ตอน 1

กลางป่าที่ลึกจนแทบไม่มีใครจะคาดคิดว่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่ แต่กลับมีหมู่บ้านกลางพงไพรที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นสตรีวัยแรกรุ่นที่หน้าตาสะอาดสะอ้านผุดผ่องชวนมอง ผิวพรรณนวลเนียนผุดผาด รูปร่างเล็กเพรียวแต่อกอวบใหญ่เช่นเดียวกับสะโพกแต่กลับมีเอวเล็กคอด

กฎของหมู่บ้านแห่งนี้มีอยู่ว่า หญิงสาวทุกคนจะต้องมีคู่ครองก่อนจะอายุครบยี่สิบปี แต่ถ้าหากว่าใครยังไม่มีคนดูแลก็จะถูกให้ออกจากหมู่บ้าน ตอนนี้ถึงเวลาที่สร้อยระย้าที่เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่ถึงหกเดือนแล้ว ถ้าหากว่าเธอยังหาผัวมาอยู่ด้วยไม่ได้ ก็จะต้องออกจากหมู่บ้าน

ความจริงแล้วถึงเวลาของเธอที่จะต้องออกมาหาคู่มาสองครั้งแล้วล่ะ แต่กลับต้องพบเจอกับอุปสรรคทำให้ไปไม่ได้ เมื่อตอนที่เธออายุสิบเจ็ดปี เธอป่วยหนักต้องใช้เวลารักษาตัวแรมเดือน เมื่อตอนอายุสิบแปดปีก็เป็นน้องสาวที่ป่วยจนทำให้เธอออกมาไม่ได้อีก แต่คราวนี้แม่หมอแพรพลอยบอกแล้วว่าถึงเวลาของเธอมาถึงแล้ว เธอจะพบเจอเขาผู้นั้นที่จะมาร่วมหอลงโลงเป็น...ผัว! ของเธอสมดังใจ

แม้จะไม่มั่นใจว่าตนเองจะทำสำเร็จ แต่คำพูดของแม่หมอน้อยแพรพลอยไม่เคยไม่เป็นความจริง สร้อยระย้าจึงเชื่อมั่นว่าเธอจะหาผัวได้สำเร็จสมดังใจ ภารกิจสำคัญในครั้งนี้เธอไม่ได้มาเพียงลำพัง เมื่อน้องสาวสุดที่รักอย่างฟองจันทร์ที่รู้สึกผิดเพราะทำให้เธอต้องพลาดในครั้งก่อนร่วมเดินทางมาหาผู้ที่จะมาเป็นผัวของตัวเองด้วย

เธอสองคนพี่น้องเดินทางมาถึงบ้านที่ต้องใช้พักพิงในการทำภารกิจสำคัญในตอนเที่ยงของวันพอดี เมื่อกินอาหารที่พกพามาเสร็จ ก็รีบจัดห้องหับไว้เตรียมต้อนรับผู้ที่จะมาเป็นผัวของตนเอง กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาจนเกือบจะเย็น สองสาวจึงเร่งรีบออกอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่ลำธารกว้างที่คาดคะเนความลึกของน้ำน่าจะประมาณเข่าของเธอเท่านั้น

สร้อยระย้าคลี่ยิ้ม “จะอายอะไรล่ะ ที่นี่มีเพียงแค่เราสองคนพี่น้องเท่านั้นเองนะ หรือถ้าจะมีใครมา...ก็คงจะเป็นคนที่แม่หมอน้อยบอกไว้นั่นแหละ”

ฟองจันทร์พยักหน้ารับ ความจริงแล้วแม่หมอน้อยยังไม่อยากให้เธอมา เพราะเห็นว่าเธอยังไม่ประสีประสา แต่เพราะปีที่แล้วเธอทำให้พี่สาวหาคนมาร่วมเรียงเคียงกาย...เป็นผัวไม่ได้ อีกทั้งเธอไม่อยากให้พี่สาวมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ก็เลยติดตามมาด้วย

“คิดมากอีกแล้วนะฟอง” สร้อยระย้ายื่นมือแตะที่หน้าผากน้องสาวซึ่งขมวดเข้าหากันจนยู่ย่นแล้วนวดเบา ๆ “แม่หมอน้อยบอกแล้วไม่ใช่หรือ ยังไม่ถึงเวลาของพี่ ถึงได้มีเหตุขัดข้อง แต่คราวนี้เราก็มาถึงที่นี่กันแล้วไงล่ะ”

“แต่...” ฟองจันทร์ยังไม่สบายใจ ถึงจะมาแล้วแต่ถ้าหากไม่มีผู้ชายหลงเข้ามาที่นี่แห่งนี้...พี่สาวของเธอก็จะหาผู้ชายที่จะมาเป็นผัวไม่ได้ พี่สาวเธอจะไม่มีผัวให้พากลับไปที่หมู่บ้านด้วยนะสิ!

“หรือฟองไม่เชื่อคำพูดของแม่หมอแล้ว”

“ไม่ใช่ไม่เชื่อนะจ๊ะพี่สร้อย ฉันแค่ไม่ค่อยจะมั่นใจนะจ๊ะ”

“ถ้าเชื่อก็ไม่คิดมากนะ ตอนนี้เรามาอาบน้ำกันดีกว่า ก่อนที่มันจะมืดค่ำ ถึงบ้านเราจะอยู่ไม่ไกล แต่นี่ก็คือป่านะ กลางค่ำกลางคืนจะต้องมีพวกสัตว์ออกมาหากิน พี่ว่าเรารีบอาบน้ำกันดีไหม พี่อยากจะกลับไปนอนจะแย่แล้ว”

“จ้ะ” ฟองจันทร์พยักหน้ารับแล้วเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่จนเหลือเพียงแค่กางเกงตัวจิ๋วบางจนแทบจะปกปิดเนินกายสาวไว้ไม่ได้ ความจริงเมื่อก่อนหน้านั้นนานหลายปีมากแล้ว พวกเธอสวมใส่เพียงแค่หนังสัตว์ไว้ห่อหุ้มทรวงอกและเนินกายสาว แต่เพราะรอยต่อของมนตราที่ปิดกั้นหมู่บ้านจากคนภายนอก ด้วยกลัวว่าจะถูกคนจากภายนอกบุกรุกแย่งชิงทรัพยากรอันมีค่าอย่างสายแร่ทองคำที่มีมากมายเป็นภูเขาขนาดย่อม ๆ แตกออก มีคนค้นพบหมู่บ้านของพวกเธอ

เรื่องเล่าต่อกันมาว่าชายผู้นั้นอยากได้แร่ทองคำกลับไป แม่หมอเฒ่าเลยยื่นข้อเสนอให้ช่วยสอนให้พวกเขามีความรู้ เพื่อแลกกับการส่งอีกฝ่ายกลับไปพร้อมกับแร่ทองหีบใหญ่ ตอนแรกคนผู้นั้นไม่ยอมรับ แต่เมื่อแม่หมอเฒ่าบอกว่า จะเอาเท่าไหร่ก็ได้ แล้วยังจะนำไปส่งให้ถึงบ้านด้วย คนผู้นั้นจึงยอมตกลง เมื่อทุกอย่างสำเร็จ จะกี่หีบทองที่คนผู้นั้นต้องการ คนในหมู่บ้านก็นำมาวางกองไว้ตรงหน้าและขนออกมาจากหมู่บ้าน

แต่...เพียงแค่คนผู้นั้นก้าวออกจากม่านมนตราของหมู่บ้าน ร่างกายก็แก่ชราก่อนจะสลายไปกับสายลม...คนผู้ใดที่เข้าหมู่บ้านของเราแล้วจะกลับออกไปได้เพียงแค่วิญญาณเท่านั้น!

หมู่บ้านของเราจึงยังเป็นความลับอยู่นาน แต่ก็มีเหตุให้มีคนพบเจอผู้คน...ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษเพศร่างกายกำยำทั้งสิ้น แม่หมอรุ่นต่อ ๆ มาจึงคิดว่า...ในหนึ่งถึงสองปีจะทำให้ม่านมนตราที่ปิดกั้นสายตาคนภายนอกไม่ให้พบเจอหมู่บ้านของเราเปิดออก ให้สาว ๆ ในหมู่บ้านที่มีชะตาพิเศษออกมาหาผู้ชายที่แข็งแกร่ง เก่งกล้าเหมาะสมกับการจะทำหน้าที่ผัวกลับไปเป็นกำลังให้กับหมู่บ้าน นำเอาความเจริญก้าวหน้าพร้อมกับความรู้ไปมอบให้กับชาวบ้านได้เรียนรู้ จะได้ไม่โง่ให้ถูกหลอกจนเกิดเรื่องร้ายแรงกับชาวบ้านทุกคน

“น้ำเย็นดีจังเลยพี่สร้อย” ฟองจันทร์พูดกับพี่สาวหลังจากที่ทรุดตัวลงนั่งบนก้อนหินแล้วตักน้ำด้วยสองมือเล็กของตนเองมาราดบนลำตัว ใบหน้าคนเป็นน้องเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา ดวงตากลมโตสุกสกาวก้มลงมองสายน้ำในลำธารที่ไหลมากระทบร่างกาย

สร้อยระย้ายิ้มให้กับน้องสาวพลางเอนกายเพรียวบางไปด้านหลังจนส่วนของเส้นผมสีดำราวกับนกกาน้ำยาวจรดแผ่นหลังถูกจับม้วน ๆ แล้วสอดด้วยกิ่งไม้เพื่อให้อยู่ทรง แต่ก็มีบางส่วนห้อยลงมาระต้นคอ พลางยกมือขึ้นลูบไล้ผิวกายเนียนนุ่มแผ่วเบา

“พี่สร้อย” ผู้เป็นน้องที่ลูบไล้มือไปตามร่างกายตนเองร้องเรียกให้พี่สาวที่ลอยตัวอยู่กับน้ำหันมาสนใจตัวเอง

“อยากรู้อะไรก็ถามมา”

“คือฉันสงสัยเรื่องที่แม่หมอบอกมานะจ๊ะ พวกเราจะหาผู้ชายที่เหมาะสมจะมาเป็นผัวของเราอย่างที่แม่หมอบอกมาได้จริงเหรอ ทั้งที่เราไม่ได้ไปตามหมู่บ้านใกล้เคียงหรือในตัวเมืองเลยนะ” สาวน้อยวัยแรกรุ่นผู้เป็นน้องถามด้วยความสงสัย เธอกวาดสายตามองไปรอบบริเวณที่นั่งอาบน้ำอยู่ตอนนี้ จะพรานป่าหรือชาวบ้านต่างก็ไม่มีมาให้เห็นสักคน แล้วเธอสองคนพี่น้องจะพบคนที่จะมาทำหน้าที่ผัวให้ได้ยังไงกันล่ะ

“ไม่ต้องสงสัย ถ้าแม่หมอบอกว่าพบ เราก็จะพบ” ผู้เป็นพี่สาวบอกพลางดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่น ก่อนจะกวาดสายตามองร่างของน้องสาวอย่างเชื่องช้าแล้วคลี่ยิ้มหวาน จะกวักมือเรียกคนที่ตัวเล็กกว่าเพียงแค่เล็กน้อยให้ขยับมานั่งใกล้ ๆ เธอดันร่างของฟองจันทร์ขึ้นมานั่งบนตัก

ตอน 2

“บางที...เราอาจจะไม่ต้องรอนานก็ได้นะฟอง” มือเล็กวางบนไหล่ของน้องสาวแล้วลูบไล้แผ่วเบาขณะที่อีกแขนก็สอดเข้าไปโอบกอดรอบเอวที่เล็กมากและวางมือลงบนทรวงอกใหญ่มากพร้อมกับแนบใบหน้าลงบนไหล่โดยที่ริมฝีปากแนบชิดกับลำคอระหง

“หมายความว่ายังไงหรือจ๊ะพี่สร้อย” ฟองจันทร์ถามเสียงสั่นเมื่อพี่สาวขยับมือหยอกเย้ากับทรวงอกตนเองที่มันก็ดันไหวสู้มือพี่สาวเสียด้วย ไหนจะปากเล็กที่ขบกัดลำคอระหงกับลิ้นอุ่นที่ไล้เลียผิวเนื้อ

“ก็คนที่แม่หมอบอกมาไงล่ะ”

ฟองจันทร์ทำตาโต อ้าปากกว้าง “หมายความว่า...”

“ใช่แล้วจ้ะ พี่คิดว่า ตอนนี้คนพวกนั้นคงจะหลุดเข้ามาที่นี่แล้ว” สร้อยระย้าบอกเสียงหวานใส ขณะหยอกเย้ากับทรวงอกของน้องสาวที่นูนเด่นขึ้นมา

“ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกนั้นกำลังถ้ำมองเราสองคนพี่น้องอยู่ด้วยนะ”

“พี่สร้อยรู้ได้ยังไงกันจ๊ะ ฉันยังมองไม่เห็นใครเลยสักคน” ฟองจันทร์ยังไม่เชื่อ ด้วยว่าเมื่อพี่สาวบอก เธอก็รีบกวาดสายตากลมโตไปจนทั่วบริเวณลำธารที่อาบน้ำอยู่ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครสักคน

“ก็คงจะเป็นฝีมือแม่หมอแพรพลอยที่จัดการเรียกพวกนั้นมาหาให้เราไงล่ะ แต่เพื่อไม่ให้ถูกสงสัย ฟองต้องทำตัวเป็นสาวชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ แล้วก็ยอมให้พวกนั้นจับตัวไปทำอะไรตามแต่ใจที่อยากจะทำไงล่ะ” ผู้เป็นพี่สาวบอกกับฟองจันทร์เสียงแผ่วเบาขณะที่ปากก็ขบเม้มกัดผิวเนื้อนวลเนียนหอมขณะที่มือก็เริ่มลูบไล้หยอกเย้ากับอกอวบใหญ่ของน้องสาวด้วยความสนุกสนาน

“อุ๊ย! ไม่ทำกับฉันแบบนี้สิจ๊ะพี่สร้อย ฉันกลัวนะ” ฟองจันทร์พูดเสียงสั่นเมื่อพี่สาวจับสองมือของเธอให้มาลูบไล้หยอกล้อกับทรวงอกอวบใหญ่ตนเองแล้วยังจะทำเสียงแปลก ๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกวูบวาบในช่องท้องอีก

“กลัวอะไรละจ๊ะฟองจ๋า พี่จับแค่จับนวดคลึง" ไม่เพียงแค่พูด สร้อยระย้ายังนวดคลึงทรวงอกอวบใหญ่ของน้องสาวด้วย "หยอกเล่นกับอกของฟองแค่เบา ๆ เองนะ แต่ถ้าเป็นผู้ชายพวกนั้นนะ...น้องสาวของพี่น่ารักน่าเอาเป็นเมียเสียขนาดนี้ พวกนั้นจะมองฟองเป็นเหยื่อที่แสนหวาน เหมือนหมาป่าที่หิวโซที่พร้อมจะกัดกินน้องสาวของพี่อย่างตะกรุมตะกรามไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซาก”

“อื้อ...พี่สร้อยอย่าพูดแบบนั้นสิ แค่คิดว่าจะถูกคนพวกนั้นมากอดรัด จูบปาก จูบคอ ฉันก็รู้สึกไม่ดีจะแย่แล้ว ถ้าต้องถูกคนนั้นที่ไม่รู้จักมักคุ้นทำกับฉันอย่างที่พี่กำลังทำอยู่ แล้วยังจะ...ถูกคนพวกนั้นจับทำเมีย! ฉันก็กลัวจนตัวสั่นแล้ว” ฟองจันทร์พูดเสียงสั่นเมื่อมือเล็กของพี่สาวลูบไล้ไปตามขาเรียวยาว

สร้อยระย้าหัวเราะเสียงใสขณะพูดเสียงหวานแผ่วเบากับผู้เป็นน้องสาว “จะกลัวอะไรล่ะจ๊ะฟองจ๋า แม่หมอให้ทุกอย่างที่เราต้องใช้มาหมดแล้วนี่นา”

กลัวแต่คนพวกนั้นจะรับมือเธอสองพี่น้องไม่ไหวเสียมากกว่า พวกคนเมืองจะสู้สาวบ้านป่าที่แกร่งกล้าและอดทนเช่นเธอสองพี่น้องได้ยังไงกันล่ะ กลัวจะหมดสภาพตั้งแต่ยกแรกเสียด้วยซ้ำ สร้อยระย้าปรามาสอยู่ในใจ เพราะเธอเชื่อว่าคนพวกนั้นอ่อนแอ...ยังไงก็ทนอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน พอเธอได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็คงจะต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง

“แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฉันก็ยังกลัวอยู่ดี พี่สร้อยจะแน่ใจได้ยังไงว่าเราสองคนพี่น้องจะรับมือกับคนพวกนั้นไหว ไม่ใช่เราไม่รู้ คนพวกนั้นส่วนใหญ่หน้าซื่อแต่ใจคิดคดจะตาย ต่อหน้าทำดีให้เราตายใจ แต่ลับหลังคอยหาทางจะกำจัดนะ” ฟองจันทร์ยังพูดอย่างคนที่ไม่มีความมั่นใจ ถึงแม่หมอจะให้ของดีมา ถึงพี่สาวจะให้ความมั่นใจแล้ว แต่เธอก็...ยังกลัวอยู่ดี

“แล้วแม่หมอยังบอกว่าฉันจะต้องรับมือถึงสองคนด้วยกันเลยนะ พี่คิดดูสิ ฉันตัวเล็กแค่นี้ จะรับไหวได้ยังไงกันละ”

“ทำไมจะไม่ได้ละ ขนาดพี่จันทร์ตัวเล็กนิดเดียว ยังรับมือกับพี่ทับกับพี่นักรบได้เลย” สร้อยระย้าบอกก่อนจะจับรั้งตัวน้องสาวให้หันมาหาตนเอง

“พี่สร้อยพูดอย่างกับเคยเห็นอย่างนั้นแหละ”

“ก็เคยนะสิ”

ฟองจันทร์ทำตาโต อ้าปากกว้าง “จริงหรือจ๊ะ จะเป็นไปได้ยังไง”

“ใช่จ๊ะ ก่อนที่เราสองคนจะย้ายออกจากบ้านไปอยู่กันสองพี่น้องไง คืนนั้นพี่ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเราต้องออกไปอยู่กันสองคน เลยคิดว่าจะไปถามพี่ดาวให้รู้เรื่อง แต่พี่กลับเห็นพี่จันทร์ถูกพี่นักรบที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าโดยมีขาขาวที่ขาวนวลเนียนของพี่ดาวพาดอยู่บนไหล่ เอนตัวไปพิงพี่ทับที่ประกบอยู่ด้านแล้วก็...” สร้อยระย้ากระซิบบอกสิ่งที่ได้เห็นกับน้องสาวขณะลากไล้นิ้วเรียวไล้จากร่องสันหลังของน้องสาวเรื่อยลงไปขยำนวดสะโพกใหญ่

“อย่างที่แม่หมอน้อยบอกไงฟอง คนเมืองพวกนั้นเขารู้จักปลุกเร้าให้เราลืมความเป็นไปไม่ได้ทุกอย่าง พวกนั้นเหมือนสัตว์ร้ายที่จ้องกัด...”

“อุ๊ย!” ฟองอุทานเสียงแหบพร่าเมื่อถูกที่สาวกัดเอาที่บนเนินอกจนมีรอยแดง

“กิน” สร้อยระย้าแนบปากเล็กลงบนปลายยอดอกสีชมพูอ่อนของน้องสาวแล้วกัดเม้มเบา ๆ “เราสองพี่น้องอย่างตะกรุมตะกราม คิดว่าเราเป็นเหยื่อที่แสนหวาน” สร้อยระย้าหัวเราะเสียงใสเมื่อหูแว่วได้ยินเสียงดังมาจากพุ่มไม้ที่ความจริงแล้วมันก็ใช้หลบซ่อนกายไม่ได้เลย เธอได้เห็นผู้ชายที่หลบซ่อนอยู่มีด้วยกันสี่คนที่จ้องมองเธอสองพี่น้องด้วยแววตาหื่นกระหาย

“ยิ่งน้องสาวของพี่หุ่นดีน่ากอดจูบลูบฟัดขนาดนี้ คนพวกนั้นคงอยากจะจับมากดเล่นเป็นผัวเมียอย่างเร็วเชียวล่ะ คิดว่าตอนนี้คงจะทนไม่ไหว อยากเอาเราสองคนเป็นเมียจะตายอยู่แล้วล่ะ” สร้อยระย้าบอกกับน้องสาวเมื่อหูได้ยินเสียงลมหายใจกับเสียงคุยลอยตามลมมา...

ตอน 3

“ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะวิลเลียม” มาวินพูดขณะกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ถ้าปัดมือเล็กนั่นออกไปแล้วให้เขากอดรัดกัดผิวเนื้อนวลเนียนได้หรือเปล่า แม่เจ้าโว้ย...อกอวบใหญ่น่ากินจริง ๆ ไม่รู้ว่าตรงนั้นจะใหญ่ด้วยหรือเปล่า ตอนที่เขาบุกรุกแล้วสองขาเรียวรัดรอบเอวมันจะเป็นยังไงกันนะ โอ๊ย! จะทนไม่ไหวแล้วโว้ย!

“สาวชาวบ้านป่าอกใหญ่น่ากัดน่าเอาแบบนี้หมดทุกคนหรือเปล่าวะเนี่ย” มาวินยื่นลิ้นออกมาไล้เลียริมฝีปากขณะมองสองสาวอย่างหื่นกระหาย

“อดทนรอไปอีกหน่อยสิ ผมอยากรู้ว่าสองสาวนั่นกำลังทำอะไรกันแน่”

“หมายความว่ายังไงคุณพันไมล์” ธาดาถามออกไป ปกติเขาก็ไม่ค่อยสนใจพวกผู้หญิงมากเท่าไหร่ พวกเธอเรื่องมาก ต้องคอยตามเอาอกเอาใจ พอไม่ได้ดั่งใจก็อาละวาดกรีดร้องทำให้เขารำคาญมากกว่าจะมีความสุข ชีวิตเขาจึงเลือกที่จะเดินทางในป่าเพื่อค้นหาข้าวของที่มันมีค่ามีราคาเอาไปไว้ขายพวกเศรษฐีใหม่

“คนที่มีความคิดคงจะไม่มาแก้ผ้าจนเกือบเปลือยอาบน้ำกลางป่าที่จะมีชาวบ้านผ่านมาเห็นเข้าแล้วลากไปทำไม่ดีด้วยกลางวันแบบนี้หรอกนะ” วิลเลียมบอกขณะกวาดสายตามองไปจนทั่วเพื่อสำรวจดูว่าจะมีใครหลบซ่อนกายอยู่บ้าง

“แถวนี้ไม่มีใครเลย...มีแต่สองสาวนั่น” พันไมล์พูดขณะสายตาจับจ้องที่สาวคนตัวเล็กว่าแต่อกราวกับแตงโม ปลายยอดสีชมพูถูกหยอกล้อจนเขารู้สึกปวดร้าวร่างกายไปหมดแล้ว

“คุณละวิลเลียม เห็นอะไรบ้าง” ธาดาถามทั้งที่เริ่มรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก ๆ แล้วเหมือนกัน พวกเขาเดินทางนับรวมกับลูกหาบก็เกือบจะยี่สิบคน แต่เป็นไปได้ยังไงที่มีเพียงแค่พวกเขาสี่คนที่หลุดหลงผ่านม่านควันสีขาวมาจนพบกับสองสาวนั่นที่ตอนนี้เขาเริ่มกลัวแล้วว่าเธออาจจะไม่ใช่คน!

“คงไม่ใช่หรอกมั่ง” มาวินพูดอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไหร่ มันก็จริงที่พวกเขาเดินทางเข้ามาในป่าที่ลึกมากจนแทบจะไม่มีใครเคยเข้ามาถึง ในป่าที่อะไรก็มีได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ระหว่างให้เลือกระหว่างเสี่ยงกับความตายแต่ได้มีอะไรกับสองสาวนั่น บอกเลยว่าเขาเลือกที่จะอยู่กับพวกเธอทั้งสองคนมากกว่าจะกลับไปแล้วทำมาหากินไม่เกิด ขยันทำงานแทบตาย แต่สุดท้ายก็มีแต่หนี้สินพอกพูนราวกับดินที่มันถูกทับถมจนนูนเป็นภูเขาขนาดเล็ก

“คุณละพันไมล์ จะเอายังไง” วิลเลียมถาม ด้วยว่าตัวเขาจะอยู่กับสองสาวหรือกลับบ้านเมืองของตนเองก็มีค่าเท่ากัน ที่นั่นไม่มีใครที่เขาเชื่อใจได้เลยสักคน ที่อยู่รายล้อมรอบตัวก็เห็นจะมีเพียงแค่ศัตรูที่คอยแต่จะทำร้ายอย่างเดียว แต่กับแม่สองสาวชาวบ้านป่า หากไม่มีปัญหาอะไรก็...น่าจะพออยู่กันได้นาน

“ผมแล้วแต่พวกคุณ ถ้าจะมีความสุขก็ต้องมีด้วยกัน ในเมื่อมาด้วยกันแล้วเวลาจะกลับก็ควรจะกลับไปด้วยกัน”

ธาดาพูดขึ้นทั้งที่เขาตัดสินใจได้ตั้งแต่ที่เห็นสองสาวแล้ว ตัวเขา...มีปัญหาทางด้านร่างกาย ตอนที่อยู่ในเมือง เป็นคนที่สามวันดีสี่วันไข้ แต่ไปตรวจจนละเอียดแล้วก็ไม่พบอะไร เขาถึงขั้นลองไปหาพวกหมอดูที่เก่ง ๆ ที่พวกเขาก็บอกไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ แต่หลังจากที่เขาเดินทางมากับทุกคนในครั้งนี้ ที่เคยปวดหัว เคยเป็นไข้ เคยหน้ามืดตาลายเป็นลมโดยที่หาสาเหตุไม่พบหรือว่าปวดท้องอย่างรุนแรงจนต้องกินยาแก้ปวดทีละหลายเม็ดแต่อาการก็เพียงแค่ทุเลาเท่านั้น แต่เมื่อเหยียบย่างเข้ามาในป่า อาการเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

แต่พันไมล์ก็ไม่ได้ตอบ เพราะเขาถูกสองสาวชาวบ้านป่าเล่นงานกลับจนอยากจับแม่ตัวเล็กอกใหญ่มาจัดการให้มีแต่เสียงร้องครวญครางจะแย่แล้วเหมือนกัน!

“ทำ...ทำอย่างนี้มันจะดีหรือจ๊ะพี่...พี่สร้อยจ๋า” ฟองจันทร์ถามเสียงสั่นเมื่อถูกพี่สาวสั่งให้ลุกขึ้นยืนด้วยความเขินอาย ถึงเธอยังมีกางเกงชั้นในตัวเล็กปิดกายอยู่ แต่...เมื่อเปียกน้ำมันก็บางแนบไปกับผิวเนื้อจนปกปิดสิ่งใดไม่ได้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนลำขาเรียวยาวแล้วยังจะให้เธออ้าขาออกให้กว้าง พร้อมกับบอกให้เอาสองแขนไพล่ไปด้านหลังวางลงบนสองขาของพี่สาวแล้วเธอก็ต้องเอนตัวไปด้านหลังด้วย

“ทำอย่างนี้แล้วคนพวกนั้นที่พี่บอกว่ามาถึงแล้ว...คนที่จะมาเป็นผัวของเราจะออกมาจากที่ซ่อนจริง ๆ หรือจ๊ะพี่สร้อยจ๋า” ฟองจันทร์เอ่ยถามอีกครั้ง เพราะท่าที่นั่งอยู่นี้มันทำให้อกของเธอนูนสูงขึ้น ถ้ามีคนหลบซ่อนอยู่ตามที่พี่สาวบอก คนพวกนั้นก็เห็นร่างกายของเธอจนหมดแล้วนะสิ เป็นอย่างนี้แล้วเธอจะเอาผู้ชายพวกนั้นมาเป็นผัวได้ยังไงกันล่ะ

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คำทำนายของแม่หมอไม่เคยพลาดเลยนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ถูกมาตลอด”

“แล้วที่แม่หมอบอกว่าฉันกับพี่จะเป็นเหมือนกับพี่จันทร์ เราสองคนพี่น้องจะมี...มีผัวถึงสองคน มันก็จะเป็นจริงด้วยหรือจ๊ะ แล้วเราสองคนตัวเล็กนิดเดียว จะรับมือกับผัวถึงสองคนด้วยกันไหวได้ยังไงกันละจ๊ะ”

ฟองจันทร์น้องน้อยผู้ช่างสงสัย...ในทุกเรื่องถามออกไป ถึงเธอจะตัวเล็ก แต่พี่สาวก็มีขนาดใกล้เคียงกัน จะให้เธอนั่งอยู่บนขาพี่สาวตลอดไปคงไม่ได้ ตอนนี้เธอก็เลยต้องเคลื่อนตัวลงไปนั่งใกล้ ๆ แล้วหยิบเอาก้อนหินขนาดพอเหมาะมือก่อนจะขยับไปนั่งด้านหลังของพี่สาวที่หันหน้าสู้กับสี่ชายหนุ่มวัยกลัดมันที่แอบซ่อนจ้องมองอยู่ด้วยหัวใจที่เต้นแรงเร็ว

“พี่ทับกับพี่นักรบตัวใหญ่ราวกับหมี พี่จันทร์ยังสู้ไหวเลย ไหนจะแม่หมออีกล่ะ พี่ชายที่อยู่ด้วยมีถึงห้าคนที่ตัวใหญ่กว่าหมีด้วยซ้ำ อยู่กับแม่หมอมาตั้งแต่พี่อายุสิบสาม ฟองก็สิบเอ็ด ตอนนี้ฟองก็สิบเจ็ด ส่วนพี่ก็ครบสิบเก้าวันนี้ อยู่กันยาวขนาดนี้แม่เฒ่ายังสวยใสราวกับเด็กสิบแปดอยู่เลย พี่ ๆ ทั้งห้าก็ยังหนุ่มแน่นไม่เห็นมีใครแก่เฒ่าไม่ไหวเลยนะ” ถึงตอนนี้จะหลายปีแล้วแท้ ๆ แต่ทั้งห้าคนยังดูเหมือนหนุ่มวัยรุ่นที่มีแต่ความแข็งแกร่งอยู่เลย

“เชื่อเถอะว่ายังไงฟองก็รับมือกับผัวทั้งสองคนไหว” สร้อยระย้าหัวเราะเสียงใสขณะลูบไล้มือไปบนท่อนแขนกลมกลึงของตนเองแผ่วเบา

“พี่กลับคิดว่า เมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ แค่สองคนจะไม่พอรับมือกับความเร่าร้อนของฟองนะสิ แม่หมอพูดว่าของฟองนะ...ใหญ่มหาเสน่ห์เลยนะ ผัวจะรัก ผัวจะลุ่มหลงใหลจนไปไหนไม่รอด อีกอย่าง...ยาของแม่หมอดีแค่ไหน ขนาดพี่ชายทั้งห้าคนยังไปไหนไม่รอดเลย แล้วของพี่กับฟองแค่สองคนเองนะ จะไม่ไหวได้ยังไงกันล่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED