ตอน 1

สิ่งสุดท้ายที่เจตน์ ภัทรไพศาล สามีที่แต่งงานกันมา 20 ปีมอบให้ฉัน คือจดหมายลาตายฉบับหนึ่ง

มันไม่ได้เขียนถึงฉัน แต่เขียนถึงบิวตี้ บุญมา น้องสาวบุญธรรมของเขา ผู้หญิงที่เหมือนวิญญาณร้ายตามหลอกหลอนชีวิตแต่งงานของเรามาตั้งแต่ต้น

เขายิงตัวตาย และด้วยลมหายใจสุดท้าย เขายกอาณาจักรเทคโนโลยีทั้งหมดของเรา—สิ่งที่ฉันสร้างมากับมือทั้งชีวิต—ให้กับหล่อนและครอบครัวของหล่อน

เป็นหล่อนเสมอมา หล่อนคือสาเหตุที่ทำให้ลูกของเราต้องตาย ตัวแข็งตายในรถที่เสียอยู่ข้างทาง ขณะที่เจตน์รีบไปหาหล่อน เพราะหล่อนสร้างเรื่องหลอกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย

ทั้งชีวิตของฉันคือสงครามกับผู้หญิงคนนั้น สงครามที่ฉันแพ้ราบคาบไปแล้ว

ฉันหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันก็กลับมาเป็นวัยรุ่น ฉันกลับมาอยู่ในสถานสงเคราะห์ ในวันที่ครอบครัวภัทรไพศาลผู้มั่งคั่งเดินทางมาเพื่อเลือกเด็กไปอุปการะ

ฝั่งตรงข้ามของห้อง เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มีแววตาทรมานคุ้นตา กำลังจ้องมองมาที่ฉัน...เจตน์

เขาดูตกใจสุดขีดไม่ต่างจากฉัน

“เอวา” เขาขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง ใบหน้าซีดเผือด “ผมขอโทษ ครั้งนี้ผมจะปกป้องคุณเอง ผมสัญญา”

เสียงหัวเราะเย้ยหยันเกือบจะหลุดออกมาจากลำคอ ครั้งสุดท้ายที่เขาสัญญาว่าจะปกป้องฉัน ผลลัพธ์คือลูกชายของเราต้องไปอยู่ในโลงศพเล็กๆ

บทที่ 1

สิ่งสุดท้ายที่เจตน์ ภัทรไพศาล สามีของฉันมอบให้ คือจดหมายลาตายฉบับหนึ่ง

มันไม่ได้จ่าหน้าซองถึงฉัน แต่เป็นของบิวตี้ บุญมา น้องสาวบุญธรรมของเขา ผู้หญิงที่ตามหลอกหลอนชีวิตแต่งงานอันแสนเลวร้ายตลอด 20 ปีของเรา

“บิวตี้” ลายมืออันสวยงามของเขาเขียนไว้ “ผมขอโทษ ผมปกป้องคุณไม่ได้ ผมขอยกทุกอย่างให้คุณและครอบครัวของคุณนะ อภัยให้ผมด้วย”

ฉันยืนนิ่งอยู่ในห้องทำงานที่เย็นเฉียบและว่างเปล่า กลิ่นดินปืนยังคงคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เขาใช้กระสุนเจาะหัวตัวเอง และความคิดสุดท้ายของเขาก็ยังเป็นเรื่องของผู้หญิงคนอื่น ทุกสิ่งทุกอย่าง อาณาจักรเทคโนโลยีที่ฉันเป็นคนวางรากฐาน สิ่งที่ฉันสร้างมากับมือทั้งชีวิต ตอนนี้ตกเป็นของหล่อนแล้ว

เป็นหล่อนเสมอมา ทุกวิกฤตการณ์ในชีวิตเราล้วนหมุนรอบน้ำตาของบิวตี้ ความต้องการของบิวตี้ เรื่องดราม่าที่หล่อนกุขึ้นมาเอง หล่อนคือสาเหตุที่ทำให้ลูกของเราต้องตาย ถูกทิ้งให้หนาวตายในรถที่เสียอยู่บนถนนเปลี่ยว เพราะเจตน์ต้องรีบไปหาบิวตี้ หลังจากหล่อนอ้างว่าถูกคนขู่ทำร้าย

ทั้งชีวิตของฉันคือสงครามกับผู้หญิงคนนั้น สงครามที่ฉันเพิ่งจะพ่ายแพ้ยับเยิน

ฉันหลับตาลง ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา ความโศกเศร้าเป็นเหมือนน้ำหนักมหาศาลที่บดขยี้อากาศไปจากปอดของฉัน จากนั้นความเจ็บปวดแหลมคมก็แล่นเข้าสู่หน้าอก แสงสว่างจ้าสาดส่อง และโลกทั้งใบก็สลายไป

ฉันได้กลิ่นยาฆ่าเชื้อกับซุปราคาถูก ฉันลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนที่นอนแข็งๆ ในห้องแออัด ผนังเป็นสีเบจชวนหดหู่ที่ลอกร่อนตามมุมห้อง หัวใจฉันเต้นระรัวในอก ฉันจำที่นี่ได้...ที่นี่คือสถานสงเคราะห์บ้านเมตตาคุณ มือของฉันเล็กนิดเดียว ร่างกายผอมเกร็งและไม่คุ้นเคย ฉันกลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาในความสับสน “เอวา ตื่นได้แล้ว! คุณท่านภัทรไพศาลมาแล้ว!”

ฉันลุกพรวดขึ้นนั่ง วันนี้เอง...คือวันที่ครอบครัวภัทรไพศาลผู้มั่งคั่งเดินทางมาเพื่อเลือกเด็กไปอุปการะ วันที่ชีวิตของฉันต้องเข้าไปพัวพันกับเจตน์

เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของห้อง ผมสีเข้มและดวงตาที่เต็มไปด้วยความทรมานอันคุ้นเคย กำลังจ้องมองมาที่ฉัน...เจตน์ เขาดูตกใจสุดขีดไม่ต่างจากฉันเลย

“เอวา” เขาขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง ใบหน้าซีดเผือด “ผมขอโทษ ครั้งนี้ผมจะปกป้องคุณเอง ผมสัญญา”

ปกป้องฉันเหรอ? เสียงหัวเราะเย้ยหยันเกือบจะหลุดออกมาจากลำคอ ครั้งสุดท้ายที่เขาสัญญาว่าจะปกป้องฉัน ผลลัพธ์คือลูกชายของเราต้องไปอยู่ในโลงศพเล็กๆ

ในชาติที่แล้ว ฉันอยากจะหนีไปจากที่นี่แทบตาย ฉันมีความทะเยอทะยานและฉลาด และมองว่าตระกูลภัทรไพศาลคือตั๋วใบเดียวที่จะพาฉันออกไปได้ ฉันค้นข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขามาหลายสัปดาห์ เรียนรู้เรื่องความสนใจ บุคลิก สิ่งที่พวกเขามองหาในตัวเด็ก ฉันเตรียมคำพูดที่สมบูรณ์แบบเอาไว้ ฉันสวมชุดที่สะอาดที่สุด แม้จะยังดูซอมซ่อ ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบของพวกเขา

และฉันก็เกือบจะได้เป็นแล้ว

แต่แล้วเจตน์ก็ปรากฏตัวขึ้น ลากเด็กผู้หญิงขี้มูกโป่งท่าทางน่าสมเพชคนหนึ่งตามหลังมา...บิวตี้ บุญมา

“เธอต้องการบ้านมากกว่าใครๆ ครับ” เขาประกาศกับพ่อแม่ของเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสารอย่างโง่เขลาที่เขามีให้หล่อนเสมอ “เด็กคนอื่นชอบแกล้งเธอ”

บิวตี้สะอื้นไห้ตามบท หลบอยู่หลังเขาแล้วกระซิบโกหกเรื่องฉัน “เอวาน่ากลัวค่ะ เธอบอกว่าหนูไม่สมควรจะมีความสุข”

เจตน์ ผู้ซึ่งเคยสาบานในชีวิตนั้นว่าจะปกป้องฉัน กลับเชื่อหล่อนในทันที เขามองฉันด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง “เอวา ทำไมเธอใจร้ายแบบนี้?”

ประโยคนั้นประโยคเดียวได้ผนึกชะตากรรมของฉัน ฉันต้องทนทุกข์อยู่ในสถานสงเคราะห์ต่อไปอีกห้าปี ขณะที่บิวตี้ได้รับการต้อนรับเข้าสู่คฤหาสน์ภัทรไพศาล ห่มคลุมด้วยผ้าไหมและความเห็นใจ

แต่ครั้งนี้ ฉันรู้ดีกว่าเดิมแล้ว ฉันไม่ใช่เด็กสาวผู้ทะเยอทะยานที่พยายามจะเอาชนะใจพวกเขาอีกต่อไป ฉันคือผู้หญิงอายุ 40 ในร่างวัยรุ่น และความทะเยอทะยานเดียวของฉันคือการเป็นอิสระจากพวกเขาทุกคน

คุณหญิงลดาวัลย์ แม่ของเจตน์ ผู้หญิงใจดีที่มีแววตาอ่อนโยน กำลังยิ้มให้ฉัน “สวัสดีจ้ะหนู หนูคงเป็นเอวาสินะ ในแฟ้มบอกว่าหนูเรียนเก่งที่สุดในชั้นเลย”

“เป็นเด็กดีมากค่ะ” ผู้จัดการสถานสงเคราะห์พูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย

เจตน์ยืนอยู่ข้างแม่ของเขา ดวงตาของเขาวิงวอนมาที่ฉัน “แม่ครับ พ่อครับ ผมว่าเราควรเลือกเอวา”

ฉันเห็นความหวังในดวงตาของเขา ความต้องการอย่างสิ้นหวังที่จะไถ่บาป เขาอยากจะแก้ไขอดีต

โชคร้ายสำหรับเขา ฉันอยากจะลบมันทิ้งไปต่างหาก

ทันทีที่เจ้าสัวบดินทร์ พ่อของเจตน์ อ้าปากจะเห็นด้วย เสียงร้องไห้ดังลั่นก็แว่วมาจากโถงทางเดิน

ครู่ต่อมา บิวตี้ก็เดินโขยกเขยกเข้ามา โดยมีเด็กผู้หญิงอีกคนพยุงอยู่ ข้อเท้าของหล่อนพันด้วยผ้าพันแผลสกปรก และน้ำตาหยดใหม่ก็ไหลอาบแก้ม หล่อนดูบอบบางและแตกสลายเหลือเกิน

“บิวตี้ เกิดอะไรขึ้นลูก?” คุณหญิงลดาวัลย์รีบปรี่เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง

“หนู...หนูล้มค่ะ” บิวตี้พูดตะกุกตะกัก ดวงตาเหลือบมองไปทางกลุ่มเด็กผู้ชายตัวโตที่มุมห้อง “พวกเขาผลักหนูค่ะ พวกเขาบอกว่า...บอกว่าเด็กอนาถาอย่างหนูไม่สมควรได้รองเท้าใหม่”

มันเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม ฉันต้องยอมรับเลย ในชาติที่แล้ว ฉันใช้สติปัญญาเพื่อเอาชีวิตรอด แต่บิวตี้ใช้น้ำตาของหล่อน และน้ำตาของหล่อนก็ได้ผลดีกว่าเสมอ

ใบหน้าของเจตน์แข็งกร้าวขึ้นด้วยความโกรธที่ต้องการจะปกป้องคนอื่นอย่างคุ้นเคย แต่ครั้งนี้ ฉันเห็นความขัดแย้งในดวงตาของเขา ความสงสัยวูบไหวขึ้นมา เขารู้ว่าบิวตี้สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ แต่ภาพของหล่อนที่ดูไร้ที่พึ่งอย่างยิ่ง ก็ยังทำให้สมองของเขาช็อตไปชั่วขณะ

เขามองจากหล่อนมาที่ฉัน ความรู้สึกผิดของเขากำลังต่อสู้กับความสงสาร

ก่อนที่เขาจะเลือกผิดอีกครั้ง ฉันก็ก้าวไปข้างหน้า

“คุณหญิงคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่ชัดเจน “เธอพูดถูกค่ะ เด็กผู้ชายที่นี่นิสัยไม่ดีเลย บิวตี้เป็นคนอ่อนโยนมาก เธอเลยเจ็บตัวบ่อยๆ”

ฉันหันไปหาเจตน์ สีหน้าเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจจอมปลอม “เจตน์ คุณควรจะปกป้องเธอนะ เธอต้องการครอบครัวอย่างพวกคุณจริงๆ”

หัวใจของคุณหญิงลดาวัลย์ละลาย “โอ้ หนูน่าสงสาร” เธอกล่าวพลางลูบผมของบิวตี้

เจตน์มองฉันอย่างงุนงงที่สุด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงยกครอบครัวของเขาให้กับศัตรูตัวฉกาจของฉัน

เขาอ้าปาก คำคัดค้านที่สับสนกำลังจะหลุดออกมา

แต่ฉันพูดขึ้นพร้อมกัน เสียงของฉันประสานกับเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

“รับบิวตี้ไปเถอะค่ะ”

“รับบิวตี้ไปเถอะครับ” เขาพูด คำพูดของเขาเองสะท้อนคำพูดของฉัน ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณที่ฝังลึกมาทั้งชีวิต

การตัดสินใจได้สิ้นสุดลงแล้ว

ตอน 2

เจตน์จ้องมองฉัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและรู้สึกถูกหักหลัง ขณะที่พ่อแม่ของเขากำลังวุ่นวายอยู่กับบิวตี้ผู้ได้รับชัยชนะ

ฉันหันหลังให้เขาแล้วเดินจากไป

ครอบครัวภัทรไพศาลจากไป พร้อมกับพาบิวตี้ไปด้วย ก่อนที่หล่อนจะขึ้นรถหรู หล่อนหันกลับมามองฉันแวบหนึ่ง แววตานั้นเต็มไปด้วยพิษสง คำมั่นสัญญาเงียบๆ ถึงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต มันไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่มันคือการครอบครอง หล่อนไม่ได้แค่ชนะ แต่หล่อนได้เอาบางอย่างไปจากฉัน

เจตน์ยังคงยืนอ้อยอิ่งอยู่ข้างหลัง ติดกับอยู่ที่ประตู เขาดูสับสนหลงทาง

ฉันคิดว่าในวินาทีนั้นเขาคงเห็นความจริง เขาเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของบิวตี้ขณะที่หล่อนนั่งลงบนเบาะหนัง อาการบาดเจ็บจอมปลอมของหล่อนถูกลืมไปแล้ว เขาเห็นประกายความอาฆาตในดวงตาของหล่อน เขาคงรู้สึกถึงความหวาดกลัวเยียบเย็นที่คืบคลานเข้ามาในหัวใจ เสียงกระซิบถึงความผิดพลาดมหันต์ที่เขาได้ทำลงไปในชาติที่แล้ว และกำลังทำมันซ้ำอีกครั้ง

สายตาของเขามาสบกับฉัน เป็นคำวิงวอนเงียบๆ อย่างสิ้นหวัง ขอความช่วยเหลือ ขอความเข้าใจ

ฉันไม่แสดงสีหน้าใดๆ ตอบกลับไป ฉันแค่หันหลังแล้วเดินกลับเข้าไปในอาคารสีเทาที่สิ้นหวัง

“เอวา!” เขาตะโกนเรียก เสียงสั่นเครือ

ฉันไม่หยุดเดิน

“คุณ...คุณเหมือนผมรึเปล่า?” เขาถาม เสียงเบาลง ตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “คุณจำได้ไหม?”

ฉันหยุดชะงักแต่ไม่ได้หันกลับไป คำถามของเขาแขวนอยู่ในอากาศ เป็นความลับที่ผูกมัดเราไว้ด้วยกัน โซ่ตรวนที่ฉันตั้งใจจะทำลายให้สิ้นซาก

ฉันเดินจากไปโดยไม่ตอบ

“ผมขอโทษนะเอวา” เขาตะโกนตามหลังฉันมา เสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “เธอแค่...เธอผ่านอะไรมาเยอะ เธอไม่ได้ตั้งใจ” ข้อแก้ตัวเก่าๆ ที่น่าเบื่อ “ผมจะพาคุณออกไปจากที่นี่ ผมสาบาน แค่ให้เวลาผมสองสามวัน!”

สองสามวัน...รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนริมฝีปากของฉัน ครั้งสุดท้ายที่เขาพูดแบบนั้น เขาใช้เวลาถึงยี่สิบปีกว่าจะกลับมา และกลับมาแค่เพื่อยิงตัวตาย

เมื่อประตูหนักอึ้งของสถานสงเคราะห์ปิดลง ฉันก็อนุญาตให้ตัวเองยิ้มเยาะอย่างเย็นชาได้เล็กน้อย ครั้งนี้ฉันจะไม่รอผู้ช่วยให้รอดคนไหนอีกแล้ว

ท่าทีของป้าแก้วที่มีต่อฉันเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายลงทันทีที่รถของตระกูลภัทรไพศาลลับสายตาไป ปริมาณอาหารเย็นของฉันลดลง ฉันถูกมอบหมายให้ทำงานที่แย่ที่สุด ขัดห้องน้ำด้วยแปรงสีฟันในขณะที่เด็กคนอื่นยืนดู

วันแล้ววันเล่าผ่านไปเป็นสัปดาห์ ไม่มีข่าวคราวจากเจตน์ แน่นอนอยู่แล้ว บิวตี้คงจะ “ฝันร้าย” หรือ “รู้สึกหนาว” และเขาก็คงยุ่งอยู่กับการเล่นบทฮีโร่จนลืมเด็กผู้หญิงที่เขาทิ้งไว้ในนรกไปแล้ว

ดี ฉันจะช่วยตัวเอง

ฉันรู้ว่าป้าแก้วกำลังยักยอกเงินบริจาคของสถานสงเคราะห์ ในชาติที่แล้ว กว่าหล่อนจะถูกจับได้ก็ใช้เวลาหลายปี ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น

ระหว่างที่ฉันทำความสะอาดตอนดึก ฉันแอบเข้าไปในห้องทำงานของหล่อน แสร้งทำเป็นปัดฝุ่น ฉันเจอบัญชีของหล่อนที่เต็มไปด้วยตัวเลขที่ถูกตกแต่งขึ้น และเงินสดที่ซ่อนอยู่ในช่องระบายอากาศ ฉันใช้โทรศัพท์มือถือเถื่อนที่เด็กคนอื่นมี เป็นเครื่องเก่าๆ หน้าจอแตก และถ่ายรูปทุกอย่างไว้

จากนั้นฉันก็โทรหานักข่าวคนหนึ่งที่ฉันจำได้จากชาติที่แล้ว นักข่าวหนุ่มไฟแรงที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่เรื่องแบบนี้

ราคาของอิสรภาพของฉันคือแขนที่หัก ป้าแก้วจับได้ว่าฉันกำลังโทรศัพท์ หล่อนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ คว้าแขนฉันแล้วบิดจนฉันได้ยินเสียงดังกร๊อบ ความเจ็บปวดแล่นปราด แต่ขณะที่ฉันนอนอยู่บนพื้น กอดแขนที่ใช้การไม่ได้ของตัวเอง ฉันกลับยิ้ม มันจบแล้ว

สองชั่วโมงต่อมา รถตำรวจและรถข่าวมารุมล้อมสถานสงเคราะห์บ้านเมตตาคุณ ขณะที่พวกเขาลากป้าแก้วที่กรีดร้องออกไปพร้อมกุญแจมือ กลุ่มเด็กโตก็มาล้อมฉันไว้ที่สนามหญ้า

“นังสารเลว!” หนึ่งในนั้นคำราม “แกทำลายทุกอย่าง!”

ฉันไม่แปลกใจ พวกเขาเป็นลูกชายของหล่อน หล่อนลงทะเบียนพวกเขาว่าเป็นเด็กกำพร้าเพื่อรับเงินทุนเพิ่ม และพวกเขาก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในกำแพงเหล่านี้ คอยรังแกเด็กคนอื่น พวกเขาคือคนที่ผลักบิวตี้

พวกเขาเข้ามาใกล้ฉัน กำหมัดแน่น ฉันใช้แขนข้างที่ดีป้องกันศีรษะ เตรียมรับแรงกระแทก

หัวโจก ชื่อมาร์ค เด็กตัวโตเหมือนยักษ์ หยิบหินแหลมคมขึ้นมา “นี่สำหรับแม่กู” เขาถ่มน้ำลาย

เขากระโจนเข้ามา

ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้าชนเขาจนกระเด็น

เป็นเจตน์

เขายืนคร่อมฉันไว้ ใช้ร่างกายของเขาเป็นเกราะกำบังขณะที่ก้อนหินฟาดลงมา กระแทกเข้าที่ข้างศีรษะของเขา

เขาสะดุด เลือดไหลทะลักจากแผลฉกรรจ์เหนือขมับ แต่เขาก็ไม่ล้ม เขาแค่หันมาหาฉัน แววตาที่เปื้อนเลือดของเขาดูบ้าคลั่งและเปี่ยมไปด้วยชัยชนะ “ผมบอกคุณแล้วเอวา” เขาหอบ “ผมบอกแล้วว่าจะช่วยคุณ”

ตอน 3

ประกายบางอย่าง—อาจจะเป็นความตื่นตระหนก หรือความกังวล—ก่อตัวขึ้นในใจฉันเมื่อเห็นเลือดไหลอาบใบหน้าของเจตน์ เขายืนโซเซ แต่ดวงตาของเขายังคงจับจ้องมาที่ฉัน ส่องประกายด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างน่าขนลุก

เขาใช้หลังมือปาดเลือด ทำให้มันเปรอะเปื้อนไปทั่วแก้ม “ผมมาถึงแล้ว” เขาพูดด้วยเสียงหอบและมีความสุข “ผมช่วยคุณได้แล้ว”

และเพียงแค่นั้น ประกายความกังวลก็มอดดับลง ถูกแทนที่ด้วยความรังเกียจเย็นชาที่คุ้นเคย

คำพูดของเขากระตุ้นความทรงจำมากมายที่คมกริบและโหดร้ายให้ไหลบ่าเข้ามา

ถนนที่มืดมิดและหนาวเหน็บ เสียงลูกของเราที่ยังเล็กและป่วยหนัก เสียงร้องของเขาอ่อนลงเรื่อยๆ ที่เบาะหลัง ฉันกำลังคุยโทรศัพท์ วิงวอน “เจตน์ ได้โปรดกลับมาเถอะค่ะ ลูกหายใจไม่ปกติ”

เสียงของเขาที่อยู่ไกลออกไปและไม่มีสมาธิ “ผมไปไม่ได้เอวา บิวตี้บอกว่ามีผู้ชายตามเธออยู่ เธอกลัวมาก ผมต้องแน่ใจว่าเธอปลอดภัย”

เขาวางสาย เขาปล่อยเราไว้ที่นั่น ลูกชายของเราสิ้นใจในอ้อมแขนของฉันในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ร่างเล็กๆ ของเขาเย็นชืดลงในอ้อมกอดของฉัน

อุบัติเหตุอีกครั้ง เสียงยางบดถนน เขาขับรถไล่ตามฉันมาหลังจากที่เราทะเลาะกันเรื่องบิวตี้อีกครั้ง เขาหักหลบกวาง ทำให้รถของเขาพุ่งตกลงไปในเหวเพื่อช่วยฉัน เขาสูญเสียขาทั้งสองข้าง ความรู้สึกผิดจากเหตุการณ์นั้นผูกมัดฉันไว้กับเขา เขาใช้รถเข็นของเขาเหมือนบัลลังก์แห่งการพลีชีพ เป็นคำกล่าวหาเงียบๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา “คุณเป็นหนี้ผม” ดวงตาของเขาพูดเสมอ และฉันก็ได้ชดใช้ รับโทษของฉันในชีวิตแต่งงานที่ไร้รักจนถึงวันที่เขาสิ้นสุดมันลงด้วยตัวเอง

ตอนนี้ เขายืนอยู่ตรงนี้ เลือดออกจากบาดแผลตื้นๆ และประกาศชัยชนะ ผู้ช่วยให้รอดของฉัน

ความคิดนั้นน่าขยะแขยงจนฉันอยากจะกรีดร้องออกมา

ก่อนที่ฉันจะได้ทำเช่นนั้น เสียงกรีดร้องอีกเสียงก็ดังขึ้น “เจตน์!”

บิวตี้วิ่งเข้ามา ใบหน้าของหล่อนสวมหน้ากากแห่งความหวาดกลัวอย่างสมบูรณ์แบบ หล่อนผลักฉันจนฉันเซถลาล้มลงกับพื้น แขนที่หักของฉันกระแทกกับพื้นคอนกรีต และความเจ็บปวดระลอกใหม่ก็แล่นปราดไปทั่วร่าง

“แกทำอะไรเขา!” หล่อนกรีดร้อง ตบหน้าฉันอย่างแรง แล้วตบซ้ำอีกครั้ง “นังแม่มด! อยู่ห่างๆ เขาเลยนะ! เขาเป็นของฉัน!”

หล่อนหันกลับไปหาเจตน์ สีหน้าของหล่อนเปลี่ยนเป็นความห่วงใยอย่างอ่อนโยนขณะที่หล่อนค่อยๆ ซับแผลของเขาด้วยชายเสื้อสเวตเตอร์ราคาแพง

“บิวตี้ หยุดนะ” เจตน์พึมพำ ดวงตาของเขายังคงมองมาที่ฉัน “ขอโทษเอวาซะ”

ริมฝีปากล่างของบิวตี้สั่นระริก น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้ม “แต่...แต่เธอทำร้ายคุณนะคะ”

ทันใดนั้น ความตั้งใจของเจตน์ก็พังทลายลง “รู้แล้ว รู้แล้ว” เขาปลอบโยน ดึงหล่อนเข้ามากอด “ไม่เป็นไรนะ ผมไม่เป็นไร”

ฉันมองดูฉากที่น่าสมเพชนั่น ใบหน้าของฉันยังคงแสบร้อน ฉันพยุงตัวเองลุกขึ้น ไม่สนใจความเจ็บปวดที่แขน และเตรียมจะจากไป นี่คือละครสัตว์ของพวกเขา และฉันก็เบื่อที่จะเป็นตัวตลกแล้ว

“อย่าคิดว่าจะเดินหนีไปได้นะ!” บิวตี้คำราม เสียงของหล่อนเต็มไปด้วยชัยชนะ หล่อนเกาะแขนเจตน์ไว้ราวกับเป็นรางวัล “เจตน์จะไม่ยอมให้แกทำร้ายฉันอีกแล้ว”

ขณะที่ฉันหันหลัง ฉันเห็นเจตน์ขยับตัวโดยสัญชาตญาณ ยืนอยู่ข้างหน้าบิวตี้เล็กน้อย มันเป็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่มันบอกอะไรได้มากมาย หลังจากทุกสิ่งทุกอย่าง เขายังคงมองว่าฉันเป็นภัยคุกคาม และหล่อนคือคนที่ต้องการการปกป้อง

ฉันหยุดเดิน ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

“เคนซิงตัน, อัลไบรท์, และชอว์” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “และตัวเลขคือ 40.7128 กับ 74.0060”

บิวตี้ดูสับสน “แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแก-”

แต่เจตน์หน้าซีดเผือด ใบหน้าของเขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก เขารู้ดีว่าฉันกำลังพูดถึงอะไร เคนซิงตัน, อัลไบรท์, และชอว์ คือชื่อของนักลงทุนคนสำคัญสามคนที่พ่อของเขากำลังจะร่วมธุรกิจด้วย ข้อตกลงที่ในชาติที่แล้วทำให้ภัทรไพศาล กรุ๊ป ล้มละลาย และตัวเลขเหล่านั้น คือพิกัด GPS ของที่ดินผืนหนึ่งที่บริษัทของตระกูลภัทรไพศาลกำลังจะจ่ายเงินซื้อในราคาที่สูงเกินจริงอย่างมหันต์ โดยอาศัยผลสำรวจทางธรณีวิทยาที่เป็นเท็จ

มันเป็นข้อมูลที่ฉันใช้เวลาหลายปีในชาติที่แล้วขุดคุ้ยขึ้นมาเพื่อพยายามจะช่วยบริษัทของเรา ข้อมูลที่เขาไม่เคยสนใจเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องดราม่าของบิวตี้

“ได้ยังไง...?” เขากระซิบ เสียงสั่น

“ถือว่าเป็นของขวัญขอบคุณสำหรับหินที่โดนหัวคุณแล้วกัน” ฉันพูดอย่างเย็นชา “ตอนนี้เราหายกันแล้ว อยู่ห่างๆ ฉันซะ”

ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว ความสยดสยองที่ปรากฏในดวงตาของเขานั้นสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัท ในที่สุดเขาก็เข้าใจอย่างแท้จริง มันไม่ใช่ว่าฉันต้องการความช่วยเหลือ แต่มันคือฉันไม่ต้องการเขาอีกต่อไปแล้ว

ฉันแค่อยากจะไปให้พ้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED