ตอน 2

ตอนที่ 2

ตลอดทางที่ขับรถมาหาภีมะที่กาสิโน เสียงคำพูดของทนายความวัยชรายังคงดังก้องอยู่ในศีรษะ ฟันคมๆ กดลงบนเรียวปากนุ่ม ดวงตาแดงก่ำราวกับเปลวเพลิง แม้จะไม่ได้เก่งในเรื่องการคำนวณ แต่ก็พอจะรู้มาบ้างว่าทรัพย์สินของบิดา ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงแรม และศูนย์การค้า ที่ถึงแม้จะไม่ใหญ่ แต่ถ้าแปรเปลี่ยนเป็นเงินสดก็จะเป็นเงินก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท หากภีมะกลับตีราคามันเพียงแค่เท่าจำนวนหนี้สินที่บิดาติดอยู่

จะฮุบสมบัติที่พ่อฉันปลุกปล้ำสรางมากับมืออย่างยากลำบาก ไม่ง่ายอย่างที่แกคิดหรอกนะไอ้ภีมะ ฉันจะทวงทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมาแบบทบต้นทบดอก ไม่มีทางที่คนอย่างนายจะใช้เล่ห์กลโกงทำร้ายคนด้อยกว่าได้เสมอไปหรอกเว้ย!

ภีมะไม่ยอมให้ตัวเองถูกตบฟรีๆ เขากระชากร่างกลมกลึงเข้าหาและรัดด้วยแขนแข็งแกร่ง พลางฉกจุมพิตลงไปปากอิ่มที่หมายจะก่นด่าเขาอีกรอบ

“คิดถึงผมมากเลยหรือหนูโรส มาถึงก็รีบมาให้...” ชายหนุ่มฉกจุมพิตลงไปปากอิ่มที่หมายจะก่นด่าเขาอีกรอบ ริมฝีปากที่เผยออกเปิดโอกาสให้เขาได้สอดลิ้นล่วงล้ำเข้าไปสัมผัสและดื่มด่ำกับความหวานที่ได้รับอย่างถนัดถนี่

“อื้อ...อื้อ...” โรสรินทร์เบี่ยงใบหน้าหนี มือเท้าก็ไม่หยุดประทุษร้ายภีมะ แต่เธอก็ไม่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย แล้วยังจะถูกชายหนุ่มที่เธอเกลียดชังฉวยโอกาสเกาะสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปตวัดไล้ดื่มด่ำกับความหวานในโพรงปากนุ่ม ขณะมือก็ไม่หยุดนิ่ง ลูบไล้เรื่อยไปจนถึงปทุมถันที่ชูช่อไสวอยู่

“ผมอยากจะทำอย่างนี้มานานแล้วนะ ไม่คิดเลยว่าหนูโรสจะใจเร็วยิ่งกว่า กลับมาถึงปั๊บก็รีบมาให้จู๋จูบปุ๊บเลย” ภีมะเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะขบกัดกลีบปากสลับบดคลึงสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากนุ่มอย่างย่ามใจ

เขารู้อยู่แล้วล่ะ เมื่อใดที่โรสรินทร์รู้เรื่องจากคนรับใช้เก่าในบ้าน รวมถึงทนายความพงษ์เทพด้วย เธอจะต้องร้อนรุ่ม โกรธเคืองจนทนอยู่เฉยไม่ได้ จะต้องรีบมาหาเพื่อทำอะไรสักอย่างที่จะเปิดโอกาสให้เขาทำอย่าง...ที่เกิดขึ้นนี่แหละ

“จูบคุณหนูโรสนี่หวานที่สุด จนผมไม่อยากจะหยุดเลย คุณหนูโรสคงจะไม่ว่า ถ้าผมจะขอจูบต่ออีกสักหน่อย”

ชายหนุ่มกดฝ่ามือไปบนปทุมถันที่ตอบสนองสัมผัสในฉับพลัน แต่เพราะมีสิ่งขวางกั้นทำให้เขาสัมผัสเนินเนื้อนุ่มหยุ่นได้ไม่เต็มที่ ภีมะไม่รอช้ารีบปลดกระดุมเสื้อที่หญิงสาวใส่อยู่ออกและดันชั้นในขึ้นเหนือเต้ากลมกลึง ก่อนจะส่งมือเข้าไปกอบกุมเอาไว้แทน เขาลากไล้มือฟอนเฟ้นทั้งสองเต้าอย่างไม่ยอมให้น้อยหน้ากัน

โรสรินทร์ตัวสั่นกับสัมผัสที่มาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อนซึ่งเธอไม่เคยพบเจอมาก่อน จนไม่รู้ว่าจะรับมือได้อย่างไร ได้แต่กดนิ้วไปแขนแกร่งระบายอารมณ์แปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นกลางลำตัว ทั้งปั่นป่วนและเสียวซ่าน ใจหนึ่งก็อยากจะแอ่นแผ่นหลังให้ทรวงอกอิ่มแนบชิดกับมือที่ฟอนเฟ้นอยู่มากขึ้น แต่อีกเสี้ยวใจกลับบอกว่าไม่และไม่! ที่ทำให้เธอรีบดึงสติที่เกือบจะหลุดลอยไปกลับคืนมา

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้าภีมะ” โรสรินทร์แหววเสียงแหลม ทั้งผลักทั้งดันกายแกร่งที่รัดกายออกไป แต่ก็เหมือนผลักหินผาที่ไม่ขยับเคลื่อนเลย

“จะให้ปล่อย...หนูโรสก็ควรจะพูดกับผมดีๆ ซิครับ” ภีมะเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ

ทุกครั้งที่เจอกัน...ไม่เพียงแค่สายตา หากแต่ยังมีคำพูดที่ภีมะทำเหมือนกับว่าเธอเป็นเด็กไม่รู้จักโต มันทำให้เธอหงุดหงิด...โว้ย อยากหาไม้มาตีหัว...ให้เบะจริงๆ

“เวลาหนูโรสโกรธ สวยจนมองได้ไม่เบื่อเลย แล้วก็ทำให้ผมอยากได้จูบหวานๆ อีกสักหลายๆ ครั้ง”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม ดวงตาคมดุที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนตายาวงอนยิ่งกว่าผู้หญิงอย่างโรสรินทร์เสียอีกเป็นประกายชอบใจ

“คุณหนูโรสคงจะไม่ว่านะครับ ถ้าหลังจากนี้ผมจะคอยหาโอกาสจูบบ่อยๆ ” ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปแนบจมูกลงไปบนแก้มนุ่ม

โรสรินทร์ได้แต่มองใบหน้าคมคร้าม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแดงระเรื่อเหมือนกับริมฝีปากผู้หญิง กายที่ใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่น ข่มร่างสูงโปร่งจนดูเหมือนกับเธอว่าเป็นเพียงแค่มดตัวเล็กๆ ทั้งที่ความสูงที่มีก็เกินมาตรฐานหญิงไทยแล้ว แต่เธอก็สูงเลยบ่ากว้างของชายหนุ่มไปแค่เพียงนิดเดียวเอง

“ว่าแต่...ผมเข้าใจไม่ผิดใช่ไหม คุณหนูโรสทนคิดถึงกันจนรอพบหน้าที่บ้านไม่ไหว ต้องรีบมาให้ผมกอด” ชายหนุ่มถามในน้ำเสียงเจือหัวเราะ ขณะกวาดตามองร่างอรชรราวกับกำลังประเมินราคาสินค้า ที่เขายังไม่แน่ใจว่า ถ้าลงทุนซื้อมาแล้วผลที่ได้จะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือเปล่า

ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบปลายคาง เขายอมรับในความสวยของโรสรินทร์ ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตราวกับดวงตาแขกที่ตอนนี้เปล่งประกายแวมวามด้วยเพลิงโทสะที่เขาเป็นผู้จุดขึ้นมา พวงแก้มขาวซับสีเลือดฝาด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากรูปกระจับอวบอิ่ม

“ใครว่าฉันคิดถึงแกไอ้บ้า ฉันจะมาเอาเลือดหัวแกออกต่างหาก ไอ้คนขี้โกง!” เมื่อหุ่นตัวเองเป็นรองอีกฝ่ายอยู่หลายขุม โรสรินทร์เลยเลือกที่จะใช้เสียงแปดหลอดที่มี ทำให้ภีมะรู้ว่าเธอไม่ได้เกรงกลัวเขาเลย เธอยังหาโอกาสพาตัวเองหลุดจากอ้อมแขนที่รัดรึงอยู่ด้วย ที่กว่าจะทำได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก!

โรสรินทร์มองใบหน้ายิ้มๆ ของภีมะแล้วต้องกำหมัดเสียจนแน่น เธอขบกัดฟันดังกรอดๆ ด้วยความแค้นที่สุมอก อยากเอาคืน แต่ก็รู้ตัวดีว่าไม่แกร่งพอรับมือไอ้ตัวร้ายที่คอยแต่จ้องหาโอกาสลวนลาม แค่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มันก็ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงร่างกายตัวเอง จนอยากจะรีบกลับบ้านไปล้างรอยสัมผัสที่เหมือนจะฝังลึกลงไปในผิวเนื้อออกเร็วๆ

“จะเอาเลือดหัวผมออก!” ภีมะยกมือขึ้นจับศีรษะตนเอง พร้อมเสียงหัวเราะดังก้องห้อง

“เอ๊ะ! ไม่เลยนี่ครับ ศีรษะผมยังปกติ ไม่มีเลือดออกแม้สักนิดเดียวเลย” ชายหนุ่มพูดเล่นลิ้น มองใบหน้าสีแดงราวกับผลเชอรี่สุกอย่างชอบใจมากยิ่งขึ้น เขาก้มหน้าลงไปจนปลายจมูกเกือบจะชิดกับแก้มใสซับสีเลือดฝาด

“ผมยังอยู่ดีมีสุขสบายทั้งกายและใจ ที่ตอนนี้มาพร้อมกับความสงสัย ผมไปโกงอะไรคุณหนูโรสหรือครับ”

“ไอ้...ไอ้ภีมะ...” โรสรินทร์รีบถอยหลบฉากแทบไม่ทัน ขนาดพาตัวเองมายืนอยู่ไกลๆ และเตรียมตัวตั้งรับอยู่ตลอดเวลาแล้วนะ แต่ก็ยังถูกภีมะเล่นงานได้อีก

“ไอ้หมูสกปรก ไอ้หมูโสโครก”

“ว้า...” ภีมะลากเสียงยาว “คุณหนูโรสผู้แสนงดงาม พูดไม่เห็นจะเพราะเหมือนใบหน้าเลยแฮะ แต่ไม่เป็นไรเรื่องแบบนี้มันสอนสั่งกันได้ ว่าแต่นอกจากคุณหนูโรสจะคิดถึงผมแล้ว คุณหนูโรสมีเรื่องอะไรจะให้กระผมรับใช้อีกหรือเปล่าครับ”

ภีมะยกมือขวาขึ้นและวาดหาหญิงสาวพร้อมกับโค้งคำนับ ราวกับว่าเขาทั้งเคารพและเกรงกลัวในตัวหญิงสาวมาก แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับและสนุกสนาน

เมื่อครู่พอหญิงสาวพ้นออกมาจากบ้าน ทนายพงศ์เทพก็รีบโทรมาเตือนเขาให้ระวังตัวทันที ไม่งั้นป่านนี้เขาอาจถูกรองเท้าสนแหลมๆ นั่นฝาดศีรษะ จนเลือดออกไปแล้วก็ได้

“อ๋อ...ลืมไป คุณหนูโรสคงจะมาเรื่องที่ผมย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน อีกเรื่องก็คงจะเป็นการที่ผมเข้าไปยุ่งเกี่ยววุ่นวายกับธุรกิจของคุณใช่ไหมครับ”

ตอน 3

ตอนที่ 3

โรสรินทร์ได้แต่ทำเสียงขลุกขลักในลำคอ เพราะเอาเข้าจริงแล้วเธอแทบจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามาที่นี่ด้วยเรื่องอะไร เพราะความโกรธแค้นมันกลบฝังทุกอย่างเสียหมดสิ้น กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อตัวเองกลายเป็นเหยื่อให้ราชสีห์จับโยนเล่นเป็นลูกบอล

“ถ้าจะคุยเรื่องนั้น เห็นทีเราคงต้องไปคุยกันที่บ้านคุณหนูโรสแล้วแหละ เพราะว่าเอกสารทุกอย่างที่คุณพ่อคุณหนูทำไว้อยู่ที่นั่นหมดเลย”

“เอกสารที่แกทำขึ้นเพื่อโกงพ่อฉันใช่ไหม”

เอกสาร...ใช่! ถ้าจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างคืนจากภีมะ เธอจะต้องหาหลักฐานการฉ้อโกงของอีตาบ้านั่นให้เจอ

ไม่น่าเลย...ไม่น่าหงุนหันพลันแล่นรีบมาที่นี่เลย ถ้าสงบสติสงบใจสักหน่อย ตอนนี้เธอคงค้นหาหลักฐานการฉ้อโกงของอีตาบ้าภีมะพบแล้ว

เห็นใบหน้าและสายตาของโรสรินทร์แล้วรอยยิ้มก็แต้มบนมุมปากภีมะ ไม่ต้องบอกก็รู้ หญิงตรงหน้าเขากำลังคิดค้นหาเอกสารมาหักล้างความเป็นจริง ถ้ามันมีอยู่และอยู่ที่นั่นจริง ก็คงหาเจอ!

“อ้าว!! พูดแบบนี้ก็สวยซิครับคุณหนูโรส” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างเอือมระอาใจ พลางส่ายศีรษะเล็กน้อย “จะกล่าวหาอะไรใคร ควรมีหลักฐานมาอ้างนะครับ” ภีมะคว้าแขนเรียวพาลากไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่

“ปล่อยฉันนะ” โรสรินทร์สะบัดแขนออกจากการจับกุม แต่ก็ไม่หยุด เธอเลยก้มหน้าลงไปจะกัดมือที่บีบลงมาแทน ถ้าไม่ได้ยินเสียงขู่เอาซะก่อน

“ห้ามทำร้ายร่างกายผมอีกนะคุณหนูโรส ถ้าไม่เชื่อละก็...คราวนี้มันคงจะไม่หยุดเพียงแค่จูบ แต่คงจะถึงขั้นนอนกับคุณในห้องนี้แหละ ไม่เชื่อ ลองดูก็ได้นะครับ” ไม่เพียงพูดเปล่า ภีมะยังก้มหน้าลงไปจนปลายจมูกเกือบจะชนเข้ากับแก้มใสซับสีเลือดฝาด

ถึงจะบอกว่าไม่กลัว หากโรสรินทร์ก็กริ่งเกรงกับคำขู่อยู่ไม่น้อย เธอหันไปอีกฝั่งที่ไม่มีใบหน้าและร่างของภีมะ พร้อมความแค้นที่อัดสุมแน่นอยู่ในทรวง

คนอย่างโรสรินทร์ รัตนะบดินทร์ จะพ่ายแพ้หมดรูปอย่างนี้หรือ

ไม่! แค่ตอนนี้เธอเหนื่อยจากการเดินทาง จึงยังไม่มีเรี่ยวแรงพอรับมือภีมะได้ มันก็เท่านั้นเอง รอให้มีโอกาสเสียก่อนเถอะ เธอจะเอาเลือดหัวภีมะออกมาให้จงได้!

“ฉันไม่ทำร้ายนายก็ได้ ถ้านายจะเอามือสกปรกๆ ออกไปจากแขนฉัน” หญิงสาวเบะริมฝีปาก พร้อมมองมือใหญ่อย่างรังเกียจเดียดฉันท์

“ได้ซิครับ ผมตามใจคุณหนูโรสคนสวยอยู่แล้ว” ภีมะบอกยิ้มๆ ไล่สายตามองร่างผอมบางที่หลอกตา สิ่งที่เห็นต่างจากสิ่งที่ได้สัมผัสโดยสิ้นเชิง

“ว่าแต่นอกจากสองเรื่องนี้แล้ว คุณหนูโรสมาพบผมด้วยเรื่องอะไรอีกหรือเปล่าขอรับ”

โรสรินทร์ใบหน้าแดงก่ำและบึ้งตึง ดวงตาขุ่นขวาง ขบกัดฟันบนริมฝีปาก หายใจแรงและเร็ว เพราะคำถามเล่นลิ้นจากไอ้ตัวร้าย

“ไม่มีแล้ว” เธอตอบไปด้วยน้ำเสียงแห้งแล้งแบบมะนาวไม่มีน้ำ

“เหรอครับ” เขาลากไล้ปลายนิ้วไปบนลำแขนเรียวยาว

“เฮ้อ...ใจแป้วเลยเรา อุตส่าห์คิดว่าคุณหนูโรสจะตอบว่า เพราะฉันทนคิดถึงนายไม่ไหว พอลงจากเครื่องปุ๊บ ก็เลยรีบมาเพื่อจะเห็นหน้านายปั๊บ”

“กรี๊ด...ไอ้บ้า” หญิงสาวผลักร่างหนาให้ห่างจากตัว “ไอ้หมูสกปรกเฮ้ย! อย่างฉันนะหรือจะคิดถึงนาย ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็แล้วกัน”

“มันก็ไม่แน่นะคุณหนูโรส ผมจะเอาให้คุณคิดถึงผมในชาตินี้แหละ” ชายหนุ่มจับมือเรียวนำมาวางบนตักกว้าง “ตอนนี้ผมหิวแล้ว คุณหนูโรสไปทานอาหารเป็นเพื่อนหน่อยซิ”

“ไม่ยะ นายหิวนายก็ไปกินคนเดียวซิ ฉันกินไม่ลง ถ้าต้องทนเห็นหน้าสะเหล่อๆ อยู่ร่วมโต๊ะอาหารด้วย” โรสรินทร์สะบัดมือออกจากการเกาะกุม และรีบลุกขึ้นเดินฉับๆ ไปคว้ากระเป๋าใบเล็กที่ติดกายมาคล้องไหล่

หมับ!!

“จะรีบไปไหนละคุณหนูโรส ถ้าไม่ไปทานอาหารกับผม ก็เป็นอาหารให้ผมทานละกัน” ภีมะบอกน้ำเสียงยิ้มๆ ก่อนเคลื่อนไปคว้ากายบางมากอดรัด พลางฉกจุมพิตลงไปบนเรียวปากนุ่มอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มกดย้ำเคล้าคลึง...สอดปลายลิ้นแยกเรียวปากอิ่มเต็ม จนสามารถล่วงล้ำเข้าไปลิ้มรสความหวานภายใน ก่อนดึงกระเป๋าใบเล็กออกจากมือเล็กและจับแขนเรียวมาโอบรอบลำคอแกร่ง จากนั้นก็หันไปลูบไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่ม จนพบกับความนุ่มหยุ่นและเต่งตึงที่เพียงสัมผัสลงไปก็ตอบสนองกลับมาทันควัน

“อื้อ...อื้อ...”

โรสรินทร์พยายามหนีอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เธอก็หลุดรอดจากน้ำมือภีมะไม่ได้เลย อีกทั้งยังต้องยินยอมรับสัมผัสเอาแต่ใจที่ชายหนุ่มมอบให้จนเนื้อตัวร้อนผ่าวราวกับอยู่ใกล้กองไฟ ไหนจะความพยายามขับไล่สิ่งแปลกปลอมออกไปจากปากก็ดูจะไม่เป็นผลเอาเสียเลย เป็นการทำให้ภีมะสนุกสนานมากขึ้นด้วย

“อย่าฝืนความต้องการของตัวเองซิหนูโรส” ชายหนุ่มกอดรัดร่างกลมกลึงแนบชิด ฝ่ามือหนาลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มอย่างย่ามใจ

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้าภีมะ” ดูเหมือนยิ่งเธอต่อต้านไปมากเท่าไหร่ แรงสัมผัสที่ทุ่มลงมาหนักขึ้นเท่านั้น ภีมะทำให้เธอป่วนปั่นจนสองขาสั่น เผลอจิกเล็บลงไปบนแผ่นหลังกว้างและลากแรงๆ ระบายความรัญจวนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“โธ่...คุณหนูโรส ผมขอจูบคุณอีกนิดนะ” ชายหนุ่มออดอ้อนเสียงนุ่มทุ้ม “ผมอยากทำอย่างนี้...อยากจูบคุณมาตั้งนานแล้ว” ใช่! เขาอยากคลอเคลียจูบโรสรินทร์ตั้งแต่แรกเจอ เธอทำให้เขาปรารถนาอยากเข้าใกล้ แนบชิดเพียงแต่ได้มองใบหน้าสวยใสราวกับเด็กมัธยม

“ผมอยากสัมผัส...อยากเห็นคุณ” เขารีบปลดกระดุมเสื้อหญิงสาวออก พร้อมดันกรวยที่ปกปิดสองเต้าเต่งตึงโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เพื่อจะได้ชื่นชมความสวยงามตรงหน้าอย่างชัดเจน

“อืม...” ภีมะถึงกับร้องครางในลำคอ เขาเคยแต่จินตนาการถึงทรวงอกโรสรินทร์ จะงดงามชวนจับต้องแค่ไหน ที่เอาเข้าจริงๆ ที่คิดไว้มันห่างไกลโดยสิ้นเชิง ทรวงอกอิ่ม กลมกลึงและชูชันยั่วยุให้เขาอยากซุกไซ้คลอเคลีย

“สวยมากเลยครับคุณหนูโรส ผมเฝ้าคิดว่าถ้าได้สัมผัส...” ฝ่ามือหนาทาบลงไปบนเต้ากลมกลึง ปลายนิ้วไล้บนปลายยอดนุ่ม

“หยุด...หยุดนะไอ้ภีมะบ้า!” ถ้าเขาโจมตีทางอื่น เธอยังพอจะตั้งรับและโต้กลับเอาคืนได้ แต่อีตาบ้าภีมะเล่นแนบชิดถึงเนื้อถึงตัว สร้างความปั่นป่วนจนไม่รู้จะรับมืออย่างไรดี

“ถ้าจะให้ผมหยุด ก็ขึ้นอยู่กับคุณหนูโรสนั่นแหละครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมแนบใบหน้าลงไปคลอเคลียซอคอนุ่ม ขบกัดผิวเนื้อนวลนุ่มหอม ก่อนเคลื่อนจุมพิตเรื่อยลงไปจนถึงสองปทุมถันที่ไหวชูช่ออยู่

“จะยอมไปทานอาหารกับผม หรือเราจะอยู่กันในห้องนี้...ให้ผมได้เห็น ได้สำรวจ สัมผัสคุณหนูโรสแบบแนบชิด ทุกซอกทุกมุม”

มือหนึ่งฟอนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่ม พร้อมเคลื่อนใบหน้าไปจนปากหนาสัมผัมกับยอดทรวงสีชมพู

“ที่ผมอยากให้เป็นอย่างหลังนะครับ...เรามาทำความรู้จักกันอย่างใกล้ชิด ทุกซอกทุกมุมดีกว่านะครับ”

เขาตวัดจะงอยถันเข้าปาก พร้อมใช้ปลายลิ้นตวัดไล้ปลายยอด หยอกเย้าจากเชื่องช้าเป็นถี่รัว

“ไม่! หยุดนะไอ้บ้าภีมะ”

โรสรินทร์ตัวสั่น แทนที่ภีมะจะหยุด เขายังลูบไล้ฝ่ามือลงไปเรื่อยๆ โดยที่เธอไม่รู้เหมือนกันว่ากระโปรงกระชับตัวได้ร่นไปกองอยู่บนเอวคอดกิ่ว

“แต่ผมยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการเลยนี่น่า” นิ้วยาวไล้คลึงผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มลงไปเรื่อยๆ จวบจนถึงหน้าท้องแบนราบเรียบ

“แกก็หยุดทำบ้าๆ อย่างนี้ก่อนซิ” โรสรินทร์ห้ามเสียงสั่น รีบไล่ตามมือที่เคลื่อนลงไปวางนิ้วบนกุหลาบอวบอูม แม้จะมีเสื้อผ้าปกปิด แต่ความร้อนจากมือภีมะกลับสามารถแทรกซึมไปถึงส่วนกายอันอ่อนไหว ไหนจะสัมผัสที่ยังคงแนบอยู่บนทรวงอีกเล่า ทำให้เธอปั่นป่วน สมองก็เริ่มจะไม่สั่งการแล้วด้วย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED