‘มาลารัตน์’ ยืนอยู่ในห้องตำแหน่งของระเบียงห้องนอน จุดนี้ทำให้หล่อนเห็นรถยนต์คันหรูที่พา ‘โอฬาร’ สามีของหล่อนจากไป เขากำลังจะบินไปอังกฤษเพื่อดูงานวิจัย และเพื่อเยี่ยมเยือนลูกสาวของเรา
โอฬารแก่กว่าหล่อน 3 ปี เขาเป็นนักวิจัยทางการแพทย์ หล่อนกับเขาคบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เขาหน้าตาหล่อ รูปร่างสูงใหญ่ ฐานะทางบ้านดี เพราะมีพ่อเป็นนายแพทย์ มีแม่เป็นผู้ดีเก่า และน้องอีกสองคนก็เรียนแพทย์เช่นกัน แต่เขากลับไม่อยากเป็นแพทย์เหมือนอย่างที่ครอบครัวอยากให้เป็น เขาบอกว่าที่บ้านมี 3 หมอก็พอแล้ว ขอเขาเรียนอะไรที่ตื่นเต้นดีกว่า
หล่อนกับเขาคบกันหลายปี จนเขาเรียนจบปริญญาโท จะไปต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศ เขาขอให้หล่อนแต่งงานกับเขาและบินไปต่อปริญญาโทด้วยกัน หล่อนไม่ขัด และพ่อแม่เขากับพ่อแม่หล่อนก็เห็นด้วย นั่นล่ะชีวิตแต่งงานของหล่อนจึงเริ่มขึ้น
หล่อนกับเขาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานนับสิบปี เรามีลูกสาวด้วยกัน 2 คน ขณะนี้เรียนอยู่ที่อังกฤษทั้งคู่ ทุกเดือนหล่อนจะต้องบินไปเยี่ยมลูก เว้นแต่ครั้งนี้ นั่นเป็นเพราะคุณแม่ของโอฬารเส้นเลือดในสมองแตก จนท่านเป็นอัมพาตทั้งตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย หล่อนในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหญ่ก็ควรต้องดูแล ซึ่งหล่อนเองก็เต็มใจ เพราะไม่อยากจะเดินทางร่วมกับโอฬารสักเท่าไร
ไรฟันขบริมฝีปากจนเจ็บเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้หล่อนทุกข์ ด้วยฐานะทางสังคม และทุกสิ่งทุกอย่างดีหมด คนภายนอกที่มองเข้ามาก็คงคิดว่าครอบครัวหล่อนช่างสมบูรณ์แบบ หล่อนอยู่ในครอบครัวแพทย์ ร่ำรวยมากเพราะมีธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่ทำกำไรต่อปีมหาศาล จนหล่อนไม่ต้องทำงานอะไร แค่อยู่บ้านเป็นแม่บ้านก็พอ มีสามีที่ดี มีลูกที่ได้ดังใจ เรียนเก่งเหมือนทางฝั่งพ่อเขา แต่ใครจะรู้ว่าชีวิตรักของหล่อนมันล่มจม
และไม่ใช่เพิ่งล่ม แต่มันล่มนานแล้ว ล่มตั้งแต่เข้าหอคืนแรก หล่อนผิดเอง
ใช่.. ผิดที่ตัวหล่อนเอง หล่อนควรจะทดลอง ‘ของ’ ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงาน
ไม่ควรทำตัวเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องที่รอคอยให้เจ้าบ่าวอุ้มเข้าเรือนหอ เพื่อมีเซ็กซ์กันในวันนั้น หล่อนควร ‘อ่อย’ ให้เขาเอาหล่อนตั้งแต่เพิ่งเริ่มคบกัน หรือไม่อย่างช้าที่สุดก็เมื่อได้กำหนดแต่งงานแล้ว ไม่ควรรอเลย เพราะการรอคอยอย่างคาดหวัง แต่แล้วกลับได้รับความผิดหวังสุดๆ มันช่างน่าสมเพช
ใช่.. หล่อนสมเพชตัวเองที่สุด ที่คิดว่า ‘โอฬาร’ จะโอฬารสมชื่อ สมร่างกายสูงใหญ่ของเขา แต่หล่อนคิดผิดถนัดที่คิดว่าคนที่ชื่อนี้จะต้องมีดุ้นที่ยาวใหญ่และแข็งแกร่งมาก
โฆษณาชวนเชื่อชัดๆ เพราะสิ่งที่สอดใส่สู่ความฉ่ำชื้นของหล่อน ‘2 นิ้ว’ ขนาดแค่นิ้วชี้กับนิ้วกลางของหล่อนแนบชิดกันเท่านั้น ทั้งที่หล่อนเคยเจอแต่ 3 นิ้วขึ้น แต่หล่อนต้องออกแอคติ้งว่า... เจ็บ เสียว ซาบซ่าน สะท้าน และเสแสร้งสุดๆ ที่ทำว่าตัวเอง ‘เสร็จ’ ทำเป็นตอดรัดรอบดุ้นของเขา ทั้งๆ ที่หล่อนต้องเข้าห้องน้ำมาแหย่ตัวเองจนเสร็จไป 2 รอบ
นับตั้งแต่วันนั้นชีวิตหล่อนก็เหมือนจะครึ่งๆ กลางๆ โอฬารก็เหมือนคนหนุ่มทั่วไป มีเซ็กซ์ได้ตลอดเวลา แต่เขาแทบไม่เคยทำให้หล่อนเสร็จ นอกจากเขาจะเลียให้หล่อนก่อน แต่นั่นก็นานมาแล้ว นานจนหล่อนจำไม่ได้ว่าก่อนหรือหลังจากหล่อนตั้งท้องลูกสาวคนที่ 2
เพราะเขาเรียนหนัก และงานวิจัยที่ได้รับมอบหมายก็สำคัญมาก โอฬารจึงทุ่มเทเต็มที่ แม้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านจะมีเซ็กซ์กับหล่อน แต่ก็แค่สอดใส่ ปลดเปลื้องให้มันจบๆ ไป หนักสุดคือเขานอนแล้วให้หล่อนขึ้นขย่ม นั่นคือถ้าหล่อนอยากเสร็จหล่อนต้องทำเอง
‘สารเลวสิ้นดี’ นั่นก็แค่ความคิดในใจ ใครจะกล้าพูดออกไปแบบนั้น เพราะหล่อนต้องคีฟลุคเป็นหญิงสาวเพียบพร้อมต่อไป
แต่ยิ่งนานวัน หล่อนก็ยิ่งอยากเลิกกับเขา แต่ไม่รู้ว่าจะบอกพ่อแม่เขาและพ่อแม่หล่อนว่าอย่างไร และลูกอีกล่ะ
หล่อนจะอธิบายได้ยังไงว่า...
พ่อของลูกทำไม่เก่ง
พ่อของลูกเห็นแก่ตัวไม่ยอมเล้าโลมให้แม่
พ่อของลูกทำแม่ไม่เสร็จ
สิ่งที่หล่อนทำได้ก็คือ พยายามคิดหักล้างว่าโอฬารให้ความสุขหล่อนในเรื่องนี้ไม่ได้ แต่อย่างอื่นเขาไม่เคยบกพร่อง ทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อนต้องการ เขาไม่เคยไม่ปรนเปรอ และเขาก็เป็นสามีที่ดีไม่เคยนอกใจหล่อน แค่นั้นก็น่าจะชดเชยสิ่งที่ขาดหายได้
แต่นั่นก็แค่สิ่งปลอบใจตัวเอง เพราะหล่อนโหยหาเหลือเกิน ร่างกายนี้มีเลือดเนื้อ มีความต้องการอย่างบ้าคลั่ง ล้นปริ่มจนแทบจะแตกกระจาย ยิ่งนานวันสิ่งที่ไม่ได้ ก็ยิ่งทับถมและสร้างความอัดอั้นให้หล่อนมากยิ่งขึ้น จนตอนนี้ไม่ว่าหล่อนจะเดินผ่านผู้ชายคนไหน อยู่ใกล้ใคร หล่อนอดคิดไม่ได้เลยว่า ‘ดุ้น’ ที่ซุกซ่อนอยู่นั้น ‘ขนาด’ แค่ไหนกัน จะทำให้หล่อนถึงจุดสุดยอดได้แค่สอดใส่หรือเปล่า
เพราะ... สัดส่วน สูง ต่ำ ดำ ขาว บ่งบอกไม่ได้เลยว่าดุ้นจะขนาดไหน
ที่หล่อนรู้ก็เพราะก่อนจะแต่งงานกับโอฬาร หล่อนลองมาหมดแล้ว
มันเริ่มตั้งแต่หล่อนแตกเนื้อสาว เพราะหล่อนมีเลือดยุโรปอยู่กึ่งหนึ่ง ด้วยพ่อของหล่อนเป็นลูกครึ่ง หล่อนจึงเป็นลูกเสี้ยว ดังนั้นแค่หล่อนเริ่มแตกเนื้อสาว รูปร่างของหล่อนก็เทียบเท่าสาวโตเต็มวัย เรียกได้ว่าหุ่นของหล่อนเตะตาผู้ชายทุกคนที่เฉียดใกล้ อกหล่อนใหญ่เกินตัว เอวคอด สะโพกผาย และความสูงเกินมาตรฐานหญิงไทย ไม่แปลกที่ไม่ว่าโรงเรียนจะมีงานพิธีใดๆ หล่อนก็มักได้รับเลือก
ทั้งถือป้าย เชิญรางวัล เป็นเชียร์รีดเดอร์ เป็นดรัมเมเยอร์ ทุกอย่างหล่อนได้เป็นหมด แต่หล่อนก็ไม่รู้ตัวเลยว่าภายใต้ภาพลักษณ์เด็กเรียน กิริยามารยาทเรียบร้อยสุดๆ จนทุกคนเอ่ยชม แต่ในใจของหล่อนทำไม ‘ร่าน’
ใช่... หล่อนร่าน หล่อนรู้ตัวดี
ตอนเป็นเด็กยังไม่เคยมือชาย หล่อนไม่รู้หรอกว่าอาการชอบออดอ้อนฉอเลาะผู้ชาย อาการอายๆ ยามเห็นสายตาหื่นกระหายของผู้ชายมองหล่อน อาการเสียววูบวาบที่ตรงนั้น จนบางครั้งก็มีน้ำใสหยาดเยิ้มออกมา นั่นหล่อนไม่รู้หรอกว่า ทั้งหมดนั้นเรียกว่า ‘ร่าน’
แต่พอประสบการณ์ครั้งแรกผ่านเข้ามา และมีคนบอก หล่อนจึงเพิ่งรู้
แต่หล่อนภูมิใจ เพราะร่านแล้วหล่อนสุขมาก ไม่ต้องสะกดเก็บไว้ หากใจร่านก็ใช้ซะให้พอ
แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีใครรู้ นอกจากหล่อนกับผู้ชายที่หล่อนเคยปลดปล่อยความร่านใส่เขาเท่านั้น
และคนแรกที่หล่อนปลดปล่อยความร่านด้วย และเป็นคนแรกที่ได้ชิมหยาดน้ำหวานจากความสาวของหล่อนก็คือ ‘อากร’
อากร คือ เพื่อนบ้าน เป็นพ่อม่ายลูกติด ซึ่งลูกสาวของอากรเรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนที่เดียวกับหล่อน อากรมีธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่วางแผนจัดการงานเป็นอย่างดี เพราะอากรอยากทุ่มเทความรักและความเอาใจใส่ให้กับลูกสาวเพียงคนเดียว ด้วยฐานะทางสังคมที่ใกล้เคียงกับครอบครัวหล่อน และอากรต้องรับส่งลูกสาวไปโรงเรียนเองทุกวัน ด้วยความสนิทสนม อากรจึงอาสารับส่งหล่อนไปโรงเรียนพร้อมกันด้วย และหากมีวันไหน ที่อากรไม่ว่าง ก็อาจให้คนขับรถที่บ้านของหล่อนไปส่ง โดยพ่วงลูกสาวของอากรไปด้วย
พ่อแม่หล่อนเห็นดีเห็นงามเป็นอย่างดี เพราะไว้ใจอากรที่สุด
แต่สำหรับหล่อนนั้น... อยากได้ใจอากรเป็นที่สุดเช่นกัน
อากรเป็นชายวัย 30 ปีในเวลานั้น ส่วนหล่อนเป็นเด็กสาวอายุ 18 ปี ในสายตาหล่อนไม่มีผู้ชายคนไหนในเวลานั้นดูดีเท่าอากรเลย อากรรูปหล่อ รูปร่างสูงใหญ่เท่าๆ กับพ่อของหล่อน แต่ยังหนุ่มอยู่มาก มีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งตามแบบผู้ชาย เวลาอากรยิ้มให้ หัวใจหล่อนหวิวไหวอย่างบอกไม่ถูก
เขาใส่ใจหล่อนทุกอย่าง รับส่งหล่อนไปโรงเรียนและกลับบ้านทุกวัน บางวันหล่อนทำกิจกรรมจนเย็น อากรก็พาลูกสาวที่อยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1 นั่งรอหล่อน อาจมีพาลูกสาวไปกินไอศกรีมฆ่าเวลาบ้าง ซึ่งลูกสาวอากรก็ชอบ ยังบอกให้หล่อนอยู่โรงเรียนให้เย็นๆ เพราะน้องจะได้ให้อากรพาไปนั่นนี่ตามที่อยากไป
หล่อนชอบยามที่อากรถามหล่อนว่า ‘เหนื่อยไหม’ ‘วันนี้เรียนหนักไหม’ ‘มีวิชาอะไรไม่เข้าใจหรือเปล่า’ ‘อยากให้อาช่วยติวไหม’ ‘หิวไหม’ สารพัดสารพันที่อากรจะถาม ซึ่งหล่อนก็ตอบไปตามแต่สถานการณ์นำพา และคงคำตอบให้สุภาพที่สุด ทั้งที่ในใจหล่อนนั้น
‘วันนี้เรียนหนักไหม – ไม่หนักค่ะ แต่คิดถึงอากรทั้งวัน’
‘มีวิชาอะไรไม่เข้าใจหรือเปล่า – วิชาเพศศึกษาค่ะ รัตน์ไม่ค่อยเข้าใจเลย’
‘อยากให้อาช่วยติวไหม – อยากที่สุดค่ะ รัตน์อยากมีความรู้สึกยามถูกสอดใส่ รัตน์อยากรู้ว่ามันจะเจ็บจริงอย่างที่เพื่อนๆ บอกหรือเปล่า รัตน์อยากรู้ว่าจะมีเลือดออกมาไหม’
‘หิวไหม – หิวค่ะ รัตน์อยากกินอากร เห็นอากรแล้วรัตน์น้ำลายไหลมาก’
สิ่งที่หล่อนคิดสวนทางกับคำพูดตลอด ทำได้มากสุดก็แค่ยิ้มอายๆ เท่านั้น
แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน หล่อนไม่รีรอที่จะหยิบหนังสือโป๊ที่หล่อนแอบขโมยมาจากห้องของคนขับรถขึ้นมาดูโดยด่วน หนังสือเล่มบาง มีทั้งเนื้อเรื่องและภาพ แต่ส่วนมากจะเป็นภาพและมีเนื้อเรื่องประกอบนิดหน่อย
ภาพนั้นเหมือนหล่อนดูละคร เริ่มจากเปิดตัวนางเอกพระเอก จากนั้นแต่ละคนก็ค่อยๆ เปลื้องผ้า มีภาพนางแบบแก้ผ้าหมดทั้งตัว เห็นนม เห็นส่วนล่างชัดเจน ภาพนมก็ถ่ายเฉพาะเจาะจงที่เต้าอวบใหญ่ จนเห็นยอดอกชัดเจน และภาพส่วนล่าง ก็ถ่ายเจาะจงไม่ต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่ที่มีเส้นขนสีดำปกคลุมมากมาย และก็มีภาพที่นางแบบให้นิ้วแหวกตรงนั้น เพื่อให้กล้องจับภาพได้ชัด นั่นทำให้หล่อนอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นอีก
จำได้ว่าหล่อนเข้าไปในห้องน้ำ เปลื้องเสื้อผ้าออกจากตัวจนล่อนจ้อน จากนั้นก็ดูเงาสะท้อนของตัวเองเปรียบเทียบกับภาพ
ภาพเต้านมอวบใหญ่ของนางแบบที่จ่อชัดถึงหัวนม ไม่ได้สวยเท่าที่หล่อนเห็นจากเงาสะท้อนในกระจกเลย เพราะเต้าหล่อนใหญ่กว่า อวบกว่า ขาวอมชมพู และยอดอกของหล่อนก็มีสีแดงสดตามสีปากของหล่อน หล่อนมองว่าหล่อนสวยมาก และหล่อนก็มั่นใจว่า ถ้าผู้ชายคนไหนได้เห็นหล่อนตอนนี้ ทุกคนต้องร้องว้าว พร้อมกับก้าวเข้ามาสัมผัส
และถัดลงมาจากเต้าอวบใหญ่ พื้นที่ตรงนั้นของหล่อน ไม่ได้มีขนขึ้นมากมายเหมือนนางแบบในหนังสือ แต่ขนหล่อนขึ้นรำไรจนเห็นความอวบอูมที่ราวมีใครวางมือปิดเอาไว้ และหล่อนก็อยากเห็นด้านในว่าหล่อนจะสวยงามแค่ไหน
หล่อนขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ แยกต้นขาออกจากกันจนกว้าง นิ้วมือแหวกกลีบอวบอูมเพื่อมองสิ่งที่สะท้อนในกระจก เปรียบเทียบกับในหนังสือ ของหล่อนนั้นเป็นสีชมพูตามผิวเนื้อ และด้านในก็เป็นสีแดงสดไม่ต่างจากสีของยอดอก หล่อนว่าหล่อนสวยมาก
และภาพที่เปิดถัดไปก็ทำให้หล่อนต้องกลืนน้ำลายลงคอเพราะเป็นภาพส่วนนั้นของผู้ชาย
ส่วนที่หล่อนเรียนเพศศึกษามาแล้ว เรียนรู้ว่ามันใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้างนอกจากฉี่
ขนาดที่เห็นทำให้หล่อนเสียววาบ เสียวมากมายจนต้องเปิดดูหน้าถัดไป
และหน้านี้ก็ทำให้หล่อนเสียวจนต้องแหงนหน้าซู้ดปาก เมื่อลิ้นของนายแบบจ่ออยู่ตรงนั้นของนางแบบ อีกภาพก็เป็นการตวัดเลีย ลิ้นแตะอยู่ในความฉ่ำเยิ้ม และก็เป็นภาพนางแบบอ้าปากอมดุ้นยาวไว้ แล้วอีกภาพก็เป็นดุ้นยาวใหญ่นี้ผลุบหายเข้าไปในร่องของนางแบบ
ภาพมากมายถ่ายให้เห็นใบหน้าเหยเกของนางแบบ ใบหน้าของผู้ชายที่แหงนขึ้นแสดงอารมณ์ราวจะล่องลอย ภาพใบหน้านางแบบที่แสดงอารมณ์เดียวกัน หล่อนรู้ได้โดยอัตโนมัติว่าคนทั้งคู่ไม่ได้แช่ดุ้นเอาไว้เฉยๆ และคำกำกับภาพก็เขียนว่า...
‘กระแทกแรงๆ สิคะผัวขา... ซี้ด... เสียว... ผัวขา... กระแทกอีก โอว... แรงๆ ซี้ด... แรงๆ’
หล่อนเหมือนตกอยู่ในสภาวะนั้น ร่องสีแดงสดของหล่อนตอดรัดกันตุ๊บตั๊บ จนหล่อนต้องทาบนิ้วมือลงไป ลูบไล้ ขยี้เบาๆ เขี่ยน้ำหวานหยาดเยิ้มของตัวเองขึ้นมาลิ้มรส และหล่อนก็รู้จุดที่สุขสุด เพราะยาวนิ้วมือแตะต้องตรงนั้น หล่อนเสียววาบ แต่เป็นความเสียวที่เจือไปด้วยความสุขซาบซ่าน นั่นหล่อนจึงเร่งนิ้วมือ ตาก็มองภาพที่เขาสอดใส่กันอยู่ อารมณ์คือหล่อนเป็นนางแบบที่กำลังถูกอากรที่เป็นนายแบบคนนั้นสอดใส่
‘อากรขา... กระแทกแรงๆ สิคะ กระแทกแรงๆ ซี้ด... โอว... รัตน์เสียว... รัตน์เสียว... ซี้ด... ซี้ด... โอว...’
หล่อนเก็บเอาอากรมาสร้างความสุขให้กับตัวเองทุกวัน และบางวันที่หล่อนอดใจไม่ไหว หากอากรลูบหัวหล่อนตอนไปส่งที่โรงเรียน นั่นหล่อนต้องรีบเก็บกระเป๋านักเรียนและเข้าไปปลดเปลื้องตัวเองในห้องน้ำโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นหล่อนคงไม่มีสมาธิเรียนแน่ และก็มีบ้างบางครั้งที่หล่อนต้องปลดเปลื้องตัวเอง ทั้งเช้า กลางวัน และเย็น ก่อนที่อากรจะมารับ แน่นอนว่ากลับถึงบ้าน หล่อนก็อดไม่ได้ที่จะเขี่ยตัวเองไปจนหลับ
แต่แล้ววันวัดใจก็มาถึง
วันนั้นเป็นวันซ้อมกีฬาสี ซึ่งหล่อนเป็นเชียร์ลีดเดอร์ต้องอยู่จนค่ำ เมื่อซ้อมเสร็จ หล่อนก็รีบออกมาที่จอดรถเพราะกลัวว่าอากรกับน้องจะรอนาน
‘แล้วน้องล่ะคะอากร’
‘อ๋อ... พอดีน้องสาวอามาจากต่างประเทศน่ะจ้ะ เขาอยากรับน้องไปทานข้าวด้วย ก็เลยมารับไปตั้งแต่โรงเรียนเลิก’
‘อ้าว! แล้วทำไมอากรไม่ให้รถที่บ้านรัตน์มารับล่ะคะ อากรไม่เห็นต้องมารับรัตน์ด้วยตัวเองเลยค่ะ รัตน์เกรงใจ’
หล่อนบอกอากรแต่เวลานั้นในใจหล่อนลิงโลด เสียววาบไปจนถึงตรงนั้น นึกในใจว่าวันนี้อาจเป็นวันที่หล่อนจะได้ของจริง แต่ใบหน้ายังทำใสซื่อเรียบร้อย
‘อาอยากมารับหนูรัตน์’
และคำตอบของอากรก็ทำให้หล่อนร้อนวูบวาบ แทบสะกดเก็บอาการของตัวเองไม่อยู่
‘ขึ้นรถเถอะ’ เสียงอากรทำให้หล่อนตื่นจากภวังค์ รีบขึ้นรถ และวันนี้หล่อนได้นั่งหน้าคู่กับเขาเป็นครั้งแรก เพราะปกติแล้วตำแหน่งนี้คือของน้อง
‘คาดเข็มขัดด้วย’
เสียงทุ้มๆ ของอากรบอกทั้งๆ ที่ร่างสูงใหญ่นั้นเคลื่อนเข้ามาค้อมร่างของหล่อนเอาไว้ หล่อนมองตาคมเข้มของอากรอย่างอึ้งๆ เป็นครั้งแรกที่หล่อนอยู่ใกล้ผู้ชายมากจนได้กลิ่นของลมหายใจ
เสียงคลิกของตัวล็อกเข็มขัด มาพร้อมกับริมฝีปากอบอุ่นที่ทาบทับเข้ามาหา จากนั้นเขาก็เคลื่อนร่างไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับดังเดิม อากรทำให้หล่อนสะท้านไปทั้งร่าง ความร้อนซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย และก็ร้อนสุดที่ตรงนั้น หล่อนเหลือบตามองเขา ยามที่อากรทำเป็นขับรถไปนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไร และหล่อนเองก็ไม่กล้าพูดก่อน ได้แต่เก็บความซาบซ่านไว้กับตัวเอง เพราะแค่นี้ก็ยืนยันได้ว่าอากรคิดเหมือนหล่อน
‘หิวไหม’
ยังไม่ทันที่หล่อนจะตอบ อากรก็เลี้ยวรถเข้าร้านอาหารริมทาง ที่หล่อนจำได้ว่าเป็นร้านของเพื่อนอากร เพราะอากรเคยพาหล่อนกับน้องมากินอาหารที่นี่หลายครั้ง แต่อากรไม่ได้จอดรถที่หน้าร้านอาหารเหมือนอย่างเคย แต่กลับขับเลยเข้าไปด้านใน ในส่วนของโซนที่พัก เพราะที่นี่ทำร้านอาหารควบคู่กับห้องพักรายวันไปด้วย อากรจอดรถที่หน้าบ้านหลังสุดท้าย ก่อนจะลงจากรถและเดินอ้อมมาที่ฝั่งของหล่อน
‘ลงมาสิหนูรัตน์ เดี๋ยวอาจะสั่งให้เขาเอาอาหารมาเสิร์ฟที่นี่’
หล่อนลงตามอย่างว่าง่าย หน้าตาเรียบร้อยเจี๋ยมเจี้ยม แต่ในใจนั้นหล่อนคิดไปถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมากมาย และก็เป็นตามที่หล่อนคิดไม่ผิดสักอย่าง แค่อากรพาหล่อนเข้าห้อง เสียงกดล็อกประตูก็ดังตามมา พริบตาเดียวหล่อนก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอากรทั้งตัว
‘อากร! อากรทำอะไรคะ’ เสียงหล่อนถามอย่างตกใจ ทั้งที่พอใจที่สุด หล่อนอยากมีประสบการณ์แบบนั้นกับอากร อยากให้อากรทำกับหล่อนให้เหมือนในหนังสือ
‘ทำสิ่งที่หนูรัตน์อยากไงล่ะ’
‘อากรพูดอะไรคะ รัตน์ไม่เข้าใจ’
‘หนูรัตน์เข้าใจที่อาพูด แววตาหนูรัตน์มันฟ้อง ว่าหนูรัตน์อยากกินอา อาเห็นนะ เวลาหนูรัตน์แอบมองอา หนูรัตน์แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก’
อากรพูดขณะไล้ปลายนิ้วมือที่ริมฝีปากของหล่อนไปด้วย นั่นทำให้หล่อนสั่นไปทั้งร่าง หัวใจเต้นตึกตักแทบจะกระโจนออกมานอกอก หล่อนตื่นเต้นที่ถูกอากรสัมผัส ตื่นเต้นที่เขารู้ความหมายในแววตาของหล่อน แต่หล่อนก็อายนัก อายจนไม่กล้ามองหน้าเขา ต้องเม้มริมฝีปากที่ปลายนิ้วของอากรยังคลึง และหันหน้าไปทางอื่น แต่หล่อนกลับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของอากร
‘ไม่ต้องอายหรอกนะ อาก็อยากกินหนูรัตน์’
มาลารัตน์เหลือบสายตามองใบหน้าของอากรที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบทันที ก่อนจะรีบก้มหน้างุด ทว่าริมฝีปากหล่อนกลับอมยิ้มอย่างที่หล่อนหยุดไม่ได้
‘มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกนะหนูรัตน์ หากเราจะชอบใครสักคน และเราจะสัมผัสได้ว่าใครชอบเรา อาถึงได้รู้ไงล่ะว่าหนูรัตน์ชอบอา เพราะอาเองก็ชอบหนูรัตน์เหมือนกัน’