เพลิงกลับมาที่คอนโดในช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องชุดที่ปิดไฟมืดสนิท ก่อนจะปิดประตูลงตามเดิม แล้วเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟ แสงไฟสว่างขึ้น ทำให้เห็นภายในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราได้อย่างชัดเจนขึ้น เพลิงมองไปที่ชั้นวางรองเท้าตรงข้างประตูเพื่อดูว่าลาวากลับมาหรือยัง
“ไปไหนวะ” เพลิงพูดออกมาคนเดียว เมื่อเห็นว่ามีรองเท้าผ้าใบที่เธอใส่เมื่อเช้าถอดอยู่บนชั้นวางรองเท้า แต่กลับไม่เห็นเจ้าของมัน
เพลิงเดินไปทางห้องนอนของเขากับลาวาก่อนจะเอื้อมมือบิดลูกบิดเข้าไปภายในห้อง แสงไฟจากข้างนอกสาดส่องเข้าไปภายในห้องนอนอย่างสลัว แต่มันก็ทำให้เพลิงเห็นว่า คนที่เขากำลังมองหาในตอนแรกกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษา
แก้มนวลเนียนกระทบกับแสงไฟอย่างน่าหลงใหล เพลิงก้าวเท้าเดินเข้าไปอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้ร่างเล็กรู้สึกตัว เขาขยับขึ้นไปนั่งบนเตียง สายตาก็กำลังมองร่างเล็กที่หลับอยู่ด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก
จุ๊บ~
“อื๊อออ” ลาวาครางออกมาอย่างรู้สึกรำคาญ ที่มีบางอย่างมารบกวนการนอนของเธอ เพลิงจูบย้ำๆ ที่ริมฝีปากบางอย่างทะนุถนอม
ลาวาลืมตาขึ้นช้าๆ พลางกระพริบตาเพื่อปรับสายตา ใบหน้าของเพลิงตอนนี้อยู่ใกล้ใบหน้าของเธอเป็นอย่างมาก
ยามตื่นนอนลาวาดูน่ารักสำหรับเพลิงที่สุด ไม่สิอาจจะทุกเวลาเลยก็ได้ แต่เขาอยากจะฟัดเธอตอนนี้ซะจริงๆ
“กลับมาแล้วเหรอนึกว่าจะ...อื้มมม~” ยังไม่ทันที่ลาวาจะพูดจบประโยค ปากหนาก็ประกบจูบลงมาทันทีอย่างโหยหา เพลิงขยับตัวขึ้นคร่อมลาวาเอาไว้ ลาวาเผลอปากให้ลิ้นร้อนของเพลิงเข้ามาในปากของตน
ลิ้นร้อนกวาดชิมไปทั่วโพรงปากหวาน พร้อมกับหยอกล้อกับลิ้นเล็ก ขณะที่ช่วงล่างก็กำลังบดเบียดเข้าหากันผ่านเนื้อผ้าอย่างกระตุ้นอารมณ์ความต้องการให้เกิดขึ้น
“อื้มมม...” ลาวาครางในลำคอ เมื่อมือหนาสอดเข้ามาภายใต้เสื้อนักศึกษา แล้วเคล้นคลึงหนาอกอวบอิ่มคัพดีผ่านบราเซียร์
ลิ้นร้อนของเพลิงตะวัดเกี่ยวรัดกับลิ้นเล็กอย่างช่ำชองและดูดดื่ม มือหนาข้างที่ว่างก็กำลังปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของลาวาให้หลุดออก
ฝ่ามือเล็กเองก็กำลังลูบไล้ไปที่ต้นคอของเพลิง ตอนนี้เพลิงก็ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาและมีเสื้อช็อปสวมทับด้านบนเหมือนกับลาวา
เพลิงผละปากออกมา แล้วก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอขาว มือหนาก็ยังคงเคล้นคลึง และพยายามถอดเสื้อของลาวาออก
“ขอนะ” เพลิงพูดขึ้นเสียงแหบพร่าด้วยอารมณ์ต้องการ เป็นอันรู้ๆ กันอยู่ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาจะขอ
“เดี๋ยว” ลาวาพูดขึ้นเสียงนิ่ง เมื่อเพลิงกำลังจะถอดเสื้อให้หลุดพ้นจากตัวเธอ เพลิงหยุดชะงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาลาวา เธอเองก็มองสบเข้ามาในดวงตาของเขานิ่งๆ
“ก่อนจะขออ่ะ ไปจัดการรอยที่คอก่อนมั้ย” ไม่ต้องรอให้เพลิงถามลาวาก็พูดออกมา เพลิงชะงักไปสักพัก ก่อนจะลุกออกไปส่องกระจก คนที่เขาเป็นคนทำเขาก็ย่อมรู้ตัวของเขาดี
ลาวาติดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตนเองให้เข้าที่เหมือนเดิม เพราะคิดว่ามันคงไม่ได้ทำอะไรต่อแล้ว
เพลิงมองเข้าไปในกระจก ซึ่งก็เห็นว่ามีรอยแดงเป็นจ้ำอยู่จริงๆ สงสัยผู้หญิงที่เขาไปคั่วด้วยวันนี้จะสร้างรอยเอาไว้โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
เพลิงมองที่รอยสลับกับมองเงาของลาวาที่สะท้อนอยู่ในกระจก
“สงสัยเพื่อนมันแกล้ง” เพลิงหันกลับไปหาเธอ มันเป็นข้อแก้ตัวที่ตอแหลมากๆ สำหรับลาวา
“เดี๋ยวนี้เพื่อนมึงแกล้งแบบนี้กันเหรอ ก็ดีกูจะได้ทำบ้าง” ลาวาเลิกคิ้วขึ้น
“ดูดคอกันจนเป็นรอยขนาดนี้ เพื่อนมึงนี่คงจะรักมึงมากนะ” ลาวายังคงพูดออกมาต่อ เพลิงขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาเองก็เริ่มหงุดหงิดกับคำพูดคำจาของลาวาแล้ว
“อย่างี่เง่าดิ” เพลิงพูดออกมาบ้าง
“กูคงงี่เง่าเลยทำให้มึงเบื่อ กูคงสู้คนนั้นของมึงไม่ได้หรอก เขาคงจะไม่เคยงี่เง่ากับมึงสินะ” ลาวายังคงพูดออกมาต่อ เธออยากจะรู้ว่าเพลิงจะยอมรับหรือเปล่า
“เออแล้วทำไม! มึงก็เลิกนิสัยงี่เง่านี่สักทีดิ” เพลิงพูดขึ้นเสียงดัง เหมือนเขากำลังทำตัวหงุดหงิดเพื่อให้ลาวาหยุดพูดเรื่องนี้
“เรื่องแค่นี้รับไม่ได้ก็เลิกดิวะ!!”
“เราเลิกกันเถอะ” เมื่อประโยคนั้นหลุดออกมาจากปากของเพลิงลาวาก็พูดสวนกลับไปในทันที แววตาของลาวาตอนนี้มันนิ่งมาก มันดูจริงจังจนทำให้เพลิงใจหาย ที่เขาพูดแบบนั้นออกไปก็เพื่อให้ลาวาหยุดพูด แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำมันยิ่งทำให้เรื่องใหญ่กว่าเดิม
“โธ่โว้ย!!” เพลิงตัดบทด้วยการเดินเข้าห้องน้ำ แล้วปิดประตูเสียงดัง ปล่อยให้ลาวาอยู่กับคำพูดของตนเองเพียงคนเดียว
มือหนาปลดเปลืองเสื้อผ้าออกจากตัวจนหมด แล้วเอื้อมมือไปเปิดฝักบัว สายน้ำที่เย็นฉ่ำคงจะดับความร้อนในใจของเขาได้
ลาวาลุกจากเตียงแล้วเดินไปหยุดยืนตรงประตูหน้าห้องน้ำ
“ถ้ามึงไม่รักกูแล้วก็ปล่อยมือกูเถอะ อย่าให้กูต้องเจ็บไปมากกว่านี้เลย กูขอล่ะ” เพลิงได้ยินเสียงลาวา แต่เขาก็ไม่สนใจ มือหนาเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นไป ขณะมืออีกข้างก็กำลังกำหมัดแน่น
-23:00 น.-
ตั้งแต่ทะเลาะกันทั้งสองก็ยังคงไม่ปริปากพูดอะไร ต่างคนต่างเงียบ ถึงแม้ว่าตอนนี้กำลังนอนอยู่บนเตียงเดียวกันแต่ก็เหมือนกำลังนอนอยู่คนเดียว
เสียงลมหายใจที่ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอจากคนข้างกายมันทำให้เพลิงรู้ว่าลาวาหลับไปแล้ว เป็นเพราะเธอเหนื่อยกับเรื่องต่างๆ จึงทำให้ช่วงนี้ค่อนข้างเพลีย
ซึ่งต่างกับเพลิงตอนนี้เขากำลังนอนเอาแขนกายหน้าผากอยู่ เขากำลังจมปรักกับความคิดของตนเอง และสิ่งที่เขาทำจนนอนไม่หลับ
“เฮ้ออ~” เพลิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะขยับตัวเข้าหาลาวาที่นอนหันหลังให้เขาอยู่ แขนแกร่งพาดไปที่เอวของร่างเล็กก่อนจะกอดเอาไว้ ใบหน้าของเขาก็กำลังซุกอยู่ที่ซอกคอขาวที่มีกลิ่นหอมของแป้งเด็ก
“กูขอโทษ” เพลิงพูดขึ้น เขาไม่รู้ว่าลาวาจะรับรู้หรือไม่ ขอแค่เขาได้พูด เพลิงหลับตาพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมที่ซอกคอขาว เขาเองก็รักลาวา รักมากเกินกว่าจะรักใครได้อีก แต่เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะหยุดนิสัยเจ้าชู้ของเขาตอนนี้ มันต้องมีบ้างตามประสาคนยังวัยรุ่นที่รักสนุก จะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ได้
“กินข้าวก่อนมั้ย” เพลิงถามขึ้น เมื่อเห็นลาวาเดินออกจากห้องมาด้วยชุดนักศึกษาพร้อมเสื้อช็อป ลาวามองเพลิงเล็กน้อยก่อนจะมองเลยไปที่โต๊ะอาหารที่มีอาหารเช้าวางไว้อยู่
เธอเดินเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะลงมือทานโดยไม่พูดตอบรับอะไร
เพลิงจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาทะเลาะกับเธอ จะทำดีด้วยสารพัด เอาอกเอาใจทุกอย่าง เหมือนทำให้ตายใจแต่สุดท้ายก็แทงข้างหลังกันอย่างไม่ใยดี
“วันนี้เลิกกี่โมงเดี๋ยวไปรับ” เพลิงชวนลาวาคุย ขณะที่นั่งลงตรงข้ามเธอเรียบร้อย เพลิงกับลาวาอยู่คณะเดียวกัน และสาขาเดียวกันแต่คนละเซค จึงทำให้ไม่ค่อยเลิกพร้อมกันเท่าไหร่ เพราะตารางไม่เหมือนกัน
“บ่ายสาม” ลาวาเงยหน้าขึ้นตอบก่อนจะก้มทานข้าวเหมือนเดิม
“รออยู่ที่เดิมนะ” ที่เดิมที่ว่าก็คือตรงที่ลาวาไปนั่งรอเพลิงเมื่อวานนี้ เธอจะรอดูว่าเพลิงจะมารับตามที่พูดหรือเปล่า เพราะเมื่อวานเขาก็พูดกับเธอแบบนี้แต่ก็ไม่มา
“อืม” ลาวาตอบรับในลำคอ
-มหาวิทยาลัย-
เมื่อรถมาจอดยังหน้าตึกคณะเรียบร้อย ลาวาก็เอื้อมมือไปเปิดประตูรถทันที
“เดี๋ยว” เพลิงคว้าข้อมือของลาวาเอาไว้เมื่อเธอกำลังเดินลงจากรถ ลาวาหันกลับไปมองหน้าเพลิง
พรึบ!
“อื้ออออ~” ยังไม่ทันที่เธอจะได้ถามอะไร เพลิงก็คว้าต้นคอของเธอเข้าหาแล้วประกบจูบริมฝีปากบางทันที เขาจูบย้ำๆ ไม่ได้สอดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาแต่อย่างใด เพียงไม่นานเขาก็ผละออก ก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ พร้อมสายตาที่แพรวพราว
“ชื่นใจละ” เพลิงพูดออกมาอย่างมีความสุข
ลาวาใช้หลังมือปาดปากตัวเองเบาๆ ขณะที่ใบหน้าก็ร้อนเห่อจากการกระทำที่อุกอาจแบบไม่ทันตั้งตัวของร่างสูง
“โรคจิต” ลาวาว่าออกมาอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะรีบลงจากรถแล้วปิดประตู ขาเรียวก้าวฉับๆ เข้าคณะโดยมีสายตาของเพลิงมองตามหลัง เพลิงขับรถไปจอดในลานจอดรถของนักศึกษา ก่อนจะไปเข้าเรียนตามตารางของตน
ทางด้านฝั่งของลาวาเองตอนนี้เธอก็กำลังเดินเข้าห้องเรียน แล้วไปนั่งยังข้างๆ ตุ้ยนุ้ยและเพื่อนสนิทคนอื่นๆ ของเธอ
“อากาศร้อนเหรอวะทำไมหน้าแดง” ตุ้ยนุ้ยถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าของลาวา เพื่อนคนอื่นๆ ก็มองตาม
“คงงั้นแหละ” ลาวาตอบ แต่มีเหรอเพื่อนๆ เธอจะเชื่อ ทุกคนได้แต่กรอกตามองบน มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่ลาวาเดินเข้าห้องมาด้วยใบหน้าแบบนี้ ดีกว่าเดินเข้ามาด้วยคราบน้ำตา
“อาทิตย์หน้ามีรับน้องนะรู้ยัง” มาติน สายสืบประจำกลุ่มพูดขึ้น เธอค่อนข้างรอบรู้ไปซะทุกเรื่องก่อนใครๆ เขา สิ่งที่เธอพูดมันเรียกความสนใจให้เพื่อนๆ อยากรู้
“เออกูได้ยินแว่วๆ มา อยู่ ปี 3 อย่างเราก็ต้องเหนื่อยแล้วดิ” ตะวันเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นมาอย่างเซ็งๆ พวกเธออยู่ปี 3 กันแล้วจึงต้องมีหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง คือรับน้องปีหนึ่งที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะพวกเธอ
“กูว่าดีจะตาย กูจะอ่อยน้องๆ ให้หนำใจไปเลย ต้องมีเดินตามตูดกูบ้างแหละ หึ!” ตุ้ยนุ้ยพูดอย่างมีจริต ท่าทางสะดีดสะดิ้งของเขามันน่าเอาตีนถีบซะจริงๆ
“ยังไม่ทันนอนเลยนี่มึงฝันแล้วเหรอ” ตะวันพูดออกมาอย่างเจ็บแสบ ตุ้ยนุ้ยชะงักก่อนจะมองค้อน
“มองแบบนั้นเอาตะปูสักดอกมั้ย” ตะวันถามพลางเลิกคิ้วขึ้น ตุ้ยนุ้ยจึงเชิดหน้าหนี
“เออแล้วปีเราใครเป็นเฮดว๊ากวะ” ตุ้ยนุ้ยถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ จุดเด่นของคณะมันก็คงจะมีแต่คนๆ นี้คนเดียวเท่านั้นแหละ มาตินเสมองมาทางลาวาเล็กน้อย
“เพลิง” คำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากมาติน ทำให้เพื่อนที่เหลือหันมามองลาวาเป็นตาเดียว
“รู้เรื่องหรือเปล่าเนี่ย” ตุ้ยนุ้ยถาม ลาวาส่ายหัวไปมาเมื่อเธอเองก็ยังคงไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเพลิงยังไม่บอก
“มึงคงต้องล่ามโซ่มันเอาไว้แล้วล่ะลาวา เดี๋ยวมันออกไปหากินตอนกลางคืน” ตุ้ยนุ้ยพูดออกมาต่อ แค่เพลิงเดินเฉยๆ เป็นคนธรรมดาๆ อยู่ในมหาลัยก็มีรุ่นน้อง และรุ่นพี่ชื่นชอบมากมายอยู่แล้ว ยิ่งถ้ามาเป็นเฮดว๊ากด้วยอีก ทั้งสาวแท้สาวเทียมคงจะเดินตามกันเป็นขบวน
“มึงอย่าพูดให้ลาวามันคิดมากดิวะ” ตะวันพูดขึ้น จริงๆ ลาวาก็ไม่ได้คิดอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกหรอก เพราะตอนนี้เรื่องมันก็มากพอแล้ว
“เอ่อ...กูขอโทษ พอดีปากพล่อยไปหน่อย”