ตอน 1

คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองหลวง คือที่อยู่อาศัยของ มาลี นักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่สี่ ท่ามกลางความหรูหรา สะดวกสบายที่โอบล้อมอยู่รอบตัว มันกลับไม่ได้ทำให้ชีวิตของมาลีมีความสุขเต็มร้อยอย่างที่ควรจะเป็นเลย

เพราะอะไรน่ะเหรอ...

ก็เพราะว่าสิ่งต่างๆ ที่หล่อนมีอยู่ในตอนนี้ มันต้องแลกมาด้วยเรือนร่าง และลีลาบนเตียงนั่นเอง

หล่อนคือเด็กเสี่ย...

นักศึกษาสาวสวยหุ่นสะบึมที่มีผู้ชายร่ำรวยคอยเลี้ยงดูอุ้มชู

ไม่ว่าหล่อนจะต้องการอะไร อยากได้สิ่งของราคาแพงแค่ไหน ก็จะได้มาอย่างง่ายดาย เพียงแค่ทำตัวให้ร่านร้อนบนเตียง ให้ถูกอกถูกใจเจ้าของเงิน

ชีวิตเด็กเสี่ยของหล่อนเริ่มต้นมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ปีที่สอง เพราะเดือดร้อนเงินอย่างหนัก ไม่มีเงินจ่ายแม้กระทั่งค่าหอพัก ทำให้เพื่อนที่รู้จัก แนะนำอาชีพนี้มาให้

ขายตัวแลกกับเงิน...

หล่อนจำได้ว่าตัวเองปฏิเสธไปทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ต้องทำออกจากปากของเพื่อน แต่ภาระ และทุกอย่างรอบตัวก็บีบบังคับให้หล่อนต้องยอมก้มหัวให้กับโชคชะตาร้ายๆ

จำต้องยอมขายตัวให้กับมหาเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยรู้จักหน้าค่าตามาก่อน

จำนวนเงินสามหมื่นบาท คือเงินก้อนแรกที่ได้จากการขายตัว ผู้ชายคนนั้นจ่ายให้ล่วงหน้า ก่อนจะได้เจอตัวจริงหล่อนเสียอีก

และเมื่อถึงค่ำคืนที่ต้องถูกพร่าผลาญพรหมจรรย์ การเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ตัวเองไม่เคยรู้จักมาก่อนมันคือความสยองขวัญที่สุดในชีวิต

ในหัวของหล่อนจินตนาการเอาไว้ว่า มหาเศรษฐีพันล้านคนนี้คงจะอายุอานามคราวพ่อคราวปู่ของตัวเอง รูปร่างก็คงอ้วนท้วมเหมือนอาเสี่ยที่เคยเห็น แต่สิ่งที่คิดเอาไว้ในหัว มันกลับตรงกันข้ามกับความจริงตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง

ผู้ชายที่ซื้อหล่อนไม่ใช่แค่ไม่แก่คราวปู่คราวทวดเท่านั้น แต่เขายังหล่อ...

ใช่...

หล่อมาก...

หล่อเหลาจนต้องยกมือขึ้นขยี้ตาของตัวเองซ้ำหลายครั้งเลยทีเดียว

แถม...

รูปร่างของเขาก็ยังเกินกว่าคำว่า เพอร์เฟ็ก สมบูรณ์แบบไปซะทุกสัดส่วน

“สวัสดี ผู้หญิงของฉัน”

คำทักทายแรกจากปากของเขาทั้งนุ่มนวล ทั้งเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน

หล่อนไม่อาจจะละสายตาจากภาพความงดงามตรงหน้าได้เลย

เพราะผู้ชายตรงหน้า งดงามยิ่งกว่าลูกรักของเทพเจ้าเสียอีก

“ฉันชื่อภูมิระพี เรียกสั้นๆ ว่าภูมิเฉยๆ ก็ได้”

“สะ...หวัดดีค่ะคุณ... ภูมิระพี”

หล่อนตะกุกตะกักมาก คล้ายกับเด็กที่ยังพูดไม่คล่อง

“บอกว่าเรียกสั้นๆ ก็ได้ ภูมิ...”

รอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากทั้งสองข้างของภูมิระพี มีผลอย่างรุนแรงต่อหัวใจของหล่อนเหลือเกิน

“คุณ... ภูมิ...”

เมื่อหล่อนยอมเรียกชื่อเล่นของเขาตามคำสั่ง จากรอยยิ้มเล็ก ๆ ก็กลายเป็นรอยยิ้มกว้าง และเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

สายตาคมกริบตวัดมองร่างของหล่อนที่ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษา และแววตาของเขาก็บอกให้รู้ว่า เขาชื่นชอบในสิ่งที่เห็นแค่ไหน

คงเพราะหล่อนรูปร่างค่อนข้างดี มีหน้าอกอวบใหญ่ มีเอวเล็ก ๆ และมีสะโพกที่ผายกลมกลึง ตามแบบฉบับผู้หญิงในฝันของผู้ชายร่ำรวยนั่นเอง

“เธอสวยกว่าในรูปมากเลยนะ”

เขาชมหล่อนอีกครั้ง พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดใกล้ยิ่งกว่าเดิม

สมองของหล่อนเริ่มอื้ออึง เมื่อกลิ่นฟีโรโมนจากเนื้อตัวของเขาโชยฟุ้งเข้ามาในจมูก

ร่างกายของหล่อนขานรับกับแรงดึงดูดทางเพศนั้นอย่างรุนแรง จนน่าตื่นตกใจ

และเหมือนเขาจะรับรู้ได้ จากสีหน้า และอาการตัวสั่นเทิ้มของหล่อน

“ใจเย็น ๆ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก”

“เอ่อ...”

เขายื่นมือมาจับที่ท่อนแขนของหล่อน ทำให้หล่อนยิ่งสะดุ้ง และเผลอตัวจะถดถอยหนี แต่เขาก็ร้องห้ามเสียงนุ่มเสียก่อน

“บอกแล้วไง... ไม่ต้องกลัว ฉันยังไม่เริ่มตอนนี้หรอก...”

“...”

“ฉันอยากจะพูดคุยทำความรู้จักกับเธอก่อนน่ะ ไปนั่งที่โซฟาเถอะ”

แล้วเขาก็รั้งร่างสั่นเทิ้มของหล่อนให้เดินตรงไปที่โซฟา และกดบ่าบอบบางเบาๆ เพื่อให้หล่อนนั่งลง โดยมีเขาหย่อนกายลงนั่งเคียงข้าง

หล่อนนั่งก้มหน้างุด หัวใจเต้นแรงแทบจะกระดอนออกมาจากทรวงอกเสียให้ได้

ตอนนี้หล่อนไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องเสียตัว แต่กลับรู้สึกหวาดหวั่นและอ่อนไหวกับผู้ชายตรงหน้ามากจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้แทน

เขาหล่อ...

และเขาก็เหมือนมีเวทมนต์อะไรบางอย่างที่สะกดให้หล่อนลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น

“เธอชื่อมาลีใช่ไหม”

“ค่ะ...”

“มีชื่อเล่นไหม”

“เอ่อ...”

หล่อนเผลอตัวช้อนตาขึ้นมองเขา เมื่อดวงตาสบประสานกัน เสมือนถูกดูดเข้าไปในดวงตาคมเข้มตรงหน้า

ร่างกายของหล่อนกำลังจะละลาย ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังพุ่งทะยานขึ้นจนถึงขีดสุด

“ทำไมเวลามองฉัน ต้องแก้มแดงด้วยล่ะ”

“คือ...”

เขาหัวเราะเบาๆ คล้ายกับอารมณ์ดี ที่เห็นหล่อนประหม่า

“ยังไม่ตอบเลย มีชื่อเล่นให้ฉันเรียกไหม”

กลีบปากสีแดงสดเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนจะตัดสินใจตอบออกไป แต่เสียงเบามาก จนเขาต้องยื่นใบหน้าหล่อ ๆ เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น

หล่อนผงะศีรษะไปด้านหลัง แต่เขาเร็วกว่า มือหนาสอดไปรองใต้ท้ายทอยเอาไว้ และยึดตรึงไม่ให้หล่อนหนีห่าง

“มาลี... ค่ะ...”

“แสดงว่าไม่มีชื่อเล่น”

ใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนหล่อนใจคอไม่สู้ดี

“หนู... ไม่มีชื่อเล่นหรอกค่ะ”

“โอเค งั้นฉันจะเรียกเธอว่า มาลี...”

ปากอิ่มยังคงเม้มแน่น และพยายามที่จะหลุบตาลงต่ำ ไม่ยอมมองเขา

คนตัวโตจึงมีโอกาสได้กวาดตาใบหน้านวล และก็พบว่านักศึกษาสาวคนนี้หน้าตาสวยงามไม่น้อย แถมยังเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา

“แล้วทำไมถึงมาทำอาชีพนี้ล่ะ”

“เอ่อ...”

เมื่อเขายิงคำถามตรงๆ หล่อนก็ถึงกับตัวแข็งทื่อไปเลยทีเดียว

“อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันก็แค่อยากรู้... ว่าเด็กที่ฉันจะนอนด้วย เต็มใจทำงาน หรือว่าถูกบังคับมาน่ะ”

ตอน 2

สองแก้มทั้งแดงทั้งร้อนจัด อับอาย อดสู แต่ก็จำต้องอดทนเอาไว้

“หนู... เต็มใจทำงานนี้ ไม่มีใครบังคับค่ะ”

“เงินที่พ่อแม่ให้ใช้ไม่พอ? หรือว่าต้องการซื้อกระเป๋าแพงๆ ไปอวดเพื่อนล่ะ”

ท้ายประโยคของเขามีความเย้ยหยันเล็กๆ แต่เขาไม่ผิดหรอกที่รู้สึกแบบนั้น

“คือ... หนูไม่มีพ่อแม่หรอกค่ะ เกิดมาก็อยู่กับตายาย แต่ตอนนี้ตากับยายเสียไปหมดแล้ว หนูก็เลยต้องดิ้นรนหาเงินเรียนเองน่ะค่ะ”

ความเยาะหยันในดวงตาของเขาค่อย ๆ จางหายไป และมีความสงสารเวทนาเข้ามาแทนที่

“เธอขายตัวเพราะต้องการเงินไปจ่ายค่าเทอม”

“ก็... ประมาณนั้นน่ะค่ะ”

หล่อนปั้นยิ้มออกไป เพราะไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของตัวเอง แต่ทำไม่สำเร็จหรอก เพราะความอ่อนแอมันฉายชัดเต็มดวงตาของหล่อนออกไปหมดแล้ว

เขาลุกขึ้นยืน โดยที่หล่อนรีบลุกขึ้น และคว้าแขนกำยำเอาไว้

“คุณ... จะเปลี่ยนใจเหรอคะ”

“ฉันรู้สึกไม่ดีที่ต้องทำลายชีวิตของเธอ”

“มะ... ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะคะ คุณนอนกับหนู เป็นการช่วยต่อลมหายใจของหนูต่างหากล่ะคะ”

หากเขาเปลี่ยนใจ หล่อนจะทำยังไง เงินที่รับมาแล้วก็เอาไปจ่ายค่าห้องแทบหมดแล้ว

“เท่าที่ฉันคุยกับเธอ ฉันก็พอจะเดาได้ว่า เธอเพิ่งรับงานครั้งแรก”

“หนู...”

“เงินที่ฉันให้ไปแล้ว ไม่ต้องคืนหรอกนะ ถือว่าฉันช่วยเธอก็แล้วกัน”

เขาแกะมือของหล่อนออก และทำท่าจะเดินออกไป แต่หล่อนรีบวิ่งตามไปดึงเอาไว้อีกรอบ

“ได้โปรด... อย่าเปลี่ยนใจเลยนะคะ ให้หนูได้ทำหน้าที่เถอะค่ะ”

“เธอควรจะดีใจมากกว่านะมาลี... ที่ไม่ต้องเสียครั้งแรกให้กับผู้ชายที่ไม่มีทางจริงจังกับผู้หญิงอย่างเธอได้แบบฉัน”

หล่อนสะอึกด้วยความเจ็บ แต่ก็จำต้องซุกซ่อนมันเอาไว้ให้มิด

“หนูไม่ต้องการเอาเปรียบคุณค่ะ”

“ไม่ถือว่าเป็นการเอาเปรียบหรอก เงินนั้นถือว่าฉันให้”

“แต่... ถึงคุณจะไม่นอนกับหนู หนูก็ต้องไปรับงาน นอนกับคนอื่นอยู่ดี”

แววตาของเขามืดดำลง ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะขยับถาม

“สามหมื่นไม่พอหรือ”

“หนูต้องใช้มากกว่านั้นค่ะ และหนูก็มองไม่เห็นงานอื่นที่ได้เงินมากแบบงานนี้แล้วล่ะค่ะ”

หล่อนพยายามพูดให้เขา คิดว่าตัวหล่อนนั้นไม่ใช่คนดี เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียเงินเปล่า

หล่อนรับเงินมา ก็อยากทำงานให้สำเร็จ...

ไม่อยากเอาเปรียบใคร...

และภูมิระพีก็คือผู้ชายที่หล่อนเต็มใจจะมีความสัมพันธ์ด้วยโดยไม่รู้สึกรังเกียจใดๆ เลย

“สรุปคือ... ต่อให้ฉันปล่อยเธอไป เธอก็จะไปรับงานกับผู้ชายคนอื่นอีก?”

“ใช่ค่ะ”

เขาถอนใจยาวๆ แววตาที่มองมายังหล่อนนั้น บอกให้รู้ว่า เขาจะไม่ปล่อยให้หล่อนรอดพ้นเงื้อมือไปได้อีกแล้ว

“งั้นฉันก็ควรใช้สิทธิ์ของฉันสินะ”

“ใช่ค่ะ คุณภูมิควรใช้บริการจากหนู...”

เขายืนนิ่งอยู่อึดใจ ก็เอ่ยขึ้น

“งั้นก็ไปอาบน้ำให้สะอาด เราจะได้เริ่มบรรเลงกันเลย”

น้ำเสียงของเขาเย็นชา และน่ากลัวไม่น้อย ในขณะที่หล่อนพยายามที่จะฝืนยิ้มสู้

“ได้ค่ะ... เดี๋ยวหนูมานะคะ”

เขาไม่ได้ตอบอะไรออกมา หล่อนจึงหมุนตัวหันหลัง และเดินเข้าไปในห้องน้ำ

กระจกบานใหญ่ตรงหน้า สะท้อนภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของหล่อนออกมาให้ได้เห็น

“มันคืองาน... เธอต้องทำเพื่ออนาคต มาลี...”

หล่อนพยายามปลอบใจตัวเอง พยายามบอกว่าทุกอย่างที่ทำลงไปเพราะความจำเป็น แต่หัวใจก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ดี

ขายตัว...

คำ ๆ นี้มันคงจะติดอยู่ในหัวใจของหล่อนไปชั่วชีวิต ไม่มีทางล้างออกได้

เสียงโทรศัพท์มือถือที่เอาติดมือมาด้วยในห้องอาบน้ำดังขึ้น

หล่อนกดรับและยกขึ้นแนบหู

“มีอะไรเหรอเจน”

เจนจิราคือเพื่อนที่แนะนำงานนี้ให้กับหล่อน เพราะเจนจิราเองก็ทำงานนี้อยู่เช่นกัน

“ฉันก็แค่จะโทรมาสอบถามน่ะ ว่าเป็นยังไงบ้าง คุณภูมิระพีถึงโรงแรมหรือยัง”

“ถึง... แล้วล่ะ”

“งั้นถ้าถึงแล้ว แกก็ต้องบริการเขาให้ดีเลยนะรู้ไหม เขาจะได้ติดใจและเรียกใช้บริการแกอีกไง”

“ฉัน...”

“นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะแก คุณภูมิระพีน่ะรวยมาก แถมยังโสดด้วยนะแก ถ้าแกทำดี อาจจะได้ผูกปิ่นโตเลยก็ได้นะ”

“ผูกปิ่นโต? มันคืออะไรเหรอเจน”

“แหม แกนี่จะไร้เดียงสาอะไรนักหนา ผูกปิ่นโตก็คือเลี้ยงดูถาวรยังไงล่ะ แกจะได้ไม่ต้องไปรับงานกับผู้ชายคนอื่นอีก ดีจะตาย ได้เงินใช้รายเดือนด้วย” น้ำเสียงของเจนจิราพูดด้วยความพึงพอใจ

“เหมือนเมียลับใช่ไหม”

“มันก็แบบนั้นน่ะแหละ แต่แกจะไปคิดอะไรมากล่ะ ได้เงิน ได้มีชีวิตดีๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว จริงไหม”

มาลีนิ่งเงียบไป เจนจิราจึงพล่ามต่อ

“นี่แล้วแกต้องบริการคุณภูมิระพีให้ถึงอกถึงใจเลยนะ ที่ฉันรู้มา เขาชอบให้อมกล้วยน่ะ”

“อมกล้วย?”

“แหม หมายถึงอมไอ้นั่นของเขาน่ะ อม ๆ ดูด ๆ แกต้องตวัดลิ้นไปด้วยนะตอนเอาปากรูดขึ้นลงน่ะ”

คนฟังถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย และก็เหมือนเจนจิราจะรู้ทัน

“ฉันรู้ว่าแกไม่เคย แต่แกต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้น เขาก็จะไม่ติดใจ แกก็จะอดผูกปิ่นโตนะ”

“ฉัน... กะว่าจะทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว...”

มาลีบอกกับเพื่อน แต่ก็ถูกเพื่อนหัวเราะเยาะใส่มาทางสายโทรศัพท์

“ค่าใช้จ่ายสมัยนี้มันแพงขนาดไหนแกก็รู้ ทั้งค่าห้อง ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเทอม ค่าเรียน โอ๊ย จิปาถะ ถ้าแกไม่ขายตัว แกก็ไม่มีเงิน”

คำพูดของเจนจิรามันคือความจริงทุกอย่าง

“เอาเป็นว่า ทำตามที่ฉันบอก แล้วแกจะสบาย มีเงินใช้ มีเงินจ่ายค่าเทอม ไม่ต้องไปผัดผ่อนอีก”

“ฉัน... จะพยายาม”

“ดีมาก ท่องไว้เผื่ออนาคตของแกเอง”

เจนจิราวางสายไปแล้ว แต่มาลีก็ยังคงยืนกำโทรศัพท์มือถือนิ่งอยู่อย่างเดิม

ไม่มีอะไรผิดสักอย่าง...

เจนจิราพูดถูกต้องแล้วล่ะ

ถ้ามีเงิน...

ชีวิตของหล่อนก็จะสบาย ไม่ต้องถูกทวงค่าเทอมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบทุกวันนี้

ตอน 3

หลังจากตั้งสติอยู่ภายในห้องน้ำนานเกือบครึ่งชั่วโมง มาลีก็ตัดสินใจก้าวออกมา เผชิญหน้ากับความจริงที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

เงิน...

หล่อนบอกตัวเองว่าเงินคือเป้าหมายของตัวเอง ดังนั้นเมื่อรับเงินมาแล้วก็ต้องทำงานให้เสร็จ ให้เรียบร้อย เผื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่ลูกค้าจ่ายมา

แม้งานที่กำลังจะทำ มันจะคือการขายศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิงก็ตาม

มือเล็กดันบานประตูห้องน้ำให้ปิดลงเบาๆ หัวใจเต้นไม่เป็นระส่ำ เมื่อต้องก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าเตียงกว้าง ที่มีลูกค้าหนุ่มสุดหล่อนอนเอกขเนกรออยู่บนนั้น

สายตาคมเข้มของผู้ชายที่ชื่อภูมิระพีจ้องมองหล่อน มองเนื้อตัวอวบอัดที่ตอนนี้มีเพียงแค่ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดพันเอาไว้รอบกายอย่างพิจารณา

หล่อนไม่อาจจะปกปิดสีแดงระเรื่อบนแก้มนวลของตัวเองเอาไว้ได้ กลีบปากนุ่มสั่นระริก ดวงตากลมโตพยายามซ่อนความอดสูเอาไว้สุดกำลัง

“คุณ... ภูมิพร้อมให้หนูบริการหรือยังคะ”

พยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่เสียงกลับทั้งแผ่วเบาทั้งสั่นเทา จนผู้ชายผู้มีใบหน้าราวกับเทพเจ้าปั้นแต่งถึงกับถอนใจออกมา

“เธอยังเปลี่ยนใจทันนะ มาลี”

“เอ่อ... หนูไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะ หนูจะให้บริการคุณให้ดีที่สุดค่ะ”

“ทั้งๆ ที่เธออายจนหน้าแดงไปหมดแล้วอย่างนั้นน่ะหรือ”

“หนู...”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่เสียดายเงินสามหมื่นหรอก เธอไม่ต้องคืน”

เขาทำท่าจะพลิกตัวลงจากเตียง แต่มาลีรีบแย้งเอาไว้เสียก่อน

“หนูไม่อายค่ะ... หนูทำได้...”

เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ หล่อนจึงตัดสินใจสลัดผ้าขนหนูออกจากกายสาว ยอมเปลือยเปล่าต่อสายตาคมกริบของภูมิระพี ราวกับผู้หญิงไร้ยางอาย

แต่หล่อนไม่มีทางเลือก...

หล่อนอายมาก แต่ก็พยายามที่จะตั้งสติเอาไว้ และก้าวข้ามความอดสูทั้งหมด

“หนู... จะทำให้คุณภูมิมีความสุขค่ะ”

หล่อนเห็นเขานั่งงันไป และสายตาของเขาก็จ้องมองร่างกายของหล่อนคล้ายกับกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น

ความถูกใจสะท้อนออกมาจากแววตาคมเข้มของภูมิระพี

หล่อนมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน...

สายตาของเขาสำรวจไปทั่วทั้งเรือนกายสาว มองทุกสัดส่วนคล้ายกับลืมตัวอยู่นานเลยทีเดียว ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

“เธอสวยมาก...”

น้ำเสียงของเขาแปร่งพร่าแปลกหู

“หนู... ดีใจที่คุณภูมิชอบค่ะ”

หล่อนกัดฟันตอบออกไป ขณะข่มความอับอายก้าวขึ้นไปบนเตียงอย่างเชื่องช้า

ภูมิระพีรู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังถูกสะกดด้วยเสน่ห์นางของเด็กสาวตรงหน้า เขาขยับตัวไม่ได้ ร่างกายเหมือนถูกตรึงเอาไว้ด้วยความเย้ายวนอวบอิ่มของมาลี

ความเป็นชายแข็งชัน ขานรับกับความงดงามอวบเต็มไม้เต็มมือของสตรีตรงหน้า

ความต้องการทางเพศที่รุนแรงกำลังพยายามควบคุมสติของเขา

ยิ่งยามที่หล่อนค่อยๆ คลานเข้ามาหา หน้าอกอวบอัดห้อยและแกว่งไปมาตามการเคลื่อนไหว เขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มที่กึ่งกลางลำตัวจนแทบจะระเบิด

“เธอจะทำอะไรมาลี...”

หล่อนคลานมาหยุดคุกเข่าใกล้ๆ กับร่างหนาที่กำลังนั่งพิงหัวเตียง

“หนู... กำลังจะทำให้คุณภูมิมีความสุขที่สุดยังไงล่ะคะ”

มือเล็กคว้าไปที่เข็มขัด พยายามปลดมันออก แต่เพราะประสบการณ์ไม่มีเลย ทำให้ทุกอย่างดูติดขัดไปหมด

“ฉันทำเอง”

เขาปัดมือเล็กที่พยายามดึงเข็มขัดออกห่าง จากนั้นก็เป็นฝ่ายปลดเข็มขัดด้วยตัวเอง พร้อมกับปลดตะขอกางเกงรอ

น้ำลายในลำคอของมาลีเหนียวหนึบเป็นยาง เมื่อสายตาปะทะเข้ากับความนูนเป็นรูปรอยของเครื่องเพศของภูมิระพีที่อยู่ภายในซิปกางเกง

หล่อนตั้งสติ บอกตัวเองว่าอย่าตื่นกลัว ยื่นมือไปรูดซิปกางเกงลงช้าๆ จนในที่สุดซิปกางเกงก็ถูกรูดลงจนสุด

โอ้...

หล่อนทำได้แค่อุทานดังๆ ในลำคอเท่านั้น เมื่อซิปกางเกงแยกออกจากกัน และได้เห็นหัวหยักที่โผล่พ้นขอบบ็อกเซอร์สีดำตัวจิ้วออกมา

หน้าของหล่อนร้อนผ่าว สองแก้มแดงก่ำ ร่างกายร้อนวูบวาบ คล้ายกับกำลังจับไข้สูง

เหงื่อเม็ดเล็กๆ กำลังผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก ฝ่ามือ และตามผิวสาวขาวเนียน

ทำไม...

ทำไมหล่อนถึงได้รู้สึกแบบนี้นะ

ร้อนไปหมดทั้งตัว

หัวใจก็เต้นแรงมาก

และตรงนั้น...

ตรงเป้ากางเกงชั้นใน ถึงได้รู้สึกเปียกชุ่มแบบนี้ น้ำอะไรกันที่ไหลซึมออกมา

“ตัวสั่นเชียว มาลี...”

น้ำเสียงของภูมิระพียิ่งทำให้หล่อนรู้สึกสั่นเทิ้ม หล่อนปรายตาขึ้นมองสบตากับดวงตาคมเข้ม ไฟร้อนๆ ลุกโชนอยู่ในนั้น

เขากำลังหิว...

หิวในสิ่งที่หล่อนกำลังจะบริการ...

“หนู... แค่ไม่คุ้นเคยน่ะค่ะ แต่หนูจะทำให้ดีที่สุด...”

หล่อนยื่นมือไปดึงกางเกงขายาว พยายามจะให้มันออกไปให้พ้นทาง แต่ก็ยากเย็นนัก จนภูมิระพีต้องช่วยเหลือ

และเมื่อตอนนี้ท่อนล่างของภูมิระพีเหลือเพียงแค่กางเกงในบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว หล่อนถึงกับเบิกตากว้างแทบถลน

บ็อกเซอร์ตัวมันเล็กกว่าขนาดของเขามากเลยทีเดียว

ท่อนชายที่เดาว่าต้องยาวและใหญ่มากๆ ขึ้นเป็นรูปร่างให้เห็นชัดเจน

ลำคอของหล่อนยิ่งแห้งผาก น้ำลายก็ยิ่งเหนียวหนึบ

ท่องเอาไว้...

มันคืองาน...

หล่อนบอกตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหลับตาลง และยื่นมือไปสัมผัสกับความเป็นชายขนาดมหึมาของลูกค้าหนุ่ม

“อืมมม...”

เสียงครางดังเบาๆ ในลำคอของภูมิระพี เมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับความแข็งแต่นุ่มเนียนของท่อนเอ็นขนาดยักษ์

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED