“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”เสียงเด็กสาวร้องเรียกพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด ดำผุดดำว่ายด้วยความหวาดกลัว อีกไม่นานชีวิตนี้ต้องดับสูญลง
แม้พยายามดิ้นรนสักเท่าไหร่แต่สถานที่แห่งนี้คงไม่มีใครหาเธอพบ และตอนที่ทุกคนเห็นคงกลายเป็นร่างไร้ซึ่งวิญญาณ ร่างเล็กดำดิ่งสู่เบื้องล่างจิตสุดท้ายร่ำร้องต้องการมีชีวิตอยู่
“เจ้าอยากมีชีวิตรอดหรือเปล่า” เสียงหวานเย็นยะเยือกดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท เด็กสาวไม่รู้ว่านั้นเสียงใคร เพราะตนเองแทบไม่สามารถคงสติสุดท้ายไว้ได้
“ว่าอย่างไรเจ้าอยากรอดหรือไม่ มัสยา...”
“อยากรอด...”คนจมน้ำตอบแม้ไม่เข้าใจว่ามัสยาคือใคร
“แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องแลกมันมา เจ้าจะยอมรับไหม”
เวลานี้ความตายคือสิ่งที่เธอไม่ปรารถนา ไม่ว่าให้รับปากเรื่องอะไร พลอยภัทรายินดี
“ยอมรับ”เธอตอบคำถามภายในหัว
“เจ้าจะรอดมัสยา และเจ้าต้องช่วยข้าตามหาคนผู้นั้น”
เสียงนั้นสะท้อนก้องในโสตประสาท พลอยภัทราเห็นภาพสาวสวมชุดไทย ใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโต เส้นผมยาวถึงแผ่นหลังกำลังแย้มยิ้ม ร่างของนางพุ่งตรงมาที่เธอ สติรับรู้เลือนหายชั่วขณะ
“พลอยเป็นอะไรหรือเปล่า พลอยตื่นได้แล้ว!” เสียงหนึ่งเรียก เด็กสาวยังคงสลึมสลือค่อยๆ เปิดเปลือกตาอย่างช้าๆ แสงแดดสาดส่องเข้ามาจนต้องหรี่ลง
ค่อยๆ ชันกายนั่งสีหน้ามึนงง สับสนกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเห็นเด็กผู้ชายหน้าตาคมคาย คิ้วเข้มจมูกโด่ง ส่อเค้าแห่งความหล่อเหลาตั้งแต่ยังเด็ก กำลังเรียกชื่ออยู่ เวธัสเด็กข้างบ้านซึ่งสนิทสนมกันดี
“พี่เวย์ พลอยมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” พลอยภัทราเอ่ยถาม
“ไม่รู้สิ พี่จะมาชวนพลอยไปเล่นแต่เห็นพลอยนอนเปียกน้ำอยู่ตรงนี้” เด็กหนุ่มนามเวธัสตอบ จ้องมองใบหน้าแสนจิ้มลิ้มของเด็กสาว
คนเพิ่งรอดพ้นจากความตายยังสบสันต่อเหตุการณ์ เมื่อคิดขึ้นได้เลยหันมองซ้ายขวาหาหญิงสาวซึ่งช่วยให้พ้นความตาย เมื่อไม่พบใครเลยสบตากับพี่ชายข้างบ้านสีหน้าตื่นตระหนก
“เห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยไหมพี่เวย์!”
“ผู้หญิงชุดไทยอะไรเหรอพลอย พูดอะไรเนี่ยน่ากลัวชะมัด”
เด็กสาวส่ายหน้าน้ำตาเริ่มเอ่อ ร่างกายเปียกโชกขนาดนี้ไม่ได้ฝันไปแน่ๆ ยกมือสองข้างกอดตัวเอง การที่รอดพ้นจากความตายมาได้นับว่าเป็นปาฎิหารย์มาก
“พี่เวย์อย่าบอกแม่นะ พลอยไม่อยากถูกตี!”เธอรีบขอร้องเวธัสทันที เพราะมารดาเป็นคนดุมาก
“พี่ไม่บอกหรอก แต่จะทำยังไงกับชุดที่เปียกล่ะ”
พลอยภัทรามองหน้าพี่ชายแล้วยิ้มเจือน เวธัสเลยดึงมือน้องสาวข้างบ้านเพื่อไปยังชายคาตนเอง มาถึงตัวบ้านเด็กชายเห็นมารดากำลังเตรียมจัดโต๊ะอาหารกลางวัน จารุนีมองเด็กสาวตัวเล็กแล้วรีบรุดเข้ามาหา
“ตายแล้วพลอย หนูไปทำอะไรมาลูก”เธอถามแล้วจับตัวเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง
“พลอยตกน้ำครับแม่”เวธัสรีบตอบแทนทันที
“ตกน้ำงั้นเหรอ แล้วเวย์ช่วยน้องมาเหรอลูก”คนเป็นแม่หันไปถามลูกชาย
“เปล่าครับ”
จารุนีหันมามองเด็กสาวอีกครั้ง ดูท่าทางคงกลัวแม่ตนเองทุบตีเลยให้เวย์พามาที่นี่แทน โชคดีที่ลูกสาวเธอเองอายุพอๆ กับพลอยเลยมีชุดเยอะ
“เอาชุดของรินใส่ก่อนก็ได้พลอย ไม่ต้องกลัวนะ ป้าไม่ให้พลอยถูกตีหรอก”
พลอยภัทราช้อนสายตามองผู้ใหญ่แววตาซาบซึ้ง หากมารดาเธอใจดีเหมือนคุณป้าคงดีไม่น้อยเลย จารุนีจูงมือเด็กสาวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่ตนเองไม่ต้องถูกมารดาตี
“พลอยกินขนมกัน”มิรินชวนเพื่อนวัยเดียวกันทันที
“ไม่ได้นะริน กินข้าวก่อนลูก”คนเป็นแม่รีบบอก เด็กสาวหน้างอ
“หนูไม่ชอบกินข้าวค่ะแม่”
“ไม่ได้นะ ต้องกินข้าวก่อน ถ้ารินไม่กินข้าวแม่ไม่ให้กินขนมด้วย”
มิรินเลยจำต้องทำตามคำพูดมารดา ดึงเพื่อนวัยเดียวกันมานั่งข้างๆ เพื่อทานอาหารกลางวัน พลอยภัทรามองดู ทั้งรินทั้งพี่เวย์ดูมีความสุข แต่ตนเองกับแม่ไม่เป็นเช่นนี้เลย
“กินเยอะๆ นะพลอย จะได้โตไวๆ รู้ไหม”
ยิ่งเห็นรอยยิ้มของคุณแม่พี่เวย์แล้วในอกเด็กสาวมันรู้สึกสะท้อน แม่มักกลับมาในรุ่งเช้าของอีกวันและหายไปในตอนกลางคืน พลอยภัทราพยายามทำความเข้าใจว่าแม่ทำงาน บางครั้งเห็นผู้ชายมาส่งถึงหน้าบ้าน คนแถวนี้ต่างนินทาว่าแม่ทำงานเป็นผู้หญิงอย่างว่า ซึ่งเธอเองโตพอจะรับรู้ในข้อนี้แล้ว
พลอยภัทรามองไปยังพี่ชายข้างบ้าน พี่เวย์เป็นคนเข้ามาคุยกับเธอเสมอเวลาที่เศร้า เขาเป็นพี่ชายที่ดีรวมถึงตัวรินด้วย สองคนดีกับเธอมาก เราสนิทสนมกันจนแทบจะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวนี้ เธอคิดว่าหากมีพวกเขาเป็นเพื่อนบ้านไม่มีทางที่เธอจะเหงาแน่นอน
จบมื้ออาหารทุกคนมาร่วมกันในห้องนั่งเล่น พลอยภัทรายังคงไม่อยากกลับบ้านตนเอง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเกือบสี่ทุ่ม เสียงเครื่องยนต์ดังหน้าบ้านเวธัสกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจวิ่งดิ่งไปก่อนเพื่อน
“พ่อครับ!”เด็กหนุ่มเรียกบิดา แล้วช่วยถือกระเป๋า
“น้ำเย็นหน่อยไหมคะ”จารุนีเอ่ยถาม
“ดีสิ ขอบคุณนะจา”วิรุตม์บอกภรรยาแล้วหันมามองเด็กสาวที่ยืนเก้ๆ กังๆ “อ้าวพลอย ยังอยู่นี่หรือ”
“ค่ะ”เด็กสาวตอบแล้วก้มหน้างุด
“กินข้าวหรือยังเราน่ะ”
“กินแล้วค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวลุงหรอกลูก ลุงไม่ดุ”
พลอยภัทราเงยหน้าเห็นชายรูปร่างสูงโปร่งสวมเครื่องแบบตำรวจยืนอยู่ตรงหน้า ลุงวิรุตม์เป็นพ่อของพี่เวย์และริน ท่านใจดีแต่เธอมักรู้สึกประหม่าทุกครั้งเวลาอยู่ต่อหน้าเขา
“คุณจะทานข้าวเลยไหมคะ”
“ทานเลยจ้ะ”
วิรุตม์แยกทานอาหารคนเดียว ส่วนเด็กๆ พากันดูหนังในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง พลอยภัทราเริ่มรู้สึกง่วงงุนเพราะเวลาล่วงเลยเกือบห้าทุ่มแล้ว
“พลอยกลับไปนอนที่บ้านไหมลูก”จารุนีถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
“พลอยไม่อยากกลับเลยค่ะคุณป้า”
“ถ้าไม่กลับงั้นนอนกับรินแล้วกันนะ”
“นอนกับเราก็ได้พลอย”มิรินยิ้มร่าด้วยความยินดี
เด็กสาวสองคนถูกส่งเข้านอน พร้อมด้วยบุตรชายอีกคน ก่อนที่สามีภรรยาจะนั่งปรึกษาทุกข์สุขของกันและกัน
“น่าสงสารพลอยนะคะ”ภรรยาออกปากก่อน แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ทำยังไงได้ล่ะคุณ ในเมื่อคุณพิมลเธอเลือกจะทำงานแบบนั้น”
“แบบนี้หนูพลอยคงไม่มีเพื่อน เพราะชาวบ้านแถวนี้เอาแต่รังเกียจแม่ของพลอย”
“แค่เราไม่รังเกียจก็พอแล้วคุณ พลอยเป็นเด็กน่าสงสาร ผมไม่อยากให้เขาต้องมารับรู้เรื่องของแม่หรอก”
“นั่นสินะคะ”
สองสามีภรรยาเงียบไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาอีก พลอยเป็นเด็กดีเรียนหนังสือก็เก่ง แต่ทางโรงเรียนกลับไม่สนับสนุนเลย เพราะมีแม่ที่ทำงานในไนต์คลับ ผู้คนแถวนี้ต่างมองเด็กคนนี้อย่างกับไม่ใช่คน นินทาว่าร้ายมารดาต่อหน้าอีกต่างหาก ยิ่งคิดยิ่งอดเวทนาไม่ได้ บางครั้งเธอยังอยากรับเด็กคนนี้มาเลี้ยงเองเสียยังจะดีกว่า
รุ่งเช้าอีกวันพลอยภัทราลืมตาขึ้นมาพร้อมเพื่อน เสียงโหวกเหวกหน้าบ้านทำให้เด็กสาวตื่นตระหนก เธอคุ้นเคยดีว่านั้นคือเสียงใคร ร่างเล็กรีบลงจากเตียงวิ่งไปยังหน้าบ้าน
“พลอย พลอย ได้ยินที่แม่เรียกไหม!”
เด็กสาววิ่งหน้าตาตื่นมายืนหน้าบ้าน เห็นคุณจารุนีและสามีมาเปิดประตูรั้ว พลอยภัทราตัวสั่นขึ้นมาทันทีที่เห็นแววตาแม่จ้องมองมา
“ทำไมไม่อยู่บ้าน แม่บอกแล้วใช่ไหมให้นอนที่บ้าน!”คนเป็นแม่ขึ้นเสียงทันที
“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันเห็นว่าที่นั้นมีพลอยอยู่คนเดียวเกรงจะอันตรายน่ะค่ะ เลยชวนให้มานอนที่นี่ด้วย”จารุนีแก้ตัวแทนเพราะเกรงเด็กจะโดนตี
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลยัยพลอย แต่วันนี้ฉันขอรับตัวลูกกลับบ้านก่อน”พิมลตราบอกอย่างไว้ไมตรี เพราะอย่างน้อยมีเพียงครอบครัวนี้เท่านั้นที่ยอมรับเธอและลูกอย่างไม่รังเกียจ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
พลอยภัทราช้อนสายตามองแม่ก่อนหันมามองเวธัส มือแม่เอื้อมจับแล้วรั้งให้ลูกเดินตามไปที่บ้าน เมื่ออยู่กันเพียงสองคน เด็กสาวตัวสั่นขึ้นมาด้วยความกลัว
“แกอยู่บ้านคนเดียวมันจะตายหรือไงยัยพลอย!”คนเป็นแม่ส่งเสียงดุ
“เปล่าจ๊ะแม่”
“แล้วทำไมแกไม่อยู่ อยากให้ขโมยมันขึ้นมาหรือไง!”
“ถ้ามีขโมยจริงพลอยคงถูกมันฆ่าตายแน่เลยแม่ เพราะมีพลอยอยู่บ้านแค่คนเดียว”เด็กสาวตอบเสียงเครือ
พิมลตรานิ่งงันคำพูดลูกเป็นจริง ถ้าหากมีโจรลูกคงไม่รอดแน่ แต่เธอไม่อยากให้ไปรบกวนบ้านหลังนั้นมาก เกรงเขาจะหมดความอดทนสักวัน และเมินเธอกับลูกสาวเหมือนคนอื่น
“แต่เราจะไปรบกวนบ้านโน้นเขาทุกวันไม่ได้หรอกนะพลอย”
“พลอยรู้แล้วจ้ะแม่”
แววตาบุตรสาวทำให้เธอเข้าใจดี ที่เข้มงวดทุกวันนี้เพราะไม่อยากให้ลูกต้องทุกข์เหมือนตนเผชิญอยู่
“ตั้งใจเรียนให้ดีพลอย อย่าให้คนอื่นเขาว่าได้ แม่ไม่มีอะไรให้นอกจากทำงานส่งแกเรียนเท่านั้น”
“จ้ะแม่”
“เรามีกันแค่สองคน จะให้แม่มาดูแลแกคงไม่ได้ แกต้องดูแลตัวเองให้ดีเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วแม่”
“ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะจะได้ไปโรงเรียน”
“จ้ะแม่”พลอยภัทรารับคำแล้วขึ้นห้อง
พิมลภามองแผ่นหลังลูกแล้วทรุดลงบนโซฟา ทุกวันนี้ทำทุกอย่างก็เพื่อลูกทั้งนั้น ถึงใครจะมองว่าเธอทำมาหากินเป็นผู้หญิงกลางคืน แต่ทำไงได้ในเมื่อไม่มีความรู้เลย คนรักก็มาตีจากหลังจากรู้ว่ามีลูกด้วย คงทำอะไรไม่ได้นอกจากฟันฝ่าอุปสรรคด้วยตนเอง และพยายามไม่ให้ลูกต้องเจริญรอยตาม
เด็กสาวอาบน้ำแต่งตัวสวมชุดเสื้อคอกะลาสีสำหรับนักเรียนมัธยมต้นออกมาจากบ้าน พิมลตรายื่นแบงค์ห้าสิบให้ลูกเพื่อเป็นค่าอาหารไปโรงเรียน เธอรับมาแล้วยกมือไหว้ก่อนเปิดประตูรั้วออกจากบ้าน เด็กสาวชะงักเมื่อเห็นครอบครัวข้างบ้านกำลังยืนรออยู่
“พลอยไปด้วยกันสิ”วิรุตม์เอ่ยชวน เพราะตนเองกำลังจะไปส่งลูกเหมือนกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ”เด็กสาวปฏิเสธ เพราะไม่อยากขัดคำสั่งแม่
“ขึ้นมาเถอะลูก ไม่เป็นไรหรอก ลุงรับรอง”
พลอยภัทราหันมองบ้านตนเอง ไม่มีเงามารดาอยู่แล้วท่านคงขึ้นไปนอนเลยตัดสินใจขึ้นรถเก๋งของคุณลงวิรุตม์เพื่อเดินทางไปโรงเรียนพร้อมกับพี่เวย์และริน รถจอดเทียบหน้าโรงเรียนเด็กสามคนลงจากรถ เธอมองดู่เบื้องหลังพี่เวย์ ความจริงเขาเป็นหนุ่มฮอตมากทีเดียวในโรงเรียนสหศึกษาชั้นมัธยมต้นและปลายของที่นี่ มีนักเรียนสาวมากมายมาขายขนมจีบบางคนขอร้องให้เธอช่วยเหลือบ่อยครั้ง
แต่เธอจำต้องปฏิเสธเพราะกลัวพี่เขาจะรำคาญ และเลิกเป็นเพื่อนบ้านที่แสนดีอีก
“เข้าห้องเรียนกันเถอะ”มือถูกลากโดยมิริน ถึงห้องนักเรียนทุกคนต่างหันมามองเธอ
มีเพียงมิรินคนเดียวที่ไม่ใส่ใจเรื่องสถานะทางครอบครัว ยังคงคบหาเธอเป็นเพื่อนเหมือนเคยไม่เปลี่ยนแปลง เธอสนิทสนมกับมิรินมาก
เสียงฝีเท้าของเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นหลังจากครูประจำชั้นออกไปนอกห้องเรียบร้อยแล้ว เต็มเดือนเดินเข้ามาหาเธออีกครั้งด้วยแววตาขุ่นเคือง
“ทำไมมิรินต้องไปคบกับยัยนี่ด้วย!”เสียงแว๊ดดังขึ้น
“แล้วทำไมอะเดือน มันเรื่องของเราปะ”
“แต่แม่มันขายตัวเธอไม่รู้หรือไง คบไปได้ไงเป็นเอดส์ติดแม่มาหรือเปล่า”คนพูดทำเบ้ปาก แสดงอาการขยะแขยง
“เธอน่ะสิเป็นเอดส์น่ะเดือน อายุแค่นี้เที่ยวอ่อยผู้ชายไปทั่วฉันเห็นนะ!”มิรินสวนกลับทันควัน
พลอยภัทรานิ่งเงียบข่มกลั้นความรู้สึกเอาไว้ คำพูดเหล่านี้เธอควรคุ้นชินกับมันได้แล้ว แต่ทำไมในใจมันถึงเจ็บปวดนัก จำต้องกล้ำกลืนน้ำตาเอาไว้ภายใน
“นี่เธอว่ายังไงนะริน ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องสาวพี่เวย์แล้วล่ะก็ แม่ตบล้างน้ำไปแล้ว!”
“ก็เอาสิ นึกว่ากลัวหรือไง อิอ้วน!”
“กรี๊ด!!”เต็มเดือนกรีดร้องจนเพื่อนในห้องหันมอง พากันจับกลุ่มเพราะคิดว่าจะมีเรื่องราวกัน
มิรินเบ้ปากยกมือปิดหูด้วยความหงุดหงิด ไม่นานครูเข้าชั้นนักเรียนเลยจำต้องแยกย้าย เต็มเดือนหันมองพลอยภัทราแววตาแข็งกร้าวแล้วหันกลับมองกระดาน
จบคาบเรียนได้เวลาพักทานอาหาร ทุกคนเลิกแยกย้ายเวธัสมาร่วมมือเที่ยงกับน้องสาวเหมือนเคย สาวๆ หลายคนเริ่มฉิจฉาพลอยภัทราที่ได้สนิทสนมกันเด็กหนุ่มสุดฮอต
“น่าเบื่อชะมัด”มิรินบ่นอุบ
“เป็นอะไรอีกล่ะ”เวธัสถามน้อง
“พี่เวย์ ทำไมพี่ไม่บอกไปเลยล่ะว่าไม่ชอบผู้หญิง แต่พี่ชอบผู้ชายจะได้หมดเรื่องหมดราวไป”
“หาเรื่องให้พี่อีกแล้วริน พี่เป็นแบบนั้นที่ไหน”เวธัสบอกแล้วหันมองเพื่อนน้องสาว เห็นตักข้าวใส่ปากแววตาเศร้าซึม “ใช่ไหมพลอย”
“ใช่ค่ะ!”คนกำลังเหม่อรีบตอบแบบไม่รู้ตัว
“เห็นไหม พลอยก็เห็นด้วย”
“เชอะ!”น้องสาวก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปากต่อ
เวธัสวางช้อนแล้วนำถาดอาหารของตนไปเก็บหลังจากอิ่มแล้ว ก่อนกลับมาที่นั่งอีกครั้ง
“พี่ไปก่อนนะ นัดเล่นบอลกับเพื่อนไว้”
“ไปเถอะ ไม่เห็นต้องมาบอก”
“เราน่ะรวนพี่ได้ตลอดนะริน ไม่รู้โกรธใครมา”เด็กหนุ่มเกาศีรษะแกรกๆ
“โกรธสาวกพี่ยังไงล่ะคะ แต่พี่เวย์ไม่ต้องสนใจหรอก ไปเล่นบอลเถอะ ตอนนี้รินหายแล้ว”
“งั้นพี่ไปล่ะ”เวธัสวิ่งออกมาจากโต๊ะอาหาร พลอยภัทรามองตามครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าก้มตาสนใจอาหารตนเองต่อ
สองสาวทานอาหารอีกสักพักจึงเก็บถาดอาหาร จากนั้นเดินทางไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวเตรียมเข้าเรียนคาบต่อไป แต่แล้วกลับมีกลุ่มเด็กสาวมาขวางเอาไว้ พลอยภัทราชะงักเห็นสายตาของเต็มเดือนจ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มิรินรีบมาหยุดยืนข้างเพื่อนสีหน้าไม่พอใจ
“ต้องการอะไรอีกเต็มเดือน นี่มันมากไปแล้วนะ!”มิรินออกปากด้วยความหงุดหงิด
“อย่ามายุ่งมิริน เธอควรออกไปจากที่นี่ซะ”
“แล้วทำไมเธอต้องคอยหาเรื่องพลอยด้วย!”
คนฟังกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ “ก็เพราะแม่มันมาแย่งพ่อฉันไปจากแม่ไง!”
พลอยภัทราชะงักแววตาหม่นลง เมื่อไหร่เรื่องราวเหล่านี้มันจะจบลงเสียทีเธอทรมานมากเหลือเกิน
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพลอยด้วย!”
“ไม่เกี่ยวได้ยังไง ในเมื่อพลอยเป็นลูกของผู้หญิงที่แย่งพ่อไปจากแม่ฉัน!”
เต็มเดือนก้าวเข้าหามิรินพยายามเอาตัวขวางเพราะเห็นเพื่อนไม่ขยับหรือมีทีท่าจะป้องกันตนเองเลย แต่ทว่าเธอกลับถูกเพื่อนของเต็มเดือนอีกสองคนรั้งแขนไว้ เต็มเดือนหยุดยืนตรงหน้าพลอยภัทรา
“โอ้ย!”เธอร้องเพราะเส้นผมถูกจิก
“บอกแม่แกว่าอย่ามายุ่งกับพ่อฉันเข้าใจไหม!”
“ฉันเข้าใจแล้ว”พลอยภัทราบอก น้ำตารื้น
“ปล่อยพลอยนะ ทำไมทำแบบนี้ฉันจะฟ้องครูคอยดู”มิรินขู่
“อยากโดนตบอีกคนหรือไงมิริน อย่าคิดว่ามีพี่หล่อแล้วฉันจะไม่ทำอะไรนะ!”
“ก็ลองดูดิ ถ้าคิดว่าทำแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลองดูได้เลย!”
มือยังคงจิกเส้นผมก่อนกระชากเพื่อนร่วมห้องเข้ามาใกล้แล้วง้างฝ่ามือ พลอยภัทราชะงักจับมือนั้นไว้ตามสัญชาตญาณ และแล้วบางอย่างในหัวกลับหมุนวนภาพมากมายวนเวียนเข้ามา นี่เธอกำลังเห็นอะไร
“ไม่นะ อย่าทำหนู หนูกลัวแล้วอย่าตีหนูเลย”
“อย่ามายุ่งเรื่องของกู กูจะมีเมียน้อยใครจะทำไม!”
“อย่าทำลูก มึงทำลูกทำไมไอ้เลว ไสหัวไปหาเมียใหม่มึงเลยไป!”
ไม่จริง อะไรกัน ทุกอย่างเข้ามาในหัวจนแทบทานทนไม่ไหว ร่างเล็กสั่นเทาความกลัวเข้าแทรก พลอยภัทราไม่อาจทานทนและสลบไปในที่สุด ร่างเล็กล้มลงทรุดกองกับพื้นนิ่งสนิทไม่ไหวติง
“พลอย!”มิรินร้องเรียก
เต็มเดือนตกใจ เธอยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อนร่วมห้องแค่จิกผมเท่านั้นเอง
“ฉันไม่ได้ทำอะไรมันนะ มันเป็นลมเอง!”เต็มเดือนบอกแล้ววิ่งหนีออกจากตรงนั้นไป
มิรินรีบเข้าประคองเพื่อนตะโกนเรียกให้คนช่วย จนกระทั่งพี่ชายมาเข้าห้องน้ำพอดี เวธัสตรงเข้าอุ้มเพื่อนน้องสาวไปยังห้องพยาบาลทันที พี่น้องช่วยกันนั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วง
“เพื่อนไม่เป็นไรหรอก แค่เป็นลมเท่านั้นเอง”คุณครูบอก เพราะเห็นสีหน้านักเรียนไม่สู้ดี
“พลอยคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ พี่ไปเรียนก่อนนะ”
“อืม”เขาลุกยืนหันมองเพื่อนน้องสาวอีกครั้ง แล้วเดินออกจากห้องพยาบาลไป