ตอน 1

1

รถบีเอ็มดับบลิวรุ่นใหม่ล่าสุดสีน้ำเงินป้ายแดงแล่นมาจอดหน้าคณะบัญชี ในมหาวิทยาลัยชื่อดังเมืองเชียงใหม่ เจ้าของรถก้าวลงมาจากรถ ก่อนเดินอ้อมมายังประตูฝั่งคนขับ เขาเปิดประตูหยิบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ออกมา จากนั้นไปนั่งรอสตรีที่เขาตั้งใจมาหาหน้าคณะ

มะปรางชะงักเท้าที่กำลังเดินออกจากคณะเมื่อเห็นชายหน้าตาดีแต่นิสัยเลวนั่งอยู่ตรงโต๊ะม้าหิน หล่อนอยากเบี่ยงเท้าเดินหนีไปที่อื่น เพราะไม่อยากเห็นหน้าตาเฒ่าหัวงูสักเท่าไหร่ ทว่าคงหนีไม่ทันเพราะเขาดันเห็นหล่อนเสียก่อน

ทว่าหญิงสาวอีกคนที่เดินมาพร้อมกับมะปรางยิ้มกว้างเมื่อเห็นก้องเกียรติ เนื้อเต้นทันทีที่เห็นเขาเดินมาหาพร้อมช่อดอกไม้

“ดอกไม้สำหรับคนสวยครับ” ก้องเกียรติยื่นช่อดอกไม้ให้นภาพร เพื่อนร่วมคณะของมะปราง ทว่านัยน์ตาเขากลับมองมะปรางที่เบือนหน้าหนี

“ขอบคุณค่ะพี่ก้อง” นภาพรรับดอกไม้และกล่าวคำขอบคุณ “พี่ก้องน่ารักจังเลยค่ะ”

“น่ารักแล้วรักหรือเปล่าครับ พี่อยากให้ฟ้ารักพี่จังเลย”

ก้องเกียรติหยอดคำหวาน นภาพรหน้าแดงระเรื่อ บิดตัวไปมาด้วยกิริยาเขินอาย มะปรางเห็นแล้วรู้สึกเลี่ยนจนอยากจะอาเจียน

“ไปกินข้าวด้วยกันนะฟ้า ร้านอาหารเพื่อนพี่เพิ่งเปิด พี่ว่าจะไปอุดหนุนมันซะหน่อย” ก้องเกียรติกล่าวชวนนภาพร ก่อนหันไปพูดกับมะปราง “เธอไปด้วยนะ เพราะเธอต้องไปเอาของที่คอนโดฉัน พ่อกับแม่เธอฝากมาให้”

“ไม่ไป” มะปรางตอบกลับทันที “ไม่ว่าง มีนัดแล้ว”

“มีนัดกับใคร” เสียงถามของก้องเกียรติค่อนข้างเข้ม

“โน่นไง เดินมาโน่นแล้ว” มะปรางชี้ไปทางชายหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังเดินมาทางคณะ มะปรางรีบเดินไปหามานพ เพื่อนต่างคณะ “นพวันนี้เรามีนัดไปกินข้าวด้วยกัน ลืมหรือเปล่า”

มานพที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวทำหน้างง แต่พอมะปรางแอบหยิกแขนตนเบาๆ มานพถึงเข้าใจ

“อ๋อๆ ใช่ๆ ลืมเลย” มานพไหลไปตามน้ำ ก้องเกียรติกระตุกยิ้มขยับสายตามองผู้พูด

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกินข้าวด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ฉันเลี้ยงเอง”

“ไม่ไป ฉันจะไปกินข้าวแกงข้างทาง ฉันไม่ชอบกินของหรู”

มะปรางพูด หล่อนไม่อยากอยู่ใกล้ก้องเกียรติ ไม่แม้แต่อยากเห็นหน้า นึกดีใจที่มหาวิทยาลัยเปิด หล่อนจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเขา ที่ไหนได้ ก้องเกียรติกลับมาอยู่บ้านที่เชียงใหม่ มิหนำซ้ำเขายังตามจีบนภาพร เพื่อนร่วมคณะ มาให้มะปรางเห็นหน้าทุกวัน แรกๆ มะปรางไม่รู้สึกอะไร เพราะเกลียดก้องเกียรติเป็นทุนเดิม แล้วยิ่งเขาข่มเหงตนความเกลียดก็ดูจะเพิ่มมากขึ้น แต่พอเห็นภาพหวานบ่อยๆ มะปรางก็เริ่มรู้สึกตงิดๆ ในใจขึ้นมา

“เธอไม่ไปก็ได้” ก้องเกียรติไม่เซ้าซี้ เขามีไม้เด็ดกว่านั้น “แต่ฉันจะบอกความลับของเธอให้พ่อกับแม่รู้”

มะปรางตกใจไม่คิดว่าก้องเกียรติจะขู่ตนต่อหน้านภาพรกับมานพ แน่นอนว่าอีกสองคนหูผึ่ง อยากรู้ขึ้นมาทันใดว่าความลับนั้นคืออะไร

“ความลับอะไรเหรอคะพี่ก้อง” นภาพรรีบถาม มะปรางทำหน้าตามีพิรุธ กลัวเหลือเกินว่าก้องเกียรติจะปากเสีย

“ไม่มี...” มะปรางชิงพูดก่อน ทว่าเสียงของก้องเกียรติที่ดังกว่ากลบ

“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ปรางทำของที่ไร่พังน่ะ แล้วไม่ได้บอกพ่อกับแม่ พี่เป็นคนจิตใจดีเห็นว่ากำลังเรียนหนังสือ พ่อกับแม่ปรางก็เป็นคนงานเก่าแก่ในไร่พี่ด้วย พี่เลยไม่หักจากเงินเดือน เอาเรื่องนี้ไว้ขู่ปรางเวลาดื้อ ฟ้าก็รู้นี่ว่า ปรางดื้อแค่ไหน ถ้าไม่มีอะไรขู่ ไม่มีใครเอาอยู่จริงไหม” ก้องเกียรติปด มะปรางโล่งใจ

“จริง” นภาพรกับมานพประสานเสียงพูดพร้อมกัน มะปรางมองเพื่อนตาขวาง แทนที่จะพูดแก้ต่าง กลับเห็นด้วยซะงั้น

“แกสองคนนี่นะ” มะปรางกระเง้ากระงอดเพื่อน

“ก็มันจริง แกดื้อมาก ดื้อสุดๆ ดื้อที่สุดในสามโลกเลย” นภาพรรู้ดี

“เรื่องนี้ฉันก็เห็นด้วย” มานพเสริม มะปรางงอนใส่เพื่อนทั้งสอง และไม่ลืมสะบัดหน้าใส่ก้องเกียรติ

“สรุปว่าไปกินข้าวด้วยกันทั้งหมดนะ รีบไปเถอะ พี่หิวแล้ว” ก้องเกียรติพูด

“ค่ะ ไปกันหมดนี่แหละค่ะ” นภาพรตอบกลับ “แกก็ไปด้วยนะปราง ถ้าแกไม่ไปความลับแกถูกเปิดโปงแน่”

มะปรางมองหน้านภาพร ก่อนหันไปมองหน้าก้องเกียรติที่ยืนยิ้มให้ มะปรางไม่อยากไปด้วยแต่ก็กลัวว่าก้องเกียรติเปิดเผยความลับ หล่อนจึงต้องไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ไปก็ได้”

“ไปกันเลยดีกว่าค่ะพี่ก้อง ฟ้าหิ๊วหิว”

นภาพรควงแขนก้องเกียรติก้าวเดินไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก โดยมีมะปรางกับมานพเดินตามไป

แม้ว่าร้านอาหารที่ก้องเกียรติพามากินมื้อเย็นจะเป็นร้านอาหารเปิดใหม่ ทว่ารสชาติอาหารไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะอาหารพิเศษประจำร้านอร่อยจนลืมความอ้วน ตักข้าวเพิ่มไม่ต่ำกว่าสองจาน

ก้องเกียรติ นภาพรและมานพกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยอย่างสนุกสนาน จะมีเพียงคนเดียวที่นั่งหน้าง้ำหน้างอ กินอาหารด้วยท่าทางซังกะตาย ลอบมองก้องเกียรติเอาใจนภาพรด้วยความหมั่นไส้ อยากลุกหนีไปให้พ้นๆ ช่างขัดหูขัดตาเหลือเกิน

“กินเยอะๆ นะฟ้า อาหารร้านนี้อร่อยมาก” ก้องเกียรติตักกับข้าวใส่จานนภาพร

“ขอบคุณค่ะพี่ก้อง แต่ถ้ากินมากกว่านี้ ฟ้ากลัวอ้วนค่ะ”

“จะกลัวทำไมครับ ถึงฟ้าจะอ้วนตัวเท่าตุ่มพี่ก็ชอบฟ้า”

นภาพรอายม้วน มะปรางถึงกับเบ้ปาก นึกอยากคายของที่กินเข้าไปออกมาทางปาก

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะปราง เป็นอะไรอาหารไม่อร่อยเหรอ” คนถามคือมานพที่หันมาเห็นใบหน้ามะปรางพอดี

“อาหารอร่อย แต่แกงนี้มันเลี่ยนไปหน่อยเลยอยากจะอ้วก” มะปรางตอบ

“นึกว่าที่อยากอ้วกเพราะท้องซะอีก” ก้องเกียรติพูดมองมะปรางแล้วยิ้มกริ่ม มะปรางอยากลุกขึ้นเอาส้อมทิ่มหน้าเขาเหลือเกิน คนอะไรพูดกวนโมโหได้ทุกเวลา พูดแต่ละประโยคชวนให้คนอื่นคิดไปไกล

“ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะ” มะปรางไม่อยากพูดมาก ไม่อยากเถียงก้องเกียรติ เพราะกลัวว่าจะเข้าตัวเองอีก ทางเดียวคือ หนีไปจากตรงนี้ดีที่สุด

“เธอต้องไปเอาของที่พ่อกับแม่ฝากฉันมาให้เธอนะ เพราะฉะนั้นเธอยังกลับไม่ได้” ก้องเกียรติบอกมะปราง

“แล้วทำไมคุณไม่เอามาเลยล่ะ จะได้ไม่เสียเวลา”

ตอน 2

2

“ตอนแรกก็กะว่าจะเอามาให้ แต่ดันลืมไง อีกอย่างพรุ่งนี้ฉันต้องไปเชียงราย ไม่กลับมาเชียงใหม่แล้วจะลงใต้เลย ฉันคงเอามาให้เธอไม่ได้ เธอต้องไปเอาเอง” มะปรางไม่อยากไปคอนโดผู้พูดสักเท่าไหร่ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตนเอง เกรงว่าเขาจะหักหาญน้ำใจตนอีก แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้

“ฟ้า แกไปเอาของเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” มะปรางหาตัวช่วย

“โอ๊ย! อยู่ๆ ก็ปวดหัวตุ้บๆ เลย ฉันคงไปกับแกไม่ได้”

นภาพรนำมือมาจับตรงขมับ แสร้งทำเป็นปวดศีรษะขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน

“นพล่ะ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ” มะปรางหาตัวช่วยที่สอง มานพกำลังอ้าปากตอบ แต่มีบางอย่างมากระแทกขาเขา มานพมองหน้าคนที่เอาเท้ามาเตะขาตนเหมือนกับจะบอกอะไรสักอย่าง แต่เขายังไม่ทันจะพูดอะไร นภาพรก็พูดออกมากลางปล้อง

“นพ นายไปส่งฉันนะ ฉันปวดหัวมากๆ เลย ปวดจนลุกเดินไม่ไหว พี่ก้องกับปรางเป็นเจ้านายลูกจ้างกัน ไปด้วยกันไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ฉันนี่สิตัวคนเดียว นายไปส่งฉันดีที่สุด” นภาพรลุกขึ้นยืน เดินไปฉุดมานพที่ทำหน้างง “ไปเร็ว ฉันปวดหัว อยากกลับบ้านไปกินยา”

มานพลุกขึ้นยืนแบบงงๆ มะปรางถึงกับมึน เพราะหากสองคนนี้ไปจากที่นี่ หล่อนก็จะไม่มีตัวช่วย ต้องไปกับก้องเกียรติตามลำพัง

“ลานะคะพี่ก้อง ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวค่ะ” นภาพรพนมมือไหว้ก้องเกียรติ มานพทำตามอีกคน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปจากร้านอาหาร

“เราไปกันเลยนะ เธอจะได้ไม่กลับหอดึก”

ก้องเกียรติเรียกพนักงานมาเก็บเงิน หลังจากจัดการเรื่องค่าอาหารเสร็จ ก้องเกียรติกับมะปรางได้เดินออกจากร้านอาหาร ไปยังรถยนต์ของเจ้ามือ ไม่นานนักรถยนต์หรูถูกขับออกจากลานจอดรถ มุ่งตรงไปยังคอนโดของก้องเกียรติ ระหว่างทางมะปรางใช้ความคิดอย่างหนัก หาทางเอาตัวรอดจากเฒ่าหัวงู

ยี่สิบนาทีต่อมา

ก้องเกียรติเลี้ยวรถเข้ามาในคอนโดที่ซื้อไว้หลายห้อง ซื้อไว้เพื่อปล่อยให้เช่าสามห้อง และอีกหนึ่งห้องเป็นห้องส่วนตัวของเขา ก่อนนำรถมาจอดในลานจอดรถ

“เอ้าลงสิ หรือต้องเชิญให้ลง” ก้องเกียรติบอกมะปรางที่ยังคงนั่งเฉย

“คุณไปเอาของให้หน่อยสิ ฉันปวดขา”

“ที่ไม่ลงไม่ใช่เพราะปวดขาหรอก แต่กลัวฉันมากกว่า” เขาพูดอย่างรู้ทัน มะปรางหันขวับมามองผู้พูด

“ใครว่าฉันกลัว ไม่ได้กลัวซะหน่อย” มะปรางตอบไม่ตรงกับใจ “คนอย่างมะปรางไม่เคยกลัวใคร”

หล่อนเชิดหน้าใส่

“ไม่กลัวก็ขึ้นไปเอาของเองสิ กล้าป่ะล่ะ” เขาทำเสียงเหมือนท้า

“กล้าอยู่แล้ว”

มะปรางเปิดประตูรถ ก้าวลงไปยืนข้างรถ แกล้งปิดประตูแรงๆ ให้เสียงดังๆ ราวกับไม่กลัวประตูรถจะพัง ก้องเกียรติไม่ใส่ใจเรื่องที่หล่อนทำ เพราะมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจรอให้เขาทำอยู่

มะปรางใจเต้นรัวเมื่อเดินเข้ามาในลิฟต์โดยสารของคอนโด หล่อนมีความรู้สึกว่า คิดผิดที่มากับเขาเป็นของสำคัญในการเรียนและการทำงานเสริม ถ้าหากหล่อนไม่หลงลืมโน้ตบุ๊กไว้ที่ไร่กอบกุล หล่อนก็คงไม่ต้องมายืนอยู่ในลิฟต์ตัวนี้ ยืนอยู่กับก้องเกียรติผู้ชายอันตราย

“ถึงแล้ว” ก้องเกียรติแนบคีย์การ์ดกับช่องตรงประตู ก่อนเปิดประตูกว้างให้มะปรางเดินเข้าไป “เชิญ”

“ฉันไม่เข้า คุณไปเอาของให้ฉันละกัน” มะปรางระวังตัวเต็มที่

“หน้าที่ฉันไหมเนี่ยที่ต้องบริการเธอถึงที่” ก้องเกียรติทำเสียงไม่พอใจ “ถ้าไม่เข้าไปเอาก็ไม่ต้องเอา ฉันไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว”

มะปรางมองหน้าคนพูดที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้อง หากของชิ้นนี้ไม่สำคัญหล่อนยอมทิ้งมันไป ไม่เข้าไปเอาเด็ดขาด แต่นี่กว่าหล่อนจะเก็บหอมรอมริบซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ได้ก็ใช้เวลาหลายเดือน หากทิ้งมันไปไม่ไยดีก็ต้องซื้อเครื่องใหม่ แน่นอนว่าหล่อนไม่มีเงินซื้อในทันที ต้องเก็บเงินอีกหลายเดือนกว่าจะได้ รายได้หลักของตนคือการทำรายงานให้เพื่อนๆ หากไม่มีโน้ตบุ๊กก็ไม่มีรายได้ หล่อนเหมือนคนจนแต้ม ก้าวเดินเข้าไปในห้องชุดของก้องเกียรติด้วยขาอันสั่นเทา ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ก้องเกียรติยิ้มอย่างผู้กำชัย ก้าวเดินตามร่างอรชรและไม่ลืมปิดประตูห้อง

“ว้าย! ปล่อยนะ” มะปรางตกใจเมื่อก้องเกียรติสวมกอดตนทางด้านหลัง “ไอ้เฒ่าหัวงู ปล่อยฉันนะ”

“ปล่อยให้โง่” ก้องเกียรติพูดข้างหู กดปลายจมูกลงบนแก้มหล่อน “คิดถึงจัง”

“ไอ้บ้ากาม ปล่อยนะ ฉันไม่คิดถึงแก ฉันเกลียดแก”

มะปรางไม่ออมคำพูด สะบัดตัวไปมา หวังให้พ้นจากลำแขนใหญ่ที่คล้ายครีมเหล็ก รัดแน่นจนขยับหนีไม่ได้

“เดี๋ยวก็รู้ว่าเกลียดหรือไม่เกลียด”

เขาพูดขณะยกร่างมะปราง เท้าหล่อนลอยเหนือพื้น ก้าวเดินไปยังห้องนอน มะปรางเห็นเตียงนอนก็ยิ่งสะบัดตัว สะบัดปลายเท้า ทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองรอดพ้นจากเงื้อมมือก้องเกียรติ หล่อนไม่ยอมเขาเป็นครั้งที่สองแน่นอน แต่ดูเหมือนว่า โอกาสที่หล่อนหวังมีน้อยเต็มทน เมื่อเขาเหวี่ยงร่างสาวลงบนที่นอน ตามด้วยร่างหนาทาบทับเก็บกักอิสรภาพ

“ปล่อยนะ แกไม่ใช่ลูกผู้ชายรังแกผู้หญิง” มะปรางต่อว่าก้องเกียรติที่ทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านกับคำต่อว่า

“เธอก็น่าจะรู้นะว่า ฉันน่ะลูกผู้ชายทั้งแท่ง แท่งใหญ่ซะด้วยไม่งั้นเธอไม่ครางเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกหรอก” ก้องเกียรติโต้กลับแบบกวนๆ

“ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ไอ้...”

“จุ๊ๆๆ อย่าด่าผัวมากสิจ๊ะเมียจ๋า ด่ามากลูกดกนะ” เขายิ้ม มะปรางยิ้มไม่ออก ได้แต่ร้องฮึ่มๆ ในใจ “มาให้ผัวชื่นใจหน่อยเร็ว เป็นเดือนแล้วนะที่ไม่ได้กกเมีย คิดถึงที่สุดเลย”

ตอน 3

3

นับตั้งแต่ความสัมพันธ์ครั้งนั้น ก้องเกียรติกับมะปรางไม่มีอะไรเกินเลยกันอีก ทุกครั้งที่เจอหน้ากันมะปรางเป็นฝ่ายเดินหนี หลีกเลี่ยงการพูดคุย พอเกิดเรื่องในไร่กอบกุล ก้องเกียรติก็วิ่งวุ่นดูแลจัดการ ทั้งเรื่องงานศพคนงานในไร่ ให้เงินเยียวยาครอบครัวคนตาย และเรื่องคดีความ ส่วนมะปรางก็ต้องกลับมาเรียนหนังสือ ส่งผลให้ทั้งสองห่างกันโดยปริยาย

“ใครเมียแก ฉันไม่ใช่เมียแก”

“ทำไมจะไม่ใช่ ลืมแล้วเหรอว่าเราสนุกกันมากแค่ไหน เสียงครางเธอดังจนแก้วหูฉันแทบแตก ดูเธอมีความสุขจนกระอัก” เขาเอาความจริงมาพูด มะปรางหน้าแดงซ่าน อายก็อาย เจ็บใจก็เจ็บใจ “คืนนี้เรามาสนุกกันดีกว่า ฉันอยากเต็มแก่แล้ว”

“ไม่นะ อย่าทำอะไรฉัน ถ้าแกฉันทำล่ะก็ ฉันจะแจ้งตำรวจมาลากคอแกเข้าคุก” มะปรางขู่ หวังว่าเขาจะกลัว แต่ไม่เลย ไม่เลยสักนิด

“เอาสิ ไปเลย” ก้องเกียรติขยับตัวให้ร่างเล็กเป็นอิสระ มะปรางรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหมายจะออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าเสียงหนึ่งที่ดังเข้าหูทำให้เท้าเล็กชะงัก “หนังโป๊เรื่องนี้นางเอกผิวดี๊ดี นมก็ใหญ่ ร้องครางได้อารมณ์ชะมัด”

มะปรางหันมามองต้นเสียงที่กำลังดูคลิปในมือถือ ใบหน้าเขาแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาเป็นประกายเสน่หา ก้องเกียรติเงยหน้ามองมะปรางแล้วกระตุกยิ้ม

“มาดูหนังโป๊ด้วยกันไหม เธอจะได้เห็นหน้านางเอกไง ส่วนพระเอกไม่ต้องมองหรอก อยู่ตรงหน้าเธอไง”

“คุณทำแบบนี้ทำไม ทำไปทำไม” มะปรางถามเสียงสั่น ไม่คิดว่าชายตรงหน้าจะชั่วมากขนาดนี้

“ทำอะไร ไม่ได้ทำอะไรเลย ก็แค่บันทึกลีลารักของเราเก็บไว้ดูเท่านั้นเอง” ก้องเกียรติตอบ “แต่ถ้าเธอไม่อยากให้คลิปนี้หลุดออกไปในโลกอินเทอร์เน็ต และไม่อยากให้พ่อแม่เธอรู้ความจริง และยังอยากให้พี่ชายเธอออกจากคุก เธอก็ต้องทำตัวดีๆ เชื่อฟังฉัน ตามใจฉัน ถ้าเธอทำตรงกันข้าม คลิปนี้จะถูกเบลอหน้าพระเอก แต่หน้านางเอกจะเด่นชัด เรื่องคดีของพี่เธอก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฉันจะสั่งให้ทนายชะลอไว้ก่อน รอไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะยอมฉันอีกครั้งและอีกครั้ง”

มะปรางยืนกำมือแน่น เกิดมาหล่อนไม่เคยเห็นชายคนไหนเลวระยำเท่าก้องเกียรติเลย ขุดหลุมดักล่อให้หล่อนติดกับ และต้องยอมรับข้อเสนอเพื่อให้เขาหย่อนเชือกลงมาให้ตนปีนป่ายออกจากหลุมพราง หากเขาไม่ช่วยคนที่ยืนอยู่ด้านหลังตนต้องเดือดร้อน หากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ มีความเป็นไปได้สูงที่คนรู้จักตนอาจเห็นคลิปนี้ ดีไม่ดีเรื่องอาจเลยเถิดถึงหูคณบดี อนาคตทางการศึกษาของตนต้องดับวูบ มะปรางไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากยอมเขาตามเคย

“ก็ได้ คุณชนะ” มะปรางบอกเสียงสั่น

“จริงๆ แล้วเธอยอมฉันง่ายๆ ไม่ต้องให้ฉันบังคับตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง” เขาพูดราวกับว่ามะปรางเป็นคนผิด “มานี่สิ”

ก้องเกียรติสั่ง มะปรางค่อยๆ ก้าวเท้าหาคนชั่วด้วยขาอันสั่นเทา หล่อนมายืนอยู่ตรงหน้าคนสั่งที่เลื่อนมือมาจับท่อนแขนทั้งสองข้างของมะปราง ก่อนเลื่อนมาจับหัวเข็มขัดโลโก้มหาวิทยาลัย เขาจัดการปลดมันออกจากเอว ตามด้วยกระโปรงนักศึกษาที่หลุดไปกองตรงเท้าพร้อมกางเกงในตัวจิ๋ว ไม่นานนักเสื้อสีขาวก็หลุดตามไป เหลือเพียงชุดชั้นในที่แน่นอนว่ามันถูกกำจัดออกจาตัวหล่อนในนาทีต่อมา

“นมเธอสวยจัง” เขาชื่นชมความสวยงามตรงหน้า มะปรางหลับตานิ่ง ข่มความเสียใจแต่ก็ทำไม่ได้ น้ำตาที่บอกความรู้สึกไหลริน ก้องเกียรติดูเหมือนไม่สนใจน้ำตาหรือความรู้สึกมะปราง เขาสนใจเพียงเรือนร่างสะโอดสะองที่เรียกความกำหนัดในกายให้ลุกโชน และอยากจูบหล่อนไปทั้งกาย

มือใหญ่ของก้องเกียรติประคองทรวงอกสล้างทั้งสองข้าง บีบขยำด้วยอารมณ์ปรารถนาที่ตอนนี้ลุกยิ่งกว่าไฟโหมไหม้อาคารบ้านเรือน อ้าปากครอบงับยอดถันสีน้ำตาลอ่อนอย่างหลงใหล ทั้งปากและลิ้นละเลงอย่างเมามัน

“อืม...อืม” มะปรางกลั้นเสียงครางไม่ได้ แม้จะพยายามอย่างหนัก ทว่าความเสียวซ่านมีอานุภาพรุนแรงยิ่งนัก หักห้ามไม่ได้เลย ร่างสาวสั่นสะท้านตามจังหวะการดูดยอดถัน ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งละจากดอกอุบลมาลูบไล้เรือนร่างเปล่าเปลือย ผิวกายหล่อนนุ่มมือสร้างความเพลิดเพลินไม่น้อย ร่างอรชรถูกจับให้นอนราบบนที่นอน ร่างหนาเกยก่าย

“ทำตัวดีๆ อย่าดื้อ อย่าขัดใจฉัน แล้วเธอกับครอบครัวจะสบาย”

ริมฝีปากช่างเจรจาถูกปากหนาได้รูปของก้องเกียรติปิดทับ เขาแทรกลิ้นเข้าสำรวจช่องปากหวานหอมที่มีพลังดึงดูดให้ปรารถนากลับมาลิ้มรสอีกครั้ง ลิ้นสากใหญ่กวาดต้อนลิ้นนุ่มที่ไม่ค่อยเป็นงานสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญให้กับคนจูบ เขากลับตื่นเต้นกับความไม่ประสาของหล่อน

อารมณ์มะปรางเพิ่มระดับขึ้นทุกขณะจากการโอ้โลมของเขา ส่งผลให้หล่อนตกลงไปในบ่วงพิศวาสที่ไม่อยากกระโจนลงไป ทว่าหล่อนไม่อาจฝืนกามรสได้ คล้อยตามสัมผัสรัญจวน ก้องเกียรติละห่างปากสาว เพื่อไปหาความนุ่มหยุ่นสองก้อนในอุ้งมือเขาที่ทั้งบีบและขยำมันมือ

“อา...อืม” มะปรางครางแผ่วเบา เนื้อตัวสั่นรับความอุ่นร้อนจากปากได้รูปที่แทะเล็มยอดปทุม ดูดกลืนสลับกับใช้ลิ้นโลมเลีย บางจังหวะสิ้นลากใหญ่สะบัดพลิ้ว ปลายเท้าหล่อนเริ่มมีความร้อนไล่ขึ้นมาเป็นริ้ว ลูกไฟเล็กๆ หลายลูกวิ่งขึ้นมาพร้อมกันด้วย ยิ่งเขาเติมความเสียวให้หล่อนมากเท่าไหร่ ลูกไฟในตัวก็เพิ่มมากขึ้น วิ่งขึ้นมาถึงโคนขาก่อนเข้าไปปั่นป่วนภายในอิสตรี ที่ตอนนี้มะปรางรู้สึกคล้ายกับว่า มีพายุไฟก่อตัวขึ้นในนั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED