เสียงเหล็กกระทบพื้นลากยาวมาแต่ไกล เสียงแหลมขูดไปตามพื้นจนใกล้จะถึงหน้าประตูห้องด้านนอก จางลี่ขยับตัวชิดกำแพงอันมืดมิด พยายามพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงหนีเอาชีวิตรอดจากคนบางคน
เสียงเนื้อเปล่าลากไปกับพื้นเพื่อเอาตัวรอด ใบหน้าของหญิงสาวบูดเบี้ยวจนมองใบหน้าเดิมไม่ออก เมื่อเสียงโซ่ที่คล้องประตูดังขึ้น ตัวเธอก็ยิ่งสั่นเทามากกว่าเดิม แม้ว่าอยากจะร้องขอความช่วยเหลือเท่าไรก็คงไม่เป็นผล
ในเมื่อไร้ประโยชน์เธอจะร้องไปไย ดวงตาเธอมองไปยังบานประตูที่ตอนนี้ถูกเปิดออกแล้ว ชายตรงหน้าถือแท่งเหล็กยาวปลายแหลม ทำให้เธอรู้ว่านี่อาจเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต แต่แล้วเขาก็เดินมาเข้ามากลางห้อง วางแท่งเหล็กไว้ข้างตัว ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดียวในห้อง ชายหนุ่มหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเหมือนไม่เร่งรีบ
ชายหนุ่มยกขาขึ้นพาดแล้วเอ่ย “ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย”
โอกาสงั้นหรือ เธอเคยได้เสียที่ไหน ที่ผ่านมาเขาก็แค่เล่นสนุกให้เธอบ้าคลั่งอยู่ฝ่ายเดียว
คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทิ้งบุหรี่ลงเหยียบแล้วยกนาฬิกาขึ้นมาดู 10 นาที โอกาสครั้งที่ 100 ของเธอ เธอก็ยังอยากจะใช้มัน จางลี่ขยับออกจากที่มืดเผยให้เห็นหญิงสาวสภาพเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดรุ่ย ขาซ้ายเดินกะเผลกคล้ายกระดูกหัก เธอลากเท้าออกจากห้อง ได้ยินเสียงหัวเราะของคนที่จะปล่อยเธอชัดเจน
เขามันบ้า โรคจิต และเลือดเย็น ชายที่นั่งอยู่นั้นคือสามีของเธอ สามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามีที่เธอไม่ได้เลือก
จางลี่รีบวิ่งด้วยแรงอันน้อยนิดดวงตามองไปยังป่าเขา หลายทิศที่เธอเคยไปล้วนมีแต่ป่าเขา ตอนนี้เหลือเพียงทิศเดียวที่คาดว่าจะเป็นถนนใหญ่ เธอจึงวิ่งไปยังทิศนั้นด้วยความหวัง
แต่ขาที่กะเผลกทำให้ความเร็วลดลงกว่ารอบก่อน ๆ เธอได้ยินเสียงหัวเราะตามหลังมาเรื่อย ๆ มันเหมือนเสียงหลอนที่ทำให้เธอผวาและไร้สติ เท้าเล็กวิ่งเร็วกว่าเดิมทั้งที่ตัวเองเจ็บหนัก ร่างบอบบางวิ่งไม่ดูทางจนทำให้สะดุดท่อนไม้ที่ขวางอยู่
จางลี่ไม่มีเวลาเจ็บ สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือมีชีวิตรอดเพื่อจัดการพวกมัน แต่แล้วเหมือนสวรรค์ไม่เห็น เมื่อเธอมองเห็นถนนด้านหน้ามีแสงไฟจากรถที่กำลังจะขับมาถึง แสงแห่งความหวังทำให้เธอมีพลัง เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเธอจะรอดแล้ว
ปึก! ท่อนเหล็กฟาดลงที่แผ่นหลัง หญิงสาวล้มลงไปทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากขอให้รถที่ใกล้เข้ามาช่วยด้วยซ้ำ เขาไม่ต้องการให้เธอตาย แค่ให้หญิงสาวไร้แรงจะวิ่งต่อ
ชายหนุ่มมองร่างบางที่นอนแนบพื้นเปียกหลังฝนตก เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลน เสียงหัวเราะเขาดังขึ้นแล้วบอก “ใกล้แล้วสินะ แต่ก็ไม่รอดอยู่ดี คราวหน้าแล้วกัน”
เมื่อพูดจบเขาก็ดึงขาเธอขึ้นแล้วลากไปกับพื้น ปล่อยให้หินดินทรายและของมีคมบาดลึกผิวหนังไปเรื่อย ๆ เมื่อเธอกลับมายังจุดเดิม ชายหนุ่มก็โยนเธอลงบนอ่างน้ำขนาดใหญ่
“ที่รัก ผมจะช่วยทำความสะอาดเอง”
จางลี่ไร้ซึ่งแรงพูด เพราะตอนนี้เนื้อตัวเธอเต็มไปด้วยกลิ่นเลือด เจ้าของร่างได้แต่มองเขาทำเธอเหมือนเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง ขัดถูด้วยแปรงขัดพื้นไปตามร่างกาย เมื่อเนื้อตัวมีเลือดออกมา เขาเพียงยกมือปาดมันแล้วดูดกินอย่างมีความสุข
เขามันบ้า จิตใจมันไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกแล้ว เมื่อเขาขัดถูเธอจนสะอาดแบบที่เขาต้องการแล้ว เขาก็โยนร่างที่เปลือยเปล่าลงบนเบาะนุ่ม จากนั้นก็ทำการย่ำยีเธอจนพอใจ เมื่อปลดปล่อยอารมณ์เปลี่ยวแล้วชายหนุ่มก็จากไป ทิ้งให้เธออยู่ในความมืดดังเดิม
จางลี่ขยับตัวมองไปรอบ ๆ คิดถึงทิศทางที่เธอไป แสดงว่าทางนั้นถูกแล้ว หากเธอสามารถออกไปได้เธอก็จะมีชีวิตรอด แต่ตอนนี้ร่างกายเธอยังไม่พร้อม ยังไม่มีเรี่ยวแรง แล้วเธอจะทำเช่นไรดี ท้องที่หิวเพราะไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน จางลี่หันมองไปรอบ ๆ ก็เจอกับสัตว์ตัวน้อยขนสีน้ำตาลกำลังกินเลือดเธอที่ตกตามพื้น ในเมื่อต้องมีชีวิตรอดเธอก็ต้องกินมัน
ร่างเธอลากไปกับพื้นเหมือนกับจิ้งจอกที่กำลังออกล่าเหยื่อ เมื่อเหยื่อตายใจ ไม่นานสัตว์ตัวน้อยก็มาอยู่ในมือเธอ เสียงร้องแหลมของมันเหมือนเสียงกรีดร้องของเธอที่ใกล้ตาย แต่บัดนี้ไม่เหลือแล้ว เหมือนความชั่วของมันซึมซับมายังตัวเธอ
จางลี่ยกมันขึ้นมาแล้วกัดที่ลำคอ ยิ่งมันร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวดมากเท่าไรเธอก็ยิ่งสะใจ ไม่นานสัตว์ตัวน้อยก็สิ้นลมหายใจ แต่เธอต้องฝืนกินมันต่อไปจนเหลือแต่กระดูก
หญิงสาวทิ้งกระดูกในมือลงแล้วนั่งมองแสงอาทิตย์ยามเช้า ผ่านไปอีกวันแล้ว กี่เดือนแล้วที่เธอถูกมันพามาขังไว้ ไม่ว่านานเท่าไรก็ไม่มีใครสักคนที่คิดจะตามหาเธอ
ชาติที่แล้วเธอไปทำอะไรให้ พวกเขาถึงได้รังเกียจเธอมากจนทำทุกทางไม่ให้เธอเงยหน้าขึ้นมา มีคู่หมั้นก็โดนแย่งไป มีคนรักก็ถูกกีดกัน จากนั้นพวกเขาก็ส่งมันมาให้ ให้เธอตกอยู่ในนรกจนไม่อาจลืมตาได้
สตรีร่างบอบบางเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ดวงตาอ่อนแสงลง ตรงมุมปากมีรอยเลือดติดอยู่ แววตาอ่อนแรงนั้นหันมองประตูที่เปิดเข้ามา มองไปยังหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนเธอราวกับคนเดียวกัน เธอคือพี่สาวที่เกิดมาจากท้องเดียวกัน แต่กลับได้รับความรักไปจนหมดไม่มีเหลือให้เธอ
คนที่ยืนอยู่ข้างพี่สาวก็คือคู่หมั้นเธอในอดีต พวกเขารวมหัวหักหลังเธอแล้วพากันหัวเราะลับหลังเมื่อสมปรารถนาอย่างที่ตั้งใจ
ตั้งแต่เล็กที่เธอเติบโตมา ของทุกอย่างที่เป็นของเธอล้วนเป็นของที่พี่สาวไม่ต้องการ แต่สิ่งไหนที่เธอได้ หากพี่สาวต้องการก็จะต้องได้ เมื่อเธอได้หมั้นกับชายหนุ่มที่ฐานะดี นั่นทำให้พี่สาวอยากได้ และพี่สาวก็ต้องได้เช่นกัน
ต่อมาเมื่อเธอเจอคนที่รัก และมอบหัวใจให้เขาไปทั้งดวง แต่แล้วเมื่อเรื่องถึงหูพี่สาวที่รัก เธอก็แยกทั้งสองออกจากกัน และไม่ยอมให้เจอกันอีกเลย ทั้งที่ความจริงแล้วฝ่ายชายจะทำทุกอย่างให้ได้เจอกันก็ได้ แต่เขากลับไม่ทำ กลับเลือกเงินแล้วทิ้งเธอไป
ผู้ชายบนโลกนี้มันไร้ความรัก ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ หันมองไปยังพี่สาวคนสวย เธอเสื้อผ้าแบรนด์หรูตั้งแต่หัวจรดเท้ากำลังยกมือปิดจมูกแล้วพูดรังเกียจ สายตาหันมองซากกระดูกบนพื้นแล้วเบ้ปากถาม
“น้องลี่หิวจนต้องกินหนูเลยหรือ แหมพี่ฟงหยวนใจร้ายจัง ไม่เห็นแก่ผัวเมีย ไม่ให้อาหารสัตว์เลย”
หญิงสาวยกถุงอาหารในมือขึ้น แล้วยิ้มกว้างจากนั้นก็เทมันลงพื้น
“กินสิ บังเอิญเจ้าโมโม่ไม่ยอมกิน อย่างที่บอกว่าหมาไม่แดก” เธอยิ่งหัวเราะเมื่อน้องสาวคนเก่งคลานเข้ามาหากองเศษอาหาร จากนั้นก็หยิบกินด้วยมือไม่ได้รังเกียจ ยิ่งเธอเหยียบเท้าลงไปคนกินก็ไม่ได้หยุดกิน ยังคงหยิบมันเข้าปากเหมือนหมาตัวหนึ่ง
“พี่อี้เฉิน พี่ดูสิ น้องสาวฉันตายอดตายอยากเสียแล้ว”
เสียงชายหนุ่มหัวเราะเยาะแล้วพูดอย่างรังเกียจ “อยากทำอะไรก็ทำเสีย ผมจะไปรอข้างนอก”
จางหรูมองน้องสาวที่แสนน่ารังเกียจ ก่อนเดินอ้อมไปด้านหลัง จากนั้นก็หยิบผ้าพันคอออกมาพลางถาม
“น้องรัก น้องอยากเป็นอิสระไหม”
มือจางลี่หยุดลง หันมองจางหรูด้านหลัง และมองเลยไปยังผ้าพันคอในมือ ถึงเธอจะลำบากขนาดไหน แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพราะนั่นหมายความว่าเธอจะไม่ได้แก้แค้นพวกมัน
จางลี่ขยับตัวออกห่าง มองฝีเท้าที่ขยับก้าวเข้ามา “ให้พี่ช่วยน้องนะ”
ไม่ เธอไม่อยากตาย แต่ก็ไม่อาจทนแรงคนตรงหน้า จางหรูใช้ผ้าพันคอรัดคอเธอเอาไว้ มือจางลี่พยายามดึงมันออก ยิ่งมือสกปรกแตะต้องเสื้อผ้าหรูก็ยิ่งทำให้คนตรงหน้าโกรธมากกว่าเดิม
เมื่อเริ่มทนไม่ไหว เธอก็ยอมปล่อย “ฝากไว้ก่อนนะมึง ตายยากชะมัด” จางหรูคิดเพียงจะมาฆ่าให้เรื่องมันจบ แต่คิดอีกทีปล่อยให้ทรมานอีกสักหน่อยดีกว่า เมื่อได้กลิ่นของเสียเธอก็มองไปบนพื้น มองน้ำสีเหลืองบนพื้น
“สกปรกชะมัด” เธอพยายามล้างมันออกไป แต่ก็ยังทิ้งคราบและกลิ่นอยู่ดี จนเธอต้องถอดรองเท้าราคาแพงเกือบแสนทิ้งไว้ให้คนทำดูต่างหน้า
จางลี่มองประตูที่ปิดไม่สนิท แต่เพราะต้องออกแรงเยอะ และแรงเธอตอนนี้ก็ไม่มีเช่นกัน มองดูเวลาแล้วเห็นว่าใกล้เที่ยง ซึ่งเป็นเวลาที่เขาจะแวะเข้ามาเล่นกับเธอ แสดงว่าเธอมีเวลาหนีไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่นี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะมีชีวิตรอด
หญิงสาวมองรองเท้าราคาแพง คิดว่าหากเอาไปด้วยคงพอจะทำให้เธอขอความช่วยเหลือได้จึงหยิบมันขึ้นมา ขยับไปยังอ่างน้ำล้างมันให้สะอาด จากนั้นก็เอาเศษผ้าห่อหุ้มตัวเอง พยายามประคองร่างออกจากสถานที่กักขังเพื่อออกจากขุมนรกนี้
ดวงตาที่มีความหวังมองไปยังทิศทางของเมื่อคืน เธอพยายามลากขาที่เกือบหัก หรือหักไปแล้วก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เธอต้องวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อเอาตัวรอด ยิ่งได้ยินเสียงรถวิ่งเธอก็ยิ่งมีความหวัง
เมื่อเธอมองเห็นถนน และบังเอิญเจอรถที่กำลังวิ่งผ่านมาพอดี เธอก็รีบออกไปขวางเอาไว้ รถเก๋งหรูตรงหน้าหยุดลง เธอพยายามเคาะรถเพื่อให้คนในรถลงมาช่วย แต่กระจกก็ไม่ยอมเลื่อนลงสักที
จางลี่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่นานกระจกดำก็เลื่อนลง ดวงตาเธอเบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงประตูอีกฝั่งเปิดออกพร้อมชายหนุ่มที่ลงจากรถแล้วตรงมาหาเธอ เธอได้แต่ร้องโทษชะตาเมื่อต้องมาเจอคนกระทำคนเดิมอีกแล้ว
“มาเล่นกันหน่อยไหมที่รัก” คนขับพูดอย่างเสียอารมณ์ ปล่อยให้ชายหนุ่มอีกคนลากเธอกลับไปยังที่ขังเดิม
ไม่!!! ใครก็ได้ช่วยเธอให้หลุดพ้นเสียที ราตรีที่ทรมานผ่านไปยาวนาน ร่างกายเธอตอนนี้ขาหักทั้งสองข้าง แต่พวกมันยังเหลือแขนเอาไว้ให้เธอจับหนูกินเป็นอาหาร
มาถึงตอนนี้เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว อยากตายไปจากนรกนี้ ขอสวรรค์เมตตาประทานความตายให้เธอ ให้เธอได้หลุดพ้นเสียที
เสียงร้องขอไม่เป็นผล เธอถูกทรมาน ถูกชายมากหน้าหลายตาย่ำยีจนไม่เหลือสภาพ มองเธอเหมือนตุ๊กตาที่เอาไว้เล่นสนุก ร่างกายที่เคยขาวนวลเต็มไปด้วยรอยเลือด รอยเฆี่ยนตี และรอยบุหรี่จี้
หลังจากผ่านค่ำคืนเลวร้ายที่เธอไม่ได้นับแล้วว่ากี่วัน ร่างกายท่อนล่างก็ไม่เหลือสภาพ พวกมันทำจนไม่เหลือให้เธอได้หายใจ
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีมองสายตาเหยียด มองมือเท้าแขนขาที่หมดสภาพ แถมเนื้อตัวก็เหม็นแทบจะทนไม่ได้อีกแล้ว คิดว่าคงถึงเวลาหมดสนุกเสียที จึงขอเล่นตุ๊กตาตัวนี้เป็นครั้งสุดท้าย
“มองผมแบบนั้นคืออะไร คิดถึงอย่างนั้นหรือ”
จางลี่อยากจะพูด แต่ตอนนี้เธอไม่มีแรงจะตอบชายหนุ่ม หากถามว่ามีคนที่ไม่อยากพบอยากเจอมากที่สุดคือใคร เธอก็จะบอกว่าเป็นเขา
ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง สามีของเธอกำลังเล่นสนุกอยู่เบื้องล่าง เอาของบางอย่างใส่เข้าไป เฮือกสุดท้ายของลมหายใจรวยรินหันมองเขาแล้วสาปแช่ง หากเธอเจอเขาอีก เธอจะทำให้เขาตายอย่างทรมานมากกว่าร้อยเท่าพันเท่า หากเจอพวกเขา เธอจะทำให้พวกเขาร้องขอความเมตตาจากเธอ
หากเจอพวกมันทั้งหมดในชาติต่อไป เธอจะถนอมพวกมันให้นานที่สุด มากกว่าที่พวกมันทำ
ดวงตาปิดลงอย่างเหนื่อยล้า โชคชะตาในชาตินี้ช่างโหดร้ายนัก หากเธอร้ายในชาติหน้า พวกเขาก็อย่าหาว่าเธอใจร้ายแล้วกัน
ว่ากันว่าหากตายไปแล้วคนทำดีจะได้ไปขึ้นสวรรค์ จะได้พบเจอกับชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม มุมปากคนที่ใกล้ตายยกยิ้มหัวเราะขำ ชะตาคนเราไม่เหมือนกันจริง ๆ ชาติก่อนเธอแสนจะใจดี ช่วยเหลือคนบ่อย ๆ ปล่อยให้พี่สาวแย่งคู่หมั้น ปล่อยให้แฟนตัวเองจากไป ยอมแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักเพียงเพราะรักครอบครัวของเธอ
แต่แล้วอย่างไรเล่า ทุกสิ่งที่เขาทำเพียงแค่อยากให้เธอตาย อย่างเช่นชาตินี้ที่ตอนนี้เธอกำลังมองตัวเองอยู่ในภพอดีต ดวงตามองโรงเก็บฟืนเก่าชื้น พื้นเปียกไปด้วยกลิ่นสาบไม่ต่างจากชาติก่อน จางลี่มองร่างบางที่นอนหายใจรวยริน
ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองจะได้ไปเกิดใหม่ พบเจอสิ่งที่ดีตอบแทนความดีที่เธอไม่เคยคิดร้ายใคร แต่เหมือนสวรรค์จะรักเธอมากหน่อย จึงส่งเธอมายังภพชาติเก่าในอดีต มองเห็นพวกเขาใช้ชีวิตรุ่งโรจน์เช่นที่เป็นในอนาคต
และตัวเธอก็ต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเหมือนเดิม ดีเหลือเกินชะตาที่เธอได้รับ มุมปากเธอยิ้มนิดหนึ่งอย่างแสนรังเกียจตัวเองในตอนนี้ มองร่างอ่อนแอตรงหน้าที่ใบหน้าเหมือนเธอไม่มีผิด
เสียงประตูด้านหลังเปิดออก จางลี่หันมองไปยังสตรีที่ให้กำเนิดนางทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เสื้อผ้าอาภรณ์ล้วนราคาแพง ใบหน้าแต่งจัดจ้านเหมือนไปเล่นละครงิ้ว ดวงตาผู้ให้กำเนิดมองเหยียดไปยังบุตรสาวที่นอนอยู่
“เหตุใดเจ้าดื้อดึงนัก หากยอมแต่แรกแม่คงไม่ทำเจ้าเช่นนี้”
กักขังบุตรสาวคนเล็กเพื่อให้ยินยอมยกคู่หมั้นที่เป็นถึงท่านอ๋อง ยกตำแหน่งพระชายาเอกเพื่อให้บุตรสาวคนโตที่เป็นที่รักหมั้นแทน ช่างเหมือนชาติที่แล้วไม่มีผิด เหตุใดชะตาจึงไม่เปลี่ยนเลยแม้ผ่านไปหลายร้อยปี
หลี่ซูซู่ลืมตามองมารดาเอ่ยเสียงอ่อน “ท่านแม่เจ้าขา ลูกรักท่านอ๋อง ท่านแม่โปรดเมตตาลูกเถอะเจ้าค่ะ”
เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวล ด้วยตัวหญิงสาวมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า มองเห็นความโชคร้ายของคนที่พบเจอ ความที่ต้องไปจ่ายตลาดทุกเช้าเพื่อนำกลับมาทำอาหารให้ครอบครัว ทำให้พบเจอกับท่านอ๋องผู้มากไปด้วยฐานะ ความสามารถในการรบ อีกทั้งยังไม่มีพระชายา
นางมองเห็นคนร้ายจึงเอ่ยเตือนอย่างโง่เขลา ทำให้ท่านอ๋องกล่าววาจาเล่นกับนาง
“หากเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริง ชาวบ้านตลาดทั้งหลายจงจำคำข้าไว้ ข้าจะแต่งเจ้าเข้าตำหนัก ยกตำแหน่งพระชายาเอกให้ทันที”
ใครจะนึกว่าสิ่งที่นางพูดเป็นความจริง ท่านอ๋องหยางเสี่ยวเย่พบกับนักฆ่าตรงตามเวลาที่นางบอกทุกอย่าง ทั้งจำนวนคน และผู้อยู่เบื้องหลัง แรกเริ่มเดิมทีนั้นเขาแสนดีใจที่จะได้นางมาอยู่ข้างกาย เพื่อที่อนาคตเขาจะได้ปลอดภัยไปตลอด
แต่มีเรื่องดีก็มีเรื่องร้าย เมื่อจดหมายและของหมั้นหมายส่งมาถึงเรือน บิดามารดาของนางต่างปฏิเสธ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านอ๋องฟัง จากเรื่องดีก็กลายเป็นเรื่องร้าย จากสตรีที่แสนวิเศษก็กลายเป็นสตรีโชคร้าย ผู้ใดได้ครอบครองจะนำความซวยตามติดไปด้วย
เมื่อคิดว่าเรื่องทั้งหมดอาจไม่เกิดหากนางไม่เอ่ยออกจากปาก ท่านอ๋องก็ยิ่งร้อนรน แต่เรื่องไปถึงฮ่องเต้แล้ว พระราชโองการสมรสพระราชทานก็มาถึงมือแล้ว วันกำหนดการหมั้นหมายก็ใกล้จะถึง ตอนนั้นเองมารดาของนางก็เสนอทางออก
บุตรสาวอีกคนที่งามพร้อม หลี่ถิงถิง เมื่อท่านอ๋องได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกันราวกับคนคนเดียวก็ยิ้มตอบตกลงทันที หนึ่ง เขาไม่ต้องขัดพระราชโองการ สอง นางงดงาม และไม่ได้มีสิ่งชั่วร้ายติดตัว สิ่งนี้ทำให้เขายอมตกลง
คู่หมั้นชายตกลงแล้ว แต่คู่หมั้นตัวจริงกลับไม่ยอมตกลง นางอยากออกไปจากเรือนนี้ อยากมีตำแหน่งเป็นชายาเอกถึงได้บอกความลับเขา แล้วอย่างไรเล่า เขาก็แค่ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้น
สิ่งใดมีประโยชน์เขาล้วนตักตวง สิ่งใดไม่มีประโยชน์เขาล้วนผลักไส วาจาที่เคยเอ่ยต่อหน้าผู้คนเขากลับหักคำพูดได้อย่างเลือดเย็น
“ท่านแม่ให้ลูกแต่งกับเขาเถอะเจ้าค่ะ สิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่ลูกปรารถนาในชีวิต ท่านแม่โปรดให้ลูกได้สมหวังสักครั้งนะเจ้าคะ”
เสียงฮึในลำคอมารดาดังออกมา “เจ้ามันตัวซวย ไปไหนก็มีแต่จะทำคนอื่นซวยไปด้วย” ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวนางเองก็ติดไปแล้วหรือเปล่าด้วยซ้ำ “ข้าไม่อยากพูดมาก เจ้าลงชื่อเสีย”
หนังสือยินยอมเปลี่ยนตัวเจ้าสาว หลี่ซูซู่เงยหน้ามองมารดา ดวงตาพร่าไปด้วยน้ำตา
“ท่านแม่ โปรดเห็นใจลูกด้วย”
“สิ่งดี ๆ เหล่านี้ไม่ควรเป็นของเจ้า ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว เดี๋ยวความซวยจะติดไปด้วย งดข้าวงดน้ำนางจนกว่าจะยอมลงชื่อ” มารดาหันไปสั่งบ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเก็บฟืน จากนั้นก็รีบออกไป
ตอนนี้จางลี่ที่เป็นวิญญาณหัวเราะขำในโชคชะตาของตัวเอง มองหลี่ซูซู่ที่ยังมองกระดาษตรงหน้าไม่ยอมแม้แต่จะจับพู่กันลงชื่อลงไป ช่างโง่เขลายิ่งนักที่รักผู้ชายมากกว่ารักตัวเอง แถมยังเจอหน้าแค่ครั้งเดียวอีกต่างหาก
ชาติก่อนเธอหมั้นกับเขาได้อย่างไรนะ จางลี่ออกจากห้องมองไปยังลานกว้าง เห็นสตรีงดงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีเดินตรงเข้ามา หนึ่งวิญญาณกับหนึ่งร่างยืนอยู่ตรงหน้า คนเป็นวิญญาณมองการสนทนาของเจ้านายกับบ่าว
“คุณหนูเจ้าขา ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ” เสี่ยวหูที่ตอนนี้ถือถ้วยยาในมืออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะรู้ดีว่ายาในถ้วยคืออะไร
วิญญาณสาวมองตาแข็ง ไม่ว่ากี่ชาติพี่สาวเธอก็ยังได้รับชีวิตที่ดีเสมอ ทั้งที่พวกเราต่างเกิดจากครรภ์มารดาคนเดียวกัน เป็นบุตรในสายเลือดเหมือนกัน แต่เธอกลับถูกรังเกียจตั้งแต่ลืมตา
ตอนนี้ร่างหลี่ถิงถิงเดินผ่านทะลุร่างวิญญาณของจางลี่ หลี่ถิงถิงใช้ให้บ่าวรับใช้ผลักประตูเข้าไป เมื่อบานประตูเปิดออกนางก็มองไปยังน้องสาวที่ใบหน้าเหมือนกับตัวเอง แต่ร่างกายผอมใกล้ตายเต็มทน มันช้าไป นางอยากรีบกำจัดน้องสาวที่แสนน่ารังเกียจนี้ทิ้งเสีย ไม่เช่นนั้นจะเป็นกาลกิณีแก่ตัวนางเองหากถึงวันแต่งงาน
“น้องซูซู่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” สภาพแบบนี้ยังอยู่ดีอีกหรือ จางลี่มองหลี่ถิงถิงที่ลงทุนถึงขนาดประคองน้องสาวขึ้นมาแล้วเอ่ยวาจาหวานต่อ
“น้องอย่าได้รั้นอีกเลย ยอมลงชื่อเถอะ พี่เห็นใจน้องนัก เอ่ยปากขอท่านแม่ให้ปล่อยเจ้าแล้ว แต่ท่านแม่ก็ไม่ยอม”
คนเป็นวิญญาณได้แต่แก้คำในใจ เป็นตัวท่านเองมิใช่หรือที่สั่งให้ทำแบบนี้ แล้วยังเอาดีเข้าตัว ดูสีหน้าก็รู้ว่ารังเกียจคนที่ประคองขนาดไหน แต่ขอโทษ หลี่ซูซู่มองไม่เห็น
คนถูกกระทำยังเอ่ยขอบคุณอีกต่างหาก “ขอบพระคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”
“ขอบคุณข้า ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ลงชื่อเสียเถอะหนาน้องรัก”
ขอเพียงนางลงชื่อ พี่สาวคนดีจะมอบยาพิษให้เป็นการตอบแทน จางลี่มองหลี่ซูซู่ที่ยังดื้อดึง จนเมื่อพี่สาวคนดีทนไม่ไหวจึงเรียกบ่าว
“เสี่ยวจู เจ้าเอายามาให้น้องข้าหน่อย”
หลี่ซูซู่มองถ้วยยา ตอนนั้นเองนางจึงฉลาดขึ้นมาบ้าง เพราะกำลังมองเห็นความตายตัวเอง อีกทั้งยังมองเห็นวิญญาณอีกดวงที่หน้าตาเหมือนนาง แต่งกายด้วยชุดประหลาด เสื้อผ้าขาดรุ่ยยิ่งกว่าขอทาน สภาพเนื้อตัวเขียวช้ำกำลังมองถ้วยยาด้วยสีหน้าแววตาโกรธแค้น
“ท่านพี่ ยานั้น”
ดวงตาหลี่ถิงถิงฉายแววเหี้ยมพร้อมเผยยิ้ม แล้วทิ้งร่างนั้นอย่างแรง “ใครใช้ให้เจ้าดื้อดึงนัก กินยาเสียเจ้าจะได้หาย”
หายไปจากโลกนี้ หายไปจากชีวิตพวกเราเสียที เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นพร้อมสีหน้ารังเกียจ
หลี่ซูซู่ถดร่างตัวเองไปตามพื้นดิน ไม่ยอมรับยาถ้วยนั้น ส่วนเสี่ยวหูนั้นก็ถือถ้วยยาด้วยมือที่สั่นเทาเข้าไปพยายามกรอกปาก แต่มือหลี่ซูซู่ก็สู้เช่นกัน
จางลี่เอ่ยเสียงเบา “ก็ไม่ได้โง่นี่”
เสียงนั้นทำให้คนที่กำลังสู้หันมองวิญญาณ มือยิ่งบีบแน่นกว่าเดิม แต่ยาก็ยังถูกป้อนเข้าปากอยู่ดีแม้จะตกลงพื้นไปถึงครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม
“เสียเวลาจริง ๆ” หลี่ถิงถิงมองน้ำที่หกเลอะลงพื้นไปเกือบครึ่งหนึ่ง ร่างนี้คงไม่ตายง่าย ๆ แน่ ไม่ได้การ คราวหน้านางจะต้องเพิ่มตัวยาอีก
“ถือว่าวันนี้เจ้าโชคดี” ยิ่งอยู่นานนางก็ยิ่งสะอิดสะเอียนทนไม่ไหว ของเสียเริ่มส่งกลิ่น เมื่อมองไปบนพื้นก็เจอน้ำสีเหลืองบนพื้น
“ทุเรศจริง ๆ ตายยากตายเย็นนัก” หลี่ถิงถิงหันหลังไม่ได้เหลียวแลอีกเลย ดวงตาหวานก็เผยสีหน้ารังเกียจ จนเมื่อโซ่ประตูคล้องตามเดิม คนที่อยู่บนพื้นจึงหันมองวิญญาณ
“เจ้าเป็นใคร”
จางลี่หันมองคนถาม “ข้าก็เจ้า เจ้าก็คือข้าอย่างไรเล่า พวกเราต่างมีชะตาที่เหมือนกัน ต่างกันที่ช่วงเวลา”
“แล้วเหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่”
หญิงสาวยิ้มแล้วตอบ “เพราะข้าตายไปแล้วอย่างไร ถูกพวกมันทำเช่นเดียวกับเจ้า อืม ไม่สิ หนักกว่าเจ้าหลายพันเท่า” จางลี่ก้าวเท้าเข้าไปหาแล้วโน้มตัวลงมองหลี่ซูซู่
“เจ้าจะทนอย่างนี้ต่อไป หรือตายไปเสีย” เธอไม่ได้มาช่วยตัวเองในอดีต แต่จะเอาร่างนี้ตอบแทนพวกเขาต่างหาก
“เจ้าจะฆ่าข้าหรือ”
“คำถามโง่ ๆ” เธอเป็นวิญญาณจะไปทำอะไรได้นอกจากมองดู ตอนนี้เองที่ดวงตาคนถามเบิกกว้างแล้วตอบ
“ข้ากำลังจะตาย”
ร่างกายอ่อนแอกว่าเธอเป็นร้อยเท่า โดนทรมานเพียงนิดก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว หากอยู่ต่อไปก็เหมือนศพเดินได้ ผิดกันแค่มีลมหายใจ
หลี่ซูซู่ดวงตาอ่อนลง ยอมรับในโชคชะตา “เหตุใดพวกเราจึงต้องเจอเรื่องแบบนี้”
“เมื่อก่อนข้าก็เคยถามตัวเองเช่นเจ้าจนเลิกถามไปแล้ว พวกเราต้องถามว่าจะทำเช่นไรตอบแทนพวกเขาดีกว่า”
ตอบแทนให้สาสมกับที่พวกเขากระทำกับพวกเรา
ดวงตาหลี่ซูซู่หันมองวิญญาณตรงหน้าก่อนเอ่ยขึ้น
“เจ้าต้องช่วยข้า”
“เจ้าไม่บอกข้าก็จะทำให้แน่ เจ้าไปเสียเถอะ” เธอมองดวงตาที่หรี่โรยปิดลงเพราะรู้ชะตาตัวเอง ไม่นานวิญญาณของเธอก็เข้าสิงร่างนั้น ดวงตาแข็งลืมขึ้นพยายามเอาร่างที่ใกล้ตายลุกขึ้นมามองไปด้านนอกประตู
ร่างนี้ชื่อว่าหลี่ซูซู่ เป็นลูกสาวคนสุดท้องของสกุลหลี่ ครอบครัวนี้มีสมาชิกเหมือนชาติก่อนของเธอ มีบิดาชื่อปิ่งเฉิง มารดาชื่อหลานฟาง และพี่สาวฝาแฝดชื่อถิงถิง
ดูแล้วเหมือนเธอได้ชีวิตกลับคืน แต่เป็นในชาติอดีตหลายพันปีที่ยังมีพวกเขาพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งหมด ถึงจะกลับมาทรมานอีกรอบ แต่ตอนนี้ก็ดีกว่าครั้งก่อน เพราะเธอยังไม่ตาย อีกทั้งยังรู้ทันความคิดพวกเขาด้วย
หญิงสาวมองไปยังประตูที่เปิดออกอีกครั้ง มีเสียงโซ่ถูกปลดออก จางลี่มองมารดาที่เอ่ยทัก
“ซูซู่ เจ้าหิวหรือไม่” หญิงสาวเจ้าของชื่อมองมารดาของตนเองทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ ถือถ้วยข้าวเปล่าในมือวางไว้ใกล้ตัวแล้วกล่อมต่ออีกรอบ ดูจากน้ำเสียงคงถูกลูกสาวที่รักไล่ให้มาเจรจาอีกรอบเป็นแน่
“เจ้าอย่าดื้อนักเลย ตัวเองสุขภาพก็ไม่ค่อยดี ให้พี่สาวเจ้าแต่งแทนเถอะ” ถึงนางไม่ตอบตกลง พวกเขาก็ให้พี่สาวเธอแต่งไปอยู่ดี
คู่หมั้นที่เคยเป็นในชาติก่อน และกำลังเป็นชาตินี้เธอจะอยากได้ไปทำไม
“ลูกไม่อาจมีวาสนากับท่านอ๋อง ร่างกายลูกอ่อนแอย่อมไม่อาจสืบตระกูลเขาได้ ลูกย่อมเข้าใจดี ท่านแม่ ข้ายอมแล้ว”
เสียงอ่อนหวานเอ่ยเบาลง เต็มไปด้วยความจำยอมไม่ได้ดื้อดึงเหมือนก่อนทำให้มารดายิ้มกว้างอย่างยินดี ดึงมือบุตรสาวเขามาแล้วตบมือเบา ๆ
“ดีจริง ๆ เย่วจู มาพาคุณหนูเจ้ากลับห้องเดี๋ยวนี้ ถ้วยข้าวนี้ไร้เนื้อเจ้าอย่ากินเลย เดี๋ยวข้าจะส่งเนื้อไปยังเรือนเจ้าเอง”
นางคำนับขอบคุณมารดา นอบน้อมแทบจะกราบลงพื้นดิน แต่มือมารดาก็รั้งเอาไว้เสียก่อน เมื่อร่างนางถูกประคองออกไป คนที่มีสีหน้านอบน้อมดวงตาก็แข็งขึ้นทันที ได้ยินเสียงคนด้านในบ่นออกมาชัดเจน
“ก็แค่นี้ ให้ข้าต้องเหนื่อยหลายวัน พูดง่าย ๆ ก็จบนานแล้ว”
ข้าง่ายงั้นหรือ ท่านคิดไปเองต่างหาก หากไม่อยากให้ศัตรูรู้ตัวนางก็ต้องทำตัวเป็นกระต่ายว่าง่าย หากพวกเขาเห็นว่านางเป็นจิ้งจอก เห็นทีคงไม่ปล่อยนางให้มีชีวิตรอดเป็นแน่
เย่วจูประคองคุณหนูไปยังเรือนเก่าโทรม ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกเขาจึงรังเกียจนางทั้งที่นางก็เป็นบุตรสาวที่พวกเขาให้กำเนิดแท้ ๆ
จนเมื่ออยู่ในร่างนี้ จึงได้รู้ว่าเป็นเพราะนักพรตท่านหนึ่งบังเอิญเดินผ่านเรือนนี้ตอนที่พวกนางเกิด แล้วใจดีเข้ามาทำนายชะตาไว้ว่า นางจะทำให้ครอบครัวสิ้นตระกูล นางเป็นปีศาจมาเกิดเพียงเพราะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า และมองเห็นวิญญาณคนตาย ตอนนั้นนางมองเห็นวิญญาณติดตามนักพรตจึงได้เอ่ยเตือน แต่กลายเป็นว่าตัวเองถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจแทน
นักพรตหลัวจง ชื่อนี้ข้าจะจำเอาไว้
จางลี่ยังนึกต่อกับความน่าสมเพชของตัวเอง ความสามารถพิเศษที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่กลับเป็นพรสวรรค์สำหรับนางในร่างนี้ นางจะใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่สุด ตอบแทนที่พวกเขาดูแลนางดีตั้งแต่ชาติก่อนจนถึงชาตินี้
“คุณหนูเจ้าขา ดื่มน้ำหน่อยเจ้าค่ะ” เย่วจูประคองน้ำชาที่เย็นชืดส่งให้คุณหนู จากนั้นก็รีบวิ่งไปหาน้ำใส่อ่างมาเพื่อเช็ดตัว
“ไม่ต้อง ข้าอยากจะอาบน้ำมากกว่า”
“คุณหนูอยากอาบน้ำหรือเจ้าคะ” แบบนั้นยุ่งยากมาก เพราะต้องไปขออนุญาตใช้อ่างอาบน้ำ อีกทั้งต้องต้มน้ำร้อนอีกหลายหม้อ ฤดูนี้เป็นฤดูหนาว หากอาบน้ำเย็นร่างกายต้องอ่อนแอกว่าเดิมแน่
หลี่ซูซู่หันมองสาวรับใช้แล้วยิ้ม “ด้านหลังเรือนมีลำธารมิใช่หรือ ข้าอยากอาบตรงนั้น”
สีหน้าเย่วจูตกใจกว่าเดิม “แต่ว่าคุณหนู น้ำในลำธารเย็นมากนะเจ้าคะ หากคุณหนูลงไปก็ยิ่งทำให้ร่างกายรับไม่ไหว อาจป่วยได้นะเจ้าคะ”
นั่นแหละคือสิ่งที่นางต้องการ หลี่ซูซู่หันมองแล้วยืนยันคำเดิม
“เจ้าทำตามที่ข้าบอกเถอะ แล้วหลังจากวันนี้ทุกอย่างจะดีเอง”
สีหน้าเย่วจูนิ่งคิดครู่หนึ่ง เมื่อเห็นคุณหนูขยับตัว นางก็ทำได้แต่เพียงประคองคุณหนูไปยังลำธารด้านหลังของเรือน มองหญิงสาวถอดเสื้อผ้ากลางแจ้งโดยไม่ได้เขินอายอย่างสตรีทั่วไป
“คุณหนูเจ้าขา หากใครมาเห็นเข้า”
“เจ้าไม่เห็นหรือว่าเนื้อตัวข้าสกปรกเพียงใด หากไม่ถอดมันออกมา แช่น้ำทั้งเสื้อผ้าจะสะอาดได้หรือ”
ร่างนี้สะอาดดีกว่าตอนเธอตายด้วยซ้ำ มันก็แค่เปลือกนอกเธอไม่ได้ใส่ใจอีกแล้ว
ร่างสาวแรกแย้มเพียงสิบหกปียกเท้าเปล่าแตะลงไปยังลำธารที่เริ่มจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง เย็นมาก แต่ก็ไม่เย็นเท่าที่เธอเคยสัมผัสมา หญิงสาวค่อย ๆ ก้าวลงไปในน้ำ
ความเย็นยะเยือกทำให้หัวใจเธอแข็งตาม ยิ่งทำให้สมองเธอทำงาน นึกถึงช่วงเวลาเหล่านี้เมื่อครั้งก่อน ภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นจบลงด้วยหลี่ซูซู่หมดสติ ร่างกายผอมแห้ง ยอมลงลายมือชื่อ ยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าสาว แต่ชีวิตหลังจากนั้นก็ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง
แม้รู้ว่าผลจะเป็นเช่นไรแต่นางก็ยังเลือกจะดื้อดึง นางมีพรสวรรค์ แต่ไม่รู้จักใช้ประโยชน์ ในใจได้แต่ต่อต้านไม่ยอมรับความจริง เพราะถูกกรอกหูว่าเป็นปีศาจมาเกิด
ภาพภพอดีตนั้นอีกไม่นานต่อจากที่นางยอมยกคู่หมั้นให้ นางก็ถูกขายให้กับคนขายหมูในตลาด ถูกเลี้ยงดูราวกับสัตว์ตัวหนึ่ง มองดูชีวิตคนอื่นรุ่งเรือง ส่วนตัวเองมีแต่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ
อีกสองวันเป็นวันแรกของฤดูเหมันต์ ภาพในหัวตอนนี้นั้นเธอเห็นภาพของชายผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่งที่จะเดินผ่านมาแถวนี้ ในตอนนี้เขายังเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้สิ้นไร้อำนาจในมือ ภาพของหลี่ซูซู่คนเก่าเจอะเจอคนผู้นี้โดยบังเอิญ และได้ช่วยชีวิตคนผู้นั้นอย่างโง่เขลา ทำให้ตัวเองต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนร้าย
สมควรแล้วที่คนโง่ ๆ แบบนั้นตายไปได้ก็ดี เธอในอดีตช่างโง่เขลาไม่ต่างจากภพที่ผ่านมาเลย แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เธอจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
“คุณหนูแช่น้ำนานไปแล้วนะเจ้าคะ หากนานกว่านี้เกรงว่า...” หากคุณหนูล้มป่วยอีก กลัวแต่จะตายก่อนได้หมอมารักษา พวกเรือนใหญ่วัน ๆ เอาแต่สาปแช่งเช้าเย็นจนสาวใช้เช่นนางเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
เจ้าของร่างหันมองแล้วพยักหน้า เท่านี้คงพอทำให้คืนนี้นางนอนซมจนลุกไม่ขึ้น มากพอจะทำให้พวกเขาสบายใจ และไม่สนใจนางอีก เมื่อเข้ามาถึงห้องนางก็สั่งให้ปิดประตูทันที หยิบของใต้หมอนขึ้นมา
“เจ้านำแหวนนี้ไปจำนำ แล้วนำเงินไปซื้อยาให้ข้า”
เอาตัวเองไปแช่น้ำให้ป่วย แล้วยังนำสมบัติชิ้นสุดท้ายไปจำนำเพื่อมารักษาตัวเองที่ทำให้ตัวเองป่วย
“คุณหนูถูกขังจนสติเลอะเลือนแล้วหรือเจ้าคะ”
ผู้เป็นนายมองเด็กสาวตรงหน้า นางเป็นคนเดียวที่เธอไว้ใจได้ในภพนี้ ในความทรงจำนั้น เมื่อนางในร่างนี้ตาย หญิงสาวก็กระโดดน้ำตายตามไปด้วยเช่นกัน
“เจ้าทำตามที่ข้าบอกเถอะ เมื่อได้ยาแล้วก็เก็บซ่อนให้ดี อย่าให้ผู้ใดพบเด็ดขาด”
“ให้บ่าวต้มยามาให้เลยไหมเจ้าคะ” หากกินก่อนอาจจะไม่ป่วยก็เป็นได้ แต่ผู้เป็นนายกลับส่ายหน้าแล้วตอบ
“ยังก่อน ยังไม่ถึงเวลา”
นางล้มตัวนอน ไม่ได้ห่มผ้า ปล่อยให้ร่างกายที่ชื้นสัมผัสกับอากาศให้พอสำหรับคืนนี้ ตอนนี้เย่วจูออกไปด้านนอกแล้ว เสียงฝีเท้าสตรีนางนั้นก็เดินมายังเรือนเก่าของนาง
ได้กลิ่นแป้งหอมราคาแพงมาแต่ไกล เมื่อประตูเปิดออก แสงจากโคมไฟก็ส่องสว่างห้องที่มืดสนิทไร้ซึ่งเตาร้อนสำหรับให้ความอบอุ่น นางมองไปยังหลี่ถิงถิง พี่สาวที่มีใบหน้าเดียวกับนาง ดวงตานางช่างเหมือนกับคนเก่าไม่มีผิด
เย่อหยิ่ง จองหอง ไม่ยอมคน เอาเปรียบ และแย่งทุกอย่างจากนางไม่ว่านางจะต้องการหรือไม่ก็ตาม นางมองไปยังเครื่องประดับล้ำค่าบนตัวที่ล้วนเป็นของหมั้นจากท่านอ๋อง
นี่คือความโชคดีในพรสวรรค์ของนาง คือสามารถช่วยอ๋องจนพ้นภัย เขาที่กล่าววาจาจะแต่งนางเข้าจวนให้นางเป็นชายาเอก กล่าวต่อหน้าผู้คนทั่วทั้งถนน แต่แล้วเมื่อกลับถึงเรือนกลับให้องครักษ์ข้างตัวไปสืบข่าว พอได้ยินข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เขาก็เริ่มลังเล ยิ่งได้ยินข้อเสนอจากมารดานางก็กลับลำแทบไม่ทัน
นั่นจึงทำให้เกิดแผนการสลับตัวนางกับหลี่ถิงถิง ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี แต่ก็ไม่หาญกล้าที่จะสู้ชะตาสวรรค์ กลับกลัวราวกับคนขี้ขลาดเหมือนหมาตัวหนึ่ง ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อน ชายผู้นี้ก็ไม่สมควรจะเกิดเป็นชาย
“เม่ยเมย เจ้ายังสบายดีอยู่หรอกหรือ” เสียงหัวเราะเยาะที่ไม่ว่ากี่ปีก็ไม่พัฒนาขึ้นเลย เสียงนางมารเอ่ยต่อ เมื่อเห็นสภาพของคนนอนซม
หลี่ถิงถิงหันไปเรียกบ่าวข้างตัว “เสี่ยวหู เจ้าเอายามาให้น้องสาวของข้าหน่อยสิ”
เจ้าของเรือนหันมองหม้อยาต้มกลิ่นฉุนที่อยู่ในตะกร้า เมื่อยกออกมาก็รับรู้ได้ทันทีว่ายานี้มีผสมของยาพิษอยู่
ตัวนางในตอนนี้ได้แต่รอ ถึงนางจะอ่อนล้า แต่ไม่อ่อนแอ จางลี่มองเห็นมือหลี่ถิงถิงถือถ้วยยาด้วยตัวเองตรงมาหานาง คนที่เจ็บแทบลุกไม่ไหวก็ใช้เท้าถีบร่างนั้นทันที ทำให้ยาที่ถือหกเลอะพี่สาวคนดีจนหมดสภาพ
“เจ้า!!” นางจะด่า แต่ด่าไม่ออกเพราะความร้อนจากยาถ้วยนั้นเหมือนจะลวกแขนนาง ทำให้หลี่ถิงถิงรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อไปหาน้ำดับร้อนบนตัว คิดว่านางยังพอมีเวลาในการเก็บแรงไว้สู้อีกหนึ่งยก
รังแกมาได้ชาติหนึ่งแล้ว อย่าได้คิดว่านางจะเห็นแก่พี่น้องอย่างชาติที่แล้วที่ยอมให้อีกครั้ง หากนางยอมอีกก็คงกลายเป็นลาไปแล้ว
เย่วจูมาทันเห็นหลี่ถิงถิงวิ่งออกไป นางรีบวิ่งมาหาเจ้านายเพื่อสำรวจร่างกาย “คุณหนู เป็นอะไรมากไหมเจ้าคะ”
“ไม่เป็นไร เจ้าได้มาไหม”
“เจ้าค่ะ” เย่วจูรีบนำผ้ามาเช็ดบนเตียงที่มีรอยน้ำร้อนจากยาตกอยู่
“ดีที่ไม่ถูกตัว หาไม่แล้วผิวสวย ๆ ของคุณหนูคงเป็นแผลเป็นตลอดชีวิตแน่”
ตอนนี้คนถูกลวกคงคิดเช่นนั้น เธอจึงได้เห็นแสงไฟในเรือนถูกจุดสว่าง เสียงผู้คนเร่งรีบไปหาหมอเพื่อมารักษาหลี่ถิงถิง
“เตรียมตัวไว้เถอะ อีกไม่นานพวกเขาจะมาอีก”
เย่วจูถอนใจ คิดว่าเรื่องที่คุณหนูถิงถิงเจ็บตัวเพราะเรือนนี้ คงทำให้นายสาวถูกกักบริเวณไม่ได้ออกจากเรือนเป็นเดือนแน่
“คุณหนูเจ้าขา เหตุใดทำเช่นนี้”
สายตาแข็งกร้าวมองไปด้านนอกประตู “เพราะข้าอยากให้พวกเขาลืมเรือนนี้เสีย” นางจะได้ทำงานสะดวก หากพวกเขาไม่มาสอดส่องเรือนของนางอีก
และก็เป็นอย่างที่นางคิดจริง ๆ เมื่อทั้งบิดามารดาของนาง ท่านผู้เฒ่า อีกทั้งยังมีอนุเฉียนอีกคนมาร่วมวงด้วย
ประตูถูกถีบออก ตามด้วยบิดาที่มีสีหน้าโกรธจัดเดินมาชี้หน้าด่า
“เจ้ามันตัวซวย นำแต่เรื่องไม่ดีมาให้เรือนข้า พี่สาวเจ้าหวังดีนำยามาให้เจ้าก็ทำร้ายนาง นี่ดีที่แผลไม่ลึกมากจึงทำให้ไม่เกิดแผลเป็น ไม่เช่นนั้นข้าจะจับเจ้าลวกน้ำร้อนแทนเป็นการลงโทษ”
ถึงกับใช้น้ำร้อนลวกนางเพื่อแก้แค้นบุตรสาวที่รัก ช่างเป็นบิดาที่รักบุตรสาวอย่างแท้จริง หันไปทางมารดาที่กล่าวเสริม
“ข้าไม่น่าคลอดเจ้ามาเลย คลอดตัวกาลกิณีเช่นเจ้ามีแต่จะทำให้วงศ์ตระกูลตกต่ำ”
แน่ละสิ เพราะต่อไปข้าจะทำให้มันเป็นอย่างท่านว่า หันมองไปยังท่านผู้เฒ่าที่ใช้ไม้เท้ายกขึ้นมาจะตีขานางที่นอนอยู่บนเตียง แต่เย่วจูกลับใช้ร่างบังเอาไว้
“เย่วจู” นางหันไปมองพวกเขาตาแข็ง ใครจะทำนางนางไม่สน แต่ไม่ใช่เย่วจู