ตอน 2

ขนาดนี้แล้วยังไม่เจียมตัวอีก

คุณหมอหนุ่มได้แต่โมโหในความสิ้นคิดของเจ้าหล่อน

ร่างงดงามดูยั่วยวนในเดรสดำสั้นเสมอหู กำลังสาวเสาโครเมี่ยมเคลือบเงาในงานอยู่ เจ้าหล่อนทั้งรูดทั้งเต้น ขนาดว่ามองไกลๆ แบบนี้ยังเห็นว่าคงเมามากเป็นแน่ ยิ่งก่อตะกอนขุ่นข้นในใจของหมอหนุ่มผู้เป็นสามียิ่งนัก

เขาเดินเข้าไปจนถึงเธอ คว้าข้อมือขาวเล็กนั่นแล้วดึงเพียงหน่อยเดียวให้เจ้าหล่อนรู้ตัว ก่อนจ้องด้วยสายตาเย็นเฉียบ เค้นเสียงสั่ง

“ลงมาเดี๋ยวนี้ฐิตตา”

เธอหรี่ตาลงมองเมื่อได้ยินว่ามีคนเรียก แล้วบีบเสียงหัวเราะใส่ ออกแรงที่แทบไม่มีสะบัดมือผู้เป็นสามีเต็มกำลัง

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ‘เด็กของพ่อ’ นี่เอง”

‘เด็กของพ่อ’ บดกรามเล็กน้อยกดความรู้สึกไม่พอใจที่พลุ่งพล่านขึ้นในเสี้ยววินาทีให้ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

มีเพียงเขาและเธอที่รู้ความหมายของมันว่าคืออะไร

นายแพทย์หนุ่มไม่ได้หลุดกิริยาโมโหอย่างที่ฐิตตาพยายามยั่ว เขาควบคุมอารมณ์ได้ดีเสมอ แล้วกดเสียงต่ำบอกกลับมาอีกครั้ง

“ลงมา!”

“เอาสิทธิ์อะไรมาสั่งคะ”

เจ้าหล่อนไม่สะบัดมือออก มองยั่ว ก่อนถามยียวน แจงเป็นข้อๆ

“สิทธิ์ของหมอประจำตัวฐิตตา”

“สิทธิ์ของสามีฐิตตา”

“หรือว่าสิทธิ์ของเด็กในสังกัดของพ่อฐิตตา”

นายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลหมดสิ้นความอดทนในวินาทีนั้นเอง เจ้าหล่อนเพิ่งดิสชาร์จจากอาการหมดสติและยังตรวจหาสาเหตุไม่พบ พอตกดึกก็โผล่มาที่นี่เลย

มันน่านัก!

บีบข้อมือเล็กๆ ของฐิตตาแล้วออกแรงดึงทีเดียว หล่อนก็หลุดออกจากโพลแท่งนั้นลงมาปะทะกับหน้าอกของเขา

เพื่อนชายหญิงของฐิตตาในปาร์ตี้แห่งนั้นมองมาที่ทั้งคู่กันเกือบหมดทั้งงาน เมื่อเห็นว่านั่นน่าจะเป็นเรื่องที่สนุกที่สุดในค่ำคืนนี้ บางคนผิวปากแซว บางคนจะเข้ามาช่วยฐิตตา แต่พอเห็นนายแพทย์ภวินท์มองกราดมายังตน จึงจำเป็นต้องถอยหลังออกไป เรื่องสามีภรรยาใครอยากเข้าไปยุ่มย่ามกันเล่า

แม้จะมีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูก็ตามว่าสองคนนี้เขาแต่งกันแต่ในนาม แต่นี่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว อาจไม่ใช่แค่ในนามแล้วก็เป็นได้

นายแพทย์หนุ่มตวัดร่างภรรยาขึ้นพาดบนบ่าแล้วพาออกจากงานเลี้ยงไปในทันที สภาพแบบนี้เขาไม่เอากลับไปบ้านให้คนของเธอที่รออยู่เห็นแล้วอาจพากันช็อกจนต้องหามส่งโรงพยาบาลกันอีกหรอก เปลืองเตียงคนไข้!

ตรงเข้าลิฟต์ มุ่งสู่ชั้นบนสุดที่เป็นห้องพักส่วนตัวของเขาน่าจะดีกว่า ภวินท์ตั้งใจทิ้งหล่อนไว้ในนั้นจนกว่าจะสร่างเมาแล้วค่อยปล่อยให้หาทางกลับบ้านเองในสภาพที่ดีกว่านี้

ฐิตตาออกแรงดิ้นเต็มแรง พร้อมตวาดถาม

“จะพาฉันไปไหน ฉันยังไม่กลับ”

“หยุดเถอะฐิตตา”

“ถ้าไม่หยุดจะทำไม จะปล้ำใช่ไหม”

“ปล้ำคุณอย่างนั้นหรือ ผมจะทำไปทำไม ผู้หญิงสกปรกๆ แบบนี้อบฆ่าเชื้อก็ไม่มีทางสะอาดขึ้นมาหรอก เรื่องอะไรจะเอาตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วย”

“ฮึ จะดีกว่ากันแค่ไหนเชียว กับเด็กบาร์อย่างคุณน่ะ”

“ปากดีจริงนะเรา”

หมอหนุ่มเค้นเสียงใส่ เขาพาหล่อนมาจนถึงห้องแล้วเปิดประตูโยนเธอลงไปที่พื้นอย่างไม่แยแส หันหลังจะออกจากห้องไป ไม่อยากตอแยเจ้าหล่อนอีก แต่อีกฝ่ายก็ร้ายกาจไม่หยุดหย่อน หญิงสาวเข้ามาทึ้งเสื้อของเขาจากทางด้านหลัง หมอหนุ่มหลบทัน อีกฝ่ายเลยคว้าได้แต่อากาศ แล้วล้มร่วงลงพื้นในวินาทีต่อมา

ฐิตตาร้องเสียงหลงทันที “โอ๊ย”

เขามองเธอด้วยสายตาแบบเดียวกับคำพูด “สมควรเจ็บ”

“เราเพศเดียวกัน ไม่ควรรังแกกันแบบนี้เลยนะหมอวิน”

เจ้าหล่อนยังคงยวนไม่เลิกรา และสีหน้าแววตาแบบนี้นี่เองที่สามารถจุดโทสะให้นายแพทย์ผู้เคร่งขรึมหลุดมาดได้ทุกคราวไป พอตั้งสติได้ ถึงได้ตอกหล่อนกลับ

“อย่ามาพูดยั่วผมเลย ด่าผมให้ตายผมก็ไม่ปล้ำคุณหรอก”

“ใครอยากให้คนอย่างคุณปล้ำ”

ฐิตตาเถียงอะไรเขาไม่ได้อีกก็ยื่นมือ บอกเสียงอ่อนลง อีกมือคลำข้อเท้าของตนเองไปมาเบาๆ

“ช่วยหน่อย”

หมอหนุ่มมองกิริยาแฝงไปด้วยอันตรายนั้นแล้วก็ว่า

“ลุกขึ้นมาเอง”

“เนี่ย เจ็บข้อเท้า”

ภวินท์มองไปยังข้อเท้าเล็กๆ ที่ขาวจัดของหล่อนก็จำใจย่อตัวลงไปดู เมื่อครู่อาจเป็นได้ที่เธอล้มผิดท่า เมื่ออยู่ในระยะมือเอื้อมถึง คนฤทธิ์มากก็พ่นพิษด้วยการทึ้งเสื้อเชิ้ตลงหาตัว ก่อนจะยื่นอีกมือคว้าจะขยุ้มผมของเขา

หล่อนอยากกระชากผมดำสละสลวยของเขาให้หลุดออกจากหนังหัวให้หมดไปเลย ค่าที่กล้ามาปากดีกับตนเอง แต่แล้วชายหนุ่มก็หลบหลีกได้อีกครั้ง พร้อมกระชากแขนเธอให้ถลาราวกับนกปีกหักไปยังอีกทาง

“ฤทธิ์เยอะนะฐิตตา”

ชายหญิงคู่นั้น อีกคนสู้อีกคนหลบหลีกกันไปมาอยู่ชั่วขณะ ฐิตตาก็คว่ำเขาลงจนได้ จังหวะที่ภวินท์ไม่ทันได้ตั้งตัว ปากของเธอทาบลงบนปากของเขาจนเห็นว่าสีลิปสติกเปรอะก็ชะงัก

ฐิตตามองปากของเขาแล้วขำพรืดออกมา ก่อนว่า

“นึกแล้วเชียวว่าลิปสติกเฉดนี้มันต้องเข้ากับคุณหมอภวินท์”

ภวินท์มองใบหน้าน่ารักของภรรยาตาค้างไปชั่วครู่ เมื่อความใกล้ชิดระหว่างกันมีมากจนเกินไป และเขาพอเข้าใจความหมายของหล่อนดีว่าประโยคเมื่อครู่คงพยายามป่วนเขาไม่เลิกด้วยการกล่าวหาว่าเขาไม่แมน ไม่ใช่ผู้ชายแท้อะไรเทือกนั้น

แล้วก็ให้อารมณ์ไม่พอใจเดือดปุดขึ้นมาอีกระลอก เหตุใดเธอถึงอยากให้เขาเป็นเพศที่สามนัก และก่อนที่ฐิตตาจะทันได้ตั้งตัว เขาจับให้ร่างของเธอพลิกลงไปนอนยังเบื้องล่าง วางมือทั้งสองข้างลงข้างใบหน้า จ้องลึกเข้ามาในดวงตา กล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทาย

“อย่างนั้นแล้วลองดูสักครั้งไหมฐิตตา ว่ายังมีอะไรที่เข้ากับผมได้อีก นอกจากลิปสติกเฉดนั้นของคุณ”

ว่าจบ เขาตามลงทาบริมฝีปากบดจูบราวกับแกล้งจนฐิตตาไม่ทันได้ระวังแต่อย่างใด และพอได้ถึงเนื้อถึงตัวหัวใจก็สั่นระรัวต้องการสัมผัสกันและกันให้มากยิ่งขึ้น ร่างของนายแพทย์หนุ่มเบียดชิดแนบสนิทเข้าหาพร้อมทั้งกระตุ้นให้ฐิตตารู้สึกร้อนเร่าสลับหนาวเย็นยะเยือก ทั้งปลุกทั้งเร้าทั้งเรียกร้องและตอบสนองกัน จวบจนผ่านคืนนั้นด้วยความเป็นสามีภรรยาอย่างสมบูรณ์ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย

ตอน 3

ฐิตตาลืมตาตื่นขึ้นในตอนใกล้เที่ยงวัน ข้างกายของเธอไม่มีร่างชายผู้ครองสถานะสามีอีกต่อไป เมื่อคืนเธอกับเขาเพิ่งได้เข้าหอกันเป็นครั้งแรก หลังพิธีการเล็กๆ และทะเบียนสมรสถูกลงนามไปได้ครึ่งเท่านั้น

เสียใจไหมกับเหตุการณ์เมื่อคืน

บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ที่รู้สึกคือโหวงในอกเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่านอนอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง ตวัดผ้าห่มออกจากร่างนวลเนียนเปลือยเปล่า พบร่องรอยจากเหตุการณ์เมื่อคืนปรากฏหราอยู่บนเรือนกายของเธอ มองหาเครื่องป้องกันแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อยที่เขาไม่ได้ใช้มันกับเธอ ไหนว่าเธอสกปรกนักหนา

แล้วทำไม...

คำถามผุดขึ้นมาในใจของฐิตตา ก่อนที่ความรู้สึกวาบหวิวจะก่อตัวแผ่ซ่านให้ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งช่องท้อง เม้มปากอย่างเจ็บใจสะบัดความคิดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้ง

เดินเข้าไปอาบน้ำชำระล้างคราบต่างๆ จนเรียบร้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นกดหาข้อมูลครู่ใหญ่ ค่อยตรงไปที่ลานจอด กระชากรถหรูของตัวเอง ขับไปที่ร้านขายยา จัดแจงกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกเรียบร้อย ถึงกลับเข้าบ้านย่านกลางเมือง ที่ซึ่งไม่ไกลนักจากโรงแรมที่เธอใช้พำนักมาทั้งคืน

นางอัมพรยืนเชิดคออยู่ที่หน้าบ้าน ตอนที่ฐิตตาลงมาจากรถ เธอมองมารดาของนายแพทย์ภวินท์ด้วยหางตา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทางนั้น ก่อนก้าวเท้าเข้าบ้าน หญิงแก่วัยกว่ามองมาที่เธอแล้วบิดริมฝีปากเอ่ยถามด้วยความหยันเหยียดไม่เคารพ

“ไม่ทราบว่าเมื่อคืนไปฟัดกับไอ้กุ๊ยที่ไหนมาหรือคะ สภาพเช้านี้ถึงได้ดู...” ทักแค่นั้นแล้วมองหมิ่นอย่างจงใจ

ถ้าคนถามรู้ว่า ‘ไอ้กุ๊ย’ ที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนเป็นลูกชายของตัวเอง คงอกแตกตายแน่ คิดได้อย่างนั้นแล้วก็ยิ้มมุมปาก คิดต่อไปอีกว่าหากความสัมพันธ์เมื่อคืนนี้ทำให้เธอท้องได้ เธอจะเก็บเด็กไว้ปั่นหัวสองแม่ลูกนี่เล่น

ไม่ตอบอะไรแล้วตั้งท่าเดินหนี

“คุณฐิตตาไม่กลับบ้านบ่อยๆ แบบนี้ ข้างนอกรู้เข้าจะเป็นข่าวอีกนะคะ”

“เป็นแค่แม่บ้านไม่ใช่หรือไง”

ตอกกลับสั้นๆ อย่างไม่อยากให้ราคาอีกฝ่าย แล้วผละเดินกลับห้องของตนเอง

ตั้งแต่บิดาของเธอเสียชีวิต สองแม่ลูกนั่นก็กร่างขึ้นมาในบ้านเธอทันที ฐิตตาเริ่มไม่ลงรอยกับบิดาเมื่อตอนเข้าวัยรุ่น เธอถูกส่งให้เป็นเด็กนักเรียนประจำมาตลอดจึงไม่ใคร่รู้เรื่องราวเป็นไปในบ้านของตนเองเท่าไรนัก

รู้แต่เพียงว่าบิดาของเธออุปการะสองแม่ลูก ซึ่งก็คือ นางอัมพร และ ภวินท์มานาน นอกจากดูแลอาการป่วยของนางอัมพรจนหายดีแล้ว ยังให้ที่พักสองแม่ลูกกาฝากนี่ ยังส่งเสียบุตรชายของนางอัมพรให้เล่าเรียนจนจบอีกด้วย

นึกถึงข่าวฉาวของบิดาก็ให้ใจสั่น

บิดาและมารดาของฐิตตาต้องเลิกรากันก็เพราะเรื่องนี้

ท่านเป็นชายมีรสนิยมรักร่วมเพศ

คิดถึงวันที่ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของมารดาก็ให้ปวดใจยิ่งนัก ท่านเห็นคาตาว่าสามีของตนกกกอดอยู่กับชายจากบาร์โฮสก็เสียใจอย่างหนักแล้วขับรถออกมาจนประสบอุบัติเหตุ จากนั้นบิดาของฐิตตาก็ใช้ชีวิตอิสระมาโดยตลอด สุดท้ายท่านก็จบชีวิตของท่านเอง

หยุดคิดเรื่องบั่นทอนจิตใจ ฐิตตาเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋า เธอตัดสินใจได้ตั้งเป็นสัปดาห์มาแล้วว่าจะไปจากที่นี่ ก่อนหน้าเธอเข้าไปติดต่อกับคุณอาที่ธนาคารมาแล้ว ปิดมันทุกบัญชีที่มีสิทธิ์เบิกถอนเงิน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตของตนเอง

บ้านที่มีแต่คำเรียก แต่ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมอีก เมื่อคืนมันก็แค่งานเลี้ยงที่เพื่อนของเธอจัดเลี้ยงส่งให้เมื่อตอนที่ฐิตตาบอกว่าจะไปจากเมืองไทย แล้วทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ พอพวกนั้นถามถึงสามีของเธอ ฐิตตาก็บิดปากให้รู้ว่าน่ารังเกียจสิ้นดี อย่าได้ถามถึงคนคนนั้น

‘ไม่ต้องห่วงนะนังถิงถิง พี่หมอน่ะ ฉันจะดูแลให้เอง’

เรื่องนี้ก็ด้วยที่เธอต้องการจัดการให้จบสิ้นไป ก่อนเดินทาง สัญญาบ้าบอที่บิดาเอ่ยปากขอให้เธอเซ็นชื่อลงไปเพื่อท่าน เหมือนกรงที่ขังเธอเอาไว้ บัดนี้ฐิตตาขอปลดปล่อยตัวเองออกจากกรงนั่นทีเถอะ

ใบหย่าถูกเซ็นเอาไว้เรียบร้อย

ฐิตตาเก็บเฉพาะของที่สำคัญลงในกระเป๋า เหลือบไปเห็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงผมสีชมพูแปร๋นก็เอามากอดพร้อมน้ำตาไหลรินสองข้างแก้มช้าๆ

“ถิงคิดถึงคุณแม่ค่ะ”

งึมงำเบาๆ กอดตุ๊กตาที่มารดาซื้อให้จนหยุดร้องไห้ได้แล้วค่อยลากกระเป๋าออกมา พบพี่เลี้ยงคนสนิทยืนมองอยู่ตรงหน้าห้องนั่น พี่นวลถามหน้าเศร้า แม้จะตื่นตกใจแค่ไหน ใบหน้าและแววตาของพี่นวลก็เศร้าเสมอ

“คุณหนูจะไปไหนคะ”

“ถิงจะกลับไปเรียนต่อค่ะพี่นวล”

“อย่าไปเลยนะคะคุณหนู เพิ่งจะกลับมาก็จะไปอีกแล้ว”

พี่เลี้ยงที่คอยดูแลฐิตตาในวัยเด็กบอกอย่างอาลัย

นวลไม่เชื่อว่าคุณหนูที่ตนเลี้ยงมาแต่เล็กจะเป็นผู้หญิงประเภทใจแตก คุณหนูของนวลรักสงบ ทั้งยังเรียบร้อยและฉลาดพูดจาจะตาย แต่ทำไมเจ้าตัวถึงปล่อยให้ภาพออกสื่อไปแบบนั้นก็ไม่รู้ จนตอนนี้ใครต่อใครพากันซุบซิบนินทาทั่วว่าฐิตตาเป็นผู้หญิงที่มีดีแต่สวยอย่างเดียว อ้อ พ่วงตัวปัญหาเข้าไปในเจ้าหล่อนด้วยอีกข้อ

คุณหนูของนวลต้องกำลังคิดอะไรในใจอยู่เป็นแน่

ฐิตตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาซาบซึ้งใจ หากจะเหลือคนที่รัก ห่วงใย หวังดีกับฐิตตาจริงๆ ก็คงมีเพียงพี่นวลกับป้าทุม ป้าแม่ครัวเก่าแก่นี่เท่านั้นละมัง

ฐิตตาละมือจากกระเป๋าลาก เดินมากุมมือพี่เลี้ยงของตนแล้วว่า “ถิง อยู่ไม่ได้แล้วค่ะ”

“แต่ที่นี่เป็นบ้านคุณหนูนะคะ”

ใช่ เธอเรียกมันว่าบ้าน เพราะเกิดและโตที่นี่

แต่บิดาโอนให้เป็นชื่อของนายแพทย์ภวินท์ไปแล้ว หลังจากหลอกให้เธอเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรส ท่านก็โอนชื่อบ้านให้เป็นของนายแพทย์ภวินท์อยู่ดี

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED