ตอน 2

ดินแดนสวรรค์ ดินแดนมนุษย์ ดินแดนปีศาจ ดินแดนเจ้าสมุทร สี่ดินแดนนี้ล้วนมีมาตั้งแต่บรรพกาล อันมีเง็กเซียนฮ่องเต้เป็นผู้ปกครอง

บัดนี้ เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยกำลังเตรียมตัวเพื่อไปร่วมงานวันเกิด

เง็กเซียนฮ่องเต้บนสวรรค์ องค์หญิงรุ่ยอี้บุตรสาวคนโตของเทพอัคคีกำลังแต่งตัวให้กับพระสวามี

“พระองค์จะไม่พาถิงเออร์ไปจริงหรือเพคะ”

“ถิงเออร์ยังเป็นเด็ก บำเพ็ญเพียรมาแค่ห้าร้อยปี หากกระทำการใดที่ผิดกฎสวรรค์เกรงว่าเจ้าจะไม่ได้เห็นหน้าบุตรีอีก รออีกพันปีข้าค่อยให้นางไป”

องค์หญิงรุ่ยอี้มารดาของผู้ที่ถูกกล่าวถึงพยักหน้าเห็นด้วย “เหลียนฝู่เองก็อายุมากกว่าแค่ 500 ปี แต่กลับสุขุมรู้จักวางตัว ถึงแม้จะขี้เล่นไปหน่อยก็ตาม”

“เขาโตแล้วรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่เหมือนถิงเออร์ที่เอาแต่ขัดคำสั่งข้า ไม่รู้ว่าตอนนี้หลับคาตำราหรือยัง ข้าแค่สั่งให้คัดตำราสิบรอบ นางต้องใช้เวลาเป็นเดือน แล้วเช่นนี้ข้าจะวางใจได้เช่นไร”

“ก็ถิงเออร์เป็นบุตรของท่านอย่างไร นางเอาแต่ใจ ซุกซนก็เพราะว่าท่านตามใจนางมาตั้งแต่เด็ก”

บ่นไปบ่นมาเหมือนจะเข้าตัวเสียมากกว่า เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยหันมององค์หญิงรุ่ยอี้ผู้เป็นพระมเหสีเอก “และที่หม่อมฉันพูดเพราะเกรงว่ากลับมาจากสวรรค์คราวนี้ท่านก็ปล่อยนางก่อนกำหนดอีกเช่นเคย”

คนรู้ทันรีบเปลี่ยนเรื่อง “ข้าว่าคงได้เวลาไปแล้ว หากสายจะไม่ดี”

เมื่อออกมาด้านนอกก็พบกับบุตรชายของตน เป่ยเหลียนฝู่

ชายหนุ่มอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อน ตรงหน้าผากมีเขางอกออกมาเล็กน้อย ใบหน้านั้นยิ้มแล้วพูด “ลูกพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี ๆ” ไปกันเถอะ

เมื่อเป่ยเหลียนฝู่ยกแขนเสื้อขึ้น แขนเสื้อด้านในก็ขยับตาม

เป่ยเถียนถิงที่กลายร่างเป็นปลาอยู่ในแก้วใสกลิ้งไปมาตามจังหวะจนเวียนหัว คนที่แอบพาน้องสาวไปด้วย ขยับลูกแก้วให้อยู่ที่เดิมก่อนไปยังสวรรค์

เป่ยเถียนถิงที่อยู่ในแขนเสื้อพยายามชะโงกมองไปยังด้านนอก ก็พบว่าท่านพ่อและพี่ชายกำลังอยู่บนมังกรตัวใหญ่เพื่อไปยังสวรรค์ชั้นฟ้า

เรื่องสนุก ๆ แบบนี้นางจะพลาดได้ยังไง อย่างไรนางก็ต้องได้เห็นสวรรค์ เป่ยเถียนถิงยังคงตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ เดินทางได้ไม่นานก็มาถึงประตูสวรรค์

ทันทีที่เท้าเป่ยเหลียนฝู่แตะบนก้อนเมฆ เป่ยเถียนถิงพาลูกแก้วกลมให้กลิ้งเล็กน้อยจนหล่นลงไปยังเอวพี่ชาย เป็นเหตุให้คนพามาบ่นเสียงอ่อน

“เจ้าช่วยอยู่นิ่ง ๆ ได้ไหมถิงเออร์ หากเจ้าตกบนสวรรค์ข้าจะไม่เก็บไปวังบาดาลอีก”

เป่ยเถียนถิงมุ่ยปาก “ข้ารู้แล้ว พี่เหลียนฝู่อย่าบ่นเสียงดังสิเจ้าคะ หากท่านพ่อได้ยินข้ากับท่านจะซวยเอาได้”

สรุปแล้วเขากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยปริยาย เรียกว่าไม่ว่า

ทางใดก็ไม่พ้นโดนทำโทษเป็นแน่

“เหตุใดพี่ต้องรับโทษด้วย หากพี่บอกว่าเจ้าแอบติดตามมาโดยที่พี่ไม่รู้”

“พี่เหลียนฝู่” จู่ ๆ ก็โดนทิ้งกลางทางมีหรือที่นางจะยอมรับโทษคนเดียว ลูกแก้วกลมกลิ้งกระแทกหน้าอกจนคนที่เดินอยู่ถึงกับหลังคู้

เจ้าสมุทรหันมองบุตรชาย “เจ้าเป็นอะไรเหลียนฝู่”

เขาพยายามไอกลบเกลื่อน “ลูกรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนว่าไม่ชินกับอากาศสวรรค์” เกือบเสียเรื่องแล้วไหมนั่น เป็นเพราะเจ้าคนเดียว

เป่ยเหลี่ยนฝู่บ่นในใจ กำลังจะยืนตัวให้ตรงก็มีคนมากระแทกด้านหลัง เทพเจ้าจันทรายกมือขอโทษเสียยกใหญ่ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปด้านใน เป่ยเหลี่ยนฝู่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะรีบเร่งเช่นกัน

หากเขามองสักนิดจะเห็นว่าลูกแก้วใสที่มีปลาน้อยกำลังกลิ้งตกลงไป “พี่เหลียนฝู่ข้าอยู่นี้”

แต่เจ้าของชื่อหาได้ยินเสียงน้องสาวตัวเอง เพราะตอนนี้กำลังเดินจากไปจนมองไม่เห็นว่าลูกแก้วตกลงบนพื้นแล้ว เป่ยเถียนถิงจึงต้องช่วยตัวเอง นางว่ายไปทางซ้ายเพื่อขยับลูกแก้วไปยังทิศเหนือ มองเห็นฝั่งนั้นมีต้นไม้ที่พอจะกันไม่ให้นางกลิ้งตกสวรรค์ ก็ใครใช้ให้นางใช้ลูกแก้วผลึกวิญญาณที่แม้แต่ยามเฝ้าประตูสวรรค์ยังตรวจไม่พบ อีกอย่างหากนางอยากออกจากลูกแก้วก็ต้องใช้แก้วมังกรอีกลูกจากเมืองบาดาลเท่านั้น

ความซวยนี้ยังไม่สิ้นสุด ลูกแก้วกลมที่มีปลาน้อย หมายจะไปทางทิศเหนือ แต่แล้วเจ้าลูกแก้วก็หาได้ตามใจนางกลับกลิ้งไปทางทิศใต้

เป่ยเถียนถิงมองสระดอกบัวตรงหน้า นางแหกปากร้องลั่นลูกแก้ว แต่ก็หามีผู้ใดได้ยิน

ลูกแก้วกลม ๆ กลิ้งไปจนกระทั่งตกอยู่บนขอบสระดอกบัว

เป่ยเถียงถิงหลับตา เพราะกลัวว่าลูกแก้วจะจมน้ำ คราวนี้นางได้กลายเป็นปลาอีกหลายพันปีแน่

แต่เมื่อลืมตาก็พบว่าลูกแก้วยังไม่ตกลงไป กระนั้นใครจะคิดว่า ความซวยนี้ยังไม่สิ้นสุดด จู่ ๆ ก็มีคนเดินมา เป่ยเถียงถิงพูดกับเจ้าของเท้าที่ใกล้เข้ามา “อย่า ๆ ข้าอยู่ตรงนี้ท่านเห็นไหม”

นางร้องบ่นเท่าไรอีกฝ่ายก็ไม่ได้ยิน จากนั้นก็แตะนางตกลงสระ “เจ้าบ้า!!!” เสียงลูกแก้วจมน้ำดังขึ้น

เมื่อนางลืมตาก็พบว่าลูกแก้วนอนอยู่ก้นสระ ปากก็แหกร้องให้คนช่วย

"พี่เหลียนฝู่มาช่วยข้าหน่อย ท่านได้ยินไหม" นางเห็นภาพแล้วว่าตัวเองจะได้นอนนิ่งในสระไปอีกหลายพันปีแน่ เจ้าปลาน้อยเริ่มตระหนักว่าตัวเองคิดน้อยเกินไป ดื้อรั้น ซุกซนไม่เข้าท่า เห็นทีว่านางจะได้นอนจมก้นสระแน่นอน

ความรู้สึกผิดหวังมีเพียงครู่ จู่ ๆ ลูกแก้วก็ค่อย ๆ ลอยขึ้น จากความคิดที่ว่าต้องเดียวดายเพียงลำพังพันปีก็เริ่มมีความหวัง

ตอนนี้ลูกแก้วลอยอยู่เหนือน้ำแล้ว แต่จุดที่นางอยู่ อยู่ห่างจากฝั่งราวครึ่งสระ อย่าให้นางเจอเจ้าของเท้าเชียวนะ นางจะจดจำบัญชีนี้ไม่ลืม

แต่แทนที่จะมาอาฆาตแค้นเจ้าของเท้า นางควรหาวิธีพาตัวเองไปให้ถึงฝั่งจะดีกว่า หวังว่าพี่ชายนางจะรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้นางหายไป

ลูกแก้วที่มีปลาน้อยจะเข้าฝั่งได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับชะตาสวรรค์แล้ว

เสียงเป่ยเถียนถิงตะโกนก้องลูกแก้ว

นี่มันวันซวยอะไรกันนะ ถิงเออร์

เสียงลมพัดผ่านมา คนที่ใกล้หมดหวังลืมตาขึ้นอีกครั้ง หวังเพียงว่าเทพสายลมจะพัดเอาลูกแก้วของนางขึ้นฝั่งได้ แต่แล้วแทนที่ลูกแก้วจะเข้าฝั่ง กลับหมุนติ้วลอยไกลกว่าเดิม

“สวรรค์! แกล้งข้าใช่หรือไม่ พี่เป่ยเหลียนฝู่เมื่อไรท่านจะมาช่วยข้า” คนบ่นก็บ่นต่อ แม้นางจะพูดดังเท่าไรคนก็ไม่ได้ยินอยู่ดี จะเสียน้ำลายไปทำไมไม่เข้าใจ ว่าแล้วก็ปิดตาลงอีกครั้ง

นางหลับตาเนินนานเท่าไรไม่รู้ รู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่ลูกแก้วขยับ ดวงตาเป่ยเถียนถิงมองตัวเองที่ลอยขึ้นฟ้า แสงสีทองดึงนางเข้าฝั่ง

สวรรค์! นางรอดตายแล้ว ดวงตาเป่ยเถียนถิงมองไปยังคนช่วยชีวิต บุรุษคนนี้แต่งกายด้วยชุดสีแดงเพลิง ผมสีดำ บนหน้าผากมีเขางอกออกมา เมื่อเขารับลูกแก้วไว้ในมือ ถิงเออร์ก็รีบพูดอย่างรวดเร็ว

“พาข้าไปหาท่านเจ้าสมุทร แล้วข้าจะตอบแทนให้ท่านอย่างงาม” ถิงเออร์หยุดก่อนคิดได้ว่า หากนำไปให้บิดามีหวังได้ถูกขังในวังบาดาลหมื่นปีแน่ ไม่ได้การ “ไม่ต้องพาข้าไปหาท่านเจ้าสมุทรแล้ว ช่วยพาข้าไปให้เหลียนฝู่ได้ไหม”

แม้นางจะพูดเท่าไร คนที่ถือลูกแก้วก็ไม่เข้าใจอยู่ดี สิ่งที่เขาเห็นก็มีเพียงฟองอากาศ องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงมองแล้วส่ายหน้า ก่อนจะโยนลูกแก้วลอยกลางอากาศ

“ข้าก็นึกว่าอะไร ที่แท้ก็แค่ปลาในลูกแก้ว เจ้าเป็นของเล่นของผู้ใดกัน”

“ข้าไม่ได้เป็นของเล่น ข้าเป็นบุตรสาวเจ้าสมุทรเป่ยเถียนถิงอย่างไรเล่า ท่านไม่ได้ยินหรือไง” นางเริ่มโมโห แม้ว่าปากจะพูดเท่าไรคนด้านนอกก็หาได้ยินไม่

คนถือลูกแก้วรับลงมาอีกครั้ง มองปลาสีทองที่ดู ๆ ก็น่ารักดี “ช่วงนี้ข้าเบื่อพอดี ถ้าเช่นนั้นก็ตามข้ากลับตำหนักเถอะ”

หา! เป่ยเถียนถิงร้อง ปากค้างกลางน้ำ แต่อีกฝ่ายก็หาได้เข้าใจ รู้แต่ว่าปลานิ่งราวกับต้องการตามเขาไปตำหนัก เป่ยเถียนถิงได้สติก็หมุนตัวกลับไปยังมองที่จัดงานเลี้ยง ดวงตานางเต็มไปด้วยความเศร้า เห็นทีว่านางจะได้อยู่ในลูกแก้วหมื่นปีแน่ พี่เป่ยเหลียนฝู่มาช่วยข้าเร็วเข้า

องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงเดินเข้าตำหนัก ก่อนจะวางลูกแก้วปลาบนโต๊ะ จากนั้นก็มองเจ้าปลาน้อยชั่วครู่ “เจ้าเป็นปลาตัวเมียหรือตัวผู้”

“ข้าเป็นผู้หญิง”

คิ้วองค์รัชทายาทขมวด ใช้นิ้วเคาะลูกแก้วไปมา “น่าจะเป็นตัวผู้”

ตัวผู้ตัวเมียแล้วยังไง ท่านพาข้าไปหาท่านเจ้าสมุทรได้แล้ว นางยอมติดอยู่บาดาลหมื่นปีดีกว่าอยู่กับผู้ชายแปลกหน้า พูดไม่ทันขาดคำบุรุษที่ว่าก็ลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อต่อหน้านาง

กรี๊ดดดด เสียงกรีดร้องของเป่ยเถียงถิงดังลั่นลูกแก้ว แต่คนด้านหน้าหาได้สะเทือน มองเห็นเพียงปลาน้อยที่จู่ ๆ ก็ว่ายหนีไปทางอื่น

หรือจะเป็นตัวเมีย! ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินไปด้านหน้าปลา แต่เจ้าปลาก็ว่ายไปทางอื่นอีก “เหมือนเจ้าจะไม่ใช่ปลาธรรมดาเสียแล้ว”

ปลานี่ฉลาด แต่คนที่อารมณ์ไม่ดีนึกอยากแกล้งปลาตัวเล็กจึงยกเจ้าลูกแก้วขึ้น “เจ้าเป็นปลาก็ควรอยู่ในน้ำ”

ข้าอยู่ในน้ำแล้ว! ท่านไม่ต้องหวังดี ความหวังดีของเขาทำเอา

เป่ยเถียนถิงเกือบหมดลมหายใจ เพราะอีกฝ่ายเล่นถอดกางเกง นางรีบปิดตาเหมือนจะตายเสียให้ได้ เรียกเสียงหัวเราะจากองค์รัชทายาทฟู่เฉินหลง

“เจ้าน่ารักจริง ๆ แถมคงเป็นปลาตัวเมียเสียด้วย ถ้าเช่นนั้นข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่า จินยวี๋”

ข้าเป็นปลามังกรไม่ใช่ปลาทอง ตาท่านถั่วเสียจริง เป่ยเถียนถิงลืมตาข้างหนึ่งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเหมือนลอยในน้ำ และก็เป็นแบบนั้น นางกำลังอยู่ในอ่างกับบุรุษไร้เสื้อผ้า! สวรรค์ท่านแกล้งข้าที่แอบขึ้นสวรรค์ใช่ไหม

มือองค์รัชทายาทกลิ้งลูกแก้วไปมาให้เป่ยเถียนถิงก่นด่าไปหลาย รอบจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นว่า “แม้ข้าจะเป็นถึงองค์รัชทายาท เป็นคนที่อยู่เหนือใต้หล้า อยู่ใต้คน ๆ เดียว แต่ข้าก็หาได้มีสิทธิ์ในการเลือกใช้ชีวิตเลยจินยวี๋ เหมือนกับเจ้าที่ต้องถูกขังอยู่ในลูกแก้วนั่น”

นางควรจะเห็นใจหรือสมน้ำหน้าเขาดีนะ กำลังจะเห็นใจอยู่แล้วองค์รัชทายาทก็ยกตัวขึ้นเพื่อนั่งขอบอ่าง

“เจ้าบ้า!!” ไม่อายข้าก็อายสวรรค์บ้าง แล้วนางจะด่าไปทำไม ด่าไปเขาก็ไม่ได้ยิน ช่างเถอะ นางไม่สนใจแล้ว เป่ยเถียนถิงปิดตาเมื่อเขาวางนางที่อ่างตามเดิม ส่วนตัวเองก็ขัดถูร่างกายอย่างใจเย็น

“เจ้าเบื่อข้าหรือ จินยวี๋”

‘ข้าไม่ได้เบื่อท่าน ข้าชังท่าน บุรุษไร้ยางอาย’

“เจ้าอย่าเบื่อข้าเลย เพราะตอนนี้เจ้าก็มีเพียงข้า”

‘ท่านรีบอาบรีบแต่งตัวได้แล้ว หาไม่ข้าจะกลั้นใจตาย คราวนี้ท่านจะได้อยู่คนเดียวจริง ๆ’

เสียงคนลงน้ำอีกรอบ เป่ยเถียนถิงถึงกับมองด้วยหางตา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

“เจ้ากำลังงอนหรือ จินยวี๋”

‘ข้าไม่ได้งอน ข้าชังท่าน’

มือคนถูกชังยกลูกแก้วหมุนไปรอบ ๆ จนเป่ยเถียนถิงยอมแพ้ ยอมหยุดหมุนตัวหนี ประจันหน้ากับบุรุษเอาแต่ใจตรงหน้า

‘จะเอาอะไรกับข้าอีกบอกมา อย่าให้ข้าออกไปข้างนอกได้เด็ดขาด ถึงเจ้าเป็นองค์รัชทายาทก็เถอะ ข้าถิงเออร์หาได้กลัวท่าน”

คนอยู่มาห้าร้อยปี หาญกล้าท้าคนที่อยู่มาห้าหมื่นปี ดูแล้วไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่คนอายุน้อยกว่าหาได้กลัวจึงมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ

“เจ้าน่ารักมากจินยวี๋ เจ้าชอบข้าใช่ไหม”

เป่ยเถียนถิงได้ยินดังนั้นก็พ่นฟองออกมาลูกใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะจากคนมองได้ “ข้าชอบเจ้าจินยวี๋” ที่จริงแล้วนางพ่นฟองเพราะโมโหจนพูดไม่ออกต่างหาก ช่างเถอะบุรุษน่าตายเชิญท่านเปิดเผยเนื้อหนังต่อไป

เพิ่งพูดว่าช่างไม่ทันไรเขาก็ลุกขึ้นจากน้ำ ก่อนจะเดินไปหลังฉากหยิบเสื้อผ้ามาแต่งตัว เป่ยเถียนถิงหันหลังให้ มองไปยังฉากตรงหน้า มีรูปมังกรสีทองเด่นสง่าอยู่เบื้องหน้า

“ภาพนั้นข้าได้จากเจ้าสมุทรเมื่อปีที่แล้ว”

อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น เพราะภาพที่ว่านางเป็นคนวาดเอง

ตอนนั้นจำได้ว่าพี่เป่ยเหลียนฝู่ไปงานเลี้ยงวันเกิดองค์รัชทายาทก็กลับมาพูดถึงความงามของมังกรสีทอง นางจึงลองวาดมังกรที่ว่าก่อนพี่ชายนางจะขอเพื่อไปมอบให้กับเจ้าตัว นางลืมเรื่องนี้ไปสนิท

เป่ยเถียนถิงมองไปยังเกล็ดมังกรสีทอง นางใช้สีจากเปลือกหอย

ซู่ฉิง เป็นเปลือกหอยที่มีค่ามากที่สุดในวังบาดาล มาถึงตอนนี้นางเริ่มรู้สึกผิด รู้อย่างนี้นางน่าจะใช้เปลือกหอยฉิงฉิง (เปลือกหอยที่ไม่มีค่าที่สุด) แทนดีว่า คนวาดเสียดายเปลือกหอยขึ้นมาแล้ว

องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงวางนางบนเตียง “คืนนี้เจ้านอนกับข้านะ”

นอกจากนางจะได้เห็นผู้ชายเปลือยแล้ว นางยังได้นอนกับผู้ชายอีก สวรรค์ท่านรักข้ามากเกินไปใช่ไหม รําพันไม่ทันจบเขาก็ดึงลูกแก้วไปอยู่ใกล้ใบหน้า จากนั้นก็ใช้มือแตะลูกแก้วตรงแก้มนาง

“จินยวี๋เจ้าเป็นของข้าแล้ว”

ใครเป็นของท่าน!!

ตอน 3

องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงที่หลับไปนานพอสมควรลืมตาขึ้นมองลูกแก้วข้างกาย แม้ปลาจินยวี๋จะอยู่ในลูกแก้ว แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังที่อยู่ในตัวปลา แถมมันยังฉลาดรู้เรื่องราวทุกอย่าง คิดว่าคงไม่ได้เป็นเพียงปลาธรรมดาเสียแล้วกระมัง จะทำเช่นไรกับปลาตัวนี้ดีนะ

แต่เมื่อคิดว่าไม่มีใครตามหาก็เอาเป็นว่าเลี้ยงไว้ดูเล่นแล้วกัน คนที่คิดว่าจะหลับลุกขึ้นเดินออกไปนอกตำหนัก เสกสุราดอกท้อขึ้นมาหนึ่งไห จากนั้นก็รินดื่มเพียงลำพัง

เสียงดนตรีในงานเลี้ยงยังคงขับขานดังมาถึงตำหนัก ทำให้เขาเริ่มอารมณ์เสียหนักยิ่งกว่าเดิม มือหนารินสุราครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนก้าวล่วงเข้ามาในตำหนัก เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

“เจ้ามาทำไม”

คนบุกรุกไม่ได้กลัวเจ้าของตำหนัก กลับนั่งลงบนไม้หินอ่อนตัวเดียวกัน ก่อนจะยกไหสุราขึ้นมารินแล้วยกดื่ม

“การหลบหนีออกมาคนเดียวเช่นนี้หาได้ทำให้เรื่องทุกอย่างดีขึ้น แต่จะยิ่งทำให้แย่ลงต่างหาก”

เจ้าของตำหนักไม่แม้แต่จะมอง “ข้าจะทำอะไรไม่ใช่ธุระที่เจ้าต้องมาสอน อีกอย่างมีเจ้าอยู่ ข้าจะอยู่ทำไม”

คนบุกรุกขมวดคิ้ว “เหตุใดท่านพี่คิดเช่นนั้น ท่านเป็นถึง

องค์รัชทายาทส่วนข้าไม่ใช่ เลิกเอาคำนินทาของเหล่าเทพทั้งหลายมาคิดมากได้แล้ว”

หึ เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนหันมองคนตรงหน้า ปีกสีขาวประกายด้านหลังกับเสื้อสีดำทำให้อีกฝ่ายดูน่าเกรงขาม อีกทั้งยังมีนิสัยนิ่งสงบ ยามทำสิ่งใดก็ไม่เคยผิดพลาด ต่างจากเขา

“ข้าไม่เคยใส่ใจและไม่สนใจ จะสนก็แค่เจ้า หากเจ้าอยากได้ตำแหน่งข้า ข้ายกให้ ที่ผ่านมาเจ้าก็ทำเพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ”

“ท่านพี่ ท่านอย่ากล่าวเช่นนี้ ข้าหาได้...”

องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงยกมือห้าม “เฟยอิง เจ้าจะกล่าววาจาอะไรออกมาข้าก็หาได้เชื่อเจ้าอีกแล้ว ความเชื่อใจที่ผ่านมาของข้ากับเจ้านับตั้งแต่นี้จบลง พวกเราต่างคนต่างอยู่”

“ข้าไม่ได้...”

“เจ้าเลิกหาคำมาแก้ตัว อย่างไรเจ้าก็เป็นถึงเทพปักษา ส่วนข้าเป็นเทพมังกร แม้พวกเราจะมีบิดาคนเดียวกันก็ใช่ว่าจะเป็นพวกเดียวกัน เจ้ากับข้าต่างคนต่างอยู่” เขาวางจอกเหล้าเสียงดัง ก่อนจะเดินเข้าตำหนัก

ฟู่เฟยอิงผู้เป็นน้อยชายหมายจะเดินตามเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกเจ้าของตำหนักปล่อยพลังออกมาขวาง ดวงตาฟู่เฉินปรายมองอีกฝ่ายเพียงหางตา จากนั้นก็ใช้พลังปิดประตูเสียสะเทือนตำหนัก

“หากเจ้าเข้ามาอีกโดยที่ข้าไม่ได้เชิญ ครั้งหน้าข้าจะไม่เกรงใจ”

คนถูกพลังซัดจนทรุดอยู่บนพื้นลุกขึ้นเมื่อประตูตำหนักปิดลงแล้ว ดวงตาเขาปิดลงคล้ายกับทำใจ ก่อนหันมองไปบนฟ้า จากนั้นปีกสีขาวประกายก็กางออก เงาฟู่เฟยอิงหายไปกับสายลม

เจ้าของตำหนักเดินมายังเตียงนอนอีกครั้ง ดวงตาก็สะดุดกับเจ้าลูกแก้วกลมตรงหน้าที่บัดนี้ไม่ได้กลมเหมือนเคย แต่กลายเป็นสาวน้อยที่นอนเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มของเขา ใบหูนางมีลักษณะเหมือนครีบปลา

คนที่สามารถขึ้นมาบนสวรรค์ได้โดยที่นายประตูสวรรค์จับไม่ได้จะคงต้องมีพลังในการซ่อนตัวได้พอสมควร สายตาเขามองไปยังลูกแก้วตรงหน้า หรือว่านั่นจะเป็นแก้วมังกรที่ล้ำค่าของวังบาดาล

องค์รัชทายาทหันมามองสตรีที่นอนอยู่ตรงหน้า ได้ยินมาว่า

เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยมีบุตรสาวหนึ่งคน หรือนางจะเป็น “เป่ยเถียนถิง” ฝีเท้าหนักเดินเข้าไปหา ใช้มือแตะแก้มนางที่หลับสนิท แถมยังมีเสียงกรนให้ได้ยินอีกด้วย

ดวงตาเขามองไปยังลูกแก้วอีกครั้ง “ออกมาได้ตอนที่หลับสนิทหรอกหรือ” พูดจบก็หันมองไปยังหญิงสาวอีกครั้ง “น่าสนใจจริง ๆ ดูแล้วลูกแก้วลูกนี้ข้าเริ่มไม่อยากให้ใครแล้วสิ”

เจ้าของเตียงใช้มือแตะแก้มนวล ก่อนจะเลื่อนไล้ไปยังแผ่นหลังเพื่อปลดผ้าห่มที่ห่มกายลงทีละน้อย เขานึกชื่นชมเรือนร่างนางอยู่ในใจ งดงามสมคำร่ำลือ ถึงว่าเจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยถึงไม่ยอมให้บุตรสาวออกงานที่ไหนเลย

แม้เขาจะไล้จนผ้าห่มร่นไปถึงเอวบางแล้ว แต่คนหลับก็ยังคงหลับสนิท เขายกมุมปากยิ้ม มองเห็นร่างบางขยับแล้วพลิกตัวนอนหงาย

อืม ด้านหลังว่างดงามแล้ว ด้านหน้างดงามยิ่งกว่า โดยเฉพาะดอกปทุมที่เด่นหรา คนที่ดื่มสุรามาหลายไหเริ่มจะเมาภาพตรงหน้าเสียแล้ว มือเขาแตะลงกลางอก จากนั้นก็วนเวียนรอบปทุม ร่างบางเหมือนรำคาญจึงขยับตัว แต่ยิ่งขยับเขาก็ยิ่งเมามายมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงรอคอยอย่างใจเย็น เมื่อร่างบางสงบนิ่งเขาก็แตะฝ่ามือลงบนปทุมงาม นอกจากจะงดงามแล้ว ขนาดยังใหญ่กว่าฝ่ามือเขาเสียอีก เต็มไม้เต็มมือจนอยากสัมผัสให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ว่าแล้วเจ้าของเตียงก็ถอดเสื้อออกเหลือเพียงกางเกงชั้นในสุด ก่อนจะก้าวขึ้นเตียงให้เบาที่สุด จนถามตัวเองในใจว่าตกลงเตียงนี้ของใครกันแน่

เมื่อคิดว่าเป็นเตียงเขา ส่วนนางเป็นผู้บุกรุก แล้วเจ้าของเตียงจะไม่ลงโทษได้เช่นไร เจ้าของเตียงล้มตัวนอนแล้วหันมองหญิงสาว ดูเหมือนนางจะให้ความร่วมมือ ร่างบางหันข้างมาทางเขาจากนั้นก็ยกมือขึ้นกอดเอว เนื้อนุ่มขยับเข้าหาแล้วซบใบหน้าตรงอก

เขาไม่ใช่พระอรหันต์ที่จะทนสภาพแบบนี้ได้ หรือว่าจะปลุกนางดี จากนั้นก็เล่นผีผ้าห่มสักสองสามรอบ แต่คิดไปคิดมาน่าจะไม่ดี หากนางตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นปลาอีกรอบ ราตรีนี้คงหมดสนุก

“จินยวี๋ เจ้าเป็นปลาที่น่าสนใจมาก” คนพยายามข่มใจต้องหมดความอดทนอีกรอบเมื่อร่างบางขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้านางอยู่ใกล้เพียงนิด เขามองริมฝีปากอิ่มตรงหน้าก็ก้มลงจูบอย่างระวัง

เขาไม่ใช่คนไม่เคย ต้องมาทำตัวลับ ๆ ล่อแบบนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก แม้จะนึกว่าตัวเอง แต่เขาก็พอใจกับริมฝีปากอวบอิ่ม และยิ่งพอใจก็ยิ่งอยากได้อีก ตอนนี้มือเขาเลื่อนไล้ไปยังดอกปทุมที่ปรารถนา เมื่อเริ่มลูบไล้ ริมฝีปากก็เริ่มเอาแต่ใจ ส่งลิ้นเข้าไปพยายามเปิดปากนาง

อืม ปลาตัวนี้อร่อยกว่าปลาที่เขาเคยได้กินมาหลายหมื่นปี กลิ่นสุราของคนเมาทำคนหลับเริ่มได้สติ สตรีที่ใกล้จะถูกกินไปครึ่งค่อนตัวลืมตาขึ้น

คนมัวเมากับปลานิ่งแข็งกลางอากาศ เขารู้สึกถึงริมฝีปากตัวเองที่อยู่บนหมอน ดวงตาหันมองลูกแก้วก็พบว่านางกลายเป็นปลา และกำลังตาแป๋วมองท่าทางประหลาดของเขาอยู่พอดี

เป่ยเถียนถิงที่ได้สติมองคนบนเตียง เขาทำอะไรเหตุใดถึงได้ก้มลงจูบหมอน ดู ๆ ไปแล้ว องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงเหมือนคนสติไม่เต็ม นางหัวเราะออกมาเป็นฟองอากาศ อย่าถามว่าคนที่ถูกขัดอารมณ์ตอนนี้มีสีหน้าอย่างไร

ไม่ได้การพรุ่งนี้เขาจะต้องสืบว่าทำเช่นไรจึงจะเอานางออกจากลูกแก้วได้ คนหมายอยากกินปลาหงุดหงิดอารมณ์เสีย เขาลงจากเตียง คิดจะไปอาบน้ำดับร้อนเสียงด้านหน้าตำหนักก็ดังขึ้น

“องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”

เหตุใดวันนี้จึงมีคนมารบกวนเขาไม่หยุดหย่อน ชายหนุ่มเดินไปได้สองก้าวหมายจะเปิดประตู แต่ฉุดใจคิดขึ้นมาก่อนจึงเอ่ยถามอีกฝ่าย “มีเรื่องอะไรกัน”

“เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยพ่ะย่ะค่ะ กำลังตามหาลูกแก้วปลาที่ทำหล่นหายไป แต่หาจนทั่วทุกตำหนักแล้วก็ไม่พบ ตอนนี้เหลือเพียงตำหนักไทจื่อเท่านั้น”

เขาหันมองลูกแก้วปลาตรงหน้า ปลาน้อยกระดี๊กระด๊ากระโดดดีใจยกใหญ่ คนที่ทำให้เขาอารมณ์เสียยังไม่รู้โทษอีก จะทำเช่นไรดีนะ คิดแล้วเขาก็เดินไปหยิบลูกแก้วมาซ่อนไว้ในเสื้อ

“เจ้าทำอะไรน่ะ ท่านพ่อมาหาข้า เจ้ามอบข้าให้พวกเขาเร็วเข้าสิ”

ตอนนี้ปลาในลูกแก้วมองไม่เห็นอะไรแล้ว แม้โวยวายเสียงดังก็ไม่ได้ดังออกมาให้ใครได้ยิน เขาเปิดประตูตำหนักแล้วก็พบกว่าตอนนี้ไม่ได้มีเพียงทหาร แต่ยังมีเจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยพร้อมกับพี่ชายของนาง

เป่ยเหลียนฝู่

“รบกวนไทจื่อแล้ว ข้าขอค้นตำหนักได้หรือไม่”

“บอกจะค้นก็ค้นได้เช่นนั้นหรือ เหตุใดจึงสงสัยข้า”

“มีเทพสวรรค์ท่านหนึ่งมองเห็นท่านถือลูกแก้วเอาไว้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้ลูกแก้วดวงเดียวกันหรือเปล่า”

เทพสวรรค์ท่านหนึ่งอย่างนั้นหรือ ดวงตาเขากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างคนหาเรื่อง ในใจก็ได้แต่อาฆาต อย่าให้เขาเจอเทพสวรรค์คนนั้นเด็ดขาด เจ้าของตำหนักล้วงมือเข้าไปในเสื้อ จากนั้นลูกแก้วใสอีกดวงก็ปรากฏ เขามันหยิบออกมา “เจ้าหมายถึงลูกนี้หรือเปล่า”

เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยมองไปยังลูกแก้วใสตรงหน้าที่ปราศจากตัวปลาก็ส่ายหน้า “พวกเราเสียมารยาทหวังว่าไทจื่อจะให้อภัย”

เป่ยเหลียนฝู่ขมวดคิ้ว “แต่ว่าพวกเรายังไม่ได้ค้นด้านในเลย”

ตอนนี้เจ้าของตำหนักยกคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจ เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยก็ยิ่งห้ามปรามบุตรชาย “หุบปาก ไทจื่อบอกว่าไม่เห็นก็คือไม่เห็น กลับ!”

“เสด็จพ่อแต่ว่า” เป่ยเหลียนฝู่ยังคงไม่ยอมจนทำให้เจ้าสมุทร

เป่ยเจี่ยถึงกับพูดเสียงดัง “หากนางเป็นอะไรข้าจะขังเจ้าหมื่นปีเหลี่ยนฝู่”

ครั้งนี้เสด็จพ่อโกรธจริง ๆ คนหาเรื่องที่คิดจะขยับตัวก็เลยนิ่งสงบ ค่อยหาวิธีอื่นหลบหนีแทนการพบตัวจะดีกว่า หากท่านพ่อพบนางที่อื่นบางทีพี่เหลียนฝู่อาจจะไม่โดนโทษหนัก

แต่หากพวกเขาพบว่านางอยู่ตำหนักไทจื่อ ครานี้เห็นทีว่าชื่อเสียงของนางคงบ่นปี้ไม่มีเหลือ ทุกอย่างสงบลงดังเดิม เมื่อเจ้าของเสื้อหยิบลูกแก้วขึ้นมาก็พบว่าปลาจินยวี๋ไม่ร่าเริงเหมือนเก่า

“เหตุใดทำสีหน้าเช่นนั้นจินยวี๋ ข้าบอกว่าเจ้าเป็นของข้า ฉะนั้นไม่ว่าก่อนหน้าเจ้าจะเป็นของใครข้าก็ไม่สน”

คนนิสัยไม่ดี เป่ยเถียนถิงหันไปก่นด่าหลายรอบ แต่คนพูดก็เห็นเพียงฟองอากาศลอยเต็มลูกแก้ว จากที่อารมณ์ไม่ดีก็หายเพราะการกระทำของนาง

ทางด้านเจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยเดินมาถึงด้านนอกประตูสวรรค์

เป่ยเหลียนฝู่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า “ลูกรับรู้ถึงกระแสจิตของนางได้ นางต้องอยู่ที่นั้น”

“อยู่ที่นั้นแล้วเจ้าทำอะไรได้ เจ้าไม่เห็นหรือว่าไทจื่อทำสีหน้ายังไง”

เป่ยเหลียนฝู่มีสีหน้ากังวลกว่าเดิม “หมายความว่า”

“นางอยู่ในนั้น และไทจื่อไม่ปรารถนาให้นางกับพวกเรา แม้พ่อจะเป็นเจ้าสมุทร ไหนเลยจะสู้ไทจื่อบนสวรรค์ อย่างไรพวกเราก็ไม่อาจกระทำบุ่มบ่ามได้ ต้องหาวิธีอื่น”

“แล้วจะทำเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

ดวงตาคนเป็นพ่อหันมองตำหนักสีทอง ก่อนหันหลังกลับ

“กลับวังบาดาล ก่อนจะหาวิธีช่วยนางเจ้าก็เตรียมตัวรับโทษด้วย”

อันว่าชะตา ไม่ว่าเขาจะฝืนเท่าไรก็ไม่อาจพ้น เป่ยเถียนถิงลูกรักจากนี้ต่อไปก็แล้วแต่ตัวเจ้าแล้วกัน

คนถูกตัดหางปล่อยสวรรค์หันมองไปรอบ ๆ นางงอนเจ้าของตำหนักอยู่หลายวัน แต่คนตัวโตก็หาได้สำนึก ยามนางตื่นเขามักจะอารมณ์ดียิ้มกว้างเหมือนคนมีความสุขทุกครั้ง เขาบ้าไปแล้ว

คนได้นอนกอดร่างเปลือยเปล่าทุกคืนมีหรือจะสำนึก ทุกเมื่อเชื่อวันที่ผันผ่านเขาอยากให้เป็นกลางคืนตลอดเวลา

“จินยวี๋ ไม่สิต้องเรียกเจ้าว่าถิงเออร์”

ใครให้เจ้าเรียกชื่อเล่นข้า ข้าไม่อนุญาต คนไม่อนุญาตพูดได้แค่ฟองอากาศส่วนคนอยากเรียกก็เรียกไม่หยุดปาก “ถิงเออร์ข้าอยากให้ถึงกลางคืนเร็ว ๆ”

ทำไมต้องกลางคืน คนเป็นปลาไม่เข้าใจ ได้แต่มองอีกฝ่ายยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็ใช้มือเคาะลูกแก้วแล้วเอาแต่พูดว่า “เจ้าเป็นของข้าแล้วถิงเออร์”

เขาบ้าไปแล้ว เสียสติไปจริง ๆ นางต้องหาวิธีหนีจากไทจื่อสติเสียคนนี้ให้จงได้

ยามราตรีที่ดวงตะวันลับขอบฟ้าบนสวรรค์หรือจะอะไรก็ช่าง ตอนนี้เจ้าปลาน้อยเริ่มหลับใหล คนที่ถือหนังสือในมือหาได้มองอักษรตรงหน้า แต่กำลังลุ้นว่าเมื่อไรร่างกายงามจะปรากฏออกมาอีกครั้ง

เสียงหัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ การได้เห็น แต่ไม่อาจครอบครอง ได้แค่มอง แต่ไม่อาจกระทำการใดได้นอกจากลูบคลำ ยิ่งทำให้เขาปรารถนาในตัวนางมากขึ้นทุกวัน ๆ จนตอนนี้เริ่มจะไม่ทน

เพียงไม่นานนางก็ปรากฏกาย บัดนี้ร่างเปลือยเปล่ามาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เขาวางหนังสือในมือก่อนจะเดินเข้าไปหยิบผ้าห่มแล้วสอดกายเข้าไปเช่นเคย

เขาค่อย ๆ กินร่างอุ่นเนื้อนุ่มหอมตรงหน้าทีละคำอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากหนาแตะสัมผัสหน้าผาก เลื่อนไล้มายังแก้มหอมกลิ่นเนื้อนวลให้ต้องกลั้นใจ หากเขาทำการให้นางได้สติอีกคงได้ระบายอารมณ์กับตัวเอง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

แต่ดูเหมือนคนเนื้อนุ่มจะไม่ให้ความร่วมมือ ใบหน้านั้นผินไปทางซ้ายทำให้เขาเห็นเพียงครึ่งเดียว องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงใช้มือปัดเรือนผมนางไปด้านหน้าก่อนจะก้มลงจูบบ่าอย่างแผ่วเบา

จู่ ๆ ความรู้สึกอยากกินปลาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เขาส่งลิ้นออกจากปาก ค่อย ๆ เลียไปตามผิวนวล ความอุ่นของลิ้นทำร่างบางขยับกลับมา เขาอาศัยจังหวะนั้นฉกริมฝีปากประกบ แทรกลิ้นคืบคลานเข้าไปในปากอีกฝ่าย เสียงครางจากคนหลับดังขึ้นอย่างขัดใจ คนกระทำจึงนิ่งค้างไว้เพียงครู่

เมื่อร่างบางสงบ เขาก็ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากแล้วพรมจูบลงเรื่อยลงไป เรือนร่างนวลขยับทุกครั้งที่เขาเผลอจูบด้วยความปรารถนาแรงกล้า หมายมั่นให้นางได้หลุดจากพลังลูกแก้วมังกร

ไม่ได้การหากเขายังนิ่งเฉยเช่นนี้เห็นทีคงได้ขาดใจตายแน่

องค์รัชทายาทลุกขึ้นยกผ้าห่มขึ้นมาห่มเนื้อนวลตรงหน้า ก่อนจะเดินออกจากตำหนักอย่างรวดเร็ว

ต้องมีวิธีแก้ ยังไงก็ต้องหาให้พบ คงเพราะมีความมุ่งมั่นที่จะกินปลา เขาจึงเดินผ่านฟู่เฟยอิงโดยไม่สนใจจะหันมองแม้แต่นิด

เทพปักษาฟู่เฟยอิงมองพี่ชายตน สามสี่วันมานี้อีกฝ่ายแทบไม่ออกจากตำหนัก ครั้นออกมาก็ทำหน้าเหมือนจะตาย มีสิ่งใดรบกวนจิตใจพี่ชายตนกันแน่ ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินตามไทจื่อไป

ไม่นานก็พบจุดหมายขององค์รัชทายาทฟู่เฉินหลง

“หอสมุด” มีสิ่งใดที่พี่ชายเขาต้องการจนต้องมาค้นหาด้วยตนเอง ครั้นเทพเฝ้าหอถามอีกฝ่ายก็เอาแต่ปิดปากไม่พูดไม่จา

“ออกไปให้หมด หากข้าไม่สั่งก็ห้ามใครเข้ามา”

ประตูหอสมุดปิดลงแล้ว คนที่แอบตามมาเลยต้องหลบซ่อนตัวเพื่อเฝ้าดูอีกฝ่าย เขากำลังค้นหาอะไรกันแน่ ปกติแล้วแม้ว่าไทจื่อจะอารมณ์ร้อน แต่ก็ไม่ได้หยาบคายถึงขนาดขว้างปาข้าวของ

ไม่ต้องนึกถึงสภาพหอสมุด ตอนนี้ไม่เหลือเค้าเดิม หนังสือถูกโยนกระจัดกระจายไปทั่ว คิดว่าหากเทพหอมาเห็นคงลมจับ พี่ชายตนรื้อค้นนานหลายชั่วยาม ก่อนจะยืนตะลึงกับหนังสือเล่มหนึ่ง ชายหนุ่มหัวเราะร่าแล้วออกจากหอ

ฟู่เฟยอิงมองอีกฝ่ายเดินออกไปจนสุดสายตาแล้วจึงเดินเข้ามาในหอเพื่อดูหนังสือเล่มที่ว่า เขายกมันขึ้นอ่าน “วิธีแก้ผลึกแก้วมังกร”

แก้วมังกรเป็นของล้ำค่าในวังบาดาล เมื่อสองสามวันก่อน

เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยก็ออกค้นหาลูกแก้วมังกรจนแทบจะพลิกสวรรค์เป็นนรก แต่ก็ไม่เจอ หรือพี่ชายเขาจะรู้ว่าอยู่ที่ใด

ดวงตาเขาไล่อ่านบรรทัดถัดไป หากผู้ใดได้ครอบครองแก้วมังกร และสามารถปลดผลึกแก้วมังกรได้สำเร็จ คนที่ได้ครอบครอบลูกแก้วนั้นก็จะไม่มีผู้ใดต่อกรได้แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ มือเขากำหนังสือแน่น อีกฝ่ายเป็นถึงไทจื่อ เป็นรองเพียงหนึ่ง อยู่เหนือสี่ภพ มีอำนาจถึงเพียงนี้แล้ว

เหตุใดจึงต้องการเหนือกว่าคนที่อยู่สูงที่สุดอีก

ไม่ได้การเขาจะต้องจับตาดูอีกฝ่าย ฟู่เฟยอิงทิ้งหนังสือแล้วออกจากหอสมุด สวนทางกับเทพหอสมุดที่กำลังจะทักทาย แต่พอเดินเข้าไปพบสภาพหอสมุดที่ตัวเองดูแลก็เป็นหงายหลังล้มตึงทันที “ไทจื่อ

คุณชายรองเฟยอิง พวกท่านเล่นอะไรกัน”

คนจับผิดยังคงติดตามองค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงไปยังตำหนัก ตัวตำหนักที่องค์รัชทายาทผลึกเอาไว้ ทำให้เท้าของคนติดตามชะงัก ฟู่เฟยอิงหันมองปีกตัวเอง จากนั้นถอนขนมาหนึ่งเส้นแล้วสั่งให้ลอยติดไปกับเสื้อเจ้าของตำหนัก

ภาพสะท้อนจากเงาปรากฏตรงหน้าให้เห็นสตรีนางน้อยผู้หนึ่งนอนอยู่บนเตียงเจ้าของตำหนัก องค์รัชทายาทนั่งลงก่อนจะยกผ้าห่มขึ้นแล้วใช้มือลูบไล้คอหงส์ คราวนี้เขาไม่ได้เบาแรงเพราะจงใจให้อีกฝ่ายได้สติ เมื่อนางลืมตา เขาก็ก้มลงจูบอย่างรวดเร็วจากนั้นร่างนวลก็สลายหายไปในลูกแก้วดังเดิม

คนถูกจูบโวยวายเป็นฟองอากาศ ส่วนคนจูบยกยิ้ม หยิบลูกแก้วขึ้นมาใส่เสื้อตัวเอง ก่อนจะหยิบดาบคู่กายแล้วออกจากตำหนักอีกครั้ง

คนแอบมองได้แต่ลำดับเหตุการณ์ เรื่องนี้ช่างน่าสงสัย เหตุใดสตรีนางนั้นถึงได้อยู่ในลูกแก้ว แล้วเหตุใดลูกแก้วมังกรถึงได้มาอยู่ในตำหนักของอีกฝ่าย ความเป็นมาของสตรีนางนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ เพราะทำให้พี่ชายตนร้อนรนได้ถึงเพียงนี้

คนที่เขาติดตามเดินไปถึงประตูสวรรค์กับโลกมนุษย์ จากนั้นก็กระโดดเข้าไปในประตูดังกล่าว คนที่อยากรู้จึงกระโดดเข้าไปเช่นกัน

ลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง เทพเจ้าจันทราปรากฏกายขึ้น ยกมือคำนวณแล้วถอนใจ ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องเผชิญชะตารักแล้ว หากแต่รักครั้งนี้จะแลกมาด้วยสิ่งใดมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED