บริษัท XXX ในเครือแอนเดอสัน
09.00 น.
แพรไหมหญิงสาวหน้าหวานนั่งกอดเอกสารสมัครงานด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลที่หน้าห้องของเจ้าของบริษัทเธอมาสมัครงานในตำแหน่งบัญชีถ้าเธอไม่ได้งานที่นี่เธอก็ไม่รู้ว่าจะไปสมัครงานที่ไหนแล้วเพราะไปที่ไหนก็ไม่มีใครอยากที่จะรับเพราะเกรดเฉลี่ยและประสบการณ์การทำงานของเธอไม่สู้ดีเอาซะเลยแถมรสนิยมการแต่งตัวก็ดูเฉิ่มไปซะอีก
หญิงสาวเคยไปทำงานที่เมืองนอกตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆเพราะมีญาติๆชวนไปทำงานเสริฟอาหารร้านอาหารไทยที่โน่นที่เธอยอมไปเพราะว่าญาติที่มาชวนบอกว่าได้เงินดีบวกกับตอนนั้นเธอยังหางานไม่ได้แถมยายเธอก็ดันมาป่วยหนักต้องใช้ค่ารักษาที่สูงเธอจงยอมไปทั้งที่ในใจก็ไม่รู้ว่าจะดีจริงอย่างที่ญาติบอกหรือป่าวแต่ตอนนี้มันก็เป็นทางเดียวที่จะหาเงินมารักษายายของเธอได้
หญิงสาวใช้เงินที่ได้จากเงินประกันอุบัติเหตุของพ่อกับแม่เธอที่เก็บไว้หลังจากที่ท่านเสียเดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารที่ออสเตรเลียแต่อยู่ทำได้ไม่ถึงสองเดือนเธอก็ต้องกลับมาที่เมืองไทยเพราะมีเรื่องที่ทำให้เธอต้องหนีกลับบ้านโดยด่วนเพราะเธอทำใจที่จะอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้แล้วซึ่งเรื่องนี้เธอปิดเป็นความลับไม่มีใครรู้ว่าเธอหนีกลับเพราะอะไรขนาดญาติที่ชวนเธอไปทำงานเธอก็ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาที่เมืองไทยเหมือนกันคนที่เป็นยายแท้ๆที่เธอสามารถคุยได้ทุกเรื่องยังไม่กล้าที่จะบอกเรื่องนี้ให้กับยายเธอรู้เลยหญิงาวคิดว่ามันป็นแค่ฝันร้ายเท่านั้นอีกหน่อยก็คงจะลืมได้เอง
หญิงสาวนั่งมองดูคนที่เข้าไปสัมภาษณ์ก่อนเธอดูแต่ละคนอย่างกับนางแบบแถมดูมั่นใจตัวเองแบบสุดๆทำเอาเธอเกิดอาการหวั่นใจอย่างมากหน้าของเธอที่ซีดอยู่แล้วเพราะไม่ได้แต่งอะไรเยอะกลับซีดลงไปอีกเพราะขาดความมั่นใจ
“คุณแพรไหมเชิญด้านในค่ะ
“ค่ะ”
เมื่อหญิงสาวที่เข้าสัมภาษณ์ก่อนหน้าเธอเดินออกมาแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่แพรไหมที่นั่งรอสัมภาษณ์เป็นคิวสุดท้ายลุกขึ้นเดินไปที่หน้าห้องของท่านประธานบริษัทตามเสียงเรียกของเลขาคนสวยหน้าห้องของสัมภาษณ์ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อยปากเล็กก็กำลังร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธ์ให้ช่วยเหลือให้สัมภาษณ์ผ่านด้วยเถอะ
“เชิญนั่งครับ”
ภูผากำลังนั่งก้มหน้าจิบกาแฟอยู่เพราะรู้สึกคอแห้งที่สัมภาษณ์พนักงานสาวแต่ละคนใช้เวลาค่อนข้างนานไม่ใช่ว่าเขาอยากสัมภาษณ์นานสักเท่าไรหรอกแต่แม่สาวพวกนั้นดันชวนเขาคุยไปทั่วเขาเองก็ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีคุยกับสาวๆพวกนั้นนิดหน่อยและแสร้งบอกว่ามีคิวสัมภาษณ์ต่อนั่นเองก็ตัวเขาเองเป็นหนุ่มลูกครึ่งที่หล่อเหลาแบบหาตัวจับยากใครเล่าที่จะไม่อยากสานสัมพันธ์ด้วย
“ค่ะ”
หญิงสาวนั่งลงตามคำเชิญของชายหนุ่มลูกครึ่งตอนนี้เธอยังเห็นหน้าเขาไม่ชัดด้วยความตื่นเต้นเธอจึงไม่ค่อยที่จะกล้าจ้องมองคนที่นั่งอยู่สักเท่าไรประกอบกับเขากำลังก้มหน้าดูประวัติที่เลขาพึ่งยื่นให้เขาหญิงสาวเองก็เอาแต่ก้มหน้าเมื่อไม่มีคำถามจากคนสัมภาษณ์เธอก็เอาแต่ก้มหน้าอยู่แบบนั้น
ภูผาเปิดดูประวัติของหญิงสาวว่าชื่อแพรไหมเขาเองนึกเอะใจอยู่แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะใช่คนเดียวกันเมื่อเห็นรูปเขาถึงกับชะงักใจเต้นรัวเขาจำได้ดีว่าเธอคนนี้คือใครแม้จะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวก็ตามเขาค่อยๆเงยหน้าจ้องมองเธอประจวบกับหญิงสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาพอดี
“คุณ/คุณ”
เมื่อหญิงสาวเห็นหน้าคนที่สัมภาษณ์เธอชัดๆว่าเป็นใครก็ถึงกับตกใจแล้วรีบดึงแฟ้มสมัครงานของเธอไปทันทีเธอไม่คิดไม่ฝันว่าโลกมันจะกลมจึงทำให้เธอมาเจอกับเขาที่นี่หญิงสาวหยิบเอกสารได้ก็วิ่งหนีเขาแบบไม่คิดชีวิต
“เดี๋ยวสิคุณกลับมาคุยกันก่อน”
ชายหนุ่มวิ่งตามหญิงสาวออกมาหน้าห้องก็พบว่าเธอได้ลงลิฟท์ไปแล้วเขาเองจะตามไปตอนนี้ก็คงจะไม่ทันในเมื่อรู้ที่อยู่จากประวัติของเธอแล้วคงจะตามได้ไม่ยาก
ภูผาไม่คิดว่าจะได้เจอหญิงสาวที่เขาเคยเจอเมื่อเดือนก่อนเขาได้กระทำล่วงเกินเธอที่ออสเตรเลียในคืนนั้นเพราะเขาเข้าใจผิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่หุ้นส่วนของเขาส่งมาให้ประกอบกับตอนนั้นเขาก็เริ่มเมาจนได้ที่แล้วด้วยเขารู้ตัวว่าเขาเป็นคนแรกของเธอเพราะเห็นจากรอยที่เตียงนอนเมื่อตอนที่เขาตื่นขึ้นมา
ที่เขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของหุ้นส่วนที่เขาส่งมาเพราะว่าเช้าของวันนั้นหุ้นส่วนของเขาได้โทรมาต่อว่าว่าชายหนุ่มนั้นปฎิเสธน้ำใจของเขาได้อย่างไรที่ไม่ยอมรับผู้หญิงที่เขาส่งไปให้ทำให้เขาได้รู้ว่าคนที่เขานอนด้วยเมื่อคืนไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าเขาจึงรีบสืบหาผู้หญิงคนที่เขาบังคับขืนใจเมื่อคืนนี้อย่างเร็วที่สุด
เมื่อรู้ว่าเธอเป็นเด็กเสริฟที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในออสเตรเลียเขาจึงไปตามหาเธอถึงที่แต่ก็ได้คำตอบว่าเธอได้หายไปตั้งแต่คืนนั้นแล้วแล้วก็ไม่มีใครติดต่อเธอได้ด้วยเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาเธอที่ไหนรู้แค่ว่าชื่อแพรไหมเท่านั้นเองความรู้สึกผิดยังแล่นอยู่ในหัวใจเขาถึงทุกวันนี้เลย
สำหรับเขาเองก็ผ่านผู้หญิงมามากเขาจะเลือกนอนกับผู้หญิงที่สมยอมกับเขาเท่านั้นแต่สำหรับเธอไม่รู้ทำไมเขาจึงได้บังคับขืนใจเธอแบบนั้นยิ่งนึกถึงเรื่อนร่างของเธอในคืนนั้นมันยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขาเสมอจนทำให้เขาไม่อาจลืมเธอได้เลย
ในตอนนั้นเพราะความสวยที่ดูไร้เดียงสาของเธอบวกกับความเมาของเขาแหละที่ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่เขารู้สึกอยากที่จะรับผิดชอบเธอเพราะเขาเองรู้ตัวดีว่าเป็นคนแรกของเธอแถมยังบังคับขืนใจเธออีกต่างหากเขารู้ว่าเธอคงจะเจ็บปวดไม่น้อย
แพรไหมวิ่งออกมาจากบริษัทนั้นมาอย่างไม่คิดชีวิตเธอเองไม่คิดว่าจะมาเจอฝันร้ายของเธอเองที่นี่เดือนกว่าแล้วสินะที่เธอหนีมาจากที่นั่นแต่ก็ไม่คิดว่าโลกจะกลมจนกระทั้งเหวี่ยงเธอมาเจอกับผุ้ชายใจร้ายคนนี้อีกในคืนนั้นคืนที่เหมือนฝันร้ายเธอเองร้องอ้อนขอเขาให้ปราณีเธอสุดชีวิตแต่เขากลับไม่คิดเห็นใจซ้ำยังต่อว่าเธอมารยาเล่นบทเด็กสาวบริสุทธิ์ได้ดีอีกด้วยเธอพยายามที่จะบอกเขาแล้วว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าที่ใครส่งมาอย่างที่เขาพูดแต่เขาไม่เคยเปิดโอกาศให้เธอได้อธิบายอะไรเลย
หลังจากที่หญิงสาวทำใจอยู่นานเธอก็เริ่มตั้งสติได้เธอก็ขึ้นรถเมล์กลับบ้านทันทีเรื่องงานเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
“ยายจ๋าวันนี้ทำอะไรกินจ้ะหอมไปถึงหน้าบ้านเชียว”
แพรไหมเดินเข้าบ้านมาก็ได้กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูกตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านรู้ว่ายายของเธอต้องอยู่ในครัวแน่ๆเธอจึงเดินส่งเสียงเจื้อยแจ้วเข้ามาในครัว
“วันนี้ยายทำของโปรดแพรไว้ด้วยล่ะ...วันนี้สมัครงานเป็นยังไงบ้างล่ะแพร”
ทับทิมที่กำลังยืนคนหม้อต้มเมื่อได้ยินเสียงสดใสที่ดูอารมณ์ดีของหลานสาวก็คิดว่าวันนี้คงจะสมัครงานได้แล้วจึงลองถามหลานสาวเรื่องสมัครงานดู
“เอ่อยังไม่ได้เลยจ้ะยายแต่พรุ่งนี้มีบริษัทที่โทรนัดสัมภาษณ์แพรหลายบริษัทเลยแพรได้งานทำแน่นอนยายไม่ต้องเป็นห่วงน้า”
แพรไหมเข้าไปสวมกอดคนเป็นยายที่ยังยืนคนหม้อต้มอยู่เธอจำเป็นต้องแสร้งร่าเริงเข้าไว้เพื่อที่ยายของเธอจะได้สบายใจและก็ต้องทำบาปอีกหนึ่งข้อที่ต้องโกหกเรื่องสัมภาษณ์งานเพราะเธอไม่อยากให้ยายเธอกังวลใจอีกเช่นกัน
“มากอดยายทำไมมีแต่เหงื่อไปๆ...ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วมาทานข้าวกัน”
“จ้ะยาย”
แพรไหมเดินขึ้นชั้นสองของบ้านเพื่อที่จะไปอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวตามที่ยายของเธอบอกเมื่อหญิงสาวเดินขึ้นมาถึงบนห้องก็ถึงกับปล่อยโฮทันทียิ่งเธอเปิดดูตัวเลขในบัญชียิ่งหวั่นใจไหนจะค่ารักษาของยายเธอสิ้นเดือนนี้อีกถ้าเธอไม่ได้งานทำภายในเดือนนี้เดือนหน้าเธอและยายไม่มีเงินพอใช้แน่ๆ
ยังโชคดีที่พ่อกับแม่เธอทิ้งบ้านหลังเล็กๆนี้ไว้ให้ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนเหมือนกันเธอเคยคิดว่าจะเอาบ้านไปจำนองเพื่อเอาเงินมารักษาอาการของยายเธอแต่เมื่อยายเธอรู้ก็ห้ามเอาไว้ซะก่อนเพราะยายเธอไม่ยอมซ้ำยังบอกว่าถ้าเอาบ้านไปจำนองจะไม่ยอมรักษาอีกต่างหาก
20.00น
“ชาร์ลฉันได้ที่อยู่ของเธอมาแล้วอยู่ในเมลนายรีบไปสืบประวัติเพิ่มเติมของเธอมาด่วนเลยนะ”
“ครับคุณภูผา”
ชาร์ลอ่านอีเมลของเจ้านายหนุ่มของเขาถึงกับอมยิ้มปกติเจ้านายหนุ่มของเขาไม่มีทีท่าว่าจะสนใจประวัติของสาวคนไหนแต่กับเธอคนนี้กลับให้เขาใช้เวลาสืบอยู่นานโดยที่ไม่ยอมลดละความพยายามเขาเองก็ไม่รู้ว่าแม่สาวคนนี้มีอะไรให้เจ้านายของเขาสนใจนักหนาแต่ในเมื่ออยากรู้เขาก็จะสืบให้ตามหน้าที่ในเมื่อได้ที่อยู่มาแล้วคงจะไม่ยากเรื่องการสืบชาร์ลคิดว่าไม่เกินสามวันได้เรื่องแน่นอน
เช้าวันต่อมา
วันนี้แพรไหมตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปเดินหางานอีกตามเคยหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าจะไปหางานที่ไหนแต่ก็ขอออกมาก่อนเพื่อให้คนที่เป็นยายสบายใจ
“ว้ายยย..ช่วยด้วยๆๆช่วยด้วยค่าโจรขโมยกระเป๋าค่า”
เมื่อหญิงสาวเดินมาถึงหน้าร้านสะดวกซื้อเธอก็ได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยเมื่อเห็นว่มีโจรผู้ชายกำลังกระชากกระเป๋าของผู้หญิงวัยกลางคนอยู่เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันทีแบบไม่คิดชีวิต
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ...คุณตำรวจขาทางนี้ค่ะ....โอ้ยยยยย”
แพรไหมรีบวิ่งไปสกัดหน้าผู้ร้ายแล้วแย่งกระเป๋าคืนเมื่อเห็นตำรวจวิ่งมาเธอเลยรีบเรียกให้ตำรวจรีบมาจับผู้ร้ายทำให้ไม่ทันได้มองว่าคนร้ายนั้นมีมีดอยู่เมื่อเธอกระชากกระเป๋าคืนมาได้ทำให้ช่วงจังหวะที่เธอกระชากคืนนั้นทำให้คนร้ายใช้มีดแทงมาที่เธอแต่ยังดีที่เธอเอี้ยวตัวหลบเมื่อเห็นมีดจึงทำให้ปลายมีดตวัดมาบาดที่แขนแบบถากๆแต่แผลก็น่าจะลึกอยู่เหมือนกัน
เมื่อคนร้ายเห็นตำรวจมาเลยรีบหนีแต่ก็หนีไม่รอดเพราะช่วงจังหวะที่แพรไหมล้มเมื่อเห็นว่าโจรจะหนีเลยรีบสกัดขาโจรไว้จนโจรล้มตำรวจเลยรวบตัวไปโรงพักทันที
“เดี๋ยวผมขอเชิญพวกคุณไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยนะครับ”
“ค่ะเดี๋ยวดิฉันจะตามไปนะคะขอพาแม่หนูคนนี้ไปทำแผลก่อนนะคะ”
พิมพาเห็นว่าเลือดที่แขนของเด็กสาวที่ช่วยเธอเมื่อครู่มีเลือดออกมากเลยจะพาเธอไปทำแผลที่คลินิคที่ลูกชายเธอมีหุ้นส่วนอยู่ก่อนแล้วค่อยตามไปที่โรงพักทีหลัง
“เป็นอะไรมากมั้ยหนู...ไปเถอะเดี๋ยวฉันพาไปทำแผล”
“ค่ะ”
“คุณพิมเป็นอะไรมากมั้ยครับ”
สมหมายคนขับรถที่พึ่งไปซื้อกาแฟให้พิมพากลับมาเมื่อเห็นมีเหตุการณ์ชุลมุนก็เอ่ยถามเจ้านายของตนด้วยความเป็นห่วงเขาไปซื้อของแค่แปปเดียวก็เกิดเหตุร้ายกับเจ้านายเฉยเลยเขาคิดว่ากลับไปคงโดนคุณชายตำหนิอีกแน่ที่ดูแลแม่ของเขาไม่ดี
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกเดี๋ยวพาแม่หนูคนนี้ไปทำแผลที่คลินิคก่อน”
“ครับๆ”
สมหมายขับรถไม่ถึงสิบนาทีก็พาทั้งสองมาถึงคลินิคเพราะคลินิคอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลเท่าไรนักจึงมาถึงเร็ว
“อ้าวคุณแม่คะนั่นพาคนเจ็บจากที่ไหนมาคะ”
เพลงพิณเมื่อเห็นคนเป็นแม่เดินประคองหญิงสาวที่มีเลือดออกอยู่จึงแปลกใจว่าแม่ตนนั้นพาหญิงสาวที่บาดเจ็บจากที่ไหนมา
“ก็แม่หนูคนนี้เขาช่วยแม่ไว้จากคนร้ายที่กระชากกระเป๋าเลยได้รับบาดเจ็บนี่หมออัคอยู่หรือป่าว”
พิมพาเห็นว่าเลือดที่แขนของหญิงสาวออกเยอะเลยรีบถามหาอัคนีที่เป็นเพื่อนของลูกชายตนเองและหมอประจำคลินิคที่นี่ทันที
“อยู่ค่ะคุณแม่.....นั่นไงพี่อัคออกมาพอดีค่ะ”
เมื่อเพลงพิณกำลังจะก้าวเดินเข้าไปตามหมออัคนีมาดูคนเจ็บแต่ชายหนุ่มก็เดินออกมาพอดี