมิใจเธอได้รับรางวัลชนะเลิศ เลยได้มีโอกาสสานฝันเรียนมาถึงทุกวันนี้
เธอเลือกเรียนด้านภาพยนตร์ คณะดิจิตอลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ เรียนฟิล์มโดยเฉพาะ มีสามสาขาให้เลือก คือ โปรดักชัน เรียนเกี่ยวกับ กำกับ ตัดต่อ อาร์ตฯ
ต่อมาคือแอดมิน เรียนเกี่ยวกับการบริหารงาน หรือโปรดิวเซอร์
สุดท้ายคือ ศึกษาหนัง เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างหนัง วิจารณ์หนัง
ที่เธอเลือกเรียนด้านนี้เพราะชอบร้องเพลง ชอบดูซีรีส์ ชอบการตัดต่อ
ระหว่างที่เรียนก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองว่าง รับทำนี้นั้นหารายได้เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ตลอด
วันไหนอารมณ์ดีหน่อยก็จะมีไลฟ์สดร้องเพลงให้แฟนคลับทางแอปพลิเคชัน TikTok ฟัง ถ้ามีคนถูกใจชอบเพลงที่ร้องก็พอได้ค่าขนมอาหารแต่ละอาทิตย์
แต่...เธอกลับไม่เคยเปิดเผยตัวตนกับใคร ไม่มีใครรู้จักเพราะค่อนข้างเป็นคนขี้อาย
แต่เวลาเรียนเธอกลับเต็มที่ไปกับมัน ตัดความเขินอายทิ้งไป แต่พออยู่นอกตำรา เฮ้อ!กลับเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย
เพราะชีวิตครอบครัวที่เราลำบาก ต้นทุนชีวิตที่ต่ำ เป็นที่ดูถูกดูแคลนแต่นั่นมันกลับทำให้เธออยู่เหนือคนอื่น
คือการที่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองมันทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเข้มแข็งและสามารถยืนหยัดสู้ เพื่อตัวเอง ครอบครัววิ่งตามความฝัน
เธอไม่เคยอายที่มีพ่อเป็นคนจน เป็นแต่ชาวไร่ชาวแต่หญิงสาวกลับพูดอย่างภาคภูมิเพราะเธอมีพ่อที่เป็นตัวอย่างที่ดี ขยันอดออม ไม่เคยคดโกงใคร มันเป็นความภาคภูมิใจที่เธอรักและศรัทธาในตัวพ่อมาตั้งแต่เด็ก
ถึงจะอดมื้อกินมื้อแต่ก็ไม่เคยงอมืองอเท้าขอใคร พ่อจะสอนลูกเสมอ "เกิดเป็นคนแค่ขยันก็ไม่อดตาย ไม่เลือกงานไม่ดูถูกเงินบาท" เพราะคำสอนเหล่านี้ถูกปลูกฝังตั้งแต่เธอยังเล็ก ๆ จนถึงทุกวัน
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตายขอแค่ขยับและซื่อสัตย์แค่นั้นพอ
"พ่อบอกแล้วใช่มั้ยไม่ต้องไปทำงานช่วยพ่อ มีหน้าที่เรียนก็เรียนเรื่องทำงานเป็นหน้าที่ของพ่อ "
ทันทีที่ลูกสาวมาถึงบ้านคนเป็นพ่อก็จัดแจงตั้งโต๊ะตักข้าวเสิร์ฟอาหารที่ลงมือทำเองจาก พืชผักปลอดสารพิษที่ปลูกเองในสวน ให้ลูกสาวสุดที่รัก
"ได้ไงคะ หนูเป็นลูกก็ต้องช่วยงานพ่อสิ จะปล่อยให้พ่อลำบากคนเดียวได้ไง!"
"นั่งเลย หนูทำเอง" ร่างบางลุกขึ้นแย่งชามข้าวจากมือพ่อ ตักข้าวใส่จากให้น้องและพ่อด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณครับ!" เด็กชายยกมือไหว้พี่สาวแบบนี้ทุกครั้งเพราะมีครูดีอยากพ่อคอยสอนให้รู้จักมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่
"น้องชายพี่น่ารักที่สุดเลยไว้พรุ่งนี้พี่จะพาไปซื้อของ" ใบหน้าหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ไม่มีอะไรสุขใจเท่าได้อยู่กับคนที่รัก
ชีวิตในเมืองกรุงชั่งเปล่าเปลี่ยว เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวต้องใกล้บ้านวิ่งตามความฝัน ดิ้นรนทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อความอยู่รอด
สังคมที่วุ่นวายเต็มไปด้วยความแก่งแย่งชิงดี ไม่มีญาติสนิทหรือมิตรสหายที่จริงใจ ทำให้เธอกลายเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะไม่มีใครอยากผูกมิตรกับคนจนอย่างเธอ
แต่ทุกครั้งที่ได้กลับบ้านเธอเหมือนเป็นคนละคน เธอสดใสยิ้มเก่งเป็นที่รักของเด็กๆ และผู้ใหญ่แถวนั้น
"มีเงินก็เก็บไว้ ซื้อข้าวของให้ตัวเองไม่ใช่ซื้อให้แต่พ่อกับน้อง" เพราะเห็นลูกเป็นคนประหยัด แต่พอกลับบ้านมาที กลับสิ้นเปลืองเงินให้กับพ่อและน้องเลยทำให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกไม่ค่อยดี
ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นพ่อกลับต้องอาศัยลูกทุกอย่าง
"ดาวไม่อยากได้อะไรคะ แต่มีคนอยากได้ของเล่นใช่มั้ย"
นับดาวหันไปยิ้มให้น้องชายที่อ้อน อยากได้ของเล่น หุ่นยนต์บังคับวิทยุกับพ่อมานานแต่ก็ไม่ได้สักทีเธอเห็นแล้วอดที่จะสงสารน้องไม่ได้
เลยควักเงินในกระเป๋าที่เก็บไว้เพื่อจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้น้องล่วงหน้า
"พ่ออ๊ะ ชอบคิดมาก ดาวเป็นพี่คนโตเป็นลูกสาวพ่อดาวก็ต้องหาเงินเลี้ยงพ่อกับน้องสิคะ!" หญิงสาวทำหน้าอ้อนเอียงหน้าถูแขนพ่อไม่ต่างอะไรกับลูกแมวตัวน้อย ๆ
"เราก็แบบนี้ตลอด ตามใจแต่อยากใช่สุรุ่ยสุร่ายก็พอเผื่อเวลาเดือดร้อนจะได้ไม่ลำบาก"
คนเป็นพ่อได้แต่ยิ้มอย่างปลื้มปีติที่ลูกสาวที่เขาเลี้ยงมากับมือเป็นเด็กกตัญญูรู้คุณ แบบนี้เวลาเขาจากไปเขาก็เชื่อได้ว่าพี่น้องจะไม่ทอดทิ้งกัน!
สายตาคนเป็นพ่อได้แต่มองลูกสองคนแล้วแอบถอนหายใจ เพราะไม่รู้จะได้อยู่เห็นความสำเร็จของลูกถึงวันไหน...
"ส่วนมึง!" ชายหนุ่มชี้หน้าด่าหญิงสาวที่ยังคงนั่งลอยหน้าลอยตา ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเปรี้ยงผ้าอย่างไม่อาย สายตาเขาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยโทสะ ความเคียดแค้นเกลียดชัง
"ถ้าม๊ากูเป็นอะไรไปมึงคนแรกที่กูจะฆ่า!" เขาตะเบ็งเสียงใส่เธออย่างเหี้ยมโหด ยิ่งเห็นท่าทียั่วยวนของหญิงสาวมันยิ่งทำให้เขานึกรังเกียจผู้หญิงตรงหน้าอยากหาที่เปรียบไม่ได้
เธอมันน่ารังเกียจยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือซะอีก!
"ไอ้สไนเปอร์!!"
"เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับหนูนับดาว เพราะม๊ามึงมันบ้า!!"
เมื่อได้ยินผู้เป็นพ่อพูดแบบนั้นไฟแค้นในกายยิ่งลุกโชน สายตาเย็นชาเปลี่ยนเป็นดุดันและเลือดเย็นขึ้นมาทันที
"หึ...ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ปืนกับพี่กันต์สองคนนั้นเขาถึงเกลียดพ่อ" เขาหัวเราะในลำคออย่างเยิ้มหยัน
เพี๊ยะ!!!
"กูเลี้ยงมึงมาให้มึงมายืนด่ากูแบบนี้รึไง! ไอ้ลูกสารเลว!!"
ยิ่งเห็นอารมณ์ผู้เป็นพ่อเดือดดาลขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสะใจ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาตัวเขากับแม่ได้รับผลกระทบจากนิสัยและสันดานชั่วๆ ของพ่ออยู่ไม่น้อย
แม่กลายเป็นคนซึมเศร้าวันๆเอาแต่นั่งเหม่อร้องไห้อยู่คนเดียว
ส่วนเขาที่เห็นสภาพแม่แบบนั้นแต่กลับทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งมองแม่ด้วยความเจ็บปวดใจ
เขากลายเป็นคนเก็บกด มีพฤติกรรมรุนแรงแต่ปกปิดซ่อนมันไว้ไม่ให้ใครรู้ มีเพียงเพื่อนรักอย่าง อชิ อชิระ ที่คอยช่วยปลอบใจหาที่ให้เพื่อนได้ระบายความเจ็บปวดลงไปได้บ้าง
"ออกไปได้แล้ว!"
"ไว้กูเสร็จธุระ กูจะไปดูม๊ามึงเอง!" เมื่อเห็นลูกชายโกรธจัด ผู้เป็นพ่อก็พยายามใจเย็นลง ขบกรามแน่นกัดฟันพูด
"เชิญเอากันให้สะใจก่อนที่อีผู้หญิงคนนี้จะกลายเป็นศพ!"
สไนเปอร์หันไปมองหญิงสาวด้วยสายตาเลือดเย็น แต่ถึงจะอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่มีท่าทีนึกกลัวกับคำขู่ของลูกเลี้ยงหนุ่มแม้แต่น้อย
แต่ทว่ากลับยิ่งยั่วยวนอารมณ์โทสะเขาให้เพิ่มขึ้นมากกว่า ด้วยที่ร่างอรชรลุกขึ้นเดินตรงมาหาผู้เป็นพ่อ
"หรือป๊านิยมนอนกับศพ! เพราะจากเท่าที่ดู อีนี่มันก็ซากศพเน่าๆดี ๆนี่เอง"
"หึ..." สไนเปอร์มองร่างกายเปลือยเปล่าอีกครั้งแล้วนึกสมเพชพ่อ หน้าตาที่โทรมเหมือนซากศพดูก็รู้ว่าผ่านการใช้ชีวิตมาแบบไหน
คงจะทั้งดื่ม เที่ยวและมั่วผู้ชาย ถึงตัวเองจะไม่ใช่คนดีอะไรมากมายแต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อ นับดาวเธอชั่งน่ารังเกียจ รังเกียจกว่าอะไรบนโลกที่เขาเคยรังเกียจ
"หุบปากมึง! แล้วออกไป!ก่อนที่กูจะหมดความอดทน!" ผู้เป็นพ่อได้ยิ่งแบบนั้นก็ยิ่งโมโหแต่ด้วยความเป็นพ่อลูกไม่อยากลงไม้ลงมืออะไรไปมากกว่านี้เพราะที่ลูกชายก้าวร้าว เจ้าอารมณ์แบบนี้ตัวเองก็มีส่วน
ด้วยความที่เป็นคนเจ้าชู้มักมากมาแต่ไหน ทำให้แม่ๆ ของลูกต้องเสียใจคนแล้วคนเล่า
แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิดและสำนึกกับการกระทำ
มันผิดต่างกันตรงที่แม่ของปืนและกันต์ ที่เด็ดเดี่ยวและจริงจังกว่าแม่ของสไนเปอร์ ที่รักและเทิดทูนสามีเพราะเชื่อในลมปาก คำหวานหู
แต่แม่ของลูกชายคนโตและคนกลางเธอกลับเลือกที่จะเจ็บครั้งเดียว จับได้ว่าสามีนอกใจเล่นชู้กับผู้ช่วยสาว
ด้วยความที่โตมาในครอบครัวนักธุรกิจเธอเด็ดเดี่ยวขอหย่าขาดจากสามี ฟ้องศาลขอสิทธิ์ในการเลี้ยงลูกคนเดียว
และฟ้องผู้ช่วยสาวแทบหมดเนื้อประดาตัว ก่อนจะตัดสินใจหอบลูกชายทั้งสองกลับไปอยู่กับอากงต่อธุรกิจครอบครัวที่จีน
โดยมีปรเมศวร์หรือปืนเป็นตัวแทนของแม่สู้ทนทำงานตั้งแต่เด็กจนแม่จากไป ส่วนกันต์พอแม่เสียก็ทำตามฝันไปๆ มาไทยจีน
แต่สามพี่น้องก็ไม่เคยขาดการติดต่อ เพราะรู้ว่าสันดานพ่อเป็นยังไงก็มีความเป็นห่วงน้องชายถึงจะคนละแม่แต่เลือดก็ค้นกว่าน้ำ
แต่ก็ไม่ได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของพ่อ ว่าทำอะไรกับน้องชายไว้บ้าง
"เข้าไว้ถ้าม๊าเป็นอะไรคนที่จะตายตามม๊าไปคือมึง!" สไนเปอร์ชี้หน้าด่าหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว
เพราะตอนนี้ถึงแม่จะพ้นขีดอันตรายแต่ก็ไม่รู้จะฟื้นคืนกลับมาเป็นแม่คนเดียวของเขารึเปล่า
………..
โรงพยาบาล
"ขอบคุณมานะซอนบี ที่ช่วยดูแลแม่ให้เปอร์" ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาแฟนสาวที่คบกันมาได้สักระยะ เขาพูดและยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น
แต่กว่าเขาจะสงบสติอารมณ์ทำตัวให้เป็นปกติได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร
"เจ็บมั้ยเราทำแผลให้" แฟนสาวพอเห็นเลือดที่มุมปากแฟนหนุ่มก็จูงมือเขาเดินไปที่ห้องพยาบาลจัดแจงทำแผลให้เองด้วยที่เธอเรียนด้านนี้มาโดยเฉพาะ
"เปอร์รักซอนบี มากรู้มั้ย อยู่กับเปอร์อย่าทิ้งเปอร์ได้มั้ย!" ท่อนแขนแกร่งคว้าเอวคอดดึงเธอเข้ามากอด น้ำเสียงสั่นเครือจนคนในอ้อมกอดถึงกับตกใจเพราะแฟนหนุ่มกำลังร้องไห้
วันนี้แทนที่เขาจะได้ชัยชนะมาครอบแต่กลับต้องเสียมันไปและยังเกือบต้องเสียแม่ไปอีกคน
ความเข้มแข็งมันหายไปหมด ตอนนี้เขาต้องการใครสักคนสักคนที่กอดเขาไว้และเข้าใจเขามากที่สุด
"ไปขับรถเล่นกันดีกว่ามั้ย เปอร์ดูเครียดๆ นะ" แฟนสาวลูบหัวปลอบประโลมแฟนหนุ่มด้วยความเข้าใจเพราะเธอรู้เรื่องทุกอย่างของเขาดี
"ไปกันเราอยากอยู่กับเปอร์ อยากเห็นเปอร์ยิ้ม ไม่ใช่ร้องไห้งอแงเป็นเด็กแบบนี้!"
สิ้นคำพูดร่างบางก็เดินจูงมือแฟนหนุ่มออกไปจับรถเล่น กินลมชมวิวบรรยากาศกรุงโซลในยามราตรี
และจมลงที่ห้องนอนของแฟนสาวก่อนเธอจะตกลงปลงใจมอบกายเธอหวงแหนให้เขาได้เชยชม
ชายหนุ่มก้มลงทาบร่างลงบนตัวของเธอจับจูงมือเธอพาเดินเข้าสู่กองไฟเสน่หาให้เปลวไฟร้อนแรงแผดเผาร่างไปด้วยกัน
ต่างฝ่ายต่างมอบความหอมหวานผ่านบทเพลงรักอันสุดแสนจะหวานซึ้งแต่ดุดันและเร่าร้อนผ่านค่ำคืนอันเหน็บหนาว
เธอเลือกที่จะมองความบริสุทธิ์ในเขาในวันนี้เพื่อเป็นรางวัลปลอบใจ ให้คนตัวโตที่ตอนนี้กำลังอ่อนแอให้เขามีแรงลึกยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง
"เราแต่งงานกันนะตอนนี้เปอร์พร้อมแล้วที่จะดูแลซอนบี" ร่างหนากระชับกอดคนตัวเล็กในอ้อมกอดไว้แน่น
" ซอนบีรักเปอร์นะ รักเปอร์มากกว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้" คนตัวเล็กในอ้อมแขนก็ช่างออดอ้อนเอาใจแฟนหนุ่มเพราะเธอรอเวลานี้มานานรอวันที่เขาและเธอจะได้ใช้ชีวิตครองคู่รักอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต
.......
2 เดือนต่อมา
"เปอร์!" แฟนสาวทันทีที่เห็นหน้าแฟนหนุ่มที่ตอนนี้เขาพาแม่ ย้ายออกจากบ้าน มาซื้อบ้านหลังใหม่อยู่ตามประสาสองคนแม่ลูก
ด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ตัวเองหามาได้ เดินเข้าไปสวมกอดเขาด้วยความคิดถึง หลังจากที่ฝ่ายชายต้องบินไปคุมกองถ่ายภาพถึงต่างประเทศนานเป็นอาทิตย์
"มีอะไรรึเปล่าถึงยิ้มหน้าบานแบบนี้"
เวลาอยู่กับเธอเขาจะเป็นคนละคน อ่อนโยนอบอุ่นแต่เวลางานใครก็อย่างหาญกล้าเข้าหน้าเพราะเขาจะหน้านิ่งจริงจังอยู่ตลอดเวลา
"ของขวัญให้ว่าที่คุณพ่อค่ะ!" แฟนสาวยื่นที่ตรวจครรภ์ให้แฟนหนูที่ตอนนี้ยืนนิ่งอึ้งเหมือนโลกมันหยุดหมุน
"พะ...พ่อ?" เขาพูดตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น
"ไม่ดีใจเหรอ?" จนแฟนสาวถึงกับหน้าถอดสี หรือเขาจะคิดว่าเธอตั้งใจปล่อยตัวเองให้ท้องเพื่อเอาลูกมาเป็นเครื่องผูกมัดเขากันนะ
แต่เพราะเธออยากให้เขามีความสุขคิดว่าถ้ามีลูกมีเด็กเล็กๆ สักคนแฟนหนุ่มคงจะมีความสุขมากกว่านี้
แต่เธอลืมนึกไปว่าตอนนี้เขาพึ่งประสบความสำเร็จกับหน้าที่การงาน
ที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก จะมีสักกี่คนที่สร้างฐานะมีเงินทองอำนาจมีทุกอย่างได้แบบนี้
เขาพึ่งจะอายุ 24 แต่กลับเป็นที่รู้จักในแวดวงนี้เป็นมาเฟียทางจอดิจิตอล เธอลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปซะสนิทคิดแค่ว่าอยากเห็นคนที่เธอรักมีความสุข
"ซอนบีขอโทษคือเราลืมนึกไปว่าอนาคต..."
หมับ!!
"เปอร์รักซอนบี ที่สุด!" แต่มันทันทีแฟนสาวจะได้พูดจบสไนเปอร์ที่เหมาะสติหลุดดึงสติตัวเองให้กลับมาสวมกอดแฟนสาวด้วยความดีใจ
เพราะตัวเขาเองก็มีทุกอย่างเขาตั้งใจเรียนทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อจะได้สร้างฐานะตั้งตัวยืนหยัดด้วยตัวเอง
เพราะไม่อยากอยู่ใต้ โอวาทของพ่อเพราะแม่เขาไม่มีอะไรเป็นเพียงผู้หญิงจนๆ แต่ที่ตัวเขาเองมีทุกวันนี้นี้ได้เพราะความอดทนขยับและพี่ชายทั้งสองถึงจะไม่ได้เจอหน้ากันบ่อย
แต่พี่ชายก็ไม่เคยทิ้งน้องคอยให้คำปรึกษามาโดยตลอด
"เปอร์ดีใจมากเลยมั้ยที่เราจะมีลูกด้วยกัน" เพราะเห็นพฤติกรรมของพ่อมาตั้งแต่เด็กถึงจะชอบใช้ความรุนแรงแต่กลับแฟนสาวที่เขารักเธอและเธอก็รักเขามันทำให้หัวใจที่ บอบช้ำมีแรงพลัง
ต่อสู้กับทุกอย่างเขาตั้งปณิธานให้ตัวเองว่าจะรักและซื่อสัตย์กับคนรักเพียงคนเดียว จะไม่ทำให้เธอร้องไห้เสียใจเหมือนที่พ่อทำกับแม่
และเขาก็ทำได้เพราะทั้งชีวิตมีเพียงผู้หญิงสองคนที่เขารัก ไม่สิสามคนคือน้องสาวตัวน้อยลูกพี่ชายนามว่าเบบี๋อีกคนที่เขารักและจะปกป้องพวกเธอ
……
"หึ...ท้องเหรอ ดีใจไปเถอะยังไงพี่เปอร์ก็ต้องเป็นของซึนยอน"
"เธอจะทำแบบนี้จริงเหรอนั้นพี่สาวเธอนะ!"
"พี่สาวแล้วไง สนใจด้วยเหรอ"
"โอเคไม่มีปัญหางานนี้ฉันช่วยเธอเต็มที่!"
สองสาวเพื่อนรักแอบอยู่ที่มุมตึก เมื่อน้องสาวแท้ๆคิดจะแย่งแฟนพี่สาว
แต่เธอยังไม่รู้ตัว ว่าเพื่อนสาวของเธอก็จุดหมายปลายทางอยากนอนเปลือยกายแนบชิดสัมผัสความเป็นชายของเขาสักครั้ง
เพราะตั้งแต่วันนั้นที่เธอได้เจอกับเขาก็เอาแต่เฝ้าฝันอยากจะร่วมรักมอบบทเพลงอันเร่าร้อนซาบซ่านให้เขาสักครั้ง
เพราะเธอมั่นใจในลีลารสสวาทว่าจะสามารถจับเขาได้อยู่หมัดเหมือนที่พ่อชายหนุ่มลุ่มหลงในรสกามที่เธอปรนเปรอให้
"เป็นไงบ้างเหนื่อยมั้ย!" ทันทีที่แฟนหนุ่มเดินเข้าบ้านแฟนสาวที่ตอนนี้รับหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวดูแม่ที่ป่วยเดินเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่มด้วยความคิดถึง
หลังจากวันนั้นทั้งสองก็ได้จบทะเบียนสมรส และย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านฝ่ายชายโดยที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
เพราะจำนวนเงินก้อนโต ที่สไนเปอร์มองให้มันมากมายจนพวกเขาไม่สนใจในตัวลูกสาว
จะมีแค่เพียงผู้น้องสาวที่ไม่พอใจเพราะตัวเองก็แอบรักสไนเปอร์ตั้งแต่ยังเป็นแค่เพื่อนกับพี่สาว
คิดหาทางที่จะแยกสามีพี่ทุกวิถีทาง
"เปอร์ไม่เหนื่อยแล้วซอนบีล่ะเหนื่อยวันนี้แพ้ท้องมากมั้ย ขอโทษนะช่วงนี้เรามีงานทุกวันเลยไม่มีเวลาดูแล" มือหนาลูบหัวแฟนสาวอย่างอ่อนโยน
"นิดหน่อย แต่พรุ่งนี้วันหยุดเราไปเที่ยวกันนะ พอดีป๊าม๊าอยากคุยเรื่องแต่งงานของเรา ส่วนเรื่องม๊าเราให้เพื่อนมาช่วยดูแลแทนวันหนึ่ง" แฟนสาวพูดอย่างออดอ้อน
"ไม่มีปัญหา อะไรที่ทำให้คุณแม่สบายใจ พ่อคนนี้ทำให้ได้ทุกอย่าง!"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มพูดพลางปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มนวล ก่อนกลีบปากนุ่มจะประทับจูบมองจุมพิตอันแสนหวานให้แฟนสาว
พรึบ!
"ก่อนมื้อค่ำ" ร่างบางถูกช้อนอุ้มเดินตรงไปยังห้องนอน เพียงแค่ไม่กี่นาทีต่อมาเสื้อผ้าหลุดลุ่ยออกจากตัวไม่เหลือสักสิ้น
สองร่างเปลือยเปล่าจ้องหน้าสบตากันก่อนจะมอบบทเพลงรักอันหอมหวาน มอบความสุขทางกายผ่านท่วงท่าอันเร่าร้อนให้แก่กันและกัน
วันรุ่งขึ้น...
"พี่เปอร์ สวัสดีดีค่ะ" ซึนยอนวิ่งเข้ามาเกาะแขนแฟนพี่สาวทันทีที่เขาลงจากรถ
"....." ชายหนุ่มไม่พูดอะไรปัดมือหญิงสาวออกแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้แฟนสาว
"ขอบคุณค่ะ!"
ยิ่งชายหนุ่มเมินใส่ยิ่งสร้างความแค้นในใจให้ซึนยอน แต่เธอก็ทำได้เพียงยืนกำหมัดและแอบยกยิ้มมุมปากเพราะนี่มันเป็นแผนการที่เธอกับเพื่อนสาววางไว้
ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรเป็นแค่เพียงการนัดทานข้าวพูดคุยฉันครอบครัวแต่ทว่า....
"สวัสดีค่ะทุกคน" ทันทีที่แขกไม่ได้รับเชิญปรากฏตัว สไนเปอร์ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
"นับดาว! มาได้ไงอะ" ซึนยอนพูดทักทายเพื่อนสาว
"พอดี...ดาว" แต่เธอกลับเอาแต่จ้องหน้าชายหนุ่มที่ตอนนี้นั่งนิ่งกำหมัดแน่น
จนแฟนสาวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ด้วยสัญญาณเธอรับรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวที่พึ่งเดินเข้ามาคิดยังไงกับสามีเธอ
"เปอร์ว่าเราไปกันเถอะ เปอร์อยากอยู่กับซอนบีตามลำพัง!"
พรึบ!
สิ้นคำพูดร่างสูงลุกพรวดจูงมือแฟนสาวออกจากตรงนั้นทันที เพราะเขาไม่รู้ว่าจะควบคุมตัวเองได้นานแค่ไหน แต่เห็นหน้าผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นเขาก็อยากจะระเบิดอารมณ์โทสะใส่เธอ
"มีอะไรรึเปล่าคะ" แฟนสาวเอ่ยขึ้นหลังจากเดินห่างออกจากตรงนั้น ด้วยความเป็นห่วง
"ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ทำให้ม๊าเจ็บ!" สายตาเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นทันทีที่นึกถึงเรื่องนี้
ก่อนจะเล่าทุกอย่างให้แฟนสาวฟัง
"แล้วแบบนี้แสดงว่าเธอ.." แฟนสาวพอได้ฟังก็ถึงกับช็อกอ้าปากค้าง
"แต่ช่างเถอะตอนนี้เปอร์ไม่สนใจอะไรแล้วนอกจากเรื่องของเรา"
ชายหนุ่มดึงร่างแฟนสาวเข้ามากอดด้วยความหวงแหน เขาเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดที่มีเธอผู้หญิงที่แสนดีเป็นแฟนและพร้อมที่จะยืนเคียงข้างเขาไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน
"ไปเดินเล่นทางโน้นกันดีกว่า"
สองหนุ่มสาวเดินจูงมือกันชื่นชมบรรยากาศชายทะเล พูดกระซิบหยอกล้อเล่นกันเหมือนคู่รักหนุ่มสาวทั่วไป
โดยไม่ได้สนใจว่ามีใครบางคนจับตามองดูการกระทำของทั้งคู่อยู่
………
"ทำตามที่ฉันบอกถ้าเธออยากได้เขาเป็นของตัวเอง!" หญิงสาวกร้านโลกพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่เห็นชายหนุ่มที่เธอหมายปองไม่สนใจเธอทำเหมือนเธอเป็นเศษดินไร้ค่า เลยคิดที่จะยืมเพื่อนสาวกำจัดมารหัวใจให้พ้นทาง
และเมื่อทุกอย่างสำเร็จชายหนุ่มก็จะเป็นของตัวเอง
"เอ่อๆ แค่นี้ก็ต้องใช้อารมณ์ "
"แต่อย่าลืมนะว่านั้นพี่สาวฉันแค่เล่นๆ นะไม่ใช่เอาจริง!" ซึนยอนถึงจะอยากได้แฟนพี่จนตัวสั่นไม่ถึงกับอยากทำร้ายถึงขนาดเลือดตกยางออก
"รู้แล้วน่ะ พอพี่สาวเธอออกไปเธอก็จัดการรวบหัวรวบหางร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายแค่นั้นก็จบ" เพื่อนสาวพูดอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นอีกคนทำถ้าลังเล
"แล้วทำไมต้องนัดพี่ซอนบีออกไปไกลขนาดนั้นด้วย" ซึนยอนถามอย่างสงสัย
"โอ๊ยตกลงจะเอามั้ยผู้ชาย ถ้าไม่เอาจะได้กลับ!" เมื่อเห็นเพื่อนเซ้าซี้อีกฝ่ายก็ทำท่าจะไม่ช่วย!
"เอาๆ ช่วยฉันหน่อยนะ" เพราะความอยากได้ผู้ชายของพี่ทำให้ความผิดชอบชั่วดีในใจของซึนยอนหายไปหมด
ส่วนคนที่ดีใจที่สุดจะเป็นใครที่ไหนได้นอกจากเพื่อนรักที่แอบยิ้มร้าย ถ้าเธอได้ลงมือไม่มีคำว่าเล่นเพราะถูกอย่างเธอได้วางแผนไว้หมดแล้วเหลือแค่รอเวลา
ตอนเย็น
"พี่เปอร์ค่ะพอดีโทรศัพท์ซึนยอนหายอยู่แถวนี้ เออคือว่าขอยืมโทรศัพท์พี่โทรหาได้มั้ย"
ซึนยอนที่เห็นสไนเปอร์ออกมาคุยงานเลยใช้โอกาสนี้เพื่อทำตามแผนที่วางไว้
"อย่านานนะ" สไนเปอร์พูดอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมยื่นโทรศัพท์ให้หญิงสาวโดยที่ไม่ได้คิดอะไร ก่อนจะเดินกลับไปหาแฟนสาวที่อยู่ไม่ไกล
"หึ...ทำเป็นเมินไปเถอะ! ยังไงพี่ก็ต้องเป็นของซึนยอน!" หญิงสาวได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างตาละห้อยก่อนจะมองหน้าจอแล้วยิ้มร้าย
"คืนนี้เจอกันที่ริมชายหาดผมมีอะไรจะให้คุณ!"
(ข้อความถูกส่งออก)
"หึ...แค่นี้ก็เรียบร้อย!" ซึนยอนยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินถือโทรศัพท์ไปคืนให้เจ้าของเครื่อง และมองพี่สาวที่กำลังนอนพักผ่อนโดยมีแฟนหนุ่มคอยพัดวีให้
ด้วยที่รู้จักพี่สาวดี ที่ส่งข้อความไปแบบนั้นเธอจะไม่ถามแฟนหนุ่มเพราะปกติแฟนหนุ่มจะชอบเซอร์ไพรส์เธอแบบนี้เป็นประจำ
……….
"หึ...มีเซอร์ไพรส์อะไรรักนะ!" ซอนบีเปิดอ่านข้อความ ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกว้าง แฟนหนุ่มต้องเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงานแน่นอนเพราะเธอเห็นกล่องแหวนที่เขาเอาติดตัวมาด้วยและตอนนี้แฟนหนุ่มก็กำลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
"เปอร์ เดี๋ยวเราไปรอข้างนอกนะ!" เธอตะโกนบอกแฟนหนุ่ม เพราะนัดกันไปที่ชายหาดจริงๆ
"ครับ!แล้วเปอร์จะรีบตามไป ดูแลตัวเองด้วยเปอร์เป็นห่วง" เขาขานรับอย่างอารมณ์ดีเพราะทุกอย่างเขาได้เตรียมการที่จะขอแฟนสาวแต่งงานจริง
"งั้นไปนะ!" หญิงสาวยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหยิบเสื้อคลุมเดินออกจากห้องไป
"แฟนพี่ฉันขอนะ!" ซึนยอนที่แอบอยู่รีบเอากุญแจสำรองที่แอบไปขอกับทางโรงแรม ทางผู้จัดการเห็นมาด้วยกันและยังเป็นครอบครัวเดียวกันเลยให้มาโดยไม่ได้คิดอะไร
เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องและไม่ลืมที่จะล็อคประตูเพื่อที่จะจัดการกับชายหนุ่มที่กำลังอาบน้ำ โดยไม่รู้ตัวว่าแฟนสาวกำลังมีอันตราย!