“คุณกำลังจะบอกอะไรกับผมอย่างนั้นหรือ เออร์วิ่ง?”
“ผมแค่อยากจะบอกคุณว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่โจรธรรมดาที่แค่อยากขโมยข้อมูลของคุณเพราะอยากมีชื่อเสียง แต่มันเป็นแผนขององค์กรลับที่มีเครือข่ายอันตรายมาก”
“องค์กรลับ...”
“ใช่ครับ...แดเนียล และคุณก็รู้ดีว่าคุณได้ค้นพบอะไร ถึงผมจะไม่ใช่อัจฉริยะทางด้านนิวเคลียร์ฟิสิกส์แต่ก็พอจะรู้ว่าการค้นพบธาตุลำดับที่ 94 หรือพลูโทเนียมทำให้สหรัฐสามารถพัฒนาระเบิดปรมณูลูกแรกได้ และไซออนเนตก็เช่นเดียวกัน พวกเขาอาจไม่ใช่อัจฉริยะด้านนิวเคลียร์ฟิสิกส์เหมือนผม แต่เขารู้วิธีการต่อยอดว่าทำยังไงถึงจะใช้ธาตุชนิดใหม่ที่พวกคุณเพิ่งค้นพบไปพัฒนาเป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างร้ายแรงยิ่งกว่านิวเคลียร์”
“พระเจ้า! เออร์วิ่ง คุณรีบบอกพวกเรามาเถอะว่าไอ้หัวขโมยนั่นมันเป็นใครกันแน่”
มอโรว์เป็นฝ่ายถามอย่างร้อนใจ เขาก็เหมือนกับอีกหลายคนในที่นั้นซึ่งนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ทว่าตรงข้ามกับแดเนียลที่แม้เคร่งเครียดมากกว่าใคร ๆ แต่เขากลับมีทีท่าเยือกเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
“เออร์วิ่ง...ผมไม่รู้ว่านี่เป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่เรายังไม่ได้แจ้งให้คณะกรรมาธิการร่วมของสหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศรู้เรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้คือเราโชคดีที่มีคุณ”
“ผมตั้งใจกับงานทุกอย่างที่ได้รับอยู่แล้วครับ คุณแดเนียล”
เออร์วิ่งกล่าวก่อนเคาะปลายนิ้วลงบนแล็ปท็อปให้หน้าจอมอนิเตอร์แสดงใบหน้าตรงของหญิงสาวผมยาวดำขลับตัดกับสีนัยน์ตาประกายน้ำตาลแกมเขียวสว่าง จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากอิ่มเผยอเล็กน้อยบนโครงหน้ารูปไข่
“ผู้หญิงคนนี้เป็นสายลับมือหนึ่งที่เข้ามาฉกข้อมูลลับของคุณถึงในคฤหาสน์ไพรซ์ เธอทำงานให้กับไซออนเนต...มันเป็นองค์กรลับที่มีเครือข่ายอยู่ในอเมริกาและยังเชื่อมโยงกับพวกผลิตอาวุธและนักค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ น่าแปลกที่ไซออนเนตเหมือนไม่มีความซับซ้อนอย่างองค์กรลับทั่วไป แต่กลับเข้าถึงได้ยาก เป็นองค์กรที่ดูสะอาดแต่แฝงอันตรายไว้รอบด้าน”
“เธอน่าจะไปเป็นนางแบบหรือไม่ก็พวกเมียเก็บเศรษฐีมากกว่าจะมาทำงานเสี่ยงตายแบบนี้”
“ออโซลย่า คือชื่อที่ใช้เรียกเธอในองค์กร...ผมก็คิดแบบเดียวกับคุณนั่นแหละ แดเนียล ว่าผู้หญิงที่ทั้งสวยและฉลาดขนาดนี้ไม่น่าจะทำงานอันตรายอย่างการเป็นสายลับ”
“โอเค!” มอโรว์แทรกขึ้นขณะลุกจากเก้าอี้ “นี่พวกคุณสองคนคงได้ข้อสรุปกันแล้วซีนะว่าไอ้หัวขโมยที่มันกล้าเข้ามาจารกรรมข้อมูลถึงที่นี่เป็น...เอ้อ...สายลับที่สวยที่สุดเท่าที่พวกคุณเคยพบ ให้ตายเถอะ! ผมกับทีมนักนิวเคลียร์ฟิสิกส์ในห้องนี้อยากรู้มากกว่าว่าตอนนี้แม่สายลับแสนสวยของพวกคุณน่ะไปอยู่เสียที่ไหนแล้ว”
“ผมคิดว่าหลังจากนี้คงเป็นการส่งมอบข้อมูลครับ สายสืบของผมรายงานมาว่ามีคนเห็นเธออยู่ที่นิวยอร์ค”
เออร์วิ่งตอบอย่างรวดเร็ว
“แดเนียล ในเมื่อรู้ว่าเจ้าหัวขโมยอยู่ที่ไหนเราก็ควรจะแจ้งตำรวจให้รวบตัวแม่นั่นเสียเลยจะดีกว่า”
มอโรว์รีบออกความเห็นแต่คนที่เขาให้ข้อเสนอกลับเยือกเย็นจนน่าหวาดหวั่น นัยน์ตาสีน้ำเงินอมม่วงส่องประกายวาววับราวกับมีบางอย่างแอบแฝง
“เราจะยังไม่แจ้งตำรวจ เพราะถ้าเจ้าหน้าที่รัฐทราบเรื่องนี้มันจะกลายเป็นข่าวใหญ่ทันที”
“แล้วคุณจะทำยังไง?”
“ผมจะออกตามหาออโซลย่า เอาชิปข้อมูลกลับมาและปิดคดีด้วยตัวผมเอง!”
ดูเหมือนไม่มีผู้ใดในที่นั้นแสดงข้อกังขาต่อคำกล่าวของแดเนียล แม้เขาจะมีอายุน้อยที่สุดในทีมปฏิบัติการแต่ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มกลับได้รับการยอมรับมากที่สุดจากนิสัยจริงจังเด็ดขาดและความเป็นอัจฉริยะของเขา ทว่าเออร์วิ่งก็อดที่จะแสดงความกังวลออกมาไม่ได้
“คุณแดเนียล...แน่ใจหรือครับว่าคุณจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจริง ๆ “
นักสืบหนุ่มมองตรงไปยังบุรุษร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินอมม่วงลึกล้ำนั้นดูคมเข้มน่าเกรงขามมากแค่ไหน แดเนียลยกยิ้มมุมปากก่อนตอบ
“ผมอยากจัดการเรื่องทุกอย่างด้วยตัวผมเอง คุณเออร์วิ่ง ไม่เคยมีใครกล้ากระทำการอุกอาจแบบนี้ในอาณาจักรของผม โดยเฉพาะการทดลองที่เป็นปฏิบัติการลับอย่างที่สุด สาบานได้ว่าถ้าผมลากคอตัวต้นเหตุมาลงโทษไม่สำเร็จ ผมคงไม่มีวันนอนหลับได้อย่างสบายใจ เพราะนี่เป็นเรื่องที่รบกวนความรู้สึกของผมอย่างมาก”
“คุณต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้างหรือเปล่า?”
เออร์วิ่งถามขณะอีกฝ่ายเลื่อนสายตาคมวับกลับไปจับจ้องบนหน้าจอแล็ปท็อป แดเนียลขบกรามก่อนเค้นเสียงหนัก
“ผมขอแค่ประวัติโดยละเอียดของออโซลย่า ส่วนที่เหลือ...ผมจะจัดการเอง!”
กาแฟในถ้วยเย็นชืดไปนานแล้วและดูเหมือนว่าเจ้าของร่างระหงในเชิ้ตขาวสวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังเข้ารูปสีเบอร์กันดีและกางเกงลีวายส์ทรงกระบอกสีซีดจะไม่สนใจเครื่องดื่มที่มีเพียงอย่างเดียวบนโต๊ะตรงหน้านอกจากสอดส่ายสายตาคู่คมไปมาผ่านบานกระจกซึ่งมีผู้คนเดินขวักไขว่ภายนอกร้านกาแฟในมหานครอันตระการอย่างนิวยอร์ค บ่อยครั้งที่หญิงสาวผมยาวประกายน้ำตาลหม่นก้มลงมองเรือนนาฬิกาบนข้อมือทว่าก็มีทีท่าใจเย็นแม้เวลาจะล่วงมาหลายนาทีแล้ว
“ขอโทษที่ทำให้คุณรอนานนะสาวน้อย”
เสียงทุ้มหนักดึงความสนใจของอลินทิราจากด้านนอกบานกระจกให้หันกลับมามองร่างสูงของชายผิวสีแทนในโค้ทหนังซึ่งนั่งลงก่อนถอดหมวกแบเรต์เพื่อปัดฝุ่นออกอย่างเบามือเผยให้เห็นใบหน้าดุของบุรุษวัยเกือบสี่สิบปี
“คุณมาช้าไปยี่สิบห้านาทีค่ะ เฟลรอฟ”
หญิงสาวติติงด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบขณะบริกรเดินเข้ามาเพื่อรับออเดอร์
“เอสเปรซโซ่ที่หนึ่ง...ขอเข้ม ๆ เลยนะ”
เฟลรอฟ ชายร่างสูงใหญ่เชื้อสายรัสเซียสั่งก่อนหันมายังเจ้าของใบหน้ารูปไข่สวยคม โดยเฉพาะดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลแกมเขียวใสสว่างที่จ้องเขาแทบไม่กระพริบ
“ขอโทษทีที่ทำให้รอนาน ผมกำลังรับคำสั่งจากนายใหญ่ เขาตื่นเต้นมากที่ภารกิจของคุณประสบความสำเร็จ”
เฟลรอฟกล่าวยิ้มแย้มขณะประสานมือหนาทั้งสองบนโต๊ะ เขามีท่าทีที่ดูเป็นมิตร แต่กลับมีอะไรบางอย่างที่อลินทิราเริ่มจับสังเกตุจากประกายตาคู่นั้นซึ่งไม่มีวันเก็บงำอารมณ์ได้เช่นรอยยิ้ม
“ฉันทำตามหน้าที่ค่ะ และตอนนี้ทุกอย่างก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี”
“น่าชื่นชม...ผมรู้สึกชื่นชมความสามารถของคุณมากจริง ๆ ออโซลย่า...ห้องปฏิบัติการด้านฟิสิกส์ในคฤหาสน์ไพรซ์มีระบบความปลอดภัยแน่นหนามาก แต่คุณก็ทำได้ คุณเข้าไปเอาข้อมูลที่นายใหญ่ของเราต้องการออกมาได้ ผมเคยพบกับแดเนียล ไพรซ์ เจ้าของคฤหาสน์ เขาเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ทั้งหล่อเหลาและฉลาดหลักแหลม ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังแดเนียลคือนักนิวเคลียร์ฟิสิกส์มือฉกาจและเขาก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับขนาดที่รัฐบาลสหรัฐก็ยังไม่รู้เลยว่าการทดลองของเขาประสบความสำเร็จไปมากแค่ไหน...ทุกภารกิจที่คุณทำเพื่อไซออนเนตล้วนประสบความสำเร็จ และนายใหญ่ของเราก็พร้อมตอบรับทุกข้อเสนอที่คุณต้องการซึ่งก็หมายถึงสิ่งนี้ด้วย”
รอยยิ้มเกลื่อนบนใบหน้าดุก่อนที่เขาจะล้วงหยิบซองกระดาษจากด้านในเสื้อโค้ทส่งให้ออโซลย่า...สายลับสาวสวยลูกครึ่งไทย เวเนซูเอล่าที่ปฏิบัติภารกิจให้กับองค์กรไซออนเนตไม่เคยผิดพลาด แน่นอนว่าเธอทั้งสวยและฉลาดเป็นกรด เฟลรอฟ มองตามนิ้วเรียวบางที่หยิบซองจากมือเขาเปิดออกดูด้วยใบหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ บุรุษร่างสูงเลิกคิ้วเล็กน้อยขณะยกถ้วยกาแฟที่บริกรนำมาวางไว้ขึ้นจิบเบา ๆ
“นี่คือทั้งหมดที่คุณต้องการ ทั้งตั๋วเครื่องบินไปเมืองไทย และเช็คเงินสดยี่สิบล้านดอลล่าห์ นายใหญ่ตั้งใจมอบให้ออโซลย่าก่อนที่เธอจะวางมือจากการเป็นสายลับขององค์กร”
“ขอบคุณมากค่ะ”
“ผมมีนัดกับนายใหญ่และมีเวลาไม่มากนัก ถ้าคุณจะส่งมอบของที่เราต้องการ...ตอนนี้”
เฟลรอฟรวบรัดตัดความทั้งที่เอสเปรซโซ่ตรงหน้าเขาแทบไม่พร่องลงเลยด้วยซ้ำ อลินทิราช้อนสายตามองเขานิดหนึ่งก่อนวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ
“แต่ไม่ใช่ที่นี่” เขายับยั้งหญิงสาวที่กำลังจะล้วงหยิบของในกระเป๋าก่อนยืดลำตัวขึ้นและพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เธอเดินตามไป
อลินทิราลุกขึ้นและเดินตามไปโดยไม่มีข้อแม้ เฟลรอฟเดินนำหน้าเข้าไปด้านหลังของร้านกระทั่งถึงทางเดินแคบ ๆ ตรงไปยังห้องน้ำที่แทบไม่มีใครเดินผ่านมา
“นายใหญ่เสียดายคุณมาก เพราะนี่เป็นงานสุดท้ายของสายลับมือหนึ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ไซออนเนตเคยมีมา”