บนโซฟาขนาดใหญ่กลางห้องนั่งเล่น มีร่างหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังทำกิจกรรมรักร่วมกันอย่างเมามัน
“อ๊า~ พะ พี่นาย... ระ แรง เกินไปแล้วว อ๊า~” เสียงร้องครวญครางของหญิงสาวเพราะถูกกระแทกด้วยความดุดัน
เพียะ-!
แทนที่จะฟังคำพูดของเธอ ฝ่ามือของซีนายฟาดไปที่บั้นท้ายกลมกลึงจนเป็นรอยนิ้วมือ
“พูดมาก”
สำหรับเขาเรื่องอย่างว่าไม่เคยอ่อนโยนอยู่แล้ว ในเมื่อผู้หญิงพวกนี้มาประเคนให้ถึงที่เอง ทำไมเขาต้องอ่อนโยนกัน
“พี่นายคะ เราเปลี่ยนไปทำที่ห้องนอนพี่ได้ไหม? โมเมื่อยแล้ว” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
ปึก-!
ซีนายยิ่งกระแทกแรงกว่าเดิม “อย่าหวังไปหน่อยเลย”
ทำไมเขาถึงจะไม่รู้ว่าทำไมผู้หญิงพวกนี้ถึงพยายามให้เขาพาไปมีอะไรที่ห้องนอน เพราะตามคำบอกเล่าบรรดาผู้หญิงที่เคยมีอะไรกับเขา ซีนายไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าไปที่ห้องนอนแม้แต่ครั้งเดียว
เพราะอย่างนี้ทุกคนที่มาลิ้มลองต่างพากันออดอ้อนสุดมารยาที่ตัวเองมี แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะซีนายไม่เคยใจอ่อนพาใครเข้าไปยังห้องนอนเลย
“อื้อ~ พี่นายใจร้าย” แม้จะพูดอย่างนั้น แต่สะโพกของเธอก็รู้งานเด้งสู้กลับเช่นกัน ทำเอาซีนายถึงกับสูดปากด้วยความเสียวซ่าน
“ซี๊ด~ อย่างนั้นแหละ เดี๋ยวพี่มีรางวัลให้” ซีนายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เขาบอกแล้วว่าผู้หญิงพวกนี้เข้ามาหาเขาเพราะเรื่องแบบนี้ทั้งนั้น แต่ใครจะไปสน เพราะตัวเขามันเพลย์บอยตัวพ่ออยู่แล้ว ไม่คิดคบใครเป็นตัวเป็นตน และผู้หญิงที่เข้ามาแต่ละคนย่อมรู้เรื่องนี้ดี
ใช่ ผู้หญิงในมหาฯลัยทุกคนรู้ชื่อเสียงของซีนายดี ว่าเรื่องลีลาของเขาเด็ดขนาดไหน ทั้งหล่อ ทั้งรวย และเน้ดดุขนาดนี้ ใครบ้างไม่อยากลอง
ในระหว่างที่พวกเขากำลังเข้าได้เข้าเข็มกันอย่างเมามันอยู่นั้น ทั้งสองคนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าประตูห้องกำลังถูกเปิดออก เพราะเสียงครางของพวกเขากลบเสียงกดรหัสประตูหมดแล้ว
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
“นาย เป็นไงบ้างอาการดะ... กรี๊ดดด-!” คนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาถึงกับกรีดร้องด้วยความตกใจ เนื่องจากเห็นภาพอุจาดตาที่สุดในชีวิต
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำเอาคนที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มกันอยู่นั้น ได้หยุดชะงักกลางคัน พร้อมกับหันไปมองที่ประตูด้วยความพร้อมเพรียง
“เฮ้ย-! ลินทะ...โอ๊ย!” ซีนายยังพูดไม่เป็นประโยคด้วยซ้ำ ก็ถูกถุงโจ๊กร้อน ๆ ที่ปาลินหิ้วมาโยนใส่ที่ใบหน้าเต็มแรง
“กรี๊ดดดด อีนาย อีชั่ว! อีโรคจิต! กรี๊ดดด!!” ปาลินร้องโวยวายราวกับคนไม่มีสติ ก่อนจะรีบวิ่งหนีเข้าไปยังห้องตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของซีนาย
หลังจากปาลินเข้ามายังห้องของตัวเองได้แล้ว เธอก็ไม่ลืมล็อกประตูให้เรียบร้อย แล้วรีบพาตัวเองเข้าไปยังห้องนอนเพื่อสงบสติอารมณ์
หญิงสาวกระโดดขึ้นเตียงนอนแล้วเอาใบหน้าซุกหมอนพร้อมกับกรีดร้องออกมาสุดเสียง เพื่อระบายอารมณ์ของตัวเองออกมา
“กรี๊ดดดดดด-! อีนาย”
สารภาพว่าเกิดมายี่สิบเอ็ดปี เธอยังไม่เคยเห็นอะไรที่มันกลายเป็นภาพติดตาแบบนี้ สติเธอหลุดหายไปแล้วมั้ง
แต่จะโทษฝั่งนั้นก็ไม่ถูก ซีนายนิสัยเป็นยังไง เธอเองก็รู้ดี เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนกันมานาน เรียกว่ารู้ไส้รู้พุงของกันและกันดีกว่า
แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าเพื่อนชายตัวดีของเธอมันใช้ข้ออ้างว่าป่วย เพื่อเอาสาวมาอึ๊บที่ห้องแบบนี้ ถ้าซีนายบอกเธอดี ๆ ว่าเอาสาวมาที่ห้อง เธอก็ไม่พรวดพราดเปิดประตูไปแบบนั้นหรอก
ทางด้านซีนาย
หลังจากปาลินวิ่งหนีกลับห้องตัวเองไปแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ได้เข้าสู่สภาวะปกติ แต่ที่ไม่ปกติจะเห็นเป็นซีนาย…
“พี่นายคะ เรามาต่อกันไหม? พี่ยังไม่เสร็จไม่ใช่เหรอคะ?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความออดอ้อน
หญิงสาวหน้าตาน่ารักที่อยู่ในสภาพเปลือยกาย กำลังใช้มือของตัวเองลูบไล้ไปยังส่วนตัว ๆ ที่เป็นจุดอ่อน เพื่อกระตุ้นอารมณ์อีกครั้ง
“จิ๊ โมกลับไปก่อนพี่อยากอยู่คนเดียว” ซีนายพูดอย่างเสียอารมณ์ พร้อมกับปัดป้องมือของเธอออกไปจากตัวเขา
“ตะ แต่ว่า”
“อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำ”
หญิงสาวเม้มปากเป็นเส้นตรง เธอรับรู้ได้ว่าชายตรงหน้ากำลังอารมณ์ไม่ดี
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายไปทั่วห้อง สายตาเธอเหลือบมองเป็นระยะ ๆ ว่าซีนายจะรั้งเธอไว้หรือไม่
สรุปไม่มีแม้แต่สายตาที่จ้องมองมา เธอเห็นแต่ชายหนุ่มกำลังใจจดใจจ่อกับสมาร์ตโฟนของตัวเอง ไม่แม้แต่จะมองดูเธอเลยสักนิด
หลังจากที่ทั้งคู่แต่งตัวเสร็จแล้ว ซีนายก็ลงมาส่งหญิงสาวที่ลานจอดรถของคอนโดฯ เนื่องจากคอนโดฯ นี้ถ้าไม่มีคีย์การ์ดก็ไม่สามารถเข้า-ออก หรือใช้งานลิฟต์ได้
“เอาไว้เรามาจอยกันใหม่นะคะ” แตงโมพูดจบก็หอมไปที่แก้มของชายหนุ่มเบา ๆ ด้วยความรู้สึกเสียดาย เพราะวันนี้เธอยังสนุกไม่เต็มที่เลย
หลังจากร่ำลากันเรียบร้อยแล้ว ซีนายก็กลับขึ้นมาห้องของตัวเอง พร้อมกับนั่งลงยังโซฟาเพื่อสงบสติอารมณ์
ตอนที่สาวรุ่นน้องชวนเขาเล่นจ้ำจี้ต่อ ไม่ใช่เขาไม่อยาก แต่จู่ ๆ น้องชายของเขามันยอมเล่นด้วยเสียอย่างนั้น
“แม่งเอ๊ย-!” สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
มันเกิดขึ้นกับเขาได้ยังไงกัน เรื่องนี้รู้ไปถึงไหนอายถึงนั่นเลยนะ ฉายาหนุ่มเพลย์บอยอย่างเขาต้องมาจบเพราะเรื่องนี้เหรอ?
แต่อีกใจคิดว่าคงไม่ใช่แบบนั้น ใครมันจะไปอ่อนง่ายขนาดนั้นวะ?
ลินก็แค่เข้ามาช่วงจังหวะนั้น แล้วเขาเกิดตกใจ น้องชายเขาเลยหดตัวลงแค่นั้นเอง ยังไงผ่านวันนี้ไปก็คงดีขึ้นแล้ว
ในระหว่างที่กำลังหัวเสียอยู่นั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นถุงโจ๊กที่อยู่ในสภาพอย่างดี แม้เพื่อนสาวตัวดีจะเขวี้ยงใส่หน้าเขาเต็มแรงก็ตาม
“เฮอะ!” นึกแล้วก็แค้นที่เพื่อนตัวดีของเขา เข้ามาถูกจังหวะ
แต่จะโทษใครได้ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเขาบอกปาลินว่าตัวเขาป่วย มันก็แค่ข้ออ้างที่เขาจะให้สาวรุ่นน้องมาดูแลไง แต่ใครจะไปคิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้
ซีนายลุกไปหยิบถุงโจ๊กแล้วเดินไปยังโซนห้องครัวเพื่อแกะโจ๊กตัวเจ้าปัญหากินให้มันรู้แล้วรู้รอด!
“ลินนะลิน-!”
************
มหาวิทยาลัย KTU
โต๊ะม้าหินอ่อนรายล้อมไปด้วยกลุ่มนักศึกษาพากันนั่งเล่นตามกลุ่มเพื่อนของใครของมัน
“ลิน” เพลินเพลงเรียกคนที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ข้าง ๆ ตัวเอง ทว่าไร้วี่แววตอบสนอง
“ลิน” เพลินเพลงเรียกอีกครั้ง
“...” ปาลินยังคงนั่งเหม่อเช่นเคย
“ยัยลิน-!” นานะช่วยเพลินเพลงเรียกเพื่อนอีกแรง
เสียงตะโกนจากเพื่อนของตัวเองทำให้ปาลินถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ “ฮะ ฮะ อะไร... มีอะไรเหรอ?”
“ช่วงนี้แกดูเหมือนสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวนะ เป็นอะไรหรือเปล่า?” เพลินเพลงถามด้วยความสงสัย
“ใช่ ฉันว่าช่วงนี้แกแปลก ๆ ไปนะ” นานะเห็นด้วยกับเพลินเพลง
“ฉันดูแปลกไปเหรอ?”
“มากกกกก” ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน
ช่วงวันเวลาที่ผ่านมาพวกเธอสังเกตได้ว่าเพื่อนตัวเองแปลกไป บางครั้งนั่งเรียนอยู่ดี ๆ ก็เอามือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาราวกับเห็นอะไรบางอย่าง หรือกินข้าวอยู่ดี ๆ ก็สำลักข้าวเสียอย่างนั้น
ปาลินเม้มปากเป็นเส้นตรง เธอเองก็พอรู้ว่าตั้งแต่เจอเรื่องตอนนั้นสติเธอไม่ค่อยอยู่ดับเนื้อกับตัวจริง ๆ เรียนก็เรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง บางครั้งก็มีอาการผวาอีก
แต่ถ้าไม่เล่ามันก็อัดอั้นอยู่ในใจ แต่เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าเรื่องที่เธอเจอให้เพื่อนฟังยังไงดี
“ทำไม? จับได้ว่าลีโอมีคนอื่นเหรอ?” เพลินเพลงถามหาต้นตอสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเธอเป็นแบบนี้
“ใช่ที่ไหนเล่า!” ปาลินปฏิเสธเสียงแข็ง
“เอ้า! ถ้าอย่างนั้นแกเป็นอะไร? ฉันเห็นแกเหม่อแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ” น้ำเสียงของนานะมีทั้งความสงสัยกับปนห่วงใย
ระยะหลังมานี้เพื่อนของเธอแปลกไปจริง ๆ เธอกับเพลินเพลงยังคิดว่าอาจจะเป็นเพราะปาลินจับได้ว่าลีโอนอกลู่นอกทางก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้นเพื่อนเธอคงไม่เป็นอย่างนี้หรอก
ปาลินมองตาเพื่อนทั้งสองคน เธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธอเป็นห่วงเธอขนาดไหน แต่ประเด็นคือมันติดอยู่ที่ปากเธอนี่แหละ เพราะไม่รู้จะเล่าเรื่องที่เจอมาให้ใครฟังดี แต่พอเห็นสายตาของเพื่อนทั้งสองคนแล้ว ปาลินก็นึกใจอ่อน เธอมองซ้ายมองขวาก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เธอเจอให้เพื่อนของตัวเองฟัง
“คืองี้พวกแกคือ... ฉัน...ฉันไปเห็น...” ปาลินเริ่มเล่าสิ่งที่เธอเจอมาให้กับเพื่อนของตัวเองฟัง
ทุกวันนี้ภาพของสองคนนั้นยังตามหลอกหลอนเธอมาจนถึงทุกวันนี้ เรียกว่าติดตาเลยจะดีกว่า
หลังจากปาลินเล่าเรื่องราวสาเหตุที่เธอเจอให้เพื่อนฟังแล้ว ทั้งสองคนถึงหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ
“โอ๊ยย ยัยลิน ฮ่า ๆ ๆ ตลกว่ะ ฉันไม่รู้จะพูดคำไหนกับแกเลย ฮ่า ๆ ๆ” เพลินเพลงหัวเราะจนน้ำตาไหล หลังจากรู้ต้นตอสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเธอเป็นแบบนี้
“จริงแก ไอ้เราก็นึกว่าไปเจออะไรมา โอ๊ย... ลิน ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะของสองสาวนั้นไม่เบา ทำเอาคนที่นั่งใกล้ ๆ ต่างพากันหันมามองเป็นจุดเดียวกัน
“หยุดหัวเราะเลยนะ ไม่งั้นฉันโกรธจริง ๆ ด้วย” ปาลินเสียงแข็งใส่เพื่อนตัวเอง เพราะตอนนี้เธอทั้งโกรธและอายในเวลาเดียวกัน
สองคนที่โดนดุต่างพากันหุบปากลงเช่นเดิม แต่ก็ไม่อาจหยุดหัวเราะได้ พวกเธอพากันกลั้นขำจนไหล่สั่นไปหมด
“แกเปิดไปเห็นขนาดนั้นทำไมไม่นั่งเชียร์เป็นกำลังใจให้พวกนั้นหน่อย”
“นั่นสิ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะเข้าไปนั่งเชียร์แบบติดขอบเลย เข้าออก เข้าออก” เพลินเพลงไม่พูดเปล่า เธอปรบมือเป็นจังหวะพูดเข้า-ออก เหมือนกำลังเชียร์อยู่จริง ๆ
“จะบ้าเหรอ!” ปาลินพูดด้วยน้ำเสียงดุ
ขนาดแค่เห็นเธอยังผวาขนาดนี้ ให้เธอไปนั่งเชียร์ให้กำลังใจนี่นะ ฝันไปเถอะ!
ทั้งสองสาวได้แต่อมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางแง่งอนของปาลิน สองสาวโอบกอดเพื่อนตัวเองที่กำลังทำหน้าตาบูดบึ้ง
“โอ๋ ๆ แม่สาวเวอร์จินของพี่ ไปเจอเหตุการณ์นั้นคงทำให้ขวัญเสียไม่น้อยเลยสินะ โอ๋ ๆ” เพลินเพลงพูดด้วยน้ำเสียงทะเล้น
“วาสนาบักใด๋น้อ ที่จะได้เพื่อนฉันไปครอง” นานะพูดด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน
ปาลินได้ยินอย่างนั้นถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง “อะไร? วาสนาบักใด๋? คืออะไร?”
“คำพูดที่เขาฮิต ๆ กันตอนนี้น่ะ ถ้าแปลก็จะประมาณว่า วาสนาผู้ชายคนไหนนะ ที่จะได้ความซิงของเพื่อนฉัน” นานะพูดจบก็หันไปหัวเราะกับเพลินเพลงในความใสซื่อของเพื่อนตัวเอง
ใครจะไปเชื่อล่ะ ว่าเพื่อนพวกเธออายุก็ปาไปยี่สิบเอ็ดปีแล้ว แค่จูบกับแฟนตัวเองที่คบมานานก็ยังไม่เคยเลยสักครั้งเดียว อย่างมากก็แค่จับมือควงแขนแล้วก็หอมแก้มกันเท่านั้น
“หรือชายหนุ่มผู้โชคดีคนนั้นจะตกเป็นของลีโอน่า~”
คนที่ถูกล้อเลียนได้แต่ทำจมูกย่นใส่เพื่อนตัวเองด้วยความหมั่นไส้
ลีโอที่พวกเพื่อนเธอกล่าวถึงก็คือแฟนคนปัจจุบันของเธอเอง ทั้งคู่คบหาดูใจกันตั้งแต่เรียนอยู่ปีสองแล้ว แม้จะคบหากันมานานแต่จูบปากสักครั้งก็ยังไม่เคย อย่างมากก็แค่จับมือควงแขนกับหอมแก้มกันแค่นั้น ถึงไม่มีเรื่องนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องมันก็ไม่ใช่ปัญหาซะหน่อย เพราะความรักของเธอกับลีโอก็ยังไปได้ดี
หากจะเลิกกันจริง ๆ ลีโอก็คงเลิกนานแล้ว เพราะช่วงสมัยก่อน สภาพเธอดูแทบไม่ได้ เป็นสาวเฉิ่มคนหนึ่งเลยแหละ ทั้งใส่แว่น และยังไม่ดูแลตัวเอง ไม่รู้ว่าลีโอหลงมาชอบเธอได้ยังไง นี่เธอก็เพิ่งมาดูแลตัวเองช่วงขึ้นปีสามนี่เอง
“อ๋อ~ แสดงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่แกหนีหน้าไอ้นายเพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ?” เพลินเพลงเอ่ยถามเพื่อตัวเองด้วยความสงสัย
เธอสังเกตความผิดปกติของทั้งสองคนนี้มาได้หลายวันแล้ว ปกติกลุ่มของพวกเธอกับกลุ่มของซีนายจะชอบมานั่งเล่นด้วยกันเวลาว่าง เพราะนานะเป็นแฟนกับดรีมที่อยู่ในกลุ่มซีนาย ส่วนปาลินก็เป็นเพื่อนสนิทกับซีนาย เลยได้มานั่งเล่นด้วยกันบ่อย ๆ
นานะก็นึกสงสัยว่าทำไมพักหลังมานี้ เพื่อนของเธอถึงหนีหน้าซีนายทุกครั้งที่เจอกัน เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้นี่เอง
“ใช่น่ะสิ ใครมันจะไปสู้หน้าไหว เห็นเต็มสองตาขนาดนั้น” นึกถึงเรื่องนั้นเธอยังขนแขนลุกอยู่เลย
“อย่างว่าแหละ สาวซิงอะเนอะ เจอแบบนั้นก็ต้องผวาเป็นเรื่องธรรมดา” นานะยังคงพูดหยอกล้อเพื่อนตัวเองด้วยน้ำเสียงทะเล้น
ในระหว่างที่ทั้งสามสาวกำลังพูดคุยกันนั้น ก็ได้มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“ลิน...”
**********
ปาลินหันไปตามเสียงเรียก ก็พบว่าเป็นแฟนหนุ่มของเธอเอง ใบหน้างามยิ้มให้เล็กน้อย “ตัวไปไหนมาเหรอ?”
ชายหนุ่มหน้าตาดีเดินไปนั่งข้าง ๆ แฟนสาวพร้อมกับตอบคำถาม “พอดีอาจารย์เรียกให้ไปหาน่ะ” ลีโอพูดด้วยรอยยิ้ม “แล้วนี่... คุยอะไรกันอยู่เหรอ?”
ปาลินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำถามจากแฟนหนุ่ม ต่างจากเพลินเพลงกับนานะพากันหัวเราะให้กับท่าทางลุกลี้ลุกลนของเพื่อนตัวเอง
“ก็คุยเรื่องทั่ว ๆ ไปแหละไม่มีอะไรหรอก” ปาลินปฏิเสธเสียงแข็ง
“งั้นเหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม
“อือ”
ลีโอเห็นอย่างนั้นก็เออออตามน้ำ ไม่อยากซักไซ้แฟนสาวให้มากความ
“ตัวมีเรียนอีกไหม?” ปาลินแสร้งเปลี่ยนเรื่องคุย
“เหลืออีกวิชาครับ แล้วตัวล่ะ?” ลีโอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ความหวานและการคุยแบบเสียงสองของทั้งสองคนทำเอาคนรอบข้างถึงกับมองบน เพราะไม่ว่าผ่านมานานขนาดไหนเพลินเพลงกับนานะก็ไม่ชินสักที
ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น แขนของปาลินก็ถูกมือของใครบางคนจับเอาไว้
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดุดัน
ดวงตาเธอเบิกกว้างราวไข่ห่าน เพราะคนที่มาจับแขนเธอไม่ใช่ใครที่ไหน...
“นาย...”
“ขอยืมตัวลินแป๊บนะ” ซีนายหันไปพูดกับแฟนหนุ่มและเพื่อน ๆ ของปาลิน
“ดะ เดี๋ยวก่อนสิ มีเรื่องอะไร?” ใบหน้าของปาลินเต็มไปด้วยความงุนงง ที่จู่ ๆ ถูกซีนายลากตัวไปกะทันหันแบบนี้
“แล้วมันคุยตรงนี้ไม่ได้หรือไง ทำไมต้องลากไปคุยที่อื่นด้วย?”
“ไม่ได้-!” ซีนายปฏิเสธเสียงแข็ง
ยังไงวันนี้เขากับปาลินมีเรื่องต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะไม่อย่างนั้น คนที่รับผลกรรมคือเขาคนเดียว
คิ้วของปาลินขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เดินตามเพื่อนชายของตัวเองไปด้วยแต่โดยดี
บรรดาเพื่อนชายของซีนายที่เดินมาด้วยกัน ต่างพากันส่ายหน้าให้อย่างจนใจกับเพื่อนตัวเอง
ดรีมนั่งลงข้าง ๆ นานะแฟนสาวตัวเอง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
“ตัวเองมันไก่อ่อนเอง ยังจะไปโทษคนอื่นอีก เนอะที่รัก” ดรีมหันไปพูดกับนานะพร้อมกับส่งยิ้มหวาน
“มีเรื่องอะไรกันเหรอ?” นานะถามแฟนตัวเองด้วยน้ำเสียงสงสัย
ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์พร้อมกับยีผมแฟนสาวตัวเองเล็กน้อย
“เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ต้องรู้หรอก”
“ก็รุ่นเดียวกันป้ะ?” นานะตอบแฟนตัวเองทันควัน
มาพูดว่าเธอเป็นเด็กเป็นเล็กได้ไง ทั้งที่อายุก็เท่ากัน แล้วถ้าหากวัดกันจริง ๆ เธอเป็นพี่ด้วยซ้ำ เพราะเธอเกิดก่อนดรีมตั้ง 3 เดือน
ด้านลีโอเองก็ขอตัวไปหาเพื่อน ๆ ของเขา ในเมื่อแฟนสาวไม่อยู่ตรงนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่เหมือนกัน เพราะตัวเขากับกลุ่มซีนายไม่ได้สนิทหรือรู้จักกันเป็นพิเศษ เนื่องจากเรียนคนละคณะกัน
อีกอย่างดูท่าแฟนสาวคงไม่ได้กลับมาง่าย และก็ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว เขาจึงขอตัวไปหาบรรดาเพื่อนของตัวเองดีกว่า
ทางด้านปาลินกับซีนาย
ซีนายพาปาลินมานั่งยังรถยนต์ของตัวเอง เพียงสองคนตามลำพัง
“มีเรื่องอะไรถึงต้องลากมาคุยในที่ลับตาคนขนาดนี้ ฮะ-!” น้ำเสียงของปาลินมีความดุ
แม้น้ำเสียงกับสีหน้าของหญิงสาวจะดุดันมากขนาดไหน ทว่าข้างในหัวใจของเธอเต้นเสียยิ่งกว่ากลองรัว
ขอสารภาพว่าจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนตัวเอง เพราะเวลามองหน้ามันทีไร ภาพในวันนั้นแวบเข้ามาในสมองของเธอทันที
อยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ชาติที่แล้วเธอทำกรรมอะไรไว้นะ ถึงต้องไปเห็นภาพบัดสีบัดเถลิงอะไรแบบนั้น
ซีนายหันมาสบตากับปาลิน พร้อมกับถอนหายใจออกมาแล้วพูดคำว่า
“ของกูมันไม่แข็ง...” น้ำเสียงของซีนายเต็มไปด้วยความเครียด
“อะ อะไรไม่แข็งนะ?” ปาลินถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ว่าที่ได้ยินเมื่อตะกี้เธอไม่ได้หูฝาดไป
“ของกูมันไม่แข็งเหมือนเมื่อก่อน” ซีนายยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
ปาลินได้ยินอย่างนั้นเธอถึงกับอ้าปากค้างทั้งตกตะลึงและตกใจ เพราะไม่คิดว่าซีนายจะลากเธอมาคุยเรื่องอะไรแบบนี้
เพียะ เพียะ เพียะ เสียงฝ่ามือของปาลิน ที่ฟาดไปยังแขนของอีกฝ่ายแบบไม่ยั้ง
“กรี๊ดดดดด อีนาย อีชั่ว อีเลว พูดอะไรออกมา กรี๊ดดดดดด เลว เลวที่สุด-!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำด่าทอพร้อมกับเสียงฝ่ามือที่ยังคงฟาดแบบไม่หยุดมือ
“โอ๊ยยย โอ๊ย เจ็บ เจ็บ มันเจ็บนะโว้ย-!” ซีนายพูดพร้อมกับเอาแขนขึ้นมาปกป้องใบหน้าหล่อเหลาของเขา เพราะกลัวว่าปาลินจะตีถูกใบหน้าอันแสนล้ำค่านี้ หากเป็นรอยขึ้นมาคงหมดหล่อกันพอดี
“ดีที่รู้ตัวว่าเจ็บ นึกว่าจะด้านหมดแล้ว” ปาลินไม่พูดเปล่า เธอยังคงฟาดฝ่ามือไปยังซีนายแบบไม่ยั้งมือ
“ไอ้เราก็นึกว่าจะเรียกมาคุยเรื่องสำคัญ ที่ไหนได้ ไม่พ้นเรื่องใต้สะดือ แล้วไหนจะพูดคำว่ากูมึงอีก แกตายวันนี้แหละ อย่าอยู่เลย-!” น้ำเสียงปาลินเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
เธอไม่ได้สนใจแล้วว่าภาพจำเหล่านั้นจะวนมาหาเธอหรือไม่ เพราะตอนนี้มันมีสิ่งที่ทำให้เธอโมโหจนควันออกหู พูดเรื่องลามกไม่พอ ยังพูดกูมึงกับเธออีก
ตาย ยังไงวันนี้เธอก็ต้องตีเจ้าเพื่อนคนนี้ให้ตายคามือ-!
*******