พัชรีในวัยสามสิบต้นๆ เป็นคุณนายสาวสวยสง่า แต่งงานกับคุณภัทร สามีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เธอมีลูกชายหญิงสองคนกำลังน่ารัก น้องพีทเรียนอยู่ชั้นอนุบาลสาม ส่วนน้องพลอยอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ทุกวัน พัชรีจะขับรถเก๋งคันหรูไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมือง และไปรับพวกเขากลับในช่วงเย็น
ระหว่างรอเวลาเลิกเรียนของลูกๆ พัชรีมักจะลงจากรถมานั่งคุยกับโต้ง ยามหนุ่มหน้าตาดีวัยยี่สิบห้าปีที่ประจำอยู่ที่ป้อมยามหน้าโรงเรียน โต้งเป็นหนุ่มบ้านนอกที่เข้ามาทำงานในเมือง เขาเป็นคนผิวขาวสะอาด รูปร่างสูงโปร่ง มีรอยยิ้มที่จริงใจ และนิสัยดีมีน้ำใจ พัชรีรู้สึกเอ็นดูในความใสซื่อและความคิดดีของเขา จึงมักจะอบซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ หรือเครื่องดื่มเย็นๆ มาฝากเขาอยู่เสมอ
ลูกๆ ของพัชรีก็ชอบโต้งมาก เพราะยามหนุ่มใจดี มักจะเล่นกับพวกเขา เล่านิทานให้ฟัง หรือช่วยดูแลพวกเขาในวันที่พัชรีมารับช้าเพราะติดธุระ วันไหนที่ฝนตกหนัก โต้งก็จะกางร่มพาเด็กๆ ไปหลบฝนในป้อมยาม คอยดูแลจนกว่าแม่จะมารับพวกเขา
วันนี้ เป็นอีกวันที่ฝนตกพรำๆ ตั้งแต่ช่วงบ่าย พัชรีรีบมาถึงโรงเรียนเพื่อรับลูกๆ ตามเวลา แต่ระหว่างเดินลงจากรถบนถนนที่เปียกลื่น เธอพลาดท่าลื่นน้ำจนหัวเข่าข้างขวาถลอกเป็นรอยแดง พัชรีนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ รีบลุกขึ้นปัดเนื้อตัว มองหาร่มที่อยู่ในรถ
โต้งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขารีบวิ่งกางร่มมาประคองพัชรีอย่างรวดเร็ว "คุณนายครับ เป็นอะไรมากไหมครับ?" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่ลื่นนิดหน่อย" พัชรีตอบยิ้มแหยๆ พยายามซ่อนความเจ็บปวด
"ให้ผมพาคุณนายไปนั่งพักในป้อมยามก่อนนะครับ เดี๋ยวผมทำแผลให้" โต้งเสนอด้วยความเป็นห่วง
พัชรีลังเลเพียงเล็กน้อย แต่ความเจ็บที่หัวเข่าก็ทำให้เธอตัดสินใจพยักหน้า เธอเดินกระโผลกกระเผลกตามโต้งไปยังป้อมยามหลังเล็กที่ตั้งอยู่ริมรั้วโรงเรียน
ภายในป้อมยามมีเพียงเก้าอี้ไม้ตัวเก่าๆ หนึ่งตัว โต๊ะเล็กๆ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย โต้งเชื้อเชิญให้พัชรีนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสุภาพ
"เดี๋ยวผมไปเอายามาทำแผลให้นะครับคุณนาย" โต้งรีบเดินไปยังมุมหนึ่งของป้อมยาม หยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา
พัชรีนั่งลงบนเก้าอี้ มองโต้งที่คุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างเกรงใจ เขาเปิดกล่องปฐมพยาบาล หยิบสำลีและขวดแอลกอฮอล์ออกมาอย่างชำนาญ
"เจ็บหน่อยนะครับคุณนาย" โต้งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดบาดแผลที่หัวเข่าของพัชรีอย่างเบามือ
พัชรีนิ่วหน้าเล็กน้อยกับความแสบร้อนของแอลกอฮอล์ โต้งเงยหน้ามองเธอด้วยความเป็นห่วง
"ทนหน่อยนะครับคุณนาย ใกล้เสร็จแล้ว" โต้งกล่าว ก่อนจะค่อยๆ ลูบไล้น่อง ขาขาวๆ ของพัชรีอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการปลอบโยนความเจ็บปวดของเธอ มือของเขาค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ สัมผัสกับเนื้อผ้ากระโปรงที่เริ่มเปิดขึ้นเล็กน้อย
โต้งยังคงคุกเข่าตรงหน้าพัชรี มือของเขาลูบไล้บริเวณน่องขาขาวๆ ของเธออย่างแผ่วเบา ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแล่นแปล๊บผ่านเนื้อผ้ากระโปรงบางๆ ทำให้พัชรีรู้สึกถึงความผิดปกติที่เพิ่มมากขึ้น
ภายนอกป้อมยาม สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังซู่ซ่า ลมพัดแรงหวีดหวิว ลอดช่องประตูไม้เก่าๆ เข้ามาปะทะร่างของพัชรีจนรู้สึกเย็นเยียบ เธอจามออกมาเบาๆ ด้วยความหนาว
"คุณนายหนาวไหมครับ?" โต้งเงยหน้าขึ้นมองพัชรีด้วยความเป็นห่วง ดวงตาคมของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างอ่อนโยน
พัชรีพยักหน้าเบาๆ "นิดหน่อยค่ะ"
โต้งค่อยๆ เลื่อนมือจากน่องขึ้นมาสัมผัสบริเวณเข่าที่ถลอกของพัชรีอย่างเบามือ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสบาดแผลอย่างระมัดระวัง ทำให้พัชรีรู้สึกถึงความเจ็บแปลบเล็กน้อย
"เจ็บมากไหมครับ?" โต้งถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
"ไม่เท่าไหร่ค่ะ" พัชรีตอบเสียงแผ่ว แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความตึงเปรี๊ยะบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น
โต้งยังคงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ มือของเขายังคงลูบไล้บริเวณขาของพัชรีอย่างแผ่วเบา แต่ค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นอย่างช้าๆ สัมผัสที่อบอุ่นจากฝ่ามือของเขาตัดกับความเย็นเยียบจากลมฝน ทำให้พัชรีรู้สึกถึงความขัดแย้งในความรู้สึก
มือของโต้งค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสกับเนื้อผ้ากระโปรงบริเวณต้นขาของพัชรี เธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แก้ม หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
"คุณนายครับ..." โต้งกระซิบเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่ดวงตาของพัชรีอย่างสื่อความหมาย
พัชรีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ดวงตาของเธอลอกแลกไปมา มองโต้งสลับกับประตูที่เปิดแง้มอยู่
มือของโต้งยังคงลูบไล้บริเวณต้นขาของพัชรีอย่างแผ่วเบา แต่ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ขอบกระโปรงมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกวาบหวามที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นแปล๊บไปทั่วท้องน้อยของพัชรี
เปรี๊ยง! จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาอย่างรุนแรง แสงสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่เสียงคำรามกึกก้องจะดังสนั่น พัชรีสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ
โต้งรีบลุกตามด้วยท่าทางตกใจเช่นกัน เขามองหน้าพัชรีด้วยความกังวลและสำนึกผิด
"คุณนายครับ... ผมขอโทษครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจ..." โต้งพูดด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
พัชรีรีบก้าวถอยหลังเล็กน้อย หัวใจของเธอยังคงเต้นแรง เธอพยายามควบคุมลมหายใจและรวบรวมสติ
"ไม่เป็นไรค่ะ... โต้ง... แค่ตกใจเสียงฟ้าน่ะค่ะ" พัชรีตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของยามหนุ่ม
"แต่ว่า..." โต้งยังคงมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"อย่าให้ใครเห็นอีกนะคะ... โต้ง" พัชรีพูดเสียงต่ำ แต่หนักแน่น ก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตู
ในขณะนั้นเอง เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ก็ดังใกล้เข้ามา น้องพีทและน้องพลอยวิ่งกางร่มเข้ามาในป้อมยามด้วยรอยยิ้มสดใส
"แม่ขา! ทำไมแม่มานั่งอยู่ในนี้ล่ะคะ?" น้องพลอยถามด้วยความสงสัย
พัชรีรีบยิ้มให้ลูกๆ กางร่มออก แล้วจูงมือลูกๆ เดินขึ้นรถเก๋งคันหรูที่จอดรออยู่หน้าโรงเรียนอย่างรวดเร็ว... ทิ้งไว้เพียงโต้งที่ยืนมองตามหลังรถของเธอ
หลายวันต่อมา พัชรีบังเอิญเจอโต้งที่ตลาดสดใกล้บ้าน เธอมาซื้อของสดสำหรับทำอาหารเย็น และเห็นโต้งกำลังเลือกซื้อผักอยู่แผงข้างๆ ทั้งสองคนทักทายกันด้วยความดีใจ โต้งบอกว่าเขาเช่าห้องพักเล็กๆ อยู่คนเดียวหลังตลาด ไม่ไกลจากบ้านของพัชรีมากนัก พัชรีจึงขอแลกเบอร์กับโต้งไว้เผื่อจะฝากเขาซื้ออะไรที่ตลาดสดตอนเช้ามืด เพราะปกติเธอจะมาตอนรุ่งสางจึงทำให้ซื้อวัตถุดับสดๆบางอย่างไม่ทันคนอื่น
จากนั้น ชีวิตของพัชรีก็ดำเนินไปตามปกติ เธอวุ่นวายกับการดูแลลูกๆ และสามี แต่ความรู้สึกบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในป้อมยามวันฝนตก กลับยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอเป็นครั้งคราว รอยยิ้มอบอุ่นและแววตาห่วงใยของเด็กหนุ่มรุ่นน้องยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ เขาใสซื่อและดูแข็งแรง อาจดูไม่ทะนคนด้วยซ้ำแต่คนแบบนี้ยิ่งไม่มีพิษไม่มีภัย ไม่เคยคิดร้ายใครอย่างแน่นอน
กระทั่งคืนหนึ่ง คุณภัทรกลับมาจากเลี้ยงฉลองกับลูกค้าในสภาพที่เมามาย เขาเริ่มพูดจาเสียงดัง ชวนพัชรีทะเลาะเรื่องเก่าๆ ซ้ำซากตามประสาคนเมา ปกติเวลาสามีเมา พัชรีจะเงียบและอดทน แต่คืนนั้น ความเหนื่อยล้าและความอัดอั้นตันใจทำให้เธอเผลอเถียงสู้
"ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้ภัทร! ทำไมต้องขุดเรื่องเก่าๆ มาทะเลาะกันทุกที!" เสียงของพัชรีสั่นเครือด้วยความน้อยใจ
คุณภัทรไม่ฟังเสียง เธอเงื้อมือขึ้นตบหน้าพัชรีอย่างแรงจนร่างของเธอล้มเซไป รอยชาและร้อนผ่าวแล่นแปล๊บไปทั่วแก้ม พัชรีร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดทั้งกายและใจ เธอรีบลุกขึ้นคว้ากุญแจรถ ขับรถออกจากบ้านทั้งน้ำตานองหน้า
จุดหมายปลายทางของพัชรีคือหอพักเล็กๆ หลังตลาดที่โต้งเคยบอกไว้ เธอขับรถมาจอดหน้าหอพักด้วยใจที่สั่นเทา โทรหาโต้งก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเช่าเล็กๆ ที่มีแสงไฟลอดออกมา
โต้งเปิดประตูต้อนรับพัชรีด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพเธอ "คุณนายครับ! เกิดอะไรขึ้นครับ?" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
พัชรีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ โต้งรีบคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างเป็นห่วง เอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาบนแก้มขาวๆ ของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขุ้นมายืนย่อตัว ก้มหน้าลงมาเลียกินหยดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้มของคุณนายอย่างอ่อนโยน
"คุณนายครับ... บอกผมมาเถอะครับ เกิดอะไรขึ้น?" โต้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำ
พัชรีเงยหน้าสบตากับเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนแอและความว้าเหว่
"ฉัน... ฉันทะเลาะกับคุณภัทร..." พัชรีสะอื้นไห้
โต้งโอบกอดพัชรีอย่างเบามือ ปลอบโยนเธอด้วยคำพูดที่แสนอบอุ่น เขาเช็ดน้ำตาให้เธออีกครั้ง ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธอสัมผัสได้
"คุณนายครับ... ผม... ผมชอบคุณนายนะครับ... ตั้งแต่แรกเจอ..." โต้งสารภาพรักด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
พัชรีนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มองหน้าโต้งด้วยความตกใจและความสับสน ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดไว้จะเริ่มปะทุขึ้นมา
โต้งค่อยๆ เอื้อมมือมาสัมผัสชายเสื้อของพัชรีอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เลิกขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียนบริเวณหน้าท้องของเธอ มือของเขาลูบไล้เบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาไซร้ลำคอของพัชรีอย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาสัมผัสกับผิวเนื้อของเธอ ทำให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นแปล๊บไปทั่วร่างกาย
โต้งค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากของพัชรี จูบเธออย่างแผ่วเบา มันเป็นจูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ อื้ม! อือ! ๆ คุณนายสาวเงยหน้าจูบตอบอย่างปลดปล่อย เอาสองมือกอดคล้องลำคอหนาและนั่งยืดอกแอ่น
โต้งค่อยๆ ช้อนร่างที่สั่นเทาของพัชรีขึ้นจากเก้าอี้อย่างเบามือ อุ้มเธอไปยังเตียงเหล็กสี่ฟุตเล็กๆ ที่ตั้งชิดผนังห้องเช่า เขาวางเธอนอนหงายแผ่หราอย่างทะนุถนอม แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดไฟเพดานส่องกระทบร่างอิ่มอวบซ่อนรูปที่ขาวโพลนของเธออย่างชัดเจน ดวงตาคมของโต้งจับจ้องไปที่เรือนร่างนั้นอย่างตาค้าง ราวกับต้องมนต์สะกด
เขาค่อยๆ ถอดเสื้อยืดตัวเก่าของตัวเองโยนลงพื้น เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรงตามประสาหนุ่มใช้แรง โต้งคลานขึ้นมาบนเตียงอย่างช้าๆ เข้าใกล้ร่างที่นอนสั่นเทาของพัชรี มือของเขาค่อยๆ จับเรียวขาสองข้างของเธอให้ถ่างอ้าออกอย่างเบามือ ก่อนที่ใบหน้าคมสันของเขาจะค่อยๆ โน้มต่ำลงไปยังหว่างขาที่ปิดสนิท
ริมฝีปากอุ่นชื้นของโต้งสัมผัสกับกลีบเนื้ออ่อนนุ่มของพัชรีอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ลิ้นร้อนของเขาจะค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ ความรู้สึกวาบหวามที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นแปล๊บไปทั่วท้องน้อยของพัชรี
"อร๊ะ! ๆ โอ๊ย!" พัชรีสะดุ้งเฮือก เผลอร้องครางเรียกชื่อยามหนุ่มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายของเธอนอนสัดส่ายเอวไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ สองมือของเธอคว้าจับเรือนผมรองทรงสั้นสีดำของโต้งไว้แน่น กดศีรษะของเขาให้แนบชิดกับหว่างขาของเธอมากยิ่งขึ้น บั้นท้ายของเธอแอ่นสู้ เคลื่อนไหวร่อนร่องสวาทบดเบียดใบหน้าของโต้งจนแดงช้ำคาหว่างขา
โต้งค่อยๆ ทาบทับร่างกำยำของเขาลงบนร่างนุ่มนิ่มขาวโพลนของพัชรี มือของเขาจับสะโพกมนของเธอให้ยกสูงขึ้น ก่อนจะจ่อแท่งเอ็นยาวโง้งสีดำคล้ำที่แข็งขืนเต็มที่ กดเสียดเข้ารูสวาทที่แดงระเรื่อและเปียกน้ำเสียวปนน้ำลายของคุณนายสาว
"อื้อ..." พัชรีครางออกมาเบาๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกคับแน่นและความอุ่นร้อนแล่นแปล๊บไปทั่วท้องน้อยของเธอ
โต้งเริ่มกระเด้าเอวช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ เสียงครางต่ำๆ ของเขาดังอยู่ข้างใบหน้าเรียวสวยของพัชรีอย่างเมามันส์
"อร๊า! ๆ ๆ โอ๊ย!" พัชรีกรี๊ดลั่นเมื่อรู้สึกว่าแท่งรักของยามหนุ่มใหญ่และคับแน่นกว่าของสามีเธอมาก ความรู้สึกแน่นจนแท่งยามแทบฉีกร่างของเธอฉีกออกเป็นสองเสี่ยง
สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้พัชรีกอดรัดร่างของโต้งแน่น มือเรียวจิกเล็บข่วนลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว
อ่าส์! ๆ ๆ โต้งคำรามต่ำในลำคอ เร่งกระหน่ำแทงแท่งเอ็นเข้ามาลึกและแรงขึ้น เขาก้มลงคาบหัวนมสีชมพูเล็กของพัชรีดูดทึ้งอย่างหิวกระหาย ขณะที่สะโพกของเขาสอยเอวยิกๆ อย่างไม่ปราณี
"อื้อ... อื้อ... โต้ง..." พัชรีกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซึมออกมา ความรู้สึกเสียวลึกจนจุกท้อง หน้าบูดหน้าเบี้ยว มันแตกต่างจากทุกสัมผัสที่เธอเคยได้รับ รู้สึกว่าแท่งรักของยามหนุ่มจะเข้ามาลึกกว่าที่ของสามีเคยเอาเข้ามาได้
ร่างของโต้งเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย เสียงครางของเขาดังถี่ขึ้น ก่อนที่ร่างกายของเขาจะกระตุกเกร็ง น้ำร้อนผ่าวพุ่งกระฉูดเข้ามาเต็มท้องของคุณนายสาวจนรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วร่าง
พัชรีกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความสุขสมออกมาทันทีที่น้ำเชื้อร้อนว่าบพุ่งลึกเข้าไปในมดลูก ความตึงเปรี๊ยะที่คลายลงพร้อมกับความอ่อนเพลียทำให้เธอค่อยๆ จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความเงียบงัน แต่เมื่อความเสียวหายไป ความรู้สึกผิดบาปก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ น้ำตาไหลกระซิกๆ ออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิท เธอคิดถึงคุณภัทร สามีที่แสนดี และภาพลูกชายลูกสาวที่นอนหลับอยู่ในบ้านก็แล่นเข้ามาในความคิด
ทว่าโต้งกลับไม่ปล่อยให้ความเงียบครอบงำนานนัก เขาดึงแท่งเอ็นดำๆ ที่ยังคงเปียกชื้นออกมาจากร่องสาวที่รัดแน่นจนดังบล๊อค! โต้งก้มลงมาเลียทำความสะอาดรูสาวที่บอบช้ำและมีน้ำขาวข้นไหลออกมา แผล๊บ! ๆ ๆ ๆ ลิ้นสากๆ ตวัดเลียปากร่องที่ระบมแดง ความรู้สึกวาบหวามแล่นแปล๊บไปทั่วท้องน้อยของพัชรีอีกครั้ง "อร๊า! ฮือ! ๆ" คุณนายสาวทั้งร้องไห้และร้องเสียวออกมาพร้อมกัน
ยามหนุ่มดึงหมอนมาสอดลอดบั้นท้ายของเธอ ยกสะโพกมนให้เชิดขึ้น ก่อนจะจับแท่งเอ็นยาวโง้งกระแทกเข้ามาในร่องสาวอีกครั้งในค่าคุกเข่าซอย กระแทกเอวยิกๆ ป๊าบ! ๆ ๆ ๆ เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังสนั่นลั่นห้องเช่าเล็กๆ พัชรียกศีรษะจากหมอน มองแท่งเอ็นยาวๆ ดำๆ ที่วิ่งรูดเข้ารูดออกจากร่องสาวของตัวเอง เธอเห็นเส้นเลือดปูดๆ พันหยักรอบลำกับหัวบานฉ่ำเต็มสองตา สัมผัสหยาบกระด้างครูดบาดภายในเธอจนเสียวสยิวไปทั้งร่าง สองมือน้อยยกยันกล้ามท้องซิกแพคของยามหนุ่มอย่างเผลอไผล สองขาเรียวยกพาดบ่าของเขาอย่างเชื้อเชิญ
โต้งรีบกอดขาขาวๆ ที่พาดบ่าของเขาไว้แน่น แล้วกระแทกสะโพกอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนน้ำร้อนผ่าวพุ่งเข้ามาในท้องของคุณนายลูกสองอีกครั้ง
โต้งค่อยๆ ถอนแท่งเอ็นดำๆ ที่ยังคงเปรอะเปื้อนน้ำเมือกขาวออกจากร่องสาวที่บีบรัดของพัชรีอย่างช้าๆ เขาทรุดตัวลงข้างเตียง สวมกอดร่างที่สั่นเทาของเธอไว้แนบอกอย่างอบอุ่น มือใหญ่ของเขาลูบแผ่นหลังของพัชรีเบาๆ พลางกระซิบปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"ไม่เป็นไรนะครับคุณนาย ไม่เป็นไรแล้วนะ ถ้าคุณผู้ชายทำให้คุณเสียใจอีก ผมจะทำให้คุณนายมีความสุขแบบนี้อีกนะครับ ผมไม่ต้องการอะไร ผมต้องการแค่คุณนาย"
อือ! พัชรีซบหน้าลงกับอกแกร่งของโต้งเพราะพูดไม่ออก รู้สึกผิดก็รู้ แต่เธอก็รู้สึกดีและสุดเหวี่ยงเช่นกัน เธอปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบเชียบ
โต้งค่อยๆ เช็ดน้ำตาออกจากแก้มขาวๆ ของพัชรีด้วยความทะนุถนอม จนกระทั่งเธอค่อยๆ หยุดร้องไห้สะอึกสะอื้น
"ดีขึ้นแล้วนะครับ?" โต้งถามด้วยความเป็นห่วง
พัชรีพยักหน้าเบาๆ ยังคงซบหน้าอยู่กับอกของเขา
โต้งค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย มองใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตาของพัชรีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและปรารถนา...
ตอน แอบอมบ้องข้าวหลามฝรั่ง
แสงสลัวลอดผ่านม่านสีน้ำตาลอ่อนในห้องนวดแผนไทย กลิ่นน้ำมันสมุนไพรหอมอบอวล ผสมกับกลิ่นตะไคร้อ่อนๆ ที่จุดไว้มุมห้อง สร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเงียบสงบ เสียงเพลงบรรเลงขลุ่ยเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงลมที่พัดแผ่วลอดหน้าต่างไม้
นาง สาวสวยวัยสามสิบต้นๆ ผิวขาวเนียนละเอียด กำลังนวดคลึงแผ่นหลังกว้างของชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้าใส เธอนวดตามเส้นอย่างชำนาญ มือเรียวของเธอแข็งแรงแต่กลับอ่อนโยน
"รู้สึกดีขึ้นไหมคะ?" นางถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"Yes, very relaxing. You have magic hands," (ครับ ผ่อนคลายมาก คุณมีมือวิเศษจริงๆ) ฝรั่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร
นางยิ้มตอบ พลางนวดบริเวณบ่าของเขาต่อ เธอสังเกตว่าลูกค้าคนนี้ดูดีมาก ใบหน้าหล่อเหลาคมสัน รูปร่างกำยำได้สัดส่วน
หลังจากนวดแผนไทยจนครบชั่วโมง ฝรั่งลุกขึ้นนั่ง หันมาเผชิญหน้ากับนาง เขายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"If you help me... release my tension... I will give you two thousand baht." (ถ้าคุณช่วยผม...คลายความตึงเครียด...ผมจะให้คุณสองพันบาท) เขาพูดพร้อมกับทำท่าเอามือชักว่าว
นางชะงักมือ ใจเต้นแรง เธอเงยหน้ามองฝรั่งด้วยความตกใจปนประหม่า เธอมีสามีแล้ว มีลูกสองคน การทำแบบนี้มันผิด...แต่เงินสองพันบาทก็เป็นจำนวนที่มากพอสมควรสำหรับเธอ
ฝรั่งเห็นความลังเลในดวงตาของนาง เขาก็ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ
"Just a little help... no one needs to know." (แค่ช่วยเล็กน้อย...ไม่มีใครต้องรู้)
นางกัดริมฝีปากลังเล ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อย่างจำใจ
ฝรั่งยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วถอดเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวออก เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่ไร้สิ่งปกปิด
นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นแท่งเอ็นขนาดใหญ่ไซส์ฝรั่ง มันขาว ปลายชมพู ยาวเกือบเท่าศอกของเธอเลยทีเดียว เธอไม่เคยเห็นอะไรที่ใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน
ฝรั่งค่อยๆ เอนตัวลงนอนหงายบนเตียงนวดกว้าง แขนทั้งสองข้างเหยียดตรงเหนือศีรษะ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองเพดานอย่างสบายๆ แต่แววตาที่ซ่อนอยู่บ่งบอกถึงความคาดหวัง
นางยืนมองแท่งเอ็นขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง มันใหญ่จนเธอไม่แน่ใจว่าจะสามารถกำรอบมันได้ด้วยมือเดียวจริงๆ ผิวขาวจัด ปลายสีชมพูระเรื่อ ดูสะอาดสะอ้านและไร้เดียงสาอย่างน่าประหลาด ทั้งๆ ที่ขนาดของมันกลับตรงกันข้าม ความยาวของมันเกือบเท่าท่อนแขนของเธอตั้งแต่ข้อศอกจรดข้อมือ
ความลังเลยังคงอยู่ แต่เงินสองพันบาทก็ลอยเข้ามาในความคิดอีกครั้ง ภาพลูกๆ และสามีที่บ้านแล่นผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจที่จะทำตามข้อเสนอ
นางค่อยๆ คุกเข่าลงข้างเตียง มองแท่งเอ็นตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งประหม่า ตื่นเต้น และความอยากรู้อยากลองอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอเอื้อมมือไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ส่วนหัวบาน มันอุ่นและนุ่มกว่าที่คิด
"Just... just like this?" (แค่...แค่แบบนี้เหรอคะ?) นางถามเสียงแผ่วเบา
ฝรั่งพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าจับจ้องมาที่ใบหน้าของนางอย่างใจเย็น
นางค่อยๆ โอบรอบแท่งเอ็นด้วยมือทั้งสองข้าง มันใหญ่และยาวจนมือของเธอแทบจะสัมผัสกันไม่ได้ ผิวสัมผัสสากเล็กน้อยแต่กลับนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด นางเริ่มรูดขึ้นลงช้าๆ ความรู้สึกอุ่นร้อนแล่นแปล๊บไปทั่วฝ่ามือของเธอ
แรงกดจากมือเรียวทั้งสองข้างของนางเริ่มเพิ่มมากขึ้นตามจังหวะการรูดขึ้นลง แท่งเอ็นใหญ่โตตอบสนองต่อสัมผัสของเธออย่างรวดเร็ว มันเริ่มขยายตัวและแข็งขืนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปลายสีชมพูเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ ซึมออกมาเล็กน้อย
"Like this... is it okay?" (แบบนี้...โอเคไหมคะ?) นางถามเสียงแผ่วเบา ดวงตาจับจ้องมองการเปลี่ยนแปลงของแท่งเอ็นอย่างใจจดใจจ่อ
ฝรั่งหลับตาลง พยักหน้าช้าๆ พร้อมกับเสียงครางต่ำในลำคอ "Mmm... good... very good." (อืม...ดี...ดีมาก)
นางได้ยินคำชมนั้นก็รู้สึกถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น เธอรูดแท่งเอ็นเร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้น ผิวสากเล็กน้อยของมันบาดถูฝ่ามือของเธออย่างแผ่วเบา แต่กลับสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นแปล๊บไปทั่วร่างกาย
เสียงครางของฝรั่งดังขึ้นเป็นระยะๆ บ่งบอกถึงความพึงพอใจของเขา นางก้มลงมองแท่งเอ็นที่บัดนี้แข็งตึงเปรี๊ยะ ปลายสีชมพูเริ่มแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย หยาดน้ำใสๆ ไหลออกมามากขึ้นจนดูเยิ้มฉ่ำ
ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของนาง มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของการทำงานเพื่อแลกกับเงิน แต่กลับมีความรู้สึกอยากรู้อยากลองและความตื่นเต้นที่แทรกซึมเข้ามาอย่างช้าๆ เธอไม่เคยสัมผัสแท่งเอ็นที่ใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน ความแตกต่างจากสามีของเธอช่างน่าประหลาดใจ
นางรูดแท่งเอ็นเร็วขึ้นอีก ปลายนิ้วสัมผัสกับเส้นเอ็นที่ปูดโปนตามลำอย่างชัดเจน ความร้อนจากแท่งเอ็นแผ่ซ่านออกมาจนนางรู้สึกวูบวาบไปทั่วฝ่ามือ เสียงครางของฝรั่งเริ่มดังและถี่ขึ้น ร่างกายของเขาเริ่มขยับเล็กน้อยตามจังหวะการรูดของนาง
ฝรั่งลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาสีฟ้าจับจ้องมองใบหน้าของนางที่ก้มลงมาอย่างใกล้ชิดจวนจะโดนปลายแท่งเอ็นทึ่มตา
"Can you... can you do it with your mouth?" (คุณ...คุณช่วยทำให้ด้วยปากได้ไหม?) เขาถามเสียงแหบพร่า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา
นางชะงักมือ มองฝรั่งด้วยความลังเลอีกครั้ง การกระทำนั้นมันลึกซึ้งกว่าการใช้มือมากนัก แต่เงินสองพันบาทก็ยังคงเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ
ฝรั่งเห็นความลังเลในดวงตาของนาง เขาก็ยกมืออีกข้างขึ้นมาลูบแก้มเนียนของเธออย่างอ่อนโยน
"I will give you more... if you like." (ผมจะให้คุณเพิ่มอีก...ถ้าคุณชอบ)
นางกัดริมฝีปากลังเล ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อีกครั้ง
ฝรั่งยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาเลื่อนตัวลงเล็กน้อย เปิดทางให้นางเข้าใกล้มากขึ้น นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้มลงช้าๆ ริมฝีปากบางแตะลงบนส่วนหัวบานของแท่งเอ็นใหญ่โตอย่างแผ่วเบา ความอุ่นร้อนและผิวสัมผัสที่แตกต่างทำให้เธอรู้สึกแปลกประหลาด
"Just... take it slow..." (แค่...ค่อยๆ นะ...) ฝรั่งกระซิบเสียงพร่า
นางค่อยๆ อ้าปากครอบครองส่วนหัวบานของแท่งเอ็นอย่างเงอะงะ ความรู้สึกคับแน่นแต่กลับนุ่มนวลอย่างน่าประหลาดใจแล่นแปล๊บไปทั่วริมฝีปากของเธอ
ฝรั่งยกมือขึ้นลูบศีรษะของนางอีกครั้ง กดเบาๆ เป็นเชิงให้เธอทำต่อ นางค่อยๆ ขยับปากขึ้นลงช้าๆ ฝลุ่บ! ๆ ๆ
แท่งเอ็นใหญ่โตคับแน่นเต็มช่องปากของนางจนแก้มป่องออกมาเล็กน้อย ความอุ่นร้อนและผิวสัมผัสสากเล็กน้อยแต่กลับนุ่มนวลอย่างน่าประหลาดทำให้เธอรู้สึกแปลกใหม่ ลิ้นเรียวของนางค่อยๆ ตวัดเลียไปทั่วส่วนหัวบาน ปลายสีชมพูเริ่มแดงก่ำและมีหยาดน้ำใสๆ ไหลเยิ้มออกมามากขึ้น
ฝรั่งยกมือขึ้นลูบศีรษะของนางเบาๆ กดเบาๆ เป็นเชิงให้เธอทำเร็วขึ้น นางค่อยๆ เพิ่มความเร็วและแรงในการอม ปากของเธอรูดขึ้นลงตามความยาวของแท่งเอ็นอย่างชำนาญ ความใหญ่โตของมันทำให้เธอต้องอ้าปากกว้างจนเมื่อยขากรรไกร แต่ความรู้สึกแปลกใหม่และความตื่นเต้นก็ทำให้เธอไม่อยากหยุด
เสียงครางของฝรั่งเริ่มดังและถี่ขึ้น ร่างกายของเขาเริ่มขยับเล็กน้อยตามจังหวะการอมของนาง นางก้มลงมองแท่งเอ็นที่บัดนี้แข็งตึงเปรี๊ยะ แท่งใหญ่เท่าบ้องข้าวหลามหนองมนในกำมือสองข้างแดงก่ำเริ่มสั่นระริก
ทันใดนั้นเอง ร่างกายของฝรั่งก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงครางลั่นห้อง น้ำรักอุ่นๆ พุ่งกระฉูดออกมาจากปลายแท่งเอ็น ราดรดเต็มช่องปากของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว
"แค่ก! แค่ก!" นางสำลักน้ำรักข้นเหนียวจนไอโขลก ใบหน้าเหยเกด้วยความขยะแขยง นางรีบคายน้ำเชื้อสีขาวขุ่นออกมา รดลงบนตักของฝรั่งรูปหล่อที่นอนหงายอยู่
นางเงยหน้ามองฝรั่ง ดวงตาสีฟ้าของเขายังคงปรือปรอยด้วยความสุขสม นางรู้สึกถึงรสคาวคลุ้งในปาก ความเหนียวเหนอะหนะบนริมฝีปากและคาง...ความรู้สึกผิดบาปแล่นแปล๊บเข้ามาในใจอย่างรวดเร็ว
ฝรั่งยิ้มบางๆ มองนางด้วยแววตาที่อ่อนโยนอย่างประหลาด เขายื่นมือมาเช็ดคราบน้ำรักที่เลอะเปรอะเปื้อนริมฝีปากของนางเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงหอมแก้มเธออย่างนุ่มนวล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาแตะจมูกของนาง
"Thank you," (ขอบคุณ) เขากระซิบเสียงแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เริ่มแต่งตัวอย่างช้าๆ หยิบเสื้อผ้าที่วางไว้ข้างเตียงมาสวมใส่ทีละชิ้น
นางนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองฝรั่งที่กำลังแต่งตัวด้วยความรู้สึกผิดบาป และความรู้สึกแปลกใหม่ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ฝรั่งเดินกลับมาหานางที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียง เขาก้มลงกอดเธออีกครั้ง กอดกระชับราวกับเป็นการขอบคุณจากใจจริง ก่อนจะผละออกแล้วก้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ
"Goodbye," (ลาก่อน) เขากระซิบเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง แล้วเดินออกจากห้องนวดไป
นางนั่งมองตามหลังฝรั่งจนประตูห้องปิดสนิทลง ความเงียบกลับคืนมาสู่ห้องสุคนธาอีกครั้ง นางรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะบนริมฝีปากและคาง รสคาวคลุ้งยังคงติดอยู่ในปาก และเพิ่งนึกได้ว่าลืมเก็บตัง ใจเธอหล่นแป้วลงมาที่ตาตุ่ม
ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นฝรั่งที่เดินกลับเข้ามา เขายื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กับนาง
"Here... for your help." (นี่...สำหรับความช่วยเหลือของคุณ) เขายื่นธนบัตรสีม่วงหกใบให้กับนางและลูบมือของเธอก่อนจะเดินจากไป
นางรับเงินมายัดในกระเป๋าชุดไทยด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ก้มหน้ามองเงินสามพันบาทในมือ ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้ามาอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในจิตใจของเธอ