ตอน 2

บทที่ 2

วินซ์ปล่อยมือจากหล่อนจริงๆ เขาขยับออกห่าง เอนหลังพิงกับเบาะนุ่มภายในรถ ดวงตาสีน้ำเงินอมดำที่ยากจะหยั่งถึงคู่นั้นปิดลง แต่กระนั้นริมฝีปากสุดเซ็กซี่ที่หล่อนเผลอมองทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับเขาก็ยังพ่นวาจาร้ายกาจออกมาไม่หยุด

“ผมขอเตือนคุณเอาไว้แต่เนิ่นๆ นะขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ...” เขาเรียกหล่อนเต็มยศ และมันก็ทำให้หล่อนซาบซึ้งกับความห่างเหินได้เต็มหัวใจ

“ผมเคยชินกับการถูกตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ และที่สำคัญไม่เคยถูกใครด่า ดังนั้นหากคุณทำให้ผมรู้สึกว่าถูกด่าอีกละก็ คุณลำบากแน่!”

แม้คำพูดที่เล็ดลอดออกมาจากปากของวินซ์จะแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กระนั้นมันกลับดังกึกก้องเต็มสองหูของขวัญชีวาอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะหวาดกลัว หวั่นเกรง แต่ก็ยั้งปากเอาไว้ไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร กับผู้ชายคนนี้หล่อนถึงได้อยากต่อปากต่อคำด้วยนัก ทั้งๆ ที่ตามปกติแล้วหล่อนไม่ใช่คนพูดมากหรือก้าวร้าวอะไรเลย

“จะให้ลูกน้องมาข่มขืนฉันหรือไง”

คราวนี้คนที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมาทันที แถมยังหันมาจ้องหน้าหล่อนเขม็ง ขวัญชีวาสูดกลิ่นอายแห่งหายนะเข้าไปจนเต็มปอดเมื่อคนตัวโตเขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้น ต้อนร่างของหล่อนที่พยายามถอยหนีไปจนแผ่นหลังชิดกับประตูฝั่งของตัวเอง

“ออกไปให้ไกลนะ”

หนุ่มหล่อแสยะยิ้ม ใช้นิ้วเรียวสีแทนตรึงปลายคางมนเอาไว้ บังคับให้หันมาเผชิญหน้ากับตัวเองจนสำเร็จ

“อย่างคุณน่ะแค่ผมคนเดียวก็แทบจะรับไม่ไหวแล้วมั้ง”

นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของหล่อนจนทั่วทุกซอกทุกมุม จากนั้นก็เลื่อนลงไปหยุดที่หน้าอกอวบเต่งตึงที่พุ่งดันเสื้อตัวสวยขึ้นมา สาวน้อยแก้มแดงจัด รีบยกมือขึ้นปิดสิ่งที่คนตัวโตกำลังให้ความสนใจด้วยความขุ่นเคือง

“คนไร้มารยาท!”

“ด่าเก่งจริงๆ ขวัญชีวา ผมชักอยากจะรู้แล้วสิว่าเวลาเราสนุกกันบนเตียง คุณจะยังด่าผมปาวๆ แบบนี้อยู่หรือเปล่า”

“แน่นอน ฉันจะด่าคุณจนกว่าคุณจะตายไปนั่นแหละ หากคุณมาแตะต้องเนื้อตัวของฉัน”

ตอบโดยไม่คิดจะเสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อย เรียกเสียงหัวเราะร่วนจากปากของวินซ์ ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงมาหามากยิ่งขึ้น เล่นเอาสาวน้อยตัวสั่นระริกแต่กระนั้นก็ยังพยายามทำปากเก่ง

“ตั้งแต่เกิดมาพึ่งมีคุณนั่นแหละที่กล้าด่าผมแบบนี้ และแน่นอนว่าผมเอาคืนแน่เมื่อเวลานั้นมาถึง รับรองว่าคุณจะต้องเสียใจที่ทำให้ผมลิ้มรสกับคำว่าด่าของคุณ”

“คุณมันก็เก่งแต่กับผู้หญิงเท่านั้นแหละ หว่านเงินซื้อนู่นซื้อนี่อย่างที่ต้องการ โดยไม่สนว่าใครจะเดือดร้อนยังไง และก็เพราะคุณอีกนั่นแหละที่ทำให้พ่อฉันต้องติดคุก!”

คราวนี้แววล้อเล่นในสายตาคมกริบถูกเคลือบทับด้วยความเดือดดาล เกรี้ยวกราดที่คนถูกมองเห็นแล้วถึงกับหน้าซีดเผือด หล่อนปากดีเกินไปใช่ไหม ขวัญชีวาร้องถามตัวเองด้วยความหวาดหวั่น ขณะมองคนตัวโตที่กำลังแปรร่างเป็นมัจจุราชด้วยความหวาดกลัว

“อย่าปากดีเกินไปนักขวัญชีวา อย่าคิดว่าผมเป็นเพื่อนเล่น และอย่าบังคับให้ผมต้องทำกับคุณเหมือนกับที่ผมทำกับคนของผมยามที่พวกนั้นทำผิด ท่องไว้ในใจให้แม่นยำว่า ต่อจากนี้ไปผมคือเจ้าชีวิตของคุณ ไม่ว่าผมต้องการให้คุณทำอะไร คุณก็ไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่ง และหากคุณบังอาจทำให้ผมรู้สึกแย่เพราะการกระทำอันโง่เง่าของคุณละก็ คุณจะได้ลิ้มรสขุมนรกทั้งๆ ที่ยังหายใจอยู่แน่นอน”

ขวัญชีวาหน้าซีดแล้วซีดอีก พยายามบอกกับตัวเองว่าไม่ต้องกลัว แต่ก็ทำไม่สำเร็จ เนื้อตัวสาวสั่นระริกกับกลิ่นอายอำมหิตที่คนตัวโตขว้างใส่หน้า

“ตายทั้งเป็นน่ะรู้จักไหม?”

ว่าแล้วเขาก็ผลักหล่อนจนหลังกระแทกกับประตูรถคันหรู ก่อนจะขยับกายใหญ่โตออกห่าง การสนทนาที่ดุเดือดจบลงทันทีเมื่อเขาเลือกที่จะหลับตาลงอีกครั้ง และแน่นอนว่าสงครามย่อยๆ ในรถครั้งนี้ วินซ์ เอเมอร์ตันเป็นฝ่ายกุมชัยชนะเอาไว้ในมือได้สำเร็จ

ขวัญชีวาน้ำตาซึมขณะจ้องมองใบหน้าหล่อลากไส้ของผู้ชายข้างกายด้วยความตัดพ้อ เขาใจร้ายเหลือเกิน ทำเหมือนกับหล่อนไม่มีชีวิต ทั้งๆ ที่หล่อนก็มีหัวใจเหมือนๆ กับเขานั่นแหละ เกลียดเป็น เจ็บเป็น และก็รักเป็น...

น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งเมื่อความน้อยเนื้อต่ำใจกัดกินหัวใจอย่างเหี้ยมโหด กลีบปากอิ่มขบกันแน่นจนเป็นเส้นตรงเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นด้วยความเสียใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่จนแล้วจนรอดมันก็ยังเล็ดลอดออกมาจนหนุ่มที่นั่งหลับตาอยู่ข้างตัวได้ยินจนได้

“น้ำตาช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะขวัญชีวา”

“ฉันไม่ได้ร้องไห้ คุณหูแว่วไปเองต่างหาก”

เถียงทั้งๆ ที่น้ำตานองหน้า จากนั้นก็รีบหันหน้ามองออกไปนอกรถเมื่อเห็นคนตัวโตทำท่าจะลืมตาขึ้นมามอง เจ็บจนแทบกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือดเมื่อรู้ว่าวินซ์เห็นหล่อนเป็นแค่เพียงสิ่งของค้ำประกันเท่านั้น สิ่งของที่ต้องตักตวงให้คุ้มค่ากับเงินจำนวนมหาศาลที่เขาต้องจ่ายไป

“ปากแข็งชะมัด ผมว่าคุณจะต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างจากผม อย่างเช่น เรื่องที่ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าผมแล้วห้ามโกหก ห้ามปิดบังความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น เพราะหากผมจับได้ละก็ เรื่องเล็กๆ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที”

“เห็นฉันเป็นนางทาสหรือไง คุณมีสิทธิ์แค่ตัวของฉันเท่านั้นแหละ แต่หัวใจไม่มีทางได้ ฉันไม่มีวันหยิบยื่นมันให้คุณหรอก”

สิ้นคำกล่าวของคนโกหก เจ้าชีวิตของขวัญชีวาก็หัวเราะลั่นคล้ายกับขบขันเสียเต็มประดา ตรงข้ามกับหล่อนที่น้ำตาเล็ดแล้วเล็ดอีก เพราะสิ่งที่พูดไปมันไม่ใช่ความจริงเลยแม้แต่น้อย หัวใจของหล่อนน่ะเหรอ มันตกเป็นของเขาตั้งแต่แรกสบตาที่สระว่ายน้ำแล้วต่างหาก ตกเป็นของเขาโดยที่เขาไม่ได้เต็มใจรับมันเลยสักนิด

“ผมไม่เคยต้องการหัวใจของใคร แม้แต่ของคุณ”

ตอน 3

บทที่ 3

‘เจ็บไหมล่ะ? ถูกเขาตอกใส่หน้าจนหงายแบบนี้’ หญิงสาวร้องถามตัวเองอยู่ในอก ขณะที่ใบหน้างามชาดิกจนไร้ความรู้สึก

“ก็แน่ล่ะ คนอย่างคุณมันเลือดเย็นนี่ เลือดเย็นยิ่งกว่าผีดิบเสียอีก”

“ถึงผมจะเลือดเย็นแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยทำร้ายใครก่อน ทุกคนที่ผมใช้ล้วนแต่ได้ค่าตอบแทนจำนวนมหาศาล เช่น พ่อของคุณไง”

จบคำพูดนั้น รถคันงามก็แล่นมาจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่สวยสะดุดตา และในจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะโต้ตอบออกไปอีก พ่อคนตัวโตก็ก้าวหนีลงไปจากรถเมื่อบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำมาเปิดประตูให้ด้วยท่าทางนุ่มนวล หล่อนจึงรีบก้าวตามลงมาทันทีเมื่อประตูฝั่งตัวเองเปิดออก

“ขอบคุณค่ะ”

เอ่ยขอบคุณออกไปตามมารยาท ก่อนจะเงยหน้าจ้องมองสิ่งก่อสร้างตรงหน้าที่น่าจะจัดได้ว่าสวยงามติดท็อปเทนของโลกด้วยอาการอ้าปากค้าง พฤติกรรมนั้นเรียกรอยยิ้มบางๆ ให้แต่งแต้มที่ใบหน้าของวินซ์ซึ่งเดินเข้ามาหยุดใกล้ๆ ร่างอรชรของผู้หญิงที่เขามีสิทธิ์ในทุกอณูเนื้อใต้ร่มผ้านั้น ก่อนจะเอ่ยเบาๆ

“ท่าทางคุณไม่ตื่นเต้นเลยนะ”

สิ้นประโยคที่หล่อนรู้ดีว่ามันคือคำประชด ขวัญชีวาก็ละสายตาจากภาพงดงามตรงหน้าเพียงเพื่อที่จะมองภาพที่งดงามและสมบูรณ์แบบมากกว่าอย่างใบหน้าของวินซ์ เอเมอร์ตัน หัวใจสาวเต้นระรัวเมื่อเขาก้มหน้าเข้าใกล้อีกครั้ง ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวแต่หอมกรุ่นน่าหลงใหล และหล่อนก็เริ่มจะระทดระทวยเสียแล้ว

“ฉัน...”

“ถ้าชอบก็อย่าด่าผมบ่อยนัก แล้วคุณอาจจะได้อยู่นานกว่าที่คิดเอาไว้ก็ได้”

ว่าแล้วมือใหญ่ก็แตะเบาๆ ที่ลาดหลังบอบบาง พร้อมๆ กับดันร่างอรชรให้ก้าวเดินเข้าไปยังภายในคฤหาสน์หลังงามด้วยกิริยานุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ

และเมื่อก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ภายในห้องโถงกว้าง ขวัญชีวาก็รู้สึกไม่ต่างอะไรจากหนูสกปรกที่กำลังหลงทางอยู่ในพระราชวังของพระราชา เพราะทุกอย่างที่ได้เห็น ทุกอย่างที่ได้สัมผัส ล้วนแล้วแต่มีราคา ล้วนแล้วแต่มีคุณค่า จนอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองต่ำต้อยเกินไปที่จะแตะต้องของพวกนั้น

“ของพวกนี้มันแพงมากก็จริง แต่อย่าลืมสิว่าตัวคุณน่ะแสนแพงแค่ไหน ตั้งห้าสิบล้านเหรียญเชียวนะ”

ไม่รู้ว่าคนตัวโตเดาเก่ง หรือว่าหล่อนอ่านง่ายเหมือนหนังสือนิทานเด็กกันแน่ เขาถึงได้ล่วงรู้ความคิดความอ่านของหล่อนไปซะทุกเรื่องอย่างนี้

“คนบ้า!”

วินซ์หัวเราะเบาๆ แล้วก็อดฝังปลายจมูกลงบนแก้มนวลไม่ได้ ก็เวลาที่เจ้าหล่อนเขินแบบนี้แล้วน่ารักชะมัด เขาก็เลยอดใจไม่ได้จริงๆ

“เดี๋ยวได้พิสูจน์แน่คนสวย...รออีกนิดเดียว”

ขวัญชีวาไม่ได้ตอบคำถามวาบหวามนั้น เพราะขัดเขินเกินจะเอ่ยออกมาได้ หล่อนจึงเปลี่ยนจุดสนใจไปยังบรรดาสาวใช้จำนวนไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนที่มายืนเรียงแถวหน้ากระดานราวกับกำลังรอรับเจ้านายของตัวเองอยู่ด้วยความประหลาดใจแทน

“สาวใช้ทั้งหมดของที่นี่”

วินซ์ตอบออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของขวัญชีวาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม จากนั้นจึงหันไปเอ่ยกับบรรดาสาวใช้ของตัวเองด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนคนฟังอดหมั่นไส้ไม่ได้

“นี่คุณขวัญชีวา ผู้หญิงของฉัน ทุกคนจะต้องให้ความเคารพเฉกเช่นเดียวกับที่มีต่อฉัน ทำทุกอย่างตามที่เธอต้องการ หากความต้องการนั้นไม่ขัดต่อคำสั่งของฉัน”

“ค่ะคุณชาย” สาวใช้ทุกคนรับคำอย่างพร้อมเพรียงกันจนน่าทึ่ง

“แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว”

‘ผู้หญิงของเขาอย่างนั้นหรือ? ใช่สินะ ในสายตาของวินซ์ เอเมอร์ตันตอนนี้ หล่อนก็เป็นแค่ผู้หญิงที่มีราคาค่าตัว ซื้อหาได้ด้วยเงิน และหล่อนก็ถูกเขาซื้อแล้ว แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม’

น้ำตาแห่งความอดสูไหลซึมลึกอยู่ภายในอก ขณะก้มหน้าเดินตามคนตัวโตขึ้นไปตามขั้นบันไดลวดลายสวยงาม มือบางกำราวบันไดที่ทำจากทองเหลืองเงาวับเอาไว้แน่นเพื่อเป็นหลักยึด ความเย็นยะเยือกของมันแผ่ซ่านเข้าสู่เนื้อหัวใจอย่างรวดเร็ว และมันก็ทำให้ขวัญชีวาซาบซึ้งถึงคำว่าหายนะที่กำลังเยื้องย่างเข้ามาใกล้ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

“นี่คือห้องพักของคุณ”

เสียงทุ้มของวินซ์ดังขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูห้องกว้างตรงหน้า และเดินนำหล่อนเข้าไป หญิงสาวเดินตามเข้าไปหยุดยืนอยู่กลางห้อง แล้วก็เป็นอีกครั้งที่หล่อนต้องยกนิ้วให้กับมัณฑนากรที่จัดแต่งคฤหาสน์หลังนี้ เพราะแม้แต่ห้องนอน ก็ดูเหมือนราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์

“หวังว่าจะชอบนะ ผมสั่งให้คนจัดรอไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน” ในที่สุดเขาก็เฉลยออกมาว่าตัวเองนั้นจัดเตรียมห้องนี้ไว้รอรับหล่อน

ขวัญชีวาปรายตามองเตียงนอนที่ถูกคลุมทับด้วยผ้าคลุมเตียงสีกุหลาบ แล้วก็ต้องแก้มแดงก่ำเมื่อสมองไม่รักดีดันผุดภาพเร่าร้อนระหว่างตัวเองกับวินซ์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ภาพเร่าร้อนที่มันตามหลอกหลอนในฝันของหล่อนทุกค่ำคืน นับตั้งแต่สบประสานกับนัยน์ตาสีน้ำเงินเกือบดำของวินซ์ เอเมอร์ตัน

‘ไม่! ไม่! ไม่! หล่อนจะต้องเลิกคิด เลิกบ้า เลิกฝันทุเรศแบบนี้สักที ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจยิ่งกว่าพญามัจจุราชในขุมนรกเสียอีก ในสายตาของเขา หล่อนมันก็แค่อีตัว ผู้หญิงที่มีหน้าที่ทำให้เขาอิ่มเอมในเกมราคะเท่านั้น ไม่มีค่ามากไปกว่านั้นเลย’

ความอดสูแล่นพล่านเข้าใส่เนื้อหัวใจอย่างรุนแรง และมันก็ทำให้ขวัญชีวาต้องใช้ความอดทนทั้งหมดข่มความอ่อนแอเอาไว้แต่ภายในอกเท่านั้น

“นางบำเรออย่างฉันไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกค่ะ แค่มีที่ซุกหัวนอนก็ดีเกินพอแล้ว”

“ดีที่คิดได้แบบนั้น ผมจะได้ไม่ต้องใส่ใจคุณให้มันมากนัก งั้นก็พักผ่อนเถอะ ผมไม่กวนแล้ว เดี๋ยวค่ำๆ ผมจะมารับไปทานข้าวนอกบ้าน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก ขณะหมุนกายใหญ่โตที่ดูดีไปซะทุกท่วงท่าไปยังประตู แต่เหมือนกับคิดอะไรได้จึงหยุดเดินและหันกลับมามองหล่อนอีกครั้ง แต่สายตาของเขาก็ยังเย็นชาเช่นเดิม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED