"คุณพ่อคะ เรื่องมันก็เก่านมนานมากแล้วนะคะ คุณพ่อจะมาสนใจทำไมอีกล่ะคะ ตาวิชต้องไม่ยอมแน่ ๆ ค่ะ ประภาก็ไม่ยอมให้ลูกต้องถูกคลุมถุงชนแน่ ๆ ยุคสมัยนี้ใครเขาจะมาจับคลุมถุงชนกันอีก ไร้สาระจะตายไปค่ะคุณพ่อ"
"ไม่ยอมไม่ได้ ฉันไม่ยอมเสียคนเป็นครั้งที่สองแน่ ๆ คราวตาวุธก็ทีหนึ่งแล้ว ถ้าไม่เห็นแกว่าเธอท้องหลานฉันอยู่ฉันไม่ยอมเป็นแน่แม่ประภา"
พรประภาสะบัดหน้าใส่คุณปู่สรยุทธ ประมุขใหญ่ของบ้าน ศิริกิจวัชโชติ อย่างไม่พอใจก็จะเรื่องอะไรซะอีกล่ะ นอกจากเรื่องเดิม ๆ ที่คุณปู่พูดอยู่ทุกครา พรประภาทราบดีว่าพ่อสามีไม่ชอบตนเองนัก เพราะคนที่สรยุทธหมายมั่นปั้นมืออยากให้มาเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่เธอคนนี้ แต่เป็นผู้หญิงบ้านนอกคอกนา อยู่ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงรายโน้น เมื่อคราวสรยุทธยังอยู่ในช่วงวัยผู้ใหญ่ เขาได้เดินทางไปเที่ยวที่ดอยแม่สลอง และไปพบมิตรสหายท่านหนึ่งเกิดคุยกันถูกคอหรืออย่างไรไม่ทราบ สรยุทธกับสหายท่านนั้นจึงได้ผูกสัญญาสายันต์กันไว้ว่าจะให้สราวุธบุตรชายของตนไปแต่งงานกับสุทธิรักหญิงสาวชาวดอยบุตรสาวมิตรสหายของเขานั่นเอง
ในตอนนั้นสราวุธมีคนรักอยู่แล้วก็คือพรประภา สรยุทธก็มิได้สนใจเขาบังคับให้ทั้งคู่เลิกคบหากันเสีย แต่พรประภาก็ปล่อยตนเองให้ท้อง ศิรวิช ขึ้นมานั่นแหละสรยุทธจึงได้ยินยอมแต่นี่อะไร พอหมดรุ่นลูกก็จะมาบังคับหลานตนเองอีก หัวเด็ดตีนขาดยังไงคนเป็นอย่างเธอก็จะไม่มีวันยินยอม
"อะไรนะครับคุณแม่ นี้คุณปู่เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก ไม่เอาอ่ะวิชไม่ยอมหรอก แล้วยัยป้านั่นไม่ยอมแต่งงานมีลูกมีผัวไปแล้วเหรอครับคุณแม่ ป่านนี้ไม่แก่หนังเหี่ยวไปแล้วหรือรุ่นเดียวกับคุณแม่ด้วยนี่น่ารุ่นนั้นแก่จะลงโล่งแล้วนะครับ"
"ตาวิช!!!! "
พรประภาหันไปถลึงตาใส่บุตรชายตนเองมีอย่างที่ไหนมาว่ารุ่นราวคราวเดียวกับเธอมีแต่คนแก่ ๆ เธอยังไม่แก่สักหน่อย ผิวพรรณก็เต่งตึงสามีกอดหอมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
"อุ๊ย!! ..คือ..โถ่..คุณแม่ครับ คุณแม่ต้องเข้าใจนะครับว่าผู้หญิงในเมืองเหมือนคุณแม่น่ะ ยิ่งมีอายุยิ่งสวยและยิ่งสาว จะไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงบ้านป่าเมืองเถื่อนได้อย่างไรล่ะครับ พวกนั้นน่ะ รู้จักหรือเปล่าเถอะครีมบำรุงผิวน่ะ น้ำหงน้ำหอมน่ะไม่เคยใช้กันบ้างไหม แต่ละคนวิชว่าน่าจะใช้ใบไม้ทำเสื้อผ้าอยู่เลยมั้งครับ"
ศิรวิชที่รู้ว่าตนเองพลั้งปากไม่ดีออกไปจึงรีบกลับคำมาเอาใจมารดาของตนเอง มิฉะนั้นจะได้โดนมารดาที่เป็นพวกเดียวกับตนงอนก็เป็นไปได้ แล้วถ้ามารดางอนใครจะเป็นคนช่วยงัดข้อกับคุณปู่กันล่ะ คุณพ่อน่ะหรือ หึ ไม่มีทางซะหรอก รายนั้นยังรู้สึกผิดกับคุณปู่อยู่เลย ก็เรื่องครั้งก่อนที่คุณแม่ท้องถึงกับทำให้คุณปู่ล้มป่วย แต่ไม่ใช่คุณปู่จะไม่รักตนนะ คุณปู่น่ะรักตนมาก เว้นเสียแต่เรื่องนี้ไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก ศิรวิชคิดอย่างเบื่อหน่าย
"ไม่ใช่อย่างนั้นลูก คนที่จะแต่งงานกับลูกน่ะไม่ใช่ยัยสุทธิรักอะไรนั่นแต่เป็นลูกสาวของนาง ชื่ออะไรแล้วนะคุณแม่ก็ลืม ๆ เอ๋!! ..ชื่ออะไรแล้วน๊า"
พรประภาทำท่าครุ่นคิด เธอนึกไม่ออกจริง ๆ คุณปู่ก็บอกมาแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าไม่ได้มีความสำคัญอะไรที่จะต้องจำอยู่แล้ว เห็นไหมผิดคำเธอที่ไหนศิรวิชค้านหัวชนฝา แต่ก็อย่างว่าใครมันจะยอมโดนบังคับ ชีวิตคนทั้งชีวิตเลยนะ
"ช่างมันเถอะครับคุณแม่จะรู้หรือไม่รู้วิชก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับยัยลิงป่านั่นแน่ ๆ สงสัยจะขี้เหร่มากล่ะสิถึงสามีไม่ได้แบบนี้ แต่งไปอายเขาตาย ยี๋!! ..แค่คิดก็ขนลุกแล้วครับคุณแม่ คุณแม่ต้องช่วยวิชนะครับ"
"โถ่ ๆ ๆ ตาวิชของคุณแม่ ฟังคุณแม่นะลูก ตราบใดที่คุณแม่ยังอยู่คุณแม่จะไม่ยอมให้การคลุมถุงชนบ้า ๆ นี้เกิดขึ้นแน่ ๆ เชื่อคุณแม่นะครับลูกรัก จุ๊บ ๆ " พรประภาดึงศิรวิชมากอดเอาไว้แล้วจูบลงที่ศีรษะลูกชายคนเดียวอย่างรักใคร่
"วิชเชื่อมือคุณแม่นะครับ แต่ว่าคืนนี้วิชไม่กลับบ้านนะครับ วิชว่าจะไปเที่ยวคลับกับพวกไอ้บอสนะครับ ถ้าคุณพ่อกับคุณปู่ถามคุณแม่ก็บอกว่า วิชติดคุยกับลูกค้านะครับ จุ๊บ วิชรักคุณแม่นะครับ จุ๊บ ๆ ๆ "
"อิอิ ลูกคนนี้นี่ไม่รู้จักโตจริง ๆ เลย แล้วนี่เงินพอใช้ไหมลูกบัตรเครดิตใบใหม่ที่คุณแม่ให้ไปไม่อั้นวงเงินนะจ๊ะ จ่ายตามสบายเลย"
"เพราะงี้ไงวิชถึงได้รักคุณแม่ที่สุด "
พรประภาเดินออกมาส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนขับรถ ซูเปอร์คาร์ยุโรปสีแดงเพลิง รุ่นล่าสุด ที่เธอทุ่มเงินซื้อให้กับศิรวิชด้วยจำนวนเงิน 25.2ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าคุณปู่อย่างสรยุทธไม่พอใจเป็นอันมาก พรประภาก็ได้แต่ค่อนขอดอยู่ในใจ รวยจะตายยังจะขี้งกอีกสมบัติก็ฐานทั้งหลายแหล่ มันจะตกเป็นของใครถ้าไม่ใช่ของหลานชายคนเดียวอย่างศิรวิช แล้วจะมางกทำอะไรกันแค่เอาเงินตนเองออกมาใช้ก่อนแค่นิดหน่อยเอง
"เป็นอะไรวะวิช หน้าบึ้งมาเชียว หนู ๆ มาเอาใจพี่วิชหน่อยเร็ว"
"ค่ะ พี่วิชขาอย่าเครียดเลยนะคะ เจนนี่จะช่วยให้พี่อารมณ์ดีเองนะคะ อือออ"
ศิรวิชออกมาจากบ้านก็ตรงมาที่คลับหรูย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของเขาและแก๊งเพื่อนเพลย์บอยของตน ทันทีที่เข้ามานั่งพีอาร์สาวสวยก็ทำหน้าที่ของตนโดยการเข้าไปนั่งตักคลอเคลียชายหนุ่มอยู่ไม่ห่าง ศิรวิชเองก็รั้งคนบนตักมากอดมาหอม แถมมีวิสกี้นอกที่ดื่มแล้วชุ่มคอแค่นี้ก็ทำให้อารมณ์ชายหนุ่มเย็นลงแล้ว ราตรีนี้อีกยาวไกล ศิรวิชและเพื่อน ๆ ต่างก็ปลดปล่อยกันอย่างเต็มที่ หญิงสาวสวยที่พวกเขาเรียกมาต่างก็เอาอกเอาใจ ก็จะไม่เอาใจได้อย่างไรแต่ละคนกระเป๋าหนา ๆ ทั้งแถมยังเป็นไฮโซตัวพ่อของเมืองไทยอีกต่างหาก ทิปแต่ละทีพวกเธอสบายไปเป็นเดือน ๆ เลยล่ะ
ธิดา หรือ สุทธิดา หญิงสาวชาวดอยแม่สลอง เธอเป็นหลานสาวของเจ้าของไร่ชา ก้องกิจวรากุล ไร่ชาที่ใหญ่และกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งภูเขา สมศักดิ์ เจ้าของไร่ชาตัวจริงมีศักดิ์เป็นตาของหญิงสาว ครอบครัวของธิดามีกันอยู่แค่ สามคน ตาสมศักดิ์ เธอและธนานาวินน้องชายของเธอ พ่อกับแม่ของธิดากับนาวินไม่มีชีวิตอยู่แล้ว สุทธิรักคลอดนาวินออกมาได้ไม่นานเท่าไรก็โดนตะขาบกัดจนเสียชีวิต อาจเพราะว่าเธอเป็นแม่ลูกอ่อนเลยทำให้แพ้พิษตะขาบมากกว่าคนปกติก็ได้ การแพทย์โรงพยาบาลก็อยู่ห่างไกลจากไร่ชามาก ส่วนขจร บิดาของทั้งคู่ก็ข้ามเขาไปหาของป่าและหายสาบสูญไปไม่เคยกลับมาอีกเลย สมศักดิ์จึงได้เลี้ยงหลานกำพร้าสองคนมาเพียงลำพัง
"พี่ธิดา ตาเรียก" ธนาวินเดินมาตามพี่สาวของตนในตอนที่ธิดากำลังจะสอยมะม่วงไปทำน้ำปลาหวานทานเล่นในช่วงบ่าย
"เรียกทำไมนาวิน"
"วินจะรู้ไหมล่ะ พี่ธิดาก็ไปถามตาเถอะหน้าดำ ๆ อยู่นะสงสัยจะเครียด"
"พี่ว่าที่ดำเพราะตากแดดมากกว่าฮ่าฮ่าฮ่า" สองพี่น้องยืนขำหยอกล้อกันก่อนที่สุทธิดาจะเดินเข้ามาตาของเธอที่ในบ้าน และ
จริงอย่างที่นาวินว่า ตาของเธอมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน
"ตา..ตามีอะไรจะคุยกับธิดาหรือจ๊ะ"
"มีลูก..ธิดามานั่งนี่ก่อน" สมศักดิ์หันไปตามเสียงเรียกของหลานสาว ก่อนจะเรียกสุทธิดามานั่งที่ใกล้ ๆ ตน
"จ๊ะ" ธิดาเดินมานั่งข้าง ๆ ตาของเธออย่างไม่เรื่องมาก สมศักดิ์ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักทีจนสุทธิดาทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยถามออกไป
"ตามีอะไรจะคุยกับธิดาหรือจ๊ะ "
"ธิดา ไอ้หนานเมืองมันมาสู่ขอธิดาให้กับไอ้สิงห์คำลูกชายของมัน ตาไม่อยากจะยกให้เพราะไอ้สองพ่อลูกนี้มันชั่วช้าเหลือเกินนี่มันจะสู่ขอธิดามันคงกะจะฮุบไร่ชาของเราไปปลูกฝิ่นขาย "สุทธิดามีสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ตาธิดาไม่แต่งนะไอสิงห์คำมันชั่ว วันก่อนมันไปฉุดนังมะขิ่นลูกสาวยายกรองทองมาทำเมีย แล้วนี่จะมาสู่ขอธิดาไปทำอะไรกัน แล้วมันมาสู่ขอเมื่อไหร่กันจ๊ะทำไมธิดาไม่เห็นพวกมันเข้ามาเลย"
"มันมาเมื่อเดือนที่แล้วลูก ตาปฏิเสธมันไปแล้ว แต่มันกลับมากันอีกเมื่ออาทิตย์ก่อน"
สุทธิดาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มาสู่ขอเธอสองครั้งแล้วอย่างนั้นหรือ แล้วตาเธอปฏิเสธไปด้วยพวกมันจะไม่โกรธตาหรอกหรือ แต่เอ๊ย!!! ..ธิดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ตาจ๋า แสดงว่าอาทิตย์ที่แล้วที่ไร่ชา ฝั่งขวาของเราโดนเผา เป็นฝีมือพวกกำนันหนานเมืองใช่ไหมจ๊ะ"
"ตาก็ไม่แน่ใจหรอกนะธิดา แต่มันจะมีใครไร่เราอยู่อย่างสงบมาตลอด เพิ่งจะมีปัญหาขัดแย้งกับไอ้หนานเมืองนี้แหละ"
"เราจะทำยังไงกันดีจ๊ะตา ธิดายอมตายถ้าต้องเป็นเมียไอ้สิงห์คำทั้งขี้ยาทั้งบ้าผู้หญิง บรื้อ บ่เอาเน้อ"
"ตาก็ไม่ยอมยกหลานสาวตาให้คนชั่วอย่างพวกไอ้กำนันหรอกลูก แต่ธิดาหนูคงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ตามีเพื่อนอยู่ที่กรุงเทพ คุณตาสรยุทธกับตามีพันธสัญญาใจกันอยู่ เมื่อครั้งที่แม่ของหลานยังอยู่ตาได้ให้หมั้นหมายกับลูกชายของสรยุทธ แต่พ่อสราวุธเขามีคนรักอยู่เสียก่อนแล้วก็เลยไม่ได้ครองคู่กัน แต่มาตอนนี้สรยุทธต้องการจะสู่ขอธิดาไปเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน ธิดาจะว่าอย่างไร สรยุทธ กับพ่อสราวุธเป็นคนดี ตาศิรวิชก็ดีไม่แพ้กันหรอกลูก "
"ธิดาไม่ทราบค่ะ เรายังไม่เคยเจอหน้ากันเลย ธิดาตอบไม่ได้หรอกค่ะตา"
"อีกสองวันคุณตาสรยุทธจะมาที่ไร่ชาของเรา ธิดาไปเตรียมเรือนด้านหลังไว้รอนะลูก"
"ค่ะคุณตา"
สมศักดิ์มองตามหลานสาวไปอย่างหนักใจ ไม่รู้สิ่งที่ตนคิดจะดีต่อหลานจริง ๆ หรือไม่ แต่ถ้าปล่อยให้หลานสาวยังอยู่ที่นี่อีกต่อไป ไม่แน่วันหนึ่งไอ้ชั่วสิงห์คำมันต้องบุกมาฉุดหลานของตนในวันที่ตนเผลอแน่ ๆ ก่อนหน้านั้น ย้อนเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว สมศักดิ์ได้โทรทางไกลไปหาเพื่อนรักอย่างสรยุทธ ในตอนแรกตนเองเพียงแค่ต้องการฝากฝังหลานสาวให้ สรยุทธช่วยดูแลในระยะสั้น ๆ พอแค่เรื่องทางนี้เงียบ สมศักดิ์วางแผนจะตัดการโค่นอำนาจสองพ่อลูกชั่วให้สิ้นซาก ด้วยหลักฐานที่ตนเองมีมันยังไม่หนาแน่นพอ สมศักดิ์จึงต้องใช้เวลาในการหาหลักฐาน
(...ว่ายังไงเพื่อนรัก กันนึกถึงนายอยู่เสมอนะสมศักดิ์ นายสบายดีใช่ไหมเพื่อน)
"กันสบายดีเพื่อน สบายกายแต่ไม่สบายใจเท่าไร "
(อ้าวเป็นอะไร..มีอะไรให้เพื่อนช่วยบอกมาได้เลย กันยังรู้สึกผิดต่อนายเรื่องของลูกชายกันอยู่เลย)
"เรื่องมันเก่ามาแล้ว อย่าไปคิดมากอยู่อีกเลยเพื่อน ป่านนี้ยายรักคงมีความสุขอยู่กับตาขจรบนสวรรค์แล้ว แต่เรื่องที่กันหนักใจก็คือเรื่องยายธิดาลูกสาวคนโตของยายรัก ยิ่งโตยิ่งสวยเหมือนยายรักไม่มีผิด หนุ่ม ๆ แถวนี้ก็มาชอบพอกันเยอะทีเดียว กันจะไม่กลุ้มใจเลยถ้าคนที่มาสนใจยัยธิดาไม่ใช่ลูกชายไอ้หนานเมืองกำนันชั่ว"
(โอ้ว..ตาย..แล้วไอพวกนั้นมันทำอะไรนายหรือเปล่าสมศักดิ์ กันพอจะมีเส้นสายเป็นตำรวจยศใหญ่กันจะให้เพื่อนเข้าไปดูนายนะ)
"ไม่เป็น กันกำลังหาหลักฐานอยู่ แต่สิ่งที่กันอยากจะขอให้นายช่วย คือกันอยากจะฝากหลานสาวกันให้ไปหลบอยู่ที่บ้านนายสัก เดือนสองเดือนได้ไหม พอให้กันหาหลักฐานเอาผิดไอ้หนานเมืองแล้วกันจะไปรับหลานคืน"
(ได้สิ แค่นี้เอง ทำไมจะไม่ได้ แต่สมศักดิ์กันอยากจะทำตามคำสัญญาที่เราให้กันไว้ หลานชายกันมันยังโสดรับรองมันจะไม่ไปทำผู้หญิงที่ไหนท้องเหมือนพ่อของมันแน่ ๆ ถ้านายไม่รังเกียจกันจะสู่ขอหนูธิดาให้มาเป็นเมียตาวิชหลานชายกัน นายจะตกลงไหม)
"กันต้องถามหลานสาวก่อน ไม่อยากจะไปบังคับจิตใจอะไรเด็ก ๆ มันอีกแล้ว บทเรียนจากสมัยก่อนมันทำให้กันกลัว นายเข้าใจกันใช่ไหมสรยุทธ"
(กันเข้าใจ และขอโทษจริง ๆสำหรับอดีตที่ผ่านมา)
สมศักดิ์นั่งนึกย้อนไปเมื่อวันวาน สมัยที่เขากับเพื่อนจับคู่ให้สุทธิรักกับสราวุธทั้งคู่ดูเหมือนจะไปกันได้ แต่ไม่ใช่เพียงแค่สราวุธเป็นผู้ชายอัธยาศัยดีเท่านั้น สุทธิรักหลงรักสราวุธด้วยความจริงใจ แต่แล้ววันหนึ่ง สราวุธกลับปฏิเสธการแต่งงานเพราะเขาทำหญิงสาวที่กำลังพูดคุยกันในขณะนั้นท้อง เขาจึงต้องรับผิดชอบลูกในท้องและพรประภาภรรยาคนปัจจุบัน สุทธิรักเสียใจมากไม่เป็นอันทำอะไรหญิงสาวเอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้าน คิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งหลายหน สมศักดิ์เสียใจมากที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ของลูกสาว แต่ยังโชคดีที่ได้ขจรเด็กหนุ่มในไร่ที่หลงรักสุทธิรักอยู่เป็นทุนเดิม ขจรเพียรเฝ้าดูแลหญิงสาวไม่ห่าง จนในที่สุดสุทธิรักก็ตัดใจจากสราวุธได้ และผลพวงของความดีของขจร จึงได้เกิด สุทธิดา และ ธนาวิน ขึ้นมา
"หายไปไหนมาทั้งคืนตาวิช"
เสียงแหบทรงอำนาจดังขึ้นด้านหลังศิรวิชในตอนบ่ายของวัน ศิรวิชหายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันก่อน งานการก็ไม่ยอมเข้าไปทำ มันไม่เอาไหนจริง ๆ หลานชายของเขาคนนี้ผิดกับสราวุธรายนั้นแม้จะทำให้เขาผิดหวังในเรื่องพรประภาแต่อย่างอื่น สราวุธไม่เคยทำให้บิดาผิดหวังเลยสักครั้ง แต่ศิรวิชหลานชายของเขากับไม่เอาไหน สำมะเลเทเมาไปวัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่นผลาญเงินไปวัน ๆ ที่เป็นเอาหนักขนาดนี้เพราะมีแม่ตัวดีคอยให้ท้ายอยู่ตลอดเวลา ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ ศิริกิจวัชรโชติ คงล่มสลายในรุ่นเขาเป็นแน่แท้
"อุ๊ย!!..คุณปู่โถ่!!..มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง วิชตกใจหมดเลยนะครับ คุณปู่ก็ทราบว่าวิชขวัญอ่อนบอบบางซะขนาดนี้"
"แกหายไปไหนมา ทำไมไม่กลับบ้าน งานการก็ไม่ยอมเข้าไปทำ "
"วิช..เอ่อ..วิชไปสัมมนามาครับคุณปู่ วิชลงคอร์สทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ เป็นไงครับ วิชเก่งใช่ไหมล่ะ เนี่ยวิชได้ไอเดียมาประยุกต์ใช้กับบริษัทเราเยอะแยะไปหมดเลยนะครับ"
"เก่งกับผีนะสิไอวิช..แกอยากประสบความสำเร็จแกก็ต้องลงมือทำ ไม่ใช่ไปลงเรียนคอร์สปัญญาอ่อนนั่น พ่อแกปู่แกก็ประสบความสำเร็จทำไมแกไม่รู้จักเข้ามาเรียนรู้จะเสียเงินลงเรียนกับใครก็ไม่รู้ไปทำไม ไอ้หลานโง่ "
สรยุทธถึงกับโกรธจนตัวสั่น ไปลงคอร์สประสบความสำเร็จอย่างนั้นหรือ มันชักจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว หนอยแน่!!..เขาจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว
"เสียงดังอะไรกันคะคุณปู่เดี๋ยวก็ความดันขึ้นหรอกค่ะ อ้าว ตาวิช กลับมาแล้วหรือลูก ทานข้าวทานปลาหรือยังลูกไป ๆ อาบน้ำมาทานข้าวดีกว่า เดี๋ยวคุณแม่ให้เด็กตั้งโต๊ะไว้นะครับ"
"ครับคุณแม่ ขอตัวก่อนนะครับคุณปู่ "
"เดี๋ยว !! แกไปจัดการตัวเองให้เสร็จ แล้วไปหาปู่ที่ห้องนั่งเล่นด้วย แม่ประภาเรียกสามีหล่อนมาด้วย ฉันจะคุยเรื่องพินัยกรรม"
พรประภากับศิรวิชมองหน้ากันแล้วยิ้มกริ่ม วันที่เขารอคอยจะมาถึงแล้วหรือนี่ ไอ้บทจะมานี่ก็มาไม่ทันตั้งตัวจริง ๆ สรยุทธ มองสองแม่ลูกแล้วก็ได้แต่ละเหี่ยใจ เพราะแม่เป็นแบบนี้ไงถึงได้สอนแต่เรื่องไร้สาระให้กับลูกชาย
ศิรวิชใช้เวลาจัดการตนเองไม่นานก็รีบมานั่งสงบเสงี่ยมที่ห้องรับแขก เพื่อหวังจะฟังข่าวดีจากคุณปู่ของตน เมื่อสรยุทธเห็นสมาชิกในครอบครัวรวมถึงคุณทนายเมษามากันครบ เขาจึงส่งสัญญาณให้ทนายเมษาร่างพินัยกรรมมขึ้นมาหนึ่งฉบับ
"เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้วฉันก็ขอแจ้งทุกคนให้ทราบกันเลยนะ"
"มีอะไรหรือครับคุณพ่อ ทำไมต้องเรียกคุณทนายมาร่างพินัยกรรมด้วย คุณพ่อยังแข็งแรงอยู่เลย ผมเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องรีบขนาดนี้นะครับ" สราวุธเอ่ยขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย
"คุณวุธเงียบไปเลยนะคะ อย่าไปขัดใจคุณพ่อท่าน เริ่มเลยค่ะคุณพ่อ"
พรประภาหันไปดุสามีตนเอง แล้วจึงหันไปยิ้มหวานใส่คุณปู่ของลูกชาย
"อืม เอาล่ะ ฉันจะถามอีกครั้งนะตาวิชตกลงหลานจะไม่ยินยอมแต่งงานกับหลานสาวของปู่ใช่ไหม"
"เฮ้อ..วิชบอกคุณปู่ไปแล้วนะครับ ว่าวิชไม่ต้องการไม่ใช่แค่หลานสาวเพื่อนคุณปู่แต่วิชยังไม่อยากแต่งงานใครเลย โถ่..วิชอายุแค่นี้เองจะรีบไปไหนละครับ"
ศิรวิชปฏิเสธอย่างแข็งขันอีกครั้ง ชีวิตคู่จะรีบมีไปทำไม ใช้ชีวิตโสดให้เต็มที่ก่อนค่อยมีก็ยังไม่สายและอีกอย่างตอนนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่เจอใครที่ถูกใจพอที่จะอยากให้มาเป็นแม่ของลูกเลยสักนิด
"อืม..ก็ดีปู่ไม่บังคับ แต่ปู่ขอบอกว่าบริษัทในเครือของศิริกิจวัชรโชติ ทั้งหมดเป็นปู่ที่บุกเบิกมาตั้งแต่ต้น มันเป็นสิทธิของปู่ที่จะยกให้ใครหรือไม่ยกให้ใคร ขอให้ทุกคนเคารพการตัดสินใจของปู่ด้วย"
"ครับคุณพ่อ"
"ค่ะคุณพ่อ"
"ครับคุณปู่ คุณปู่รีบบอกมาเถอะ วิชได้อะไรบ้าง"
"หุ้นของ ศิริกิจวัชรโชติ 20 % พ่อยกให้ตาวุธนะลูก ส่วนแม่ประภาฉันให้ 5 % ส่วนตาวิชปู่ให้.../.."
"หู๊ยย..ให้วิช 75 % เลยเหรอครับ คุณปู่ใจดีที่สุดเลย เซ็นเลยครับคุณทนายผมพร้อมแล้ว"
"ไม่ใช่ ปู่ให้วิช 20 % เท่ากับของตาวุธ อีก 5 % ปู่จะเก็บไว้เอง 50 % ที่เหลือ ปู่จะยกให้หนูธิดา หลานสาวของสมศักดิ์เพื่อนรักปู่ "
"คุณพ่อคะ/คุณปู่..นี้คุณปู่เสียสติไปแล้วเหรอครับ อยู่ ๆ จะไปยกให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายตีนที่ไหนก็ไม่รู้ วิชไม่ยอมหรอก วิชเป็นหลาน เป็นศิริกิจวัชรโชติคนเดียวที่มี ปู่ต้องยกให้วิชจะไปให้คนอื่นไม่ได้"
พรประภากับศิรวิชร้องขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่พอใจ ศิรวิชถึงกับลุกขึ้นยืนตะโกนใส่หน้าคุณปู่ของตนอย่างโมโห มีอย่างที่ไหนจะไปยกให้ใครก็ไม่รู้ทั้ง ๆ ที่หลานอย่างเขายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้
"ตาวิชนั่งลง อย่าก้าวร้าวกับคุณปู่"
สราวุธปรามลูกชายตนเองที่บังอาจมาเสียมารยาทกับคุณปู่อย่างนี้ สราวุธไม่คัดค้านอะไรบิดาตนเพราะเขาผิดเอง ที่ผิดคำพูดกับบิดาเมื่อครั้งในอดีต ที่จริงแล้วงานแต่งงานมันควรจะต้องเป็นของเขากับที่รักเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แต่เขาพลาดเองที่ไปทำพรประภาท้องเสียก่อน
"ทำไมจะไม่ได้ ฉันต้องให้แกทำไม ในเมื่อแกไม่ได้สนใจเข้าไปช่วยพ่อแกทำงาน ฉันแก่จนปูนนี้แล้ว ฉันยังต้องเข้าบริษัทอยู่ทุกวัน อาทิตย์หน้าฉันจะไปรับหนูธิดาขึ้นมาอยู่ที่นี่ อ้อ ฉันลืมบอก บ้านหลังนี้หลังฉันตายก็จะตกเป็นของหนูธิดาด้วย เมษาร่างเสร็จหรือยัง เอามาให้ฉันเซ็นต์ "
"ทำยังไงผมถึงจะได้หุ้นส่วนของยัยเด็กเวรนั่นมาครองเหรอครับคุณปู่"
ศิรวิชถามขึ้นด้วยแววตาแข็งกร้าว
"ไม่ได้หรอก ฉันไม่ต้องการให้แกแต่งงานกับหนูธิดาอีกแล้ว ถ้าฉันบังแก แกก็จะทำชั่วกับน้อง ฉันไม่ยอมแน่ "
"แล้วถ้าผมยินดีจะเปลี่ยนตัวเอง จะเป็นสามีที่ดีล่ะครับ วันนี้ไม่รัก วันข้างหน้าก็ใช่ว่าจะไม่รักนี่ครับ "
"ตาวิช..แม่ไม่ยอมนะลูก"
"แม่ครับวิชตัดสินใจแล้ว เมื่อครั้งในอดีต คุณพ่อก็ยังเคยรักแม่ของเด็กนั่นเลยนี่ครับ ผมเองก็คงจะรักเด็กธิดานั่นได้ไม่ยาก จริงไหมครับคุณพ่อ"
"หนูธิดาเป็นเด็กน่ารัก พ่อคิดว่าวิชต้องรักน้องได้ไม่ยาก "
ศิรวิชยกยิ้มมุมปาก ผิดคำคุณแม่ของเขาที่ไหน ครั้งหนึ่งคุณพ่อก็เคยหลงรักของป่าของดอย สงสารก็แต่คุณแม่ที่รักและบูชาคุณพ่อขนาดนี้
"หวังว่าแกจะตัดสินใจอย่างดีแล้วนะตาวิช ปู่ไม่อยากจะเสียคนกับสมศักดิ์อีกแล้ว"
"ครับคุณปู่ไม่ต้องกลัวผมจะไม่ทำให้คุณปู่ผิดหวัง แค่เพียงหุ้นทั้งหมดคุณปู่สัญญาว่าจะยกให้ผม"
"ตกลง หลังจากที่แกมีเหลนให้ฉัน ฉันจะยกหุ้นทั้งหมดให้แกเอง ฉันสัญญา"
"ขอบคุณครับ"