ท่ามกลางความมืดสลัวในลานจอดรถวีไอพีของผับระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่ง หญิงสาวในชุดเดรสซาตินสายเดี่ยวโชว์เนินอกอวบอิ่มกำลังยืนพิงรถหรู เบื้องหน้าของเธอคือชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขากำลังใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ต้นขาเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงชุดเดรส ส่วนอีกมือหนึ่งกำลังกอบกุมเคล้นคลึงหน้าอกนุ่มแรง ๆ จนหญิงสาวหลุดคราง
"อ๊า บีบแรงจัง"
"นมเธอน่าบีบ ไม่ชอบแรง ๆ เหรอครับ"
ชายหนุ่มละริมฝีปากที่กำลังซุกไซ้ซอกคอขาวขึ้นมากระซิบตอบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย ก่อนผละใบหน้าออกมามองสบตาหญิงสาว
"อื้อ เปล่า บีบแรง ๆ อีกสิ"
อันดาปรือตามองผู้ชายตรงหน้า เธอตอบด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า มือเรียวของเธอยกขึ้นมาทาบทับมือของชายหนุ่มที่กำลังวางอยู่บนหน้าอกตัวเอง พร้อมกับออกแรงกดให้นิ้วจมลงไปในก้อนเนื้อนุ่ม
"อื้มมม แรงแบบนั้น อ๊ะส์"
ชายหนุ่มยิ่งออกแรงบีบเคล้นหน้าอกคู่โตเอาใจเธอ มือใหญ่ลูบไล้บนต้นขาเนียนแล้วผลุบหายเข้าไปใต้ชายชุดเดรส เขาเคล้นคลึงสะโพกเนียนปลุกเร้าอารมณ์ก่อนจะย้ายมาลูบไล้เนินสวาทข้างหน้า ชายหนุ่มเห็นเธอครางหวิวก็สอดนิ้วเข้าไปตรงกลางร่อง ลูบไล้ร่องสวาทผ่านจีสตริงตัวจิ๋วที่กำลังเปียกเยิ้มไปด้วยน้ำอยากของเธอ ทำให้เขารู้ว่าเธอเองก็คงเงี่ยนสุด ๆ ไม่ต่างกัน
"ร่องแฉะจัง ขอเอาตอนนี้รอบหนึ่งได้ไหม ปวดเอ็นไม่ไหวแล้วว่ะ"
"ซี๊ดดด อื้อ ในรถ เอาในรถ"
อันดาตอบรับเสียงครางเครือ เธอเองก็มีอารมณ์มากถึงขนาดควงเอวน้อย ๆ ให้ร่องสวาทถูกับก้านนิ้วหยาบ ยิ่งเขากดปลายนิ้วขยี้เม็ดคริสตัลเธอยิ่งอ่อนระทวย ยามที่ชายหนุ่มบดเบียดท่อนเอ็นอุ่นร้อนภายใต้กางเกงสีเข้มกับหน้าท้องของเธอ ยิ่งทำให้เธอมีอารมณ์จนอยากให้เขาใส่เข้ามาเร็ว ๆ
ทันที่ที่ปิดตูรถปิดลง ชายหนุ่มก็ออกแรงดึงข้อเท้าเธอให้นอนราบไปกับเบาะ เขาโถมตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางหว่างขาเรียวแล้วคร่อมทับเธอเอาไว้ ทั้งคู่มอบบทจูบร้อนแรงให้แก่กัน กลิ่นแอลกอฮอล์มอมเมาให้รสจูบยิ่งดูดดื่ม เรียวลิ้นนุ่มหยุ่นสอดประสานจนน้ำสีใสไหลล้นออกมาตรงมุมปาก อันดากอดก่ายลำคอชายตรงหน้ากระชับความแน่นระหว่างสองร่างเสียดสีแนบชิด
"อื้อ อื้ม"
เสียงจูบจ๊วบจ๊าบดังหยาบโลน เขาถกเดรสของเธอขึ้นไปกองไว้เหนือหน้าอก มือหนาบีบขย้ำเคล้นคลึงหน้าอกอวบจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว หัวนมสีหวานโผล่รำไรออกมาจากบราเซียลายลูกไม้ เขาเลยถอดมันออกไปให้พ้นทางอย่างไม่ใยดี ตามมาด้วยริมฝีปากร้อนของชายหนุ่มที่พรมจูบไปตามเนินอกแล้วระรัวปลายลิ้นกับหัวนมจนอันดาดิ้นพล่านเพราะความเสียว
"อื้อ เสียว เสียวหัวนม"
ชายหนุ่มครอบริมฝีปากลงบนยอดอก ออกแรงดูดดึงหัวนมจนอันดาครางไม่หยุดปาก เรียวลิ้นตวัดเลียดูดดื่มหัวนมอย่างคนหิวโหย เขาอยากสัมผัสหน้าอกเธอตั้งแต่เห็นเธอในผับแล้ว พอได้มาจับแล้วดีกว่าที่จินตนาการจนเงี่ยนสุด ๆ ทั้งนุ่มทั้งใหญ่เต็มไม้เต็มมืด
"ชอบให้ผัวดูดนมไหมครับ"
ชายหนุ่มถาม ในขณะเดียวกันก็ยังระรัวลิ้นกับหัวนมเต่งแดงของเธอไม่หยุดพัก อันดาที่เสียวสุด ๆ ขยุ้มผมผู้ชายที่อยู่เหนือตัวตัวเองไว้แน่น แอ่นหน้าอกให้เขาดูดเลียได้ถนัด
"ซี๊ดดดด ยังไม่เอากันเลย อื้อ จะเป็นผัวได้ยังไง"
"อ่า ทำไมยั่วจังวะ"
"ยั่วแล้วก็เอาสักทีสิ อื้อ"
อันดาขับรถออกมาจากลานจอดรถของผับด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เพราะตอนกำลังจะทำเรื่องอย่างว่าพ่อของเธอดันโทรมาขัดจังหวะเสียก่อน แล้วบังคับเธอให้รีบกลับบ้าน
รถคันหรูเลี้ยวเข้าจอดภายในบ้านหลังใหญ่ เมื่ออันดาหยิบสัมภาระในรถเรียบร้อยเธอจึงเดินเข้าบ้านไปตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือหญิงสาวเห็นพ่อของตนนั่งอยู่ที่โซฟา
"กลับมาสักทีนะ แกว่านี่มันกี่โมงแล้ว"
วิชิตรถามลูกสาวตัวดีด้วยใบหน้าทมึงถึง น้ำเสียงเองก็กดต่ำอย่างคนเข้มงวด
"เที่ยงคืนไงคะ"
"ใช่ เที่ยงคืนมันควรเป็นเวลานอนแล้วอันดา ไม่ใช่ไปทำตัวเหลวไหลข้างนอกนั่น"
"คุณพ่อจะมาบ่นอะไรตอนนี้คะ ปกติหนูก็เที่ยวแบบนี้ทุกคืน"
"ก็เพราะเที่ยวแบบนี้สินะการเรียนถึงได้ตกต่ำขนาดนี้ หัดทำตัวให้มันดี ๆ เหมือนพี่แกบ้าง"
วิชิตรเหวี่ยงเอกสารที่ทางมหาลัยส่งมาให้ลงบนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่นอย่างแรง บนหน้ากระดาษแสดงผลการเรียนของลูกสาวตัวดีที่นับวันยิ่งตกต่ำลง
แม่ของอันดาตายไปเมื่อ 11 ปีก่อน เขาเองก็มัวแต่ทำงานไม่มีเวลาดูแลลูกมากนัก เขาในตอนนั้นจึงตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงที่คิดว่าเหมาะสมเข้ามาเพื่อดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา แถมอีกฝ่ายเองก็มีลูกสาวที่โตกว่าอันดาหนึ่งปีอยู่ด้วยคนหนึ่ง อันดาจะได้มีทั้งเพื่อนเล่นและคนดูแลในฐานะแม่
เขาคิดว่าลูกสาวจะเข้ากันได้กับพวกเธอทั้งคู่ แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่อย่างที่เขาวาดฝัน อันดาโกรธที่เขาแต่งงานใหม่ เธอไม่ชอบสองแม่ลูกมาก ไม่ว่าจะถามหาเหตุผลอย่างไรลูกสาวตัวน้อยก็ไม่เคยปริปากบอก เขาเลยชดเชยด้วยการให้เงินเธอใช้ไม่ขาดมือ ไม่นึกเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้ เขาคงละเลยเธอมากไปจริง ๆ
"นั่นสินะคะ ใครจะไปดีเท่าลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อ"
อันดาตอบกลับทันควันอย่างประชดประชัน ลูกสาวสุดที่รักที่เธอพูดถึงคือลูกติดแม่เลี้ยงของเธอ พี่สาวนอกไส้ของเธอคนนี้แสดงละครเก่งใช่ย่อย อยู่บ้านทำตัวเป็นคุณหนูสุดเรียบร้อย แต่อยู่ในมหาลัยคือยัยร่านเงียบดี ๆ คนหนึ่ง
"อันดา! เห้อ ช่างเถอะ"
วิชิตรเอ่ยชื่อลูกสาวเสียงเข้ม แต่เพราะไม่อยากทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก จึงเลือกพูดเข้าเรื่องที่ทำให้เขาต้องรอลูกสาวกลับมา
"พรุ่งนี้แกเตรียมตัว"
"เตรียมตัวอะไรคะ"
"ช่วงนี้ปิดเทอม สมควรไปหาอะไรที่มีประโยชน์ทำมากกว่าจะมาเที่ยวเล่น พ่อจะส่งแกไปทำงานที่อื่น"
"คุณพ่อว่าอะไรนะคะ หนูไม่ไปหรอกค่ะ"
"ไม่ไปก็เรื่องของแก แต่จากนี้พ่อจะไม่ให้เงินแกแม้แต่บาทเดียว บัตรเครดิตก็ยกเลิกทั้งหมด"
"คุณพ่อจะทำแบบนี้กับหนูไม่ได้นะคะ"
ใบหน้าน่ารักบูดบึ้ง อันดารับไม่ได้หรอกที่พ่อจะระงับบัตรเครดิตทุกใบของเธอ ชีวิตที่ไม่มีเงินจะให้เธอทำอย่างไร
"ได้หรือไม่ได้ไม่ใช่เรื่องที่แกจะเป็นคนตัดสินใจ"
วิชิตรพูดจบก็ลุกเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ปล่อยให้ลูกสาวที่ยืนทำสีหน้าหงิกงอเอาไว้ข้างหลัง
ปัง
อันดาเหวี่ยงประตูห้องนอนปิดไม่เบานัก เธอเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างอย่างหมดแรง นัยน์ตาสวยมีน้ำเอ่อคลอเบ้า ทั้งน้อยใจทั้งโกรธที่คนเป็นพ่อทำกับเธอแบบนี้
เธอก็เที่ยวแบบนี้ของเธอมาตั้งนานไม่เห็นพ่อจะว่าอะไร แค่เกรดตกนิดหน่อยพ่อถึงกับขนาดต้องลงโทษเธอขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งขึ้นเสียงใส่ ทั้งเปรียบเทียบเธอกับคนที่เธอเกลียดอีก พอคิดไปถึงคนที่เธอเกลียดขึ้นมาแล้วก็พอจะเดาได้ว่าตัวต้นเรื่องที่คิดจะส่งเธอไปทำงานที่อื่นต้องเป็นแม่เลี้ยงของเธอแน่ อันดากำผ้าห่มแน่นด้วยความเกลียดชังจนนิ้วมือขึ้นข้อขาว
เช้าวันต่อมาอันดาลงมารับมื้อเช้าด้วยสีหน้าไม่ดีนัก ยิ่งเห็นสองแม่ลูกนั่งฉีกยิ้มหวานกับพ่อแสดงละครเป็นครอบครัวอบอุ่นใส่เธอก็ยิ่งอยากอ้วกสักทีแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ แค่นี้เธอก็เปรียบเสมือนกลายเป็นคนนอก เป็นนางร้ายในสายตาของพ่อตัวเองมากพอแล้ว
วิชิตรเหลือบมองลูกสาวตัวดีแวบหนึ่งถึงได้พูดขึ้นมา
"เก็บกระเป๋าหรือยัง"
"หนูไม่เก็บ ยังไงหนูก็ไม่ไปค่ะ"
"ก็แล้วแต่ แต่แกจำไว้ว่าต่อจากนี้แกต้องหาเงินใช้เอง"
"คุณคะ อย่าดุลูกนักเลย"
เพ็ญนภาลูบแขนสามีพลางเอ่ยเสียงนุ่มคล้ายปลอบให้เขาใจเย็น แต่ทว่าสายตาที่มองไปยังลูกเลี้ยงกลับแฝงไว้ด้วยแววตาและรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างคนเหนือกว่า
อันดาเห็นแบบนั้นก็หัวเราะในลำคออย่างไร้เสียง เรื่องตอแหลไม่มีใครเกินแม่เลี้ยงของเธอคนนี้หรอก
"อันอย่าดื้อกับคุณพ่อเลยนะ"
นี่ก็อีกคน เล่นบทพี่สาวใจดีเก่งจริง ๆ
"เหอะ สาระแน"
อันดารวบช้อนเข้าด้วยกันพลางลุกขึ้น เธอไม่อยากอยู่ร่วมโต๊ะต่อกับคนพวกนี้ พาลให้มื้อเช้าไม่อร่อยจริงๆ
ฟ้าใสกัดปากด้วยความไม่พอใจที่โดนด่า แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ต่อหน้าพ่อเลี้ยงเธอยังต้องรับบทพี่สาวที่แสนดี ได้แต่ลอบส่งสายตากับแม่อย่างลับ ๆ ลับหลังพ่อเลี้ยง ทั้งคู่พยักหน้าให้กันพลางคิดในใจอย่างตรงกันว่าแผนที่พวกเธอสองแม่ลูกวางไว้น่าจะเป็นไปได้ด้วยดี
'ทำไงดีเม พ่อขู่จะไม่ให้เงินเราใช้'
อันดาฟุบหน้าลงบนท่อนแขนหลังส่งแชทหาเพื่อนสาวคนสนิทอย่างเมเปิ้ล วันนี้เธอยังไม่ได้นัดเพื่อนออกไปเที่ยวไหนทั้งนั้น ได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ เบื่อหน่ายอยู่ในห้อง
'อ้าว ทำไมงั้น'
'เกรดตกน่ะสิ พ่อโกรธมาก'
'จริงอะ เกรดเธอต่ำกว่าเทอมที่แล้วแค่นิดเดียวเองนะ'
เมเปิ้ลถามด้วยความแปลกใจ อันดาเรียนเก่งจะตาย เกรดตกแค่นิดหน่อยถึงกับกลายเป็นปัญหาใหญ่ขนาดนี้เชียวเหรอ
'อื้อ ใช่ แถมพ่อจะให้เราไปทำงานที่อื่นด้วย'
'แล้วอันทำไง ยอมไปเหรอ'
'ไม่ยอมหรอก เมื่อเช้าก็ทะเลาะกันไปทีหนึ่งแล้ว'
เมเปิ้ลไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรมากนัก เธอแค่บอกให้อันดาไปอ้อนพ่อแล้วขอโทษ แต่มีหรือที่คนที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจทุกอย่างเช่นอันดาจะยอมไป ความดื้อรั้นและทิฐิของเธอสูงลิบ ยิ่งพ่อไม่อยากให้เธอออกไปเที่ยวเธอก็ยิ่งอยากออกไป นิ้วเรียวรีบพิมพ์ข้อความใหม่ส่งให้เพื่อนทันที
'ออกมาเจอที่เดิมตอนสิบเอ็ดโมงนะเม'
หลังได้รับคำตอบตกลงจากเพื่อนสนิทแล้วอันดาก็รีบลุกไปแต่งตัว เด็กสาวเลือกใส่ชุดมินิเดรสสายเดี่ยวสีครีมเพิ่มความหวาน แต่ก็ยังดูเปรี้ยวเซ็กซี่เพราะเนินอวบอิ่มที่ล้นออกมาบริเวณอก เครื่องมีประดับมีเพียงสร้อยเส้นเล็กกับกำไลข้อมือเข้าคู่กันจากแบรนด์ดัง ผมลอนราวเกลียวคลื่นถูกรวบไว้ด้วยโบว์ทั้งสองข้าง หน้าตาจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์เพียงบางเบาก็เพียงพอแล้วเพราะเธอมีเครื่องหน้าที่ครบครัน อันดาตรวจความเรียบร้อยหน้ากระจกแล้วถึงได้ไปหยิบกระเป๋าจากในตู้ที่จะถือไปด้วยในวันนี้
ตอนลงมาชั้นล่างยังไม่วายเห็นภาพครอบครัวอบอุ่น ทั้งสามคนนั่งอยู่หน้าทีวี พูดคุยพลางหัวเราะอย่างมีความสุข เป็นอีกครั้งที่อันดารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนนอก เธอสะบัดหน้าหนีทำเป็นไม่สนใจ แม้ลึก ๆ แล้วจะรู้สึกเจ็บแค่ไหนแต่เธอจะไม่มีวันแสดงมันออกมาให้สองแม่ลูกเห็นเด็ดขาด
เมื่อเดินทางไปถึงห้างเธอกับเมเปิ้ลก็เดินเข้าร้านอาหารประจำก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเช้าเธอกินไปนิดเดียวเมเปิ้ลเองก็ยังคงไม่ได้กินอะไรตามประสาคนตื่นสาย ทั้งคู่จึงสั่งอาหารจานโปรดคนละอย่างสองอย่างพร้อมเครื่องดื่ม รอไม่นานทุกอย่างก็เซิร์ฟขึ้นโต๊ะ สองเพื่อนสนิทกินไปพลางคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
"คิดว่าเป็นแผนของสองแม่ลูกนั่นเหรอ?"
"ใช่น่ะสิ คุณพ่อไม่มีทางคิดอะไรแบบนี้หรอก วัน ๆ ยุ่งแต่เรื่องงานเรื่องธุรกิจน่ะแหละ"
เมเปิ้ลยักไหล่ เธอเห็นด้วยกับเพื่อนว่าคุณลุงยุ่งแต่เรื่องงานจริง ๆ ส่วนแม่เลี้ยงเพื่อนเธอก็ร้ายจะตายทำไมคุณลุงถึงไม่รู้เรื่องนี้สักที พวกผู้ชายมักเก่งเรื่องอื่นเสมอแต่ไม่ทันมารยาหญิงหรอก
อันดาใช้กระดาษทิชชู่ซับปาก มือสวยยกขึ้นเป็นสัญญาณให้พนักงานมาเก็บเงิน บัตรเครดิตสีเงินเรียบลื่นถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าหนังชั้นเยี่ยมแบรนด์หรูแล้วยื่นให้บริกรชาย ชายหนุ่มจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรอ ทว่าไม่นานนักบริกรชายคนนั้นก็เดินกลับมาพร้อมกลับเอ่ยอย่างสุภาพ
"บัตรของคุณลูกค้าไม่สามารถชำระได้ครับ"
อันดามีสีหน้างุนงง เธอรับบัตรเครดิตใบนั้นคืนมาแล้วยื่นอีกใบไปให้เขา
"ใบนี้ก็ได้ค่ะ"
ทว่าหลังจากบริกรชายจากไปไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับใบหน้าจืดเจื่อน
"ขออภัยคุณลูกค้านะครับ ใบนี้ก็ชำระไม่ได้ครับ"
"อะไรนะคะ"
"บัตรชำระไม่ได้จริง ๆ ครับ ผมลองหลายครั้งแล้ว"
"เอาใบนี้ไปแทนค่ะ"
เมเปิ้ลช่วยแก้สถานการณ์ เธอยื่นบัตรเครดิตของตัวเองให้พนักงานแทนพลางจับไหล่เพื่อนที่กำลังหน้าเสีย
"หรือว่าคุณพ่อจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ อะเม"
น้ำเสียงใส ๆ เริ่มสั่นเครือ บัตรเครดิตที่รับคืนมาจากพนักงานถูกอันดากำเอาไว้แน่นจนเริ่มงอ
"มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ อย่าคิดมากเลยนะ คุณลุงไม่ทำจริง ๆ หรอก"
เมเปิ้ลพูดปลอบใจเพื่อนสนิทพลางลูบแผ่นหลังของเธอ อันดาเหลือพ่อเพียงคนเดียว เธอไม่อยากให้คุณลุงใจร้ายกับเพื่อนเธอนัก แค่นี้เพื่อนเธอก็เจ็บปวดมากพอแล้ว
เมเปิ้ลที่หวังดีไม่อยากให้เพื่อนสนิทคิดมากจึงชวนอันดาเข้าช็อป แบรนด์เนมตามปกติเพื่อดูคอลแลคชั่นใหม่เหมือนทุกที แต่ทว่าคราวนี้ทุกอย่างกลับแย่ลง เพราะตอนจะจ่ายเงินค่ากระเป๋าใบใหม่บัตรเครดิตของอันดาดันใช้ไม่ได้สักใบ!
"คุณพ่อทำจริงด้วยอะเม"