“ผมไม่เข้าใจ ทำไมเราต้องรับผิดชอบ ผมไม่ได้ทำอะไรซูหนี่ว์แม้แต่ปลายเล็บแม่ไม่เห็นหรือไงว่าเธอกำลังเล่นละครตบตาพวกเรา”
เมื่อออกมาจากบ้านของตระกูลซูแล้วจางหย่งก็พูดกับแม่ตนเองทันที เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องไปรับผิดชอบทั้งที่มันสามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้ขืนใจซูหนี่ว์ และคิดจะไม่แต่งงานหรือหมั้นหมายอะไรกับคนในตระกูลซูทั้งนั้น
“นี่แกจะบ้าเหรอ แกคิดได้ยังไงที่จะไปปฏิเสธตระกูลซูต่อให้แกจะรักหรือไม่รัก แกก็ต้องแต่งงานกับซูหนี่ว์ เวลานี้มีแค่การแต่งงานกับเธอถึงจะเรียกหุ้นทั้งหมดกลับคืนมาได้บริษัทเรากำลังแย่ แกอย่าเอาแต่ใจนักเลยให้ลี่เซียนเป็นเมียเก็บลับๆ ไป ฉันจะไม่ห้ามถ้าแกอยากคบ แต่แกจะต้องไม่เอาเธอมาเป็นเมียหลัก เวลานี้แกต้องเลือกครอบครัวก่อน เข้าใจใช่ไหม”
ถิงถิงกล่าวกับลูกชาย จางหย่งได้แต่กำหมัดแน่นหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ นี่เขาจะต้องแต่งงานกับซูหนี่ว์จริงๆ น่ะหรือ เขาจะไม่ได้ใช้ชีวิตกับลี่เซียนแล้วใช่ไหม
“แต่ผมไม่ได้รักเธอ ผมไม่ได้รัก แม่ได้ยินไหมว่าผมไม่ได้รักเธอ!” ร่างสูงยังคงยืนกราน
“ฉันได้ยินแล้ว! จางหย่งตั้งแต่เล็กจนโตซูหนี่ว์หลงรักแกมาตลอด ต้นตระกูลของเธอก็ร่ำรวยใหญ่คับฟ้า พ่อกับแม่ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งก็เพราะตระกูลซู ถือซะว่าแกทำเพื่อบริษัทเถอะนะ ฉันรู้ว่าลี่เซียนก็มีดีไม่ต่างกันหรอก แต่มันไม่พอ ครอบครัวของเธอช่วยอะไรเราไม่ได้มีแค่คนในตระกูลซูเท่านั้น จำไว้แกต้องทำเพื่อทดแทนบุญคุณ”
ถิงถิงเอาเรื่องบุญคุณมาอ้าง เธออยากให้ลูกชายเป็นทองแผ่นเดียวกันกับตระกูลซู ผลผลิตและเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ก็จะไหลเวียนอยู่แค่พวกเขาแม้ลี่เซียนจะร่ำรวยเช่นกัน แต่มันก็เทียบเท่ากับตระกูลที่ร่ำรวยมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษไม่ได้อยู่ดี เสียงมือถือของจางหย่งดังขึ้นพร้อมกับโชว์เบอร์ที่หน้าจอ มันเป็นสายมาจากซูหนี่ว์ ร่างสูงกดรับสายเจ้าหล่อนทันทีหลังจากที่ถิงถิงเดินออกไปแล้ว เขากัดฟันพูดกับซูหนี่ว์อย่างขมขื่น
“ซูหนี่ว์ เธอมันปีศาจ เธอต้องการอะไรกันแน่”
“ชู่ว จางหย่งพี่อย่าพูดแบบนี้กับฉันสิคะฉันเสียใจนะ สิ่งที่ฉันต้องการก็คือพี่ไง ทำไมเข้าใจอะไรยากจัง ทุกอย่างที่ฉันทำล้วนแล้วแต่ทำเพราะรักพี่ทั้งนั้น”
“หึ! รัก? ถ้าเธอรักฉันจริงๆ เธอต้องปล่อยให้ฉันได้รักกับคนที่รักสิ ไม่ใช่มาผูกติดฉันไว้กับเท้าของเธอ”
“ฮึๆๆ คงจะไม่ได้หรอกค่ะ พี่รักคนที่ฉันเกลียด ฉันจะไม่ยอมให้พี่กับมันได้สมหวังกัน ลี่เซียนเกิดมายังไงพี่ก็รู้ เธอแย่งทุกอย่างไปจากซานซาน ฉะนั้นสิ่งที่ลี่เซียนรักฉันจะแย่งทุกอย่างมาให้หมด! พี่กับลี่เซียนจะไม่มีวันได้รักกัน ไม่มีวัน แล้วเจอกันนะคะ ว่าที่คุณสามี หึ!”
“ซูหนี่ว์!”
สายถูกตัดไปแค่นั้นจางหย่งได้แต่ตะโกนเรียกชื่อเธอดังก้องอยู่หน้าบ้าน ความรักที่เขาบ่มเพาะมากับลี่เซียนถูกซูหนี่ว์พังทลายจนย่อยยับ เธอใช้วิธีเข้าหาลี่เซียนในคราบเพื่อนสาวที่แสนดีแล้วแอบใช้ความใจดีและอ่อนโยนของลี่เซียนทำร้ายตัวลี่เซียนเอง เขามองออกตั้งแต่ทีแรกแต่เพราะซูหนี่ว์เล่นละครเก่งลี่เซียนจึงตกหลุมพราง
“จางหย่ง ทำไมพี่ถึงรักแต่ลี่เซียน ฉันเองก็มีดีไม่แพ้มัน หรืออาจจะมากกว่ามันด้วยซ้ำ แต่ทำไม พี่ถึงไม่เคยเห็นค่าฉันเลย ฉันอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพี่ทุกอย่าง ลี่เซียนมันคนมาทีหลังแท้ๆ แต่ทำไม..ทำไมต้องเป็นมันที่ได้หัวใจพี่ ทำไม!”
ข้าวของที่อยู่บนโต๊ะกระจัดกระจายเต็มพื้นห้อง เธอโกรธแค้นลี่เซียนที่แย่งจางหย่งไปจากเธอ ซูหนี่ว์นั้นแอบรักจางหย่งมาตั้งแต่เด็กๆ เธอเป็นคนที่ขี้เกียจเรียน รักความสบายแต่จางหย่งเป็นคนขยันเรียนเก่ง เธอจึงพยายามผลักดันตัวเองเพื่อเข้าเรียนในห้องที่มีแต่นักเรียนหัวกะทิให้ได้ เพราะจางหย่งก็คือหนึ่งในนักเรียนหัวกะทิเหล่านั้น เพื่อที่เธอ จะได้มองหน้าเขาทุกวัน
ไม่ว่าจางหย่งจะเรียนที่ไหนเธอก็ติดตามเขาไปทุกที่ ซึ่งในตอนนั้นเขาเอ็นดูเธอมากทำให้ซูหนี่ว์คิดเข้าข้างตัวเองว่าจางหย่งมีใจให้ แต่หลังจากซูเซียวเสียไปลี่เซียนก็เข้ามาในชีวิตของจางหย่งและเริ่มแย่งความรักความเอ็นดูที่จางหย่งมีต่อเธอไปทีละน้อยจนไม่เหลืออะไรเลย
“จางหย่ง ต่อให้พี่จะรักฉันหรือไม่ ฉันไม่สน ขอแค่ได้ตัวพี่มาสักวันพี่ก็ต้องรักฉัน ฉันจะทำให้พี่กลับมาเป็นพี่จางหย่งคนเดิมของฉันให้ได้”
มือบางกำรูปถ่ายที่อยู่ในมือจนมันยับยู่ยี่ ภาพนี้เธอเพิ่งถ่ายร่วมเฟรมกับลี่เซียนและจางหย่งในวันครบรอบวันเกิดของเขา แม้เธอจะยืนอยู่ตรงกลาง แต่ก็รู้สึกได้ว่าทั้งสองแอบส่งความหวานให้แก่กัน ซูหนี่ว์ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนยิ้มให้กล้องแม้ภายในใจจะร้อนระอุอยู่ก็ตาม
คืนวันเกิดของจางหย่ง
“เกลียดนังนั่นนัก! ดูสิมันยั่วยวนพี่จางหย่งแค่ไหน”
ซูหนี่ว์เดินมานั่งกระแทกก้นกับโซฟาหรูนั่งมองดูจางหย่งกับลี่เซียนพลอดรักกันหวานชื่น ตั้งแต่ชายหนุ่มเปิดตัวว่าเธอคือแฟนสาวและกำลังคบหาดูใจกันอยู่ จางหย่งก็พาลี่เซียนออกงานเปิดตัวทุกที่เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าลี่เซียนคือคนรักของเขา
“เกลียดนักก็จัดมันเลยดิ คนของเราเยอะจะตาย ไม่มีใครสงสัยหรอก” เพื่อนสาวของซูหนี่ว์ยุแหย่ขึ้น ร่างบางปรายตามองไปยังสระน้ำพลันก็นึกไอเดียอะไรขึ้นมา
“พวกนายช่วยไปแยกลี่เซียนกับพี่จางหย่งหน่อยสิ ฉันจะให้ค่าเสียเวลา”
สายตาอันร้ายกาจของเจ้าหล่อนมองลี่เซียนอย่างมีแผน ซูหนี่ว์จะทำให้คนทั้งงานมองลี่เซียนไปในทางที่ไม่ดี
“พี่จางหย่ง ให้เกียรติชนแก้วกับฉันหน่อยสิคะ”
“…”
จางหย่งไม่ตอบเขาแค่ยกแก้วไวน์ขึ้นมาชนกับซูหนี่ว์ตามมารยาทจากนั้นก็ปรายสายตามองหาแต่แฟนสาว หล่อนกำมือแน่นแต่ก็ไม่แสดงอาการอิจฉาริษยาอะไรออกมา
“มองหาลี่เซียนอยู่เหรอคะ ฉันเห็นเธอออกไปกับเพื่อนของฉันน่ะค่ะ เดี๋ยวก็มา”
“ลี่เซียนไปทำความรู้จักกับเพื่อนเธอตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้” ถามขึ้นเสียงราบเรียบและไม่คิดจะมองหน้าซูหนี่ว์เลย
“ลี่เซียนไม่ได้ถูกล่ามโซ่นะคะ เธอเดินไปไหนมาไหนได้ ไม่แปลกที่จะไม่รู้จักกับเพื่อนของฉัน ไม่ต้องห่วงไปหรอกค่ะเดี๋ยวพวกเขาก็มา”
จางหย่งไม่ไว้ใจซูหนี่ว์เขาคิดจะออกไปตามหาลี่เซียน ซึ่งงานวันเกิดนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดเขาอย่างเดียว แต่เป็นวันเฉลิมฉลองต้อนรับตำแหน่งใหม่ของจางหย่งด้วย เขาคิดจะประกาศเปิดตัวลี่เซียนและขอเธอแต่งงานไปด้วยเลย เรื่องนี้ซูหนี่ว์แอบเดินมาได้ยินเขาพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่งเข้าพอดี ทั้งสองร่วมมือกันจะทำเซอร์ไพรส์ให้กับลี่เซียน
“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ รู้สึกไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้เหมือนอยากอาเจียน”
จางหย่งลุกขึ้นและขอตัวเดินออกไป กำปั้นซูหนี่ว์รวบเข้าหากันแน่นอีกครั้ง เขารังเกียจเธอขนาดนี้เชียวหรือ ถ้าเป็นเมื่อก่อนจางหย่งไม่มีทางพูดคำพวกนี้ออกมาเด็ดขาด แต่ตั้งแต่ลี่เซียนเข้ามา ทุกอย่างมันเลยเปลี่ยนไป
“ลี่เซียน เธอต้องอับอาย ฉันจะไม่ยอมให้เธอได้สมหวังกับจางหย่งหรอก”
กล่าวจบซูหนี่ว์ก็ปรายสายมองไปยังสระน้ำอีกครั้งซึ่งเวลานี้ลี่เซียนก็เดินมานั่งตรงจุดเดิมที่อยู่กับจางหย่งในตอนแรก ซูหนี่ว์ทำทีพูดคุยกับเธอด้วยสีหน้าที่เป็นมิตรก่อนจะชวนลี่เซียนไปยืนถ่ายรูปที่ริมสระน้ำ หญิงสาวไม่ได้เอะใจอะไรก็เดินออกไปตามคำชวนของซูหนี่ว์
“ฉันจะถ่ายแล้วนะซูหนี่ว์ 123..?”
“ถ่ายเสร็จแล้วเหรอลี่เซียน”
“อ๋อ เปล่าจ้ะ พอดีหน้าจอมือถือมันดับน่ะ เดี๋ยวถ่ายให้ใหม่แป๊บนะ”
หน้าจอมือถือดับลี่เซียนจึงเปิดใหม่แต่เพราะไม่ชำนาญกับลูกเล่นในมือถือของซูหนี่ว์ มือจึงพลาดไปปัดกล้องออกแล้วเลื่อนไปดูรูปภาพด่วนแทน ลี่เซียนอึ้งไปเพราะภาพที่เห็นมันเป็นภาพของซูหนี่ว์และจางหย่งกำลังหยอกเย้ากัน
“ลี่เซียน?” เสียงซูหนี่ว์เรียกอีกครั้ง
“เอ่อ โทษทีจ้ะ จะถ่ายแล้วนะ 1..2..3”
ขณะที่ซูหนี่ว์ยืนถ่ายรูปด้วยหน้าตาที่สดใสและมีความสุข ใบหน้าของลี่เซียนก็เจื่อนลงมาเรื่อยๆ เหมือนเธอไม่ได้กดชัตเตอร์แต่กำลังเลื่อนดูภาพต่อไป ซูหนี่ว์ทำทีไม่สนใจเพราะหล่อนตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะยิ่งลี่เซียนเลื่อนภาพดูเท่าไหร่ก็เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างซูหนี่ว์กับจางหย่งมากขึ้นเท่านั้น
“เสร็จแล้วซูหนี่ว์ สวยมากเลยจ้ะ” น้ำเสียงราบเรียบกล่าวขึ้น รอยยิ้มที่พยายามฉีกให้กว้างนั้นซูหนี่ว์เห็นแล้วสะใจ
“ลี่เซียนมาถ่ายคู่กับฉันตรงนี้หน่อยสิ เรายังไม่มีภาพคู่กันเลย มาเร็วแสงตรงนี้สวยมาก”
พูดแล้วรีบคว้ามือบางมายืนคู่กับตนเอง ชำเลืองตามองคนข้างๆ ยิ้มย่องในใจก่อนจะจัดท่าทางตามแผน และนั่นก็เป็นจังหวะที่ลี่เซียนอยากร้องไห้มากที่สุด เธอจึงขอตัวแต่ถูกซูหนี่ว์รีบรั้งแขนเธอไว้
“จะไปไหนเหรอลี่เซียน? ใกล้ได้เวลาเป่าเค้กแล้วนะ”
“ฉันจะไปห้องน้ำ”
“ขออีกรูปแล้วกัน นะ?”
“ไว้เสร็จธุระเดี๋ยวฉันมา ขอตัวนะ”
“เดี๋ยวอ๊ะ! ลี่เซียน!”
เสียงของหนักร่วงตกสระน้ำดังตู้ม เป็นซูหนี่ว์นั่นเอง เธอตะเกียกตะกายเพื่อขึ้นฝั่งและเลือกขยับไปอยู่ในจุดที่ลึก ทุกคนมองมาที่เหตุการณ์นี้พร้อมกัน เพราะซูหนี่ว์ตั้งใจตะโกนชื่อของลี่เซียนดังๆ เพื่อให้เป็นจุดสนใจ ระหว่างนั้นที่มุมลับก็มีคนแอบถ่ายคลิปทั้งสองเอาไว้ หวังตั้งใจใส่ความลี่เซียน
จางหย่งรีบวิ่งมาดูเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย เขาไม่ได้สนใจซูหนี่ว์เลยแม้เพียงปลายหางตา กลับเลือกตรวจตราร่างกายของลี่เซียน ยิ่งเห็นแบบนี้ซูหนี่ว์ยิ่งเกลียดชังลี่เซียนมากขึ้น ชั่วพริบตาเดียวก็มีชายร่างสูงสันทัดกระโจนลงสระน้ำมาช่วยซูหนี่ว์
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคุณ?” เขาถามด้วยความเป็นห่วงและยังนำผ้ามาห่มกายให้เพราะชุดของซูหนี่ว์บางจนเห็นรูปร่างอันงดงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดตัวบางของเธอ
“ลี่เซียน เธอผลักฉันทำไม ฉันแค่ชวนเธอถ่ายรูปเองนะ”
คำถามของซูหนี่ว์ชวนให้ทุกสายตาพุ่งเป้ามาที่เธอ ลี่เซียนรีบปฏิเสธ แม้จะเป็นจังหวะที่ฉุดรั้งกันเมื่อครู่แต่มือของลี่เซียนก็พลั้งเผลอจริงๆ ซึ่งหล่อนก็ปฏิเสธเช่นเคยเหตุเพราะกำลังอยู่ในอารมณ์เสียใจด้วย ภาพพวกนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนแทงข้างหลัง
“ลี่เซียน กลับไปที่โต๊ะก่อนหน้าคุณซีดมากเลย”
จางหย่งกล่าวและรีบพาตัวเธอออกไป ซูหนี่ว์จะลุกตามแต่ก็ถูกชายคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉุดตัวเอาไว้ก่อน แทนที่จางหย่งจะเป็นคนช่วยหล่อน กลับเป็นชายแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้มาช่วย
“จางหย่ง..” ซูหนี่ว์พูดน้ำเสียงเบาบาง เมื่อกี้เขาไม่เหลียวแลเธอเลยสักนิดขนาดจมน้ำอยู่ต่อหน้าแต่เขากลับเลือกช่วยลี่เซียนที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ขอบสระ
“นี่คุณทำอะไร! ปล่อยฉันนะ!” ซูหนี่ว์ต่อว่าชายแปลกหน้าที่จู่ๆ เขาก็อุ้มร่างเธอขึ้นมา
“ก็จะพาคุณไปส่งที่ห้องไง ตัวเปียกแบบนี้คุณไม่รู้สึกบ้างเหรอ ว่าคนเขามองร่างกายคุณขนาดไหน” ชายหนุ่มกระซิบ หญิงสาวรีบขยับผ้าขึ้นมาปกปิดร่างกายกะจะทำให้ลี่เซียนอับอายแต่กลายเป็นเธอต้องขายหน้าเสียเอง
“ปล่อยฉันได้แล้ว จะไปไหนก็ไป”
“นี่คุณพูดกับคนที่เพิ่งช่วยชีวิตคุณแบบนี้เหรอ?”
“ก็ไม่ได้ขอให้ช่วยนี่”
“นี่ถ้าผมย้อนเวลาได้ผมคงไม่ช่วยคุณหรอก แทนที่จะได้คำขอบคุณแต่กลายเป็นคำพูดที่ไร้จิตสำนึกแบบนี้”
“นี่คุณ! คุณเป็นใครห้ะ! ถึงได้มาพูดจากับฉันแบบนี้ หน้าตาก็ดีอยู่หรอกแต่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
ซูหนี่ว์เหยียดหยามชายหนุ่มเพราะเธอไม่เคยเห็นหน้าเขามันจึงทำให้หล่อนคิดว่าผู้ชายคนนี้ คงจะทำหน้าที่เป็นแค่การ์ดในงาน ร่างบางสะบัดตัวเดินหนีชายหนุ่มไป ทั้งเจ็บใจและอับอายที่ทำให้จางหย่งหันมาสนใจไม่ได้ ร่างสูงชำเลืองสายตามองคนตัวเล็กเดินขึ้นห้องไปพร้อมกับยิ้มมุมปาก
กรี๊ดดดดด!!
“ซูหนี่ว์ เป็นอะไรเหรอลูก! ใครทำอะไรให้ลูกไม่พอใจ”
หยุนซีเข้ามาหาลูกสาวหลังจากที่ซูหนี่ว์กลับถึงบ้านเธอก็อาละวาดกรีดร้องเสียงดังและยังทำลายข้าวของจนเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง
“แม่? ซูหนี่ว์ไม่มีดีตรงไหน ทำไมจางหย่งถึงไม่รักลูก เมื่อก่อนเขาแสนดีกับลูกกว่านี้ แต่ดูตอนนี้สิเขากลายเป็นคนที่รังเกียจลูกไปแล้ว เพราะนังลี่เซียนคนเดียว” นัยน์ตาหล่อนแดงก่ำริมฝีปากสั่นเทาด้วยแรงโทสะ
“หนี่ว์เอ๋อร์ แม่จะไม่ยอมให้ลูกเสียใจ จางหย่งต้องเป็นของลูก คนในตระกูลลี่ไม่ควรสมหวังมันพรากความรักไปจากซูเซียวพรากพ่อไปจากซานซาน พวกมันต้องชดใช้”
หยุนซีกล่าวขึ้นอย่างเจ็บแค้นเธอเป็นคนเดียวที่อยู่กับซูเซียวในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต หวังเหล่ยไม่เคยมาเหลียวแลเมื่อเป็นอิสระเขาก็แต่งงานใหม่ทันที แต่การกระทำนี้เขาทำอย่างลับๆ รอเปิดตัวอี้อินกับลูกหลังจากซูเซียวเสียชีวิตไปแล้ว ซูเซียวต้องตรอมใจอยู่คนเดียวแล้วจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว
“เขาเคยเป็นคนที่รักลูก ใส่ใจลูก แต่หลังจากลี่เซียนโผล่เข้ามาลูกก็ไร้ความหมาย ทั้งที่ลูกกับจางหย่งผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แม่ หนี่ว์เอ๋อร์ไม่อยากเสียเขาไป หนี่ว์เอ๋อร์ไม่อยากเสียเขาให้ใครโดยเฉพาะนังลี่เซียน” เธอบอกกล่าวกับมารดาทั้งน้ำตา
หยุนซีสงสารลูกสาวเธอจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้จางหย่งมาแต่งงานกับซูหนี่ว์ หล่อนใช้อำนาจของตนเองบีบคั้นตระกูลจางอย่างเงียบๆ ทุกอย่างนี้ล้วนแล้วแต่เพื่อให้จางหย่งหนีไปไหนไม่ได้ แต่เรื่องขืนใจนั้นหยุนซีไม่รู้ว่าลูกสาวตนเองเล่นละครตบตาทุกคน เมื่อลูกสาวถูกรังแกมีหรือที่คนเป็นแม่เธอจะทนได้
หลังจากพูดคุยเรื่องการแต่งงาน ตระกูลซูก็ให้จางหย่งมาหมั้นหมายกับซูหนี่ว์ไว้ก่อน เขาไม่สามารถขัดต่อคำสั่งถิงถิงและซิงอีได้จึงต้องฝืนใจไปรับไปส่งซูหนี่ว์เข้าทำงานในบริษัทเดียวกันทุกวัน สัมพันธ์ระหว่างลี่เซียนก็เริ่มเหินห่างแต่บริษัทของตระกูลลี่ก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของตระกูลซูด้วย เพียงแต่ไม่ได้มากเทียบเท่ากับตระกูลจาง เป็นผลมาจากสินสมรสที่ได้จากซูเซียวนั่นจึงทำให้หยุนซียิ่งเกลียดลี่เซียน
เพราะหวังเหล่ยเอาลูกสาวตัวเองมาทำงานที่บริษัทหวังจะให้เธอเป็นผู้สานต่อ แต่ก็อยู่ใต้เท้าของตระกูลซูอยู่ดี ซูหนี่ว์จึงกลั่นแกล้งเธอได้ง่าย และตั้งแต่วันงานรับตำแหน่งของจางหย่งวันนั้นลี่เซียนก็พยายามอยู่ให้ห่างจางหย่งกับซูหนี่ว์ แม้ในใจอยากจะถามเหลือเกินว่าพวกเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์กันมากน้อยแค่ไหน แต่ลี่เซียนก็ไม่กล้า
“ลี่เซียนคนนี้ใช่ไหม? ที่ผลักคุณหนูตกน้ำเพราะหึงหวงคุณจางหย่งน่ะ หึ! ไม่สำเหนียกตัวเองเลยเป็นแค่ลูกเมียน้อยริอาจจะไปแย่งคุณจางหย่ง คิดจะทำแบบแม่ตัวเองละสิ มารยา”
ลี่เซียนได้ยินพนักงานพูดคุยกันสนุกปากเรื่องในวันนั้นทำให้เธอกลายเป็นคนถูกตราหน้าว่าจ้องแย่งคู่หมั้นคนอื่นทั้งที่เธอมาก่อน แต่ก็ฝืนก้มหน้าไม่โต้แย้ง เพราะทั้งเธอและแม่ถูกมองเป็นบ้านเล็กบ้านน้อยมาแต่ไหนแต่ไร แม้จะแต่งงานใหม่แล้วแต่ก็ไม่อาจลบล้างคำเหยียดหยามพวกนั้นได้
“ลี่เซียน”
“ซูหนี่ว์”
“นี่เธอโกรธฉันเรื่องพี่จางหย่งใช่ไหม ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกับพี่จางหย่งรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยสนิทสนมกันพอสมควรไม่ได้มีอะไรเกินเลยอย่างที่คิดนะ นี่อย่าบอกนะว่าเธอเห็นภาพในมือถือฉันน่ะ”
“ฉันไว้ใจจางหย่ง มันคงไม่มีอะไรจริงๆ นั่นแหละเพราะอีกไม่นานเขาก็จะขอฉันแต่งงาน เธอกับเขาจะเป็นแบบนั้นกันได้ยังไง”
ลี่เซียนลุกขึ้นสู้เธอจะไม่ยอมเสียจางหย่งให้กับซูหนี่ว์เช่นกัน มือบางกำเข้าหากันแน่นยกยิ้มมุมปากแสดงสีหน้ายินดีแต่พอลี่เซียนเดินจากไป ซูหนี่ว์ก็หันมาระบายอารมณ์กับโต๊ะทำงาน
“แต่งงานเหรอ ลี่เซียนฉันไม่มีทางยอม พี่จางหย่งต้องแต่งกับฉันแค่คนเดียว”