1
“แกจะกลัวอะไรนักหนานังแป้ง แค่เข้าไปในห้อง เอายาที่อยู่ในซองนี้เทใส่ลงไปในน้ำ พอเหยื่อหลับแกก็ฉกพระเครื่องมา แค่นี้เองง่ายจะตายไป” เสียงไม่พอใจของประภาพรรณนักต้มตุ๋นมากฝีมือตวาดใส่หน้านักต้มตุ๋นรุ่นน้อง
“ก็พี่มิวบอกแป้งว่า ให้แป้งมาดูพระเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ให้ลงมือเองซะหน่อย แป้งก็เลยกลัว แป้งไม่เคยทำอย่างนี้นี่คะ ทุกทีก็แค่เอาพระเก๊ไปขาย”
จันยาวีร์หรือแป้ง สตรีวัยยี่สิบห้าปีนักต้มตุ๋นรวมสังกัดเดียวกับประภาพรรณโต้กลับเสียงเบา เธอได้รับโทรศัพท์จากเสริมบุญพี่ชายของมารดาผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งของเธอว่า ให้มาช่วยดูพระเครื่องที่คอนโดแห่งนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าให้มาทำงานเป็นนกต่อ เธอจึงอิดออดที่จะทำงานนี้
“ถ้าฉันดูพระเครื่องเป็นเหมือนแกและนวดเป็นเหมือนแกกับนิด ฉันคงไม่ให้พ่อโทรไปหาแกหรอกนังแป้ง พอดีนิดมันมาไม่ได้ มันปวดท้องเมนส์ฉันก็เลยต้องให้พ่อโทรไปบอกแก ให้แกมาที่นี่ยังไงล่ะ อย่าเรื่องมากนะน่ารำคาญ ทำตามที่ฉันบอกก็พอ เอ้า...ยา”
ผู้พูดยัดซองยาขนาดเล็กใส่มือของจันยาวีร์ที่ยืนหน้าซีดหน้าเซียวไม่อยากทำงานนี้ เดิมที่แผนของประภาพรรณก็คือ ส่งให้นิดหรือนิโรบลหนึ่งในนักต้มตุ๋นในแก๊งเข้าไปหาเหยื่อที่มีพระเครื่องตามใบสั่งในฐานะหมอนวด จากนั้นก็วางยาตามแผนแล้วฉกพระเครื่องตามที่ต้องการแค่นี้งานก็เรียบร้อย ทว่าแผนของเธอเปลี่ยนไปหมดเนื่องจาก นิโรบลปวดท้องประจำเดือนไม่สามารถมาทำงานนี้ได้ เธอจึงให้บิดาโทรศัพท์ไปหาจันยาวีร์มาทำหน้าที่แทนนิโรบล
“แป้งไม่ทำไม่ได้เหรอพี่มิว?” เธอยังหวังลึกๆ ว่าประภาพรรณคงจะรำคาญแล้วยกเลิกแผนการทั้งหมด
“ไม่ทำไม่ได้ แกอย่าลืมสิว่าเราต้องส่งของเสี่ยหาญวันมะรืนนี้แล้ว ถ้าไม่ได้ตามออเดอร์มีหวังถูกด่าเปิง เสียลูกค้าหมด อีกอย่างพ่อฉันรับเงินมัดจำไว้มาแล้วห้าแสน แล้วเงินนั่นก็หมดไปครึ่งหนึ่งเพราะเอาไปให้พ่อแกน่ะ เพราะฉะนั้นแกต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ถ้าฉันทำเองได้ ฉันคงไม่ง้อไม่ให้แกทำหรอกนังแป้ง อย่าเรื่องมากช่วยกันทำมาหากินหน่อย จำใส่หัวเอาไว้ด้วยว่า แกกับพ่อแม่พี่น้องของแกต้องพึ่งพ่อของฉัน ถ้าพ่อฉันไม่มีงานไม่มีเงิน แกกับครอบครัวแกจะอยู่ยังไง”
คำพูดของประภาพรรณทำให้จันยาวีร์ไม่อาจคัดค้านอะไรได้ เสริมบุญยึดอาชีพนี้มานานยี่สิบปี เดิมทีเป็นแค่ลูกจ้างต่อมาเมื่อมีฝีมือและเริ่มหาลูกค้าเองได้ เขาจึงแยกตัวออกมารับงานเอง มีลูกค้ากระเป๋าหนักหลายรายมาขอให้เขาช่วยหาพระเครื่องตามใบสั่ง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เสริมบุญจะรับงาน เขาเลือกรับงานเฉพาะที่ได้เงินค่าจ้างเยอะและคุมทุน หากได้ค่าจ้างไม่ถึงหนึ่งแสนก็จะไม่ทำ งานนี้ได้ยินมาว่าได้ค่าจ้างเป็นล้าน เนื่องจากใบสั่งงานนี้คือพระเครื่องเบญจภาคี หายากและราคาแพงมากด้วย
เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสริมบุญหามาได้ บางส่วนก็เจียดมาให้ครอบครัวของเธอ เป็นเพราะเกริงบิดาของเธอไม่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ทำงานไม่ทน ปิยะผู้เป็นพี่ชายก็มีนิสัยเหมือนบิดาไม่มีผิด พึ่งพาอาศัยไม่ได้ซ้ำร้ายยังหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตลอดเวลา ทัดชัยน้องชายเพียงคนเดียวของเธอก็ยังเด็กเกินไปที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว มาลีมารดาที่เคารพรักก็ยึดอาชีพหมอนวดมีรายได้ไม่แน่นอน แล้วแต่ว่าจะมีลูกค้ามากน้อยแค่ไหนต่อวัน รายได้หลักจึงตกอยู่กับเธอที่ต้องดูแลทั้งเรื่องกินอยู่ และหนี้สินที่ไม่ได้ก่อ ดีที่ว่ายังมีเสริมบุญผู้เป็นลุงคอยช่วยเหลืออยู่เนืองๆ
เสริมบุญไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่เท่านั้น ยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน เงินค่ามัดจำครึ่งหนึ่งที่เสริมบุญรับมาก็นำไปจ่ายหนี้สินที่เกริงผู้เป็นบิดาติดหนี้โต๊ะบอล และที่สนามม้ารวมๆ แล้วก็ร่วมสองแสนกว่าบาท ที่ชำระหนี้ให้เพราะเสริมบุญเห็นแก่มาลีน้องสาวและเธอ ไม่อย่างนั้นเสริมบุญไม่มีทางช่วยเกริงเด็ดขาด ข้อนี้เองที่ทำให้จันยาวีร์ไม่มีทางปฏิเสธงานนี้ได้
“พี่มิวแน่ใจนะคะว่าเหยื่อรายนี้มีพระเครื่องเบญจภาคีจริงๆ?”
จันยาวีร์ถามย้ำ คนที่พระเครื่องเบญจภาคีไว้ในครอบครอง มักจะไม่ประกาศให้ใครรู้ เนื่องจากพระเครื่องชุดนี้มีราคาสูงมาก เป็นที่ปรารถนาของนักเลงพระทุกคน ใครมีไว้ในครอบครองต้องเก็บไว้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกขโมยหรือว่าปล้นได้
“ก็จริงน่ะสิ คุณรัฐภูมิมีพระเครื่องเบญจภาคีจริง ฉันสืบมาแล้ว แกอย่าถามมากถามมายได้มั้ย อย่าลืมดูให้ละเอียดล่ะว่าใช่ของแท้หรือเปล่า แล้วนี่เอากล้องส่องพระมาหรือเปล่า?” ประภาพรรณตอบพร้อมกับถามในประโยคสุดท้าย
“เอามาค่ะ อยู่ในตะกร้า พี่มิวแล้วถ้าคุณคนนั้นเค้าไม่ยอมดื่มน้ำล่ะ แป้งจะทำยังไง?”
เธอหมายถึงตะกร้าที่ใส่อุปกรณ์การนวด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันนวดตัวกลิ่นต่างๆ ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของมารดาที่ถ่ายทอดสูตรและเคล็ดลับในการนวดให้ลูกสาวเพียงคนเดียวได้เรียนรู้ และเธอถามต่อถึงแผนการที่อาจจะคลาดเคลื่อน
“แกนี่เรื่องมากจริงๆ ถามโน่นถามนี่ตลอดเลย สมองน่ะมีมั้ย?” ผู้พูดนำนิ้วชี้มาจิ้มที่ขมับของคู่สนทนา ออกแรงดันจนศีรษะของจันยาวีร์เอนตามแรงดัน
“ถ้าโง่มากจนหาทางออกไม่ได้แกก็นอนกับมันไปเลยก็แล้วกันง่ายดี เอายาที่ฉันให้แกทาที่หัวนมของแก เพราะมันไม่มีกลิ่นไม่มีรสเหยื่อมันไม่รู้หรอกว่าแกวางยามัน พอมันดูดนมแกไม่ถึงหนึ่งนาทีรับรองหลับกลางอากาศ นิดมันทำบ่อยวิธีนี้น่ะ”
วิธีที่ประภาพรรณแนะนำมาเรียกความตกใจให้กับจันยาวีร์อย่างมากมาย สีหน้าของเธอเริ่มซีด นึกหวาดหวั่นและกลัวการที่จะขึ้นไปทำงานตามที่ญาติสาวสั่ง
2
“พี่...พี่มิวจะให้แป้งทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ ไม่เอาหรอกคะ แป้งไม่ทำแล้ว”
“นังโง่เอ๊ย!!!...ฉันพูดประชด ฉันรู้หรอกนะว่าแกเป็นหมอนวดอย่างเดียวไม่ได้รับนาบเหมือนนิด ฉันแค่อยากให้แกขุดความคิดในสมองโง่ๆ ของแกขึ้นมาใช้ก็เท่านั้นเอง หาทางเอาตัวรอด หาวิธีที่จะทำให้เหยื่อสลบโดยที่ไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว เป็นนักต้มตุ๋นมันต้องมีไหวพริบปฏิภาณ รู้จักหลบรู้จักหลีก รู้ว่าตอนไหนควรรุกตอนไหนควรหลบ ซื่อบื้อแถมโง่ๆ อย่างแก ถ้าพลาดไปจะทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนและก่อนที่คนอื่นจะเดือดร้อน แกนั่นแหละที่จะซวยก่อนเพื่อน ที่ฉันดุฉันว่าแกก็เพราะอยากให้แกทันเล่ห์เหลี่ยมของคนอื่นบ้าง ฉันไม่ได้อยู่ช่วยแกทุกเหตุการณ์หรอกนะ เอางี้...ถ้ามันไม่ยอมกินเบียร์ แกก็เอายาป้ายใส่ปากมันดื้อๆ เวลาแกนวดมันก็แล้วกัน”
ประภาพรรณไม่ได้จงเกลียดจงชังจันยาวีร์เหมือนกับที่พูดและแสดงออกไป อาชีพนักต้มตุ๋นหากไม่ทันคนมีหวังภัยจะย้อนกลับมาหาตัวเอง เธอรู้ดีว่าจันยาวีร์ยังใหม่กับงานต้มตุ๋นในลักษณะนี้ ส่วนมากจันยาวีร์จะทำเพียงนำพระเก๊ที่เสริมบุญทำลอกเลียนแบบพระเครื่องรุ่นและวัดต่างๆ แล้วนำไปปล่อยให้เซียนพระที่ตาไม่ถึงเท่านั้น การที่นำพระเครื่องของปลอมไปปล่อยตามแผงพระไม่มีความเสี่ยงเลยแม้แต่นิดเดียว หากเซียนพระตรวจดูแล้วว่าเป็นของปลอมก็ไม่มีการซื้อขายซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่างานในวันนี้เป็นงานในอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นงานใหม่สำหรับจันยาวีร์ทำให้ประภาพรรณต้องคอยสอนมากเป็นพิเศษ เพราะถ้าพลาดเจ็บหนักแน่
“แป้งจะพยายามค่ะ” จันยาวีร์รู้สึกเบาใจที่ได้ยินว่า คำพูดประโยคก่อนหน้านั้นเป็นเพียงการประชดประชัน ไม่ได้ให้เธอทำจริงๆ
“รีบขึ้นไปได้แล้ว ห้อง 4701 โอกาสมีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ อย่าให้พลาด ถ้าพลาดขึ้นมาซวยทั้งตระกูลแน่ อ้อ...ลืมบอกแกไปเรื่องนึง ถ้ามันถามว่าป้านกหมอนวดเจ้าประจำทำไมไม่มา แกก็บอกว่าป้านกไม่สบายมาไม่ได้ แล้วไม่ต้องถามล่ะว่าป้านกคือใคร ขี้เกียจตอบแล้ว ฉันไปก่อนนะต้องไปทำงานอื่นต่อเสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านล่ะ”
“ค่ะ แป้งจะพยายามค่ะพี่มิว”
จันยาวีร์รับคำเสียงไม่ดังมาก ก่อนจะเลยหน้ามองตึกสูง 47 ชั้น แล้วปรับสายตาในระดับปกติไปมองประตูทางเข้าคอนโด จากนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปในคอนโดสุดหรูด้วยลำขาที่ค่อนข้างสั่น หัวใจเต้นแรงถี่เมื่อก้าวผ่านประตูกระจกบานใสเข้าไปในล็อบบี้ภายในคอนโด
ภายในห้องชุดหมายเลข 4701 บุรุษเรือนกายสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าหล่อเข้ม ทุกรายละเอียดของใบหน้าไม่ว่าจะเป็นคิ้วดกเข้ม ดวงตายาว นัยน์ตาสีดำขลับแลดูมีเสน่ห์และน่าค้นหา ริมฝีปากหนาหยักได้รูปสวย ผิวสีของเขาเป็นสีแทนไม่หยาบกร้าน กำลังนอนเอกเขนกฟังเพลงที่เปิดคลอเบาๆ อยู่บนโซฟาตัวยาวที่ปรับนอนได้
รัฐภูมิ หรือชื่อเดิมกฤตฐิพงศ์ อัครธนากุลกำลังฟังเพลงอย่างสบายใจและกำลังรอหมอนวดที่จ้างวานมานวดให้คลายความเมื่อยล้า การนวดนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกครั้งที่เขาเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ พอกลับมาถึงห้องชุดสุดหรูรัฐภูมิจะต้องให้ลูกน้องโทรศัพท์ไปหาหมอนวดเจ้าประจำ เพื่อให้หมอนวดคนนั้นมาทำการนวดร่างกายของเขาให้อาการเมื่อยล้าและอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
เสียงเคาะประตูห้องสามครั้งดังขึ้นหน้าห้องชุด ทำให้คนที่กำลังนอนฟังเพลงอยู่เอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมแบบไร้สายที่วางอยู่ตรงโต๊ะไม้สูงประมาณหัวเข่า สอบถามคนที่มาเคาะประตูว่าเป็นใคร
“ใครน่ะ?” เสียงที่ดังออกมาจากเครื่องอินเตอร์คอมที่ติดอยู่หน้าห้องชุดข้างๆ ประตู ทำให้จันยาวีร์สะดุ้งเล็กน้อย น้ำเสียงของคนที่พูดนั้นฟังดูห้วนไม่เสนาะหูเลย แค่น้ำเสียงเธอยังกลัวมากขนาดนี้ ถ้าเห็นหน้าจริงๆ แล้วจะเป็นอย่างไร ใจยังนึกหวาดๆ นิ้วเรียวเล็กจึงกดไปที่ปุ่มสีฟ้า แล้วกรอกเสียงไปตามสาย
“หมอนวดค่ะ” รัฐภูมิย่นคิ้วเมื่อได้ยินเสียงของคนที่พูด เสียงนี้ไม่คุ้นหูเขาเลย หมอนวดที่เขาจ้างมานวดเป็นประจำเป็นคนมีอายุน้ำเสียงจะแก่กว่านี้ ไม่ใสและหวานเหมือนเจ้าของน้ำเสียงประโยคนี้เลย
“ไม่ใช่ป้านกนี่” คนที่อยู่ในห้องถามกลับมา
“ป้านกไม่สบายค่ะ มาไม่ได้เลยให้ฉันมาแทนค่ะ”
เจ้าของเสียงหวานใสตอบกลับไป คนที่อยู่ในห้องทำสีหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้หมอนวดคนใหม่เข้ามาในห้อง พร้อมกับเลื่อนนิ้วไปกดปุ่มให้ประตูเปิดโดยที่เขาไม่ต้องลุกไปเปิดประตูเอง
“เข้ามาได้” เสียงในเครื่องอินเตอร์คอมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียง “คลิก” แล้วประตูก็เปิดออกพอแง้มๆ มือนุ่มจึงผลักประตูแล้วเดินเข้าไป กำลังจะหมุนตัวเพื่อปิดประตู บานประตูบานนั้นก็ปิดเองโดยอัตโนมัติเสียก่อน เธอรวบรวมความกล้า ก้าวขาเดินไปข้างหน้าด้วยอาการสั่นเทา
รัฐภูมิที่เปลี่ยนอิริยาบถมาจากนอนมาเป็นนั่งจ้องมองสตรีที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกที่เขานั่งอยู่นิ่ง ผู้หญิงตรงหน้าแม้จะไม่สวยเลิศเลอจนต้องเหลียวหลังมอง แต่เธอมีความน่ารักและมีเสน่ห์ในตัวเอง เพียงแค่ได้มองใบหน้าหวานๆ ของหมอนวดคนใหม่ หัวใจเขาเต้นกระเส่าเล็กน้อย ผู้หญิงตรงหน้านี้มีพลังบางอย่างให้ร่างกายของเขาร้อนวูบวาบขึ้นมาทันทีทันใด
อัตราการเต้นของหัวใจสาวระส่ำไม่แพ้กัน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองบุรุษรูปงามตาไม่กระพริบ ไม่เพียงแต่ความหล่อเท่านั้นที่ทำให้หัวใจดวงนี้เต้นแรง พลังบางอย่างที่อยู่ในตัวเขาส่องกระทบเข้ามาในร่างกายของเธอทันทีที่สบตากัน มันเป็นพลังงานของความโหดร้าย ป่าเถื่อนภายใต้รูปลักษณ์ราวกับเทพบุตรที่จันยาวีร์สัมผัสมันได้
กลัว...นี่คือความรู้สึกของจันยาวีร์ขณะนี้
3
ความกลัวที่ปรากฏในสมองส่งตรงถึงร่างกาย ลำตัวของเธอชาดิกไปชั่วครู่ นิ่งงันก้าวเดินไม่ออก ใจหนึ่งสั่งการให้หมุนตัวแล้วเดินออกไปจากห้องนี้ ใจหนึ่งกลับค้านเพราะมันเป็นหน้าที่ของเธอ ไม่เช่นนั้นคนที่อยู่ข้างหลังจะต้องเดือดร้อน
“จะยืนนิ่งเป็นหุ่นตรงนั้นอีกนานมั้ย ฉันจ้างเธอมานวดนะไม่ได้จ้างมาเป็นต้นไม้ถึงได้ไม่ยอมขยับเดินไปไหน”
เสียงต่อว่าดังเข้ามาในหูของคนที่ถูกเปรียบเปรยว่าเป็นต้นไม้ยืนได้ เธอสะดุ้งกับทุ้มเสียงต่ำที่ค่อนข้างเข้ม ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โซฟาที่เจ้าของเสียงนั่งอยู่ มือเล็กกำหูตะกร้าที่ใส่อุปกรณ์แน่น ข่มความกลัวสุดฤทธิ์
“ไม่ทราบว่าคุณจะนวดแบบไหนคะ?” จันยาวีร์ถามออกไป
“นวดยังไง หมายความว่าไง?” รัฐภูมิถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ ปกติป้านกจะนวดให้เขาธรรมดาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หรือว่าเธอมีบริการอื่นแถมมาด้วย
“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว เธอหมายถึงนวดเสร็จแล้วนาบต่อใช่มั้ย ถ้าใช่ฉันก็โอเค กำลังอยากอยู่พอดี”
คำถามของเขาเมื่อครู่จันยาวีร์ยังไม่ทันได้ตอบ คนที่ถามเองก็ตอบเองขึ้นมาเสียก่อน และคำพูดประโยคนี้ทำให้ใบหน้าชวนมองแดงก่ำจากความเขินอาย คำพูดของเขานั้นมันเป็นการปรามาสอาชีพหมอนวดได้อย่างน่าเกลียดที่สุด
“ไม่ใช่ค่ะ คำถามของฉันไม่ได้หมายความอย่างที่คุณพูด ฉันเป็นหมอนวดเท่านั้นค่ะ ไม่มีบริการอื่นเสริม ที่ฉันถามออกไปอย่างนั้น เพราะต้องการรู้ว่าคุณนวดแบบไหน นวดแบบธรรมดา นวดโดยการใช้น้ำมันหอมระเหย หรือว่านวดแบบลูกประคบ ฉันจะได้นวดให้คุณถูกค่ะ”
หมอนวดสาวอธิบายให้คนขี้เมื่อยได้รับฟัง การนวดที่หญิงสาวเอ่ยออกมานั้น รัฐภูมิรู้จักแค่นวดแบบธรรมดา อีกสองอย่างเขาแทบไม่รู้จักเลย
“แล้วมันเป็นยังไงล่ะไอ้นวดน้ำมันกับนวดแบบลูกประคบน่ะ”
จันยาวีร์เดินเข้ามาหยุดยืนตรงโต๊ะกระจกหน้าโซฟา วางตะกร้าลงบนพื้นเปิดมันออก หยิบขวดน้ำมันขวดเล็กห้าขวดออกมาวางตรงโต๊ะกระจก แล้วหยิบลูกประคบที่ทำมาจากผ้าขาวบางสีขาวที่มีสมุนไพรนานาชนิดอยู่ในนั้นก่อนจะมัดรวมกันเป็นลูกออกมาวางข้างๆ ขวดน้ำมัน ก่อนจะอธิบาย
“ขวดพวกนี้คือขวดน้ำมันกลิ่นต่างๆ ค่ะ ถ้าเทน้ำมันลงบนผิวกายคนที่ถูกนวด น้ำมันพวกนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกนวดเกิดอาการผ่อนคลาย เป็นการบำบัดที่ดีทางหนึ่ง เพราะกลิ่นและความละเอียดอ่อนของน้ำมันหอมระเหย ผสมผสานกับความชำนาญของคนที่นวด จะส่งผลให้ระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือดในร่างกายหมุนเวียนได้ดีขึ้น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อมีกำลัง การนวดด้วยน้ำมันหอมระเหย จะช่วยกระตุ้นและปรับฮอร์โมนในร่างกายเข้าสู่สภาวะสมดุลได้ดีขึ้นค่ะ ส่วนการนวดแบบลูกประคบมีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษา โดยเฉพาะการช่วยลดความเครียด กำจัดความอ่อนเพลีย สร้างความสดใสให้แก่อารมณ์และความรู้สึก ช่วยคลายกล้ามเนื้อ คลายเส้นเอ็น เส้นสายในผู้ป่วยให้ผ่อนคลายลง ไม่ตึงเครียดและอึดอัด ใช้ได้กับทุกสัดส่วนในร่างกายค่ะ ยกเว้นใบหน้าค่ะ”
รัฐภูมินั่งฟังจันยาวีร์ด้วยความเพลิดเพลินเนื่องจากน้ำเสียงของเธอนุ่มระรื่นหูเหลือเกิน คำพูดคำจาฉะฉาน รู้ซึ้งถึงการนวดอย่างชัดเจน มันเป็นความรู้อีกอย่างหนึ่งที่เขาไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า ศาสตร์ของการนวดมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านวดธรรมดา
“ถ้าอย่างนั้นเอานวดน้ำมันก็แล้วกัน ลองดูอยากรู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่เธอพูดหรือเปล่า?” เขาตัดสินใจลองนวดน้ำมัน ต้องการรู้ว่าการนวดแบบนี้จะตรงกับที่จันยาวีร์พูดหรือไม่
“ได้ค่ะ แล้วคุณจะเลือกน้ำมันกลิ่นไหนดีคะ?”
“มีอะไรบ้างล่ะ?”
“มีกลิ่นกุหลาบ กลิ่นส้ม กลิ่นสตอเบอรี่ กลิ่นอโลเวลา กลิ่นมะลิค่ะ”
“กลิ่นมะลิก็แล้วกัน ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ ถ้านวดดีครั้งต่อไปจะได้เรียกให้มานวดอีก” จันยาวีร์คิดในใจว่า มันคงไม่มีเป็นครั้งต่อไปแน่นอน ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย
“ชื่อแป้งค่ะ” แต่ถึงกระนั้นเธอก็ตอบคำถามของเขา
“เริ่มกันเลยดีกว่า เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเต็มแก่แล้ว นั่งเครื่องบินมาตั้งสิบเจ็ดกว่าชั่วโมง”
“ถ้าอย่างนั้นคุณต้องถอดเสื้อผ้าออกก่อนนะคะ สวมแค่กางเกงขาสั้นตัวเดียวพอคะ”
หมอนวดสาวเอ่ยบอก ความคิดของเธอตอนนี้กำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่า จะทำอย่างไรให้ชายร่างสูงคนนี้ดื่มน้ำที่ผสมยานอนหลับ มันไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลยที่จะให้เขาดื่มน้ำก่อนนวดตัว เห็นทีต้องใช้วิธีสุดท้ายที่ญาติผู้พี่แนะนำ
“อืม ได้สิ” รัฐภูมิเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่จันยาวีร์บอก ก่อนจะเดินกลับออกมาที่ห้องรับแขกในอีกสิบนาทีต่อมา
จันยาวีร์เห็นรูปร่างเปลือยท่อนบนของเขาแทบจะเป็นลมอยู่ตรงนั้น ท่อนแขนของเขาปรากฏกล้ามเนื้อขึ้นเป็นมัดๆ แผงอกก็เช่นกันอุดมไปด้วยหมัดกล้าม บึกบึน กำยำน่าใช้ฝ่ามือลูบไล้ ไรขนเส้นเล็กไม่ได้ขึ้นกระจายเต็มหน้าอกแต่ขึ้นบางๆ ตรงบริเวณกลางอกเรื่อยเป็นเส้นตรงมาถึงร่องลึกกลางหน้าท้องที่ขึ้นเป็นลอนถึงสี่ลอน แล้วเรื่อยต่ำลงไปยังขอบกางเกงขาสั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไรขนนั้นจะไปรวมตัวกันอยู่ตรงส่วนไหน เขาช่างเป็นบุรุษที่มีเสน่ห์และเซ็กซี่มากๆ เธอจ้องมองเขาอย่างลืมตัว โดยเฉพาะสร้อยทองเส้นใหญ่ที่ห้อยพระเบญจภาคี เธอมองพระเครื่องชุดนั้นตาไม่กะพริบ
“เอ้า...น้ำลายหกแล้ว มองฉันอิ่มหรือยัง ถ้ามองอิ่มแล้วก็เริ่มนวดได้แล้ว” จันยาวีร์สะดุ้งกับคำพูดของเจ้าของเรือนร่างที่เธอมองชนิดที่เรียกว่าตาค้าง ก่อนจะก้มหน้าหนีสายตายิ้มขันของเขา
รัฐภูมิยิ้มอย่างภูมิใจกับการตะลึงเพริดของหมอนวดสาวยามที่ได้เห็นร่างกายหนุ่มที่อัดแน่นไปด้วยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เธอไม่ใช่คนแรกที่ตกอยู่ในอาการเช่นนี้ ผู้หญิงทุกคนที่เห็นต่างมีอาการลักษณะนี้กันทั้งนั้น แล้วยิ่งได้เห็นเขาเปลือยต่อหน้า ต่างก็ร้องกรี๊ดกันเป็นทิวแถว...เพราะมันใหญ่มาก