“รับดอกไม้ของพี่เป็นการขอโทษได้ไหม”
“ถ้าเริงรับดอกไม้จากพี่ พี่จะกลับใช่ไหมคะ” รังรองเอ่ยถาม จิรภัทรพยักหน้า วันนี้เขาคงต้องพอแค่นี้
“เริงจะให้สาวใช้จัดดอกไม้ใส่แจกันนะคะ ไม่เอาดอกไม้ของพี่ไปทิ้งถังขยะแน่นอน”
“ครับ” จิรภัทรมีสีหน้าดีขึ้น เขายอมกลับไปแต่โดยดี ทำให้รังรองต้องถอนใจเฮือกใหญ่
เริงฤทธิ์พาลูกเมียกลับมาในตอนเย็น เห็นน้องสาวนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็เดินเขาไปทักทาย ในขณะที่มีนาพาเริงกริชขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าหลังจากที่เด็กน้อยทักทายอาสาวเรียบร้อยแล้ว
“เป็นอะไรนั่งเป็นหมาหงอย” เริงฤทธิ์เอ่ยถามพี่ชาย
“เริงนี่ช่างวาสนาดีอะไรเช่นนี้”
“ทำไม”
“มีพี่ชายปากปีจอ ด่าน้องเป็นหมาก็ได้ด้วย” รังรองประชดพี่ชาย
“ถามจริงแกเป็นอะไร นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดทุกวัน ฉันเป็นห่วงแกนะ” สีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของพี่ชายที่มาจากใจทำให้รังรองต้องส่ายหน้าไปมา
“ฉันมีปัญหาอะไรแกยังช่วย ทำไมแกไม่บอกปัญหาของแกออกมาบ้าง ฉันเป็นพี่แกนะ ฉันจะได้ช่วย”
“ปัญหาของเริง เริงแก้เองได้”
“ฉันรู้ว่าแกเก่ง แต่ถ้าแกมีอะไรก็ควรบอกฉันบ้างไม่ใช่เหรอ เราเป็นพี่น้องกัน ก็ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันสิ”
“ขอบคุณนะคะพี่ฤทธิ์ ถึงพี่จะปากปีจอแต่ก็เป็นพี่ชายที่ดี”
“นี่แกชมหรือด่าฉันกันแน่”
“ชมสิคะ” รังรองหัวเราะคิกคัก
“ฉันนึกว่าแกจะออกไปกินข้าวกับไอ้จอมเสียอีก เห็นมันหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาให้แก” เริงฤทธิ์เอ่ยถามแล้วลอบมองปฏิกิริยาของน้องสาว
เริงฤทธิ์จำได้ว่าจิรภัทรมาสารภาพกับเขาว่าแอบชอบรังรอง ขอจีบหน่อย เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะจิรภัทรเป็นคนดีพอสมควร ด้วยว่าคบกันมานาน จิรภัทรจึงเฝ้าตามจีบรังรองมานานหลายปี แต่สุดท้ายน้องสาวของเขาก็ไม่ยอมใจอ่อนสักที เขาเองก็เคยช่วยจิรภัทรโดยการพาน้องสาวไปดูหนังแล้วแกล้งเผอิญเจอกับจิรภัทรเลยไปดูหนังด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน แต่รังรองก็ยังมองจิรภัทรเป็นแค่พี่ชายที่นับถือเท่านั้น
“เพื่อนพี่ตื๊อจังเลยค่ะ” รังรองถอนใจ
“ไอ้จอมไม่ดีตรงไหน มันจีบแกมาตั้งหลายปี รักแกจริง ๆ นะ”
“เริงยังไม่อยากมีครอบครัว ยังไม่อยากมีแฟนค่ะ เริงไม่พร้อมจะเลี้ยงลูกหรือเป็นแม่คน”
“แกยังเลี้ยงเริงกริชได้เลย” เริงฤทธิ์หมายถึงลูกชายของเขา ซึ่งน้องสาวเป็นคนเลี้ยงดูแทบทั้งสิ้น
“ไม่เหมือนกันนี่คะ นั่นมันหลาน การเลี้ยงใครสักคนให้เป็นคนดี ต้องพร้อมทั้งแรงกายแรงใจ”
“แล้วแกจะแต่งงานมีลูกตอนอายุสี่สิบรึไง ตอนนั้นไม่แก่เกินไปรึไง มีลูกก็เลี้ยงไม่ค่อยจะไหวแล้วเพราะเหนื่อย”
“ถ้าใจรักห้าสิบก็ไหวค่ะ ร่างกายแข็งแรงสุขภาพดี มีกี่คนก็ไหว แต่เริงอยากใช้ชีวิตในแบบฉบับของเริง มีความสุขกับสิ่งที่อยากทำ อยากไปเที่ยว อยากตั้งใจทำงานตามฝันน่ะค่ะ พี่ฤทธิ์ก็อยู่กับลูกเมียพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว เริงก็หายห่วง”
“ฉันสงสารไอ้จอม มันรักแกมาก”
“แล้วพี่ฤทธิ์จะให้เริงแต่งงานกับพี่จอมเพราะสงสารเหรอคะ”
“ก็ไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“ไม่ใช่อย่างนั้น เอาเถอะ ถ้าแกกับไอ้จอมเป็นคู่กันจริง ๆ มันก็ไม่แคล้วกันหรอก ฉันเชื่อแบบนั้น” เริงฤทธิ์เอ่ยขอตัว ในขณะที่รังรองยกชาร้อน ๆ ขึ้นมาจิบ
เธอเห็นข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น ถึงไม่เปิดอ่านแต่ก็เห็นข้อความที่ปรากฏ เป็นข้อความไลน์ จิรภัทรส่งสติ๊กเกอร์มาหาเธอทุกวัน เขาตื๊อมากจริง ๆ
เธอนึกถึงประโยคของขวัญภิรมย์ที่คุยกับเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนานว่าจิรภัทรแซ่บมาก ทำผู้หญิงทุกคนที่ขึ้นเตียงด้วยครวญครางแทบขาดใจแล้วเม้มปากเข้าหากัน เธอไม่ชอบใช้ผู้ชายร่วมกับใคร ถ้าเขายังไม่เลิกเจ้าชู้ เธอก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน
คนไม่ชอบมีปัญหาเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ บอกตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ แล้วขึ้นห้องนอนส่วนตัวเพื่อทำงานที่ตัวเองรัก เธอชอบเขียนหนังสือ วาดรูปและท่องเที่ยว ถ้าแต่งงานมีครอบครัว สิ่งพวกนี้ก็จะถูกจำกัด เธอยังไม่อยากรับผิดชอบชีวิตใคร ดูอย่างพี่ชายซิ กว่าชีวิตจะลงตัวต้องเหนื่อยแค่ไหน
จิรภัทรส่งข้อความไปหารังรอง แล้วรอคอยให้เธอตอบกลับมา หัวใจปวดหนึบ เพราะเธอไม่แม้แต่จะอ่าน คราแรกก็นึกปลอบใจตัวเอง แต่หลัง ๆ ถึงได้รู้ว่าเธอไม่สนใจจะเปิดอ่าน แต่เขาก็ยังเพียรส่งข้อความหาเธอ แม้ว่าเธอไม่อยากจะอ่านก็ตามที
อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้บล็อกไลน์ของเขา
จิรภัทรนอนเอามือก่ายหน้าผาก เขาจีบเธอมาตั้งหลายปี แต่เธอก็ไม่ยอมใจอ่อน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร หรือว่าเขาไม่ดีพอสำหรับเธอกันนะ
แต่หัวใจของจิรภัทรก็บอกซ้ำ ๆ ว่าเขารักเธอ และรักมากด้วย จะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใครอย่างเด็ดขาด
จิรภัทรเผลอนอนหลับไปเพราะคิดเรื่องของรังรองจนวุ่นวายใจไปหมด เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้รับข้อความจากขวัญภิรมย์
เขาเปิดไลน์ดูปรากฏว่าเห็นภาพที่รังรองกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ขวัญภิรมย์แชร์พิกัดร้านมาให้ ทำให้จิรภัทรหึงหวงจนควันออกหู
ขวัญภิรมย์เป็นเพื่อนของรังรอง พอรู้ว่าเขาตามจีบรังรอง หล่อนก็ช่วยส่งข่าวต่าง ๆ ของรังรองให้เขาได้รู้ เขาจึงได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของรังรองผ่านเธอ และผ่านเริงฤทธิ์ด้วย แม้เริงฤทธิ์จะไม่ได้สนับสนุนเขากับรังรองจนออกนอกหน้า แต่เพื่อนก็ไม่ได้กีดกันไม่ให้จีบน้องสาว
จิรภัทรขับรถออกจากบ้านราวพายุ ร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ไปถึงเขาก็เห็นว่ารังรองกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง
มีผู้ชายหลายคนมาจีบรังรอง แต่เธอก็เล่นตัว ใช่จะยอมมากินข้าวกับใครง่าย ๆ หรือผู้ชายคนนี้จะเป็นคนพิเศษของเธอ เขาไม่ยอมเด็ดขาด รังรองเป็นเมียเขาแล้ว
จิรภัทรตรงเข้ากระชากคอเสื้อของดนุเดชเต็มแรง ก่อนจะกระแทกหมัดใส่ไม่ยั้ง
“พี่จอมทำอะไรคะนี่ พี่จอมปล่อยพี่เดชนะคะ” รังรองร้องอย่างตกใจ ก่อนจะรีบรั้งแขนของเขาเอาไว้
“ถ้ามึงยังไม่อยากตาย ก็อย่ามายุ่งกับเมียกู รังรองคือเมียกู” จิรภัทรประกาศกร้าว คนหันมามองกันทั้งร้าน รังรองหน้าแดงร้อนผ่าวด้วยความอาย
ในขณะที่ขวัญภิรมย์ยิ้มสะใจ ก่อนจะรีบถ่ายรูปและคลิปเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้และรีบหลบฉากไป
“พี่จอมพูดอะไรคะ”
“ก็พูดเรื่องจริงไง เธอเป็นเมียพี่”
“พี่จอม!” รังรองเรียกเขาอย่างโมโห ก่อนรีบเข้าไปประคองร่างของดนุเดชเอาไว้ แต่จิรภัทรกระชากแขนเอาไว้เต็มแรง
“โอ๊ย! พี่จอมเริงเจ็บนะคะ”
“มึงไสหัวไปซะ ถ้ายังไม่อยากโดนกูกระทืบตาย” ดนุเดชไม่อยากมีเรื่องกับหมาบ้า เขาก็รีบหนีไปโดยไว
“พี่เดชคะ เริงขอโทษค่ะ”
“ไปขอโทษมันทำไม” จิรภัทรกระชากเสียงถาม รังรองเดินหนี แต่เขาเดินตามไม่ยอมห่าง
หลายครั้งที่เขาหึงหวง ชอบมาทำร้ายผู้ชายที่คุยกับเธอ รังรองจึงไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษ เพราะกลัวจะถูกจิรภัทรทำร้าย
“คุยกันก่อน” จิรภัทรตามมากระชากแขนของรังรอง
“โอ๊ย! เริงเจ็บนะคะ” เธอร้องด้วยความเจ็บ จะหนีขึ้นรถแต่เขาไม่ยอม
“ทำไมไม่คุยกับพี่ เดินหนีทำไม ทำไมไม่อธิบายว่าหมอนั่นเป็นใคร”
“เริงไม่มีอะไรจะคุยกับพี่จอมค่ะ กรุณาหลีกทางด้วย เริงจะกลับบ้าน”
“ออกมากินข้าวกับผู้ชายค่ำ ๆ มืด ๆ พี่ไม่ยอมนะ”
“พี่จอมไม่ยอมแล้วจะทำอะไรเริงคะ จะตบเริงให้เลือดกบปากอีกคนเหรอ” เธอถามอย่างเอาเรื่อง
“พี่ไม่เคยคิดทำร้ายเริงเลยนะ” จิรภัทรรีบเอ่ยอย่างร้อนรน เห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของเธอแล้วใจเขาเจ็บแปลบรับไม่ได้อย่างที่สุด
“งั้นก็ถอยไปค่ะ” เธอพูดเสียงเฉียบ จิรภัทรยอมถอยให้เธอแต่โดยดี จนเธอนึกแปลกใจ
“พี่จอมขึ้นมาทำไมคะ” รังรองตกใจที่จู่ ๆ เขาก็เปิดประตูรถขึ้นมานั่งเบาะข้าง ๆ
“พี่อยากนั่งรถไปส่งเริงที่บ้าน ขับรถคนเดียวมันอันตราย มืดแล้วด้วย”
“ลงไปนะคะ พี่จะทิ้งรถเอาไว้ที่นี่เหรอคะ”
“ไม่เป็นไรพี่ล็อกรถเอาไว้เรียบร้อยแล้ว พี่ไปส่งเริงแล้วค่อยกลับมาเอารถก็ได้” เขายังทู้ซี้ รังรองจึงเปิดประตูรถเดินลงไปจากรถเสียเอง
“เดี๋ยวก่อนสิเริง” เขาตามลงมาเรียกเธอเอาไว้ แต่เธอวิ่งออกมาโบกแท็กซี่ก่อนจะหนีเขาไปเสียก่อน
“โธ่เว้ย!” จิรภัทรรีบวิ่งไปที่รถก่อนจะขับตามไป แต่ปรากฏว่าไม่ทัน เธอหนีกลับบ้านไปเสียแล้ว
“หนีอะไรมา ทำไมทำหน้าตาแตกตื่นขนาดนั้น” เริงฤทธิ์เอ่ยทักน้องสาวที่วิ่งหนีเข้ามาในบ้าน
“ถ้าพี่จอมมาหาบอกว่าเริงไม่อยากคุยด้วยนะคะ” รังรองหนีขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นไม่นานเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
“ใครมากดกริ่งรัว ๆ หน้าบ้านขนาดนี้คะคุณฤทธิ์” มีนาเอ่ยถามสามี ทั้งสองจึงต้องเดินออกไปดู
“ไอ้จอมมีอะไรวะ ทำไมทำหน้าตาแตกตื่นขนาดนั้น”
“เริงอยู่ไหม” ประโยคคำถามนั้นทำให้เริงฤทธิ์ต้องหันไปมองหน้าภรรยา
“อยู่แต่เขาไม่อยากพบแก มีอะไรเหรอ ทะเลาะกันรึไง”
“ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” จิรภัทรเอ่ยขึ้น เริงฤทธิ์ไม่ได้ขัดอะไรเพราะจิรภัทรเป็นเพื่อนสนิท
“ขอขึ้นไปคุยกับเริงบนห้องได้ไหม”
“ไอ้บ้า! ใครจะให้แกขึ้นไป” เริงฤทธิ์เสียงดังใส่เพื่อน
“เริงไม่ยอมคุยกับฉัน” จิรภัทรเอ่ยออกมา รู้สึกร้อนรุ่มไปหมด
“แกกลับไปก่อนไหม หรือมีอะไรจะฝากถึงยายเริงเดี๋ยวฉันบอกให้เอง” เริงฤทธิ์เอ่ยกับเพื่อน รังรองหนีขึ้นห้องปิดประตูขังตัวเองอยู่แบบนั้น แสดงว่าไม่อยากเจอหน้าจิรภัทร
“ฉันนอนที่นี่ได้ไหม”
“ไอ้บ้า! แกจะนอนทำไม”
“พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้เจอหน้าน้องสาวแกไง”
“ไม่ดีมั้ง” เริงฤทธิ์อึกอัก นี่ก็เพื่อนนั่นก็น้อง แต่อย่างไรน้องสาวของเขาก็ต้องมาก่อนเพื่อนเสมอ
“นอนหน้าบ้านก็ได้”
“อาการหนักนะแก ยายเริงมันไม่ชอบแก แกก็ลองมองดูผู้หญิงคนอื่นสิ”
“ก็ฉันรักน้องสาวแก จีบมาตั้งนานแล้วแกก็รู้”
“ก็ใช่” เริงฤทธิ์มองหน้าเพื่อน รู้สึกเห็นใจอยู่มาก
“นอนหน่อยนะ นอนคืนเดียว เจอหน้าน้องแกพรุ่งนี้ฉันจะตกลงกับเขาให้เข้าใจ แล้วก็จะไป ฉันไม่เคยขอร้องอะไรแกเลยนะ”
“ก็ได้” น้ำเสียงเว้าวอนของเพื่อนทำให้เริงฤทธิ์ใจอ่อนในที่สุด
“ขอบใจนะเพื่อน” ท่าทีดีใจของเพื่อนทำให้เริงฤทธิ์ต้องหันไปมองสบตากับภรรยาสาว
จิรภัทรท่าจะอาการหนัก!
เริงฤทธิ์ให้สาวใช้จัดห้องพักรับรองแขกให้จิรภัทร ก่อนที่เอ่ยขอตัวไปนอนเพราะดึกมากแล้ว
รังรองโทร. ไปขอโทษดนุเดชเป็นการใหญ่ ดนุเดชเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกัน เธออยากได้นักพิสูจน์อักษรเก่ง ๆ และเป็นนักวิจารณ์งานเขียนด้วย และดนุเดชก็คนที่เธอเลือก ด้วยว่าอยู่ไม่ไกลกันนัก เลยนัดออกมาคุยงานกัน ไม่คิดว่าจิรภัทรจะตามไปอาละวาดแบบนี้ เธอคงต้องเปลี่ยนไปคุยกับดนุเดชทางข้อความแทน ป้องกันไม่ให้จิรภัทรตามไปอาละวาดอีก แต่ที่เธอสงสัยก็คือจิรภัทรตามเธอไปถึงร้านอาหารที่นั่นได้อย่างไรกัน
รังรองอาบน้ำทิ้งตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า เธอตื่นขึ้นมาในตอนกลางดึกเพราะรู้สึกกระหายน้ำ หญิงสาวจึงเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อไปหาน้ำดื่ม พอจะเดินเข้าห้องก็ต้องตกใจ เมื่อมีร่างสูงของใครคนหนึ่งแทรกตัวเข้ามาทางประตู
“พี่จอม!” รังรองทำท่าจะกรีดร้อง จิรภัทรก็ตรงเข้ารัดร่างของเธอเอาไว้ ก่อนจะอุดปากบางไม่ให้ร้องออกมา
รังรองตกใจตาโตเมื่อร่างของเธอโดนดันไปที่เตียงนอนกว้าง โดยมีร่างสูงของจิรภัทรกดทับมาเต็ม ๆ
“พี่จอมเข้ามาในห้องเริงได้ยังไงคะ ไม่สิ พี่ฤทธิ์ให้พี่นอนค้างที่นี่หรือคะ” เมื่อเขาปล่อยริมฝีปากของเธอเป็นอิสระ เธอก็เอ่ยถามเขาออกมาในทันที
“ใช่ค่ะ” เขาพูดคะขาฟังแล้วทำให้เธอหน้าแดง จิรภัทรจีบเธอมาหลายปี เธอรู้ว่าเขาอยากได้เธอเป็นเมียมาก ๆ แต่การกระทำของเขาทำให้เธอเริ่มรู้สึกกลัว
“พี่จอมออกไปจากห้องเริงนะคะ”
“ไม่ออก หน้าที่ออกไม่ใช่หน้าที่พี่ พี่จะออกก็ต่อเมื่อไอ้ฤทธิ์มันมาเห็นพี่นอนอยู่กับเริง เราจะได้แต่งงานกันสักที”
“พี่จอมปล่อยเริงนะ อื้อ...” เขาคิดแผนการสกปรกแบบนี้ได้ยังไงกันนะ รังรองทำท่าจะกรีดร้องเขาก็กระแทกปากบดจูบเธออย่างดุดัน มือหนารวบมือน้อยของเธอเอาไว้เหนือศีรษะ ก่อนที่จะกระชากชุดนอนของเธอจนฉีกขาด
รังรองตกใจเมื่อเขาเอาชุดนอนขาดวิ่นมามัดปากของเธอเอาไว้
“เริงอย่าร้องสิคะ พี่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย” จิรภัทรใช้แรงที่มากกว่ามัดข้อมือของเธอไปกับพนักหัวเตียง รังรองส่ายหน้าไปมา เนื้อตัวเปลือยเปล่าทำให้เธอใจหายวาบ
จิรภัทรก้มลงไปฉกลิ้นลามเลียยอดอกของเธอ ก่อนจะดูดเม้มอย่างหิวกระหาย ลมหายใจร้อนแรงของเขาหอบสะท้านจนดังลั่นเตียง ทำเอารังรองตกใจ
เขาขยับใบหน้าต่ำลงไปยิ่งกว่านั้น ก่อนจะแวะทักทายหน้าท้องเนียนละเอียดของเธอ
หญิงสาวใจหายวาบเมื่อเขาแยกเรียวขาของเธอออก
เธอร้องแต่ถูกผ้าปิดปากเอาไว้ จึงได้แต่ร้องอยู่ในลำคอ เป็นเพียงแค่เสียงอู้อี้เท่านั้น
เขาดูดเลียร่องสวาทอย่างหิวกระหาย กวาดลิ้นไปตามกลีบกายสาว ดูดรวบเส้นขนอ่อนนุ่ม แทรกแซะลิ้นร้อนเข้าไปบดบี้กับปุ่มกระสันกลางกายสาวจนรังรองดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่าน
จิรภัทรแยกขาขาวเนียนของเธอออก จัดการลามเลียและสอดแทรกนิ้วเข้าไปในร่องสวาทอย่างล้ำลึก ขยับเข้าออกเป็นจังหวะระรัว
นิ้วกลางยาวเหยียดที่สอดแทรกเข้ามาทำให้รังรองเสียวซ่านจนต้องตอดรัดเขาอย่างมิอาจหักห้าม
เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเขาลากไล้ส่วนปลายของความแข็งแกร่งกับปากถ้ำสวาทอันแสนฉ่ำเยิ้ม รัวจังหวงะขึ้นลงระรัว ติ่งไตแห่งความเสียวซ่านสัมผัสเสียดสีจนเสียวกระสัน
การส่ายหน้าปฏิเสธไม่ได้ทำให้เขาหยุด แต่เขายิ่งกดกายแทรกลึกเข้าไปในร่องหยาดเยิ้มของเธอจนมิดเม้น
รังรองเสียวซ่านจนต้องร้องครางออกมา แต่เป็นเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอเท่านั้น
จิรภัทรแก้ผ้ามัดปากของเธอออก มองใบหน้าแดงก่ำนั้นอย่างเสน่หา
“เริงร้องเลยค่ะ ไอ้ฤทธิ์จะได้มาเห็นว่าเรากำลังเอากันอย่างเมามัน”