ตอน 1

1

“จะไปไหนมุกลดา”

เสียงดุเข้มเรียกคนตัวเล็กรูปร่างเพรียวบางในชุดสีงาช้าง ขับผิวออกสีน้ำผึ้งให้ดูเด่นใสขึ้น จนแขกเหรื่อที่ได้เห็นต่างก็ชื่นชมและยินดีที่เขาได้ภรรยาที่แสนจะน่ารักน่าใคร่ ตอนนี้เธอชะเง้อคอยาวจนแทบจะเป็นยีราฟ เหลียวซ้ายแลขวาท่าทางหลุกหลิกลุกลี้ลุกลนอย่างกับเด็กแอบไปทำอะไรผิดมา แล้วกลัวจะมีคนจับได้ ค่อยๆ สืบเท้าเลี่ยงหนีแขกที่มาอวยพรในงานออกมาทางประตูด้านข้างห้องจัดเลี้ยงอย่างไม่ทำตัวให้เป็นที่สังเกตของคนในครอบครัว ซึ่งก็มีเพียงแค่บิดาเท่านั้น ที่มาอวยพรโดยไม่ได้มีสีหน้าแช่มชื่นยินดีกับงานมงคลเลยสักนิด

ส่วนคนอื่นๆ มารดาเลี้ยงก็อยู่โยงเฝ้าไข้น้องชายคนละแม่ที่โรงพยาบาล ในขณะที่มารดาตัวจริงนั้นไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้คงกำลังสนุกอยู่กับงานและเขาคนสำคัญอย่างเขาที่ยืนเคียงข้าง

คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกจนแทบจะกระโดดไปมุดใต้โต๊ะ หัวใจเต้นตึกตักรัวเร็วราวกับจะร่วงหล่นลงมาจากที่สูง ดวงหน้ารูปหัวใจซึ่งตกแต่งไว้อย่างดี งดงามและประณีตเหมาะสมกับงานสำคัญเหลียวมองตามที่มาของเสียงอย่างหวาดหวั่น พร้อมรอยยิ้มแหยๆ ที่มาพร้อมใบหน้าซีดเผือดลงพอๆ กับปลายมือปลายเท้าชื้นเหงื่อ เย็นยะเยือกขึ้นมาราวกับว่าเธอยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง

ดวงตากลมโตล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนเบิกกว้างคล้ายคนถูกผีหลอกจนตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกในตอนนี้คืออ่อนล้าสลับไหววูบด้วยความกังวล หัวใจร่ำๆ จะหยุดทำงานเสียแล้วหลายครั้งหล่นตุ้บไปกองอยู่ปลายเท้ากับเสียงห้าวทรงอำนาจและดุกร้าวที่ดังไม่ไกลจากตัวสักเท่าไหร่

อยากบอกว่าไม่ได้ไปไหนสักหน่อย แต่...กลีบปากอิ่มนุ่มเป็นสีชมพูระเรื่ออยู่แล้วถูกเสริมทับด้วยลิปสติกสีชมพูเข้มสวยสดและมันวาว ขบเม้มเข้าหากันด้วยหาเสียงพูดไม่เจอ ในทรวงอึดอัดคล้ายถูกบีบคั้นจากมือซึ่งมองไม่เห็น จนคิดว่าถ้าหากยืนอยู่ตรงนี้อีกเพียงแค่นิด เธออาจจะเป็นลม เพราะหายใจไม่ออกก็เป็นไปได้ ห้องโถงกว้างใหญ่แต่เธอรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ในกล่องแคบ ๆ ราวกับโลงศพ

ปกติไม่ใช่คนขี้กลัวนะ แต่ตอนนี้...ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างติดขัดกับรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่กระจายมา ดวงตาหลุบลงมองเพียงแค่อกกว้างของร่างหนาล่ำบึกบึนราวกับหมียักษ์จากขั้วโลกเหนือ ในชุดสูทสากลสีดำสนิท ยืนจังก้าราวกับจะข่มร่างเพรียวบางด้วยความสูงเพียงแค่ร้อยหกสิบนิดๆ ให้เล็กเท่ามดดำ

ตาสีนิลเข้มดุกร้าวกราดเกรี้ยวเต็มไปด้วยเพลิงไฟเจิดจรัส เสริมด้วยวงหน้าคมเข้มสีน้ำตาลไหม้อย่างคนทำงานกลางแดดจัดๆ ตลอดเวลา สำทับด้วยไรหนวดไรเคราซึ่งขึ้นรกครึ้มไล่จากใต้หูลงมาถึงปลายคางจรดใบหูอีกฝั่ง ยิ่งเป็นการเน้นใบหน้าถมึงทึงให้ดูน่ากลัวขึ้นอีกเป็นหลายเท่า

คนถูกเรียกอยากยืดอกแฟบๆ อย่างกับอกไข่ดาวมองสบสายตาคนเรียกด้วยท่าทางองอาจกล้าหาญ และพูดจาโต้ตอบไปอย่างฉะฉานด้วยน้ำเสียงอันดังไม่แพ้กันอย่างไม่เกรงกลัว

‘ฉันจะไปให้พ้นๆ หน้าคุณไงไอ้คุณหมียักษ์’ แต่ก็ไม่อาจหาญสู้ประกายนัยน์ตาสีนิลคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวบนเวหา และรัศมีแห่งอำนาจบาตรใหญ่ซึ่งแผ่กระจายมาได้ จำใจก้มหน้างุดมองหัวรองเท้าที่สะกิดพื้นพรมนุ่ม ทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ หูทวนลม ไม่ตอบคำถามไปเสียเฉยๆ

‘อยากถามก็ถามไป จะไม่ตอบซะอย่าง มีอะไรไหม’

“ว่าไง จะไปไหน”

เสียงแข็งดุกร้าวดังแทรกเสียงเพลงรักหวานๆ ตามมาอีกระลอก แต่สาวน้อยร่างแบบบางกลับทำเหมือนว่าคำพูดนั้นเป็นเพียงแค่เสียงสายลมพัดผ่านไป

‘ก็ไม่อยากตอบนี่นา ใครจะทำไมล่ะ’

จมูกเล็กโด่งย่นตวัดใส่คนถาม เมื่อกี้เห็นคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้ อยู่ไกลกับเธอตั้งหลายเมตร จนคิดว่าเขาไม่สังเกตเห็นแล้วนะ แต่พอขยับใกล้ถึงประตูเท่านั้นแหละ ดันตามมาเสียได้ แล้วอย่างนี้เธอจะทำไงล่ะทีนี้ เวลาก็งวดมาแล้ว ขืนยังออกจากงานไม่ได้ มีหวังคืนนี้ตายแหงๆ แค่อยู่ใกล้แค่นี้ ขนตามเรือนกายยังลุกชันเลย

นับแต่วินาทีแรกที่ได้สบตากับอีกฝ่าย ถึงไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอมรับ หน้าตาของพายุไม่ได้หล่อเหลาอย่างชายอีกคนซึ่งเธอแอบชอบอยู่ ทว่าหน้าตาออกคมสันและแกร่ง รัศมีแห่งอำนาจแผ่กระจายมาทำให้หัวใจเธอทำงานผิดจังหวะได้ไม่น้อยเหมือนกัน

หน้าตาเลยขยันแดงบ่อยมากถึงมากที่สุด อยู่ใกล้ๆ แล้วทำอะไรไม่ค่อยจะถูก แม้กระทั่งมือก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ตรงไหนดี มันเกะกะไปเสียหมด ยามยืนเทียบกัน ความสูงใหญ่ข่มให้เธอกลายเป็นมดตัวเล็กๆ ได้ในพริบตา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะแพ้ตั้งแต่ไม่ทันออกสนามรบเลยด้วยซ้ำ รับไม่ได้ค่ะ...รับไม่ได้อย่างแรงเลยทีเดียวละ

เมื่อคำถามที่เอ่ยออกไปแล้วไม่ได้รับคำตอบกลับมา ก็ทำให้คนถามหงุดหงิดจนผิวหน้าสีน้ำตาลเข้มขึ้นพอๆ กับประกายในดวงตาดุกร้าว ทอดสายตามองแม่สาวตัวเล็กอย่างจะห้ามปรามอยู่ในที หากคิดทำอะไรก็ให้ระลึกให้ดีว่าตัวเองอยู่ตกอยู่ในสภาพใด

นับตั้งแต่ได้ข่าวไม่สู้ดีก่อนวันงานเพียงแค่วันเดียว มีคนเห็นมุกลดาเดินทางขึ้นรถโดยสารไปกรุงเทพฯ ตอนแรกเขาคิดว่าอาจต้องหน้าแตก อายคนทั้งเมืองสายหมอกแห่งนี้แล้ว เพราะไม่มีเจ้าสาวในวันจัดงานพิธี ทว่าพอเช้ามาก็มีแม่สาวน้อยร่างเพรียวบางในชุดไทยประยุกต์สีงาช้าง ชุดน่ะสวยเข้ารูปเหมาะกับเจ้าสาว ขับผิวสีน้ำผึ้งให้นวลเนียนผ่องพรรณมากยิ่งขึ้น แต่ใบหน้าของเจ้าสาวนะซิ บูดบึ้งหงิกงอราวกับว่าเธอไปสับเปลี่ยนหน้ากับสุนัขพันธุ์ปั๊กมาอย่างนั้นแหละ

ก็รู้อยู่หรอกนะ ไม่ได้อยากแต่งงานด้วย เขาก็แค่คนหวังดีที่เดินผ่านเข้ามา เสนอทางให้เลือกโดยไม่มีการบังคับ ฉันเสนอไปแล้ว เธอต้องทำตามนะ การตัดสินใจทุกอย่างก็อยู่ที่ตัวมุกลดานั่นแหละ

แต่ก็ต้องยอมรับนิดหนึ่ง เหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านเข้ามาบังคับอยู่ในที ทำให้มุกลดาเลือกเส้นทางนี้ แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ควรจะทำใจ ไม่ใช่จะมาโยนความผิดให้และมาทำท่าทางไม่พอใจใส่เขาอยู่อย่างนี้

นับตั้งแต่เห็นเจ้าสาวร่างเพรียวบางร่างอ้อนแอ้นราวกับนางอัปสร เพียงแค่แวบแรกที่ได้ประสบพบหน้า สบกับสายตากลมโตราวกับตากวางตื่นภัยที่มองราวกับเขาเป็นสัตว์ร้ายอันน่าเกลียดน่าขยะแขยง ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนที่ทำให้หัวใจกระตุกไหวโดยไร้สาเหตุ

เป็นอะไรที่แปลกมาก ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอกับมุกลดา เคยเจอหลายครั้งตอนหญิงสาวไปเยี่ยมน้องชายที่โรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกแค่เฉยๆ น่ะ ต่างกับคราวนี้ที่เขารู้สึกว่ามีอะไรแปลกไป บางอย่างสะกิดใจอยู่มิใช่น้อย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร ทว่าสิ่งหนึ่งที่รู้ก็คือ...

ดวงตากลมโตทอประกายแข็งกร้าวและเกรี้ยวกราด ทุกครั้งยามสบสายตาด้วย ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ความตื่นกลัวแซมรังเกียจ แต่มีความเจ้าเล่ห์ที่แอบซุกซ่อนเอาไว้โดยปิดไม่มิด ทำให้เขาไม่ไว้วางใจ รู้สึกเธอจะฤทธิ์มากและมีลับลมคมใน จนต้องคอยจับตามองไม่ให้คลาดคลา

ท่าทางลุกลี้ลุกลนและเหลียวมองไปที่ประตูห้องอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเพิ่มความสงสัย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ทำไมเธอถึงมองแต่ประตู คิดจะทำอะไรอีกหรือเปล่า?

มือใหญ่สอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สาวเท้าเดินเรื่อย ๆ เอื่อยเฉื่อยเหมือนจะไม่สนใจอะไร แต่กลับแฝงไว้ด้วยความมั่นคงและอาจหาญ ร่างหนาแกร่งหยุดยืนตรงหน้าเจ้าสาว ซึ่งคนในงานต่างก็เอ่ยชมทุกคนว่าสวยน่ารัก ศีรษะทุยโน้มลงไปเล็กน้อย ลมหายใจเป่ารดกกหู ริมฝีปากแนบชิดใบหู

“ไปคุยกันแบบส่วนตัวหน่อยดีไหมมุกลดา” ไม่รอให้คนถูกเรียกได้ตั้งตัว มือหนาสอดเข้าจับแขนกลมกลึง ไม่ดึงแต่บังคับด้วยแรงบีบที่กดกระชับลงไป ทำให้แม่ตัวเล็กต้องเดินตามไปยังประตูฝั่งหนึ่ง ซึ่งด้านหลังเป็นห้องซึ่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวใช้แต่งตัวอย่างไม่พอใจและไม่เต็มใจ

ตอน 2

2

“เฮ้ย!!” นิลลดาสะดุ้งสาวเท้ากลับไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ใครจะคิดล่ะว่าอีตาหมียักษ์หน้าตายจะกล้าทำบ้าๆ ถึงขนาดลากเธอออกมาจากงานเลี้ยง ทั้งที่แขกเหรื่อยังอยู่เต็มห้องขนาดนั้น อีกอย่างก็คือสัมผัสจากมือหนา ร้อนผ่าวพาเธอสะดุ้งโหยงราวกับโดนไฟลวก

‘มันหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่นะ ทำไมหัวใจเธอถึงได้เต้นแรงอย่างนี้นี่ฮ้า บ้าแล้ว นี่มันบ้าชัดๆ เลย’

หญิงสาวก่นด่าตัวเอง ที่ดันหวั่นไหวไปกับสัมผัสของหมียักษ์ที่ยังบีบแขนเธอจนแน่น รีบซอยเท้าถี่ ๆ ตามคนร่างใหญ่ไปจนแทบจะเหยียบเอาชายกระโปรงจนหัวทิ่มไปข้างหน้า มือที่จะแกะมือแกร่งออกจากแขนก็จำต้องละไปจับกระโปรงตัวยาวฟูฟ่อง เพราะไม่เช่นนั้นเธอจะต้องล้มลุกคลุกคลานให้อายคนอื่นเขา

ไม่รู้ทำไมผู้หญิงเวลาแต่งงานจะต้องใส่ไอ้ชุดบ้าๆ ยาวฟูฟ่องนี่ด้วย ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย ทั้งรุ่มร่ามแล้วก็อึดอัด ไอ้เกาะอกนี่ก็รัดเสียจนหายใจไม่ออก แล้วไอ้ผ้านี่ก็ทำให้ระคายเคืองผิวชะมัดยาดเลย ดีนะที่อยู่ในห้องแอร์ ถ้าอยู่ข้างนอก เจอกับอากาศร้อนๆ ละก็ เธอคงคันคะเยอเหมือนคนถูกหมามุ่ยแล้วละ

“ปล่อยฉันได้แล้ว!” เพียงแค่พ้นสายตาของผู้คน เจ้าสาวตัวปลอมรีบสะบัดมือหนาออกจากแขน ทว่านอกจากจะไม่ถูกปล่อยตัว อีกฝ่ายยังจะดึงเธอเข้าหาจนได้กลิ่นชายชาตรีและกลิ่นโคโลญอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก วงหน้าผุดผ่องถึงกับแดงปลั่ง แต่ดีว่ามีเครื่องสำอางเคลือบอยู่ ทำให้นิลลดาค่อยเบาใจไปได้เล็กน้อย พ่อหมียักษ์ตัวใหญ่จะไม่เห็นความอายของเธอ บ้าฉิบ! ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ยินดีจะแต่งงานด้วย แต่เมื่อตัดสินใจจะทำอย่างนี้ เธอก็ควรจะยอมรับในสิ่งที่ได้ตัดสินใจลงไป ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ไม่ใช่หน้าบูดเป็นตูดลิงอึไม่ออกมาสักสิบวันแบบนี้” คนซึ่งรู้ตัวดีว่าไม่ได้เป็นที่ต้องการของเจ้าสาวเอ่ยขึ้น

นิลลดาเงยหน้าขึ้นฉับพลัน กลีบปากอิ่มนุ่มอ้าค้างกับคำพูดแสบสันที่ออกจากปากหนา

‘เออ...ก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นาว่าเธอไม่อยากแต่งงานด้วย เป็นเพราะคุณนั่นแหละที่ใช้ความจำเป็นบังคับ ไอ้ผู้ชายปากปีจอ ฉันขัดไม่ได้หรอกย่ะถึงต้องมาทำหน้าที่เมียจำยอมบ้าๆ ช่วยไม่ให้คุณหน้าแตกยับจนขนาดหมอไม่กล้ารับเข้าโรงพยาบาลนะไอ้หมียักษ์ปากปีจอหน้าหม้อ ยังจะปากเสียมาว่ากันอีก มันน่านัก’ ทำเสียงขลุกขลักในลำคอเล็กน้อย

ถ้ารู้ว่าหนีร้อน...ก็ผู้ชายซึ่งเธอแอบให้ความสนใจ เก็บเอาไปฝันตั้งแต่แรกแตกเนื้อสาวกลับมาบ้าน แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว มีแฟนสาวสวยลูกผู้ดีมีเงินพ่วงกลับมาด้วย แค่นี้เธอก็ช้ำใจพอแล้ว ยังจะได้ยินว่าเขาอาจมีข่าวดีเร็วๆ นี้ เธอเลยเป๋เหมือนปูเดินไม่ตรงทางอยู่แล้ว จะบอกเล่าพูดคุยกับแม่ก็ไม่ได้อีก เมื่ออีกฝ่ายไม่ค่อยจะอยู่บ้าน และไม่มีใครคุยด้วยเลยเลือกที่จะกลับมาหาพี่สาวฝาแฝด ซึ่งต้องแยกกันอยู่เพราะบิดาและมารดาของเธอหย่ากัน

เธอเลือกที่จะอยู่กับแม่ ในขณะที่มุกลดาต้องไปอยู่กับพ่อ ซึ่งได้สร้างครอบครัวใหม่เอาไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว แม้รู้ดี พูดไปพี่สาวก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก แต่การได้บอกเล่าให้ใครสักคนได้ฟังเรื่องราวอึดอัดคับแค้นใจ ก็ทำให้สบายใจขึ้นมาได้หน่อยหนึ่งละ แต่พอมาถึงน่ะซิ...เจอกับเรื่องช็อกยกกำลังสองเลยเชียวละ เธอแทบจะล้มทั้งยืน อ๋อ...ลืมไปตอนฟังไม่ได้ยืนอยู่ แต่เป็นนั่งที่โซฟาจนนั่งไม่ติดเชียวละ...

“อะไรนะคะพ่อ!” มุกลดาแผดถามบิดาเสียงหลงและคิดว่าดังมากแล้ว แต่ยามที่เปล่งออกมากลับเบาหวิวจนเสียงแทบจะเป็นเสียงลมแผ่วๆ เสียมากกว่า กลีบปากอวบอิ่มซึ่งขบกัดจนแบนราบเรียบ เธอคงหูฝาดไปเท่านั้นเอง ไม่จริงสักหน่อย

ปุริมน้องชายต่างมารดา ก็อยากเกลียดไอ้เด็กบ้านี่อยู่หรอกนะ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวเธอต้องแตกแยก แต่พอเห็นหน้าก็ดันเกลียดไม่ลงซะนี่ แถมยังหลงรักและเอ็นดูราวกับน้องชายร่วมอุทรเดียวกันเสียอีก

ปุริมนั้นหน้าเป็นเสียเหลือเกิน เวลาเธอมาหาพ่อทีไร อีกฝ่ายจะมาประจบประแจง คอยวิ่งตามตูดเธอต้อย ๆ เป็นลูกไล่คอยทำตามคำสั่งไม่เคยบิดพลิ้วและขาดตกบกพร่อง เห็นเธอเป็นเสมือนฮีโร่บวกนางฟ้าแสนซนประจำตัว น้องน้อยนิสัยดี ซึ่งรักเจ้าโมเดลรถคันมินิและรถเหล็กคันมินิ จนเธอต้องสั่งแม่ให้ซื้อหามาให้ หรือไม่ถ้าหากไปเจอที่ไหนก็มักจะซื้อติดไม้ติดมือมาฝากทุกครั้ง

“พ่ออย่าล้อเล่นแบบนี้ซิคะ ไม่สนุกนะ” นิลลดายังพยายามคิดในแง่ดี น้องชายประสบอุบัติเหตุจริง แต่ก็เพียงแค่บาดเจ็บ ฟกช้ำดำเขียว ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงอย่างที่พ่อบอกสักหน่อย

พ่อน่ะตื่นตระหนกตกใจไปเอง อีกไม่กี่วันน้องก็กลับบ้านมาวิ่งปร๋อกระโดดโลดเต้นได้แล้วละ ปุริมแข็งแรงจะตาย ขนาดป่วยยังไม่สนใจ ออกไปวิ่งเล่นน้ำฝนกับเธออยู่เลย จะมาประสบอุบัติเหตุนอนแบบไม่ได้สติอย่างที่พ่อพูดยังไงกันเล่า

‘พ่อนี่นะ...เอาอะไรมาพูดก็ไม่รู้ อย่างนี้เขาเรียกแช่งลูกแล้ว’ คนไม่อยากยอมรับความจริงหาเรื่องติ

“นิล...ฟังพ่อนะลูก” รู้ดีว่าบุตรสาวคนเล็กยังช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน ขนาดเขาตอนได้ยินข่าว ถึงกับช็อกล้มทั้งยืนมาแล้ว นิลลดาล่ะ...ถ้ายืนอยู่ก็คงทรุดไปเช่นกัน

สุชลเอื้อมมือไปจับไหล่มน รั้งร่างเพรียวบางสั่นสะท้านนั่งทรงตัวๆ ไม่ได้ เลยโน้มตัวไปเท้าศอกบนขา หน้าซีดเผือดเหมือนกับไก่ถูกต้มสุก

“น้อง...”

“พ่อไม่ต้องพูดแล้ว นิลเข้าใจ” นิลลดาพยายามข่มกลั้นน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลหลั่งริน ยกมือโบกสะบัดห้ามไม่ให้บิดาซึ่งเพียงแค่เอ่ยปากก็สั่นแล้ว

นิลลดาสูดลมหายใจเข้าปอด พลางสลัดความหม่นหมองปวดร้าวเศร้าเสียใจทิ้งไป เพราะไม่ต้องการให้พ่อเป็นกังวลกับเธออีกคน เธอจะต้องเป็นกำลังหลักเป็นกำลังใจให้กับพ่อและทุกๆ คน ซึ่งกำลังเป๋เดินไม่ตรงทางด้วย

เข้าใจแล้ว ทำไมเมื่อไปที่ร้านก็พบว่าประตูปิดและไม่มีกำหนดการเปิด มาถึงบ้านก็ได้เจอกับความมืดมิด ตอนนั้นคิดเพียงแค่ว่าพ่อคงพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกัน จนเธอซึ่งมาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอดเป็นกังวล คืนนี้จะนอนที่ไหนดี แต่พอจะหันหลังกลับ ก็เห็นพ่อก้าวลงจากรถโดยสาร โผเข้ากอดเธอตัวสั่น หน้าตาที่เคยรื่นเริงยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เป็นเนืองนิตย์กลับซูบซีดระคนหม่นหมอง หมดไร้เรี่ยวแรงและกำลังใจ ดูแก่ลงไปอีกโขเลยเชียวละ

คนเป็นแม่อย่างปรียา...ลูกเจ็บอย่างไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอยู่หรือไปแบบนี้ แม่เลี้ยงของเธอคงเจ็บปวดเจียนขาดใจมากมายพออยู่แล้ว กับการต้องทนเห็นลูกนอนอยู่บนเตียงโดยช่วยเหลืออะไรไม่ได้ แม้ไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง แต่เธอนึกถึงภาพปรียาที่ร้องไห้เป็นเผาเต่า เป็นลมล้มพับครั้งแล้วครั้งเล่าได้ดี

หันมาดูคนใกล้ตัว สภาพของบิดาในตอนนี้ เธอรู้ดีว่าท่านเองก็รวบรวมพละกำลังอย่างสุดความสามารถให้ทรงตัวอยู่ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ปรียา มุกลดาและปุริม แต่ถ้าสายตาเธอไม่เอนเอียงและเข้าข้างตัวเอง

พ่อกำลังจะหมดแรงและหน้าที่หลังจากนี้ก็เป็นของเธอ ที่จะต้องทำตัวให้เป็นคนเข้มแข็ง เพื่อจะได้เป็นเสาหลัก เป็นที่พึ่งของคนอื่นๆ ในบ้านที่ล้มไม่เป็นท่าต่อไป

หญิงสาวพยายามฉีกยิ้มหวานๆ แม้จะยากเย็นเพียงใด เพื่อส่งเป็นกำลังใจให้บิดา “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้น” ทาบมือบนมือแกร่ง บีบกระชับเบาๆ “น้าปรียากับพี่มุกอยู่ที่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ เดี๋ยวนิลเอากระเป๋าไปไว้ที่ห้องพี่มุกก่อน แล้วเราไปดู...น้องด้วยกัน นะคะพ่อ” คิดว่าคืนนี้ ถึงให้สองคนนั้นกลับมานอนบ้านไม่ได้ แต่ก็น่าจะบังคับให้พักผ่อนได้บ้าง

“เปล่าลูก น้าปรียาอยู่โรงพยาบาลจริง แต่มุก...เอ่อ...” พูดไม่ออก ไม่รู้ว่าลูกสาวคนโตหายไปไหน ตอนแรกมุกลดาขอตัวบอกว่าจะกลับมาอาบน้ำแต่งตัวและทำอาหารที่ปุริมชอบ เผื่อน้องตื่นขึ้นมาจะได้กิน ซึ่งเขาก็รู้ดีว่ามุกลดาปลอบใจตัวเอง ปลอบเขาและเมียไปอย่างนั้นเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เป็นลูกที่ควรจะถึงโรงพยาบาลกลับยังไปไม่ถึง จนเขาร้อนใจกลัวจะเกิดเหตุภัยร้ายซ้ำอีกถึงได้รีบมาดู

“เกิดอะไรขึ้นกับพี่มุกค่ะพ่อ” หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอีกนะ ไม่งั้นเธอคงเป็นลมล้มพับตรงนี้แหละ แค่นี้ก็จะรับไม่ไหวแล้ว

ตอน 3

3

สุชลถอนหายใจอย่างหนักอก การประสบอุบัติเหตุของลูกชายคนเล็ก ก่อกำเนิดเรื่องราวตามมาไม่มีวันจบสิ้น และทำให้ลูกสาวคนโตต้องตัดสินใจทำหน้าที่ลูกกตัญญู ทั้งที่ฝืนใจตัวเองเสียเหลือเกิน เขาเองก็อยากจะบอกว่าไม่ต้อง แต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่ยอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่ายอย่างคนที่กล้ำกลืนฝืนทนเสียเหลือเกิน

“พ่อคะ” นิลลดาร่ำ ๆ จะเอามือจับไหล่ของบิดาเขย่าแรง ๆ มัวแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ได้ คนยิ่งอยากรู้อยู่

“มุกจะต้องแต่งงานพรุ่งนี้!”

“คะ!” นิลลดารับคำเสียงสูงลิ่ว ถ้าหากว่ามีแก้วตั้งอยู่มันคงจะแตกกับเสียงแหลมเล็กของเธอแล้วละ มึนงงราวกับถูกใครเขวี้ยงของมาตกใส่ศีรษะ

“นี่มัน...เกิดเรื่องบ้าอะไรอีกค่ะพ่อ น้องเจ็บเจียนตายขนาดนั้น พี่มุกยังจะมีกะจิตกะใจจะแต่งงานอยู่อีกหรือคะ” นิลลดาลุกขึ้นเดินไปเดินมา มือทาบขมับ ปวดหัวริ้ว ๆ ขึ้นมา นี่จะมีเรื่องอะไรให้เธอปวดหัวจนแทบระเบิดมากกว่านี้อีกไหมนี่

‘อยากจะบ้าตาย นี่มัน...แม่ง เรื่องบ้าอะไรวะ คนหนึ่งนอนแบ็บอยู่บนเตียงโรงพยาบาล อีกคนจะแต่งงานพรุ่งนี้ ถ้าสติไม่ดีก็คงเพี้ยนกันทั้งบ้านแล้วละ’

แต่...มุกลดานี่นะจ๊ะแต่งงาน เหอะ...ตอนเรียนก็มีคนมาจีบพี่สาวเยอะอยู่ แต่ไม่เห็นมุกลดาจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับใครเลยนี่นา ฟงแฟนไม่เคยมี แล้วจะแต่งงานกับใครล่ะ นิลลดามองบิดา ในดวงตาเป็นไปด้วยประกายคำถาม

“มุกจะแต่งงานกับคุณพายุ”

“แล้วไอ้คุณพายุนี่ใครคะ เข้ามาในชีวิตพี่มุกตอนไหน” ไม่เห็นคุ้นเลย ไม่เคยได้ยินพี่สาวพูดถึงผู้ชายคนนี้สักครั้งด้วย “ทำไมพี่มุกถึงต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ด้วยค่ะ” แขนเรียวสอดไขว้ระหว่างอก เท้าเรียวซึ่งยังไม่ได้ถอดรองเท้าออกยื่นล้ำออกไปข้างหน้า ก็คนมันช็อกนี่นา ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรหรอก

ดวงตากลมโตหรี่เล็กน้อย หวังว่าไอ้เรื่องที่มุกลดาพี่สาวฝาแฝดของเธอต้องแต่งงานนี้ คงจะไม่เกี่ยวกับเรื่องน้องชายต่างมารดาประสบอุบัติเหตุนะ

นิลลดามองบิดาอย่างคาดคั้นอยู่ในที ถ้าพูดมาแล้วไม่เข้าหูเธอละก็...ได้ไปอาละวาดไอ้คุณพายุถึงบ้านกันบ้างละ ‘ผู้ชายบ้าห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ ใจดำเหลือเกินเชียวละ ถ้าใช้เรื่องนี้บังคับให้พี่สาวเธอแต่งงานด้วย’

“คนพวกนั้นเรียกร้องจะเอาเงิน ถ้าไม่ให้จะเอาปุริมติดคุก” สุชลเลือกบอกเรื่องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มุกลดาตัดสินใจแต่งงานกับพายุ

เงินใช่น้อยๆ ที่คู่กรณีของปุริมเรียก ไหนจะคดีความอีก เมื่อพายุเสนอมาว่าให้มุกลดาแต่งงานด้วย โดยเขาจะเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่างให้เอง แต่ขอหลักประกัน เงินที่ให้ไปจะไม่เสียเปล่า ไม่เป็นหนี้สูญ ทั้ง ๆ ที่คนรวยอย่างพายุไม่น่าจะสนใจเรื่องข้าวของเงินทองแค่กระหยิบมือ แต่ทำไมถึงได้เอ่ยช่วยเหลือแบบนั้นด้วย

“เราสู้คดีได้ไม่ใช่หรือไง ถึงปุริมผิดจริง แต่นิลว่านะพ่อ ไม่น่าจะต้องติดคุกนี่นา”

อย่างน้อยก็ต้องมีการตรวจสอบ ส่งฟ้องศาล ถ้าหากทางเธอให้การที่เป็นประโยชน์ ไม่หนีความผิด ปุริมเป็นเด็กนิสัยดี ไม่เคยมีความผิด ไม่เคยเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดและของมึนเมาทั้งหลาย ศาลท่านน่าจะเห็นใจ ลดหย่อนโทษให้ เธอคิดว่าอาจแค่ทำประวัติและรอลงอาญามากกว่า แม้จะคิดอย่างนั้น ทว่าในอกกลับหนักเหมือนถูกหินถ่วงเอาไว้ เธอไม่ได้รู้เรื่องกฎหมายแม้แต่นิดเดียว แต่หลังจากนี้คงต้องศึกษาเรียนรู้กันไว้บ้างแล้วละ

“แล้วทางโน้น” เอ่ยถามไปถึงคู่กรณีของน้องชายต่างมารดา

“พอๆ กับปุริม”

คำตอบของบิดาเล่นเอานิลลดาเหมือนกับคนถูกผลักตกจากที่สูง ฟันขาวสะอาดขบกัดปลายเล็บมนอย่างไม่ตั้งใจ เป็นอาการอัตโนมัติยามเครียดหรือเผลอ...แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่าการคุยรอมชอมคงจะยากถึงยากที่สุด คงจะยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรด้วยมั้ง

“แล้วไอ้คุณพายุนี่โผล่มาตอนไหน ยังไง”

เอ่ยถามซ้ำไปอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ เมื่อยังไม่ได้คำตอบเกี่ยวกับผู้ชายซึ่งอาจเป็นว่าที่พี่เขย ซึ่งเธอเริ่มจะเกลียดขี้หน้าขึ้นมาตงิดๆ ตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวเลยด้วยซ้ำ

ไอ้คนเส็งเคร็ง เอาความเดือดร้อนของคนอื่นหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง เหอะ...ให้เจอหน้าเถอะ แม่จะตั๊นให้หน้าเขียว ตาดำคล้ำเป็นหมาแพนดี้เลย กรามเล็กขบกัดจนแก้มตอบนูนขึ้นสัน นัยน์ตาเป็นประกายวาววับอย่างอึดอัดและคับแค้นใจกับสิ่งที่ครอบครัวบิดากำลังประสบพบเจออยู่

สุชลถอนหายใจเฮือกใหญ่ แค่วันแรกที่ประสบเหตุ พ่อแม่ของคู่กรณีอยู่ต่อหน้าเขากับปรียาซึ่งได้แต่ยืนอึ้ง เพราะเถียงอีกฝ่ายไม่ทันเอาเสียเลย เสียงและภาพของสองผัวเมียที่ยืนชี้หน้าด่าครอบครัวอย่างอาจหาญ ป่าวประกาศจะเอาลูกชายเขาเข้าคุก จะเรียกร้องค่าเสียหายอะไรอีกมากมาย ซึ่งตอนนั้นเขาไม่มีกะจิตกะใจจะฟังอะไร ด้วยเป็นห่วงลูกชายซึ่งยังลูกผีลูกคนอยู่ในห้องไอซียู

ความกลัวเป็นเหตุผลหนึ่งที่ให้เขาไม่กล้าบากหน้าไปเยี่ยมเยียนคู่กรณีซึ่งก็อาการหนักไม่แพ้กัน ไม่นานทางนั้นก็ส่งทนายความและพายุมาแทน แล้วก็เป็นวันนี้ที่ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอให้กับมุกลดา

แต่งงานกับฉัน แล้วฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องทุกอย่างเอง...

นิลลดาชักสีหน้าใส่ ไอ้หมียักษ์บ้าเอาแต่ใจ ไอ้คนฉวยโอกาส เห็นคนล้มแล้วกระทืบซ้ำด้วยการยื่นข้อเสนอกึ่งบังคับให้พี่สาวฝาแฝดของเธอแต่งงานด้วยอีก พี่มุกก็ไม่รู้คิดสัปดนยังไง ถึงได้ตกลงปลงใจแต่งงานด้วย จมูกเล็กโด่งได้รูปย่น ไม่อยากยอมรับว่าการเข้ามาของผู้ชายคนนี้ทำให้เรื่องคลี่คลายไปในทางที่ดี คดีความจะถูกเคลียร์ และน้องชายเธอก็จะได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ...

มุกลดาเข้าพิธีแต่งงานซึ่งก็คือวันนี้ และจดทะเบียนสมรสกับอีกฝ่ายในวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยก่อนเท่านั้น พายุถึงจะจัดการทุกอย่าง เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการบิดพลิ้ว

แล้วเป็นไงล่ะ...มุกลดาหนีไป ตอนแรกเธอคิดว่าพี่สาวอาจจะไปหาเธอกับแม่ แต่โทรไปแล้วทั้งเครื่องพี่สาวทั้งที่บ้านก็ไม่มีคนรับ จะไปตามก็ไม่ได้อีก ก็เธอถึงบ้านพ่อปั๊บ ข่าวเฮงซวยนี่ก็หล่นโครมลงบนหัวปั๊บ เป็นเธอที่เดือดร้อนกับเรื่องบ้าๆ เฮงซวยนี่ คอยดูนะเจอหน้าเมื่อไหร่นะ แม่จะเอาไม้เรียวฟาดก้นให้นั่งไม่ได้เลยเชียว หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนมีเสียงดังกรอด ๆ

“ก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นา คุณเสือกยื่นข้อเสนอบ้าๆ นี่มาทำไมล่ะ” นิลลดาแหวใส่เสียงเขียว คนยิ่งหงุดหงิดและกังวลอยู่ไม่มีอารมณ์จะพูดดีด้วยหรอก

จากเพียงแค่วางสะโพกบนโต๊ะตัวใหญ่ ปลายขาข้างหนึ่งทอดยาวไปบนพื้น อีกข้างห้อยแกว่งนิดๆ สอดมือไขว้กันระหว่างอกกลับเปลี่ยนเป็นลุกขึ้นยืน สองเท้าแยกห่างกันเล็กน้อย สอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง วงหน้าคร้ามแกร่งยังเรียบเป็นเฉยชา ทว่านัยน์ตาเป็นประกายแวบขึ้นมามองมุกลดาสายตาดุ ๆ

“มองทำไม จะหาเรื่องกันหรือไง” นิลลดาแหวใส่อีกครั้ง สองมือเท้าสะเอวจ้องกลับอีกฝ่ายบ้าง ‘นึกว่าเธอจะกลัวหรือไง รู้จักเธอน้อยไปเสียแล้ว เดี๋ยวเตะผ่าหมากเสียหรอก ให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัวโว้ย จะขยี้ให้จมดินเลย ชิ!’ คนตัวเล็กที่ตอนนี้ถูกเพลิงโทสะครอบงำ จนเห็นหมียักษ์ตัวเท่ามดจ้องหมียักษ์ตาดุกร้าว สีหน้าถมึงทึง

จากตอนแรกแค่แปลกใจ แต่ตอนนี้พ่วงความสงสัยเต็มพิกัดอีกด้วย แล้วคนอย่างเขาก็ไม่ยอมให้ความรู้สึกนี้แฝงอยู่ได้นาน จะต้องหาคำตอบออกมาได้ให้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED