ตอน 1

• ACTION •

ฉันเดินหางานจนขาลากตั้งแต่เมื่อวานก่อนจนถึงวันนี้ ซึ่งฉันก็เริ่มถอดใจแล้วกับการสัมภาษณ์งานตามบริษัทใหญ่ที่ใฝ่ฝัน คงเหลือแต่งานที่ไม่ตรงกับสายอาชีพที่เรียนมา

“อนาคตครีเอทีฟอาร์ตของฉันจบแล้วเหรอ เฮ้อ” 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอให้ได้งานสักทีเถอะ จะอดตายอยู่แล้ว...

‘ณชา’ สาวสวยวัยยี่สิบห้าปี พูดตัดพ้อกับตนเองเมื่อบริษัทที่เธอส่งใบสมัครไป ตอบกลับมาด้วยการปฏิเสธที่จะรับเธอเข้าทำงาน อาจจะเพราะประวัติที่เธอถูกเลิกจ้างจากที่ทำงานเก่า เหตุเพราะเธอตบหน้าผู้ว่าจ้างที่เข้ามาลวนลาม จนทำให้เขาไล่ออกด้วยเหตุผลว่าเธอใช้ความรุนแรงในที่ทำงาน โดยไม่ได้ระบุถึงต้นตอของสาเหตุนั้น และนั่นก็เป็นเหตุผลของบริษัทหลายๆ ที่ ที่ไม่กล้ารับเธอเข้าทำงานในองค์กรของพวกเขา

ณชาที่กำลังถอดใจจากหางาน เดินกลับออกจากห้างหรูเพื่อไปขึ้นรถโดยสารหน้าถนนสุขุมวิท และในตอนที่เธอเดินผ่านหน้าร้านดอกไม้หรูก็เหมือนว่าฟ้ากำลังเห็นใจเธอ ส่งงานที่ไม่ตรงกับสายอาชีพที่เรียนแต่สามารถเลี้ยงปากท้องตัวเองได้โดยไม่ลำบากพ่อแม่

ณ.ร้านดอกไม้หรูย่านอโศก

“รับสมัครพนักงานขายหนึ่งอัตรา ไม่จำกัดวุฒ เงินเดือนหมื่นห้า...” 

เสียงณชาที่กำลังอ่านป้ายประกาศหน้าร้าน เธอนึกถามตัวเองขึ้นในใจว่าจากเงินเดือนที่เคยได้สองหมื่นห้าต่อเดือน หากเหลือแค่เดือนหมื่นห้าเธอจะพอรับไหวหรือเปล่า 

“เอาว่ะ หมื่นห้าก็ยังดี ดีกว่าให้แม่โอนเงินมาให้ใช้...” 

กรุ๊งกริ๊ง~

“สวัสดีครับ” เสียงเจ้าของร้านพูดทักทายสาวสวยที่เดินเข้ามาด้านในร้าน ซึ่งขณะนั้นตนก็กำลังคุยกับสายสำคัญอยู่ “ผมยังไม่สะดวกคุยตอนนี้ แค่นี้ก่อนนะครับคุณแม่” 

เขากดวางสายคนเป็นแม่ไปในตอนที่ปลายสายกำลังร้อนใจอยากจะคุยเรื่องสำคัญกับลูกชายอย่างเขา และณชาก็เดินเข้ามาในร้านถูกจังหวะพอดีเขาจึงหาเรื่องตัดสายจากผู้เป็นแม่

“คือฉันมาสมัครงานน่ะค่ะ พอดีเห็นป้ายติดรับสมัครพนักงานที่หน้าร้าน” 

“อ๋อ สักครู่นะครับ” 

ครืดด~

“ว่าไงครับคุณแม่? ผมติดธุระอยู่ครับไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันได้ไหมครับ..” เขารับสายแม่น้ำเสียงนุ่มนวล แม้ว่าจะไม่อยากคุยเรื่องนี้กับเธอแล้ว แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธหรือเมินเฉยต่อสายสำคัญนี้

“ถ้าเจเลอร์ไม่ว่างมาดูตัว เดี๋ยวแม่พาหนูชาร์มไปหาลูกที่ร้านเอง แม่ใกล้ถึงร้านแล้วแค่นี้นะ...” ตุ๊ด!

“คุณแม่ คุณแม่ครับ...” 

“เอ่อ ถ้าเกิดว่าคุณยังไม่ว่างฉันมาใหม่วันหลังก็ได้นะคะ” เหมือนว่าเขาจะมีธุระยุ่งๆ อยู่กับปลายสายและดูท่าจะเคลียร์กันไม่ลงตัว เธอเลยคิดจะถอดใจกลับออกไปก่อน 

“รับครับ” 

“คะ?”

“ผมรับคุณเข้าทำงานครับ” 

“ระ รับเลยเหรอคะ ไม่สัมภาษณ์งานหรือเช็คประวัติ ดูเอกสารก่อนเหรอคะ?”

“ครับ ผมมีงานด่วนให้คุณทำตอนนี้เลยครับ” เขาพูดท่าทางร้อนใจเมื่อได้ยินคำของคนเป็นแม่ ที่บอกว่าจะพาสาวสวยมาให้ตนดูตัวถึงที่ร้าน

“เอ่อคือ...” 

“ผมเพิ่มให้คุณเป็นสองเท่าเลยครับถ้าคุณรับงานนี้” 

“รับค่ะ” สองเท่าก็สามหมื่น ใครไม่เอาก็บ้าแล้ว 

“งั้น..คุณช่วยบอกแม่ผมหน่อยได้ไหมครับว่าเราเป็นแฟนกัน” 

“อะไรนะคะ?!”

“นะครับ ช่วยผมหน่อยนะ” สาวสวยยังไม่ทันพูดตอบรับคำขอ แม่ของชายหนุ่มก็เดินเข้ามาด้านในร้าน พร้อมกับสาวสวยที่เธอตั้งใจพามาแนะนำให้ลูกชายรู้จักและเป็นคนที่เธอหมายตาไว้ให้เป็นลูกสะใภ้ในอนาคต

กรุ๊งกริ๊ง~

“แม่ครับ...” เสียงเรียกแม่อย่างสิ้นหวังของเจเลอร์ดังขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอเดินผ่านประตูเข้ามา

“ดูทำหน้าเข้าสิ เห็นหน้าแม่ทำอย่างกับเห็นผี” เธอพูดพร้อมกับมองแรงไปทางลูกชาย

“...” 

“แล้วทำไมลูกมารับลูกค้าเองล่ะพนักงานไปไหนหมด จัดดอกไม้กันอยู่หลังร้านเหรอ?”

“พลอยลาหยุดน่ะครับ ก็เลยเหลือผมอยู่ที่ร้านแค่คนเดียว...” 

ก่อนหน้านี้แม่ผมสั่งให้ไล่พนักงานขายและพนักงานจัดดอกไม้สองคนออก เหตุผลเพราะเพศสภาพของพวกเขาที่เป็นชายรักชาย และเธอก็กลัวว่าผมจะกลายเป็นแบบนั้น หากยังปล่อยให้ลูกน้องสองคนนั้นทำงานที่นี่ต่อ ตอนนี้เลยมีแค่พนักงานผู้หญิงเหลืออยู่เพียงคนเดียวจากที่เคยมีพนักงานสามคนในร้าน และวันนี้เธอก็ลาหยุดผมเลยต้องเข้ามาดูร้านเองคนเดียว

“ถ้าพี่เจเลอร์ติดลูกค้าอยู่ เดี๋ยวหนูนั่งเล่นในร้านรอก่อนก็ได้นะคะ” 

“เอ่อคือเธอไม่ใช่ลูกค้าหรอกครับ...” เจเลอร์หันไปมองหน้าณชาเพื่อขอความช่วยเหลือจากเธอผ่านแววตา สีหน้าของเธอตอนนี้ดูไม่ออกเลยว่าเธอจะตกลงรับทำงานหรือปฏิเสธคำขอของเขา

“...สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูชื่อณชานะคะ เป็นแฟนของพี่เจเลอร์ค่ะ” โชคดีที่ณชาเป็นคนหัวไวเธอจึงโกหกได้เนียนทั้งคำพูดและการแสดงออกผ่านสีหน้า

หนุ่มหล่อหน้าหวานถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อลุ้นอยู่นานว่าสาวสวยแปลกหน้าจะยอมช่วยตนตามที่ขอหรือไม่ ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แถมดูจะหัวไวในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซะด้วย

“แฟนเหรอ?”

“ใช่ครับ นี่ณชาแฟนผมเอง วันนี้ผมยุ่งๆ น่ะครับเธอก็เลยมาช่วยผมดูร้าน” 

“อ้าว สรุปพี่เจเลอร์มีแฟนแล้วเหรอคะคุณป้า?”

“...” คนเป็นแม่แสดงท่าทางแปลกใจและสงสัยที่เธอพลาดเรื่องนี้ ทั้งที่ปกติทุกเรื่องในชีวิตของเจเลอร์ เธอจะรู้หมดไม่เคยพลาด “คบกันนานหรือยัง ทำไมแม่ไม่เห็นรู้เลย” 

“สักพักแล้วครับ ผมยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแม่เพราะอยากจะรอให้แน่ใจก่อน ...ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เสียเวลามาถึงที่นี่” เจเลอร์หันไปขอโทษสาวสวยที่มาที่นี่กับแม่ของตน

“อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ” เธอคิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรแถมดีใจด้วยซ้ำ เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากจะมานัดดูตัวนี้อยู่แล้วหากไม่ใช่ว่าแม่ของเธอบังคับให้มา

ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ นะ... “งั้นเดี๋ยวแม่ไปส่งหนูชาร์มที่บ้านก่อน เย็นนี้พาแฟนลูกไปกินข้าวเย็นที่บ้านเราด้วยนะ แม่อยากรู้จักเธอ...” 

สายตาของผู้เป็นแม่แสดงออกว่าเธอกำลังจับผิด และไม่ได้เชื่อคำพูดของคนทั้งคู่ในทันทีแม้ว่าจะได้รับการยืนยันจากทั้งคู่ว่าพวกเขาคบกันแล้วก็ตาม...

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]​

ตอน 2

“ไว้เจอกันที่บ้านนะครับคุณแม่” 

หนุ่มหล่อหน้าหวานบอกลาแม่ของตน ก่อนจะมองตามเธอเดินออกจากร้านไปจนลับสายตา

“แม่คุณดูเหมือนจะไม่เชื่อที่เราพูดเลยนะคะ” ณชาพูดบอกกับเจเลอร์ที่กำลังยืนเป็นกังวลเพราะเขาก็คิดเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน

ในความรู้สึกของฉัน เธอดูเหมือนจะเป็นคนฉลาดเอาเรื่อง ถ้าทางจะหลอกไม่ง่ายเลยและก็คงไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ แน่หากไม่ได้พิสูจน์ความจริงก่อน

“เฮ้อ เอาไงดี?” เจ้าของร้านดอกไม้หนุ่มหล่อเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน ก่อนจะคิดหาวิธีเอาตัวลอด

“หมายถึงเรื่องเย็นนี้เหรอคะ?” ณชาเดินเข้าไปถามไถ่ถึงปัญหาที่ทำให้ชายหนุ่มหนักใจ เพราะอยากรู้ว่าหน้าที่ของเธอมีอะไรต่อหลังจากทำงานด่วนเมื่อครู่นี้เสร็จแต่ดูเหมือนจะไม่ได้สำเร็จอย่างที่นายจ้างหวัง

“ครับ คุณได้ยินที่แม่ผมบอกแล้วใช่ไหมครับ เธอบอกให้พาคุณไปทานข้าวที่บ้าน” ท่าทางของคุณแม่ดูเหมือนว่าท่านจะไม่เชื่อเรื่องเมื่อกี้เลย ซึ่งผมกำลังกังวลว่าหากเธอรู้ว่าผมโกหกจะเป็นเรื่องใหญ่และคงจะหลีกเลี่ยงงานแต่งงานกับผู้หญิงแปลกหน้าที่แม่หามาให้ไปไม่ได้อีกแล้ว

“ถ้าตอนนี้คุณรับฉันเป็นลูกจ้างแล้ว ช่วยเล่าปัญหาให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ ฉันจะได้ช่วยหาทางแก้ปัญหาให้ ถ้าเราไม่รู้จักกันมากกว่านี้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำงานนี้ให้คุณต่อได้ยังไง…” 

ฉันเชื่อว่าการเป็นครีเอทีฟของฉัน จะช่วยคิดวิธีดีๆ ให้นายจ้างคนใหม่บรรลุงานนี้ไปได้ หากได้รู้ที่มาของปัญหาที่ฉันต้องจัดการ...

เธอแสดงตัวขอทำงานอย่างกระตือรือร้น เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจและเธอก็ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เพราะเดือนนี้เธอต้องรีบจัดการค่าคอนโดที่ค้างจ่ายอยู่สองเดือน

“คุณแม่คิดว่าผมเป็นเกย์น่ะครับ เธอเลยพยายามจะหาผู้หญิงมาแต่งงานกับผม แต่ว่าผมยังไม่พร้อมจะแต่งงานตอนนี้...” 

ผมคิดว่าหากจะแต่งงานกับใครสักคน ผมควรจะรู้จักนิสัยใจคอของเธอก่อนอย่างน้อยก็ห้าปี ไม่ใช่เจอกันแค่ห้านาทีแล้วตอบตกลงนัดวันหมั้นวันแต่งอย่างที่แม่ของผมต้องการ

ตอนแรกที่เจอ ฉันก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเขาไม่ใช่ชายแท้ เพราะรูปลักษณ์ของเขาที่ดูสะอาดสะอ้านชวนให้เข้าใจแบบนั้น...

ทั้งคู่พูดคุยถึงเรื่องส่วนตัวของกันและกันเพื่อแรกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งลูกจ้างอย่างณชาก็ตั้งใจฟังทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับเขา และจดทุกอย่างที่สำคัญลงสมุดเพื่อเอาไว้ท่องจำก่อนจะลงสนามจริงในช่วงเย็นที่จะถึง ท่าทางที่ดูตั้งใจอย่างเป็นมืออาชีพของเธอทำเจเลอร์รู้สึกคิดไม่ผิดที่ตัดสินใจรับเธอเข้าทำงานภายในเสี้ยววินาที

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะเป็นแฟนตามสไตล์ที่คุณชอบ ขอแค่บอกว่าอะไรที่คุณถูกใจฉันจะทำงานให้คุ้มค่าจ้างที่สุดค่ะ...เจ้านาย^^” เธอส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างเป็นมิตรเพื่อทำให้เขามั่นใจในตัวเธอ ว่าเธอจะจัดการงานสำคัญนี้ให้เขาได้อย่างไม่ต้องมีห่วง

“งั้นตอนนี้ คุณก็เป็น คุณแฟนของผมสินะครับ...” 

เขารู้สึกเขินอายเมื่อได้พูดเช่นนั้น เพราะสถานะที่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเขาจริงๆ มาก่อนตลอดอายุสามสิบปี นอกจากแฟนคนแรกจะไม่เคยมีแล้วความรักครั้งแรกก็ไม่เคยมีเช่นกัน

“เราเรียกกันว่าอะไรดีคะ คุณ พี่ หนู หรือ...” 

“คุณแฟน.. ผมขอเรียกคุณแบบนั้นได้ไหมครับ” หนุ่มหน้าหวานพูดอย่างเหนียมอาย เพราะเขาเองก็อยากลองมีโมเม้นแบบนั้นดูบ้างแต่หัวใจก็ไม่เคยเปิดโอกาสที่ว่านั้นให้ใครเลย

“ได้ค่ะ งั้นฉันเรียกคุณว่าที่รักแล้วกันนะคะ” ณชาตอบกลับนายจ้างของเธออย่างเป็นมืออาชีพ

@บ้านของเจเลอร์ เวลาหกโมงเย็น...

ตอนแรกที่เห็นร้านดอกไม้ฉันก็พอดูออกว่าเขาน่าจะเป็นคนที่มีฐานะระดับหนึ่ง แต่พอได้มาที่บ้านแล้วถึงได้รู้ว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีชัดๆ 

“นี่บ้านคุณเหรอคะ?”

“ใช่ครับ รอแป๊ปนึงนะครับเดี๋ยวผมไปเปิดประตูรถให้” คนสุภาพรีบลงจากรถไปเปิดประตูให้สาวสวย ซึ่งเธอที่นั่งอยู่เบาะข้างก็เอ่ยปากห้ามเขาไว้ไม่ทัน “เชิญครับ” 

ณชาเดินลงจากรถในชุดเดรสลายดอกไม้สีเหลืองอ่อน ที่ชายหนุ่มพาเธอแวะซื้อเพื่อแปลงโฉมเป็นสาวสวยหวานไสต์ที่เขาชอบก่อนจะมาที่นี่เพื่อทำงานสำคัญชิ้นแรก

“ที่หลังไม่ต้องเปิดประตูรถให้ฉันนะคะ คนเป็นแฟนกันเขาไม่ค่อยทำอะไรแบบนั้นให้กัน...” 

ฉันเข้าใจในความเป็นคนสุภาพของเขา แต่ถ้าจะให้สมจริงเขาควรลดสิ่งนั้นลงบ้าง เพราะไม่งั้นคนที่มองมาอาจเข้าใจได้ว่าฉันเป็นพวกข่มแฟน หรือแย่ไปกว่านั้นคงคิดว่าเขาเป็นพี่เลี้ยงหรือสถานนะอื่นที่ไม่ใช่คนรักกัน

“อ้าว เหรอครับ” 

“ค่ะที่รัก” 

“ระ เริ่มเลยเหรอครับ” 

“ไปเถอะค่ะเดี๋ยวแม่คุณจะรอนาน” เธอเดินเข้าไปเกาะแขนและยิ้มให้เขาราวกับเป็นหวานใจของหนุ่มหล่อจริงๆ

เจเลอร์อาศัยอยู่ที่นี่กับแม่ของเขาเพียงลำพัง ส่วนคุณพ่อสุดที่รักก็เพิ่งจากไปได้สองปีกว่าๆ และมันก็ทำให้เธอที่เป็นภรรยาเหงาจนจิตตกในบางครั้ง เธอจึงเร่งให้ลูกชายเพียงคนเดียวรีบแต่งงานมีหลานให้เพื่อบรรเทาความเหงาที่เป็นอยู่ เธอจึงกดดันเจเลอร์ทุกวิถีทางให้เขายอมทำในสิ่งที่เธอต้องการเพราะกลัวว่าถ้าเขาไม่แต่งงานอาจจะเปลี่ยนเพศสภาพไปซะก่อน และหากเป็นเช่นนั้นเธอคงรับไม่ได้

งานสมาคมคุณหญิง เมื่ออาทิตย์ก่อน...

“นี่หลานสาวฉัน น่ารักหรือเปล่า?” เสียงคุณหญิงท่านหนึ่งในโต๊ะพูดพร้อมกับโชว์รูปภาพหลานสาวอวดให้เพื่อนคุณหญิงด้วยกันดู

“นี่หลานชายฉัน ปีนี้สามขวบแล้วนะ” 

“ลูกชายดิฉันจะแต่งงานอาทิตย์หน้า เรียนเชิญด้วยนะคะ” ทุกคนในโต๊ะคุยกันอย่างสนุก ยกเว้นหญิงท่านหนึ่งที่ไม่รู้จะพูดอวดสิ่งใด เพราะเธอไม่มีทั้งหลานและไร้ซึ่งวี่แววของงานแต่งลูกชาย แต่เธอก็ไม่อาจน้อยน่าเพื่อนๆ ในกลุ่มได้

“ตาเจเลอร์ของฉันก็กำลังจะแต่งงานเหมือนกัน แต่ดูฤกษ์เหมาะสมอยู่ ไว้ได้วันเมื่อไหร่แล้วจะแจ้งให้ทราบนะคะ” 

“ตาเจเลอร์จะแต่งงานเหมือนกันเหรอคะ ว่าแต่..เป็นเจ้าบ่าวหรือเป็นเจ้าสาวคะ?”

“พูดอะไรระวังปากนิดนึงนะคะคุณหญิงนฤมน” 

“อะไรกัน ฉันก็แค่แซวเล่นเองค่ะ ไม่เห็นต้องโกรธเลยหนิคะคุณหญิงจิตตา” 

เธอไม่อาจลบเลือนคำพูดทิ่มแทงใจนั้นไปได้ เพราะรู้ดีว่าภาพลักษณ์ของลูกชายของเธอชวนให้คิดเช่นนั้น และเธอก็แอบกลัวลึกๆ ว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ จึงพยายามทำทุกวิถีทางที่ทำได้ในตอนนี้

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

ตอน 3

ภายในบ้านหรู...

เธอเตรียมมื้อเย็นไว้รอต้อนรับสาวสวยที่ลูกชายอ้างว่าเป็นแฟนสาวอย่างตั้งใจ และคิดเพียงแค่ว่าทุกอย่างต้องเกิดขึ้นจริงอย่างที่เธอคุยโม้ไว้กับคุณหญิงคุณนายพวกนั้น

“ถึงไม่ใช่ ฉันก็จะทำให้มันใช่...” 

เธอพูดด้วยสีหน้ามั่นใจว่าจะจัดการทุกอย่างได้ และถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเพียงเรื่องโกหกจากลูกชาย เธอก็พร้อมจะทำให้มันกลายเป็นเรื่องจริง...

“คุณแม่ครับ” 

“อ้าวมากันแล้วเหรอ” 

“สวัสดีค่ะ” ณชายกมือขึ้นไหว้ทักทายหญิงสาวสูงศักดิ์เจ้าของบ้าน 

“แม่ให้คนเตรียมอาหารเย็นไว้แล้ว ไม่รู้ว่าหนูณชาจะชอบหรือเปล่า?” เธอพูดบอกสาวสวยว่าที่ลูกสะใภ้ท่าทางใจดี

“หนูทานอะไรก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” 

“งั้นเราทานข้าวกันเลยดีกว่าเนอะ แม่มีเรื่องจะถามหนูเยอะเลย...” 

“ค่ะ...” ขอโทษที่ต้องโกหกนะคะคุณนาย แต่ว่าหนูต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องจริงๆ

เธอพูดขอโทษแม่ของนายจ้างในใจ เพราะไม่อยากรู้สึกผิดที่ทำเช่นนี้แต่ก็ไม่อยากเลือกงาน เพราะรู้ว่าเธอไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว หรือถ้ามีก็ไม่รู้ว่าจะเจอเมื่อไหร่ เธอเลยต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้เพราะไม่งั้นคงต้องปล่อยทิ้งคอนโดที่ซื้อไว้ที่กรุงเทพ และหอบความฝันที่มีหนีกลับไปซบอกพ่อแม่ที่ลำปาง ซึ่งเธอยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้...

“หนูณชารู้จักกับตาเจเลอร์ได้ยังไงเหรอ เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ” 

“เธอเป็นลูกค้าประจำที่ร้านน่ะครับคุณแม่...” เจเลอร์พูดตอบคำถามนั้นแทนณชาตามบทที่ทั้งสองคุยกันที่ร้านในก่อนหน้า

“แล้วใครจีบใครก่อนเหรอ?” เธอยิงคำถามต่อทันที เพราะยังคางแคลงใจอยู่

“หนูค่ะ..หนูเป็นคนจีบพี่เจเลอร์ก่อน” เธอแสร้งทำเขินอายเมื่อพูดคำนั้น

“แม่ว่าแล้วไง..ถ้าหนูบอกว่าตาเจเลอร์จีบก่อน แม่คงคิดว่าหนูโกหก เพราะแม่รู้ว่าลูกชายแม่จีบสาวไม่เป็น” 

“คุณแม่ครับ~”

“อายเหรอ ก็เรื่องจริงหนิ กว่าจะยอมมีแฟนให้แม่ ปล่อยให้คนอื่นนินทาแม่ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” เธอพูดตัดพ้อลูกชาย และดูมีท่าทีจะเชื่อเรื่องที่ทั้งคู่บอกว่าเป็นแฟนกัน

“ผมอยากจะให้แน่ใจก่อนหนิครับ แล้วค่อยพาเธอมาเจอคุณแม่” 

“แล้วคบกันนานหรือยังจ๊ะ” 

“กะ เกือบปีแล้วครับ” 

“งั้นก็แต่งได้แล้วสิ” 

“คะ แคร่กๆ ขอโทษค่ะ” ใจเย็นก่อนค่ะคุณนาย...

“เป็นอะไรไหมครับ” เจเลอร์ถามสาวสวยท่าทางเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าเธอสำลักข้าวที่ทานเข้าไป

“อ๋อ ไม่ค่ะที่รัก” 

“เรื่องนั้นผมว่ารออีกหน่อยดีกว่านะครับ” 

“ใช่ค่ะ เราคบกันจริงๆ แค่ห้าหกเดือนเองค่ะ แต่ว่ารู้จักกันประมาณเกือบๆ ปี” 

“ใช่ครับคุณแม่” 

“แม่กับพ่อลูกคบกันแค่สามเดือนแม่ก็ท้องแล้วนะ...” เธอพูดท่าทางน้อยใจลูกชาย เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานหรือสร้างครอบครัว

“แม่อยากมีหลาน...” 

“คือ..คุณแม่ครับ” 

“ก็จริงหนิ แม่อยากมีหลาน คนอื่นเขามีกันหมดแล้ว แม่ไม่มีเหมือนเขา” เธอพูดท่าทางงอแงเหมือนเด็กเพราะเป็นวิธีกดดันลูกชายในแบบฉบับของเธอที่ทำอยู่ประจำ

“รออีกหน่อยนะครับคุณแม่...” 

“ให้รอถึงเมื่อไหร่ บอกมาสิ” เธอนิ่งเพื่อรอฟังคำตอบจากลูกชาย “เห็นไหม ลูกก็ตอบแม่ไม่ได้” 

“ถ้าคุณแม่เหงา ผมซื้อหมาให้เลี้ยงเอาไหมครับ...” 

“ไม่เอาหมา แม่จะเอาหลาน หลาน...” เธอพูดเน้นคำว่าหลานเพื่อให้ลูกชายเข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการ

“เข้าใจแล้วค่ะคุณแม่ ไว้หนูขอปรึกษาเรื่องนี้กับที่บ้านหนูก่อนนะคะ” เธอพูดเอาใจคุณหญิงจิตตาเพื่อแก้ไขสถานะการณ์เฉพาะหน้าเวลานั้น

“จริงนะหนูณชา~” เธอแสดงท่าทางดีใจเมื่อความฝันของเธอเริ่มเห็นความเป็นไปได้มากขึ้น “น่ารักจังเลยลูก แม่รอฟังข่าวดีนะ^^”

ผมไม่ชอบพูดโกหกเลยจริงๆ แต่เหมือนว่านั่นจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมยื้อเวลาจากเรื่องนั้นไปได้ และไม่ทำให้แม่ของผมพาผู้หญิงแปลกหน้ามาเสนอให้ผมถึงที่ร้านอีก เพราะหากเป็นแบบนั้นผมคงต้องแต่งกับใครสักคนที่คุณแม่พามาให้รู้จัก...

“อ๋อจริงสิ พรุ่งนี้หนูณชาว่างไหมลูก” 

“พรุ่งนี้เหรอคะ” ถ้าตอบว่าว่างคงได้ใจคุณนายแน่ “ว่างค่ะคุณแม่ พรุ่งนี้ณชาว่างทั้งวันเลยมีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“ดีเลย งั้นพรุ่งนี้ไปออกงานเป็นเพื่อนแม่หน่อยสิ แม่ไม่อยากไปคนเดียว...” 

“ออกงานเหรอครับ” 

“ใช่ งานแต่งลูกชายคุณนุช ที่แม่ชวนลูกไปไง” 

“เอ่อแต่...” 

“แต่อะไร..หนูณชาบอกแม่แล้วว่าว่าง ถ้าว่างก็ไปได้สิจริงไหมลูก” เธอหันมาถามณชาอย่างตั้งตารอคำตอบ

เอาแล้วไง ปัญหาเกิดแล้วยัยณชา... “เอ่อ...” 

“เหอะ ไม่เป็นไร แม่ไปคนเดียวก็ได้” 

“ณชาไปได้ค่ะ..แต่กำลังคิดอยู่ว่าพี่เจเลอร์จะว่างไปด้วยหรือเปล่า” เธอรอคำตอบจากเจเลอร์เพราะไม่กล้าที่จะไปกับแม่ของเขาตามลำพัง กลัวว่าจะหลุดโป๊ะความจริงกลางงานสังคม คงได้อับอายขายขี้หน้าแน่ๆ

“เอ่อ...” 

“ไปด้วยกันนะคะที่รัก ให้คุณแม่ไปคนเดียวคงเหงาแย่” 

เธอทำหน้าตาอ้อนเจเลอร์เพื่อบอกให้เขาทำตามสิ่งที่เธอแนะนำ เพราะเธอรู้จุดประสงค์ของคุณแม่ว่าท่านต้องการพาเธอที่เป็นแฟนลูกชายไปออกงาน เพื่อประกาศให้คนอื่นรู้ว่าลูกชายของเธอไม่ได้เป็นเกย์ และมันก็น่าจะดีถ้าเธอพาเจเลอร์ไปออกงานด้วยกันได้ ทุกอย่างน่าจะจบ…

“ทำไมหนูน่ารักจังเลยลูก^^” ฉันรู้สึกจะชอบเด็กคนนี้แล้วสิ ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่เป็น ชั่งเอาอกเอาใจซะเหลือเกิน

“ก็ได้ครับ ผมไปด้วยก็ได้” เหมือนว่าคุณณชาจะมีแผนอาไรบางอย่าง ซึ่งผมก็อยากจะลองเชื่อเธอดูเผื่อว่านั่นจะเป็นทางออกที่ดี

“จริงนะ งั้นคืนนี้หนูณชานอนที่นี่นะลูก..” 

“อะไรนะคะ?!”

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

จ้างให้รัก

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED