ตอน 1

แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องพักแพทย์ของโรงพยายาลเอกชนแห่งหนึ่งกลางใจเมืองกรุงเทพฯทำให้ร่างบางที่กำลังนอนหลับอยู่ต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้หลับได้นอนก็เกือบสว่างแล้วพอย้อนนึกถึงเหตุการเมื่อคืนมันทำให้รู้สึกโมโห ยิ่งนัก แพทย์หญิง กานต์พิชชา ธนาปรีชาสกุล หรือที่ทุกคนเรียกว่า (หมอแก้มหมอ) เป็นศัลยแพทย์ที่เก่งคนหนึ่ง(หมอผ่าตัด)หมอแก้มหอม อายุ 28 ปี สูง 165 เซนติเมตร น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เป็นคนรูปร่างสูงโปร่งมีใบหน้ารูปไข่ตวงตากลมโตสีดำสนิทจมูกทรง สโลป ปลายพุ่งปากบางสีชมพู ผมยามดำสนิทยักศกนิดๆเป็นธรรมชาติมีสีผิวขาวละเอียดอมชมพูน่ารักที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ไม่มีวันเบื่อ เป็นคนฉลาด ใจเย็นอ่อนโยนแต่เข้มแข็งและเด็ดขาดจบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ สาขาเฉพาะทางภาควิชาศัลยศาสตร์ทำหน้าที่วินิจฉัยโรคและให้การรักษาโรคการบาทเจ็บและอาการอื่นๆด้วยวิธีการอายุรกรรมหรือศัลยกรรมแก่ผู้ป่วยผู้ได้รับบาทเจ็บหรือทุพพลภาพ ทำการผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดเล็กชนิดต่างๆเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บโรค หรือความผิดปกติของมนุษย์ สั่งยาและให้การรักษาทางศัลยกรรมในความผิดปกติในร่างกายและจิตใจ ตรวจค้นโรคและความผิดปกติต่างๆของร่างกาย ให้คำปรึกษาและคำแนะนำเดิมต่างๆ เดิมที่เวรคืนนี้เป็นของรุ่นพี่แต่เจ้าตัวดันหายหัวไปไหนก็ไม่รู้มันก็เลยทำให้ภาระทุกอย่างตกที่เธอในตอนแรกรุ่นพี่แค่โทรมาบอกว่าวันมีธุระจะขอฝากเวรสักสองถึงสามชั่วโมงอีกอย่างหญิงสาวเองก็ว่างไม่ได้มีธุระที่ไหนจึงตกปากรับคำแต่นี้มันปาเข้าไปจะครึ่งเวรแล้วเธอก็ยังไม่เห็นรุ่นพี่แม้แต่เงาแถมตอนเที่ยงคืนทางโรงพยาบาลยังโทรมาคอนเซาท์เคส Acute Appendicitis(ใส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน)โดยคนไข้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีอาการปวดท้องน้อยด้านขวาล่างของช่องท้องและจะปวดยิ่งขึ้นเมื่อไอ เดิน หรือเปลี่ยนท่ากระทันหันแถมยังมีไข้ต่ำ ๆ สาเหตุไส้ติ่งอักเสบเกิดขึ้นจากการอุดตันของช่องโพรงภายในไส้ติ่ง ซึ่งนำไปส่งการติดเชื้ออันเกิดจากการเพิ่มปริมาณของแบคทีเรีย หลังจากมีการเตรียมคนไข้เรียบร้อยไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Anesthesiologist (วิสัญญีแพทย์)โดยการSpinal block(บล๊อคหลัง) ฉีดยาระงับวามรู้สึกทางช่องไขสันหลัง ในส่วนของการ สครับทำความสะอาดตรงบริเวณที่จะทำลงมีด และการปูผ้าสำหรับการผ่าตัด เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ถึงเวลาลงมีดเปิดน้าท้องโดยจะทำการกรีดช่องท้องความยาวประมาณ 5-10 เซ็นติเมตรหรือ 2-3 นิ้วเพื่อที่จะเอาไส้ติ่งออกมาหลังจากนั้นก็ใช้น้ำล้างและซับให้แห้งก่อนจะลงมือเย็บแผลทีละชั้นจนถึงปิดแผล และนอนพักฟื้นจนถึงเวลาส่งคนไข้ขึ้นวอด พอเธอถามถึงหมอน้ำหวานที่เป็นรุ่นพี่เจ้าของเวรทางพยาบาลกลับแจ้งว่ายังติดต่อหมอน้ำหวานไม่ได้แจ๊คพอตจึงมาลงที่เธอแค่เคส Acute Appendicitis (ใส้ติ่งอักเสบฉับพลัน)แค่เคสเดียวเธอไม่ว่าเลยเพราะใช้เวลาไม่เกิน30-40 นาที แต่นี้ดัดมีเคส Ruptured Appendicitis (ไส้ติ่งแตก)อีกไหนกว่าจะได้ลงมีดกว่าจะล้างทำความสะอาดภายในช่องท้องอีกมันใช้เวลาไปเกือบๆสองชั่วโมงเบ็ดเสร็จสองเคสใช้เวลาเกือบๆสี่ชั่วโมงกว่าๆหญิงสาวจะเขียนออดอร์ เขียนใบสั่งยา กว่าจะไปดูคนไข้อีกก็เกือบสว่างกันทีเดียวโชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดมันจึงทำให้เธอออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปนอนต่อที่คอนโดได้

ณ คอนโดหรูกลางใจเมืองกรุงเทพฯ

หลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลหญิงสาวก็อาบน้ำสระผมเป่าผมแล้วก็คลานขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มๆขนาดใหญ่และหลับไปทันที คอนโดที่แก้มหอมใช้อาศัยเวลาลงเวรดึกหรือเข้าเวรดึกอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนักใช้เวลาขับรถแค่15 นาทีก็ถึงแต่หากรถติดก็ใช้เวลาเดินทางไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วคอนโดนี้มีทั้งหมด 35 ชั้นหญิงสาวเลือกที่จะพักอยู่ชั้นบนสุดชั้นนี้มีเพียงไม่กี่ห้องห้องที่ใหญ่ที่สุดมี 2 ห้อง ห้องหนึ่งคือของเธอส่วนอีกห้องหญิงสาวไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนทั้งที่เธอเองก็มาอยู่คอนโดนี้มานานเหมือนกันเพราะมันเป็นคอนโดของเพื่อนพ่อซึ่งเพื่อนพ่อคนนี้เธอก็ไม่เคยเห็นหน้าด้วยรู้แค่ว่าเป็นเจ้าพ่อมาเฟียที่โหดที่สุดในฮ่องกงส่วนคอนโดห้องนี้

เพื่อนพ่อก็ยกให้พ่อเนื่องจากพ่อเคยช่วยชีวิตเขาไว้ตอนแรกพ่อก็ไม่ยอมรับแต่อีกฝั่งถึงขั้นตัดเพื่อนจึงทำให้พ่อต้องรับไว้และพ่อก็ยกให้เธอเป็นที่เรียบร้อย ภายในห้องนอนตกแต่ด้วยโทนสีฟ้าอ่อนของท้องฟ้าให้ความรู้สึกถึงอากาศที่ปลอดโปร่งและอารมณ์เบิกบานสบายใจหญิงสาวใช้เฟอร์นิเจอร์สีเทาตัดกรอบบัวกรอบหน้าต่างสีขาวและใช้ผ้าปูที่นอนสีขาวทำให้ทุกครั้งที่หลับตาเหมือนนอนอยู่บนปุยเมฆบนท้องฟ้าและที่สำคัญมันทำให้หลับง่ายด้วย ครืด!ครืด! ครืด! เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ร่างบางที่กำลังหลับอยู่ในตอนนี้รู้สึกตัวก่อนจะให้มือเรียวบางควานหาต้นต่อของเสียงเมื่อเห็นว่าใครโทรมา

"สวัสดีค่ะพ่อ"

เสียงหวานที่งัวเงียตอบกลับไปทำให้คนที่อยู่ปลายสายถึงกับระบายรอยยิ้มอ่อนและสายศีรษะเบาๆถ้าจะให้เดาลูกสาวสุดที่รักของเขาต้องยังไม่ตื่นแน่ ๆ สงสัยเมื่อคืนคงยืนเคสหลายชั่วโมงแน่ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเบาๆ

" หึ ๆ ทำไมเมื่อคืนคนไข้เยอะเหรอลูก" เสียงอบอุ่นของผู้เป็นพ่อที่ไม่ว่าได้ยินกี่ครั้งก็รู้สึกดีทุกครั้ง

''เปล่าค่ะพ่อเมื่อคืนมีเคสแค่สองเคสองค่ะแต่ดึกมาไปหน่อยเลยทำให้เกือบสว่างเลยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยตามสาย

"แล้ววันนี้หนูจะกลับบ้านไหม" คนเป็นพ่อเอ่ย ถามลูกสาว

"กลับค่ะแต่ขอเย็น ๆ หน่อยนะคะ คุณจักรกฤษณ์ออ ฝากบอกคุณมารตีด้วยว่าลูกสาวคนนี้คิดถึง..คิดถึงนะคะ อิ อิ อิ "

หญิงสาวพูดออกมาก่อนจะหัวเราะน่ารักๆที่ได้หยอกเย้าคนเป็นพ่อ

"ครับคุณหมอแก้มหอมพักผ่อนเถอะแล้วตอนเย็นเจอกันนะลูก"

"คะคุณพ่อ บาย ๆ จุ๊ฟ ๆ ค่ะ"

ตอน 2

หลังจากวางสายผู้เป็นพ่อหญิงสาวก็ไม่ได้หลับดังที่ตั้งใจไว้แพราะเจ้าแมวน้อยกะทิมาวนเวียนเรียกให้ลุกขึ้นสงสัยจะหิว เมียว ๆ เมียว ๆ เมียว ๆ

"นี่ตกลงฉันต้องเป็นทาสแก่ไปตลอดชีวิตใช้ไหมเจ้ากะทิ"

  หญิงสาวพูดออกมาก่อนจะบิดไล่ความขี้เกียจออกและลุกขึ้นไปเทอาหารให้เจ้านาย เมียว! เมียว! เมียว! เจ้ากะทิตอบกลับ หญิงสาวเทอาหารให้กะทิเรียบร้อยเธอก็เดินกลับเขามาในห้องเพื่อเปลี่ยนชุดไปออกกำลังกายต่อคอนโดนี้มีห้องนอนสองห้องคือหนึ่งห้องใหญ่และหนึ่งห้องนอนเล็ก หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องฟิตเน็ตและสามห้องน้ำหญิงสาวใช้เวลาออกกำลังกายหนึ่งชั่วโมงโดยการเวทเทรนนิ่งครึ่งชั่วโมงและคาดิโออีกครึ่งชั่วโมงเธอเลือกกำลังกายอาทิตย์ละสามถึงสี่วันหรือแล้วแต่จะสะดวกเพราะมันทำให้รูปร่างของเธอดูกระฉับกระเฉงมีหน้ากล้ามหน้าท้องที่สวยงามผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งดูอิ่มน้ำและหน้าตาที่ดูเด็กลงกว่าอายุมากๆ ทางด้าน จักรกฤษณ์ ธนาปรีชาสกุล (จักร) อดีตศัลยแพทย์มือทองที่หาตัวจับยากที่ผันตัวเองออกมาทำธุรกิจส่วนตัวที่ตอนนี้กำลังไปได้ดี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรมที่หรูอันดับต้นๆของประเทศ ธุรกิจจิวเวลรี่ที่ตอนนี้กำลังตีตื้นทำกำไรขึ้นมาและยังมีหุ้นในโรงพยาบาลที่แก้มหอมทำงานอยู่ด้วยอีก10 เปอร์เซ็นต์โรงพยาบาลนี้ผู้ที่ถือหุ้นเยอะที่สุดเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ดอน อนาสตาเซีย มาเฟียแห่งฮ่องกงที่พบรักกับหญิงไทยจนทำให้ถึงขั้นลงทุนสร้างโรงพยาบาลนี้ขึ้นมาที่เขามีหุ้นในมือ 10 เปอร์เซ็นต์ก็เพราะ ดอน เป็นคนให้เนื่องจากเขาทำให้อารียา ตอบตกลงแต่งงานกับดอนได้เขาเองไม่เคยคิดอยากจะได้เลยแต่เพราะความเซ้าซี้ทั้งเช้าทั้งเย็นทุกวันของ ดอนเขาจึงตัดความรำคานรับมันไว้ส่วนเรื่องผลกำไรเขาเองไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ณ บ้านธนาปรีชาสกุล บรื้น! บรื้น! บรื้น! เสียงรถ Isuzu MU-X Phantom Collection สีขาวมุก ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจอภายในที่จอดรถของบ้านธนาปรีชาสกุล ก่อนจะมีร่างบางของใครบางคนที่คุ้นตาลงมาจากรถ

"คุณหนูแก้มหอมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ"

เสียงทักทายของป้าจันทร์คนเฒ่าคนแก่ของบ้านดังขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่รักใคร่ออกมาเมื่อเห็นคุณหนูอันเป็นที่รักกำลังเดินเข้ามาภายในบ้าน ป้าจันทร์เป็นแม่นมที่เลี้ยงแก้มหอมมันตั้งแต่แบเบาะป้าจันทร์จึงเปรียบเสมือนป้าแท้ๆของแก้มหอมเพราะป้าจันทร์อยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่คุณแม่สาวๆเธอจึงรักและเคารพป้าจันทร์มากๆ

"ป้าจันทร์สวัสดีค่ะแก้มหอมซื้อขนมไทยที่ป้าจันทร์ชอบมาฝากด้วยนะคะ ส่วนอันนี้แบ่งให้คนที่เหลือได้ทานกันอย่างทั่วถึงค่ะ"

หญิงสาวตอบพร้อมกับยื่นขนมไทยให้ป้าจันทร์และของฝากอีกชุดให้กับคนอื่นๆบ้านด้วยความที่หญิงสาวเป็นเอื่อเฟื้อเผื่อแผ่ ในทุกๆครั้งที่กลับมาบ้านแก้มหอมจะมีของฝากมาให้กับทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นขนมหรือของใช้ต่างๆทำให้ทุกคนต่างรักและเคารพเธอเหมือนกับพ่อและแม่ของเธอ

"ป้าจันทร์คะแล้วคุณพ่อกับคุณแม่อยู่ที่ไหนคะ" เสียงหวานของแก้มหอมเอ่ยถามออกมา

''คุณพ่ออยู่คุยโทรศัพท์อยู่ที่สวนหลังบ้าน ส่วนคุณแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัวคะคุณหนู"

"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินไปหาคนเป็นแม่ในห้องครัวพร้อมกับถือขนมเค้กเจ้าประจำไปฝากท่านด้วย

"คุณแม่ขา ขา ขา"

เสียงหวานน่ารักๆฟังแล้วรื่นหูเอ่ยทักคนเป็นแม่ที่วันนี้ลงมือเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้ลูกสาวตัวน้อยๆทานเองกับมือเพราะทั้งแต่ที่หญิงสาวเริ่มเข้าเวรที่โรงพยาบาลก็ไม่ค่อยได้มาบ้านนักเดือนหนึ่งแค่สอง สามครั้งเองถึงแม้เธอเองจะไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการที่ลูกต้องเลิกงานดึกๆบางวันก็สว่างดีไม่ดีเวลาพักผ่อนก็ไม่มีแต่เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นอาชีพที่แก้มหอมใฝ่ฝันโดยมีคนเป็นพ่อเป็นต้นแบบแต่ดีนะที่ตอนนี้สามีเธอลาออกแล้วมาทำธุรกิจส่วนตัวไม่อย่างนั้นเธอเองเป็นบ้าตายเพราะความเป็นห่วงแน่ ๆ

"มาถึงแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าน สบายดีไหม ช่วงนี้งานเยอะไหม ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า" มารตี ธนาปรีชาสกุล (รตี)เอ่ยถามลูกสาวในขณะที่ยังไม่ผละออกจากหน้าเตา

"โห่คุณแม่เล่นถามคำถามซะรัวแบบนี้แล้วแก้มหอมจะตอบคำถามไหนก่อนดีละคะ"

เสียงหวานที่ฟังดูออดอ้อนวางขนมเค้กลงบนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่จากข้างหลังพร้อมกับเอาไปหน้านวลรูปไข่ถูไปถูมาน้อยๆตรงบริเวณแถวๆไหล่แบบอ้อนๆ หึ ๆ คนเป็นแม่หัวเราะในลำคอเบาก่อนจะทำเสียงแบบดุๆออกมาก

"ไม่ต้องมาอ้อนแม่เลยนะแก้มหอมเราก็รู้ว่าแม่เป็นห่วงเราแค่ไหนแล้วยังจะมาทำเป็นเล่นอีกมันน่าไม่ละ เพียะ! " คุณมารตี แกล้งตีแขนของลูกสาวเบาๆไม่จริงจังนัก

"โห่ คุณแม่เรื่องแค่นี้เองไม่เห็นจะต้องลงไม้ลงมือกับหนูเลยนะคะทำไมใจร้ายจัง"

หญิงสาวทำตาโตพร้อมกับน้ำเสียงอู้อี้ในลำคอ เมื่อเห็นว่าคนเป็นแม่หันมามองแล้วทำตาดุไส่ก่อนจะส่งรอยยิ้มแห้งๆกลับไปให้กับผู้เป็นแม่

"แหะๆ หนูสบายดีค่ะ งานก็เรื่อย ๆ ส่วนพักผ่อนหนูก็นอนทุกคืนนะคะ"

"ยัยแก้มหอม!!" คนเป็นแม่เอ่ยออกมาอย่างเหลืออดกับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน

"อ๊ะ ๆ ไม่แกล้งก็ได้หนูสบายดีทุกอย่างค่ะ งั้นหนูขอตัวไปตามคุณพ่อมาทานข้าวก่อนนะคะ"

ตอน 3

หญิงสาวเอ่ยตัดบทผู้เป็นแม่หากอยู่นานกว่านี้มีหวังคนเป็นแม่ได้ซักฟอกเธอขาวแน่ ๆหญิงสาวเดินออกจากตัวบ้านแล้วเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางจนถึงสวนย่อมเล็กๆก็เห็นคนเป็นพ่อกำลังคุยโทรศัพท์ในตอนแรกหญิงสาวเห็นคนเป็นพ่อคุยโทรศัพท์ด้วยใบหน้าปกติ และพอผ่านไปไม่นานสีหน้าของคนเป็นพ่อเริ่มเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั้งวางสายใจจริงเธอเองอยากจะเดินเข้าไปหาท่านเหมือนปกติที่เคยทำแต่พอได้ให้สีหน้าที่ดูอ่อนล้าบวกกันแววตาที่ดูวิตกกังวลทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปครั้นจะเดินเข้าไปแอบฟังก็กลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาทและทำให้พ่อไม่พอใจได้ หญิงสาวเลยเลือกที่จะรอ เมื่อเห็นว่าคนเป็นพ่อวางสายแล้วคนเป็นลูกก็เดินเขาไปหา

"คุณพ่อคะ"

เสียงหวานของหญิงสาวที่เอ่ยเรียกนั้นทำให้คนเป็นพ่อที่ตอนนี้วางโทรศัพท์เป็นที่เรียบร้อยแล้วกำลังนั่งยกมือขึ้นคลึงขมับเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงหวานของลูกสาวเรียกก็รีบทำสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะส่งรอยยิ้มไปให้สาวน้อยที่อยู่กำลังเดินเข้ามาหาจริงๆแล้วคนเป็นพ่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามาตั้งแต่ต้นแล้วแต่เพราะว่าสายที่คุยด้วยนั้นเป็นธุระสำคัญอยู่จึงไม่อาจวางสายได้

"ว่าไงแก้มหอมมานานหรือยังลูก" คนเป็นพ่อเอ่ยถามลูกสาวเมื่อเดินเข้ามาถึง

"หนูเพิ่งมาถึงค่ะคุณพ่อคะคุณแม่ให้มาตามไปทานข้าวค่ะ" หญิงสาวเลือกที่จะตอบไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้คนเป็นพ่อต้องลำบากใจ

"งั้นเราไปกันเถอะ"

จากนั้นสองคนพ่อลูกก็เดินจูงมือกันเข้าบ้านบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเจ้าของบ้าน อาหารบนโต๊ะมีแต่ของโปรดของคนเป็นลูกทั้งนั้นอาทิเช่น แกงส้มกุ้งกับมะละกอ ไข่เจียวกุ้งสับ ต้มจืดวุ่นเส้นหมูสับ ฯลฯ หลังจากทานข้าวกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยคนเป็นพ่อก็ชวนลูกสาวไปเดินย่อยอาหารในสวนหลังบ้าน ไม่นานหญิงสาวก็ขอตัวกลับ ณ คอนโดหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ร่างบางของใครบางคนที่ตอนนี้พยายามข่มตาให้หลับก็ไม่หลับกำลังนอนพลิกซ้ายพลิกขวาไปมาอยู่บนเตียงกว้างก็ยังไม่หลับ ลุกขึ้นไปออกกำลังกายก็ยังไม่หลับ ทำทุกอย่างแล้วก็ยังไม่หลับหญิงสาวจึงลุกขึ้นนั่งก่อนจะสาดสายตาไปมองเจ้ากะทิน้อยที่ตอนนี่หลับปุยไปแล้วหญิงสาวย้อนคิดถึงตอนที่อยู่ในสวนกับพ่อ

"พ่อคะมีอะไรไม่สบายหรือเปล่าคะ"

หญิงสาวเอ่ยถามคนเป็นพ่อเพราะเธอสังเกตมาสักพักใหญ่ๆแล้วตั้งแต่อยู่ที่ในสวนตอนแรกแล้ว คนเป็นพ่อหันมองหน้าลูกสาวแต่ไม่ตอบมีเพียงรอยยิ้มเศร้าๆที่ส่งกลับมา

"แก้มหอมพอจะสามารถช่วยอะไรพ่อบ้างได้ไหมคะ" เสียงหวานของแก้มหอมดังขึ้นอีกครั้งทำให้คนเป็นพ่อหันมามองหน้าของลูกสาวอีครั้งแล้วเอ่ยออกมา

"ช่วยได้สิ" คนเป็นพ่อเอ่ยออกมาพร้อมองหน้าลูกสาวอย่างมีความหวัง

"จริงเหรอคะ แล้วคุณพ่อมีเรื่องอะไรให้ลูกคนนี้รับใช้คะ"

น้ำเสียงของหญิงสาวที่แสดงถึงความดีใจเมื่อเธอรู้ว่าตัวเองสามารถที่จะช่วยแบ่งเบาปัญหาของพ่อได้แต่ประโยคต่อมาของพ่อมันทำให้โลกทั้งโลกของหญิงสาวหยุดหมุนลงไปชั่วขณะ

"แต่งงาน" หลังจากที่หาเสียงของตัวเองเจอหญิงสาวก็ทวนคำพูดของคนเป็นพ่อเบาๆเพื่อเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่เธอได้ฟังมันฟังไม่ผิด

"ต...แต่งงาน!!" เสียงหวานเบาหวิวราวกับคนละเมอ

"ใช่มันเป็นวิธีเดียวที่อก้มหอมสามารถช่วยพ่อได้" เสียงของพ่อพูดย้ำมาอีกครั้งว่าสิ่งที่เธอได้ยินมันคือเรื่องจริง

"กับใครคะ" เสียงของแก้มหอมดังขึ้นมาอีกรอบ

"มาร์คัส อนาสตาเซีย" หญิงสาวทวนชื่ออย่างซ้ำไปซ้ำมาทำไมชื่อนี้มันคุ้นๆหูของเธอจังแต่เธอคิดเท่าไรก็ยังคิดไม่ออก

"เขาคือใครคะ แล้วทำไมถึงต้องแต่งานด้วย แล้วมันพอจะมีวิธีอื่นบางไหมคะ"

หญิงสาวถามออกมาพร้อมกับหันไปมองหน้าคนเป็นพ่ออย่างมีความหวังคนเป็นพ่อได้แต่ส่ายหน้าเบาๆเป็นคำตอบสุดท้ายโดยให้คำตอบว่ามันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ครอบครัวไม่ล้มละลายและพ่อยังบอกอีกว่า มาร์คัส เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของคุณลุง ดอน อนาสตาเซีย มาเฟียที่โหดที่สุดในฮ่องกงและรวยอันดับต้นๆของประเทศเพียงแค่ได้ยินว่าเป็นมาเฟียมันก็ทำให้เธอตกใจแทบแย่ยิ่งมารู้ว่าขึ้นชื่อเรื่องความโหดอีกมันยิ่งทำเพิ่มความกลัวให้เธออีกเท่าตัว อึ๋ย..ย...ย ! แค่คิดก็สยอง แล้วถ้าเกิดแต่งงานไปหากเขาไม่พอใจเธอไม่ลุกขึ้นมาฆ่าแกงกันเลยเหรอ เฮ้อ!! เสียงถอนหายใจเบาๆจากร่างบางดังขึ้น

อีกฝั่งหนึ่งของประฮ่องกง!

"แต่งงาน!!!!!!!" "พ่อล้อผมเล่นหรือเปล่า"

มาร์คัส อนาสตาเซีล (มาร์)ชายหนุ่มรูปร่างสูง ใหญ่ สูง185 เซ็นติเมตร นำหนัก 70กิโลกรัม ที่มีใบหน้าคมเข้มหล่อหล่ามีดวงตาเฉียบคมแววตาดุดันร่างกายกำยำแข็งแรงชอบการออกกำลังกายผิวขาว มีรอยสักเป็นรูปนกฟินิกช์เต็มตัวที่ด้านหลังมีเส้นผมออกสีน้ำตาลอ่อนๆเป็นเจ้าไทน์คลับ DND และคาสิโนใหญ่ที่สุดทั้งมืองไทยและฮ่องกงชอบดื่มสก๊อตวิสกี้เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และเป็นคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED