กานดา POV:
บุรินทร์ยังคงยิ้มอย่างมีความสุข เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ พยายามจะจูบฉัน
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องห่วง" ฉันตอบเสียงเรียบๆ "ฉันไม่เป็นอะไร"
เขาพยักหน้ารับคำอย่างไม่ใส่ใจนัก "แต่พรุ่งนี้เราต้องไปซื้อแหวนใหม่นะ"
"แล้วแต่คุณเลย" ฉันตอบสั้นๆ ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นใดๆ
บุรินทร์มองฉันด้วยแววตาแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขามองไปที่กล่องของขวัญเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง
"นี่อะไรเหรอที่รัก" เขายิ้มกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ของขวัญ" ฉันตอบสั้นๆ
"ของขวัญให้ผมเหรอ" เขายิ้มกว้างกว่าเดิม ดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ "ให้ผมเปิดดูเลยได้ไหม"
"แล้วแต่คุณ" ฉันยังคงตอบเสียงเรียบๆ
เขารีบแกะกล่องของขวัญออกอย่างรวดเร็ว ข้างในกล่องมีวัตถุชิ้นหนึ่งรูปร่างบิดเบี้ยว มันคือแหวนแต่งงานของเราที่ถูกหลอมจนเละไม่มีชิ้นดี
บุรินทร์มองมันด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
"นี่มันอะไรน่ะที่รัก" เขาถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
ฉันมองวัตถุในมือเขา หัวใจของฉันเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง
"ของขวัญไง" ฉันตอบ
"แต่...แต่มันคืออะไรกันแน่" เขาพยายามอ่านข้อความที่สลักอยู่บนแหวน แต่ก็อ่านไม่ออก
"มันคือความรักของเรา" ฉันตอบ "ที่ถูกหลอมจนเละไม่มีชิ้นดี"
บุรินทร์เงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
"คุณพูดอะไรน่ะที่รัก" เขาถาม เสียงของเขาสั่นเครือ
"คุณจำไม่ได้เหรอคะวันนี้วันอะไร" ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
บุรินทร์เงียบไป ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที
ฉันมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความรักที่เคยมีให้เขา มันหายไปหมดแล้ว
"สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะคะ บุรินทร์" ฉันพูดเสียงเรียบๆ
บุรินทร์ตัวแข็งทื่อ เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงออกมา
"ผม...ผมขอโทษ" ในที่สุดเขาก็พูดออกมา "ผมลืมไปจริงๆ"
"ไม่เป็นไรหรอก" ฉันตอบ "ฉันชินแล้ว"
บุรินทร์สวมกอดฉันแน่น "ไม่นะที่รัก ผมจะไม่มีวันลืมอีกแล้ว ผมขอโทษจริงๆ ผมสัญญาว่าจะชดเชยให้คุณเอง"
"คุณจะชดเชยให้ฉันได้ยังไง" ฉันถาม
"เราไปดินเนอร์กันนะคืนนี้" เขาพูด "ร้านอาหารที่เราเจอกันครั้งแรกไง"
"ฉันเหนื่อย" ฉันตอบ "อยากนอนพักมากกว่า"
"งั้นเราไปดูหนังที่บ้านก็ได้นะ" เขาเสนอ "หรือจะให้ผมเปิดเพลงให้ฟังก็ได้"
"ฉันอยากอยู่คนเดียว" ฉันตอบ
บุรินทร์ถอนหายใจ เขากอดฉันแน่นขึ้น "ที่รัก ผมรู้ว่าคุณกำลังโกรธ ผมขอโทษจริงๆนะ"
เขาจูบหน้าผากของฉัน "ผมรักคุณนะกานดา"
ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ใครกันแน่ที่เปลี่ยนไป?
บุรินทร์พาฉันไปขับรถเล่นในวันรุ่งขึ้น เขาพูดคุยเรื่องธุรกิจของเขาอย่างสนุกสนาน แต่ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย ฉันมองออกไปนอกกระจกรถ เห็นว่าเขากำลังพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม
ฉันเหลือบไปเห็นซองสีขาวเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้เบาะรถ มันเป็นซองถุงยางอนามัยที่บุรินทร์เคยบอกว่าเขาไม่ได้ใช้แล้ว
ฉันหยิบมันขึ้นมาอย่างเงียบๆ แล้ววางกลับไปที่เดิม ไม่จำเป็นต้องโวยวายอีกต่อไปแล้ว
เมื่อรถไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง บุรินทร์ลงไปเปิดประตูให้ฉัน ผู้คนรอบข้างต่างมองมาที่เราด้วยสายตาชื่นชม
"คุณบุรินทร์เป็นสุภาพบุรุษจริงๆเลยนะคะ" ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น
บุรินทร์ยิ้มกว้าง "แน่นอนครับ ผมรักภรรยาผมที่สุด"
แต่รอยยิ้มของเขากลับต้องหุบลง เมื่อโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขารีบเดินไปรับสายห่างออกไปจากฉัน
"ครับ… ชยิสรา" ฉันได้ยินเสียงเขาพูดกับปลายสาย
ฉันมองบุรินทร์คุยโทรศัพท์สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งก็ดูเคร่งเครียด บางครั้งก็ดูอ่อนโยน
ฉันรู้ทันทีว่าเขากำลังคุยกับใคร
เขากลับมาหาฉันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม "ที่รัก ผมมีงานด่วน ผมต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้เลย"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ฉันตอบ "ฉันรอคุณอยู่ที่นี่ก็ได้"
"ไม่เป็นไรหรอกที่รัก" เขาตอบ "เดี๋ยวผมรีบกลับมานะ"
เขารีบวิ่งออกจากห้างสรรพสินค้าไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งฉันไว้คนเดียว
ฉันเข้าไปนั่งในรถของบุรินทร์ อากาศข้างนอกหนาวเย็นจนฉันต้องหอบผ้าห่มมาคลุมตัว
ฉันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของบุรินทร์วางอยู่บนเบาะข้างๆ หน้าจอเปิดค้างไว้ มันเป็นหน้าจอแชทไลน์ระหว่างเขากับชยิสรา
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความเหล่านั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมมีดใดๆ บุรินทร์ คนที่คุณรักสุดหัวใจกำลังเหยียบย่ำคุณจนจมดิน
กานดา POV:
บุรินทร์กลับมาที่รถด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาเปิดประตูรถเข้ามานั่งข้างฉัน
"ผมขอโทษที่ให้คุณรอนานนะครับที่รัก" เขารีบพูด "งานมันด่วนจริงๆ"
ฉันมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ยังจะโกหกอีกเหรอ?
จู่ๆ ฉันก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา ฉันรีบเปิดประตูรถออกไปอาเจียนข้างทาง
บุรินทร์รีบวิ่งตามมา เขาตบหลังฉันเบาๆ ด้วยความตกใจ
"คุณเป็นอะไรไปน่ะที่รัก" เขาถามด้วยความเป็นห่วง "เราไปหาหมอไหม"
ฉันส่ายหน้า "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันแค่เหนื่อย"
เขาเคยรักฉันบ้างไหม? หรือฉันเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อสำหรับเขา?
ลมหนาวพัดโชยมา ฉันรู้สึกเหมือนความคิดของฉันกำลังจะถูกพัดพาไป
บุรินทร์ยังคงอยู่ข้างๆ เขาถามซ้ำๆ ว่าฉันโอเคไหม
"ฉันโอเคจริงๆค่ะ" ฉันตอบ "คุณไม่ต้องห่วงหรอก"
"งั้นพรุ่งนี้เราไปดินเนอร์กันนะที่รัก" เขาพูด "ผมจะชดเชยให้คุณเอง"
ฉันยิ้มเยาะในใจ ชดเชยให้ใครกันแน่?
"ไม่ดีกว่าค่ะ" ฉันตอบ "พรุ่งนี้ฉันจะไปหาคุณที่บริษัท"
บุรินทร์หน้าเสียทันที "ทำไมล่ะที่รัก" เขาถาม "คุณอยากไปที่นั่นทำไม"
"ฉันอยากเจอคุณ" ฉันตอบ "ฉันคิดถึงคุณ"
เขามองหน้าฉันด้วยความไม่สบายใจ "แต่...แต่ผมมีประชุมสำคัญพรุ่งนี้ทั้งวันเลยนะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ฉันตอบ "ฉันจะรอคุณ"
บุรินทร์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด "ก็ได้ที่รัก แต่คุณต้องสัญญานะว่าจะไม่ไปรบกวนผม"
"ฉันสัญญา" ฉันตอบ
เมื่อกลับถึงบ้าน บุรินทร์รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ เขาปิดประตูและล็อกกลอนอย่างรวดเร็ว
เขากำลังทำอะไร?
ฉันกลับไปที่รถของบุรินทร์อีกครั้ง ฉันหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาดู
ข้อความแชทไลน์ระหว่างเขากับชยิสรายังคงเปิดค้างอยู่
"พรุ่งนี้คุณไปเจอฉันที่คอนโดนะที่รัก" ชยิสราส่งข้อความมา
"ไม่ได้หรอก ผมต้องไปทำงาน" บุรินทร์ตอบ
"แต่คุณสัญญากับฉันแล้วนี่" ชยิสราส่งข้อความกลับมา
"ผมจะหาทางไปให้ได้" บุรินทร์ตอบ
ฉันอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยหัวใจที่ชาชิน เขาโกหกฉันตลอดเวลา
ฉันกลับมาที่ห้องนอน บุรินทร์เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเดินเข้ามาหาฉันด้วยรอยยิ้ม
"ที่รัก ไปอาบน้ำกันนะ" เขาพูด "เดี๋ยวผมจะช่วยขัดหลังให้"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ฉันตอบ "ฉันไม่อยากอาบน้ำ"
เขามองไปที่กล่องของขวัญที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง "คุณแน่ใจนะว่าไม่ให้ผมเปิดดูเลย"
"ฉันอยากให้คุณเก็บไว้เปิดดูในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า" ฉันตอบ "มันคือของขวัญพิเศษสำหรับคุณ"
อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ฉันจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว
"ทำไมต้องรอด้วยล่ะที่รัก" เขาถาม
"มันเป็นสัญลักษณ์ของความรักของเราไง" ฉันตอบ "ยิ่งรอนานเท่าไหร่ ความรักของเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น"
บุรินทร์ยิ้มกว้าง "จริงเหรอที่รัก"
เขาจูบหน้าผากของฉัน "ผมรักคุณนะกานดา"
ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ฉันเกลียดคำว่ารักจากปากคุณเหลือเกิน
เสียงโทรศัพท์ของบุรินทร์ดังขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาคว้าโทรศัพท์ไปกดตัดสายอย่างรวดเร็ว
"ใครโทรมาแต่เช้าเนี่ย" ฉันถาม
"ไม่มีอะไรหรอกที่รัก" เขาตอบ "เบอร์ผิดน่ะ"
แต่โทรศัพท์ของเขากลับดังขึ้นอีกครั้ง บุรินทร์ลุกขึ้นเดินออกไปรับสายข้างนอกห้อง
"ครับ... ว่าไงครับคุณแม่" ฉันได้ยินเสียงเขาพูด
ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่
บุรินทร์กลับเข้ามาในห้อง เขาเดินเข้ามาหาฉันด้วยรอยยิ้ม
"คุณแม่โทรมาบอกว่าอยากให้เราไปทานข้าวที่บ้านนะที่รัก" เขาพูด "แต่ผมบอกคุณแม่ไปแล้วว่าเราไม่ว่าง"
"ทำไมล่ะ" ฉันถาม
"ผมมีประชุมสำคัญไงครับ" เขาตอบ "คุณลืมไปแล้วเหรอ"
"อ๋อ" ฉันตอบสั้นๆ "จริงด้วยสินะ"
บุรินทร์ยิ้มกว้าง "ผมเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณแล้วนะที่รัก"
บนโต๊ะอาหารมีอาหารเช้ามากมายวางอยู่ บุรินทร์เดินเข้ามานั่งข้างฉัน เขาตักอาหารใส่จานให้ฉันอย่างเอาใจ
"ที่รัก ผมว่าเราจ้างแม่บ้านมาช่วยทำงานบ้านดีไหม" เขาถาม "คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อย"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ฉันตอบ "ฉันชอบทำเอง"
"แต่คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ นะที่รัก" เขาพูด "คุณดูเหนื่อยๆ นะช่วงนี้"
ฉันมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ "คุณคิดว่าไงคะกับคำว่า 'อาถรรพ์ 7 ปี' "
บุรินทร์ชะงักไป เขามองหน้าฉันด้วยความประหลาดใจ
"ไม่มีอะไรหรอกที่รัก" เขาตอบ "เรื่องพวกนั้นมันไม่มีจริงหรอก"
"จริงเหรอคะ" ฉันถามกลับ "แล้วถ้าวันหนึ่งคุณไปรักคนอื่นล่ะ"
บุรินทร์จับมือฉันแน่น "ผมจะไม่มีวันรักใครได้อีกแล้วนอกจากคุณ ผมรักคุณคนเดียวนะกานดา คุณคือโลกทั้งใบของผม"
ฉันหัวเราะในลำคอ น่าขันสิ้นดี
"ผมพูดจริงๆ นะที่รัก" เขาพูด "ผมไม่เคยโกหกคุณเลย"
"กินข้าวเถอะค่ะ" ฉันตอบ
"ที่รัก คุณไม่เชื่อผมเหรอ" เขาถาม
"ไม่หรอกค่ะ" ฉันตอบ "ฉันแค่ไม่อยากให้คุณไปทำงานสาย"
เขามองนาฬิกา "จริงด้วยสินะ ผมต้องรีบไปแล้ว"
เขาลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปจากห้องอาหาร
"ที่รัก ผมจะไล่พวกพนักงานที่ไม่ได้เรื่องออกให้หมดเลย" เขาพูด "ผมจะไม่ให้ใครมาทำให้คุณไม่สบายใจอีกแล้ว"
"คุณจะกล้าไล่ใครออกล่ะ" ฉันถาม "ในเมื่อคุณก็รักเขาจะตาย"