พาปลอบประโลมเด็กสาวกอดรัดแนบอกด้วยความรักความห่วงใย
“ป้าขา... คุณพ่อไม่รักบัวแล้ว คุณพ่อมีภรรยาใหม่ คุณพ่อทรยศต่อความรักของคุณแม่” พลอยชมพูพร่ำบอกทั้งน้ำตา
“ไม่ใช่นะคะคุณบัว คุณพ่ออยากหาคนมาดูแลคุณบัวต่างหากล่ะคะ”
พาปลอบประโลม ลูบศีรษะเล็กนั้นเบาๆ เด็กสาวสะอื้นฮักๆ กับอกของนางเหมือนหาที่พักพิง
“ป้าพาก็เข้าข้างเค้าเหรอคะ ไม่มีใครรักบัวแล้ว”
พลอยชมพูผละออกจากอ้อมอกของแม่บ้านด้วยความน้อยใจ ผลักไสด้วยความไม่ชอบใจในคำพูดนั้นเลยสักนิด
“ไม่จริงนะคะ ป้ารักคุณบัวเสมอ ยิ่งนายหัว รักคุณบัวมากที่สุดเลยค่ะ”
“ไม่จริงค่ะ ถ้ารักบัวจริง ทำไมถึงมีแต่ป้าที่ออกมาดูหนู คุณพ่อไปไหนคะป้า”
เด็กสาวสูดลมหายใจแรงๆ เข้าปอดก่อนพูดต่อด้วยเสียงสะอื้นไม่คลาย
“พ่อคงหลงเมียใหม่ ตอนนี้คงกำลังพาไปที่ห้อง พาไปนอนห้องที่คุณแม่เคยนอน บัวเกลียดคุณพ่อที่สุด ฮือๆๆ บัวจะไม่ให้ใครไปนอนห้องคุณแม่ คอยดู” เด็กสาวพูดอย่างหมายมาด
“โธ่... คุณบัว”
พาไม่รู้จะทำยังไงดี ตอนนี้ถ้าพูดอะไรไป คงไม่ดีแน่นอน นางจึงเลือกเงียบไว้ก่อน หากจะชื่นชมพรพิมลตอนนี้ดูจะไปเร็วไปเช่นกัน ถึงแม้จะเห็นสายตาอ่อนโยน แต่กาลเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์คนให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นคนเช่นไรกันแน่...
“คุณบัวขา อย่าทำแบบนี้ค่ะคุณบัว อย่าค่ะ ว้าย!!! คุณบัว”
สายรีบห้ามปรามพลอยชมพูเมื่อหญิงสาวเข้ามาในห้องของผู้เป็นบิดา แล้วทำลายข้าวของพรพิมลจนหมด สายที่กำลังจัดข้าวของอยู่ร้องห้ามเสียงหลง
ส่วนทรงศักดิ์นั้นพาพรพิมลและหัสดินออกไปแนะนำให้คนงานได้รู้จักบางส่วน แบบไม่เป็นทางการมากนัก คิดว่าตอนจัดงานเลี้ยงต้อนรับค่อยแนะนำกันอีกที
“พี่สายหลีกไป บัวจะโยนของพวกนี้ออกไปให้หมด กล้าดียังไงมาใช้ห้องของแม่บัว”
พลอยชมพูโยนเสื้อผ้าข้าวของของพรพิมลออกมาหน้าห้อง สายผวารีบไปรับเกือบไม่ทัน
“คุณบัวขาใจเย็นๆ อย่าทำแบบนี้นะคะ คนดีของสาย”
สายรีบห้ามปากคอสั่น ด้วยความเป็นห่วงพลอยชมพู ถ้า ทรงศักดิ์รู้เข้าต้องเป็นเรื่องแน่ๆ
“พี่สาย หลีกไป ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าบัวไม่เตือน”
พลอยชมพูทำเสียงขัดใจ ข่มขู่อีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ
“โธ่... คุณบัวขา อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เดี๋ยวนายหัวจะเล่นงานพี่สายเอา แล้วคุณบัวจะโดนดุด้วยนะคะ” สายขอร้องเสียงระรัว
“คุณพ่อไม่กล้าหรอก บัวอยู่ทั้งคน พี่สายหลีกไป บอกให้หลีกไปยังไงเล่า”
พลอยชมพูเอากระเป๋าเดินทางโยนตามออกมา สายผวาร้องเสียงหลง จนเสียงดังเอะอะโวยวาย
“ตายแล้วคุณบัว ทำอะไรคะนี่ อย่าค่ะ โอ๊ย! คุณบัวขา ถ้านายหัวกลับมาเป็นเรื่องแน่” พาที่วิ่งขึ้นมาดูเหตุการณ์ร้องด้วยความตกใจ
“ป้ามาก็ดีแล้ว มาช่วยรื้อของแม่นั่นออกไปหน่อย คิดจะจับคุณพ่อ มาแต่ตัว จะมาเป็นปลิงดูดเลือด แถมพาลูกติดมาด้วย บัวไม่ยอมให้ใครมาแทนคุณแม่เด็ดขาด”
พลอยชมพูเดินเข้าไปในห้องอีกครั้ง เด็กสาวกวาดข้าวของที่อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งของพรพิมลตกลงพื้นระเนระนาดกระจัดกระจาย เกลื่อนไปทั่วบริเวณ
“คุณบัว อย่าค่ะ ป้าขอร้องเถอะ ยังไงคุณพรก็เป็นภรรยาของนายหัว คุณบัวต้องให้เกียรติเธอในฐานะแม่นะคะ ถ้านายหัวรู้ว่าคุณบัวมาอาละวาดทำลายข้าวของแบบนี้จะต้องโดนทำโทษแน่ๆ เลยค่ะ”
คำพูดของแม่บ้านวัยกลางคนทำให้พลอยชมพูดวงตาวาวโรจน์
“แม่เหรอคะป้า ได้เลย บัวจะให้... แต่ไม่ใช่ความเคารพ ให้ความรังเกียจต่างหากเล่า”
พลอยชมพูเอาเสื้อผ้าอีกส่วนที่ค้างอยู่ในตู้มาถือไว้ แล้วเดินไปหน้าประตูโยนออกไปอีกครั้ง แต่เธอต้องอ้าปากค้างเพราะเสื้อผ้าพวกนั้นถูกโยนใส่หน้าบิดา
เด็กสาวหน้าซีดเพียงนิดก่อนจะเชิดขึ้นมองมารดาเลี้ยงด้วยดวงตาแข็งกร้าว
พรพิมลต้องหลบตาหันไปมองหัสดินที่อยู่ด้านหลังรู้สึกไม่สบายใจนัก
“ลูกทำอะไร รู้ตัวไหม”
ทรงศักดิ์โกรธจนตัวสั่น ตะคอกเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ทุกคนสะดุ้งตกใจ รวมถึงพลอยชมพู เด็กสาวเม้มปากแน่นมองสบตากับบิดาไม่ยอมหลบ
“คุณพ่อนั่นแหละทำอะไร รู้ตัวไหม คุณพ่อให้ผู้หญิงคนนี้มาแทนคุณแม่ คุณพ่อไม่รักคุณแม่แล้ว ไม่รักบัวแล้ว ใช่ไหมคะ ตอบบัวมา ตอบมาสิ” พลอยชมพูพูดด้วยน้ำเสียงสะท้อนใจ
พรพิมลอยากเข้าไปกอดเด็กสาวนัก แต่ก็ไม่กล้า นางไม่อยากให้ลูกเลี้ยงคิดแบบนั้นสักนิด เพราะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้ต้องการอะไรแม้แต่น้อย แค่อยากตอบแทนบุญคุณของทรงศักดิ์ที่ช่วยเหลือนางกับลูกเอาไว้ต่างหาก
“บัว พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า พ่อคิดว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วเสียอีก”
ทรงศักดิ์สะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่ น้ำเสียงเคร่งเครียดติดจะห่วงใยอยู่ไม่น้อย
ทุกคนสัมผัสความรักที่เขามีต่อบุตรสาวของนายหัวหนุ่มใหญ่นั้นได้ดี จะมีแค่เพียงพลอยชมพูที่ไม่รับรู้อันใด เอาแต่โวยวายท่าเดียว
“คุณพ่อเข้าใจไปคนเดียวสิคะ บัวไม่เห็นจะเข้าใจว่าคุณพ่อจะหลงอะไรผู้หญิงคนนี้นักหนา บัวเกลียด เกลียดผู้หญิงทุกคน ผู้หญิงพวกนี้จะมาเกาะคุณพ่อ ลองคุณพ่อไม่ได้ร่ำรวยแบบนี้สิ จะมีผู้หญิงหน้าไหนมารัก ถ้าไม่ใช่เพราะมีเงินให้ปลิงพวกนี้มาดูดได้ ทำไมคุณพ่อไม่นึกถึงคุณแม่บ้าง คุณแม่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณพ่อ สร้างฐานะกันมาตั้งแต่คุณพ่อไม่มีอะไร แต่ผู้หญิงพวกนี้หวังสบายรวยทางลัด เหมือนปลิงดูดเลือดที่น่ารังเกียจ” พลอยชมพูตะโกนใส่หน้าบิดา
“บัว! หยุดเดี๋ยวนี้นะ จะก้าวร้าวมากไปแล้ว ใครสั่งใครสอนให้เป็นคนแบบนี้”
ทรงศักดิ์กัดกรามจนเป็นสันนูน เขาไม่ชอบให้บุตรสาวมาตะโกนใส่หน้าแบบนี้ ความโมโหมีมากขึ้นจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
“ไม่หยุด ทำไมคะ รับไม่ได้หรือไง บัวจะพูด ผู้หญิงคนนี้จะจับคุณพ่อ ไม่รักคุณพ่อจริง เห็นคุณพ่อรวยก็คิดจะ... เผียะ!”
เสียงตบหน้าบุตรสาวดังสนั่น ทุกคนอ้าปากค้าง
พลอยชมพูกุมแก้มตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บแปลบ ปากสั่นระริกด้วยความเสียใจสุดขีด เจ็บกายไม่เท่าเจ็บใจ
บิดาไม่เคยทำรุนแรงกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จะตีสักนิดก็ไม่เคย ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม รักและตามใจเธอมาตลอด นี่มันอะไรกัน เพียงแค่มีภรรยาใหม่ท่านก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“คุณ!”
พรพิมลตกตะลึงรีบปรามเสียงสั่น พาและสายยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ ไม่เคยมีสักครั้งที่ทรงศักดิ์จะทำรุนแรงกับพลอยชมพู แม้แต่ตียังไม่เคย เพราะทั้งสองเลี้ยงเด็กสาวมาตั้งแต่ยังแบเบาะ
“ฮือๆๆ ฮึกๆๆๆ นี่ไงคะ พอผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่แค่ไม่ถึงชั่วโมง คุณพ่อก็รักเธอมากกว่า บัวเกลียดคุณพ่อ เกลียดคุณพ่อที่สุด”
พลอยชมพูชนร่างบิดาวิ่งหนีเข้าห้องไปด้วยความเสียใจ
“บัว... บัวกลับมานี่”
ทรงศักดิ์ยกมือที่สั่นระริกของตัวเองขึ้นมองด้วยความเสียใจ ก่อนลูบหน้าตัวเองแรงๆ ขับไล่อารมณ์ร้อนรุ่มในอกและความรู้สึกผิดออกไป แต่มันกลับทบทวีขึ้นอีกเท่าตัว
“พา... เก็บข้าวของพวกนี้ให้เรียบร้อยด้วย”
นายหัววัยสี่สิบหันไปพูดกับแม่บ้านทั้งสองเสียงเครียดและอ่อนแรงอย่างน่าใจหาย
“เอ่อ นายหัวจะไม่ไปดูคุณบัวหน่อยเหรอคะ”
พาเป็นห่วงคุณหนูของนางสุดหัวใจ
“จริงด้วยค่ะ คุณไปดูหนูบัวหน่อยสิคะ เป็นเพราะพรกับลูก ทำให้ครอบครัวคุณวุ่นวายแบบนี้”
พรพิมลพูดเสียงเศร้า มองตามร่างของลูกเลี้ยงไปจนสุดตา
“อย่าพูดแบบนั้นสิพร ผมเชื่อว่าความดีของคุณต้องเอาชนะใจยัยบัวได้ในที่สุด ปล่อยแกไปก่อน ตอนนี้ทำอะไรลงไป แกก็ต่อต้านยัยบัวคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่า ปล่อยแกไว้แบบนั้นแหละ”
ทรงศักดิ์ถอนใจหนักๆ มองข้าวของในห้องด้วยความหดหู่ใจ พากับสายรีบจัดการเก็บข้าวของที่ถูกโยนทิ้งเข้าที่ สิ่งไหนที่เสียหายมากก็จำต้องทิ้งถังขยะไป
ทรงศักดิ์มองบันไดบ้านด้วยความเคร่งเครียด บุตรสาวขังตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่ยอมทานข้าวทานปลา จนเขานึกเป็นห่วง แต่เพราะพลอยชมพูเอาแต่ใจ เขาไม่อยากตามใจบุตรสาวอีก
นายหัววัยสี่สิบกุมขมับคิดไม่ตก หรือเขาจะเลี้ยงลูกผิดๆ ชายหนุ่มได้แต่ทอดถอนใจด้วยความไม่สบายใจ ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะตีบุตรสาว แม้จะทำผิดก็ตักเตือนไปตามเรื่อง นี่เขาทำอะไรลงไป เขาทำรุนแรงกับบุตรสาวไปหรือเปล่าหนอ
พรพิมลมองสามีด้วยความเข้าใจ ทรงศักดิ์คงกำลังโทษตัวเองที่ทำโทษลูกแบบนั้น
“คุณคะใจเย็นๆ นะคะ ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากัน อย่าโมโหจนทำร้ายแกอีก ไม่อย่างนั้นแกจะยิ่งเตลิด”
พรพิมลเอ่ยเตือน ห่วงใยในตัวลูกเลี้ยงด้วยความบริสุทธิ์ใจ
“ขอบใจคุณมากที่เข้าใจผม ต่อไปผมจะระงับอารมณ์ให้มากกว่านี้ บัวไม่เคยก้าวร้าวกับผมมาก่อน ผมเลยขาดสติพลั้งมือไปหน่อย”
เขายอมรับความผิด ถอนใจหนักๆ อีกหลายครั้ง พรพิมลวางมือบนหลังมือหนาของสามีเพื่อให้กำลังใจ
“สายไปตามยัยบัวลงมากินข้าวหน่อย”
ทรงศักดิ์หันไปสั่งแม่บ้านเสียงเครียด เขาเป็นห่วงบุตรสาวยิ่งนักกลัวว่าจะไม่สบาย อยากให้พลอยชมพูรู้ว่าถึงเขาจะมีภรรยาใหม่แต่ความรักความห่วงใยของเขาไม่เคยน้อยลงเลยสักนิด
“เอ่อ... คุณบัวบอกว่าไม่ต้องขึ้นไปตามอีกแล้วค่ะ เพราะยังไงก็จะไม่ลงมา”
สายพูดเกรงๆ ยิ่งเห็นใบหน้าเครียดขรึมของผู้เป็นนาย ยิ่งคอหด ทรงศักดิ์ใจดีต่อลูกน้องก็จริง แต่เวลาโมโหน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น
“คุณคะ ให้พรไปดูหนูบัวไหมคะ” พรพิมลอาสา
“อย่าเลย เดี๋ยวบัวจะอาละวาดใส่คุณเสียเปล่าๆ”
เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้น แต่ทำให้ผู้เป็นภรรยาหน้าสลดทันที
“แบบนั้นยิ่งต้องไป เชื่อพรเถอะค่ะ ขอพรได้คุยกับหนูบัวก่อน พรรู้สึกได้ว่าแกไม่ใช่เด็กก้าวร้าว ความจริงแกเป็นเด็กน่ารักนะคะ”
ทรงศักดิ์มองพรพิมลนิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจ เธอเป็นคนใจเย็นเสมอ ครานี้ก็เช่นกัน ถ้าเป็นคนอื่นจะมีใครทนอารมณ์รุนแรงของบุตรสาวเขาได้บ้าง แม้พลอยชมพูจะไม่เคยก้าวร้าวกับเขามาก่อน แต่เวลาโมโหพาเคยเปรยๆ ว่าเหมือนเขาไม่มีผิด ใครก็เอาไม่อยู่
“งั้นก็ตามใจคุณแล้วกัน”
พากับสายมองสบตากันยิ้มๆ รวมถึงหัสดินที่ยิ้มให้มารดาเพื่อให้กำลังใจ
“พี่พาจัดอาหารให้พรด้วยนะคะ”
พรพิมลหันไปพูดกับแม่บ้านที่รีบกุลีกุจอจัดสำรับให้คุณหนูของนางอย่างไม่อิดออด อยากให้พลอยชมพูได้ทานอาหารดีกว่าขังตัวอยู่แต่ในห้องแบบนั้น
พรพิมลเคาะประตูห้องลูกเลี้ยง ก่อนจะได้ยินเสียงกระชากพูดตอบออกมาจากข้างในห้อง
“ป้าพาไม่ต้องมาตามหนูหรอกค่ะ หนูไม่อยากกินข้าวกับผู้หญิงคนนั้นแล้วก็ลูกของเค้าด้วย”
พลอยชมพูซบหน้ากับหมอนร้องไห้ด้วยความเสียใจ ริมฝีปากแดงๆ สั่นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
พรพิมลลอบถอนใจหนักๆ ก่อนเคาะประตูอีกครั้ง
“ป้าไม่ได้ยินหรือไง หนูบอกว่าไม่กิน”
เด็กสาวกระชากประตูออกด้วยอารมณ์รุนแรง ชะงักเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง
“หนูบัวทานอะไรเสียหน่อยนะคะ น้าเอาอาหารขึ้นมาให้ ของโปรดหนูทั้งนั้นเลย”
พลอยชมพูมองพรพิมลด้วยสายตาเกลียดชัง
“คงทำดีเอาหน้าคุณพ่อล่ะสิ อย่าคิดว่าหนูจะหลงกลคุณอีกคน ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำดีกับหนูหรอก”
เด็กสาวกระชากเสียงด้วยความไม่ชอบใจ เธอแอบคิดว่าบิดาจะมาตามเธอเสียอีก
นึกไปถึงตอนเด็กๆ และการดูแลของบิดาหลังจากมารดาจากไป รู้สึกน้อยใจยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้เธอคงหมดความหมาย ไม่มีความสำคัญอีกแล้วในสายตาของท่าน ท่านไม่มาตามไม่เท่ากับการให้คนที่เธอเกลียดชังตั้งแต่ไม่เห็นหน้าขึ้นมาตามแบบนี้
“กินเสียหน่อยนะคะ ไม่งั้นจะไม่สบายเป็นโรคกระเพาะเอาได้”
พรพิมลพูดเสียงปรานี สีหน้าและแววตาเป็นห่วงนั้นทำให้ พลอยชมพูหวั่นไหวไม่น้อย แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เด็กสาวเชิดหน้าขึ้น ปัดความห่วงใยนั้นออกไปจากใจหมดสิ้น
“อยากให้หนูไม่สบายแล้วตายไปล่ะสิ คุณจะได้ครอบครองบ้านหลังนี้ แล้วก็สมบัติของคุณพ่อ อย่านึกว่าหนูไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่”
พลอยชมพูเบ้ปากไม่ชอบใจ ดูถูกดูแคลนอีกฝ่ายชัดเจน
“ถ้าหนูบัวไม่ยอมกิน เกิดไม่สบายขึ้นมาจริงๆ น้าต้องดีใจสิ ถ้าไม่อยากให้น้าได้ครอบครองสมบัติที่นี่ก็ต้องแข็งแรงเอาไว้ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเสียก่อน เพราะคนที่ฉลาดย่อมไม่ทำลายตัวเองแบบนี้ ขนาดตัวเองยังไม่รักจะให้คนอื่นมารักได้ยังไงกัน”
แม้คำพูดจะกล่าวไปอีกทาง แต่สายตาอ่อนโยนและใบหน้านั้นไม่ได้เป็นไปตามคำพูด พลอยชมพูขมวดคิ้วยุ่ง กำลังคิดว่ามารดาเลี้ยงจะมาไม้ไหนกันแน่
“อนุญาตให้น้าเอาอาหารเข้าไปไว้ในห้องนะคะ ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา คงไม่มีใครมาดูแลหรอก คนอื่นยุ่งๆ กันทั้งนั้น ใครจะมามัวดูแลคนป่วย แถมไม่รักตัวเองอีก” พรพิมลแสร้งว่า
“ทำไมถึงไม่มีใครมาดูแล นี่คุณกับลูกคงคิดฮุบทุกอย่างรวมถึงคนของหนูไปด้วย อย่าหวังเลยว่าจะทำแบบนั้นได้สำเร็จ”
พลอยชมพูฉุนจัด ยิ่งถูกยั่ว ยิ่งอยากเอาชนะอีกฝ่ายแบบเด็กๆ
“ถ้าไม่อยากให้น้าฮุบทุกอย่างที่ควรจะเป็นของหนูก็ต้องกินสิคะ ถ้าไม่กินเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ทรัพย์สมบัติพวกนั้นตกเป็นของน้าของลูก ก็อย่าโวยวายแล้วกัน”
พรพิมลได้มีโอกาสเดินเข้ามาในห้องเด็กสาวได้สำเร็จ วางอาหารรสเลิศที่นางกับแม่บ้านวัยกลางคนทำเอาไว้บนโต๊ะใกล้ๆ กับเตียงกว้าง
“อย่าหวังเลยว่าจะเป็นแบบนั้น คิดจะแช่งให้หนูตายก่อนเหรอคะ ไม่สมหวังหรอก เพราะหนูจะไม่อ่อนแอให้ใครมารังแกได้”
พลอยชมพูเดินไปพูดใกล้ๆ ให้อีกฝ่ายได้ยินชัดเจน อยากเห็นสีหน้าอีกฝ่ายผิดหวัง แต่เด็กสาวไม่ได้เห็นแววนั้น เห็นแค่เพียงสายตาอ่อนโยนเหมือนเดิม
... ทำไมต้องมาทำสายตาแบบนี้ให้เราด้วยนะ
“ค่ะ น้าจะคอยดู คนเก่งแบบหนู แต่ถ้าไม่ยอมกินอะไร ระวังนะคะ น้าจะฮุบสมบัติให้หมด เพราะคนที่ต่อกรกับคนอื่นได้ต้องมีแรงกำลัง ใช้แต่อารมณ์อย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะ ต้องใช้สมอง ใช้สติ แล้วคิดก่อนทำ ก่อนพูด ก่อนตัดสินใจเท่านั้น”
พรพิมลพูดจบก็เดินออกไปด้านนอก เด็กสาวมองตามหลังไปก่อนกระชากประตูปิดเต็มแรง
แม่เลี้ยงวัยสามสิบเก้าหันมามองประตูยิ้มๆ หวังว่าลูกเลี้ยงคงยอมกินอาหาร เพราะดูแล้วพลอยชมพูเป็นคนอยากเอาชนะ มีทิฐิพอสมควร การจะออดอ้อนพูดดีๆ คงไม่ได้ผล การที่จะให้อีกฝ่ายทำตามความต้องการมีหลายวิธี
บางคนต้องพูดจาดีๆ บางคนต้องแกล้งให้อยากเอาชนะ บางคนต้องบังคับ แล้วแต่นิสัยของแต่ละคน จะใช้วิธีเดียวกันหมดไม่ได้
นางใช้วิธีนี้เพราะคิดว่าดีที่สุด เด็กฉลาดแบบพลอยชมพูจะต้องไม่ยอมแพ้อะไรแน่นอน และไม่ยอมให้ใครมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของตน
เด็กสาวหันมองอาหารตรงหน้า กลิ่นหอมกำลังยั่วยวนให้น้ำย่อยเร่งหลั่งออกมา เธอรู้ดีว่าอาหารฝีมือป้าพาอร่อยแค่ไหน โดยไม่รู้ว่าวันนี้มีอีกคนร่วมทำอาหารอยู่ด้วยเช่นกัน และเป็นคนที่เธอไม่ชอบหน้าที่สุด
พลอยชมพูรีบรับประทานอาหารด้วยความหิว เธอคิดตามคำพูดของพรพิมล เธอจะต้องแข็งแรงไม่เป็นอะไรเด็ดขาด ต้องอยู่ขัดขวางสองแม่ลูกนั่นให้ถึงที่สุด