ครั้งสุดท้ายที่โทรหาฮั่วหนานเซียวนั้นไม่มีคนรับสาย
เธอท้องได้สิบเดือนแล้ว เธอไม่เชื่อว่าฮั่วหนานเซียวจะใจร้ายได้ถึงขนาดนี้ !
เซี่ยหนิงซีเม้มริมฝีปากที่ซีดเซียวจนห้อเลือด นิ้วของเธอกำแน่นอยู่บนเตียงในห้องคลอด สายตาของเธอพร่ามัว เธอได้ยินคนด้านนอกห้องเตือนหมอว่าต้องช่วยเด็กไว้ให้ได้ เธอถึงได้สติขึ้นมาอย่างเบลอ ๆ ว่าวันนี้พ่อของเด็กนั้นไปแต่งงานกับคนอื่นแล้ว
สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือลูกในท้องของเธอ
เขาได้ตั้งชื่อให้กับลูก และหาแม่ใหม่ที่จะมาแทนที่เธอแล้ว
น่าตลกสิ้นดี!
เซี่ยหนิงซีพยายามกลั้นน้ำตาไว้ พยายามอดทนจากความเจ็บปวดราวกับตัวจะขาดออกจากกันกอดลูกไว้ในอกแน่น
ทันใดนั้นประตูห้องคลอดก็ถูกเตะออก คนสองสามคนก็รีบวิ่งเข้ามา
เซี่ยหนิงซีกัดริมฝีปากจนซีดขาว ใบหน้านั้นดูแย่มาก มือที่สั่นเทาของเธอกอดลูกที่อยู่ในอ้อมกอดเอาไว้แน่น แววตานั้นแดงก่ำ
เซี่ยลั่วลั่วพูดเสียงแข็งขึ้นว่า “เซี่ยหนิงซี เอาลูกมา นี่คือสิ่งที่เธอติดค้างพี่สาวของฉัน ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ คุณชายฮั่วต้องฆ่าเธอแน่ ๆ ”
เซี่ยหนิงซีนั้นหัวแข็งมาก “ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ !”
เซี่ยลั่วลั่วหัวเราะเยาะขึ้นมา “มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วล่ะ คุณชายฮั่วมั่นใจว่าเป็นเธอ งั้นก็ต้องเป็นเธอ เธอเอาเด็กคนนี้มาให้เรา ถ้ามีเด็กคนนี้ พี่สาวของฉันก็จะเป็นคุณนายใหญ่ของตระกูลฮั่วได้ ตระกูลเซี่ยก็จะได้เกียรติไปด้วย ส่วนแก ทำร้ายพี่สาวฉันจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แกเตรียมตัวไปใช้ชีวิตที่เหลือในคุกได้เลย !”
“ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ !” เซี่ยหนิงซีตะโกนออกมาสุดแรง
เธอไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น ทำไมฮั่วหนานเซียวถึงทำกับเธอแบบนี้! ทำไม!
เธอโดนคนใส่ร้าย เธอจะไม่มีทางยกลูกที่ตั้งท้องมาสิบเดือนให้คนอื่นแน่นอน และก็ไม่มีทางให้เขาเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ด้วย !
เซี่ยหนิงซีโทรหาฮั่วหนานเซียวครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่มีคนรับสายจนกระทั่งสุดท้ายอีกฝ่ายก็ปิดโทรศัพท์ไป
เซี่ยลั่วลั่วหัวเราะเสียงดังขึ้นมาทันที “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว แกยังคิดว่าคุณชายฮั่วยังสนใจแกอีกงั้นเหรอ? แกเป็นแค่เครื่องมือที่จะทำให้พี่สาวฉันขึ้นไปอยู่บนตำแหน่งนั้นได้ พอคลอดเด็กออกมาแล้ว แกก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก คุณชายฮั่วยอมหย่ากับแกเพื่อจะแต่งงานกับคนที่เป็นเจ้าหญิงนิทราแต่ก็ไม่อยากได้แกแบบนี้ เซี่ยหนิงซี แกคิดว่าเขายังรักแกอยู่ไหม?”
คำพูดเย็นชาทุกคำนั้นทิ่มแทงหัวใจของเซี่ยหนิงซี ใจที่เปราะบางของเธอนั้นถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ทีละนิด เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฮั่วหนานเซียวจะใจร้ายขนาดนี้ ยิ่งไม่เคยคิดว่าที่แท้ชีวิตแต่งงานสองปีที่ผ่านมา เธอเป็นแค่ทางผ่านที่ช่วยให้ผู้หญิงคนนั้นได้แต่งงาน!
ทันใดนั้นความกลัวก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความเจ็บปวดรุนแรงแผ่ขยายไปทั่วท้องน้อย และแทบจะกลืนกินตัวเธอไปทั้งตัวแล้ว เธอเจ็บราวกับใจจะขาดและแยกไม่ออกแล้วว่ามันปวดแผลหรือปวดใจกันแน่ เลือดสด ๆ ไหลลงไปนองจนพื้นเป็นสีแดง ลมหายใจของเซี่ยหนิงซีนั้นค่อย ๆ แผ่วเบาลง
พยาบาลตะโกนเสียงดังขึ้นมาอย่างร้อนรนทันที “แย่แล้ว คุณแม่ตกเลือดมาก !”
เซี่ยลั่วลั่วมองเซี่ยหนิงซีที่ล้มลงกับพื้นอย่างไร้ความรู้สึกพลางสั่งอย่างไม่เกรงใจว่า “รีบเอาเด็กไปเร็วเข้า ถ้าทำให้คุณชายฮั่วต้องเสียเวลาล่ะก็พวกแกซวยแน่ !”
วินาทีต่อมา ทารกในอ้อมแขนของเซี่ยหนิงซีก็ถูกกระชากไปอย่างรุนแรงทันที
ไม่มีใครสนใจว่าเซี่ยหนิงซีจะเป็นตายร้ายดียังไง ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะล้มลงกับพื้นและหมดสติไปแล้วก็ตาม
โรงพยาบาลได้ออกหนังสือขั้นวิกฤตมาหลายฉบับ ทว่าไม่มีผู้ใดยอมเซ็นลงนามเลย!
ทุกคนนั้นต่างก็รู้ว่าเซี่ยหว่านหว่านนั้นเป็นคนที่ฮั่วหนานเซียวรัก และลูกของเซี่ยหนิงซีนั้นก็เป็นแค่หมากตัวนึงที่ทำให้เซี่ยหว่านหว่านได้ขึ้นมายังตำแหน่งนี้
พวกเขาไม่สนใจความปลอดภัยของเซี่ยหนิงซีเพราะฮั่วหนานเซียวเองก็ไม่สนใจเช่นกัน คนแบบเซี่ยหนิงซีนั้นตายไปซะได้จะดีกว่า
จนกระทั่งโรงพยาบาลประกาศข่าวการเสียชีวิต เซี่ยลั่วลั่วถึงได้อุ้มเด็กไป
แสงไฟสว่างจ้าบนทางเดินทำให้เลือดบนพื้นนั้นดูแดงกว่าปกติ
สิ่งที่ตกอยู่บนพื้นคือหนังสือประกาศอาการขึ้นวิกฤตของผู้ป่วยที่นองไปด้วยเลือด ลอยเลือดจาง ๆ ทับอยู่บนชื่อของเซี่ยหนิงซี
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกผลักเปิดออกทันที !
“หมอคะ ! แย่แล้วค่ะ !”
“ในท้องของคุณเซี่ยยังมีเด็กอีกสองคนค่ะ...”
...
สี่ปีต่อมา
ที่บ้านตระกูลเซี่ย
เด็กชายหน้าตาหล่อเหลานั่งมึนงงอยู่ในห้อง สีหน้าเย็นชา และสายตาลึกล้ำนั้นดูโตเกินกว่าวัย ถ้าสังเกตดูดี ๆ แล้วจะเห็นได้ว่าใบหน้าขาว ๆ นั้นมีรอยมือแดง ๆ อยู่ด้วย
เซี่ยลั่วลั่วผลักประตูเปิดแล้วเดินเข้าไป เธอสวมชุดเดรสสั่งตัดสีแดงทำให้เธอดูสง่างาม
“ฮั่วหยวน แขกของวันนี้มาถึงกันหมดแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามฉันออกไปข้างนอก”
ฮั่วหยวนพูดอย่างเย็นชาว่า “ผมไม่ไป”
เซี่ยลั่วลั่วเดินเข้าไปหาฮั่วหยวนพลางก้มลงมองแล้วสั่งว่า “เปลี่ยนเป็นชุดที่ต้องใส่ในงานเลี้ยงซะ !”
“ไม่เปลี่ยน !”
ฮั่วหยวนเงยหน้าบวม ๆ ขึ้น และพยายามต่อต้าน
ความโกรธเล็กน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเซี่ยลั่วลั่ว เธอจ้องปราสาทไม้ของฮั่วหยวนที่อยู่ตรงหน้าเขม็ง พลางเป่าลมให้มันพังทลายลง
ฮั่วหยวนเบิกตากว้างขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง น้ำตาของเขาคลอเบ้าขึ้นมาทันที เขาเช็ดน้ำตาที่หางตาอย่างคับข้องใจ และตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า “ผมใช้เวลาทั้งคืนถึงจะทำมันได้ ทำไมน้าต้องพังมันด้วย !”
คำว่า “น้า” ทำให้เซี่ยลั่วลั่วรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที ที่เธอมีวันนี้ได้ก็เพราะเด็กคนนี้ ถึงคิดแบบนี้แล้ว แต่เซี่ยลั่วลั่วก็ยังไม่ได้รู้สึกชอบฮั่วหยวนเลยแม้แต่น้อย
เธอสั่งด้วยสีหน้านิ่งเฉยว่า “ฉันให้โอกาสนายแล้วนะ ลงไปชั้นล่างซะ”
“ผมเกลียดคุณ”
ตาของฮั่วหยวนแดงก่ำ เขาคว้าชุดที่อยู่บนพื้นมาเขวี้ยงใส่เซี่ยลั่วลั่วทันที
เซี่ยลั่วลั่วจับข้อมือเขาไว้ “ฮั่วหยวน ฟังไว้ให้ดีนะ ถ้าไม่มีฉันล่ะก็ แกคงได้ไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และกลายเป็นเด็กที่ไม่มีใครเอาแล้ว ฉันไม่สนใจหรอกว่าแกจะคับข้องใจยังไง เก็บไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่งานเลี้ยงจบและแขกทยอยกันกลับไปหมดแล้ว ไม่งั้นวันนี้ฉันจะเอาแกไปปล่อยไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซะ !”
เซี่ยลั่วลั่วพูดรุนแรงขึ้นมาทันที
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่ฮั่วหนานเซียวจัดงานเลี้ยงวันเกิดอันยิ่งใหญ่ให้กับฮั่วหยวน และเป็นครั้งแรกที่เซี่ยลั่วลั่วมีโอกาสยืนเคียงข้างฮั่วหนานเซียว
เธอจะไม่มีวันปล่อยให้เด็กคนนี้มาทำลายอนาคตของเธอแน่นอน !
“ถ้าไม่อยากลงไป งั้นก็ไม่ต้องลงไปอีกตลอดไป!”
เซี่ยลั่วลั่วเดินออกไปจากห้องนอน และล็อคประตูจากด้านนอก
ฮั่วหยวนโดนขังไว้ในห้องมืด ๆ ตามลำพัง ก่อนหน้านี้โดนขังไว้ในห้องเก็บฝืนกับหนูทำให้เขามีปมในใจ เขากลัวการอยู่คนเดียวมาก และก็กลัวความมืดมาก เขาเลยร้องไห้พลางเคาะประตู
“น้า ผมผิดไปแล้ว ปล่อยผมออกไปเถอะ”
“ฮือ ๆ ... ผมไม่อยากอยู่คนเดียว ได้โปรดปล่อยผมออกไปที”
เสียงร้องไห้โหยหวนดังก้องไปทั่วอาคาร
คนในตระกูลเซี่ยนั้นหงุดหงิดมาก
โจวเฟิงหลินอดไม่ได้ที่จะด่าขึ้นมาว่า “ไอ้เด็กเหลือขอคนนี้จะร้องไห้ต่อไปอีกนานแค่ไหน? ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ พอถึงเวลาสำคัญก็ดันเป็นแบบนี้ซะได้ น่ารังเกียจเหมือนแม่ที่ตายไปแล้วของมันไม่มีผิด”
สีหน้าของเซี่ยลั่วลั่วเปลี่ยนไปอย่างมาก “แม่คะ อย่าพูดอะไรมั่วซั่วสิคะ ฮั่วหยวนเป็นลูกชายของพี่สาวหนูไม่เกี่ยวข้องอะไรกับอีตัวนั่นเลย”
โจวเฟิงหลินรีบปิดปากแล้วมองไปรอบ ๆ ทันที โชคดีที่ไม่มีคนนอกได้ยินที่เธอพูด เธอเลยพูดว่า “เมื่อไหร่คุณชายฮั่วจะมารับแกกับไอ้เด็กเหลือขอนี่สักทีล่ะ?”
เซี่ยลั่วลั่วพูดว่า “กำลังมาแล้วค่ะ แต่ฮั่วหยวนไม่ยอมไปกับเรา”
โจวเฟิงหลินพูดว่า “ท่าทางของมันนั้นถ้าไม่ร้องสักพักคงไม่หยุดง่าย ๆ แน่ ฉันว่าลากออกมาซัดสักรอบดีกว่า มันจะได้รู้ว่าตัวว่าอยู่ในฐานะอะไร”
“ไม่ได้ค่ะ ถ้าคนนอกเห็นเข้า จะเอาเราไปยังไงบ้างก็ไม่รู้ แม้ว่าคุณชายฮั่วจะไม่ชอบเซี่ยหนิงซี แต่ฮั่วหยวนนั้นเป็นลูกแท้ ๆ ของเขา”
เซี่ยลั่วลั่วเกลียดฮั่วหยวน แต่เธอนั้นรู้ตัวตนของฮั่วหยวนดี ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ฮั่วหยวนนั้นเป็นคุณชายน้อยเพียงคนเดียวของตระกูลฮั่ว ตระกูลเซี่ยของพวกเขานั้นใช้ฮั่วหยวนเพื่อเกาะตระกูลฮั่ว เธออยากยืนข้างฮั่วหนานเซียวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะงั้นก็ยังต้องการฮั่วหยวนอยู่
วันนี้ปล่อยมันไปก่อน ถ้ามันทำตัวในงานเลี้ยงวันเกิดไม่ดีล่ะก็ กลับมาแล้วค่อยจัดการก็ยังไม่สาย !
ตอนที่พวกเธอกำลังด่านั้นไม่ได้สังเกตเลยว่าฮั่วหยวนที่อยู่ชั้นบนนั้นปีนหน้าต่างขึ้นไปแล้ว...
ปัง...
มีเสียงดังปังขึ้นมา !
คนในวิลล่าต่างพากันตกใจ
เซี่ยลั่วลั่วถามขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวว่า “เสียงอะไรน่ะ?”
“แย่แล้วครับ คุณชายน้อยกระโดดตึกครับ !” เสียงของยามดังลั่นขึ้นมาจากข้างนอกทันที
ใบหน้าของเซี่ยลั่วลั่วซีดเผือดลงทันที “ว่าไงนะ? ก...? กระโดดตึกงั้นเหรอ?”
เธอรีบวิ่งออกไปที่ประตูอย่างบ้าคลั่ง และก็เห็นเด็กนอนจมกองเลือดอยู่ใต้หน้าต่างห้องของฮั่วหยวน ถ้าไม่ใช่ฮั่วหยวนแล้วจะเป็นใครไปได้กัน !
“ซวยแล้วไง คุณชายฮั่วกำลังจะมารับหนูแล้ว แล้วจะทำยังไงดี! หนูจะทำยังไงดี !”
เซี่ยลั่วลั่วตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
และตอนนั้นก็มีแสงส่องมาจากไกล ๆ ขบวนรถของตระกูลฮั่วนั้นกำลังแล่นเข้ามาที่ตระกูลเซี่ยแล้ว
ทุกคนในตระกูลเซี่ยต่างก็มองฮั่วหยวนที่นอนจมกองเลือดอยู่อย่างกลัว ๆ จนทำอะไรไม่ถูก
เซี่ยลั่วลั่วเหงื่อออกมาก เธอตัวสั่นก่อนจะระงับความกลัว และรีบวิ่งไปหยุดขบวนรถไว้ทันที
“คุณชายฮั่ว แย่แล้วค่ะ อาหยวนกระโดดตึกค่ะ !”
ขบวนรถของตระกูลฮั่วหยุดลง สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปทันที
ตอนที่เซี่ยลั่วลั่วเห็นฮั่วหนานเซียวนั้น เธอน้ำตาไหลพรากออกมาทันที
“อาหยวนไม่รู้เป็นอะไร เขาขังตัวเองไว้ในห้อง ฉันไม่คิดว่าเขาจะไม่ระวังและตกลงมาแบบนี้ คุณชายฮั่ว ขอโทษนะคะ มันเป็นความผิดของฉันเองค่ะ ต้องโทษที่ฉันไม่ดูแลเขาให้ดี...”
“เขาอยู่ที่ไหน?”
น้ำเสียงของผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ น้ำเสียงอันเฉียบคมของเขาเต็มไปแรงเพชรฆาต !
เซี่ยลั่วลั่วชี้ไปที่ฮั่วหยวนที่นอนจมกองเลือดอยู่อย่างสั่นเทา และไม่ได้พูดอะไรอีก
ตาของฮั่วหนานเซียวแดงก่ำ เขากระชากคอเสื้อของเซี่ยลั่วลั่วไว้ “ถ้าเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ ฉันจะฆ่าเธอทิ้งซะ !”
เซี่ยลั่วลั่วตกใจมากจนน้ำตาไหลพรากขึ้นมาทันที
ฮั่วหนานเซียวไม่สนใจอะไร รีบส่งฮั่วหยวนไปโรงพยาบาลทันที
ผู้อำนวยการมารับฮั่วหนานเซียวด้วยตัวเอง ฮั่วหยวนบาดเจ็บสาหัส ต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน โชคดีที่คืนนี้มีหมอเข้าเวรค่อนข้างเยอะ แต่เนื่องจากสถานะของฮั่วหยวนนั้นค่อนข้างพิเศษ ผู้อำนวยการเลยให้หมอที่เพิ่งทุ่มเงินจำนวนมากจ้างมาจากต่างประเทศมาทำการผ่าตัดฮั่วหยวนด้วยตัวเอง
“หมอเซี่ย คนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บวันนี้เป็นเด็กชายอายุสามขวบ ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของคุณชายฮั่ว ระหว่างการผ่าตัดคุณต้องระมัดระวังมากกว่าแต่ก่อน การผ่าตัดจะต้องประสบความสำเร็จ ไม่งั้นอาจจะทำให้โรงพยาบาลเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้”
ตอนนั้นผู้หญิงคนนั้นสวมเสื้อกาวน์ทะมัดทะแมง ใบหน้านิ่งเรียบ ผมยาวถูกมัดไว้อย่างเป็นระเบียบ พลางถือฟิล์มไว้ในมืออย่างเย็นชา และพูดว่า “ผู้ป่วยทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน การผ่าตัดนี้ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ เดี๋ยวก่อนนะ... คุณชายฮั่วไหน?”
ผู้อำนวยการพูดว่า “ฮั่วหนานเซียว คุณชายแห่งอิมพีเรียลซิตี้”
นิ้วของเซี่ยหนิงซีเปลี่ยนเป็นสีขาวเผือดขึ้นมาทันที ใบหน้าที่สวยงามภายใต้หน้ากากของเธอนั้นฉายแววตกใจขึ้นมา เธอไม่คิดเลยว่าพอได้ย้ายมาที่นี่แล้วจะมาเจอเขาเข้า ไม่สิ ฮั่วหนานเซียวจะมีลูกชายได้ยังไงกัน?
“ฮั่วหนานเซียวมีลูกชายด้วยเหรอคะ?”
เซี่ยหนิงซีรู้สึกประหลาดใจ
ผู้อำนวยการกล่าวว่า “ใช่ เป็นเด็กผู้ชายอายุสามขวบ ตอนเข้ามาผมบอกอาการของเด็กให้คุณฟังแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เซี่ยหนิงซีกล่าวว่า “อดีตภรรยาของฮั่วหนานเซียวเสียชีวิตไปแล้ว เด็กสามขวบนี่มาจากไหนกัน? ต่อให้เป็นลูกของอดีตภรรยา งั้นตอนนี้ก็น่าจะสี่ขวบแล้วสิ”
ผู้อำนวยการอธิบายว่า “เด็กคนนี้ไม่ได้เป็นลูกของอดีตภรรยาของคุณชายฮั่ว แต่เป็นลูกของเซี่ยหว่านหว่าน คุณหนูใหญ่ของตระกูลเซี่ย สี่ปีก่อนอดีตภรรยาของคุณชายฮั่วเสียชีวิต เซี่ยหว่านหว่านฟื้นขึ้นมา และมีลูกกับคุณชายฮั่วคนนึง ชื่อฮั่วหยวน ปีนี้อายุได้สามขวบพอดี”
เซี่ยหนิงซีรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกขึ้นมาทันที แสงสว่างในแววตาของเธอนั้นหายวับไปทันที ที่แท้ก็เป็นลูกของเซี่ยหว่านหว่านนี่เอง
เธอวางชุดผ่าตัดลงแล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันคงทำการผ่าตัดเคสนี้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
ผู้อำนวยการตกใจมาก “ได้ยังไงกัน! เมื่อกี้คุณยังรับปากดี ๆ อยู่เลยไม่ใช่รึไง? ทำไมถึงไม่ทำล่ะ?”
เซี่ยหนิงซีพยายามสงบสติอารมณ์อย่างเต็มที่และพูดว่า “ฉันเพิ่งกลับมาเลยไม่ค่อยสบาย ให้หมอหยางเป็นคนผ่าตัดเคสนี้เถอะค่ะ”
เธอไม่ใช่คนที่เห็นแก่ส่วนรวมอะไร วันนี้ถ้าเป็นคนอื่นนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดล่ะก็ เธอนั้นจะทำอย่างไม่ลังเลเลย มีแค่ลูกของเซี่ยหว่านหว่านเท่านั้นที่ไม่ได้ !
เซี่ยหนิงซีหันหลังกลับ และจากไปทันที
ผู้อำนวยการวิ่งตามไป
ตอนนี้ห้องผ่าตัดเตรียมพร้อมแล้ว ฮั่วหนานเซียวกำลังรออยู่ด้วยความร้อนใจ แต่หมอกลับยังไม่มาสักที เขาเลยเดือดซะจนจะระเบิดออกมาแล้ว
แต่ตอนนั้นกลับได้ยินว่าหัวหน้าศัลยแพทย์จะไม่สนใจลูกชายเขา ฮั่วหนานเซียวโกรธมากเลยสั่งให้บอดี้การ์ดของตระกูลฮั่วไปขวางผู้หญิงที่สวมเสื้อกาวน์ไว้ทันที
ในทางเดินนั้นเต็มไปด้วยความเงียบ
เซี่ยหนิงซีรู้สึกได้ถึงแสงที่อยู่ข้างหลังเธอราวกับคมมีด เธอสงสัยว่าถ้าเธอจากไปตอนนี้ ผู้ชายที่อยู่ข้างหลังนั้นคงจะหั่นเธอเป็นชิ้น ๆ อย่างไม่ลังเลแน่นอน
แต่แล้วไงล่ะ?
ฮั่วหนานเซียว ตอนนั้นฉันโทรหาคุณมากมายขนาดนั้น ต่อให้ตายก็ไม่ยอมมาหาฉัน ตอนนี้กลับจะให้ฉันช่วยลูกของคุณงั้นเหรอ?
น่าตลกสิ้นดี !
ร่างกายที่สั่นเทาของเซี่ยหนิงซีแข็งทื่อไปเล็กน้อย เธอหันกลับไป แววตาสวยงามของเธอสบเข้ากับแววตาเฉียบคมของผู้ชายคนนั้น เขายังเหมือนเดิมไม่มีผิด เป็นคนสูงส่งที่ไม่มีใครในสายตาเลย !
เซี่ยหนิงซีลืมไปแล้วว่าตอนนั้นรักผู้ชายคนนี้มากขนาดไหน ตอนนี้ทุกอย่างมันกลายเป็นความเกลียดชัง เธอพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “คุณชายฮั่ว วันนี้ฉันไม่สบายไม่สามารถทำการผ่าตัดให้ลูกชายคุณได้ หมอหยางของทางโรงพยาบาลนั้นมีประสบการณ์สูง ฉันจะไปเรียกเขามาให้เดี๋ยวนี้ค่ะ”
เสียงที่ชัดเจนทำให้ผู้ชายคนนั้นตกใจขึ้นมาทันที
แสงอันน่าประหลาดใจแวบขึ้นมาในแววตาลึกล้ำของเขา เขามองผู้หญิงตรงหน้า และเดินเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว !
ผู้หญิงคนนั้นสวมหน้ากากที่ปิดเกือบทั้งใบหน้าแม้ว่าตัวของเธอจะมีกลิ่นของยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลแต่ก็ยังมีกลิ่นที่คุ้นเคยปนอยู่ด้วย
ฮั่วหนานเซียวถามว่า “ถ้าฉันยืนยันว่าวันนี้จะให้เธอเป็นคนผ่าตัด เธอจะทำยังไง?”
พอพูดจบ เซี่ยหนิงซีก็โดนคนเข้ามาล้อมไว้ทันที
เซี่ยหนิงซีหอบหายใจถี่พลางกำมือไว้แน่น “ต่อให้วันนี้คุณฆ่าฉันให้ตาย ฉันก็ไม่มีทางผ่าตัดเคสนี้แน่นอน !”
ผู้อำนวยการนั้นร้อนใจจนแทบจะเสียสติ เขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าหมอที่ทุ่มเงินจ้างมานั้นจะกล้าพูดแบบนี้ !
ส่วนเซี่ยลั่วลั่วนั้นก็ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่ใจกล้ากว่าเซี่ยหนิงซีที่ตายไปแล้วอีก
เซี่ยลั่วลั่วด่าขึ้นมาด้วยความโกรธทันที “แกเป็นใครกัน? ให้แกมาผ่าตัดคุณชายน้อยฮั่วนี่ก็ถือเป็นบุญมากแล้วนะ ไว้หน้าแกแล้วแกยังไม่เห็นค่าอีก ถ้ามามั่วชักช้าทำให้อาการคุณชายน้อยรุนแรงขึ้น ต่อให้มีสิบชีวิตแกก็ชดใช้ไม่หมด!”
“วาสนาแบบนี้ เธออยากได้ไหมล่ะ? ถ้าแน่จริงก็ทำเองสิ” เซี่ยหนิงซีโต้กลับอย่างไม่เกรงใจทันที
เซี่ยลั่วลั่วนั้นถึงกับพูดไม่ออก เธอโกรธมากจนจับมือฮั่วหนานเซียวไว้ “คุณชายฮั่วคะ คุณฟังเธอพูดเข้าสิคะ ถ้าอาหยวนเป็นอะไรขึ้นมานั้นก็ถือเป็นความผิดของเธอนะคะ”
เซี่ยหนิงซีรู้สึกตลกขึ้นมาทันที “น่าตลกสิ้นดี ฉันเป็นคนผลักคุณชายน้อยฮั่วตกตึกงั้นเหรอ? มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าฉันต้องเป็นคนรับผิดชอบกัน?”
เซี่ยลั่วลั่วที่โดนพูดแทงใจดำนั้นหน้าซีดเผือด และรีบอธิบายอย่างตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “แกพูดบ้าอะไรน่ะ? อาหยวนเป็นคนตกตึกลงมาเอง ไม่มีใครผลักเขา แกเป็นหมอรึป่าว? แกมีจรรยาบรรณทางการแพทย์รึป่าว? เด็กนอนอยู่ในห้องผ่าตัดแล้ว แกยังไม่เข้าไปช่วยอีก ฉันว่าแกอยากจะยื้อให้คุณชายน้อยตระกูลฮั่วตายมากกว่า เขาไปมีความแค้นอะไรกับแกกัน !
พอพูดจบ เซี่ยลั่วลั่วก็หันไปตะคอกใส่ผู้อำนวยการว่า “โรงพยาบาลของคุณนี่ใครก็รับเข้าทำงานได้งั้นเหรอ? คนแบบนี้สมควรมาเป็นหมอเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะฟ้องพวกแกน่ะ !”
ผู้อำนวยการนั้นรีบขอโทษรัว ๆ ก่อนจะรีบจัดให้หมอหยางมาทำการผ่าตัด
แต่ตอนที่หมอหยางกำลังจะเข้าไปในห้องผ่าตัด กลับโดนฮั่วหนานเซียวดึงออกมา !
สายตาเย็นชาของฮั่วหนานเซียวจ้องแววตาของเซี่ยหนิงซีที่สวมหน้ากากอยู่ ก่อนจะพูดสั่งขึ้นมาว่า
“เธอต้องเป็นคนทำการผ่าตัดเคสนี้”
“เหอะ !”
เซี่ยหนิงซียิ้มเยาะ ก่อนจะสะบัดหน้าและจากไป
ฮั่วหนานเซียวโกรธมาก เขาก้าวไปข้างหน้าและคว้าคอของ เซี่ยหนิงซีไว้ทันที
เซี่ยหนิงซีตะโกนด่าขึ้นมาทันที “ฮั่วหนานเซียว คุณมันสารเลว ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ !”
แววตาของฮั่วหนานเซียวมีแสงเย็นชาผุดขึ้นมาทันที มีคนไม่กี่คนที่กล้าพูดกับเขาแบบนี้ และอดีตภรรยาของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน !
พอมองหมอที่โกรธราวกับจะกินเขาตรงหน้า สายตาลึกล้ำของฮั่วหนานเซียวก็เย็นชาขึ้นมา และมีภาพของเซี่ยหนิงซีผุดขึ้นมา แววตาของผู้หญิงคนนั้นสวยมาก เหมือนกับหมอที่กำลังโกรธข้างหน้าคนนี้ไม่มีผิด...
ฮั่วหนานเซียวค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้น “วันนี้ถ้าฮั่วหยวนเกิดเป็นอะไรขึ้นมา เธอเตรียมตัวให้โรงพยาบาลชดใช้ความผิดของเธอได้เลย”
เขาโยนผู้หญิงคนนั้นลงไปที่พื้น
เซี่ยหนิงซีจับคอด้วยความเจ็บปวด และไอหลายครั้ง ปากของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นเลือด เธอหันกลับไปมองแผ่นหลังที่เย็นชาของชายคนนั้น แววตาของเธอมีน้ำตาขึ้นมา
เธอเท้ากำแพงแล้วลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างโซเซพลางพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “อย่าเสียใจก็แล้วกัน !”
เธอเกลียดผู้ชายตรงหน้าเธอมากจนเข้ากระดูกดำ เพราะงั้นเธอก็ต้องไม่ชอบคุณชายน้อยฮั่วที่อยู่ในห้องผ่าตัดเช่นกัน !
แต่หลังจากเข้าไปในห้องผ่าตัด ด้วยความเป็นมืออาชีพของเซี่ยหนิงซีนั้นไม่สามารถเอาความแค้นไปลงที่เด็กได้
พอมองเด็กที่หมดสติอยู่บนเตียงผ่าตัด จมูกและปากของเขาเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาก็เปื้อนไปหมด มันสกปรกมากจนมองไม่ออกว่าหน้าตาเป็นยังไง แต่ดูจากจมูกและปากแล้วดูคุ้นมาก....
เซี่ยหนิงซีไม่มีเวลามาสังเกตหน้าตาของเขา เพราะฮั่วหยวนนั้นกระดูกหักหลายจุด ต้องทำการผ่าตัดทันที
สามชั่วโมงต่อมา การผ่าตัดก็สิ้นสุดลง
การผ่าตัดประสบความสำเร็จอย่างมาก นอกจากเซี่ยหนิงซีที่เป็นศัลยแพทย์นั้น เจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือต่างก็ดีใจกันเป็นอย่างมาก
เพราะฮั่วหยวนเป็นคุณชายน้อยแห่งตระกูลฮั่ว สภาพสกปรกมอมแมมแบบนี้ถ้าส่งตัวออกไปคงยากจะดู เลยมีคนเร่งให้เซี่ยหนิงซีทำความสะอาดให้ฮั่วหยวน
เซี่ยหนิงซีหยิบสำลีฆ่าเชื้อขึ้นมาเช็ดใบหน้าของฮั่วหยวนอย่างไม่เต็มใจ ในใจรู้สึกเกลียดฮั่วหนานเซียวจนกัดฟันกรอดเลยพาลเกลียดฮั่วหยวนที่อยู่บนเตียงผ่าตัดไปด้วย แต่พอเซี่ยหนิงซีใช้สำลีฆ่าเชื้อเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าของฮั่วหยวนออกแล้ว เธอก็ตัวแข็งทื่อไปทันที...
มือที่สั่นเทานั้นเช็ดมันออกอย่างบ้าคลั่งจนเผยให้เห็นใบหน้าเล็ก ๆ รูปไข่ ตาของเซี่ยหนิงซีเบิกกว้างขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เด็กคนนี้...จะเป็นไปได้ยังไงกัน !
“ข...เขาเป็นใคร?”
เซี่ยหนิงซีคว้าผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ เธอไว้อย่างตื่นเต้นทันที
ผู้ช่วยกล่าวว่า “นี่คือฮั่วหยวน คุณชายน้อยของตระกูลฮั่ว”
“ฮั่วหยวน... เป็นไปไม่ได้ !” ใบหน้าของเซี่ยหนิงซีซีดลงด้วยความดีใจ
เด็กที่อยู่บนเตียงผ่าตัดนั้นเหมือนเซี่ยชิงชิงไม่มีผิด! ในโลกนี้จะมีเด็กที่หน้าตาเหมือนกันมากขนาดนี้ได้ยังไงกัน !
ทั้ง ๆ ที่พี่ชายของเธอบอกว่าเธอท้องลูกแฝดคู่ และเธอก็เลี้ยงเซี่ยชิงชิงกับเซี่ยชูชูมาเอง เธอมีลูกแค่สองคน
ถ้างั้นเด็กผู้ชายที่หน้าตาเหมือนเซี่ยชิงชิงคนนี้คือใคร!
ถ้าพวกเขาไม่ได้เกิดมาพร้อมกัน แล้วพวกเขาจะมีหน้าตาเหมือนกันได้ยังไง?
เซี่ยหนิงซีตัวสั่นไปทั้งตัว เธอจำได้แค่ว่าลูกคนแรกที่เธอให้กำเนิดมานั้นเป็นเด็กผู้ชาย เธอคิดว่าเด็กผู้ชายคนนั้นคือเซี่ยชิงชิง เพราะงั้นเธอมีลูกสามคนใช่ไหม? คุณชายน้อยของตระกูลฮั่วที่โลกภายนอกเข้าใจนั้นไม่ใช่ลูกของเซี่ยหว่านหว่าน...
ทำไมพี่ชายถึงโกหกเธอล่ะ... ทำไมกัน !
เธอมองฮั่วหยวนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงผ่าตัดที่ตัวโชกไปด้วยเลือด เขาเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง ทำไมถึงได้รับบาดเจ็บแบบนี้กัน?
ฮั่วหนานเซียวเกลียดเธอมาก จะดีกับลูกของเธอได้ยังไงกัน !
เซี่ยหนิงซีจับมีดผ่าตัดไว้ด้วยความโกรธ ตัวที่สั่นเทาของเธอไม่สามารถระงับความโกรธในใจไว้ได้อีกต่อไป ตาของเธอแดงก่ำ และรีบออกจากห้องผ่าตัดไปทันที
“หมอ อาหยวนเป็นยังไงบ้างแล้ว?” เซี่ยลั่วลั่วร้องไห้ และวิ่งไปข้างหน้า และขวางทางเซี่ยหนิงซีไว้
เซี่ยหนิงซีถือมีดผ่าตัด ตาของเธอเต็มไปด้วยความอาฆาต “ปล่อย”
เซี่ยลั่วลั่วถึงได้สังเกตเห็นว่าเธอถือมีดเปื้อนเลือดอยู่ในมือ เธอกรีดร้องออกมาก่อนจะถอยหลังไปสองก้าวด้วยความกลัวทันที
เซี่ยหนิงซีจ้องไปที่ฮั่วหนานเซียว ไม่ได้เจอกันมาห้าปี เธอยืนอยู่หน้าเขา แต่เขากลับจำเธอไม่ได้!!
ใช้ชีวิตร่วมกันมาสองปีนั้นก็ยังสู้คำ ๆ นึงของเซี่ยหว่านหว่านไม่ได้เลย ถ้าเซี่ยหว่านหว่านอยากได้ ต่อให้เป็นลูกของเธอ ฮั่วหนานเซียวก็จะแย่งมันไปภายในชั่วพริบตา วันนี้กลับทำกับลูกของเธอแบบนี้ เขานี่มันโหดร้ายจริง ๆ !
บริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดของตระกูลฮั่ว
เซี่ยหนิงซีระงับความเกลียดชังในใจ และแสร้งทำเป็นสงบ “การผ่าตัดสำเร็จแล้ว แต่เด็กมีไข้ ถ้าไข้ลดลงภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก็จะพ้นขีดอันตราย ส่งเด็กไปที่ห้องไอซียูก่อน ห้ามบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยม รวมถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย !”
เซี่ยหนิงซีให้พยาบาลพาฮั่วหยวนไปที่ห้องไอซียูทันที
ผู้อำนวยการยิ้ม และชมขึ้นมา “หมอเซี่ยเอาใจใส่ดีจริง ๆ ถ้ามีคุณอยู่ผมก็สบายใจแล้วล่ะ”
“ฉันเป็นหมอ นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว”
เซี่ยหนิงซีหันหลังกลับ และจากไปทันที
ฮั่วหนานเซียวจ้องแผ่นหลังของเซี่ยหนิงซีที่เดินจากไป แววตาสีเข้มของเขาเย็นชาขึ้นมา มันดูลึกล้ำมาก ผู้หญิงที่สวมชุดผ่าตัดนั้นดูคุ้นเคยมาก เหมือนกับผู้หญิงที่อยู่ในความทรงจำของเขาไม่มีผิด...
เซี่ยลั่วลั่วงุนงง “มีอะไรผิดปกติกับหมอคนนี้งั้นเหรอคะ?”
ฮั่วหนานเซียวถามว่า “เธอเป็นใคร?”
เซี่ยลั่วลั่วตอบว่า “ผู้อำนวยการบอกว่า เธอเป็นหมอของโรงพยาบาลกลาง คุณชายฮั่ว คุณจ้องเธอทำไมกันคะ? คุณคงไม่ได้ชอบเธอใช่ไหม? คุณลืมพี่สาวของฉันไปแล้วเหรอคะ?”
“พูดพอรึยัง?” สีหน้าของฮั่วหนานเซียวเย็นชาขึ้นมาทันที
เซี่ยลั่วลั่วรีบหุบปากทันที
ฮั่วหนานเซียวพูดว่า “ทางที่ดีเธอควรจะหวังว่าฮั่วหยวนจะฟื้นขึ้นมาโดยเร็วนะ ไสหัวไปซะ !”
เซี่ยลั่วลั่วน้ำตาไหลพรากขึ้นมาทันที เธอเช็ดน้ำตาพลางร้องไห้ “พี่เขยคะ โทษฉันไม่ได้นะคะ อาหยวนซนเอง คุณคิดว่าฉันไม่อยากให้เขาอยู่ดี ๆ เหรอคะ? หลายปีที่ผ่านมา ฉันดูแลอาหยวนอย่างเต็มที่ ไม่เคยทำอะไรรุนแรงกับเขาเลยเพราะกลัวว่าเขาจะคิดว่าฉันเป็นคนนอก และทำตัวเหินห่าง ฉันให้แต่สิ่งดี ๆ กับอาหยวนเพื่อพี่สาวของฉันมาโดยตลอด ฉันเลี้ยงดูเขาเหมือนลูกแท้ ๆ ฉันเองก็ไม่อยากให้เขาเป็นแบบนี้เหมือนกันค่ะ”
“เธอไปได้แล้ว”
ฮั่วหนานเซียวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ
ในทางเดินของโรงพยาบาล เขาคว้าพยาบาลคนหนึ่งแล้วถามว่า “ห้องทำงานของหมอเซี่ยอยู่ที่ไหน?”
พยาบาลยิ้มพลางถามว่า “คุณชายฮั่วหาหมอเซี่ยที่ทำการผ่าตัดให้คุณชายน้อยฮั่วใช่ไหมคะ?”
ฮั่วหนานเซียว “ใช่ !”
พยาบาลพูดว่า “ตรงไปจนสุดทาง พอเลี้ยวซ้ายก็ถึงแล้วค่ะ”
ฮั่วหนานเซียวปล่อยมือ และเดินไปที่ห้องทำงานของเซี่ยหนิงซีทันที แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันได้สังเกตว่าตัวเองนั้นเดินเร็วมาก !