ตอน 1

-Intro-

-Intro-

จะฝันก็ไม่แปลก แต่หากว่าฝันถึงเรื่องเดิม ๆ กับคนที่เขาเห็นหน้าไม่ชัด แต่ก็มั่นใจว่าเป็นคนเดิมทุกครั้ง เป็นความฝันที่มันเริ่มจะถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

เขาควรจะทำยังไงดี หาทางให้ลืมเลือนไปโดยเร็วที่สุด หรือค้นหาต้นตอของความฝันนั้น

“ยอดรัก”

อีกแล้ว...เสียงร้องเรียกนำทางมาอีกแล้ว เขากำลังจะเริ่มความฝันเฉกเช่นเดิมอีกแล้วสินะ หากครั้งนี้แตกต่างจากที่เคยเป็นมาที่ปกติแล้วเขาจะหลับสนิทและฝันเป็นเรื่องเป็นราวที่ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่มันมีความรู้สึกอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดทิ้งไว้เสมอ เพราะค่ำคืนนี้เขาไม่ได้นอนหลับสนิทอย่างที่ผ่านมา ในครั้งนี้มันเหมือนกับว่าเขาอยู่ในห้วงของความฝันที่กึ่งมีสติอยู่บ้างเล็กน้อย แล้วความฝันมันก็เริ่มต้นเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

“ยอดรัก”

คนถูกเรียกที่ตอนนี้ได้สติไปมากกว่าครึ่งพยายามที่จะลืมตาตื่น เพื่อที่เขาจะได้คุยกับคนนั้นที่ร้องเรียกและทำบางสิ่งบางอย่างกับร่างกายของเขาให้รู้เรื่องสักที...อย่าตามมาหลอกมาหลอนกันอีกได้ไหม แต่ที่ทำได้คือนอนกระสับกระส่ายเพราะทำอย่างไรก็ไม่อาจลืมตาตื่นขึ้นได้ แล้วเสียงที่ร้องเรียก “ยอดรัก” ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

“ได้ยินแล้ว จะเรียกทำไมนักหนา” เขาเพียงแค่คิดเท่านั้นแต่เหมือนคนที่ร้องเรียกจะล่วงรู้ ถึงได้หัวเราะออกมา มันยิ่งทำให้เขาโมโห “มีอะไรก็รีบพูดมา คนจะหลับจะนอน อ๋อ...พูดจบแล้วก็รีบไปไกล ๆ แล้วก็ไม่ต้องมาเรียกหา มาเข้าฝันกันอีกนะ เหนื่อย”

พอเขาบอกไปอย่างนั้นรอบกายก็เงียบสนิทจนเขาได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ก่อนความเย็นจะคืบคลานเข้าหาพร้อมกับร่างหนาที่หยุดยืนอยู่ตรงปลายเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง

แม้เขาจะไม่ได้ลืมตาตื่น แต่กลับรู้สึกว่าเห็นใบหน้าที่เหมือนมีแสงตกกระทบจนเห็นได้ไม่ชัดเจน ทว่ากลับได้เห็นลำคอหนาไล่ลงมาจนถึงแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ลับหายไปในขอบกางเกงผ้าเอวต่ำ

“ไม่เห็นทำอะไรสักอย่าง ทำไมถึงเหนื่อยได้ล่ะ”

เขาได้แต่ออกอาการฮึดฮัด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้...เขาเป็นผู้ถูกกระทำนะสิ แม้ร่างกายจะเจ็บปวดไปบ้างแต่ก็มีความสุขสมหวังอยู่ไม่น้อย แต่นั่นก็ก่อนที่จะพบกับความปวดร้าวใจจนน้ำตาไหลออกมาทุกครั้ง

“ก็ลองมาเป็นผมดูบ้างไหมล่ะ” เขาเอ่ยออกไป อีกฝ่ายก็หัวเราะกลับมาขณะเดินมาทรุดกายลงนั่งบนเตียง

อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง แต่ทำไมเขาถึงยังเห็นใบหน้าผู้ชายตรงหน้าไม่ชัดสักครั้ง อยากจะลุกขึ้นเพื่อจะได้มองใบหน้าของคนที่ฝันถึงอยู่บ่อยครั้ง แต่เรี่ยวแรงกลับไม่มีและสิ่งที่ทำได้คือการมองร่างแข็งแกร่งขยับเข้ามาหาเรื่อย ๆ เมื่อมือแกร่งวางลงบนข้อเท้า หัวใจเขาก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ในหัวเริ่มคิดถึงภาพที่ตนเองเปลือยเปล่า ถูกอีกฝ่ายคลอเคลียแนบชิด เสียงลมหายใจที่หอบพร่ากับน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เอื้อนเอ่ยใกล้ใบหู หรือแม้กระทั่งยามที่ปากหนาขบเม้มบนผิวกาย ที่จะมีร่องรอยเหลือให้เห็นทุกครั้งในตอนที่ตื่นนอน

“ไม่ล่ะ...เป็นอย่างนี้นะดีแล้ว” ไม่เพียงเอ่ยตอบเสียงนุ่มทุ้ม เขายังโน้มใบหน้าลงไปแนบริมฝีปากบนข้อเท้าคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้มองมาด้วยสายตาสั่นไหวและเต็มไปด้วยความเขินอาย

“คิดถึงนะ”

“ถ้ามาแล้วทำเช่นนี้ตลอด ก็ไม่ต้องคิดถึงกันหรอก” เพราะยอดรักโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจะแข็งกระด้างปากหนาที่ขบเม้มผิวกายเนียนเรียบอยู่หยุดชะงัก พร้อมกับสายตาเข้มดุที่เหลือบขึ้นมอง

“ก็ยังเจอกันแบบคนทั่วไปไม่ได้นี่น่า”

“แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอกันล่ะ หลายปีแล้วนะที่ผมฝันอยู่แบบนี้” น่าจะเรียกได้ว่าเขาเริ่มฝันถึงผู้ชายคนนี้ตั้งแต่รู้ความแหละ แต่ช่วงนั้นความฝันก็เป็นแบบทั่วไปที่เหมือนกับเพื่อนสนิทได้พบเจอกัน เมื่อเขาโตขึ้น มีความต้องการทางร่างกายตามประสาหนุ่มวัยรุ่น ความฝันก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไป แรกเริ่มเขาหวาดกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ยอมให้อีกฝ่ายปลุกเร้าความต้องการจนกลายเป็นเหมือนกับสิ่งเสพติดที่เฝ้าถวินหาในทุกค่ำคืน

“ไม่นานแล้วล่ะ กลัวแต่ถ้าพบเจอกันจริง...ยอดรักจะกลัวผมหรือเปล่า”

“ทำไม”

“เพราะผมไม่เหมือนคนอื่น”

“ก็คงจะกลัว...มั่ง” ยอดรักตอบกลับไปอย่างไม่มั่นใจ เพราะการได้เจอกันแบบนี้ทำให้เขาค่อนข้างจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาเช่นเขา แต่จะแตกต่างกันอย่างไรเขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ทว่าระหว่างเจอกันแบบนี้กับการได้เห็นหน้า...อย่างไหนมันจะดีกว่ากัน “แต่ได้เจอกันอย่างคนปกติทั่วไป ดีกว่าเรามาเจอกันในฝันแบบนี้หรือเปล่าล่ะ”

“ก็น่าจะดีกว่านะ เวลาที่ผมทำแบบนี้” มือแกร่งวางลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมวลเนื้อนุ่มนิ่มของคนตัวเล็กกว่า นิ้วยาวคืบคลานสอดเข้าไปในกางเกงที่อีกฝ่ายนุ่งเพื่อจะได้สัมผัสกับเจ้ายอดรักน้อย ๆ ที่ตอนนี้เริ่มตื่นตัว “มันจะต้องดีกว่าการตกอยู่ในความฝันมากมายอยู่นะ”

“ฮื่อ...ก็คงจะดีกว่าจริง ๆ นั่นแหละ” ยอดรักกัดฟันตอบไปเมื่อถูกมือแกร่งลูบไล้พุงที่เต็มไปด้วยหมู่มวลเนื้อนุ่มนิ่มเรื่อยลงไปปลุกเจ้าตัวน้อยที่หลับอยู่ให้ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา

“คิดถึงมากเลย ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน” ริมฝีปากหนาขบเม้มกัดผิวเนื้อเนียนเรียบ พลางสองมือแกร่งลูบไล้ไปบนลำตัวของคนตัวเล็กที่เขารู้สึกว่าผอมกว่าครั้งก่อนที่ได้พบเจอกัน...ในความฝัน จนคิดไว้ว่าถ้าได้เจอหน้ากันจริง ๆ จะขุนอีกฝ่ายให้อ้วนให้มากกว่านี้ จะได้มีเนื้อมีหนังเพื่อที่เขาจะได้กอดรัดอย่างไม่ต้องกลัวอีกฝ่ายเจ็บตัว

“ก็แล้วใครกันล่ะที่หายไปนะ” ยอดรักอดที่จะพูดด้วยความน้อยใจไม่ได้

“ไม่ได้อยากจะหายไป แต่มีธุระต้องไปจัดการนะสิ”

จะว่าไป...เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าคนตรงหน้ามีอาการเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าอยู่นะ “แล้วทำไมถึงไม่พักล่ะ มาเจอกันแบบนี้จะไม่เหนื่อยกว่าเก่าหรือไง”

“คิดถึง”

เพียงคำสั้น ๆ กับน้ำเสียงที่อบอุ่นและอ่อนโยน ทำให้ยอดรักใจเต้นระรัว เผลอยิ้มออกมาขณะยื่นมือไปสัมผัสกับใบหน้าที่ไม่ว่าทำอย่างไรเขาก็มองไม่ชัดสักครั้งอย่างแผ่วเบา เพราะเขาเองก็คิดถึงและเป็นห่วงอีกฝ่ายเช่นกัน

ตอน 2

Chapter 2

ลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียนิ้วเรียวสลับปากหนาขบเม้มกัดก่อนที่คนตัวใหญ่กว่าจะทรุดกายลงนั่งคร่อมสองขาของคนตัวเล็กและยื่นมือไปสอดเข้าระหว่างลำตัวเพรียวบางดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งพลางสองมือแนบบนใบหน้าพร้อมกับนิ้วเรียวลากไล้บนผิวแก้ม

แม้จะเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน หากยอดรักกลับเห็นความคิดถึงและความปรารถนาที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคมเข้มที่มันทำให้เขารู้ว่าทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นพร้อมกับริมฝีปากหนาที่แนบลงมาบนริมฝีปาก ความอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนหวานและเร่าร้อนทำให้หัวใจยอดรักเต้นแรง สองมือเล็กยกขึ้นวางบนแผ่นอกกว้างกำยำ

“อื้อ” ยอดรักประท้วงออกไปเมื่อฟันของอีกฝ่ายขบกัดลงมาบนกลีบปากสลับลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่นชื้นที่ปลายลิ้นรอเกี่ยวพันอยู่แล้ว ขณะที่มือหนาก็สอดเข้าไปลูบไล้ผิวกายเนียนเรียบที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อกล้ามที่ชายเสื้อด้านล่างขาดอยู่หลายจุด ก่อนริมฝีปากหนาจะขบเคลื่อนลงมาคลอเคลียขบกัดซอกคอ

“เป็นหมาหรือไง กัดจริง” ยอดรักเผลอพูดอย่างอดไม่ไหว เมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายขบเม้มกัดสลับเม้มดูดตั้งแต่ลำคอลงมาจนถึงหน้าอกของตนเองที่ตอนนี้น่าจะมีรอยแดงแต้มเป็นจุด ๆ แล้วก็ยังไม่ยอมหยุดด้วย

แต่นอกจากคนถูกกล่าวหาว่าเป็นหมาจะไม่โกรธแล้ว เขายังจะหัวเราะออกมาขณะดึงเอาเสื้อกล้ามที่ควรจะนำไปทำเป็นผ้าขี้ริ้วได้แล้วออกจากกายบางโยนทิ้งไปเพื่อตนเองจะได้แนบปากลงบนผิวเนื้อเนียนเรียบที่ต้องทำรอยเอาไว้ให้ชัดเจนมากที่สุด

“อื้อ” ยอดรักประท้วง ถึงเขาจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะสัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้สลับหยอกเย้ากับน้องรักน้อย ๆ ของตนเอง แต่ก็เจ็บจี๊ด ๆ ระคนเสียวซ่านเพราะปากหนาของคนที่เขายังไม่รู้จักชื่อดูดเม้มและขบกัดผิวกายอย่างไม่ยอมหยุดเช่นกัน

เสียงลมหายใจของยอดรักหอบกระเส่าเมื่อปากหนาได้ค้นพบกับปลายยอดอกแล้วรีบขบเม้มกัดสลับเรียวลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียขณะที่นิ้วยาวก็หยอกเย้ากับปลายยอดอกอีกข้างสลับเคลื่อนไปลูบไล้แผ่นหลังและเลื่อนไปบีบเคล้นบั้นท้าย

เพราะห่างหายจากการฝันถึงเรื่องนี้กับชายคนนี้นานแรมเดือนเพียงแค่กึ่งกลางกลายของเขาได้สัมผัสกับมือหนา มันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที แต่ก่อนที่มันจะถูกสัมผัสมากไปกว่านั้น ก็...

“เป็นอะไรไปอีกวะมึง”

คนถูกถามเหลือบสายตามองเพื่อนสนิทที่แรกเจอคือศัตรูที่ต่อยตีกันจนเลือดอาบ ก่อนจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างไรก็ไม่รู้ แต่ทุกวันนี้เขานายศรวัณ ทิพย์ขวัญอยู่กับกันต์ธร พรพะนิจกุลคนที่เอ่ยถามและอัครพิชญ์ บูรณ์นิกรมากกว่าครอบครัวเสียอีก

“แค่...สงสัยตัวเอง เกิดอะไรขึ้น”

อัครพิชญ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ยังไง”

“เหลามา” กันต์ธรถามแบบรัวลิ้นจากเล่ามาจึงกลายเป็นเหลาแทน

ร่างเล็กบางที่เอนตัวราบไปกับโต๊ะไม้หินอ่อนขณะที่สองแขนก็ยื่นตรงไปด้านหน้ารองรับกับคางมลที่วางอยู่ด้านบนรีบยันตนเองขึ้นมานั่งตรง ๆ ด้วยความเกียจคร้านระคนสับสนวุ่นวายใจ

“ความจริงไม่ต้องถามก็พอจะรู้...ที่มันฝันเปียกอยู่บ่อย ๆ แน่เลย” กันต์ธรเอ่ยพร้อมกับหัวเราะร่า เขากับอัครพิชญ์ล้อเลียนศรวัณเรื่องนี้ได้ตลอด แรก ๆ ก็ถูกโกรธอยู่นะ แต่หลัง ๆ มาดูเหมือนศรวัณจะลืมเรื่องถูกล้อเพราะเริ่มคิดถึงหน้าตาและอยากค้นหาคนที่ตัวเองฝันถึงอยู่บ่อย ๆ เสียมากกว่า

“ทำไมวะ ช่วงนี้มึงไม่ฝันถึงหนุ่มสุดหล่อคนนั้นหรือวะ” อัครพิชญ์ถาม

“ไม่ใช่”

“ถ้าไม่ใช่แล้วยังไงวะ ช่วยบอกให้กูสองคนเข้าใจหน่อยครับคุณเพื่อนมึง” กันต์ธรถามพร้อมกับจ้องหน้าเพื่อนเพื่อกดดัน ทั้งที่ความจริงก็ไม่ต้องทำอย่างนั้นหรอก เดี๋ยวศรวัณก็บอกออกมาเอง

“คือ...กูจะอธิบายกับมึงสองคนยังไงดี” เพราะเขาเองก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกเกินกว่าจะบอกใครได้ “ขอกูเรียบเรียงคำพูดก่อนนะ” ศรวัณนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ในหัวก็เริ่มคิดว่าตั้งแต่คืนนี้ที่ความฝันเขาถูกขัดจังหวะจากเสียงโทรศัพท์ของเพื่อนรักทั้งสองที่กระหน่ำโทรหาเพื่อให้รีบออกจากบ้านมาดูผลการสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยกัน

“แล้วมึงจะคิดอะไรให้มากว่ะ มีอะไรก็บอกกันมาตรง ๆ ยังไงกูสองคนก็รับรู้เรื่องความฝันของมึงมาตั้งแต่ต้น ยังไงก็น่าจะเข้าใจไม่ยากหรอก ใช่ไหมพิชญ์”

“ใช่”

เมื่อสองเพื่อนรักพูดออกมาแบบนั้นศรวัณก็พยักหน้าและบอกกล่าวในสิ่งที่เขาสัมผัสได้หลังจากความฝันในค่ำคืนนั้น ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าคนในฝันได้มาหาจริง ๆ ไม่ได้ฝันอย่างเช่นที่ผ่านมาและรู้สึกเหมือนกับว่าได้พบเจอกับคนในฝันเดินอยู่บนถนนเดียวกัน บางครั้งก็เหมือนกับเดินสวนกันด้วยซ้ำ

“มึงจะบอกว่า...คนในฝันมาหามึงถึงห้อง แล้วทำอย่างนั้นกับมึง ทำแบบจริง ๆ จัง ๆ จนเสร็จ”

“มึงจะบอกว่ารู้สึกเหมือนกับได้พบคนในความฝันของมึงเดินสวนไปสวนมา พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนเนี่ยนะ”

กันต์ธรและอัครพิชญ์พูดออกมาพร้อม ๆ กันด้วยความรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะหากใช่...มันก็คือเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดที่เขาสองคนได้ล่วงรู้แล้วล่ะ

“มันก็...ทั้งใช่และไม่ใช่ คือ...จะบอกยังไง คือกูแค่รู้สึกว่าเขาคอยวนเวียนอยู่รอบตัว รู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้อยู่ห้องคนเดียว เวลาเหงา ๆ ก็เหมือนมีใครสักคนมากอด มันเหมือนกูได้รับรู้ว่าเขาคอยดูเวลาไปไหนมาไหนคนเดียว แล้วกูก็ยังรู้สึกว่า...กูได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหูด้วย ทั้งที่กูเองก็คิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่กูรู้สึกว่ามันเหมือนจริงมากเลยนะไอ้กันต์ ไอ้พิชญ์” ศรวัณบอกกับเพื่อนรัวเร็วจนแทบจับคำไม่ได้

เฮ้อ! อัครพิชญ์และกันต์ธรถอนหายใจออกมาพร้อม ๆ กัน

“กูว่า...อาการมึงหนักจนน่าจะไปหาหมอนะยอดรัก มึงเอาแต่คิดเรื่องนี้ไม่เป็นอันทำอะไร ตอนนี้อะนะ หน้าตามึงโทรมจนเหมือนกับคนป่วยมาเป็นเดือนแล้ว” อัครพิชญ์พยายามที่จะเบี่ยงเบนความคิดของศรวัณให้หลุดออกจากเรื่องของคนในความฝัน

“มึงสองคนไม่เชื่อกูเหรอ” ศรวัณมองอัครพิชญ์ก่อนจะหันไปทางด้านกันต์ธรที่พยักหน้ารับกับคำพูดของเพื่อน ในสายตาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใยในตัวเขา

“ถ้ามึงจะคิดเสียใหม่นะยอดรัก ถึงเรื่องมันจะแปลกจนไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่กูสองคนไม่ได้ไม่เชื่อที่มึงบอกมา เพราะร่องรอยบนตัวมึงที่กูกับไอ้พิชญ์เคยเห็น มันคิดไปทางอื่นไม่ได้เลย นอกจากเรื่องนั้น” กันต์ธรรีบพูดเมื่อเห็นใบหน้าเหมือนจะร้องไห้ของเพื่อน

ตอน 3

“อีกอย่างที่กูสองคนพูด ก็เพราะเป็นห่วง อยากให้มึงมีสติมากกว่านี้ มึงลองเอาสมองอันน้อยนิดของตัวเองตรองดูหน่อยไหม ถ้ามึงเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ แล้วพอมึงไปเรียน...มึงต้องคิดว่ามีคนที่ไม่รู้เรื่องของมึง ถ้าเขาเกิดได้ยินมึงพูดจาแปลก ๆ ทำอะไรไม่เหมือนกับพวกเขา จะเพื่อนร่วมหอ เพื่อนร่วมเรียน ทุกคนต่างก็ต้องคิดว่ามึงเป็นบ้านะเว้ย”

“แล้วมึงก็จะถูกเพื่อนพากันรังเกียจ มึงคิดบ้างไหมว่ากูสองคนจะรู้สึกยังไงที่ไม่ได้ดูแลมึงให้ดี ทำให้มึงถูกเพื่อนรังเกียจ”

“กูสองคนเป็นห่วงมึงนะยอดรัก” กันต์ธรและอัครพิชญ์ต่างก็บอกถึงความคิดของตนให้เพื่อนรับรู้

“เพราะรู้ไง กูถึงต้องคิดไง ถ้าไม่สามารถหลุดพ้นจากเรื่องนี้ก็ต้องค้นหาคนที่กูฝันถึง แต่มันไม่ได้ง่ายนะ เขาเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง กูไม่รู้เลยสักอย่าง แล้วอย่างนี้จะหาเจอได้ยังไง” หากได้เจอกับผู้ชายคนนั้น ศรวัณคิดว่าเรื่องที่เขาฝันถึงคงจะหยุดลง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมาก็ค่อยคิดในภายหลัง

“แต่กูว่าหาเจอ”

“หมายความว่ายังไงวะพิชญ์” ศรวัณมองหน้าเพื่อนอย่างมีความหวัง

“มึงลองคิดดูนะยอดรัก” อัครพิชญ์เริ่มพูดในสิ่งที่ตนเองคิด “แรก ๆ ที่นาน ๆ ฝันถึงครั้งหนึ่ง แสดงว่าเขาคนนั้นคงจะต้องอยู่ไกลไปสักหน่อย พลังงานที่ส่งมาหาแกไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้มึงฝันบ่อยขึ้น แสดงว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องอยู่ไม่ไกลจากมึง”

“เออ...เป็นไปได้วะ” กันต์ธรเห็นด้วย “แต่กูยังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้ไอ้ยอดรักหาตัวผู้ชายคนนั้นเจอเลยนะ”

ศรวัณพยักหน้ารับกับคำพูดของกันต์ธร

“มึงบอกว่าจำรูปร่างเขาได้อย่างชัดเจนใช่ไหมยอดรัก”

“อือ...” ศรวัณพยักหน้ารับ ยิ่งรูปร่างที่ปราศจากเสื้อผ้า ทุกสัดส่วนเป็นแบบไหน เขายิ่งจำได้อย่างแม่นยำ

“หยุด...หยุดคิดหื่นก่อนเลยมึง”

“เปล่านะ” ศรวัณรีบบอกเพื่อนเสียงอ่อย

“เปล่าแต่หน้ามึงนะ แดงจนถึงคอแล้ว” อัครพิชญ์ส่ายศีรษะอย่างอิดหนาระอาใจ

“มึงหยุดล้อไอ้ยอดรักก่อนไอ้พิชญ์ รีบบอกกูมาก่อน จะหาผู้ชายคนนั้นเจอได้ยังไง” กันต์ธรถาม เพราะถ้าเขาช่วยได้ ก็จะได้รีบช่วย เรื่องนี้จบลงเร็วเท่าไหร่ ศรวัณก็จะกลายเป็นคนปกติเร็วมากเท่านั้น

“ถ้าไอ้ยอดรักจำได้ เราก็หาคนที่วาดรูปเหมือนมาให้มันบอกรายละเอียดของผู้ชายคนนั้นไง”

“เผื่อมึงจะลืมไปนะพิชญ์ เงินค่าจ้างวาดรูปเหมือนให้ออกมาเหมือนคนที่ไอ้ยอดรักมันฝันถึงน่าจะไม่ใช่น้อย ๆ แล้วเราจะหาเงินนั้นมาจากไหน แล้วไปบอกคนวาดยังไงไม่ให้เขาคิดว่าเราบ้า”

“ก็จริง” อัครพิชญ์พยักหน้ารับ การวาดภาพเหมือนคนทั่วไปไม่แปลก แต่ที่จะแปลกก็คือการวาดรูปร่างแต่ใบหน้าที่ศรวัณบอกเองว่ามันยังไม่ชัดเจน ที่สำคัญก็คือเรื่องเงินที่เขาทั้งสามคนยังมีเพียงแค่เล็กน้อยที่น่าจะไม่เพียงพอในการแบ่งไปใช้ในการจ้างวาดรูป

“กูจะหางานทำระหว่างเรียน”

คำบอกกล่าวของศรวัณทำให้กันต์ธรและอัครพิชญ์ถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียงกัน

“มึงจะไปทำงานอะไร”

“เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารหรือจะไปเป็นเด็กล้างจาน”

ทั้งอัครพิชญ์และกันต์ธรต่างก็ส่ายศีรษะในทันที แม้หน้าตาของศรวัณจะไม่ได้น่ารักแบบ ขาวใส ตาโตแก้มป่อง ปากแดง ผิวเนียนเรียบลื่น รูปร่างเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม เพราะรูปร่างหน้าตาของศรวัณก็เหมือนกับเด็กหนุ่มทั่วไป ผิวหน้าที่มีสิวอยู่บ้าง ผิวก็หยาบกร้านด้วยไม่ได้รับการบำรุง ดวงตาเล็กแต่สดใสและซุกซน อยากรู้อยากเห็นตามวัย รูปร่างค่อนข้างจะไปทางผอมด้วยไม่ค่อยได้กินอาหารที่เหมาะสมตามวัย ทั้งที่ทุกอย่างในตัวศรวัณไม่ได้โดดเด่นและน่าสนใจอะไรมากนัก แต่ก็เป็นเด็กหนุ่มที่แปลกอย่างหนึ่งคือชอบที่จะเรียกผู้คนเข้าหาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ จนบางครั้งมันก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา หากไม่ได้เขาสองคนช่วยกันดูแล ป่านนี้เขาทั้งสองคนก็ยังคิดไม่ออกว่าเพื่อนคนนี้จะไปพบกับเรื่องดีที่น่าจะน้อยมาก แต่เรื่องไม่ดีน่าจะมากมายอย่างที่คาดคิดไม่ถึง

“ทำไม” ศรวัณถามอย่างหงุดหงิดใจ

“มึงน่าจะรู้ตัวดีนะยอดรัก...เสิร์ฟอาหาร กูสองคนกลัวมึงจะสะดุดเท้าตัวเองแล้วเอาของในมือไปราดหัวลูกค้าเข้านะสิ”

“ไปล้างจานก็คงทำให้ตัวเองบาดเจ็บ แล้วแทนที่จะได้เงินเขากลับต้องจ่ายชดใช้เพราะไปทำแก้วแตก ทำจานแตก”

“กูทำพวกอาหารตามสั่งก็ได้...ไหมวะ”

“เปิดเรียนแล้วมึงจะเอาเวลาไหนไปทำ เห็นเขาว่าปีหนึ่งกิจกรรมไม่ใช่น้อย ๆ แล้วคนเรียนระดับกลาง ๆ อย่างมึง มันต้องขยันมากกว่าคนอื่นหรือเปล่าวะ”

เจอสองเพื่อนสนิทเบรกไว้ทุกทาง ศรวัณก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยไม่รู้ว่าจะหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไงดี

“อย่างน้อยเราก็มีหนทางตามหาตัวผู้ชายในฝันของไอ้ยอดรักแล้ว ตอนนี้หยุดเรื่องนี้ไว้ก่อนก็ได้ ยังพอมีเวลาให้คิดหาทางออก ตอนนี้มาคิดเรื่องหอพักดีกว่า ตกลงจะเอายังไง จะพักด้วยกันหรือแยก” อัครพิชญ์เอ่ยถาม เขาอยากจะพักกับเพื่อนนะ แต่ด้วยว่าเลือกเรียนคนละคณะกันมันเลยต้องดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจอีกที

“กดจองหอให้ทันก่อนไหมมึง ได้ยินรุ่นพี่พูดกันว่าถ้าได้หอที่อยู่หลังมหาลัย...ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยนะมึง”

“หอหลังมหาลัย ยังไงวะ” คนไม่รู้เรื่องอย่างศรัวัณเอ่ยถามกันต์ธรด้วยความงุนงง เพราะเขานะเล็งหอนั้นอยู่พอดี ถึงหอนั้นจะไกลตลาดและร้านค้าไปอยู่บ้าง แต่ได้ข่าวมาว่าเป็นหอที่ถูกที่สุดเลยนะ เตียงนอนก็มีให้ ตู้เย็นก็ด้วย ได้ข่าวว่ามีพัดลมแถมให้ด้วย อ๋อ...เพิ่งจะปรับปรุงเรื่องห้องอาบน้ำและห้องน้ำด้วยนี่น่า แต่อันนี้ไม่แน่ใจว่าปรับปรุงยังไง คงจะรู้ตอนที่จองได้แล้วเข้าไปอยู่แหละ

“ถ้ากูคิดไม่ผิด มึงคิดจะจองหอปลาทับทิมใช่ไหม”

พอได้ยินอัครพิชญ์ถามออกไปอย่างนั้น กันต์ธรถึงกับอึ้งและรีบห้ามในทันที “ไม่ได้ มึงจะจองหอนั้นไม่ได้”

“ทำไมวะ มันก็หอพักธรรมดาไม่ใช่หรือไง” ศรวัณถามอย่างไม่เข้าใจ มหาลัยที่เขาสอบได้ในครั้งนี้ด้วยว่ามีเด็กที่มาจากต่างจังหวัดเยอะมาก จึงมีให้ว่าที่นักศึกษาทั้งหลายเลือกพักได้ทั้งหอนอกและหอใน และก็มีน้อยคนที่จะเลือกพักหอในที่มีกฎระเบียบมากมายต่างกับหอนอกที่กฎระเบียบน้อยกว่า ซึ่งเท่าที่เขารู้มาก็พวกเรื่องเกี่ยวกับของไม่ดีต่าง ๆ เหล้ายาพวกนั้นแหละที่ทางหอห้ามไม่ให้เอาเข้ามาอย่างเด็ดขาด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED