ตอน 1

บ้านเดชณรงค์

20.00

กว่าเพลงพิณและพาฝันจะเดินทางมาถึงที่บ้านเดชณรงค์ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มเพราะหนทางที่ทั้งสองเดินทางเข้ามามันช่างยากลำบากเหลือเกินอีกทั้งสัมภาระของทั้งสองยังพะลุงพะลังอีก

“นี่ยัยเพลงฉันไม่คิดว่าแม่แกจะหาที่อยู่ที่มันช่างเข้าถึงได้ยากลำบากขนาดนี้เลย”

พาฝันเดินบ่นอุกเมื่อลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาถึงหน้าบ้านกว่ารถสองแถวจะมาส่งเธอถึงหน้าปากทางบ้านก็เล่นเอาพวกเธอทั้งสองหัวฟูยุ่งเหยิงกันเลยทีเดียวถ้าหญิงสาวไม่ติดว่าสงสารเพื่อนที่กำลังอกหักอยู่มีหวังที่กันดารแบบนี้เธอก็ไม่ขอมาด้วยหรอก

“เอาน่ายัยฝันแล้วแกจะให้ฉันทำยังไงไม่อย่างนั้นคุณแม่ฉันก็ไม่ยอมให้มาอยู่ที่นี่อยู่ดีอะ”

เพลงพิณพูดพร้อมหยิบกุญแจออกมาเพื่อไขประตูบ้าน

“เสร็จหรือยังแกยุงจะหามฉันไปกินในป่าแล้วเนี่ยนี่ถ้าขาสวยๆของฉันลายมันเป็นเพราะแกเลยยัยเพลง”

พาฝันใช้มือปัดยุงที่รายล้อมเธอมือเป็นพัลวันยุงที่นี่เยอะมากซะจนแทบจะหามตัวเธอไปได้อยู่แล้ว

“แล้วเปิดไฟตรงไหนล่ะเนี่ย...นี่แกเจ้าของบ้านเขาไม่คิดจะมาดูมาแลแขกบ้างหรือไง”

เมื่อเพลงพิณไขกุญแจเปิดเข้ามาในบ้านได้ทั้งสองก็รีบเดินหาสวิทช์ไฟกันทันทีพาฝันรู้สึกแปลกใจที่เจ้าของบ้านไม่คิดจะห่วงใยแขกที่มาพักบ้านตัวเองเลยหรือไงว่าจะหยิบจะจับอะไรถูกมั้ย

“คุณแม่ฉันโทรมาบอกว่าวันนี้พี่เค้าไม่ว่างน่าจะมาพรุ่งนี้เช้าเพราะติดธุระน่ะ”

พิมพาโทรบอกเพลงพิณตั้งแต่เมื่อหญิงสาวมาถึงสนามบินแล้วว่าวันนี้ลูกชายของเพื่อนแม่เธอที่เป็นเจ้าของบ้านไม่ว่างแล้ววันนี้ก็ไม่น่าจะกลับบ้านด้วยเพราะติดธุระจึงให้เธอหาทางเข้าบ้านกันไปก่อนกุญแจที่เธอได้มาก็ได้มาจากน้าดรุณีเพื่อนของแม่เธอที่เป็นคนส่งมาให้นี่แหละแต่เธอเองก็ยังไม่เคยเห็นลูกชายเขาเหมือนกันแม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้จักเพราะตอนที่เคยเจอกันต่างคนก็ต่างรีบไม่ได้มีเวลาซักไซร้อะไรกันมากนัก

“พี่เค้าหรอ.....เค้าเป็นผู้ชายใช่ป่ะแล้วหล่อมั้ยอะแกอายุเท่าไร”

พาฝันยื่นหน้ามาใกล้ๆกับเพื่อนสาวด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามแบบของเธอ

“ฉันก็ไม่รู้อะแกไม่เคยเห็นหน้าแถมชื่อยังไม่รู้จักอีกด้วย”

เพลงพิณตอบไปตามความจริงเพราะเธอเองก็ไม่เคยเห็นแถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายของเพื่อนแม่เธอชื่อว่าอะไรอายุเท่าไร

“อ้าว....แล้วแม่แกไม่บอกเลยหรือไง”

พาฝันรู้สึกงงกับเพื่อนสาวของเธอที่จะมาอาศัยอยู่บ้านของเขาทั้งทีแต่กลับไม่รู้จักเจ้าของบ้าน

“ฉันก็ไม่เห็นคุณแม่จะบอกอะไรกว่าจะอนุญาติให้มาที่นี่ฉันก็ขอร้องแทบเป็นแทบตายแล้วฉันก็ไม่กล้าจะถามอะไรคุณแม่มากนักหรอกแก”

ด้วยความที่เพลงพิณเองอยากมาที่ใจจะขาดเพราะอยากตัดขาดจากโลกภายนอกสักพักเธอขอมารักษาแผลใจที่นี่สักระยะเมื่อคนเป็นแม่ยอมให้มาแต่มีข้อแม้ว่าต้องมาอยู่ที่นี่เธอจึงตอบตกลงในทันทีเพราะกลัวว่าแม่ของเธอจะเปลี่ยนใจโดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อเลยสักนิด

“อืมมมมม...งั้นช่างเถอะเดี๋ยวก็คงได้เจอ”

พาฝันเห็นว่าในเมื่อไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านเป็นใครก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็คงได้เจอกันเอง

“นี่อะไรอะ....”

พาฝันหยิบโพสอิทที่แปะอยู่บนโต้ะตรงหน้าที่พวกเธอนั่งอยู่เลยหยิบขึ้นมาอ่าน

“ผมต้องขอโทษพวกคุณที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับนะครับผมติดธุระด่วนจริงๆห้องของพวกคุณอยู่ทางซ้ายมือถัดจากบันไดมีสองห้องผมทำความสะอาดไว้เรียบร้อยแล้วส่วนอาหารสดผมซื้อเตรียมไว้ที่ตู้เย็นในครัวเรียบร้อยแล้วพวกคุณจะทานอะไรก็ตามสบายเลยนะครับ…..โหหหหโคตรเอาใจใส่อะแก”

พาฝันอ่านข้อความไปยิ้มไปคิดว่าชายหนุ่มเจ้าของบ้านคงเป็นคนที่เอาใจใส่คนอื่นอย่างดีเสียดายที่วันนี้ยังไม่มีโอกาสได้เจอเขาเสียนี่

“หรอ…เอาใจใส่…..แกลืมอะไรไปหรือป่าวยัยฝันว่าพวกเราทำกับข้าวไม่เป็น”

เพลงพิณถึงกับกรอกตามองบนแล้วถอนหายใจเธอไม่รู้จะซึ้งดีมั้ยที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านซื้ออาหารสดไว้ให้แต่พวกเธอดันทำกับข้าวไม่เป็น

“เออ…จริงด้วยฉันลืมไปเลยอ่า”

จากที่พาฝันทำหน้าซึ้งอยู่เมื่อครู่เมื่อฟังคำพูดของเพื่อนสาวที่ทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆถึงกับต้องเปลี่ยนสีหน้ากะทันหันเธอลืมไปซะสนิทเลยจริงๆว่าพวกเธอสองคนเป็นลูกคุณหนูไม่เคยทำกับข้าวและก็หยิบจับอุปกรณ์ในครัวไม่เป็นเลยด้วย

“งั้นคืนนี้เราคงต้องนอนกันพร้อมความหิวไปก่อนแล้วแหละแกพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที”

“เฮ้อออ”

พาฝันทำหน้าเศร้าบอกกับเพลงพิณทำเอาหญิงสาวต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ดูท่าว่าการที่พวกเธอมาพักผ่อนอยู่ที่นี่มันจะไม่สบายอย่างที่คิดซะแล้วสิ

ทั้งสองต่างแยกย้ายกันนอนคนละห้องที่ชายหนุ่มได้เตรียมไว้ให้พาฝันเมื่อหัวถึงหมอนก็ฟุบหลับลงในทันทีเพราะตอนนี้เธอเพลียมากเหลือเกินไอ้เรื่องความหิวของเธอขอเอาไว้ก่อนพรุ่งนี้เธอจะกินให้แหลกลานชดเชยกับวันนี้ที่เธออดมาตั้งแต่มื้อกลางวัน

ทางด้านเพลงพิณเมื่อลากกระเป๋าเข้าห้องของเธอด้วยความที่ทั้งเพลียและหิวหญิงสาวรีบเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเมื่อเธอมองรอบๆห้องก็คิดว่าคนที่ตกแต่งห้องนี้ต้องเป็นคนที่มีรสนิยมพอสมควรดูจากการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่คุมโทนและการจัดวางก็ยังดูทันสมัยอีกด้วย

หญิงสาวเดินสำรวจสักพักก็เข้าไปอาบน้ำแล้วหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต้ะขึ้นมาอ่านเมื่อหญิงสาวเลือกหยิบดูที่กองหนังสือก็พบว่าหนังสือที่วางอยู่มีแต่หนังสือที่เกี่ยวกับป่าเขาและพันธ์สัตว์ต่างๆแถมยังมีพวกวิธีทำเกษตรกรรมที่ไม่ใช้สารเคมีอีกด้วยเธอคิดว่าคงจะเป็นของเจ้าของบ้านนี้แหงๆเพราะเธอก็ได้รู้มาบ้างว่าเมื่อลูกชายของน้าดรุณีเพื่อนของแม่เธอมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เรียนจบ

ตอนนี้เธอก็ยังสงสัยอยู่ว่าคนที่จบเมืองนอกเมืองนาแถมที่บ้านก็มีธุรกิจใหญ่โตทำไมถึงเลือกใช้ชีวิตแบบนี้หญิงสาวรีบสลัดความคิดออกจากหัวในเมื่อเธอเป็นแค่คนที่มาอาศัยจะไปอยากรู้เรื่องอะไรของเจ้าของบ้านพลันสายตาก็เหลือบมองไปที่หน้าต่างที่มีแสงของดวงจันทร์และดวงดาวสลัวๆผ่านเข้ามาเธอเองจึงรีบเดินออกไปชะโงกมองนอกหน้าต่าง

ตอน 2

ตอนนี้ตาของหญิงสาวโตเป็นประกายเพราะเมื่อแหงนมองขึ้นไปบนฟ้าเธอเห็นทั้งดวงจันทร์กลมโตพร้อมหมู่ดาวที่รายล้อมแถมยังมีเสียงจิ้งหรีดร้องคลออยู่กับบรรยากาศยามค่ำคืนเธอเองยืนยิ้มกอดอกให้กับภาพตรงหน้าพลางคิดในใจว่าเธอไม่ได้มาพบเจอกับบรรยากาศแบบนี้นานเท่าไรแล้วน้าตั้งแต่เป็นหมอมาก็ไม่เคยที่จะว่างจนกระทั่งตัวเธอเองอกหักนี่แหละถึงได้มาเจอกับบรรยากาศแบบนี้อีกครั้ง

จะว่าอกหักก็ไม่ได้สิเพราะเธอไม่เคยได้คบกับชายหนุ่มที่เธอแอบชอบแถมยังไม่เคยได้มีโอกาสบอกกับเขาด้วยซ้ำว่าเธอคิดยังไง

เหตุการณ์วันนั้นเมื่อเดือนที่แล้ว

บ้านแอนเดอสัน

“กลับมากันแล้วหรอคะ….ไหนน้องเพลินซื้อของฝากมาฝากอาเพลงหรือป่าวคะ”

เพลงพิณเข้าไปกอดหอมหลานสาวด้วยความคิดถึงเพราะทั้งพี่ชายและแพรไหมไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลกันหลายวัน

“ของฝากหรอคะ…คุณพ่อบอกว่าของฝากคือ..คือน้องค่ะ…ในนี้”

เด็กหญิงพาเพลินพูดตามคำที่พ่อของเธอบอกถึงจะบอกว่าของฝากคือน้องแต่เหมือนเจ้าตัวก็ยังทำหน้างงๆอยู่ว่าน้องคืออะไรเพราะก็เห็นๆอยู่ว่าเป็นแค่พุงของแม่เธอ

“555555555”

ภูผาอดขำท่าทีของลูกสาวตัวเองไม่ได้ก่อนกลับเขานัดแนะกับลูกสาวตัวกลมของเขาแทบตายตอนแรกนึกว่าเข้าใจแล้วว่าน้องที่อยู่ในท้องคืออะไรแต่ตอนนี้เขาคิดว่าคงต้องอธิบายกันอีกยาว

เพลงพิณเองก็ต้องทำหน้ากลั้นขำให้กับการทำหน้างงของหลานสาวและเธอเองก็ดีใจมากๆที่จะมีหลานตัวเล็กๆอีกคนมาวิ่งเล่นอยู่ในบ้านแล้ว

“กำลังคุยอะไรกันอยู่หรอทุกคนเสียงหัวเราะดังเชียว”

จู่ๆอัคนีก็เดินเข้ามาในบ้านแต่เช้าโดยที่ไม่ได้นัดกันมาก่อนทุกคนก็เลยค่อนข้างที่จะงงเพราะปกติชายหนุ่มจะนัดก่อนมาทุกครั้ง

“อ้าวอัคแกมาทำไมแต่เช้าวะ”

ภูผาที่ยืนทำหน้าสงสัยอยู่เป็นคนเปิดประเด็นถามเพื่อนของเขาว่ามาทำอะไรแต่เช้า

“ฉันแค่แวะเอาการ์ดแต่งงานฉันมาให้”

อัคนีตอบเพื่อนเขาด้วยสีหน้าเซ็งๆแต่คนที่ฟังกลับอึ้งไปตามๆกันร้อยวันพันปีไม่เห็นชายหนุ่มเปิดตัวแฟนจู่ๆก็มาแจกการ์ดแต่งงานซะงั้นแต่คนที่ท่าจะอึ้งที่สุดคงจะเป็นเพลงพิณเพราะตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนสมองเธอไม่รับรู้อะไรแล้วเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่มัธยมกำลังจะแต่งงาน

“เห้ยยย....จริงดิฉันไม่เห็นแกจะมีแฟนจู่ๆมาแต่งงานไม่ใช่ว่าไปทำใครท้องเข้าล่ะ”

ภูผายังตกใจไม่หายมันจะมีเรื่องอะไรกันนะที่ทำให้เพื่อนของเขาที่ครองความโสดมานานพอๆกับเขาจู่ๆกลับจะแต่งงานกะทันหัน

“มันมีเรื่องนิดหน่อยเดี๋ยวฉันค่อยคุยกับแกทีหลังก็แล้วกันวันนี้ฉันมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะเลยขอตัวก่อนนะ”

“เอ่อ…ยินดีด้วยนะคะพี่หมออัค”

“ครับ..พี่ไปก่อนนะ”

เพลงพิณที่ตอนนี้เหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ที่คอแต่เมื่อได้ยินว่าคนตรงหน้ากำลังจะกลับแล้วเธอจึงรีบเค้าเสียงพูดออกมาเพื่อแสดงความยินดีกับเขาทั้งที่ในใจเธอนั้นมันร้าวไปหมดแล้ว

“เดี๋ยวเพลงขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะ”

เมื่ออัคนีเดินออกไปหญิงสาวก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องของเธอทันทีทำเอาแพรไหมถึงกับต้องทำหน้างงและหันหน้าไปหาสามีของเธอเป็นเชิงถามว่าเพลงพิณเป็นอะไร

ภูผาเห็นสายตาของภรรยาก็รู้ทันทีว่าเธอสงสัยในอาการของเพลงพิณแน่ๆจึงพยักหน้าน้อยๆและกอดไหล่เธอเบาๆค่อยๆเล่าว่าเกิดขึ้นอะไรกับน้องสาวของเขาชายหนุ่มเองพอจะมองออกตั้งแต่ที่น้องสาวของเขาเริ่มเข้ามหาลัยใหม่ๆแล้วที่อยากจะเข้าคณะแพทย์นักหนาก็เพราะอยากจะเป็นหมอเหมือนคนที่เธอมองอยู่น่ะสิเขาไม่รู้หรอกนะว่าเพื่อเขาดูออกหรือป่าวว่าน้องสาวเขาคิดยังไงแต่ในเมื่อน้องสาวเขาดันปากแข็งไม่ยอมเปิดเผยความในใจออกมาเองเขาคิดไว้แล้วว่าสักวันน้องสาวของเขาก็ต้องอกหักเพราะการแอบรักข้างเดียวแน่นอนแต่เขาก็ขอไม่ก้าวก่ายเรื่องของเธอหรอกนะเขาเองขอเอาใจช่วยให้น้องสาวของเขาดีขึ้นในเร็ววันก็แล้วกัน

ทางด้านเพลงพิณเมื่อขึ้นห้องมาได้ก็นั่งอึ้งอยู่กับตัวเองสักพักเธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าสิ่งที่เธอได้ยินเมื่อครู่มันจะเป็นเรื่องจริงเมื่อตั้งสติได้น้ำตาเม็ดเล็กก็เริ่มไหลย้อยลงมาอาบแก้มนึกสมน้ำหน้าตัวเองที่ปากแข็งแอบรักเขาอยู่ตั้งนานไม่เคยจะบอกแถมตัวเธอเองมีชายหนุ่มมารุมจีบมากหน้าหลายตาแต่เธอก็ไม่เคยสนเพราะเฝ้ารักพี่อัคนีของเธออยู่คนเดียวแล้วดูสิวันนี้สิ่งที่เธอได้ยินคือเขากำลังจะแต่งงานเธอถึงกับไปไม่เป็นตอนนี้เธอรู้สึกไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเธอไม่อยากเป็นแบบนี้เลย

“นี่สินะที่เค้าเรียกกันว่าอกหัก…หึ”

หญิงสาวหัวเราะในลำคอให้ตัวเองเธอเคยพบเจอคนมีอาการแบบเธออยู่เป็นประจำในช่วงที่อยู่มหาลัยเธอเองคิดว่ามันคือการเรียกร้องความสนใจคนอกหักมันต้องทำท่าจะเป็นจะตายขนาดนั้นจริงหรอแต่วันนี้เธอได้รู้ซึ้งแล้วว่ามันเป็นยังไง

เพลงพิณยืนดูดาวพลางคิดเรื่องที่ทำให้เธอมาที่นี่พักใหญ่หญิงสาวจึงเดินกลับมาที่เตียงพร้อมปิดไฟนอนและภาวนาว่าขอให้ตนเองนั้นทำใจได้ในเร็ววันเพราะเธอเองยังคงจะต้องไปร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งของอัคนีในเร็ววันนี้

ตอน 3

เช้าวันต่อมา

“ตื่นเร็วแกฉันหิวไปหารัยกินกัน”

พาฝันรีบตื่นมาแต่งตัวแต่เช้าเพราะตอนนี้เธอเริ่มหิวมากซึ่งเป็นผลจากการที่ไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่มื้อเที่ยงเมื่อวานเมื่อแต่งตัวเสร็จเธอก็รีบพุ่งตัวเข้ามาในห้องของเพลงพิณอย่างรวดเร็วเพราะประตูด้านในห้องมันสามารถทะลุถึงกันได้

“อื้มมมมม….ขอนอนอีกนิดนะแกอากาศกำลังดีเลยแกหิวก็ไปหาอะไรกินก่อนเลยเผื่อฉันด้วย”

เพลงพิณตอบเพื่อนสาวของเธอด้วยอาการงัวเงียวันนี้อากาศดีเธอจึงอยากจะนอนต่ออีกสักพัก

“โถ่…ยัยขี้เซาเอ้ยฉันไปคนเดียวก็ได้”

พาฝันถึงกับบ่นอุกในความขี้เซาของเพื่อนเธอในเมื่อไม่ยอมตื่นเธอไปหาอะไรทานคนเดียวก็ได้

11.00 น.

“ไปไหนของเธอกันนะยัยฝันโทรก็ไม่ติด”

เพลงพิณตื่นขึ้นมาในช่วงสายกว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เป็นเวลาห้าโมงเช้าพอดีเธอจำได้ว่าเมื่อเช้าพาฝันชวนเธอไปหาอะไรทานแล้วพอเธอไม่ตื่นเพื่อนของเธอก็จำใจจะต้องไปคนเดียวเธอจึงเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวในห้องเพราะคิดว่าน่าจะกลับมาแล้วแต่กลับไม่มี

“หูยยยยสเต็คหมูของโปรดฉัน…”

เมื่อเพลงพิณหาพาฝันในห้องไม่เจอเธอจึงเดินลงมาหาที่ด้านล่างคิดว่าเพื่อนเธออาจจะนั่งเล่นอยู่ที่ข้างล่างก็ได้แต่เมื่อลงมาเธอไม่เห็นเพื่อนสาวของเธอกลับเห็นแต่จานสเต็คที่น่าจะพึ่งทำเสร็จมาหมาดๆวางอยู่ที่โต้ะพร้อมฝาครอบอาหารครอบอยู่หญิงสาวจึงต้องกลืนน้ำลายในทันทีคิดว่าเพื่อนของเธอก็เก่งเหมือนกันนะที่ในป่าในเขาแบบนี้กลับหาร้านสเต็คแล้วซื้อมาฝากเธอได้

“แล้วเจ้าตัวไปไหนล่ะเนี่ยยย…อุตส่าห์จะขอบคุณซะหน่อย”

เพลงพิณมองซ้ายมองขวาหาเพื่อนสาวของเธอแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาเธอจึงแสร้งพูดดังๆขึ้นมาเผื่อเจ้าตัวจะได้ยินพร้อมเปิดฝาครอบอาหารแล้วนั่งที่เก้าอี้เตรียมหั่นสเต็คชิ้นโตทานทันที

“มาแอบกินอาหารคนอื่นโดยที่ไม่ขออนุญาตแบบนี้เค้าเรียกว่าขโมยหรือป่าวคุณ”

ดินแดนเองเจอพาฝันตั้งแต่เมื่อเช้าที่เธอลงมาแล้วพอได้พูดคุยกันจึงรู้ว่าใครเป็นใครและคนที่นอนขี้เซาอยู่ข้างบนเป็นใครด้วยพร้อมคำรับสารภาพว่าทั้งคู่ทำอาหารไม่เป็นเขาเองที่พึ่งลงจากดอยมาก็ต้องโชว์ฝีมือการทำอาหารให้พาฝันทานเมื่อหญิงสาวทานเรียบร้อยแล้วก็บอกเขาอีกว่าให้ทำสเต็คหมูของโปรดของเพื่อนสาวเธอที่นอนอยู่ข้างบนหนึ่งที่เพราะคาดว่าเมื่อเพื่อนของเธอตื่นขึ้นมาคงจะหิวใส้กริ่วเป็นแน่

พาฝันเองเมื่อเห็นว่าข้างนอกอากาศดีเธอเลยขอไปเดินเล่นข้างนอกแล้วพร้อมถามเขาว่าที่นี่มีจุดชมวิวที่สวยๆตรงไหนบ้างเขาเลยบอกว่าถ้าเดินออกไปทางหลังบ้านจะมีไร่มีรักที่มีพืชพันธ์หลากหลายอยู่ตรงนั้นก็พอจะเป็นที่ที่จะทำให้หญิงสาวได้เจริญหูเจริญตาได้บ้าง

“อร้าย…..อีตาบ้าเข้ามาได้ยังไงเนี่ยไอ้โรคจิตออกไปจากบ้านนี้เลยนะ”

เพลงพิณหันไปตามเสียงภาพตรงหน้าทำให้เธอต้องส่งเสียงกรี๊ดโวยวายพร้อมเอามือปิดหน้าทันทีเธอพอจะจำได้ว่าคนที่เดินลงมาเป็นใครแต่เขามาทำอะไรที่นี่ล่ะแถมยังพันแค่ผ้าขนหนูที่ช่วงล่างเดินอยู่ในบ้านนี้อยู่อีก

“หึ….คุณเป็นเจ้าของบ้านหรอถึงมาไล่ผม”

ชายหนุ่มจงใจเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่ใช้มือปิดหน้าอยู่เขาตลกภาพตรงหน้าตอนนี้เหลือเกินไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนากะอีแค่ผู้ชายถอดเสื้อเนี่ย

“ทำไมฉันจะไล่ไม่ได้ก็ฉัน…ฉัน..เป็น..เป็นแฟนเจ้าของบ้านนี่ถ้าเค้ารู้ว่าคุณมาบุกรุกในบ้านเค้าแล้วมาทำอนาจารแบบนี้เค้าไม่ปล่อยคุณไว้แน่”

หญิงสาวลืมไปเสียสนิทว่าที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านเธอเลยใช้มุขเป็นแฟนเจ้าของบ้านทนละกันอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ผู้ชายที่ยืนเป็นชีเปลือยอยู่ตรงหน้าสลดได้บ้าง

“เป็นแฟนเจ้าของบ้าน….อ๋ออ..อย่างนั้นแฟนคุณเค้าอยู่ไหนล่ะผมไม่ยักจะเห็น”

ชายหนุ่มตะลึงเล็กน้อยที่จู่ๆหญิงสาวมาบอกว่าเป็นแฟนเจ้าของบ้านเธอเองโกหกไม่เนียนเลยสักนิดก็เจ้าของบ้านยืนโทนโท่อยู่เธอยังไม่รู้จักเลยแถมยังออกปากไล่เขาอีกเขาจึงขอลองแกล้งเล่นตามเกมส์เธอหน่อยแล้วกัน

“นี่คุณ…คุ้นนนจะขึ้นไปไหนลงมาเดี๋ยวนี้นะ”

หลังจากที่หญิงสาวอ้ำอึ้งเรื่องแฟนอยู่นานในเมื่อเธอให้คำตอบเรื่องแฟนของเธอไม่ได้ชายหนุ่มจงใจเดินขึ้นห้องของตัวเองและทำเป็นไม่สนใจหญิงสาวทำเอาเธอต้องวิ่งตามเข้ามาในห้องของเขา

“นี่คุณขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง…”

หญิงสาวรีบวิ่งมาดึงแขนชายหนุ่มเพราะคิดว่าสิ่งที่เขาทำมันดูล้ำเส้นและไร้มารยาทเกินไปในเมื่อบ้านตัวเองก็ไม่ใช่ยังจะมาทำอะไรตามอำเภอใจที่นี่อีก

“ทำไมผมจะขึ้นมาไม่ได้ก็ผมจะอาบน้ำ…และ…ผม เป็น เจ้า ของ บ้าน คนที่คุณบอกว่าเป็นแฟนเมื่อกี้”

อันที่จริงชายหนุ่มตั้งใจจะอาบน้ำตั้งนานแล้วแต่ลืมไปว่าตนเองลืมมือถืออยู่ด้านล่างเลยจะลงไปหยิบด้วยความเคยชินที่อยู่คนเดียวและไม่คิดว่าหญิงสาวจะนั่งอยู่ด้านล่างเขาจึงพันผ้าขนหนูผืนเดียวลงมาเมื่อเห็นอาการของหญิงสาวเขาจึงขอแกล้งเธอสักนิดแต่ตอนนี้เขาคิดว่ามันหมดเวลาที่เขาจะล้อเล่นกับเธอแล้วเพราะเขาเหนื่อยอยากพักผ่อนจึงบอกความจริงกับเธอว่าเขาเป็นเจ้าของบ้าน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED