นิยายชุด เล่ม 1 หวานใจพี่ภพ
เสียงเครื่องยนต์กระบะคู่ใจดังแผ่วเบาไปตามถนนลูกรังสายเก่า กลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนลอยคลุ้งเข้ามาในหน้าต่างรถ ก้องภพสูดลมหายใจลึก ๆ ความทรงจำวัยมัธยมผุดพรายขึ้นมาเหมือนภาพฉายซ้อนทุ่งนาเขียวขจี เสียงหัวเราะของเพื่อน และรอยยิ้มสดใสของใครบางคนทำให้เขารู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอก
“ในที่สุดก็ได้กลับบ้านแล้ว”
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเลี้ยวเข้าลานกว้างหน้าโรงเรียนประถมอันเป็นบ้านเกิด ที่ซึ่งเขาถูกบรรจุให้เป็นครูเกษตรคนใหม่ ป้ายไม้ซีดเก่า ๆ เขียนว่า
“โรงเรียนบ้านทุ่งแสงดาว” โบกสะบัดเบา ๆ ตามแรงลม
เด็ก ๆ บางคนวิ่งเล่นอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ พอเห็นรถครูคนใหม่ก็ตะโกนเรียกกันเสียงดัง
“ครูมาแล้ว ๆ”
รอยยิ้มอบอุ่นค่อย ๆ คลี่บนใบหน้าของก้องภพ เขาลงจากรถ ทักทายเด็ก ๆ อย่างเป็นกันเอง พลางหัวใจเต้นแรงกับความท้าทายใหม่ในชีวิต
เช้าวันถัดมา ก้องภพขับรถไปตลาดเช้าของหมู่บ้านเพื่อหาซื้อของสดไปทำอาหารให้เด็ก ๆ ที่โรงครัวโรงเรียน เขาเดินผ่านแถวพ่อค้าแม่ค้าเสียงเจื้อยแจ้ว พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับร้านขนมเล็ก ๆ ที่มีผู้คนมุงอยู่ไม่น้อย
สาวเจ้าของร้านก้มหน้าก้มตาจัดขนมใส่ถุง เส้นผมยาวถูกรวบเอาไว้หลวม ๆ ริมฝีปากมีรอยยิ้มอ่อนโยนที่เขาคุ้นตาเหลือเกิน หัวใจของก้องภพกระตุกวูบ
“พิมพ์แก้ว” เขาพึมพำเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน
ใช่จริง ๆ พิมพ์แก้ว น้องสาวเพื่อนสนิทที่เขาแอบชอบมาตั้งแต่ ม.ปลาย กำลังยื่นขนมถั่วตัดให้ลูกค้า เสียงหวานใสยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
ทันใดนั้นพิมพ์แก้วก็เงยหน้าขึ้น สบตากับเขาโดยบังเอิญ ดวงตากลมโตนั้นทำให้ก้องภพถึงกับยืนนิ่งไปชั่วขณะ
“พี่ภพ!” เธอเรียกชื่อเขาอย่างตกใจ ก่อนจะยิ้มกว้าง
“กลับมาแล้วเหรอคะ” ก้องภพหัวเราะ พยายามเก็บซ่อนหัวใจที่เต้นรัวเอาไว้ในอก
“อืม…คราวนี้กลับมาเป็นครูที่นี่เลยล่ะ” เสียงตลาดยังคงคึกคัก แต่สำหรับเขาแล้ว โลกทั้งใบเหมือนเหลือแค่รอยยิ้มสดใสของหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มที่ทำให้เช้าวันนั้นอบอุ่นกว่าที่เคย
หลังจากซื้อขนมเสร็จ ก้องภพก็ยังยืนคุยกับพิมพ์แก้วอยู่หน้าร้านอยู่พักหนึ่ง เขามองเห็นรอยยิ้มสดใสของเธอแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเวลาผ่านไปหลายปี เธอกลับดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่ยังคงความอ่อนหวานที่จำได้ไม่เคยลืม
“พี่ภพเพิ่งกลับมาวันนี้เองเหรอคะ” พิมพ์แก้วเอ่ยถาม พลางห่อขนมใส่ถุงกระดาษให้เขา
“อืม กลับมารับตำแหน่งครูเกษตรที่โรงเรียนบ้านทุ่งแสงดาว คราวนี้คงได้อยู่ยาว” เขาตอบพลางยิ้มบาง ๆ
พิมพ์แก้วพยักหน้าอย่างยินดี
“ดีจังเลยค่ะ เด็ก ๆ จะได้มีครูที่ตั้งใจจริง” ยังไม่ทันได้พูดอะไรมาก เสียงเรียกคุ้นหูก็ดังมาจากด้านหลัง
“ไอ้ภพ! นี่แกจริง ๆ ด้วยเหรอวะ!”
ก้องภพหันไปก็เห็นพี่ชาตรี เพื่อนซี้สมัยมัธยมและเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของพิมพ์แก้ว กำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง สองชายหนุ่มสวมกอดกันแน่นตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี
“เออสิวะ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอแกที่ตลาดแบบนี้” ก้องภพหัวเราะเสียงดัง
“ยังเหมือนเดิมเลยนะไอ้ชาติ”
ชาตรีหันมาทางน้องสาวแล้วแซว
“ว่าแต่ แกเจอพิมพ์แล้วใช่ไหม น้องฉันนี่ แม่ค้าขนมคนดังของตลาด” พิมพ์แก้วตีแขนพี่ชายเบา ๆ
“พี่ชาติ! อย่าแซวสิคะ”
ก้องภพหัวเราะตาม แต่ในใจกลับอบอุ่นอย่างประหลาด ได้เจอทั้งเพื่อนสนิทและน้องสาวที่เคยอยู่ในความทรงจำพร้อมกันแบบนี้ มันเหมือนชีวิตกำลังพาเขาย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นของหัวใจ
หลังจากคุยกันพักใหญ่ ชาตรีชวนก้องภพไปกินข้าวที่บ้านในเย็นนี้
“ถือว่าฉลองการกลับมา” เขาบอกอย่างเป็นกันเอง
พิมพ์แก้วเงยหน้าขึ้นสบตาก้องภพเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเบา ๆ
“พี่ภพ แวะมานะคะ บ้านเรายังเหมือนเดิม”
ก้องภพเพียงพยักหน้ารับ แต่หัวใจกลับเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เจอเธอครั้งแรกในตลาดเสียอีก
คำว่าเหมือนเดิมของเธอ หมายถึงหัวใจของเขาด้วยที่ยังคงรู้สึกเหมือนเดิมกับเธอ
แสงแดดยามเช้าสาดลงบนผืนนากว้าง เด็ก ๆ ในโรงเรียนบ้านทุ่งแสงดาวยืนเรียงแถวกันอย่างตื่นเต้น ก้องภพถือไมค์พูดกับนักเรียนและผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรม
“วันนี้ครูจะพาทุกคนเริ่มต้นสิ่งใหม่ ที่เราเรียกว่านาเรียนรู้นะครับ” เสียงเด็ก ๆ เซ็งแซ่ด้วยความตื่นเต้น บางคนหันมาถามเพื่อน
“นาเรียนรู้คืออะไรเหรอ”
ก้องภพยิ้ม อธิบายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“นาเรียนรู้ คือการปลูกข้าวจริง ๆ ลงมือทำจริง ไม่ใช่เรียนจากในหนังสืออย่างเดียว เราจะรู้ว่ากว่าข้าวหนึ่งเม็ดจะออกมา ต้องผ่านเหงื่อและความพยายามมากแค่ไหน”
เด็ก ๆ พยักหน้ากันอย่างตั้งใจ ก่อนที่ก้องภพจะพาไปยังแปลงนาสาธิตด้านหลังโรงเรียน ทุกคนถอดรองเท้า เดินลงโคลน พากันหัวเราะคิกคักกับความเหนียวหนึบของดินที่ติดเท้า
ขณะกำลังสอนวิธีปักดำ ขนมหวานหอมกรุ่นก็ถูกยกมาตั้งบนเสื่อใต้ร่มไม้ใกล้ ๆ เด็ก ๆ วิ่งกรูไปในทันทีเมื่อได้กลิ่น
“ใครเอาขนมมาเลี้ยงครับ” ก้องภพหันไปถามด้วยความแปลกใจ เสียงใสตอบกลับมา
“พิมพ์แก้วค่ะ เด็ก ๆ จะได้มีกำลังใจ”
ก้องภพหันไปเห็นพิมพ์แก้วกำลังจัดถาดขนมตะโก้และข้าวต้มมัดอย่างเรียบร้อย ดวงตาของเธอเป็นประกายยามมองเด็ก ๆ ที่กำลังยิ้มกว้าง ก้องภพรู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่วผ่านไปทั่วหัวใจในทันที เขาเดินเข้าไปใกล้ พร้อมเอ่ยเสียงเบา
“ขอบใจนะพิมพ์ที่คอยห่วงใยเด็ก ๆ แบบนี้”
พิมพ์แก้วเงยหน้ามองเขา รอยยิ้มสดใสแต้มบนริมฝีปาก
“จริง ๆ พิมพ์ห่วงทั้งเด็กทั้งคู่นั่นแหละ”
หัวใจของก้องภพเต้นแรง เมื่อได้ยินประโยคของหญิงสาวตรงหน้า
บ่ายวันนั้น ขณะเด็ก ๆ เริ่มหัดดำนา เสียงหัวเราะและความคึกคักเต็มไปทั่วทุ่ง ก้องภพยืนมองภาพนั้นพลางคิดในใจว่านี่อาจไม่ใช่เพียงโครงการเรียนรู้สำหรับเด็กเท่านั้น หากแต่กำลังกลายเป็นสะพานเชื่อมความรู้สึกบางอย่างระหว่างเขากับพิมพ์แก้วอย่างเงียบงัน
ตลาดเช้าของหมู่บ้านคึกคักเช่นทุกวัน กลิ่นหอมของขนมพื้นบ้านโชยไปทั่วบรรยากาศแผงร้าน พิมพ์แก้วนั่งจัดขนมใส่ถาดอย่างขะมักเขม้น มือคล่องแคล่วแต่สายตาก็แอบมองรายชื่อออเดอร์ที่เพิ่งได้รับมาจากพ่อค้าคนกลาง
“น้ำตาลมะพร้าวล็อตใหญ่อีกแล้ว” เธอพึมพำกับตัวเองพลางขมวดคิ้ว
“ช่วงนี้ใครกันนะที่สั่งทีละเยอะ ๆ แบบนี้”
ในใจของพิมพ์แก้วเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งอกเพราะออเดอร์พวกนี้ช่วยให้ขนมของเธอขายได้ดีขึ้น และมีรายได้มั่นคงกว่าที่เคย
อีกฟากหนึ่ง ก้องภพยืนรอพ่อค้าคนกลางอยู่เงียบ ๆ ใต้ต้นโพธิ์ท้ายตลาด เขาสวมหมวกแก๊ปปิดบังครึ่งหน้า มือยื่นซองเงินพร้อมกำชับเบา ๆ
“ช่วยซื้อให้เธอตามนี้นะครับ แต่ห้ามบอกว่าใครเป็นคนสั่งเด็ดขาด” พ่อค้าคนกลางหัวเราะเบา ๆ
“อาจารย์นี่นะ ช่วยเขาขนาดนี้ไม่อยากให้เขารู้อีก” ก้องภพส่ายหน้า
“ผมไม่อยากให้เธอรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอะไรน่ะครับ แค่อยากเห็นร้านขนมของเธอไปได้ดีเท่านั้นเอง”
คืนนั้น ก้องภพกลับไปนั่งเขียนบันทึกโครงการ “นาเรียนรู้” อยู่ในห้องพักครู เขาเปิดสมุดอีกเล่มที่แอบบันทึกเรื่องราวส่วนตัวลงไปอย่างเงียบ ๆ
“วันนี้เธอยิ้มอีกแล้ว ตอนแจกขนมให้เด็ก ๆ อยากให้ยิ้มแบบนั้นทุกวัน”
เขาวางปากกาลง สูดหายใจลึกๆ เหมือนจะไล่ความรู้สึกออกจากอก แต่ยิ่งพยายามปิดบัง ก็เหมือนหัวใจยิ่งเผยออกมามากขึ้น
เช้าวันถัดมา ขณะพิมพ์แก้วนั่งผูกถุงขนมอยู่หลังร้าน พี่ชายของเธอเดินเข้ามาหยอกล้อ
“ช่วงนี้ขายดีเป็นพิเศษเลยนะพิมพ์ ใครกันนะที่คอยสั่งทีละเป็นสิบ ๆ โล หรือว่ามีแฟนลับ ๆ แล้ว”
พิมพ์แก้วหน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“บ้า! จะไปมีได้ยังไงกันล่ะพี่ชาติ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ในใจกลับแอบคิดขึ้นมาอย่างจริงจังว่าลูกค้าลึกลับคนนั้นเป็นใครกันนะ
และเธอไม่รู้เลยว่า คำตอบอยู่ใกล้เธอกว่าที่คิด ใกล้เสียจนหัวใจของเธอเองกำลังจะเริ่มสั่นไหว
เสียงแม่ค้าตะโกนขายของแข่งกับเสียงไก่ขันยามรุ่งสาง บรรยากาศตลาดของหมู่บ้านเต็มไปด้วยความคึกคัก ก้องภพเดินถือถุงผักสดอยู่ในมือ ตั้งใจจะแวะซื้อกับข้าวไปทำอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ ที่โรงเรียน
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร้านขนมเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คน เขายืนมองอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าในทันทีที่เห็นพิมพ์แก้วกำลังกุลีกุจอหยิบถุง หยิบขนม เสียงใสของเธอดังไม่ขาดสาย
“อันนี้ตะโก้สาคูค่ะ ส่วนข้าวต้มมัดก็มีนะคะ พี่เอากี่ห่อดีคะ” ก้องภพลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่พิมพ์แก้วเงยหน้าขึ้นเห็นเขา เธอก็ยิ้มสดใส
“อ้าว! พี่ภพ มาตลาดเช้าอีกแล้วเหรอคะ”
“อืม ครูที่โรงเรียนต้องหาซื้อกับข้าวไปทำให้เด็ก ๆ” เขาตอบยิ้ม ๆ พลางช่วยหยิบถุงเปล่าใส่มือเธอ
ช่วงนั้นคนแน่นร้านจนพิมพ์แก้วแทบจะจัดไม่ทัน ก้องภพเลยอาสายืนช่วยรับเงินและยื่นขนมให้ลูกค้า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเขาเป็นส่วนหนึ่งของร้านนี้อยู่แล้ว
“พี่ภพ ขนมร้านนี้ขายดีเพราะใครรู้ไหม” ลูกค้าคนหนึ่งแซวขึ้นมา ก้องภพยิ้มสีหน้ามองลูกค้าเหมือนเป็นคำถาม
“ก็เพราะมีผู้ช่วยหล่อ ๆ มายืนอยู่นี่แหละ” เสียงหัวเราะดังรอบร้าน พิมพ์แก้วหน้าแดงจัด เธอรีบก้มหน้าก้มตาจัดถาดขนมต่อ ขณะที่ก้องภพก็หัวเราะเขิน ๆ แต่ในใจกลับอบอุ่นเหลือเกิน หลังจากคนเริ่มซา พิมพ์แก้วหันมาขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะ พี่ภพช่วยพิมพ์ได้เยอะเลย” ก้องภพยิ้มบาง ๆ
“แค่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็รู้สึกดีแล้วล่ะ”
พิมพ์แก้วชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าเขาด้วยแววตาแปลก ๆ แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร เสียงลูกค้าคนใหม่ก็ดังขึ้นมาอีก ทำให้เธอต้องรีบหันกลับไปทำงานต่อ
ก้องภพเพียงยืนมองเธออย่างเงียบ ๆ พลางคิดในใจว่าบางที เขาอาจไม่ต้องการอะไรมากกว่าการได้อยู่เคียงข้างเธอแบบนี้
สนามหญ้าหลังโรงเรียนวันนี้ถูกจัดเป็นลานกิจกรรม เด็ก ๆ นั่งล้อมวงบนเสื่อด้วยแววตาตื่นเต้น ก้องภพยกตะกร้าใบใหญ่ขึ้นมา ข้างในเต็มไปด้วยตะไคร้ มะกรูด และเปลือกส้มโอ
“วันนี้เราจะไม่เรียนในห้อง แต่ครูจะพามาทำน้ำยาล้างจานสมุนไพร กันครับ”
“ว้าว!” เด็ก ๆ อุทานพร้อมกัน
ก้องภพอธิบายวิธีทีละขั้น ตั้งแต่หั่นตะไคร้ ต้มเปลือกมะกรูด จนถึงกรองน้ำสมุนไพรใส่ขวดพลาสติก ทุกคนช่วยกันทำอย่างสนุกสนาน บางคนหัวเราะลั่นตอนตะไคร้กระเด็นใส่เพื่อน
ในขณะที่บรรยากาศกำลังครึกครื้น เสียงใสก็ดังมาจากด้านหลัง
“ครูภพคะ พิมพ์ขอมาช่วยด้วยได้ไหม”
ก้องภพหันไปมอง เห็นพิมพ์แก้วกำลังหอบถาดขนมและขวดน้ำสมุนไพรแบบสำเร็จรูปที่เธอลองทำเองมาให้เด็ก ๆ
“อ้าว พิมพ์แก้ว มาได้เวลาพอดีเลย” ก้องภพยิ้มกว้าง
“ช่วยเด็ก ๆ ชิมหน่อยสิว่าของที่เราทำรสชาติพอใช้ได้ไหม” พิมพ์แก้วหัวเราะเบา ๆ พลางเดินเข้ามานั่งข้างเขา มือเธอเอื้อมไปช่วยเด็กกรองน้ำสมุนไพร แต่เพราะก้มเร็วเกินไป ข้อศอกก็เผลอชนกับแขนของก้องภพ
ทั้งสองชะงัก หันมามองหน้ากัน ใบหน้าหนุ่มสาวใกล้จนเกือบได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย พิมพ์แก้วหน้าแดงจัด รีบเบือนสายตาไปทางเด็ก ๆ
“อุ๊ย ขอโทษค่ะพี่ภพ”
“ไม่เป็นไรหรอก” ก้องภพหัวเราะเบา ๆ แต่ในใจกลับสั่นไหวอย่างประหลาด
กิจกรรมจบลงด้วยเสียงหัวเราะ เด็ก ๆ ยกขวดน้ำยาล้างจานสมุนไพรที่ทำเองกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ ก่อนกลับ ยังวิ่งมาขอบคุณพิมพ์แก้วที่เอาขนมมาให้กิน
ยามเย็นเมื่อทุกคนกลับกันหมดแล้ว ก้องภพยืนมองขวดน้ำสมุนไพรที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะ เขาหันไปทางพิมพ์แก้วที่กำลังช่วยเก็บของ แล้วพูดเสียงนุ่ม
“ขอบใจนะพิมพ์” พิมพ์แก้วเงยหน้าสบตา รอยยิ้มของเธออบอุ่นจนหัวใจของก้องภพสั่นไหวอย่างที่ไม่อาจซ่อนได้อีกต่อไป
ทุ่งนาหลังโรงเรียนถูกปกคลุมด้วยสีเขียวสด เด็ก ๆ กลับบ้านกันหมด เหลือเพียงก้องภพที่ยังยืนตรวจดูต้นกล้าข้าว เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม เมฆดำก่อตัวหนาเหนือศีรษะ
“ฝนจะตกอีกแล้วสินะ” ยังไม่ทันเก็บของเสร็จ เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านหลัง
“พี่ภพ!” พิมพ์แก้ววิ่งถือร่มเข้ามา
“พิมพ์เห็นท้องฟ้าครึ้ม เลยรีบเอาร่มมาให้น่ะค่ะ” ก้องภพยิ้ม ขอบคุณในใจที่เธอห่วงใยเขาเสมอ แต่ไม่ทันไรก็เกิดเสียงฟ้าร้องเปรี้ยง! สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างรวดเร็ว
“ไปหลบที่กระท่อมกลางนากันเร็ว!” ก้องภพตะโกน ทั้งคู่รีบวิ่งฝ่าสายฝนจนเปียกปอน ก่อนเข้าไปนั่งหอบหายใจในกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็ก
สายฝนโปรยลงไม่หยุด เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาสังกะสีดังสม่ำเสมอ ก้องภพหยิบกระบอกไม้ไผ่และผงโกโก้ที่เตรียมไว้สำหรับกิจกรรมคราวหน้าออกมา
“โชคดีที่พกโกโก้มาด้วย จะได้มีเครื่องอุ่น ๆ”
เขาจุดเตาถ่านเล็ก ๆ ชงโกโก้ร้อน กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วกระท่อม ก่อนจะยื่นกระบอกไม้ไผ่ที่มีไอร้อนลอยกรุ่นให้พิมพ์แก้ว
“ลองชิมดูสิ อาจไม่หวานเท่าขนมของพิมพ์ แต่ก็น่าจะพออุ่นได้” พิมพ์แก้วรับมากระชับสองมือ ริมฝีปากแตะเบา ๆ แล้วเผลอยิ้มกว้าง
“หอมจังเลยค่ะ อร่อยกว่าที่คิดอีก” ก้องภพหัวเราะเบา ๆ
“ดีแล้วครับ ไม่ค่อยถนัดทำของหวานเท่าไร”
สายตาทั้งคู่สบกันในความเงียบ มีเพียงเสียงฝนเป็นฉากหลัง หัวใจของพิมพ์แก้วเต้นแรงจนแทบเก็บไม่อยู่ ส่วนก้องภพก็ได้แต่ก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มที่ไม่เคยเกิดขึ้นง่าย ๆ แบบนี้มานาน
ช่วงเวลาสั้น ๆ ใต้ฝนพรำในกระท่อมกลางนา กลายเป็นความทรงจำที่ทั้งคู่จะไม่มีวันลืม
“คิดถึงตอนเด็กๆ นะ” เขาเอ่ยขึ้น
“ค่ะ ตอนนั้นพี่ภพกับพี่ชาติสนิทกันมา เวลาไปไหนมาไหนก็จะพาพิมพ์ไปด้วยเสมอ”
“ก็พิมพ์เป็นน้องสาวตัวน้อยที่พวกเราหวงไง” เขายื่นมือไปวางบนศีรษะเล็กๆ ก่อนจะโยกไปมาเบา ๆ การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหว
เธอไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอเป็นแค่น้องสาวเลยสักนิด
วันรุ่งขึ้น เสียงกลองยาวและแตรวงดังสนั่นไปทั่วลานวัด ธงสีสดปลิวไสวเหนือศีรษะ ผู้คนแต่งชุดพื้นบ้านเดินเล่นกันอย่างครึกครื้น พิมพ์แก้วยืนอยู่หน้าร้านขนมของตนเองที่เพิ่งตั้งแผงในงานวัดปีนี้ ถาดขนมพื้นบ้านหลากชนิดถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม กลิ่นหอมหวานลอยฟุ้งไปทั่ว
“ขนมน่ากินจังเลยนะคะน้องพิมพ์” ลูกค้าหลายคนชมไม่ขาดปาก
พิมพ์แก้วยิ้มรับ แต่สายตาก็แอบมองหาก้องภพ เธอรู้ว่าเขาสัญญาว่าจะมาช่วยดูเด็ก ๆ ที่พามาเที่ยวงาน แต่ก็ยังแอบหวังว่าเขาจะแวะมาที่ร้านด้วย
ไม่นานนัก ก้องภพก็ปรากฏตัว เขาใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง แต่กลับดูสะอาดตาและอบอุ่นในสายตาของพิมพ์แก้ว
“ร้านขนมคนแน่นเลยนะ” เขาเอ่ยทัก พลางช่วยพยุงถาดขนมที่พิมพ์แก้วกำลังจะยกขึ้นโต๊ะ
“เด็ก ๆ ชอบค่ะ พิมพ์เลยทำเพิ่มมาเยอะหน่อย” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
ทันใดนั้น ก็มีชายต่างถิ่นสองสามคนเดินเข้ามา หน้าตาไม่คุ้นเคย คนหนึ่งหยิบถาดขนมขึ้นมาแรงเกินไปจนเกือบหก
“อันนี้เท่าไหร่ เอามาเร็ว ๆ จะรีบไป!” น้ำเสียงห้วนจัดจนพิมพ์แก้วตกใจ
“เดี๋ยวจัดให้ค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบ ก้องภพก็ก้าวเข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้า สายตาเขาแน่วแน่
“ช่วยวางถาดลงก่อนครับ อย่าทำให้ของเสียหาย”
ชายคนนั้นชะงัก มองเขาอย่างไม่พอใจ แต่ก้องภพยืนมั่นคง ไม่หลบสายตา เสี้ยววินาทีนั้นพิมพ์แก้วสัมผัสได้ถึงความจริงจังและปกป้องของเขา เจ้าหน้าที่งานวัดเดินผ่านมา ก้องภพรีบเรียก
“รบกวนช่วยดูตรงนี้หน่อยครับ มีคนทำรุ่มร่ามกับร้านค้า” พอเจ้าหน้าที่เข้ามา ชายต่างถิ่นเหล่านั้นก็ถอยไปอย่างไม่เต็มใจ ทิ้งบรรยากาศตึงเครียดไว้ชั่วครู่
พิมพ์แก้วหันมามองก้องภพด้วยแววตาเต็มไปด้วยความขอบคุณ
“เมื่อกี้ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่มีพี่ภพ พิมพ์คงทำอะไรไม่ถูก” ก้องภพยิ้มอ่อนโยน
“หน้าที่ครูไม่ใช่แค่ดูแลเด็ก ๆ หรอกนะ แต่ดูแลคนในหมู่บ้านด้วย” คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจของพิมพ์แก้วอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เธอหันไปขายขนมต่อ แต่ในใจกลับสั่นไหวทุกครั้งที่คิดถึงแววตาจริงจังของเขาเมื่อครู่
เช้าวันถัดจากงานวัด เสียงลมพัดใบข้าวพลิ้วไหวไปทั่วท้องนา ก้องภพเดินตรวจแปลงนาเรียนรู้ พร้อมกับเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นหัวเราะกันอย่างร่าเริง
ทันใดนั้น เด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งมาสะกิดแขนของเขาแล้วเอ่ยอย่างใสซื่อ
“ครูภพคะ เมื่อวานครูกับพี่พิมพ์เดินด้วยกันที่งานวัดใช่ไหมคะ แม่บอกว่าครูกับพี่พิมพ์ดูเหมาะสมกันมากเลย” เด็ก ๆ รอบข้างหัวเราะคิกคัก บ้างก็ปรบมือแซวกันเสียงดัง
ก้องภพถึงกับเกาหัว เขาหน้าแดงแต่ยังคงยิ้ม
“เด็ก ๆ อย่ามาแซวครูสิครับ ครูเขินแย่แล้วเนี่ย”
ในเวลาเดียวกันที่ตลาดเช้า พิมพ์แก้วก็กำลังโดนแม่ค้าในละแวกเดียวกันแซวไม่แพ้กัน
“พิมพ์จ๊ะ เมื่อคืนเห็นเดินอยู่กับครูภพ น่ารักดีออก เขาเป็นครูที่ดี มีอนาคต เขามาจีบเหรอ”
“ไม่ใช่นะคะ พี่ภพเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายของพิมพ์ก็แค่นั้นเอง” เขายังไม่มาจีบมาสารภาพรัก เธอจะยอมได้ยังไง ถ้าเกิดเขาไม่ได้คิดกับเธอเหมือนที่เธอคิด ก็หน้าแตกน่ะสิ
“ใช่ ๆ เห็นช่วยปกป้องพิมพ์ด้วย คนอะไรทั้งเก่งทั้งอบอุ่น” เหมือนแม่ค้าพ่อค้าข้างๆ จะไม่ได้สนใจในคำปฏิเสธของเธอ แต่ยังเชียร์ไม่เลิก
พิมพ์แก้วหน้าแดงจัดจนต้องรีบก้มหน้าหยิบขนมให้ลูกค้า
“อย่าแซวกันสิคะ พิมพ์ยังไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย” แต่ในใจกลับสั่นไหว ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนกับสายตาจริงจังของก้องภพยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเป็นความประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้น และสะสมมานานหลายปี ตั้งแต่เด็กๆ ที่เขาคอยปกป้องเธอมาตลอด แม้ในเวลานั้นจะเป็นเพียงแค่ฐานะพี่ชายคนหนึ่ง แต่สั่งสมมาหลายปีก็กลายเป็นความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน
เธอไม่เคยมีแฟนหรือคนรัก เพราะหัวใจของเธอได้มอบให้เพื่อนพี่ชายอย่างก้องภพไปนานแล้ว
ยามบ่าย ก้องภพแวะไปที่ตลาด เขาเห็นพิมพ์แก้วกำลังขายขนมเหมือนเคย พอเดินเข้าไปใกล้ เด็กนักเรียนที่มากับผู้ปกครองก็ร้องทักเสียงดัง
“พี่พิมพ์ หวานใจครูภพ!” ทั้งตลาดหันไปมองพร้อมรอยยิ้ม พิมพ์แก้วอ้าปากจะปฏิเสธ แต่พอเหลือบตาไปเห็นก้องภพยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบหันหนี ก้องภพหัวเราะเบา ๆ พลางหันไปพูดกับเด็ก ๆ
“อย่าแซวครูกับพี่พิมพ์เล่นสิครับ เดี๋ยวพี่พิมพ์เขาจะอาย” คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ข่าวลือซาลง กลับยิ่งทำให้หัวใจของพิมพ์แก้วเต้นแรงกว่าเดิม เพราะลึก ๆ เธอก็อยากให้เรื่องนี้เป็นจริง แต่เธอเป็นผู้หญิงจะไปบอกรักผู้ชายก่อนก็กระไรอยู่
ห้องสมุดหลังเล็ก ๆ ของโรงเรียนบ้านทุ่งแสงดาวเต็มไปด้วยฝุ่นเกาะตามชั้นหนังสือ โต๊ะเก้าอี้บางตัวโยกคลอน ก้องภพเดินสำรวจแล้วถอนหายใจเบา ๆ
“ต้องซ่อมเยอะเลยแฮะ แต่ถ้าจัดใหม่ เด็ก ๆ คงมีที่อ่านหนังสือดี ๆ สักที”
บ่ายวันนั้น พิมพ์แก้วแวะเอาขนมมาฝากเด็ก ๆ ที่โรงเรียน พอเห็นก้องภพยืนปัดฝุ่นอยู่ในห้องสมุด เธอก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปช่วยในทันที
“พี่ภพ นี่กะจะจัดห้องสมุดใหม่เองเลยเหรอคะ”
ก้องภพหันมายิ้มอ่อนโยน มือยังคงเช็ดฝุ่นตามชั้นหนังสือ
“ก็อยากให้เด็ก ๆ มีที่นั่งอ่านหนังสือดี ๆ น่ะครับ แต่พี่ยังไม่เก่งเรื่องตกแต่งเท่าไร ถ้ามีพิมพ์ช่วยก็คงดี”
พิมพ์แก้วหัวเราะเบา ๆ
“งั้นเดี๋ยวพิมพ์เป็นแม่บ้านห้องสมุดให้เองค่ะ” ทั้งคู่ช่วยกันจัดชั้นหนังสือ ขนเล่มที่ชำรุดออก ก้องภพปีนบันไดไปหยิบหนังสือที่วางสูงเกินเอื้อม ขณะเดียวกันพิมพ์แก้วก็กำลังยกกล่องหนังสืออยู่ด้านล่าง
ทันใดนั้น บันไดโยกเล็กน้อย ก้องภพเสียหลัก เขารีบคว้าขอบชั้นแต่ก็ยังเซลงมาโชคดีที่พิมพ์แก้วเอื้อมมือรับไว้พอดี
ร่างของทั้งสองใกล้กันเสียจนต่างได้ยินเสียงลมหายใจ พิมพ์แก้วหน้าแดงจัด รีบผละออกเล็กน้อย
“ระวังหน่อยสิคะพี่ภพ ตกลงมาเดี๋ยวจะเจ็บตัวเอาค่ะ” ก้องภพหัวเราะแผ่ว ๆ มองสบตาน้องสาวเพื่อนอย่างลึกซึ้ง จนเธอต้องหลบสายตา ความใกล้ชิดนั้นทำเอาเธอใจสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน