ตอน 1

บทนำ

“แต่งงานกันไหมคุณ” เธอโผล่พรวดเข้าพร้อมกับโพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคนที่กำลังง่วนอยู่กับแฟ้มเอกสารในมือจำต้องเงยหน้าขึ้นมองพลางขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจว่าเธอจะมาไม้ไหน ก็เมื่อเช้าแม่คุณยังร้องไห้จนเขาใจเสีย มาตอนนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จึงไม่แปลกที่เขาจะคลางแคลง

           “ถ้าไม่สบายก็กลับไปนอน ฉันจะทำงาน ไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กแก่แดดอย่างเธอหรอกนะ” เขาหยั่งเชิงท่าทีด้วยการก้มลงมองแฟ้มเอกสาร แสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ก็แอบลอบมองเธอบ่อยๆ

         “นี่…ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ เรียนจบ มีงานทำ แล้วฉันก็อยากแต่งงานจริงๆ ไม่ได้คิดเล่นๆ อย่างที่คุณว่าด้วย” เธอขยับมายืนประจันหน้ายืนยันด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง ทำให้คนที่นั่งอยู่จำต้องลุกขึ้นแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆ อย่างพยายามจะจับผิด

           “แล้วรู้ไหมว่าแต่งงานแล้ว สามีภรรยาเขาต้องทำอะไรกัน” เขาแสร้งโน้มลงมาใกล้ๆ เพื่อดูท่าที ในขณะที่เธอเพียงพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความกระดากอาย

           “รู้ใช่ไหมว่ากิจกรรมระหว่างผัวเมีย มันมากกว่าแค่นอนมองตากันเฉยๆ ดีไม่ดีบางคืนอาจจะไม่ได้นอนด้วยซ้ำ แล้วเด็กที่ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำอย่างเธอจะไหวเหรอ” คำพูดประหนึ่งดูหมิ่นกันซึ่งๆ หน้า ทำให้มีนาเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง

           “คำก็เด็กสองคำก็เด็ก ก็บอกแล้วไงว่าไม่เด็ก ถึงฉันจะไม่มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าหรือผ่านโลกมาโชกโชนเหมือนคุณ แต่ฉันก็ไม่ใช่กบที่หลบอยู่ในกะลาถึงจะไม่รู้ว่ากิจกรรมอย่างว่าระหว่างผัวเมีย มันคืออะไร” เธอพูดใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด

           “แปลว่าเธออยากทำกิจกรรมแบบนั้นกับฉัน?” เขาเลิกคิ้วดูปฏิกิริยา ครั้นพอเห็นเธอผงะตาโตจึงหันไปลอบยิ้มอีกทาง

           “โอ๊ย! จะถามอะไรนักหนา แค่ตอบว่าแต่งหรือไม่แต่งก็พอไม่ได้รึไง”

           “งั้นเธอลองบอกเหตุผลดีๆ สักข้อสองข้อสิว่าทำไมฉันถึงต้องแต่ง…กับเด็กกะโปโลอย่างเธอ” เห็นเธอเม้มปากอย่างพยายามใช้ความคิด เขาก็แทบจะหลุดขำออกมา กระทั่งได้ฟังคำตอบ

           “เหตุผลข้อแรกถ้าคุณแต่งกับฉัน คุณจะมีฉันเป็นภาระไปตลอดชีวิต แล้ว…” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดต่อ เจ้าของคำถามก็แทรกขึ้นมาทันที

           “งั้นฉันไม่แต่ง จะไปไหนก็ไปไป ฉันจะทำงาน” เขาแสร้งโบกมือไล่แล้วกลับไปนั่งที่เดิม ทำให้เธอต้องรีบเดินตามมา

ตอน 2

“โอ๊ย! คุณก็ฟังให้จบก่อนได้ไหมเล่า เพราะถึงฉันจะเป็นภาระ แต่ภาระอย่างฉันก็ทำให้คุณหายเหงาได้นะ มีฉันอยู่ด้วย ชีวิตคุณก็จะมีแต่สีสันแล้วก็ความตื่นเต้นฉันรับรอง” เธอโน้มน้าวด้วยการขยับมายืนใกล้ๆ ในขณะที่เขาก็เหมือนจะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้จึงลุกขึ้นมาอีกครั้ง

           “อย่างเดียวที่จะทำให้ฉันตื่นเต้นได้คงมีแค่เรื่อง…” เจต์สาวเท้าเข้าหาด้วยนัยน์ตากรุ้มกริ่มเป็นประกายประหนึ่งกำลังคุกคาม ทำให้คนถูกคุกคามจำต้องขยับถอยด้วยความหวาดหวั่น กระทั่งชนขอบโต๊ะและเสียหลักนั่งแหมะลงไปบนนั้น เปิดโอกาสให้เขาท้าวแขนกักตัวเอาไว้ทันที

           “อยากรู้ไหมว่าเรื่องอะไร” เขาถามพลางโน้มลงไปด้วยท่าทีคุกคามกว่าเดิม

           “ถะ…ถามแบบนี้แสดงว่าคุณ…” ปฏิกิริยาของเขาทำให้เธออดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ทันได้พูดจบจบ เขาก็แทรกขึ้นมาอีก

           “ไม่แต่ง” เขาตอบพลางยักไหล่

           “พูดดีๆ ไม่รู้เรื่องใช่ไหม งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” เธอฮึดสู้ด้วยการยันตัวขึ้นมาขู่เสียงเขียวสีหน้าขึงขังจริงจัง แต่มันกลับไม่ได้ดูน่ากลัวในสายตาเขาเลยสักนิด

           “ตัวเท่าลูกหมาอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้” คนถูกดูหมิ่นถึงกับกัดฟันกรอด พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะขู่เขาบ้าง

           “ถึงฉันจะทำอะไรคุณไม่ได้ แต่ฉัน…ก็อ่อยคุณได้แล้วกัน” ขู่ไปแล้วเธอก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง และไอ้คำขู่นี้นี่แหละที่ทำให้เขาหยักยิ้มมุมปากอย่างคนที่เหนือชั้นกว่า

           “อ่อยเหรอ เริ่มจากอะไรดีล่ะ แก้ผ้า ขยิบตา หรือว่าเผยอปากยั่วยวน” ไม่พูดเปล่าแต่พ่อคุณยังโน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆ ราวกับจะอ่อยให้ดู พร้อมกันนั้นก็เลื่อนมือไปไล้ที่เปลือกตาเธอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาคลึงเคล้าเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหยอกเอิน แต่ให้ตายเถอะ! ภาพที่พวกเขาเพิ่งจูบกันเมื่อเช้าพลันสว่างวาบขึ้นมา มันชัดเจนจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายขณะเผลอมองริมฝีปากที่กำลังเผยอค้างนั้นด้วยความลืมตัว ครั้นพอรู้ตัวว่าเผลอมองนานเกินไป จึงโวยวายเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเอง

           “ไซส์อย่างกับหมากระเป๋า หุ่นก็เท่ากับเด็กอนุบาล อย่าว่าแต่จะอ่อยจะยั่ว ให้แก้ผ้าตรงหน้า ฉันยังคิดหนักเลย อย่างเธอน่ะถ้าจะยั่ว อย่างมากก็ทำได้แค่ยั่วโมโหนั่นแหละ” สิ้นเสียงพ่อคุณก็ทิ้งสะโพกลงบนเก้าอี้แรงๆ ราวกับว่าหัวเสียนักหนา แต่แล้วความหัวเสียนั้นก็กลายเป็นความตกใจ เมื่อจู่ๆ คนที่นั่งทอดกายอยู่บนโต๊ะก่อนหน้า จู่ๆ ก็กระโดดลงมานั่งคร่อมบนตักเขาด้วยท่าทางน่าหวาดเสียว

           “ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง งั้นก็อย่ามาร้องโอดครวญทีหลังแล้วกัน เพราะฉันเอาจริง จากนี้ไปฉันจะทั้งยั่วทั้งอ่อยให้คุณกระอัก จนคุณต้องรักฉันหัวปักหัวปำ เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย ยังไงชาตินี้คุณก็ต้องเป็นผัว เอ๊ย! เป็นของฉัน คอยดู”

ตอน 3

ย้อนกลับไปที่ต้นสายปลายเหตุของเรื่องวุ่นๆ ทั้งหมด

เช้าวันเสาร์ที่อาจจะเป็นวันหยุดของใครหลายคน แต่หรับมีนาหรือมัดหมี่ มันกลับเป็นวันแรกของการเริ่มงาน ใช่! เธอเพิ่งได้งาน ถึงมันจะเป็นแค่งานเล็กๆ ไม่ได้มั่นคงอะไร ก็ได้แต่หวังว่าการเป็นครูพิเศษรับสอนตามบ้านมันจะสร้างรายได้ให้เธอไม่ต้องแบมือขอเงินพ่อแม่อีก

“โห!ผิดหลังรึเปล่าเนี่ย ทำไมหลังใหญ่ขนาดนี้วะ อย่าบอกนะว่าลูกศิษย์คนแรกของเราเป็นคุณหนูลูกไฮโซ แม่เจ้า!งานแรกก็เจอของแข็งซะแล้ว” มีนาทำหน้ายุ่งๆ ขณะยืนหันรีหันขวางอยู่หน้าประตูบ้าน ไม่สิ!น่าจะเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า และเพราะความโอ่อ่าของคฤหาสน์หลังนี้ ทำให้เธออดจินตนาการไม่ได้ว่าลูกศิษย์ของตัวเองจะร้ายเหมือนกับตัวร้ายในละคร พลัน!จินตนาการในหัวก็สร้างภาพขึ้นมาเป็นฉากๆ

‘หูแตกรึไง ก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากเรียน ออกไป’ ภาพที่ตัวเองถูกคุณหนูลูกผู้ดีมีเงินอาละวาดพร้อมกับขว้างปาด้วยข้าวของทำเธอถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แต่เพราะคำครหาของแม่และพี่สาวที่คอยหลอกหลอนก็ทำให้เธอต้องฮึดสู้

“ไหนๆ ก็อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ลองดูสักตั้งเป็นไร ให้มันรู้ไปสิว่าคนอย่างไอ้มัดหมี่จะทำไม่ได้ อย่างมากก็แค่โดนโขกสับเยี่ยงทาส ดีกว่าต้องกลับไปให้แม่กับพี่เมดูถูกล่ะวะ เอาวะ…สู้โว้ย!” เธอให้กำลังใจตัวเองก่อนเดินไปกดกริ่งที่หน้าประตู พลันประตูรั้วก็ค่อยๆ ขยับเลื่อนให้เธอได้เห็นด้านในชัดๆ

“แม่เจ้า!เปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหมเนี่ย อา…คงไม่ทันแล้วสินะ” ความใหญ่โตโอ่อ่าทำเอาคุณครูคนใหม่นึกอยากจะหันหลังกลับ แต่ก็เหมือนจะไม่ทันซะแล้ว เมื่อสาวใช้ในบ้านกำลังเดินตรงเข้ามา

“คุณครูมีนาใช่ไหมคะ เชิญทางนี้ค่ะ” เธอถูกพาเข้ามาด้านใน ซึ่งมีหญิงสูงวัยใบหน้าเคร่งขรึมยืนรออยู่

“ดูเด็กกว่าที่คิดนะ” หญิงสูงวัยพูดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ติดจะดุนิดๆ

“สวัสดีค่ะ ฉันมีนา อายุ 22 เรียนจบแล้ว ถึงจะไม่มีประสบการณ์ แต่ก็มีความรับผิดชอบ รับรองว่าฉันจะตั้งใจทำงาน จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ” เธอรีบบอก ด้วยกลัวว่าหน้าที่ดูอ่อนกว่าวัยของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด

“ก็หวังว่าเธอจะทำได้อย่างที่ปากพูด ให้สมกับที่คุณดรัณคุณพ่อของน้องเรอุตส่าห์ฝากไว้ก็แล้วกัน” อา…! จากน้ำเสียงที่ได้ฟัง ก็ทำให้พอรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับเธอสักเท่าไหร่ แต่มันก็จริงอย่างที่ฝ่ายนั้นพูดนั่นแหละ ที่เธอได้งานนี้เพราะพี่ชายของเพื่อนเป็นคนฝากฝังให้ และเพราะเหตุนี้เธอถึงต้องยิ่งพยายามให้มากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้คนฝากต้องหพลอยเสียชื่อไปด้วย อย่างเดียวที่พอจะทำได้ตอนนี้คงมีแค่…พยักหน้าให้อย่างนอบน้อม

มาวันละนิด จะได้มาทุกวัน (จะพยายามมาทุกวัน) ช่วงนี้เขียนได้น้อย เพราะยังไม่หายปวดหลัง เขียนแล้วก็ต้องพัก อารมณ์ไม่ต่อเนื่อง เลยต้องใช้เวลาจูนนิดนึง ตอนนี้พยายามเปลี่ยนท่า นั่งเขียนบ้าง นอนเขียนบ้าง เหลือก็แต่ตีลังกาเขียนนี่แหละ ฮ่าๆๆ ล้ำไปอี๊ก ยังไงก็อย่าลืมกดเรื่องนี้เข้าชั้นกันน้าาาาาา กราบบบบบบ (ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เพจเลอบัวคลับจ้า)

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED