ตอน 1

“พี่เพลิงครับ...” พันไมล์ที่นอนข้างๆร่างหนาบนเตียงใหญ่เอ่ยเรียกคนรักที่นอนข้างๆตน

“ครับ ว่าไง?” คนที่โดนเรียกชื่อหันหน้าไปมองร่างบางที่นอนข้างๆ ก่อนจะเอามือลูบกลุ่มผมสีดำเงาสวยอย่างอ่อนโยน

“พี่สัญญากับไมล์นะว่าจะรักไมล์ตลอดไป” พันไมล์ที่ตอนนี้ใบหน้าของเขาซบอยู่บนแผ่นอกแกร่งพูดความในใจออกมา

“อืม...พี่สัญญา” เพลิงฐานินก็โอบกอดร่างบางของพันไมล์เอาไว้ และค่อยๆพรมจูบที่ริมฝีปากบางของเจ้าตัว ไม่นานบทเพลงรักอันหวานหอมก็เริ่มขึ้นอีกครั้งจนเกือบถึงรุ่งสาง ทั้งคู่จึงค่อยๆหลับไปโดยที่ยังโอบกอดกันอย่างรักใคร่

. . .

“พี่เพลิง...” พันไมล์ยืนมองแผ่นหลังของคนที่ตัวเองรักที่ตอนนี้กำลังแต่งตัวด้วยชุดสูทราคาแพงอย่างรีบเร่งหน้าตู้เสื้อผ้า เนื่องจากเจ้าตัวตื่นสายกว่าปกติของทุกวัน

“อะไร?” เพลิงฐานินตอบกลับด้วยน้ำเสียงรำคาญ

“เอ่อ...คือ...” พันไมล์พูดตะกุกตะกักจนเพลิงฐานินเริ่มหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

“มีอะไรก็พูดสิ ชักช้าอยู่ได้ คนยิ่งรีบๆอยู่”

“คือ...วันนี้พี่จะกลับกี่โมง?”

“ไม่รู้ ดึกๆอ่ะ มีไร?” เพลิงฐานินตอบไปส่งๆ แล้วเดินจากหน้าตู้เสื้อผ้าไปยังประตู

“เอ่อ...เปล่าครับ” พันไมล์ตอบกลับไปเสียงเบา

“..........” เพลิงฐานินไม่พูดอะไรต่อ มองไปยังร่างบางของพันไมล์ด้วยสายตารำคาญ บวกกับหงุดหงิดที่ตนตื่นสาย ก่อนจะเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูดังลั่น

ปัง!!!

. . .

“พี่เพลิงจะไปออกไปข้างนอกอีกแล้วเหรอ เดี๋ยวนี้พี่ออกไปเที่ยวกลางคืนทุกวันเลยนะ พอกลับมาถึงก็ดึก หรือบางทีก็ไม่กลับ” พันไมล์เอ่ยถามคนรักของตนที่กำลังจะออกไปข้างนอกอีกแล้ว

“จะอะไรนักหนาว่ะ กูจะออกไปไหนมันก็เรื่องของกู ไม่เกี่ยวกับมึงสักหน่อย!” เพลิงฐานินตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถเพื่อเตรียมตัวจะเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนๆ ที่นัดไว้

“แต่ไมล์เป็นแฟนพี่นะ พี่จะไปไหนมาไหนไม่บอกไมล์บ้างเหรอ ปล่อยให้ไมล์นอนคนเดียวตลอดเลย” พันไมล์ตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ช่วงหลายวันมานี้เพลิงฐานินไม่ค่อยอยู่กับเขาเลย เอาแต่ออกไปเที่ยวจนดึกดื่น หรือแย่สุดก็กลับมาตอนรุ่งสาง

“น่ารำคาญว่ะ ง่วงก็ไปนอนซะไม่ต้องพล่าม!” เพลิงฐานินตะคอกใส่และผลักพันไมล์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าลงไปนอนกับพื้นห้องเย็นๆ แล้วรีบเดินออกจากห้องไป

ปัง!!!

“อึก! ฮือๆ” พันไมล์ที่นอนอยู่กับพื้นน้ำตาไหลริน ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นไปนอนที่เตียงที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นของคนรัก

. . .

“พี่เพลิง...วันนี้ไม่ไปไม่ได้เหรอ?” พันไมล์พูดจาออดอ้อนหวังว่าจะทำให้เพลิงฐานินไม่ออกไปข้างนอกในคืนนี้ แต่ทว่าอีกฝ่ายที่โดนจู้จี้กลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

“โอ๊ย! อะไรหนักหนาว่ะ!!!”

“ก็พี่...” พันไมล์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่กล้าพูดต่อ ก้มหน้ามองพื้นหลบตาอย่างหวั่นใจ

“มึงมันน่ารำคาญแบบนี้ไง กูถึงไม่อยากอยู่ด้วย!” เพลิงฐานินตอบแล้วชี้หน้าพันไมล์ที่อยู่ข้างหน้าด้วยความหงุดหงิดจนน่ารำคาญ

“ไมล์น่ารำคาญมากเลยเหรอ?” พันไมล์น้ำตาเริ่มคลอ ก่อนจะพูดออกมาด้วยความน้อยใจ

“เบื่อกันแล้วเหรอครับ?”

“เออ!!! เพิ่งรู้ตัวรึไงว่ามึงมันน่ารำคาญ แถมยังน่าเบื่อสุดๆ!” เพลิงฐานินตะโกนใส่หน้าของพันไมล์จนสะดุ้งด้วยความตกใจ

“แล้วกูจะบอกไรให้นะไมล์” เพลิงฐานินโยนการ์ดสีขาวสะอาดตาที่ถืออยู่ใส่หน้าของพันไมล์เสียเต็มแรง จนร่างบางรู้สึกเจ็บนิดๆจากการโดนปลายกระดาษบาดแก้ม

“นี่มัน...?” พันไมล์มองการ์ดในมืออย่างอึ้งๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นช้าลงจนแทบจะหยุดหายใจ

“กูกำลังจะแต่งงาน! ที่กูออกไปไหนมาไหนน่ะ กูไปกับคู่หมั้นของกู คนที่ดีกว่ามึงเป็นไหนๆยังไงล่ะ” เพลิงฐานินย่อตัวนั่งลงแล้วค่อยๆจับปลายคางของพันไมล์ให้เชิดหน้าขึ้นมองหน้าตัวเอง เขามองน้ำตาสีใสที่ไหลอาบแก้มนวลอย่างน่าสมเพช ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราวกับว่ารังเกียจอีกฝ่าย

“หึ...มึงคิดว่าคนอย่างมึงจะมีอะไรดีนอกจากหน้าตาและรูปร่างว่ะ คนจนๆแบบมึงน่ะก็เป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่เท่านั้นแหละไมล์!”

“อึก! ฮือๆๆ ไม่จริง”

เมื่อพันไมล์ได้ฟังคำพูดของคนที่ตัวเองรักที่สุดก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่เชื่อในคำพูดพวกนั้น

“มะ...ไม่จริง อึก ไม่จริงใช่ไหม ฮือๆ...พี่เพลิงโกหก นี่มันเรื่อง...อึก...โกหก ฮือๆ”

“เลิกโง่สักทีเถอะ อ่ะ...เอานี่ไป” เพลิงฐานินโยนซองสีน้ำตาลที่มีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในนั้นให้กับพันไมล์ที่นั่งอยู่ ร่างบางเอื้อมไปหยิบซองที่เพลิงฐานินโยนมาให้แล้วค่อยๆเปิดออกดูด้วยมือที่สั่นเทา

“เงิน? หมายความว่าไงพี่เพลิง?”

“ค่าตัวมึงไง และก็เก็บข้าวของของมึงออกไปจากที่นี่ด้วยนะ เพราะกูจะขายห้องนี้ทิ้ง”

พอพูดจบเพลิงฐานินก็ทำท่าหันหลังจะเดินออกไปจากห้อง พันไมล์รีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปคว้ากอดแผ่นหลังของคนรักไว้แน่น

“ฮือๆ ไหนพี่เพลิง...อึก...สัญญาว่าจะรักไมล์ตลอดไปไง ฮือๆ” พันไมล์ร้องให้กอดเพลิงฐานินแน่น เอ่ยทวงคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ก่อนหน้าที่พวกเขายังรักกันอย่างหวานชื่น

“ฮ่าๆๆ นี่มึงเชื่อกับคำพูดบ้าๆบอๆแบบนั้นด้วยเหรอว่ะ? เด็กน้อยเอ๊ย...โดนหลอกแล้วล่ะ หึๆ” เพลิงฐานินแกะมือบางที่กอดเขาไว้ แล้วหันหน้าไปตบหน้าของพันไมล์เบาๆ ก่อยจะผลักออกอย่างแรง จนอีกฝ่ายล้มลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง เขาเดินออกนอกห้องไปโดยไม่สนใจคนที่นอนร้องไห้อย่างน่าสงสาร

หลังจากที่เพลิงฐานินออกไปแล้ว พันไมล์ที่ร้องไห้อย่างหนักอยู่บนพื้นก็เริ่มรู้สึกเหมือนมีอะไรออกมาจากคอ ร่างเล็กรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ โก่งคออ้วกออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“อุ๊บ! อ้วก...อ้วก...แฮ่กๆ” พันไมล์รวบรวมแรงอันน้อยนิดยืนขึ้น เดินไปบ้วนปากที่อ่างล้างหน้าด้วยร่างกายอ่อนเพลีย เขานั่งพักเอาแรงก่อนสักพักก่อนจะเดินไปเก็บข้าวของออกจากห้องไป โดยไม่ลืมที่จะลาห้องอันแสนอบอุ่นที่มีความทรงจำดีๆของเขาและเพลิงฐานิน

“ลาก่อนความทรงจำและความรักของฉัน ลาก่อนพี่เพลิง...” พันไมล์มองห้องด้วยแววตาเศร้าสร้อย หวนนึกถึงความทรงจำของตนและคนรักที่เคยทำด้วยกันในที่แห่งนี้ ก่อนที่จะพาร่างอันบอบช้ำของตัวเองออกไปจากห้องนี้ตลอดกาล...

ปัง!!!

. . .

ตอน 2

4 ปีผ่านไป...

‘กูกำลังจะแต่งงาน! ที่กูออกไปไหนมาไหนน่ะ กูไปกับคู่หมั้นของกู คนที่ดีกว่ามึงเป็นไหนๆ ยังไงล่ะ’ เพลิงฐานินย่อตัวนั่งลงแล้วค่อยๆ จับปลายคางของพันไมล์ให้เชิดหน้าขึ้นมองหน้าตัวเอง เขามองน้ำตาสีใสที่ไหลอาบแก้มนวลอย่างน่าสมเพช ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราวกับว่ารังเกียจอีกฝ่าย

‘หึ...มึงคิดว่าคนอย่างมึงจะมีอะไรดีนอกจากหน้าตาและรูปร่างว่ะ คนจนๆ แบบมึงน่ะก็เป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่เท่านั้นแหละไมล์!’

‘อึก! ฮือๆๆ ไม่จริง’

. . .

เฮือก!!!

พันไมล์สะดุ้งตื่นจากฝันในตอนเช้าเพราะแรงเขย่าของลูกชายตัวน้อยของตน ตื่นมาเห็นแม่ของตัวเองที่นอนหลับข้างๆ พูดเสียงดังคล้ายละเมอด้วยใบหน้าชุ่มเหงื่อให้ตื่นจากฝันร้ายในอดีต

“แฮ่กๆ ทะ...ทิศ!” พันไมล์สะดุ้งตื่นขึ้นมามองลูกชายตัวน้อย ก่อนจะเอาดึงตัวลูกชายของตนมากอดไว้แน่น ราวกับว่ากลัวลูกชายสุดที่รักจะหายไปเหมือนกับคนรักในอดีต

ทิศ หรือ เข็มทิศ เด็กชายวัยสามขวบ ที่เกิดจากพันไมล์และเพลิงฐานิน ซึ่งเขารู้ว่าตัวเองท้องหลังจากเลิกกับเพลิงฐานินได้ไม่กี่วัน ตอนนั้นเขาทั้งตกใจและดีใจมากไปพร้อมๆ กัน

แม้จะเจอเรื่องร้ายๆ แต่มันก็ยังมีเรื่องที่ดีแทรกเข้ามาบ้าง พันไมล์ไม่มีญาติที่ไหนอีก พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปหมดแล้ว เข็มทิศจึงเป็นครอบครัวคนเดียวที่เขามีในตอนนี้

เขาดูแลลูกชายคนเดียวมาโดยตลอด ตัวเขานั้นรักและห่วยใยลูกชายของตนมากที่สุด แถมเข็มทิศยังเปรียบเสมือนสิ่งล้ำค่าที่ฟ้าประทานให้เขาได้ยิ้มและมีความสุขอีกครั้งหลังเจอเรื่องเลวร้ายมา

“มี้ฝันร้าย?” ลูกชายตัวน้อยของพันไมล์เอ่ยถามแม่ของตัวเองด้วยความห่วงใย

พันไมล์ตกใจกลัวกับเหตุการณ์ในฝันเป็นอย่างมาก มันเป็นฝันที่คอยหลอกหลอนยามที่เขาหลับนอนมาตลอด4ปีเต็ม ถึงแม้ว่าเขาอยากจะลืมมันสักเพียงใด แต่เขากลับทำไม่ได้สักที ยังดีที่มีลูกชายตัวน้อยมาช่วยปลุกเขาจากฝันร้ายพวกนั้นทุกครั้งไป

พันไมล์ก้มไปมองใบหน้าเล็กที่ตนเอากอดไว้แน่น เสมือนกับขอบคุณที่ปลุกเขาให้ตื่นจากเหตุการณ์ร้ายในครานั้น

“ครับ มี้ฝันร้าย”

“โอ๋ๆ นะ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวทิศจะไล่ฝันพวกนั้นให้มี้เอง ชิ้วๆ” พันไมล์มองลูกน้อยของตนก็พลันรู้สึกขำกับท่าทีโบกไม้โบกมือของเข็มทิศ ที่พยายามไล่ฝันร้ายให้ออกห่างจากแม่ตัวเอง

“ฮ่าๆๆ พวกมันไปแล้วจริงๆ ด้วย ลูกใครเนี่ย ทำไมเก่งจังเลย?” พันไมล์เอ่ยถามลูกชายของเข าจนได้คำถามที่เขาฟังแล้วรู้สึกชื่นใจขึ้นมาเลยทีเดียว

“ลูกมี้ค้าบ” เด็กน้อยตอบเสียงเจื้อยแจ้วด้วยความมั่นใจ

“ฮ่าๆๆ” ทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข พันไมล์รู้สึกโชคดีมากที่มีเข็มทิศเข้ามาในชีวิต

ร่างบางผละกอดออกจากลูกน้อย แล้วหันไปดูนาฬิกาที่หัวเตียงว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว

“หว้า...หกโมงเช้าแล้วนี่ หิวยังครับคนเก่ง?” ปากว่าพลางหันไปถามลูกน้อยในเวลาต่อมา

“หิวๆ” เด็กน้อยตอบแม่ของตนด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พลางเอามือลูบท้องปอยๆ เพื่อบอกว่าเขาหิวเต็มทนแล้ว

“งั้นทานไรดีครับ?” พันไมล์เอ่ยขึ้นเชิงถาม ในหัวกำลังคิดว่าวันนี้เขาจะทำอะไรให้ลูกกินในเช้านี้ดี

“โจ๊กพี่หมูค้าบ” เด็กน้อยตอบกลับแม่ของเขาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง เลือกเมนูที่เขาโปรดปรานที่สุดและมักให้แม่ของตนทำให้กินในตอนเช้าเกือบทุกวัน

“งั้นเดี๋ยวเราไปอาบน้ำกันก่อนเนอะ” พอตกลงกันว่าในเช้านี้จะกินอะไรกันดี ทั้งสองคนก็รีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายของตัวเอง แล้วลงไปช่วยกันทำอาหารและทานอาหารเช้าพร้อมหน้ากัน

“มาแล้วครับ โจ๊กพี่หมูของน้องเข็มทิศ” พันไมล์ถือถ้วยโจ๊กสองชามเดินมาหาลูกชายของตนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างใจจดใจจ่อ พอผู้เป็นแม่วางชามโจ๊กลงตรงหน้า เด็กชายตัวน้อยเห็นก็ร้องว้าวออกมาด้วยความน่ารับประทาน จนพันไมล์เผลอยิ้มให้กับความน่ารักของเข็มทิศ

“ว้าว~ โจ๊กพี่หมูน่ากินจังเลยค้าบมี้” เด็กน้อยที่เห็นอาหารตรงหน้าก็หันไปยิ้มให้แม่ของตนด้วยท่าทางดี้ด้า

“งั้นก็ทานให้หมดนะครับจะได้โตไวๆ พอกินเสร็จแล้วเราจะได้ไปเปิดร้านกันไง”

ทั้งสองลงมือทานอาหารเช้า เสร็จแล้วก็เก็บทำความสะอาดทั้งจานและโต๊ะกินข้าว ก่อนจะไปเปิดร้านที่อยู่ส่วนหน้าของตัวบ้าน

ร้านที่ว่าของพันไมล์คือร้านดอกไม้ ซึ่งเขาเช่าซื้อตึกสองชั้นแห่งนี้ไว้ตั้งแต่สามปีก่อน ก่อนจะตั้งใจลงทุนเปิดร้านดอกไม้ไว้สำหรับทำมาหากิน

ชั้นบนพันไมล์ใช้เป็นที่พักของเขาและลูกชาย ชั้นล่างจะมีสองส่วน ส่วนหลังจะใช้เป็นห้องครัวและห้องเก็บของ ส่วนหน้าใช้สำหรับเปิดร้านดอกไม้ ซึ่งร้านของเขาเปิดมาสองปีกว่าแล้วหลังจากคลอดเข็มทิศ

ร้านของเขาอยู่ในย่านเมืองหลวง และจะเปิดตอนสิบโมงถึงทุ่มครึ่ง และปิดทุกๆ วันจันทร์ ทุกๆ แปดโมงเช้าจะมีคนนำดอกไม้มาส่งที่หน้าร้าน

กริ๊งๆ!!

เสียงกระดิ่งที่ดังจากการเปิดประตูร้าน ทำให้ร่างบางที่ดูบัญชีของร้านอยู่มองไปทางประตู

“สวัสดีครับคุณไมล์ ผมเอาดอกไม้ที่สั่งมาส่งครับ” คนส่งดอกไม้เอ่ยทักทายพันไมล์ที่เป็นลูกค้าประจำฟาร์มของเขา

“สวัสดีครับพี่แสง วางตรงนี้ได้เลยครับ เดี๋ยวไมล์จัดใส่แปลงเอง” พอเอาดอกไม้ที่ลูกค้าสั่งมาลงจนครบ คนส่งก็ขอกลับทันที พันไมล์เลยเดินมาส่งหน้าร้าน

“นี่ครับเงิน” คนส่งดอกไม้โค้งรับและขึ้นรถไป พันไมล์ก็เดินกลับมาเข้าร้านเพื่อจัดของเตรียมเปิดร้านต่อ

“มี้ค้าบ ทิศช่วย” เด็กน้อยที่เห็นแม่ตัวเองเดินกลับเข้ามาในร้าน ก็รีบวิ่งจากหลังร้านมาหาแม่ของตนเพื่อมาช่วย แต่ดูท่าทางของเจ้าตัวน้อยแล้วเหมือนจะมาป่วนมากกว่า ถึงกระนั้นก็สร้างความสุขให้กับพันไมล์ได้ไม่ยาก

“ครับๆ เบามือด้วยนะครับ เดี๋ยวดอกไม้จะช้ำเอา” พันไมล์เอ่ยเตือนลูกชายตัวเองไปพลางๆ พร้อมกับนำดอกไม้ช่ออื่นๆ ไปจัดเรียงในแปลงดอกไม้ที่ใส่ไว้สำหรับโชว์ขาย

“ครับ” เด็กน้อยตกปากรับคำ และขะมักเขม้นช่วยแม่ของตนจัดร้าน

พันไมล์ลูบหัวเข็มทิศ ลูกน้อยของเขาเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันจัดร้านจนเสร็จทันเวลาเปิด

บรรยากาศภายในร้านก็เป็นดังเช่นทุกวัน เนื่องจากร้านดอกไม้ของพันไมล์อยู่ใจกลางเมืองหลวง เลยมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาสั่งซื้อดอกไม้ของร้านเขาเป็นจำนวนมาก

จนถึงช่วงบ่ายของวัน พันไมล์และลูกน้อยก็ทำการปิดร้านชั่วคราว เพื่อเป็นการพักเบรกทานข้าว

“มี้ค้าบ วันนี้มีไรกินหย่อ?” เด็กน้อยเอ่ยถามผู้เป็นแม่ ก่อนจะขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ตัวประจำของตน โดยมีพันไมล์ค่อยๆ ช่วยเพื่อกันไม่ให้เข็มทิศตกเก้าอี้

“วันนี้มี้ทำข้าวผัดพี่หมูใส่แครอทครับ” พันไมล์พูดกับลูกน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบชามข้าวผัด ที่ตนเองทำเป็นมื้อกลางวันให้กับลูกและตนเอง ก่อนจะนำมันมาวางลงที่โต๊ะอาหาร

“ทานดีๆ นะครับ มันยังร้อนอยู่ อย่าลืมเป่าล่ะ” พันไมล์เอ่ยเตือนลูกน้อย ก่อนจะหันมาทานข้าวผัดในจานของตนเงียบๆ โดยไม่ลืมมองดูลูกชายเป็นระยะๆ

เข็มทิศเป็นเด็กที่ฉลาดและชอบทำอะไรๆ ด้วยตัวเอง เขาไม่ชอบให้ใครช่วย ถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็จะเอ่ยปากบอก อย่างเช่นเรื่องทานข้าว ถ้าเป็นเด็กคนอื่นก็จะงอแงให้พ่อแม่ป้อนให้ แต่เข็มทิศจะต่างออกไป เขาจะชอบทานเองเสียมากกว่าให้คนอื่นคอยป้อน

ในระหว่างที่ทานข้าวกันไปสักพัก เข็มทิศก็พูดขึ้นมาตัดความเงียบ

“มี้ค้าบ...”

“ครับ ว่าไงครับ?” ร่างบางชะงักช้อนในมือลง แล้วหันไปสนใจลูกชายตัวน้อย

“ปะป๋าของน้องทิศอยู่ไหนหย่อ?” เข็มทิศถามด้วยความสงสัย ต่างจากพันไมล์ที่ตกใจกับคำถามของลูกชาย

“ทำไมถึงถามขึ้นมาละครับ หื้มมมม?”

“ก็น้องทิศเห็นในการ์ตูนว่าครอบครัวต้องมีพ่อแม่ลูก แต่ทำไมเราถึงมีกันแค่สองคนละค้าบ ปะป๋าไปไหน?” พอพันไมล์ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมา ที่ไม่สามารถทำให้ปะป๋าของลูกรักอยู่กับพวกเขาได้

“ตอนนี้ปะป๋าไม่ว่างน่ะครับ ต้องทำงานที่อื่นซึ่งไกลมากๆ เขาเลยอยู่กับพวกเราไม่ได้ครับ ตอนนี้น้องทิศอยู่กับหม่ามี้สองคนไปก่อนเนอะ หรือว่าน้องทิศไม่อยากอยู่กับหม่ามี้?” พันไมล์พยายามอธิบายให้ลูกชายฟังเพื่อให้คลายข้อสงสัย ทั้งที่จริงแล้วเขากับเพลิงฐานินนั้นได้เลิกรากันไป ก่อนที่เข็มทิศจะคลอดเสียอีก

“อยากอยู่สิฮะ น้องทิศจะอยู่กับมี้ตลอดไป ไม่ทิ้งไปไหนหรอกฮะ รักมี้นะค้าบ” เข็มทิศตอบคำถามที่พันไมล์ถาม พร้อมกับส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟัน

พันไมล์ที่ได้ยินคำตอบจากปากน้อยๆ ของลูกชายก็ยิ้มตาม คิดในใจถึงแม้ว่าเขาจะต้องลำบากขนาดไหน ก็จะมีลูกชายตัวน้อยๆ ของเขาค่อยอยู่เคียงข้างอยู่เสมอ และเขาก็สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีสิ่งใดที่สามารถพรากรอยยิ้มสดใสนี้ไปจากตนได้โดยเด็ดขาด

. . .

ตอน 3

โรงแรมเพลิงการ์เด้น สาขาใหญ่

ในห้องประชุมชั้นบนสุดของโรงแรมชื่อดังของตึกสูงที่อยู่ใจกลางเมือง มีท่านประธานพร้อมกับคณะผู้บริหาร มาประชุมกันเกี่ยวกับเรื่องการเปิดโครงการโรงแรมสาขาใหม่ที่ภูเก็ตในปีหน้าอย่างเคร่งเครียด

“สถานที่ที่จัดแสดงโครงการที่ภูเก็ตจะจัดขึ้นที่ห้องโถงใหญ่ชั้นสองของโรงแรมเราครับ และ...” ฝ่ายทีมที่รับผิดชอบเรื่องสถานที่บอกรายละเอียดการจัดงานที่จะมีขึ้นในอีกหนึ่งอาทิตย์ที่จะมาถึงกับประธานอย่าง เพลิงฐานิน สุทธิตระกูล และคณะผู้บริหาร เพื่อถามความคิดเห็นในการจัดและบอกความคืบหน้าของงาน

“รายละเอียดก็มีแค่นี้ครับ ท่านประธานว่าไงครับ?”

เพลิงฐานินที่นั่งมองสไลด์ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงพึงพอใจในรายละเอียดงาน

“อืม... ตามนั้นแหละ จัดการให้เรียบร้อยด้วย อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด จบการประชุมเพียงเท่านี้” เพลิงฐานินตอบกลับพนักงานด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม ก่อนจะกลับปิดการประชุมและลุกขึ้นจัดสูทราคาแพงของตนให้เข้าที่ แล้วเดินออกไปจากห้องประชุม

“ขอบคุณครับท่านประธาน” ทุกคนโค้งคำนับ ก่อนจะทยอยออกจากห้องประชุมตามท่านประธานไป เพื่อกลับไปทำงานที่ค้างกันต่อ

“แม็กซ์...” ระหว่างที่เดินกลับห้องทำงาน เพลิงฐานินได้หันมาเรียกเลขาของตนเองและสั่งอะไรเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ

“บอกกันยาว่าเตรียมอะไรเย็นๆให้ฉันดื่มที”

“ครับท่านประธาน” เมธาวินเอ่ยคำตอบรับของเจ้านายและเดินตามหลังไปติดๆ แต่ก่อนที่เพลิงฐานินจะเข้าห้องทำงานก็หันมาพูดกับเมธาวิน

“แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าท่านประธานเสียที ให้เรียกว่าเพลิงไง”

“แต่...”

“ไม่มีแต่” พอเพลิงฐานินเห็นเมธาวินจะขัดก็รีบพูดขึ้นมาดักเสียก่อน

“ครับๆ คุณเพลิง” แม็กซ์ หรือ เมธาวิน เลขาส่วนตัวที่มีสถานะเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนของเพลิงฐานินตอบรับและต่อสายไปหาผู้ช่วยเลขาที่ชื่อกันยาให้เตรียมเครื่องดื่มตามที่เพลิงฐานินสั่ง

หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายไปทำงานที่โต๊ะทำงานของตน เพลิงฐานินถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะพึมพำออกมา

“เฮ้อ...เหนื่อยเป็นบ้า” เพลิงฐานินนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตนแล้วเอามือขึ้นมาคลายเนคไทของตนเล็กน้อย สักพักผู้ช่วยเลขาก็มาเคาะประตูห้องทำงานเพื่อนำสิ่งที่เขาสั่งมาให้

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

“ขออนุญาตค่ะท่าน”

“นี่ค่ะ น้ำมะนาวเย็นๆ ชื่นใจค่ะ ส่วนนี่แฟ้มเอกสารจากฝ่ายการเงินค่ะ”

“อืม ขอบใจมาก” กันยาโค้งเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากห้อง พอดีกับเม็กที่สวนเข้ามา

“คุณเพลิงครับ ตอนเที่ยงคุณมีนัดทานอาหารกับคุณบดินท์และลูกสาวครับ”

“อืม” เมธาวินโค้งเล็กน้อยและขอตัวไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ โดยไม่ลืมบอกผู้ช่วยเลขาให้เตรียมช่อดอกไม้เพื่อให้ลูกสาวของหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท

“คุณกันยา”

“คะ?”

“โทรสั่งดอกไม้ด้วยนะ ให้มาส่งก่อนเที่ยง”

“รับทราบค่ะ” กันยารับคำสั่งจากเมธาวิน ก่อนจะทำการโทรหาร้านดอกไม้ที่เธอมักจะใช้บริการร้านนี้อยู่บ่อยๆ

ทางด้านของเพลิงฐานิน เขายกแก้วขึ้นดื่มน้ำมะนาวจนเกือบหมด และหันกลับมาให้ความสนใจแก่แฟ้มงานจนเกือบเที่ยง เมธาวินที่คิดว่าใกล้ถึงเวลานัดเจอหุ้นส่วนจึงเข้าไปรายงานให้เจ้าตัวได้รู้

“คุณเพลิงครับ...ถึงเวลานัดแล้วครับ” เมธาวินบอกเพื่อนที่มีตำแหน่งเป็นเจ้านายของตัวเองด้วยท่าทีนอบน้อม เวลางานเขาจะประพฤติตัวแบบนี้เสมอ ซึ่งเพลิงฐานินก็ชินเสียแล้ว แม้จะบอกบ่อยๆว่าให้เขาทำตัวตามสบายกับตน

“อืม เข้าใจแล้ว” เพลิงฐานินลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและเดินออกจากห้องทำงานไปห้องอาหารของโรงแรมชั้นล่าง โดยที่เมธาวินเดินเลี่ยงออกไป เพื่อไปเอาช่อดอกไม้จากผู้ช่วย

. . .

ณ.ห้องอาหารของโรงแรมเพลิงการ์เด้น

ทั้งสองมาถึงผู้จัดการฝ่ายห้องอาหารก็มารอต้อนรับและพาไปนั่งที่โต๊ะที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ทันที

“เชิญครับท่านประธาน” ผู้จัดการเลื่อนเก้าอี้ให้กับเพลิงฐานิน

“ขอบใจ ไปทำงานเถอะ”

“ครับ” ผู้จัดการตอบรับ และไปดูแลลูกค้าท่านอื่นต่อ

รอไม่นานคุณบดินทร์และลูกสาวหุ้นส่วนก็มาถึง เพลิงฐานินรีบลุกขึ้นและกล่าวทักทายทั้งสอง

“สวัสดีครับ คุณบดินทร์”

“สวัสดีเพลิงฐานิน นี่ดารินทร์ลูกสาวฉัน” บดินทร์แนะนำลูกสาวของตนให้เพลิงฐานินได้รู้จัก แล้วหันไปบอกลูกสาวให้ทักทายเพลิงฐานินบ้าง

“ยัยดาไหว้พี่เขาสิลูก”

“ค่ะพ่อ สวัสดีค่ะ ฉันดารินทร์นะคะ เรียกสั้นๆว่าดาก็ได้ค่ะ” ดารินทร์ตอบรับพ่อของเธอ แล้วหันไปทักทายเพลิงฐานิน

“สวัสดีครับคุณดา ผมเพลิงฐานิน เรียกเพลิงก็ได้ครับ” เพลิงฐานินหันไปรับช่อดอกไม้จากเมธาวินแล้วยืนให้กับดารินทร์

“นี่ครับดอกไม้สำหรับคุณดา ถือเป็นของขวัญสำหรับการเจอกันครั้งแรกนะครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณเพลิง” เธอเอ่ยขอบคุณและยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้า เช่นเดียวกันกับเพลิงฐานินที่ยิ้มตอบกลับเล็กน้อย และหันไปเชิญให้บดินทร์นั่งแทน

“เชิญนั่งดีกว่าครับ”

ทุกคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ยกเว้นแต่เมธาวินที่ยืนข้างหลังของเจ้านายตัวเอง เพลิงฐานินเลยบอกให้มานั่งด้วยกัน แต่พอเมธาวินทำท่าปฏิเสธก็โดนสายตาดุของเพลิงฐานิน ก่อนจะจำใจนั่งข้างๆ พอทุกคนนั่งที่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มสั่งอาหารกัน สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ ก่อนที่เพลิงฐานินจะเริ่มบทสนทนาขึ้นมา

“คุณบดินทร์ครับ ถ้าไม่รังเกียจขอเชิญมางานเปิดตัวโครงการใหม่ของเราด้วยนะครับ” เขาหันไปขอบัตรเชิญร่วมงานจากเมธาวินแล้วยื่นให้ชายสูงวัยคนเดียวในโต๊ะ

“นี่ครับบัตรเชิญ” บดินทร์รับบัตรเชิญก่อนจะพูดขำๆออกมา

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ รังกงรังเกียจอะไร ฮ่าๆๆ ถึงฉันจะไม่ได้เป็นหุ้นส่วนในโครงการนั้นแต่ฉันก็อยากจะเห็นโครงการใหม่เหมือนกันนะ”

“ครับ”

“งานจัดวันไหนล่ะ?”

“อีกหนึ่งอาทิตย์ที่จะถึงครับ”

“งั้นเหรอ วันนั้นฉันไม่ว่างด้วยสิ งั้นฉันให้ยัยดาไปแทนแล้วกันนะ ไม่มีปัญหาใช่ไหมเพลิงฐานิน?” พูดและก็หันไปมองลูกสาว

“ไม่ครับ”

“งั้นฉันฝากยัยดาด้วยนะ”

“ครับคุณบดินทร์” เพลิงฐานินตอบรับชายสูงวัยตามมารยาท ส่วนดารินทร์ เจ้าหล่อนแอบยิ้มเขิน ดีใจที่เพลิงฐานินจะคอยดูแลเธอในงานวันนั้น

ทั้งที่ลึกๆแล้วเพลิงฐานินเบื่อกับท่าทีที่ดีใจจนออกนอกหน้าของหล่อนเป็นอย่างมาก

พอทุกคนทานเสร็จ บดินทร์กับเพลิงฐานินก็พูดคุยเกี่ยวกับโรงแรมที่บดินทร์เป็นหุ้นส่วนเล็กน้อยก่อนที่จะกลับ แต่ก่อนจะกลับเพลิงฐานินอาสาไปส่งที่รถหน้าโรงแรมด้วยตัวเอง

“เดินทางปลอดภัยนะครับ”

“ขอบใจนะเพลิงฐานิน” บดินทร์ก็ขึ้นรถไป

“ไปก่อนนะคะคุณเพลิง”

“ครับ” เพลิงฐานินตอบรับ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะขึ้นรถตามพ่อของเธอไป

รถของบดินทร์และลูกสาวเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เพลิงฐานินก็กลับเข้าไปในตัวโรงแรมและขึ้นห้องทำงานเช่นเดิม

. . .

ก่อนวันงานเปิดตัวโครงการหนึ่งวัน เพลิงฐานินมาตรวจเช็กความเรียบร้อยก่อนวันงานในพรุ่งนี้ โดยมีเมธาวินที่เป็นเลขาส่วนตัวและกันยาผู้ช่วยเลขาของเขาตามมาด้วย

เขาเช็คดูความพร้อมทุกอย่างว่าไม่เกิดปัญหาอะไรด้วยตาตัวเอง แต่แล้วใครจะรู้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจนได้ ร้านดอกไม้ที่จะเอามาตกแต่งภายในงานกลับไม่ยอมมาส่งตามที่ตกลงกันเอาไว้ จึงทำให้ฝ่ายที่รับผิดชอบวิ่งวุ่นกันหาร้านที่จะเอาดอกไม้มาส่งให้ทันภายในวันนี้ พอเพลิงฐานินเห็นความผิดปกติเลยให้กันยาไปตามหัวหน้าฝ่ายที่รับผิดชอบมาหา

“พี่พลอยค่ะ ท่านประธานถามหาค่ะ”

. . .

“สวัสดีค่ะท่านประธาน ไม่ทราบว่ามีอะไรเหรอคะ?”

“เกิดอะไรขึ้นถึงได้วุ่นวายกันเชียว?”

“เอ่อ...ร้านที่สั่งดอกไม้ไว้สำหรับตกแต่งงานไม่ยอมมาส่งน่ะสิคะ เราเลยวิ่งวุ่นกันหาร้านที่จะมาส่งให้ทันวันนี้นะคะ แต่มันก็ไม่มีเลย” พอได้ยินแบบนั้นเพลิงฐานินก็เลยตำหนิที่ทำงานผิดพลาด

“ทำไม ไม่รอบคอบห๊ะ!!”

“ขอโทษจริงๆค่ะท่าน ทีมเราไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เดี๋ยวทีมเราจะรีบหาร้านมาส่งให้ทันค่ะ” ฝ่ายที่รับผิดชอบในการจัดงานรีบก้มหัวขอโทษเพลิงฐานินกันยกใหญ่

“งานมันเริ่มพรุ่งนี้นะ รีบหามา!!”

“ขอโทษค่ะท่านประธาน พอดีดิฉันรู้จักร้านดอกไม้ร้านหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม น่าจะมีดอกไม้เหลือพอที่จะตกแต่งได้นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะโทรไปถามดูค่ะ” ดั่งสวรรค์ทรงโปรดที่กันยาพูดแทรกขึ้นมาว่าเธอรู้จักร้านดอกไม้ร้านหนึ่งที่ขายส่งดอกไม้ เธอเลยอาสาเป็นคนโทรไปหาทางร้านให้

กริ๊งๆ กริ๊งๆ

‘ร้านดอกไม้พันไมล์สวัสดีครับ’

“คุณไมล์คะ ฉันกันยาเองนะคะ จากโรงแรมเพลิงการ์เด้นค่ะ ไม่ทราบว่าที่ร้านขายดอกไม้หมดหรือยังค่ะ?”

‘อืม ยังมีนะครับ วันนี้ลูกค้าน้อยเลยมีดอกไม้เยอะพอสมควรเลยนะครับ’

“ดีเลยค่ะ ทางเราขอเหมาทั้งร้านเลยนะคะ”

‘ครับ? จริงเหรอครับ งั้นอีกไม่เกินชั่วโมงจะเอาไปส่งให้นะครับ’

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

ติ๊ด!!!

พอกันยาวางสายก็รีบไปอจ้งเพลิงฐานินเจ้านายของตนทันที

“ท่านประธานค่ะ ได้ดอกไม้แล้วนะคะ ร้านจะมาส่งให้ไม่เกินชั่วโมงค่ะ”

“งั้นเหรอ ดีมาก” เพลิงฐานินตอบกลับกันยา ก่อนที่จะหันไปพูดกับหัวหน้าฝ่ายที่รับผิดชอบ

“ที่หลังอย่าให้เกิดปัญหาแบบนี้อีกละ”

“ค่ะ ท่านประธาน”

“อีกครึ่งชั่วโมงผมจะกลับมาดูอีกทีละกัน” พูดจบเพลิงฐานินก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องทำงานของตน

. . .

ทางด้านพันไมล์ หลังจากวางสายจากลูกค้าประจำก็เดินไปหน้าร้านเพื่อปิดร้าน เพราะวันนี้มีคนมาเหมาดอกไม้ร้านเขาหมดแล้ว

“ดีจัง วันนี้มีคนเหมาหมดเลย” พันไมล์ดีใจที่ได้ปิดร้านเร็วเลยคิดว่าจะพาเข็มทิศ เจ้าลูกชายของเขาไปเที่ยวห้างสักหน่อย

“น้องทิศครับ...”

“ครับมี้?” เข็มทิศที่เห็นว่าหม่ามี้ของตนเราเรียกเลยเดินเข้ามาหา

“วันนี้มีคนมาเหมาดอกไม้ที่ร้านเราหมดเลยนะ พอไปส่งดอกไม้เสร็จแล้วเราไปเดินห้างกันดีไหมครับ?”

“เย้ๆ น้องทิศอยากกินไอติม”

“ครับๆ งั้นเดี๋ยวน้องทิศไปเตรียมกระเป๋าเป้บนห้องนะครับ มี้จะได้ห่อดอกไม้เอาขึ้นรถไปส่งลูกค้า”

“ค้าบมี้”

หลังจากนั้นพันไมล์ก็รีบห่อดอกไม้และนำขึ้นรถจนเสร็จ ก่อนจะจูงมือเข็มทิศที่มารอขึ้นรถและขับออกไป

พอมาถึงพันไมล์ก็จูงมือลูกชายไปทางจุดประชาสัมพันธ์ของโรงแรม

“ขอโทษครับ ผมมาส่งดอกไม้ที่คุณกันยาสั่งไว้ครับ”

“อ้อ สักครู่นะคะ” พนักงานต้อนรับตอบรับพันไมล์และต่อสายไปหากันยา สักพักก็วางสายไป

“เดี๋ยวดิฉันจะไปเรียกพนักงานให้ไปขนดอกไม้ที่มาส่งนะคะ” พนักงานต้อนรับตอบก่อนจะเดินไปตามคนมาช่วย สักพักก็กลับมาพร้อมพนักงานชายสามสี่คน ก่อนจะให้ตามไปที่รถเพื่อขนดอกไม้

“นำทางไปเลยครับ”

“ทางนี้ครับ” ร่างบางของพันไมล์เดินนำไปที่รถของเขา พอถึงพนักงานก็จัดการยกดอกไม้ใส่รถเข็นที่นำมาก่อนจะเดินนำหน้าพันไมล์ไปที่ห้องจัดงาน

พอถึงห้องจัดงานหัวหน้าที่รับผิดชอบก็เดินมาหาร่างบางเพื่อจ่ายค่าดอกไม้

“คุณไมล์จากร้านดอกไม้ใช่ไหมคะ?”

“ใช่ครับ”

“ฉันพลอยค่ะ ถ้าไม่ได้คุณไมล์เราคงแย่แน่ๆเลย ฮ่าๆๆ”

“ครับ เช็คดอกไม้ก่อนไหมครับ เผื่อมีปัญหา”

“อ้อ ได้ค่ะ” พลอยตรวจดูสักพักและก็กลับมาพูดกับพันไมล์ต่อ

“ไม่มีปัญหาค่ะ แล้วดอกไม้พวกนี้ทั้งหมดเท่าไรคะ?”

“ทั้งหมด12000บาทครับ”

“ถูกกว่าที่คิดอีกนะคะ” เธอพูดยิ้มๆ แล้วหันไปสั่งลูกน้องของเธอ

“เกตุ ไปบอกฝ่ายบัญชีว่าขอเบิกเงินค่าดอกไม้หน่อย นี่ใบเสร็จ” เธอยื่นใบเสร็จให้ลูกน้อง แล้วลูกน้องก็รีบจ้ำอ้าวออกไป

“อ้าว...นั้นลูกเหรอคะ” พลอยมองมาที่เข็มทิศที่ถือกระต่ายตัวน้อยขนฟูไว้ในอ้อมแขน

“ใช่ครับ ลูกชายผมเอง ชื่อน้องเข็มทิศ”

“ผู้ชายเหรอคะ ดูแบบนี้นึกว่าเป็นเด็กผู้หญิงซะอีก”

“ฮ่าๆๆ น้องทิศเป็นเด็กหน้าหวานน่ะครับ คนทักแบบนี้หลายคนแล้ว เอ่อ...คือห้องน้ำอยู่ไหนเหรอครับ ผมจะขอเข้าหน่อย”

“ห้องน้ำเหรอคะ เดินออกไปเลี้ยวซ้ายจนสุดทางค่ะ งั้นเดี๋ยวพลอยดูน้องทิศให้นะคะ”

“ขอบคุณครับ รบกวนด้วยนะครับ” แล้วหันไปพูดกับเข็มทิศ

“น้องทิศครับ อยู่กับคุณน้าก่อนนะครับ มี้ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”

“คร้าบ”

“ฝากด้วยนะครับ” พันไมล์หันไปพูดกับพลอยก่อนที่เดินออกไป

“พี่พลอยค่ะ นี่เงินค่าดอกไม้ค่ะ และก็ช่วยไปดูทางนั้นหน่อยค่ะ” พลอยหันไปตามเสียงเรียกและหันกลับมาหาเข็มทิศที่ยืนอยู่

“น้องทิศครับ รอน้าอยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวน้ามา”

“ค้าบ” เข็มทิศรับคำ แต่ด้วยความซนจามวัยจึงวิ่งเล่นจนชนใครบางคนเข้า

.

พันไมล์ที่กลับจากห้องน้ำ แต่กลับไม่เห็นลูกชายของตน ซึ่งขณะนั้นเองคนที่ตัวเองฝากลูกไว้ก็เดินมาพอดี

“คุณพลอยครับ น้องทิศล่ะครับ?”

“น้องทิศก็อยู่นี่ไง เอ๊ะ!! หายไปไหนแล้วล่ะ?”

“สงสัยจะไปเล่นซนแถวนี้แน่เลย”

“งั้นเดี๋ยวพลอยช่วยหาก็แล้วกันนะคะ น้องทิศคงไม่ไปไกลหรอก คงอยู่ในห้องโถงนี่แหละค่ะ” และทั้งสองก็แยกกันหาเข็มทิศ

. . .

กลับมาหางด้านเพลิงฐานิน พอครบเวลาเขาก็ลงไปตรวจงานอีกครั้ง พอถึงที่จัดงานก็เจอฝ่ายที่รับผิดชอบเลยถามความคืบหน้าทันที

“เป็นไงบ้าง ดอกไม้มาส่งรึยัง?”

“เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เองค่ะ ดิฉันให้พนักงานของเราไปขนขึ้นมาแล้วค่ะ”

“อืม” พอได้คำตอบเขาก็เดินไปตรวจทางอื่นแทน

เพลิงฐานินเดินตรวจความเรียบร้อยไปเรื่อยๆจนมาถึงหน้าเวที และก็มีอะไรบางอย่างมาชนเขาเข้าเต็มๆ พอก้มดูก็เจอก้อนเนื้อตัวเล็กที่ล้มอยู่

“นี่มันอันตรายรู้ไหม มาวิ่งเล่นในนี้ได้ยังไง ถ้าทำข้าวของเสียหายจะทำไงหื้ม?” เพลิงฐานินถามออกไป ก่อนที่จะลงไปนั่งยองๆตรงหน้าเด็กน้อยที่เขาคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง ก่อนจะจับให้เจ้าก้อนยืนขึ้น

“ว่าไงล่ะ?”

“อึกๆ” เข็มทิศที่คิดว่าตัวเองจะโดนดุก็ทำท่าจะร้องไห้ เพลิงฐานินที่เห็นว่าทีท่าไม่ดีเลยพูดขึ้น

“เอ้าๆ จะร้องสะงั้นสาวน้อย เฮ้อ...ฉันไม่ได้จะดุสักหน่อย”

“อึกๆ ขอโทษค้าบ” แต่กลับได้คำตอบที่ทำให้เขาอึ้งกลับคำลงท้าย

“อ้าว...เด็กผู้ชายหรอกเหรอ แล้วชื่อไรครับหื้ม?”

“เข็มทิศครับ”

“อ้อ” เพลิงฐานินสังเกตเห็นตุ๊กตาจึงหยิบขึ้นมาแล้วส่งให้เจ้าก้อน

“นี่...ตุ๊กตาตัวนี้ของหนูเหรอ?”

“ค้าบ”

“น่ารักจริงๆเลยนะ แล้วนี่พ่อแม่ไปไหนครับ ถึงได้ปล่อยมาอยู่คนเดียวแบบนี้?” เขาว่าพลางลูบหัวเด็กชายเบาๆอย่างเอ็นดู เหมือนกับว่าอบอุ่นใจขึ้นมาแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก

“มี้ไปห้องน้ำ”

“งั้นเดี๋ยวฉันพาไปรอแม่ของหนูที่ทางออกห้องโถงนี้ก็แล้วกันเนอะ”

ร่างสูงก็อุ้มเข็มทิศขึ้นมาแล้วเดินไปยังทางออกห้องโถง แต่แล้วฝ่ายที่รับผิดชอบที่ชื่อพลอยก็มาเห็นเข็มทิศที่ถูกเพลิงฐานินอุ้มอยู่ เลยโล่งอกที่เจอเข็มทิศและรีบเดินไปหาทั้งสอง

“น้องทิศครับ อยู่นี่เอง รู้ไหมว่าคุณแม่เขาเป็นห่วง?”

“โทษค้าบ” เข็มทิศตอบกลับพลอยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ก่อนที่เธอจะหันไปขอโทษท่านประธานที่ปล่อยให้เด็กเข้ามาเดินวุ่นวาย

“ขออภัยค่ะท่านประธาน ที่ปล่อยให้น้องเดินไปมาในนี้ งั้นดิฉันขอพาน้องไปหาคุณแม่ของเขาก่อนนะคะ”

“อืม” แล้วร่างสูงก็ส่งเด็กชายให้กับพนักงานของตน พร้อมกับบอกลาเจ้าก้อน

“บ๊ายบายนะเจ้าหนู” แล้วร่างสูงก็ลูบหัวอย่างทะนุถนอม

“บ้ะบายค้าบ” เข็มทิศก็โบกมือลาเพลิงฐานิน แล้วเดินตามหัวหน้าฝ่ายจัดงานออกไป

ในขณะที่เข็มทิศเดินจากไป ความรู้สึกหวิวๆที่หัวใจก็เกิดขึ้นมา ร่างสูงคอยมองตามหลังเล็กๆของเจ้าก้อนจนกระทั่งเข็มทิศเจอแม่ของเขา

“มี้ค้าบ...”

เข็มทิศเรียกพันไมล์เสียงดังแล้ววิ่งเข้าไปหา เพลิงฐานินที่ยืนมองอยู่เห็นหน้าแม่ของเจ้าก้อนก็ถึงกับอึ้งในสิ่งที่เห็น เพราะแม่ของเข็มทิศเป็นผู้ชาย และพอมองดีๆแม่ของเข็มทิศดันเหมือนคนรักเก่าซึ่งเขาจำใบหน้านั้นได้ดี ใบหน้าของคนนั้นที่เขาเลิกราไปเมื่อสี่ปีก่อน!!

“ไมล์งั้นเหรอ?!!!”

. . .

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED