ตอน 2

เธอว่าพร้อมกับส่งจูบให้เขา ก่อนจะหัวเราะคิกคักเมื่อเพลิงทำตาปรอยใส่เธอ บริกรมาขัดจังหวะสองหนุ่มสาวเสียก่อน โดยการเริ่มมาเสิร์ฟอาหาร ญาตาวีถึงกับย่นคิ้วเมื่อเห็นถาดสีเงินที่มีฝาครอบปิดสนิทไว้ ตรงหน้าเธอ เธอยักไหล่ก่อนจะมองบริกร เขายิ้มให้พลางโค้งและเดินจากไป หญิงสาวจึงหันมาถามชายหนุ่มแทน

“อะไรคะนี่ สั่งอะไรมาให้เวียร์เอ่ยที่รัก เซอร์ไพรส์เมนูพิเศษเหรอคะ”

เพลิงยิ้มก่อนจะพยักหน้าตอบเธอ หัวใจเขาเริ่มเต้นรัวเร็ว มือเขาเอื้อมสัมผัสกล่องกำมะหยี่ที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อ

“อุ๊ย!”

ญาตาวีใช้มือปิดปากอย่างตกใจ เมื่อสิ่งที่เห็นในถาดเงินไม่ใช่อาหารจานพิเศษ หากแต่เป็นดอกแคทลียาสีม่วง และมีการ์ดสีหวานเสียบแนบมีข้อความว่า Will you marry me?

“เวียร์”

เสียงห้าวทุ้ม พร้อมกับมือใหญ่ที่มีกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ เพลิงลุกจากที่นั่งของเขาแล้วตอนนี้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีขาวสมาร์ทคุกเข่าตรงหน้าเธอ นี่เป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่แล้วของเขา ความโสดของเขาที่เขาหวงมาตลอดอายุ 33 ปี เขายินยอมจะมอบให้แก่เธอเพียงคนเดียว เพลงในร้านอาหารตอนนี้ เป็นเพลง This I promise you ของ N’ sync ญาตาวีมองเขาพลางเบิกตากว้าง

“ผมรักคุณมากนะครับ ผมอยากจะขอสัญญาว่า ผมจะรักคุณในทุกๆ วันและผมจะเป็นคนรัก เป็นเพื่อน เป็นพี่ชายที่ดีของคุณตลอดไป แต่งงานกับผมนะ”

“เพลิง นี่ อะไรกันคะ”

ญาตาวีมองเขาอย่างตกตะลึงยังไม่หาย เพลิงจับมือเธอมาจูบเบาๆ และดึงแหวนออกจากกล่อง จับมือของเธอเตรียมจะสวมแหวนให้ หากแต่เธอชักมือหนี ทำเอาเขาย่นคิ้ว มองเธออย่างสงสัย ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เธอตอบสนองเขากับการที่เขาขอแต่งงานกับเธอ

“แต่งงานกับผมนะที่รัก ผมรักคุณ เวียร์”

“ไม่ได้หรอกค่ะ”

ญาตาวีตอบอย่างนิ่มนวล เธอชักมือหนีมือเขา ขณะที่เพลิงมองเธอราวกับถูกผีหลอก หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น เมื่อริมฝีปากอิ่มสวย เอื้อนเอ่ยประโยคต่อไป

“เวียร์แต่งงานกับคุณไม่ได้หรอกนะคะเพลิง เพราะเวียร์จะต้องแต่งงานกับคนอื่น ซึ่งไม่ใช่คุณ!”

………………………………………………………………………………………………………………………

บ้านทรงยุโรปปนไทยประยุกต์ขนาดใหญ่ ทาสีเขียวอ่อนที่อยู่ซ่อนในดงแมกไม้ บริเวณบ้านค่อนข้างกว้างขวาง เพราะเป็นบ้านที่สร้างมาแต่เดิม ไม่ใช่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่ในยุคที่ที่ดินแพงยิ่งกว่าทองอย่างยุคนี้ จึงมีอาณาบริเวณไว้ปลูกพันธุ์ไม้และจัดสวนค่อนข้างกว้าง ตามแต่ใจเจ้าของบ้านที่ชอบความร่มรื่นและสงบสุข แม้จะอยู่ในเขตเมืองหลวง หากแต่ก็ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองนัก บ้านหลังนี้จึงอยู่อย่างสงบสมใจของเจ้าของบ้าน

หญิงชราที่กำลังนั่งเอนหลังอยู่ในสวนอันร่มรื่นบนเก้าอี้หวาย ใต้ต้นสารภีที่กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ แดดยามบ่ายลับลอดทิวไม้ไปแล้ว นางกำลังสนใจหนังสือในมือ พลางพลิกดูไปเรื่อยๆ มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับตำหรับอาหารโบราณ

“จะทำอะไรกินดีนะเย็นนี้ ลองทำหลนเต้าเจี้ยวดูดีไหมนะ”

นางบ่นพึมพำเบาๆ และพลิกไปหน้าต่อไป ใจคอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวนัก เพราะนางมีเรื่องกังวลอยู่ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นยิ่งเครียดไปกันใหญ่ เมื่อเผลอมานึกถึงตรงนี้

“คุณท่านคะ น้ำตะไคร้เย็นๆ ค่ะแล้วเย็นนี้จะให้เตรียมทำกับข้าวอะไรดีคะ”

สาวรับใช้ยกน้ำสมุนไพรมาเสิร์ฟ นางเอ่ยขอบคุณพลางส่ายหน้าช้าๆ พลางถอนใจเฮือก

“คิดไม่ออกเลย แม่มะลิ ฉันถึงต้องมานั่งพลิกตำราดูหาทำกับข้าวเอานี่ไง เบื่อยังไงพิกล ทำไปก็ไม่มีคนกิน แม่น้องก็ไปเข้าค่ายอาสา วันเสาร์ถึงกลับ อีกคนก็ เฮ้อ...”

มะลิยิ้มแหยๆ เมื่อได้ยินนายจ้างบ่นถึงผู้เป็นนายอีกคนในบ้าน มะลิมาอยู่ที่นี่นานหลายปีแล้ว และคุณท่านเจ้าของบ้านก็เป็นหญิงชราที่แม้จะปากร้าย เจ้าระเบียบไปบ้าง หากแต่ก็เป็นคนใจดี ท่านเอ็นดูเธอมิใช่น้อย ทำให้มะลิผูกพันและสงสารท่านเกี่ยวกับเรื่องของหลานชายยิ่งนัก เรื่องที่นายท่านของเธอกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ตอนนี้

“เดี๋ยวคุณเพลิงก็คงจะกลับมาเองแหละค่ะ คุณท่าน”

“หวังว่ามันคงจะกลับมาก็แล้วกัน ไอ้หลานบ้านี่ โทรศัพท์ก็ไม่รับ งานการก็ไม่ไปทำ ตาวิชญ์ก็ยังไงนะ พี่ไม่ไปทำงานก็ไม่มาบอกย่า น่าตีจริงๆ”

นางบ่นพึมพำ มะลิเองนั่งรับฟังเงียบๆ เพราะรู้ว่าคุณท่านได้บ่นได้ระบายบ้าง ก็จะอารมณ์ดีขึ้น

เสียงรถยนต์คุ้นหูแล่นเข้ามาในบ้าน ทำให้หญิงชราถึงกับลุกขึ้นจากเก้าอี้หวายทันที นางเดินก้าวยาวๆ ไปที่หน้าบ้าน และเมื่อเห็นหลานชายที่ไม่ได้เข้าบ้านเกือบอาทิตย์แล้ว เดินเข้ามา สภาพของเขาทำเอานางถึงกับยกมือทาบอกอย่างตกใจ

“ตายแล้ว! เจ้าเพลิง ไปทำอะไรมาหลานฉัน ทำไมเป็นแบบนี้”

‘แบบนี้’ ของนาง ก็คือเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย หนวดเคราที่ไม่ได้โกน แถมยังเหม็นเหล้าหึ่ง จนมะลิที่ตามมาห่างๆ ยังต้องยกมืออุดจมูก

“ผมขอนอนก่อนนะครับคุณย่าหญิง”

เพลิงตอบสั้นๆ เขาเดินเอื่อยๆ ขึ้นไปผ่านผู้เป็นย่าอย่างตอบแค่นั้น ทำเอาหญิงชรามองตามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะวิ่งไปดึงแขนหลานชายอีกรอบ

“เป็นอะไรไปน่ะเรา แบบนี้ ต้องเป็นอะไรไปแน่ๆ หายไปหลายวันนี่ เรื่องของแม่วิง แม่เวียนอะไรนั่นหรือเปล่า ย่าตามข่าวสังคมอยู่นะ เห็นว่าแม่ของเค้าจะจับหมั้นหมายกับหม่อมราชวงศ์”

“...”

เพลิงไม่ตอบ หากแต่เม้มริมฝีปาก เขาฝืนยิ้มให้ท่าน และปลดมือของท่านออกอย่างละม่อม คำพูดของคุณย่าหญิงราวกับจะกระทืบหัวใจเขา ที่มันแตกร้าวให้มันยิ่งแตกพังไปกันใหญ่ ชายหนุ่มเดินก้าวยาวๆ ขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ทันที ทิ้งให้ย่าหญิงมองตาม แล้วส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะพึมพำว่า

“บอกแล้วไม่ฟัง ว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กหัวนอกแบบแม่นั่น เฮ้อ...เค้าก็ล่ำลือกันทั้งวงสังคมว่าแม่นี่เจ้าชู้นักหนา ตาเพลิงนะตาเพลิง แล้วเป็นยังไงล่ะ กรรมเวร แทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนแล้วหลานฉัน”

“สำรับข้าวเย็นนี้ คุณท่านจะให้เตรียมจัดอะไรคะ คุณเพลิงกลับมาแล้วแบบนี้”

มะลิถามขึ้นเบาๆ ทำเอาคุณย่าหญิงหันไปค้อนสาวใช้ขวับ ที่มาถามไม่รู้กาลเทศะ

“สภาพแบบนั้น มันคงจะกินข้าวลงอยู่หรอกนะยะ แม่มะลิ เฮ้อ...พวกหล่อนอยากจะทำอะไรกันก็ทำเถอะ บอกแม่ตาได้เลยว่าจัดสำรับแค่ที่เดียว ตาหลานรักของฉันคงจะอกกลัดหนอง กินน้ำตาต่างข้าวนั่นแหละ”

ตอน 3

‘เวียร์ต้องแต่งงานตามหน้าที่น่ะค่ะเพลิง คงจะเข้าใจใช่ไหมคะ เวียร์ไม่เคยเห็นหน้าหม่อมราชวงศ์ จิตรเทพเลยสักนิด แต่ก็คงต้องแต่งงานกับเขา’

ทันทีที่เข้ามาอยู่คนเดียวอีกครั้งหนึ่งได้ ภาพที่เขาและญาตาวี ตอนอยู่ในร้านอาหารด้วยกัน ก็วาบเข้ามาในความทรงจำของเพลิง ทั้งที่เขาอยากจะลืมมัน ชายหนุ่มนอนบนเตียงกว้าง ก่อนจะยกมือก่ายหน้าผาก หลับตา...ให้ความทรงจำมันหลั่งไหล เหมือนจะให้กลายเป็นเข็มที่บ่งฝีที่มันกลัดหนองในหัวใจเขาตอนนี้

‘อะไรนะครับ’

‘ก็ เรื่องเหตุผลทางธุรกิจน่ะค่ะ ทางบ้านของเขารวยมาก ก็เลยอยากจะมาเงินต่อเงินกับทางคุณแม่ของเวียร์ ตระกูลเก่าแก่แบบนั้น คุณแม่ของเวียร์ท่านก็เลยตกลง’

เธอยักไหล่เหมือนกับมันเป็นเรื่องไร้สาระธรรมดาๆ ส่วนเขากำลังหน้าซีดเผือด

‘แล้วคุณเอาผมไปไว้ที่ไหนกัน เวียร์’

เขาจำได้ว่าเขาตะโกนใส่เธอไปอย่างไร ญาตาวีมองหน้าเขาก่อนจะยิ้มหวาน เมื่อก่อนเขาอาจจะมองมันเป็นรอยยิ้มของนางฟ้า แต่ตอนนี้มันกลับเหมือนรอยยิ้มของนางมารร้ายเจ้าเล่ห์ เธอเอื้อมมือนิ่มจับมือเขาแล้วพูดเสียงหวานเย้ายวน

‘ก็ไว้ที่เดิมไงคะที่รัก เวียร์ปฎิเสธการแต่งานครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ และเวียร์ก็ไม่อยากเลิกกับคุณ ถ้าเราจะยังเหมือนเดิมเวียร์ก็ยินดีนะคะ’

น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาทางหางตาอย่างอดไม่ได้ เมื่อนึกถึงประโยคนั้น ของคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ เขารักเธอ และจริงจังกับเธอ แต่เธอเห็นเขาเป็นตัวอะไรกันนะ เขาถามย้ำตัวเองไปมา เขาด้อยกว่าไอ้หม่อมราชวงศ์นั่นตรงไหน

ตระกูล ภัทรภูมิเดชา ของเขาก็เป็นตระกูลเก่าแก่ ไม่แพ้กัน ทำไมเธอจึงทำกับเขาแบบนี้ แถมมายื่นข้อเสนอเหมือนจะให้เขาเป็นเหมือนตัวสำรอง ตอบสนองยาม...

คุณพระช่วยเถอะ! เพลิงขบกรามกรอด เขาเองรัก และจริงจัง หากแต่อีกฝ่าย กลับเห็นมันเป็นแค่เกมสินะ เขาเข็ดจริงๆ กับสิ่งที่เรียกว่าความรัก และมนุษย์เพศตรงกันข้ามกับเขาอย่างผู้หญิง เขาไม่เคยรู้ซึ้งถึงหัวใจที่ไม่รู้ว่ามีกี่ห้องชั้นของพวกเธอ สาปส่งจริงๆ สองสิ่งนี้

เพลิงคิดอย่างเจ็บแค้น ก่อนจะนอนนิ่ง ไม่สนใจอะไรรอบข้าง ความรักจริงจังที่เขาเฝ้าแต่บ่มเพาะมันด้วยหัวใจทั้งหมด หวังจะสร้างอนาคตร่วมกับคนที่รักหมดใจ มันพังทลายลงแบบไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว มันทำให้เพลิงถึงกับหมดอาลัยตายอยาก และพานเกลียดผู้หญิงไปแล้วทั้งโลกในเวลาไม่กี่วัน คนจริงจังอย่างเขา เมื่อเจ็บปวดหัวใจมันก็เจ็บลึกล้ำ คนที่เขารักจริงจังคนแรก ฉีกความหวัง กระทืบซ้ำความฝันของเขาอย่างไม่ไยดี ตอนนี้เขาอยากจะหนีจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ หนีจากสังคมวุ่นวาย หนีจากโลกนี้ไปได้เลยก็ดี...

บทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ หยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อเห็นร่างสูงที่เดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร ผู้ที่นั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะ โบกมือให้เด็กรับใช้ไปจัดอาหารมาเพิ่มอีก เพลิงนั่งลงตรงเก้าอี้ประจำของเขา และย่นคิ้วเมื่อเห็นว่าที่โต๊ะอาหารเช้าวันนี้ มีสมาชิกเพิ่มขึ้น เขายกมือไหว้ผู้เป็นอา จิตราพยักหน้าและยิ้มให้ นัยน์ตาของเธอมองเขาอย่างสำรวจ ก่อนจะหันไปมองสบตากับผู้ที่สูงอายุที่สุดในบ้านชั่วครู่ แล้วก้มลงสนใจอาหารในชามของเธอต่อ

“ลงมาได้แล้วเหรอตาเพลิง วันนี้ไปทำงานได้แล้วสิเราน่ะ”

คุณย่าหญิงพูดขึ้นมาลอยๆ เพลิงก้มหน้าหลบสายตาของผู้เป็นย่า แล้วทำเป็นไม่สนใจท่าน คุณย่าหญิงถึงกับถอนใจกับพฤติกรรมของหลานรัก นางส่ายหน้าน้อยๆ แล้วหันไปหาชายหนุ่มอีกคนในโต๊ะเหมือนจะฟ้องเขา

“ตาวิชญ์ ดูพี่เราหน่อยสิ ยายจะเป็นลม กินเหล้าเมาหัวราน้ำอยู่ในศาลาหลังบ้าน งานการไม่ไปทำ อะไรนักหนา”

“ว่าไง นายเพลิง”

นราวิชญ์ ที่กำลังมองสำรวจลูกพี่ลูกน้องหนุ่มอยู่เหมือนกันกลายๆ ยิ้มน้อยๆ เขามีใบหน้าละม้ายคล้ายเพลิง หากแต่หน้าตาของนราวิชญ์ไม่คมเข้มเท่าเพลิง อาจจะเพราะนัยน์ตาอันสงบนิ่งอบอุ่นของเขาก็ได้ ขณะที่ญาติผู้พี่มีนัยน์ตาคมเข้มและร้อนแรงกว่า นิสัยของนราวิชญ์ก็แทบจะแตกต่างจากเพลิง เพลิงนั้นอารมณ์ร้อน รักแรงเกลียดแรง เขาไม่เคยเก็บความรู้สึกสักเท่าไหร่ หากแต่นราวิชญ์ นิ่งสงบ เฉยเมย น้อยคนนักจะรับรู้ถึงความในใจของหนุ่มผู้เยือกเย็นคนนี้ ถ้าเปรียบเพลิงเป็นไฟ นราวิชญ์ก็คือน้ำแข็งขั้วโลกเลยทีเดียว

“อะไร ที่ว่าไง”

เพลิงย้อนถามอย่างกวนๆ เขาไม่ใคร่ชอบใจคุณย่าหญิงนัก ที่เอาเขามาฟ้องกับน้าสาวและญาติผู้น้องแบบนี้ นราวิชญ์หัวเราะหึ หึ

“วันนี้มีประชุม นายสร่างเมาแล้วใช่ไหม? ”

เพลิงเม้มริมฝีปาก กับคำพูดแฝงนัยกระทบน้อยๆ จากนราวิชญ์นั่น ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มหมายความถึงเรื่องอะไร

“อืม...หายแล้ว”

“อย่าไปสนใจอะไรแม่นั่นนักเลยนะตาเพลิง ย่าขอล่ะ เฮ้อ...กลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิมก็ดีแล้ว แม่จิตรวันนี้ไปส่งแม่ไปบ้านคุณอรนภาหน่อยนะ แม่มีนัดไปดูเครื่องลายครามสมัยเก่าที่บ้านเค้า เห็นอยากจะให้แม่ช่วยดูก่อนตัดสินใจซื้อ ชอบของเก่าแต่ไม่เชื่อสายตาตัวเอง กลัวได้ของเทียมมา เหมือนใครแถวนี้ก็ไม่รู้ แน่ใจแล้วว่าเพชรแท้ แต่กลับได้ก้อนกรวด”

“คุณย่า เลิกซ้ำเติมผมได้หรือยังครับ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED