เสียงเพลงรักที่เปิดภายในงานและแสงสว่างจากหลอดไฟทางตั้งเรียงรายเป็นทิวแถวตามแนวถนนเริ่มส่องประกายเป็นสีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสีขาว น้ำเงิน แดง สีเหลือง ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงบริเวณจัดงาน ซึ่งเป็นลานกว้างภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่เป็นของตระกูลดังประจำจังหวัดที่ใช้สถานที่จัดงานในวันนี้ บอกให้ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ บริเวณรู้ว่าตรงนี้มีการจัดงานแต่งงานกัน
ด้านหน้ามีซุ้มไว้ต้อนรับแขกเหรื่อที่ติดป้ายชื่อของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ทั้งยังจัดมุมถ่ายรูปให้คนที่ชื่นชอบถ่ายรูปได้มีภาพถ่ายไปลงโซเชียลของตัวเอง ตกแต่งด้วยดอกไม้สดโทนขาวชมพูอย่างดอกกุหลาบสลับชมพูอ่อนของดอกลิลลี่ จากช่างมากฝีมือที่ถูกจ้างมาให้ทำงานนี้ ซึ่งจัดได้สวยถูกใจตามแบบที่ลูกค้ารีเครวส จนได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากแขกที่ได้รับเชิญมางาน
ใกล้กันนั้นมีภาพถ่ายพรีเวดดิ้งตั้งโชว์บนขาตั้งไว้กว่าสิบรูป แต่ละภาพบอกเล่าความรู้สึกต่างกัน อย่างภาพแรกเป็นรูปที่นนทภัทรอยู่ในชุดราชปะแตน เสื้อสีครีม มีสไบลายจกสีฟ้าน้ำทะเลพาดบนบ่าข้างซ้าย เข้าชุดกันกับโจงกระเบนสีแดงเลือดหมู ส่งผลให้ชายหนุ่มดูดีมีสง่าราศี ยืนโอบกอดว่าที่เจ้าสาวที่เชิดหน้ามาทางซ้ายเล็กน้อยคอยส่งยิ้มให้กล้องตามแต่ช่างภาพจะบอก ใบหน้าเรียวงามถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา ผมที่มัดรวบเป็นประจำ ถูกเกล้าเป็นมวยรวบเก็บไว้กลางกระหม่อมปักด้วยปิ่นลายไทยที่มารดามอบให้ หญิงสาวอยู่ในชุดไทยประยุกต์เย็บลายลูกไม้อย่างดี ตัวชุดเป็นแบบคอตั้งแขนยาวเข้าชุดกันกับผ้าซิ่นสีแดงซึ่งทำจากผ้าอินเดียสีทอง
รูปที่สอง หญิงสาวในชุดเกาะอกหันหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกันท่ามกลางแสงของพระอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับขอบฟ้า พลางส่งยิ้มกันอย่างสื่อความหมาย แสดงถึงความรักที่มีให้แก่กันและกัน
อีกรูปเป็นชุดไพรเวตที่แม้จะดูเป็นชุดที่ธรรมดา เรียบง่าย ทว่าหรูหราด้วยเป็นของแบรนด์เนมชื่อดัง เดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าเป็นภาพที่เธอและเขาชอบมากที่สุดในบรรดาภาพถ่ายทั้งหมด เพราะหมายถึงตัวตนของเขาและเธอจริง ๆ
“เป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่มั้ย” คุณนันทวัฒน์ เกรียงไกร บิดาของเจ้าบ่าวถามคนงานถึงความเรียบร้อยของงาน เมื่อท่านเดินมาตรวจดูด้วยตัวเอง
“เรียบร้อยดีครับ”
“ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกนะ”
“ครับ” คนงานตอบสั้น ๆ ก่อนเดินเลี่ยงไปทำอย่างอื่นต่อ
ชายวัยกลางคนที่เกษียณอายุก่อนกำหนด มองภาพรวมของงานแต่งงานของลูกชายและลูกสะใภ้ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางไว้สำหรับรองรับแขก ทุกโต๊ะถูกปูด้วยผ้าสีขาวลายลูกไม้ บนโต๊ะทั้งมีแก้วน้ำ ถ้วยใบเล็ก ๆ พร้อมทั้งช้อนและตะเกียบ ตามจำนวนเก้าอี้ที่จัดไว้แปดตัวคุมด้วยผ้าคลุมสีครีมคาดด้วยโบสีเหลืองทองสำเร็จรูปผูกไว้ด้านหลัง
มองไปด้านหน้าจะเห็นว่ามีโพรเจกเตอร์ขนาดใหญ่สองฟากฝั่งกำลังฉายภาพความเป็นไปของคนในงาน ใกล้ ๆ กันมีเวทีชุดใหญ่ตั้งอยู่ด้วยความสูงประมาณเมตรครึ่ง เครื่องดนตรีหลากหลายชนิดถูกวางไว้บนนั้น เพื่อรอการแสดงสดในไม่กี่นาทีข้างหน้า
ใครเห็นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าช่างเป็นงานใหญ่งานช้างของปี สมเป็นลูกของคนมีอันจะกิน ซึ่งความคิดของคนเหล่านั้นก็ถูกเสียด้วย เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นลูกหลานของคนมีชื่อเสียงในจังหวัดและยังติดท็อปเท็นที่ทรงอิทธิพลและชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งจังหวัดและต่างอำเภอที่อยู่ใกล้เคียงกัน
แขกเหรื่อทยอยมากันบ้างแล้ว เป็นผลให้เจ้าภาพอันประกอบไปด้วยบิดามารดาของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ออกมาต้อนรับก่อน เนื่องด้วยนนทภัทรและกรรณิกายังแต่งองค์ทรงเครื่องยังไม่แล้วเสร็จ
“สวัสดีครับ” คุณกรรชัย รุ่งโรจน์ บิดาของเจ้าสาวกล่าวทักทายผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งสนิทสนมกันพอควร เดินควงแขนภรรยาเข้างานมา
“สวัสดีครับคุณชัย คุณวัฒน์” พร้อมกับเดินยกมือไหว้ตอบ เมื่อเดินมาถึงตัว พลางถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างสนิมสนม
“สบายดีนะครับ” บิดาของเจ้าบ่าวถามบ้าง
“ก็ตามวัยแหละครับ เราต่างก็อยู่วัยนี้กันแล้ว สุขภาพก็เป็นธรรมดาอย่างคนรุ่นเรานั่นแหละ” ท่านเอ่ยเย้าแหย่อย่างอารมณ์ดี
“ท่าจะจริงครับ จะลุกจะนั่งทีต้องระวัง” ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างหัวเราะออกมากับประโยคของคุณกรรชัย
พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ คุณกรรชัยถึงได้เชิญให้แขกคนสำคัญเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่เตรียมไว้ ยิ่งมืดเท่าไรผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานมามากขึ้นเรื่อย ๆ บ้างก็มาเป็นกลุ่ม บ้างก็มาคนเดียวหรือมาเป็นคู่ แล้วนัดมาพบปะกันที่นี่เพื่อรวมกันให้ได้ครบจำนวนเก้าอี้ที่จัดรอไว้
สามชั่วโมงก่อนหน้า
“กิ่ง ตื่นไปอาบน้ำเร็ว ช่างมารอแล้ว” พราวนภา ตะวันหรือน้ำฟ้าเดินมาปลุกเพื่อนที่นอนพักผ่อนอยู่ในห้องพักของรีสอร์ตที่เจ้าบ่าวเปิดไว้ให้เจ้าสาวใช้แต่งตัวโดยเฉพาะ
“อืม ๆ” เจ้าของชื่อตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักที่ถูกรบกวนเวลานอน ก่อนลุกเข้าห้องน้ำไปทั้งที่ยังง่วงงุน
ออกจากห้องน้ำได้ หญิงสาวก็ถูกช่างมากฝีมือมะรุมมะตุ้มอยู่บนศีรษะและใบหน้าเรียวงาม แม้ไม่แต่งอะไรก็สวยเนียนธรรมชาติที่ใครเห็นต่างพากันอิจฉา พอเธอเข้าคอร์สเจ้าสาวมาแล้วยิ่งดูดีมีออร่าเปล่งประกายยิ่งขึ้น ผมที่เคยมัดเป็นหางม้าในทุกวันถูกถักเป็นเปียก้างปลาประดับด้วยมุกสีขาวดูงดงามราวกับนางฟ้าบนดิน ดวงตาสุกสกาวเรียวรีเมื่อปัดมาสคาร่าแล้วดูกลมโต ใบหน้าขาวนวลไร้สิวเสี้ยนถูกปัดด้วยบลัชออนสีชมพูอ่อนและริมฝีปากบางถูกทาด้วยลิปมันสีชมพูประกายเพชร พอเครื่องสำอางมาอยู่บนใบหน้างามช่างสวยไม่มีที่ติ
“รีบกันหน่อยจ้า งานจะเริ่มแล้วนะพวกเธอ” เจ๊แม็กกี้ ช่างแต่งหน้าประจำห้องเสื้อพราวนภาเร่งลูกน้องที่กำลังเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้งานออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ชวนคนมองให้ตกตะลึงตามคำกระซิบของเจ้าบ่าวที่บอกก่อนตนจะเข้าห้องมาและหมายถึงโบนัสที่จะได้ถ้าสวยถูกใจเจ้าบ่าว
“คุณฟ้ายังไม่เห็นว่าอะไรเลยนะฮะ” ลูกน้องฝีปากกล้าคนหนึ่งรับคมกรรไกรในปากกับเจ๊แม็กกี้ ซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วยอีกคนของพราวนภาและช่างแต่งหน้าของร้าน ที่มีห้องเสื้อหลายที่อยากได้ตัวไปร่วมงาน หากเจ้าตัวก็ปฏิเสธ เพราะงานที่ทำอยู่นี่ก็ดีอยู่แล้ว ไหนจะเจ้านายที่ให้ความเป็นกันเองอีก ไม่รู้ว่าออกจากตรงนี้ไปจะได้เจ้านายอย่างนี้อีกไหม
“ก็ช่างคุณฟ้าสิยะ” เจ๊แม็กกี้ว่า “คุณน้ำฟ้าเป็นเจ้านายที่ดี ฉันไม่เห็นเคยว่าลูกน้องอย่างหล่อนสักที”
พราวนภาได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอื้อมระอากับลูกน้องที่เอาชื่อของตนไปเอี้ยวในบทสนทนาด้วย แล้วหันมายิ้มกับเพื่อนบาง ๆ อย่างรู้กัน จะมีแต่สองคนนี้แหละที่คอยเป็นตัวตลกทำให้เธอลดอาการตื่นเต้นลงไปได้บ้าง
“ว้าว สวยมากค่ะคุณน้องขา ยิ่งแต่งแบบนี้ยิ่งสวย ดูอ่อนหวาน นุ่มนวลทีเดียว” เสียงใหญ่ของเจ๊แม็กกี้ถูกดัดให้เล็กลง เมื่อเห็นลูกน้องเก็บรายละเอียดเรียบร้อย
ผู้หญิงอะไรช่างสวยงดงามเหลือเกิน ตั้งแต่เธอเป็นช่างแต่งหน้ามา ไม่เคยพบไม่เคยเห็นใครมีใบหน้าดุจเด็กทารกแรกเกิดอย่างหญิงสาวสักราย ปัด ๆ แต่ง ๆ เล็กน้อยก็ดูสวยและโดดเด่นแล้ว ร่างชายหัวใจสาวได้แต่พรรณนาในใจคนเดียวด้วยความอิจฉาตาร้อน
“ใช่ฮ่า คุณกิ่งงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์มากเลยนะฮะ” ลูกมือเอ่ยชมอีกคน
“ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่ตั้งใจทำให้กิ่งออกมาสวยมากกว่านะคะ” เจ้าของงานเอ่ยถ่อมตัว ที่เธอสวยขนาดนี้ไม่ใช่เป็นคนสวยหรอก แต่เป็นเพราะฝีมือดีของเจ๊แม๊กกี้และลูกทีมมากกว่าที่ทำออกมาดั่งเธอเป็นเจ้าหญิงเช่นนี้
“พวกพี่ไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะคุณน้องขา เพราะเครื่องหน้าคุณน้องสวยอยู่แล้ว พี่ ๆ แค่เติมนิดแต่งอีกหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”
แหม!!! คุณเธอบอกตัวเองไม่สวย แล้วพวกฉันล่ะ ไม่เป็นศพเดินได้เลยเหรอ ลูกทีมคนหนึ่งของเจ๊แม๊กกี้ค่อนขอดในใจที่ออกจะทีเล่นทีจริงมากกว่า
“จริงจ้ะ เพื่อนของน้ำฟ้ากับณิดาสวยที่สุด” ชณิดาภา ภิญโญ ที่นั่งฟังเงียบ ๆ มานานเอ่ยอย่างเห็นด้วย
“เราเห็นด้วยกับณิดาและเจ้กี้นะ” เจ้าของพราวนภาเวดดิ้งบอก
“อย่าเพิ่งคุยกันมากเลยค่ะ ปล่อยเจ้าสาวออกจากห้องเถอะค่ะ เพราะตอนนี้เจ้าบ่าวเขามายืนคอยเจ้าสาวนานแล้ว” น้ำเสียงกึ่งหญิงกึ่งชายพยักพเยิดไปทางประตู เป็นเวลาเดียวกับที่นนทภัทรเดินเข้ามาในห้องที่ใช้แต่งตัวเพื่อรับเจ้าสาวลงไปต้อนรับแขกพร้อมกัน
“เจ๊ก็...”
เมื่อเห็นเจ้าสาวกับตาตัวเอง ชายหนุ่มร่างสูงถึงกับตกตะลึงในความสวยของคนรัก ที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกรูปหัวใจลายถักลูกไม้สีชมพูเย็บติดกับตัวชุดที่ยาวลากพื้น ชายกระโปรงยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการปักดอกไม้ดอกเล็ก ๆ เพื่อไม่ให้ชุดดูเรียบจนเกินไป บนลำคอระหงหญิงสาวเลือกสวมสร้อยทำจากเงินแท้จี้รูปหัวใจที่แฟนหนุ่มซื้อเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วมาใส่ พอมาอยู่บนคอของร่างบางแบบนี้ช่างเข้าชุดกันอย่างพอเหมาะในความรู้สึกของคนมอง
ส่วนกรรณิกาเองก็มองสำรวจเครื่องแต่งกายของแฟนหนุ่มบ้าง ซึ่งตอนนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสวมทับด้วยสูทสีครีมเข้าชุดกันกับกางเกง โดยเลือกใช้เนกไทสีชมพูอ่อนที่เธอซื้อให้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ดูหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบมากขึ้นเมื่ออยู่บนตัวของเขา
“ไปกันเลยมั้ยคะ” หายใจหายคอสะดวกถึงเอ่ยชวนกันไปงาน พลางงอแขนให้เจ้าสาวหมาด ๆ ได้ควง
คนตัวเล็กพยักหน้าตอบ “ค่ะ”
“กิ่งสวยมากเลยนะ” ร่างสูงกระซิบคำหวานข้างหูเบา ๆ ให้ได้ยินกันสองคน เมื่อเดินออกมาไกลจากบ้านพักรับรองที่ตนเปิดไว้แล้ว
“ขอบคุณค่ะ พี่นนท์ก็หล่อเหมือนกัน”
“กิ่งไม่ต้องเขินพี่จนหน้าแดงก็ได้”
เห็นอาการอายม้วนของหญิงสาวเลยเกิดอาการอยากแกล้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อลดอาการตื่นเต้นทั้งของตนเองและสาวคนรักไปในตัว การหยอกเย้าคนรักให้เขินอาย คงเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เขาขาดไม่ได้เสียแล้วสิ
“พี่นนท์น่ะ…” หญิงสาวค้อนวงใหญ่ส่งไปให้ พร้อมยกมือเรียวบางตีแขนแกร่งจนได้ยินเสียงเพียะ
“โอ๊ย!! พี่เจ็บนะ” ลูบแขนตัวเองป้อย ๆ อย่างอยากให้แฟนสาวเห็นใจ กรรณิกาเห็นแล้วเกิดอาการมันเขี้ยวขึ้นอีกคราเลยหยิกขมับเข้าบั้นเอวให้เป็นของแถม
“ฝากไว้ก่อนเถอะ คืนนี้จะลงโทษให้หนัก” นนทภัทรกระซิบขู่ จนคนฟังอกสั่นขวัญหายไปหมดแล้วในตอนนี้
ผู้คนที่มาร่วมงานเห็นทั้งคู่เดินหยอกล้อกัน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่างเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก อดที่จะชื่นชมความสวยความหล่อของบ่าวสาวไม่ได้...
“พักดื่มน้ำก่อนมั้ยคะ” มือหนาเปิดฝาขวดออก ก่อนยื่นขวดน้ำมาให้ เธอสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาไปหยิบตอนไหน เห็นอยู่ว่าเขายืนอยู่ข้างกายตลอด แต่นั่นแหละคิดไปเองก็ไม่ได้คำตอบ จะให้ง้างปากเขาก็ไม่เอาอีกเช่นกัน
“พี่นนท์ไม่กินด้วยกันเหรอคะ” เสียงหวานถามเมื่อไม่เห็นเจ้าบ่าวถือขวดของตัวเอง
“ดื่มขวดเดียวกับกิ่งไง” ไม่ทันขาดคำ มือหนาแย่งจากมือบางไปกินหน้าตาเฉย
เอ่อ...จะเรียกว่าจูบปากทางอ้อมได้ไหมนะ เธอได้แต่ตั้งคำถามถามตัวเองในใจเพราะจะหันไปคุยกับคนข้าง ๆ คงมีอายกันบ้างแหละ
“เป็นยังไงกันบ้างลูก ตื่นเต้นมั้ย”
คุณขวัญฤทัยควงสามีเดินเข้ามาถามลูกสาว หลังลูกมาเปลี่ยนให้ไปพัก พลางส่งยิ้มมาให้แต่ไกลด้วยความดีใจที่ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา จะได้หมดห่วงเสียทีที่มีคนดี ๆ อย่างนนทภัทร ชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้เป็นคนดูแลต่อจากนางและสามี เหลือก็แต่ลูกชายคนโตที่ทำแต่งานจนไม่สนใจหาเมียให้แม่อุ้มหลานเสียที
“ที่สุดเลยค่ะคุณแม่” กรรณิกาตอบมารดาเสียงสั่น โดยมีมือหนาของเจ้าบ่าวกุมไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกลูก มีพี่นนท์อยู่ข้าง ๆ” น้ำเสียงอ่อนโยนของคุณภาวิดาที่เดินตามหลังประมุขของบ้านรุ่งโรจน์ ทันได้ยินประโยคของเพื่อนสนิทถามลูกสะใภ้พอดี
“ค่ะคุณแม่”
แม่สามีพยักหน้า เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจจากลูกสะใภ้ที่นางเอ็นดูเหมือนลูก เนื่องจากเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่อ่อน ทั้งยังเลี้ยงมาเองกับมือจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหญิงสาวรู้สึกเช่นอยู่ตอนนี้ ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่ได้มีงานแต่งงานเป็นของตัวเองก็มีความสุขระคนตื่นเต้นกันทั้งนั้น เนื่องด้วยนางเคยผ่านช่วงเวลาสำคัญอย่างนั้นมาแล้ว
“ขวัญจ๊ะ ฉันว่าเราเข้าไปในงานดีกว่านะ...ปล่อยให้ลูก ๆ ต้อนรับแขกกันเองเถอะ” ผู้เป็นใหญ่ของบ้านเกรียงไกรหันมาชวนเพื่อน
“งั้นเราไปกันเลยนะ จะได้ดูความเรียบร้อยด้วย” คนถูกชวนว่าอย่างเห็นด้วย
นนทภัทรเห็นบิดาและมารดาเข้างานแล้ว จึงหันใบหน้าหล่อคมมามองภรรยาที่กำลังใช้กระดาษซับหน้าอยู่ เห็นอย่างนั้นเลยยื่นมือแย่งมาซับให้ด้วยตัวเองไม่ได้
“พี่ทำให้” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นหญิงสาวสะดุ้งตกใจ
ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ที่เห็นภาพนี้ต่างพากันอิจฉาตาร้อนผ่าว เมื่อเจ้าบ่าวแสดงความรักต่อเจ้าสาวให้เห็น ตบท้ายด้วยหอมแก้มสาวคนรักโชว์แขกเป็นของรางวัล
แฟนหนุ่มแสดงความรักต่อธารกำลังเช่นนี้ กรรณิกาที่ทำตัวไม่ถูกรู้สึกว่าใบหน้านวลที่แต่งแต้มเครื่องสำอางราคาแพงร้อนผ่าวอย่างเขินอาย จนแทบมุดสิงเข้าร่างแฟนหนุ่มได้อยู่รอมร่อ ช่างภาพที่จ้างมาช่างรู้ใจเสียจริง เพราะว่าถ่ายภาพอิริยบถต่าง ๆ ที่เจ้าบ่าวแสดงออกถึงความรักที่มีต่อเจ้าสาวหวานจนมดขึ้นไปหลายต่อหลายซอต ชายหนุ่มไม่ได้แค่เอาใจแฟนสาวนี้ต่อหน้าสื่อ แต่ทำอย่างนี้ตลอดตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว
“พอแล้วค่ะพี่นนท์” เจ้าสาวแย่งกระดาษซับหน้ามันมาถือไว้เอง นนทภัทรเห็นอาการเขินอายอย่างนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยเปลี่ยนเรื่องเป็นถามอย่างห่วงใยแทน
“กิ่งเหนื่อยมั้ย”
“ไม่ค่ะ พี่นนท์ล่ะคะ?” กรรณิกาตอบยิ้ม ๆ แล้วถามกลับบ้าง
“ไม่เลย...พี่มีความสุขที่เราจะเดินเคียงคู่กันไปอย่างนี้ พี่ขอบคุณกิ่งมากนะ” ร่างสูงว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ที่มีวันนี้ได้เพราะหญิงสาวยอมรับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขา รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้คนดี ๆ อย่างนี้มาเป็นเพื่อนคู่คิดดูแลซึ่งกันและกันไปจนแก่จนเฒ่า
“ขอบคุณทำไมคะ” กรรณิกาเอียงคอถาม รู้สึกงงงวยกับประโยคที่ชายหนุ่มเอ่ย พอสบตาสีดำสนิทของเขาถึงรู้ถึงความรักที่เขาแสดงออกมา สำหรับเธอแล้วไม่มีคำไหนจะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ เพราะทั้งเธอและเขาต่างเคยบอกไปแล้วอยู่ที่เมื่อเชื่อวัน ตอนนี้เพียงแค่ใช้ใจมองก็รู้ถึงข้างในว่าเราสองคนมีความคิดตรงกัน อย่างที่เขาบอกว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ความรู้สึกที่แสดงออกมาก็ไม่ได้ต่างไปเช่นกัน
ตั้งแต่เล็กจนโตผู้ชายคนนี้ดูแลเธอเป็นอย่างดี ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ไปที่ไหนจะมีเขาคอยรับส่งเสมอ ขอแค่เอ่ยปากบอกเขาก็พร้อมเป็นสารถีที่ดีของเธอ...ตลอดไป
“พี่รักกิ่งนะ”
“กิ่งก็รักพี่นนท์ค่ะ”
คำว่ารักของเขาช่างมีอิทธิพลต่อใจของเธอนัก เมื่อก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวราวกับกลองเพล
ถึงนนทภัทรจะพูดจาด้วยคำเสียงอ่อนโยนสักเพียงใด สำหรับเธอแล้วไม่เท่ากับการกระทำที่เขาเพียรมอบให้...แม้แต่น้อย