ตอน 2

บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น หญิงสาวผิวขาว รูปร่างและสัดส่วนละลายใจทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มานักต่อนัก ด้วยขนาด 38-24-35 คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเธอไม่เซ็กซี่ เจ้าของสัดส่วนภายใต้ชุดนอนผ้าแพรเนื้อนิ่มกำลังนอนกระสับกระส่ายไปมา เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบริเวณไรผมและลำตัว คิ้วขมวดจนยุ่งกับภาพที่ปรากฏขึ้นในความฝัน

ฝัน…ที่เธอพยายามจะลืม แต่สุดท้ายก็ลืมไม่ได้ แววตาเย็นชาและว่างเปล่าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเพ่งมองมายังเธอขณะยืนถ่ายแบบด้วยเสื้อผ้าที่มีน้อยชิ้นนั้น แม้จะเป็นแค่ฝัน แต่แววตาแบบนั้นของพ่อก็น่ากลัว สิ่งนี้ทำให้วิรัชฎาสะดุ้งตื่น

“พ่อ!” หญิงสาวเอ่ยเสียงแหบพร่า เธอลุกจากเตียงเดินไปยังห้องครัวที่แยกออกไปเป็นสัดส่วนภายในคอนโดมิเนียมสุดหรูที่วิรัชฎาหาเงินซื้อด้วยตัวเอง แต่เรื่องนี้ไม่ได้สร้างความภูมิใจให้ตัวผู้เป็นเจ้าของสักเท่าไหร่นัก เพราะรู้ว่าแหล่งที่มาของเงินนั้น เธอต้องทำอะไรบ้าง สายตาสวยคมเหลือบไปมองเวลาที่บอกว่าตอนนี้คือตีสี่ ความง่วงที่เคยมีหายเป็นปลิดทิ้ง

มือเรียวสวยที่หลายคนกระเซ้าว่าเป็นมือคุณนายเอื้อมเปิดตู้เย็นหยิบน้ำดื่มดับกระหาย เธอถอนหายใจแรงอีกครั้งแล้วเดินมาหย่อนตัวลงไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ริมกระจก กวาดสายตามองวิวมุมสูงยามค่ำคืนของลอนดอน ประเทศอังกฤษ เธอยกมือขึ้นกุมขมับอย่างคนคิดมาก แล้วเอื้อมไปหยิบกรอบไม้สีทองที่มีรูปภาพของคนที่เธอรักอยู่สองคน

“พ่อ…แคท สบายดีกันใช่ไหม” ขณะที่เอ่ยถามคนในรูปถ่าย น้ำตาของวิรัชฎาก็คลอเบ้า เพราะเกือบจะห้าปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับเมืองไทย ตั้งแต่ตัดสินใจมาเป็นนางแบบให้กับหนังสือปลุกใจเสือป่าชื่อดังก้องโลก ความคิดที่เฝ้าบอกตัวเองตั้งแต่เรียน ว่าถ้าเธอได้รับใบปริญญามา ต้องหางานดีๆ ทำได้แน่นอน แต่พอเอาเข้าจริง ก็ไม่มีที่สำหรับเธอให้โชว์ความสามารถ

เด็กจบใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ไม่มีบริษัทไหนอยากรับเข้าทำงาน แม้เกรดเฉลี่ยจะสูงสักแค่ไหนก็ตาม ถึงตกงานแต่ตอนนั้นเธอไม่มีความคิดที่จะกลับบ้านต่างจังหวัด เพราะกลับไปก็เป็นภาระให้พ่อที่มีอาชีพเป็นชาวสวนผลไม้ธรรมดา ซึ่งอุตส่าห์กัดฟันส่งเธอเรียนจนจบ แต่เธอยังจะกลับไปทำให้ท่านลำบากอีก เพราะตอนนั้นน้องสาวเองก็ยังเรียนอยู่ด้วย ส่วนผู้เป็นแม่ได้จากโลกนี้ไปหลายปีแล้ว

“พ่อ...เคทขอโทษนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพลางย้อนคิดถึงอดีตอันเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่านางแบบอีโรติก ซึ่งคำคำนั้นเหมือนจะสลักอยู่บนหน้าผากเธอไปแล้ว จำได้ว่าวันนั้นเธอเดินเตะฝุ่นหางานเหมือนบัณฑิตจบใหม่ทั่วๆ ไป โชคชะตากลับทำให้ได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเธออย่างสิ้นเชิง เขามาพร้อมข้อเสนอที่เป็นเงินค่าตอบแทนซึ่งมหาศาล ที่วิรัชฎาคิดว่าชาตินี้เธอไม่สามารถหาได้แน่นอนและคิดว่าจะทำแค่ครั้งเดียว

ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ด้วยความที่ตอนนั้นไม่ได้เก่งกาจเรื่องภาษาอังกฤษมากนัก แค่พูด อ่าน เขียนได้บ้าง และความซื่อไม่ทันคน ทำให้เธอหลงกลเซ็นสัญญาเป็นนางแบบให้ทางหนังสือถึงห้าปี ถ้ายกเลิกสัญญาก่อนกำหนด เธอจะถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินมหาศาล หญิงสาวจึงจำต้องยอมฝืนทนอดกลั้นต่อสิ่งที่ได้ตัดสินใจทำ แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาชีพนี้ทำให้เธอลืมตาอ้าปากและมีชื่อเสียงไปทั่วโลกก็ว่าได้ แม้จะเป็นเรื่องไม่น่ายินดีสำหรับผู้หญิงไทยก็ตามที การมาอยู่ที่นี่ทำให้เธอต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง และทันคนให้มากขึ้น

“อยากกลับบ้านเร็วๆ จัง” วิรัชฎาเอ่ยกับตัวเองน้ำเสียงเศร้า แต่ก็แฝงไปด้วยความดีใจอีกครั้ง เพราะเธอนั้นเฝ้ารอวันแห่งการหมดสัญญามาหลายปี ในที่สุดวันนั้นก็ใกล้มาถึง แม้จะถูกหว่านล้อมจากคนหลายคนให้เธอต่อสัญญาอีก แต่หญิงสาวก็แน่วแน่พอที่จะตอบแบบไม่ลังเลว่า ‘ไม่’

การมีเงินหรือได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้ายี่ห้อดัง มีรถรับส่ง มีคอนโดฯ สุดหรูให้อยู่ เดินไปไหนมาไหนมีแต่คนรู้จักและจับจ้อง แต่ใช่ว่าวิรัชฎาจะมีความสุขกับเปลือกนอกแบบนั้น เธอต้องการชีวิตที่อิสระและไม่ตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครอีก ด้วยความที่ทำงานมาหลายปีและรู้จักประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยใช้เงินเป็นเบี้ยเหมือนนางแบบหลายๆ คน เธอจึงมีเงินเก็บมากกว่าใคร หากได้กลับเมืองไทยเมื่อไร เธอก็มีทุนทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง

หญิงสาวส่งเงินจากการทำงานกลับบ้านทุกเดือน พอให้พ่อและน้องได้มีกินมีอยู่ไม่ขัดสน ไม่ฟู่ฟ่าจนผิดสังเกตของเหล่าบรรดาญาติพี่น้องที่คอยแต่จะจับผิด เงินที่ทำงานหามาได้นั้น เธอจะแบ่งเข้าบัญชีพ่อและน้องสาว กอบโกยทุกอย่างในช่วงที่ทำได้ เพราะไหนๆ เธอก็ก้าวเข้ามาแล้ว บอกกับตัวเองเสมอว่าเธอจะหันหลังให้และไม่หวนกลับมาอีก แต่วิรัชฎาก็หยุดความคิดไว้ เพราะได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก แสงจากภายนอกทำให้มองเห็นว่าเป็นใคร

“พี่จูน” เธอเหลือบสายตาไปมองแล้วเอ่ยทักพร้อมส่งยิ้มให้ผู้จัดการส่วนตัว ที่ทำงานนอกเหนือคำว่าผู้จัดการไปหลายอย่าง ไหนจะดูแลเรื่องคิวงาน แถมยังช่วยดูแลเรื่องส่วนตัวให้อีก สิ่งที่เพียงขวัญหญิงสาววัยสามสิบปลายๆ ทำให้วิรัชฎานั้นออกมาจากใจล้วนๆ ทั้งสองคนเหมือนพี่น้องกันก็ว่าได้ คอยพูดคุยและปรึกษากันได้ทุกเรื่อง

“ทำไมตื่นแต่เช้าจังเคท”

ตอน 3

“อืม…ว่าแต่พี่จูนเองก็มาแต่เช้าเชียว บอกกี่ครั้งแล้วว่ามาสายๆ ก็ได้” เจ้าของห้องถามกลับบ้าง เพียงขวัญเอื้อมมือไปเปิดไฟ เพราะไม่อยากให้วิรัชฎานั่งอยู่มืดๆ เจ้าของห้องทำตาหยีทันที แสงที่สว่างขึ้นภายในห้อง ทำให้สายตาของผู้จัดการมองเห็นรอยคล้ำบนใบหน้าสวย

“พี่ชินแล้วนะ เอ๋…ตาโบ๋แบบนี้ได้ไงหรือยังไม่ได้นอน”

“ฝันร้ายนิดหน่อย”

“เรื่องพ่ออีกหรือเปล่า” เพียงขวัญเอ่ยถาม เพราะในใจของวิรัชฎาคงมีเรื่องเดียวนี่แหละที่มักจะทำให้แววตาที่สุกสกาว สดใส กลายเป็นความหมองหม่น ซึ่งคนถูกถามก็เอ่ยรับอย่างไม่ปิดบัง

“ใช่ค่ะ”

“อย่าคิดมากนะเคท เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไหนบอกพี่เองว่าที่บ้านไม่รู้ไง”

“ก็ใช่ แต่ความลับไม่มีในโลกนะพี่จูน สักวันพ่อกับน้องก็ต้องรู้ว่าเคทมาทำอาชีพอะไรที่นี่ สังคมต่างจังหวัดด้วยแล้ว ถ้ารู้ว่าลูกสาวบ้านไหนทำให้ขายหน้าก็ประกาศไปทั่ว”

“แต่ถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่รู้ไม่ใช่เหรอ ใจเย็นๆ” ผู้จัดการพยายามเอ่ยปลอบ

“แต่เคทก็ยังกลัว” วิรัชฎานั่งก้มหน้านิ่ง เธอกลัวจริงๆ กลัวหัวใจพ่อจะแตกสลายถ้ารู้ว่าเธอมาทำอะไรที่ลอนดอน เพราะเธอบอกพ่อไปเพียงว่ามาทำงานกับเพื่อนที่นี่เท่านั้นเอง

“ถึงเป็นนางแบบให้หนังสือแนวอีโรติก เปลืองเนื้อเปลืองตัวกับการถ่ายรูป แต่พี่รู้นะว่าเคทเป็นคนยังไง เราไม่ได้ทำตัวเสียหาย ยังรักนวลสงวนตัวในแบบของสาวไทย พี่เชื่อว่าพ่อต้องเข้าใจ” เพียงขวัญพยายามเอ่ยปลอบด้วยความห่วงใยที่ออกมาจากแววตา คำพูดและการกระทำ

เพราะจะว่าไปวิรัชฎาก็คือคนที่ทำให้เธอลืมตาอ้าปากได้ จากการเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง เปลี่ยนตัวเองมาเป็นผู้จัดการนางแบบ ถ้าวันนั้นวิรัชฎาไม่หยิบยื่นโอกาสนี้ให้ มีหรือจะมีเพียงขวัญในวันนี้ เงินเดือนมีใช้มากกว่าแต่ก่อน จนส่งกลับบ้านเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ ถ้ายังเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหารต่อก็ไม่รู้ว่าคุณภาพชีวิตจะดีเท่าตอนนี้ไหม

“แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เคทจะไม่เลือกเส้นทางนี้ ไม่เป็นอันขาด” วิรัชฎารู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่บริเวณลำคอ เธอคับแค้นใจจนพูดอะไรแทบไม่ออก

“แต่ที่ต้องทำ เพราะเคทมีความจำเป็นนี่นา อ้อ…จริงสิ ปีนี้น้องสาวเคทก็จะเรียนจบปริญญาแล้วใช่ไหม” ผู้จัดการสาวจงใจเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง เพราะรู้ว่าถ้าได้กล่าวถึงพ่อขึ้นมาเมื่อไหร่ วิรัชฎาจะเครียดทันที คนเราบางครั้งก็มีเรื่องที่ไวต่อความรู้สึกเหมือนกัน

“ใช่ค่ะ ถ้าเป็นไปได้ เคทอยากกลับไปถ่ายรูปรับปริญญากับน้อง”

“วันไหน พอจะรู้ไหม”

“วันเสาร์ที่ห้าพฤศจิกานี้ค่ะ” วิรัชฎาจำวันสำคัญนี้ได้แม่น แต่เธอจะไปได้ยังไง ทั้งๆ ที่อยากไปใจแทบขาด แต่ก็คงเป็นแค่ฝันกลางวัน

“กลับได้สิ ทำไมจะไม่ได้” คนพูดยิ้มกริ่ม เพราะรู้ตารางงานของวิรัชฎาแล้วนั่นเอง

“แต่วันนั้นยังไม่หมดสัญญาเลย เคทจะกลับเมืองไทยได้ยังไง ขืนไปก็ถูกฟ้องสิ” สีหน้าของวิรัชฎาสลดลงไปนิดหน่อย

“เอานี่ ตารางถ่ายแบบ” พูดจบเพียงขวัญก็ยื่นแฟ้มงานให้วิรัชฎา แต่เจ้าตัวกลับไม่ค่อยสนใจ

“เอ๊ะ! ได้มาแล้วเหรอคะ”

“อืม…เปิดดูสิ”

“ไม่ค่อยอยากดูเลยให้ตาย” หญิงสาวเอ่ยตอบอย่างไม่แยแส ผู้จัดการสาวถึงกับส่ายหน้าให้ เพราะน้อยครั้งที่จะเห็นวิรัชฎาเอาแต่ใจแบบนี้

“เอานะ เปิดดูหน่อย” เพียงขวัญเอ่ยรบเร้า นางแบบสาวถึงกับถอนหายใจออกมา เธอไม่อยากรับรู้เรื่องนี้ จะถ่ายแบบที่ไหน อะไร ยังไงเธอก็ไม่เคยสน เพราะไปทำตามหน้าที่ให้ทุกอย่างจบๆ เท่านั้น แต่ครั้งนี้เหมือนมันจะต่างออกไป

“เมืองไทย!” วิรัชฎาเอ่ยขึ้นอย่างดีใจยามได้อ่านตารางงานของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองผู้จัดการส่วนตัวที่พยักหน้าให้ พร้อมส่งยิ้มกลับมาให้เธอเหมือนกัน

“ใช่...งานชิ้นสุดท้ายของเคท คือการไปถ่ายแบบที่เมืองไทยตั้งแต่วันที่ 28 ตุลา ถึง 2 พฤศจิกานี้ งานเสร็จวันที่ 2 ฉะนั้นเคทก็มีเวลาไปงานรับปริญญาน้องสาวในวันที่ 5 ได้อย่างสบายๆ”

“เป็นไปได้ยังไงคะ ไหนบอกไปที่บราซิล แถมไม่ใช่วันนี้ด้วย”

“เปลี่ยนแผนน่ะ เพราะที่นั่นไม่สะดวก อีกอย่างปิแอร์ก็อยากได้งานเร็วหน่อย จึงกำหนดวันมาแบบนี้” คนแรกที่ได้รู้ข่าวนี้ดีใจไม่น้อย เพราะเธอหวังให้เป็นแบบนี้ลึกๆ อยู่แล้ว วิรัชฎาจะได้กลับไปเมืองไทย หลังเสร็จงานเธอคงอยู่ที่นู้นถาวร ไม่เหมือนหญิงสาวที่ยังต้องระหกระเหินอยู่ต่างถิ่น

“เสร็จงานแล้ว เคทก็ไม่ต้องมาที่นี่แล้วใช่ไหมคะ” แววตาของความหวังเปล่งประกาย เพราะนี่คือข้อตกลงที่ปิแอร์ให้ไว้กับเธอ วิรัชฎายิ้มยามคิดถึงใบหน้าของพ่อและน้องสาว ที่ทั้งสองคนอ้าแขนต้อนรับการกลับบ้าน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเพียงความฝันหรือเปล่า

“อันนี้พี่ก็ไม่รู้ เคทต้องเข้าไปคุยกับคุณปิแอร์เองนะจ๊ะ” เพียงขวัญเอ่ยยิ้มๆ เพราะถ้าปิแอร์ไม่ยินยอมก็คงไม่วางแผนงานออกมาแบบนี้หรอก หนุ่มใหญ่คนนั้นแม้จะเขี้ยวเรื่องงาน แต่ก็เป็นคนดีอยู่เหมือนกัน เขาเอ็นดูวิรัชฎาไม่น้อย เพราะหญิงสาวอ่อนโยนในแบบฉบับของสาวเอเชีย ไม่เหมือนนางแบบคนอื่นๆ ในสังกัด ที่เป็นสังคมตะวันตกไปเสียหมด รวมทั้งนางแบบเอเชียบางคนด้วย

“ค่ะ” ใบหน้าสวยพยักรับอย่างเต็มใจ

“ยิ้มแบบนี้แล้วเคทสวยมาก...รู้ตัวไหม” ผู้จัดการสาวเอ่ยชม ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้วิรัชฎา ซึ่งไม่มีอะไรมากแค่น้ำส้ม นมสดกับขนมปังสองแผ่นเท่านั้นเอง ทางด้านเจ้าของห้องก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตารางงานในมือ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED