ตอน 1

บทที่๑

‘อัญมณี’

ทุกสายตาในศาลาสวดอภิธรรมต่างหันไปมองชื่อเจ้าของพวงหรีดที่กำลังถูกแขวนด้วยมือคล้ำของใครคนหนึ่งซึ่งเป็นคนช่วยจัดการในงาน พวงดอกไม้ราคาแพงสีขาวบริสุทธิ์ไม่ได้สะดุดตาเท่าชื่อที่ติดไว้ ทุกคนต่างหันไปมองนอกศาลาเพื่อหาเจ้าของพวงหรีด จนไปหยุดที่หญิงสาวคนหนึ่ง

หล่อนมีรูปร่างโปร่งค่อนไปทางผอมในชุดเสื้อแขนยาวกระโปรงคลุมเข่าสีดำ และรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาจึงเดินช้าลง กวาดตามองอย่างหวาดระแวง แล้วสำรวจตนเองอีกรอบ บางทีการอยู่ในชุดสุภาพสำหรับงานศพอาจทำให้หล่อนดูแปลกไปกว่าทุกวัน และยิ่งไม่รู้จักใครในงานนี้เลยยิ่งตกประหม่าจนอยากหันหลังกลับ

“มานี่ มางานนี้ด้วยหรือ” เจ้าของคำถามเดินมาหา

ตั้มเป็นชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบหน้าตาคมเข้มด้วยหนวดและเคราบางๆ เป็นเพื่อนร่วมงานของมานี่หรือนางสาวอัญมณี เจริญยิ่งณรงค์ หล่อนแทบจะกระโดดกอดดีใจที่อย่างน้อยเจอคนรู้จักตั้งหนึ่งคนแล้ว

อัญมณีพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ

“ญาติหรือคนรู้จัก” ตั้มถามต่อ แต่หล่อนส่ายหน้าช้าๆ แล้วอ้อมแอ้มบอก

“ไม่ใช่ทั้งสอง”

“อ้าว! แล้วมาทำไม”

“มาแทนพี่”

“เรามีพี่ด้วย” ตั้มพูดด้วยเสียงอันดัง ทำให้คนทั้งศาลาแทบหันมามองเป็นตาเดียว

“พูดเบาๆ ก็ได้ ไม่ใช่พี่แท้ๆ หรอก เรียกว่าคนนับถือกันนะ”

“ก็เห็นใช้ชื่อตัวเองบนพวงหรีด เลยแปลกใจน่ะ” ตั้มสงสัย

“เอ่อ ไมใช่ชื่อนี่ นั่นมันนามปากกาของพี่ที่นับถือไง”

คนนับถือกัน อัญมณีอยากค้อนให้คำพูดนี้ของตัวเอง คนนับถือกันที่ว่าขอร้องแกมบังคับให้หล่อนนำพวงหรีดมาแสดงความเสียใจอาลัยคนตาย ทั้งที่หล่อนไม่รู้จัก

บ้าไปกันใหญ่แล้ว แต่หล่อนก็ต้องทำตามสั่ง ดูเหมือนว่าไม่เคยขัดใจ ขัดคำสั่งได้เลย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ หล่อนก็ไม่เข้าใจตนเอง

“อ๋อ นักเขียนามปากกาอัญมณีหรือ เคยได้ยินอยู่นะ ไหนๆ ก็มาแล้วไปเคารพศพกัน”

ตั้มชวนเหมือนเป็นเจ้าภาพเสียเอง เขาบอกว่าถึงไม่ใช่เจ้าภาพหรือญาติของคนตาย แต่ก็สนิทสนมกับน้องชายคนตายดีเพราะเจอกันตอนทำงานบ่อยๆ ระหว่างเดินตามตั้มเข้าไปในศาลา อัญมณีรู้สึกถึงสายตาจับจ้องบอกถึงความไม่เป็นมิตรจนเสียวสันหลัง ทั้งที่ตนเองไม่รู้จักทั้งคนเป็นและคนตายในงานเลย

แต่หล่อนก็รู้ว่ามีคนจ้องมองตั้งแต่ส่งพวงหรีดให้คณะเจ้าภาพนำไปวางแล้ว

หรือคนพวกนี้อาจสงสัยว่าหล่อนคือเจ้าของพวงหรีด? ดันชื่อเดียวกันเสียนี่

‘ทำไมใช้นามปากกาอัญมณีคะ’

‘พี่ชอบชื่อมานี่ไง เลอค่าง่ายแก่การจดจำ’

‘ชื่อโหลๆ นี่นะ’

‘ชื่อโหล แต่นามปากกาไม่มีทางโหล เพราะนักเขียนเขาไม่ใช้ซ้ำกันอยู่แล้ว’

อัญมณีคุกเข่าลงเบื้องหน้าโลงศพ ตรงนั้นมีเด็กหญิงวัยรุ่นที่ตาแดงก่ำและบวมเป่งเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักคอยจุดธูปส่งให้คนที่มาไหว้ศพ เด็กสาวส่งธูปที่จุดแล้วมาให้รวดเร็วแทบจะทิ่มหน้าทิ่มตาหากตั้มไม่รีบยื่นมือไปรับไว้แทน หล่อนคิดว่าตัวเองตาไม่ฝาดที่เห็นแววตาอาฆาตของเด็กคนนี้ แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามที

“ขอบคุณนะ” หล่อนพูดกับตั้ม ขอบคุณที่เขาช่วยไม่ให้ธูปปลายแดงๆ ทิ่มหน้าตาให้เกิดเป็นแผลพุพอง อัญมณีมั่นใจว่าเด็กสาวจงใจ เพราะไม่ปริปากสักคำไม่ว่าจะเป็นคำขอโทษหรือขอบคุณเมื่อหล่อนยื่นซองช่วยงานให้

“คุณอัญมณีฝากมาแสดงความเสียใจด้วยนะคะ” หล่อนพูดตามที่ถูกสั่งมา หลังจากตั้มแนะนำว่าเด็กสาวผู้นี้คือลูกสาวของคนตาย

เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ ซึ่งอัญมณีรู้สึกขัดตาขัดใจมาก เหมือนไม่มีใครอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาท ทั้งที่อายุอานามขนาดนี้โรงเรียนต้องสอนมาแล้ว เด็กสาวรับซองเงินแล้วเดินไปหาชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีที่ต้อนรับแขกอยู่หน้าศาลาแล้วยื่นซองให้พลางชี้กลับมา

ตั้มยิ้มแล้วพยักหน้าให้ชายดังกล่าวที่กระทำตอบลักษณะเดียวกัน แต่หล่อนรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นจ้องไม่วางตาจนทำหน้าไม่ถูก จะยิ้มให้เขาก็ไม่ได้รู้จักหรือแสดงการทักทายหล่อนแต่อย่างใด จะบึ้งก็ไม่มีเหตุอันควร อัญมณีจึงหันไปมองตั้มแทน

“กลับดีกว่า” หล่อนเปรยหลังความอดทนสิ้นสุด

“อ้าว ทำไมรีบ ไม่รอฟังสวดก่อนหรือ”

“ไม่ไหว นี่รู้สึกว่ามีคนมองแปลกๆ”

“คิดมาก คนกำลังโศกเศร้าก็หน้าบึ้งหน้านิ่งเป็นธรรมดา ไปนั่งด้วยกันเถอะเดี๋ยวกลับพร้อมกันผมไปส่งเอง” ตั้มแตะแขนพาเดินไปหาที่นั่ง อัญมณียอมตามไปนั่งแต่ยังมีข้อสงสัย

“เอารถยนต์มาหรือคะ”

หากตั้มใช้รถจักรยานยนต์ตามปกติคงไม่ชวน เหมือนตัวหล่อนเองก็ใช้จักรยานยนต์เพราะความชอบส่วนตัวและความสะดวกในการเดินทางฝ่าการจราจรที่รถราติดขัด หล่อนรู้สึกว่ารถราบ้านเรามีมากขึ้นทุกวัน แม้ไม่ใช่เมืองหลวงยังติดขนาดนี้ ป่านนี้ไม่รู้คนในกรุงเทพฯ จะเผชิญกับรถติดขนาดไหน

“ไม่ได้เอารถอะไรมาเลย” คนอาสาไปส่งบอกหน้าตาเฉย

“อ้าว แล้วบอกจะไปส่ง”

“แล้วมานี่เอารถอะไรมา ผมนั่งไปเป็นเพื่อนไง แล้วค่อยต่อรถกลับบ้าน”

“อ๋อ นี่คือการไปส่งหรือคะ” หล่อนเลิกคิ้ว แล้วพูดต่อ “แต่นี่ก็ไม่ได้เอารถมาเหมือนกัน พี่วิชแวะมาส่งแล้วเลยไปหาเพื่อนค่อยกลับมารับค่ะ”

“งั้นผมก็ขอติดรถไปด้วย คงไม่เป็นเอบีซีนะ”

หล่อนขันคำพูดของตั้มจนเผลอยิ้มออกมา

พี่วิชที่เอ่ยถึงคือสวิช สุสวิชคู่หมั้นสุดหล่อ ที่นานๆ จะไปไหนมาไหนด้วยกันทีเพราะต่างมีงานที่แตกต่างกัน อัญมณีเริ่มงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องหนึ่ง ส่วนตั้มเป็นนักข่าวที่มักออกมาทำข่าวด้วยกันบ่อยๆ จึงสนิทสนมกันพอสมควร และตั้มเป็นคนเดียวที่รู้ว่าสวิชเป็นคนคุ้นเคยของหล่อนแต่ไม่รู้ว่าถึงขนาดหมั้นหมายกันแล้ว เพราะหล่อนไม่ชอบใส่แหวนหมั้นหรือไม่เคยใส่เลยหลังจากวันหมั้นก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่สนใจและใส่ใจจำ

อัญมณีใช้แค่คำว่าคนคุ้นเคยทั้งที่เป็นคู่หมั้นกันมานาน เพราะครอบครัวหรือจะเรียกว่าบรรพบุรุษของทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมยิ่งกว่าญาติ เรือกสวนไร่นาติดกันจากอดีตแปรเปลี่ยนเป็นตึกรามบ้านช่องที่อยู่อาศัยก็รั้วชิดติดกันเช่นเดิม เมื่อมีลูกก็อยากเกี่ยวดองกัน แต่เหมือนมีกรรมหรือโชคชะตาไม่เข้าข้างในรุ่นลูกเพราะต่างก็มีแต่ลูกสาว กรรมจึงมาตกหนักที่รุ่นหล่อนเองที่ต่างเป็นหลานสาวและหลานชายคนแรก

ฝ่ายสวิชนั้นเป็นหลานชายคนแรกและเป็นหลานคนเดียวของตระกูลยิ่งทำให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหล่อนอยากได้มาเป็นเขยขวัญ เพราะเล็งเห็นแล้วว่ามรดกตกทอดทั้งหลายจะเป็นของสวิชเพียงผู้เดียว แล้วหล่อนที่จะแต่งงานกับเขาก็จะสบายไปด้วยแต่ใช่ว่าหล่อนจะสิ้นไร้ไม้ตอกหรือไม่มีมรดกตกทอด หล่อนก็มีทรัพย์สมบัติของปู่ย่าตายายที่ให้ไว้มากพอสมควร และยังมีญาติน้อยทรัพย์สินไม่ถูกแบ่งแยกไปมากนักจึงเรียกได้ว่ามรดกส่วนใหญ่จะตกเป็นของหล่อน มากพอหรือทัดเทียบกับสวิชทีเดียว

สวิชไม่ขัดข้องเพราะไม่มีผู้หญิงที่ชอบพอ ส่วนหล่อนนะหรือแม้ไม่ใช่คนหัวอ่อนแต่ก็ยอมตามใจพ่อแม่ เพราะสวิชคือพระเอกขี่ม้าขาวสำหรับหล่อนในวัยเยาว์ คือผู้ชายในฝัน ทั้งรูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาเรียกว่าไปไหนมาไหนด้วยแล้วไม่อายใคร

สวิชจบการศึกษาด้านเคมีทั้งในและต่างประเทศ และเมื่อหล่อนต้องไปศึกษาต่อต่างประเทศเขาก็เป็นคนจัดการทุกอย่างให้ เรื่องที่เรียน ที่พัก และอยู่เป็นเพื่อนจนหล่อนปรับตัวได้เขาจึงกลับมาประเทศไทยแต่ก็บินไปเยี่ยมเยียนหล่อนบ่อยครั้งเมื่อมีเวลา สวิชดูแลกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและเคมีภัณฑ์พร้อมทำงานอดิเรกที่เขาชอบและประสบผลสำเร็จอย่างดีทีเดียว

ส่วนหล่อนก็กลับมาทำงานที่ชอบแต่ทางบ้านไม่ค่อยปลื้มนัก และมีเพียงสวิชเท่านั้นที่คอยสนับสนุนหาที่ทำงาน ให้กำลังใจ และคอยแก้ต่างให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่างานของหล่อนได้เสี่ยงภัยอะไรและเป็นงานที่ตรงตามสาขาที่เรียนมา เขาขอขอโอกาสให้หล่อนได้พิสูจน์ตัวเองว่าทำงานได้ ซึ่งผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสหล่อนทันทีทั้งที่หล่อนเว้าวอนจนปากเปียกปากแฉะแม่ก็ไม่ยอมท่าเดียว

ตอน 2

บริเวณหน้าห้องน้ำภายในวัดมืดสลัว ไฟดวงเล็กไม่อาจอำนวยแสงสว่างให้ทางเดินตลอดแนวได้ อาศัยแสงจากในห้องน้ำที่ส่องออกมาหากคนใช้แล้วลืมปิด แต่นั่นทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นอันมากหญิงสาวจึงต้องช่วยปิดมันเสีย เมื่อปิดไฟในห้องน้ำด้านนอกก็มืดลงเล็กน้อย หล่อนจำต้องเดินออกมาให้พ้นบริเวณนั้นโดยเร็ว

“คุณคืออัญมณี”

คำถามที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาคนกำลังเดินอยู่ในที่สลัวสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองและจำได้ว่าเขาคือหนึ่งในคณะเจ้าภาพที่ต้อนรับแขก ชายหนุ่มที่ลูกสาวคนตายนำซองช่วยงานของหล่อนไปให้ อัญมณีจึงยิ้มให้เขาแล้วส่ายหน้าช้าๆ ก่อนบอก

“ไม่ใช่ค่ะ ฉันชื่ออัญมณีแต่ไม่ใช่เจ้าของซองกับพวงหรีด ฉันแค่เป็นตัวแทน”

“อ้อ แล้วทำไมอัญมณีไม่มาเอง”

เสียงเขาแข็งจนหล่อนสะดุดหู และไม่พอใจเล็กน้อย เขาไม่ควรใช้น้ำเสียงและคำพูดห้วนๆ เช่นนี้ แต่เมื่อเขาพูดมาแบบไหนหล่อนก็ตอบกลับไปเช่นนั้นเสมอกัน

“ไม่สะดวกมา”

อัญมณีตั้งใจเดินเลี่ยงมาเพราะไม่อยากสนทนาอันใดต่อ แต่เขากลับขยับมาขวางทางไว้

“แล้วอัญมณีจะมาไหม”

“อ้าว! ก็บอกว่าไม่สะดวกมา”

หล่อนไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากคำถามนี้ แต่หล่อนกลัว ไม่ไว้ใจและอยากไปให้พ้นจากที่สลัวตรงนี้ เมื่อเขาไม่หลีกหล่อนจึงเดินเลี่ยงแต่เขากลับจับข้อศอกไว้ อัญมณีจึงกระทุ้งศอกเข้าใส่แรงจนได้ยินฝ่ายนั้นครางอ๋อย ก่อนสะบัดแขนแล้วเดินหนี แต่ทันทีที่เลี้ยวข้างศาลาก็ชนเข้ากับร่างหนึ่งจนเกือบล้ม

“เป็นอะไรไหมมานี่ ทำเหมือนหนีอะไรมา” ตั้มถามหลังช่วยจับไม่ให้หล่อนเซ

“หมอนั่นไง” หล่อนโบ้ยไปข้างหลัง

“อ้าว รู้จักหมอชลด้วยเหรอ ไหนบอกไม่รู้จักใครในงาน”

“อะไรนะ นายคนนั้นเป็นหมอหรือ” หล่อนลากตั้มให้เดินตาม แต่คนถูกลากกลับหันไปโบกมือลาคนที่หล่อนถามถึง

“กลับก่อนนะหมอชล แล้วเจอกันครับ”

“ขอบคุณนะครับที่แวะมา”

หมอชล ตั้มเรียกเขาว่าหมอชล อัญมณีหันไปมองเขาเชิดหน้าใส่ทั้งที่เห็นเขาโบกมือให้ หล่อนคิดว่าคงโบกมือให้ตั้มมากกว่า

“มานี่บอกว่าวิ่งหนีหมอชล ทำไมหรือ” ตั้มยังไม่ปล่อยผ่าน ถามขึ้นเมื่อเดินออกมาหน้าวัด พลางมองหารถของสวิชที่จะมารับ

“นี่ไม่ชอบ มาเซ้าซี้ถามว่าทำไมอัญมณีไม่มาเอง จะรู้ไหมละคนไม่ได้ตัวติดกันเสียหน่อย” หล่อนพูดไปตรงๆ และตั้มก็ไม่มีคำตอบหรือคำถามเพิ่ม มีแต่เสียงอือออรับทราบเท่านั้น

ฉับพลันรถสปอร์ตสีแดงเพลิงแล่นออกจากประตูวัดก็มาจอดเทียบ กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลงพร้อมคนขับชะโงกหน้าตะโกนถาม

“ให้ไปส่งไหมครับ”

“ขอบคุณครับหมอ เรารอรถเพื่อนอยู่ครับ ใกล้มาแล้วละ” ตั้มตอบ แล้วค้อมศีรษะให้คนมีน้ำใจอีกครั้ง

“อ๋อ งั้นผมไปก่อนนะครับ แล้วเจอกัน”

เมื่อชายคนนั้นขับรถออกไปอัญมณีรีบถามทันที

“ใคร”

“ก็หมอชลไง”

“ก็รู้แล้วว่าชื่อหมอชล แต่ทำไมต้องพูดเหมือนจะเจอกันอีก” หล่อนเลิกคิ้ว

ตั้มไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงแตรรถก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณ สองคนจึงรีบเดินเร็วๆ ไปขึ้นรถเพราะจอดตรงนั้นนานไม่ได้ และตลอดทางก็ไม่ได้พูดคุยกันเรื่องนี้อีกเลย

ตอน 3

อัญมณีในชุดทะมัดทะแมงเหมาะสมกับหน้าที่การงานเดินลงบันไดมาช้าๆ หน้าตาไม่สดใสแม้จะแต่งหน้าบางเบาเพื่อปกปิดริ้วรอยแล้วก็ตามที

“ไม่สบายหรือมานี่” อังกาบที่กำลังจัดวางจานอาหารเช้าบนโต๊ะถาม

“เปล่าค่ะแม่ แต่นอนไม่ค่อยหลับ” หล่อนตอบตามความจริง แล้ววางกระเป๋าบนโต๊ะ เดินไปชงกาแฟแล้วกลับมานั่งที่ประจำของตน

อังกาบเลื่อนจานอาหารเช้าง่ายๆ เป็นไส้กรอก ไข่ดาวและขนมปังปิ้งเข้ามาให้

“แม่ไม่กินเหรอ แล้วพ่อละคะ”

“มานี่กินก่อนได้เลย ต้องรีบไปทำงานนี่ พ่อเดินอยู่รอบๆ บ้านนี่แหละเดี๋ยวก็คงมา”

“งั้นนี่กินนะคะ” หล่อนบอก แล้วเริ่มลงมือรับประทาน

อังกาบนั่งลงข้างๆ ไม่ได้กินอาหารเช้าเพราะรอกินพร้อมสามี แค่อยากคุยเป็นเพื่อนลูกสาว

“มานี่ไปงานใครหรือลูกเมื่อคืน ทำไมแม่ไม่คุ้นชื่อ”

“คนรู้จักค่ะแม่”

“ไปรู้จักคนแบบนี้ได้ยังไง” น้ำเสียงอังกาบบอกอาการดูถูกคนตายจนอัญมณีอดถามไม่ได้

“คนแบบไหนคะแม่ แล้วแม่รู้จักเค้าเหรอ”

“ไม่รู้จัก แต่รู้จากข่าวชาวบ้านพูดกันว่าถูกผัวฆ่าตายเพราะคบชู้ ข่าวว่าชู้ที่ว่าน่ะเป็นผู้หญิงด้วยนะ”

อัญมณีอึ้งเล็กน้อยเพราะไม่รู้เรื่องนี้ แค่ถูกไหว้วานให้นำพวงหรีดไปแทนเพราะคนตายเป็นแฟนนิยายตัวยงและไม่ได้บอกสาเหตุการตาย ส่วนหล่อนก็ไม่ได้ถามใครเสียด้วยตอนไปร่วมงานศพ

‘อัญมณี’ เป็นนามปากกาของนักเขียนนิยายระดับแถวหน้า ที่ไม่ยอมเปิดเผยหน้าตา มีเพียงบรรณาธิการเล่มและหล่อนเท่านั้นที่รู้จักตัวตนของอัญมณี ผลงานของอัญมณีโดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักอ่าน จนมีกลุ่มแฟนคลับมากมายอยากพบเห็นตัวจริง เคยมีคนบุกไปถึงสำนักพิมพ์เพื่อขอประวัติ ขอรูปเพื่อให้เห็นหน้าค่าตาของนักเขียนที่ชื่นชอบแต่ก็ต้องผิดหวัง ประวัติและรูปร่างหน้าตาของอัญมณีถือเป็นความลับสุดยอด และการที่หล่อนต้องเป็นตัวแทนนำพวงหรีดไปวางตามงานศพของแฟนคลับที่พอจะเดินทางไปได้ ยิ่งทำให้ตกเป็นเป้าสายตา บ้างมาถามตรงๆ ว่าหล่อนใช่อัญมณีหรือไม่

ชื่ออัญมณีค่ะ แต่ไม่ใช่นักเขียนนามปากกา อัญมณี คำถามนี้หล่อนตอบจนเบื่อแล้ว

‘หรือนายคนนั้นคิดว่าเราคืออัญมณี และเป็นชู้กับคนตาย? บ้านะสิ’

อังกาบยังเล่าต่อว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่บ้านไม่ต้องทำงานอะไรรอผัวที่ทำงานต่างประเทศเลี้ยงดู มีลูกสาวคนเดียวอายุประมาณสิบห้าสิบหกดูแลตัวเองได้แล้ว ผู้หญิงคนนั้นชอบอ่านนิยายมาก ทั้งบ้านเต็มไปด้วยหนังสือนิยายโดยเฉพาะนามปากกา ‘อัญมณี’ แต่ระยะหลังมีการคบหาเพื่อนทางอินเทอร์เน็ต มีการออกไปเที่ยวกลางค่ำกลางคืนจนถูกสามีฆ่าตายดังกล่าว

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเค้ามีชู้ละแม่ คนออกเที่ยวกลางคืนไม่ได้เสเพลทุกคนนะคะ”

“ก็ชาวบ้านเขาพูดกันว่าเอาเงินผัวไปปรนเปรอทอม แล้วได้ยินผัวด่าก่อนจะเชือดคอจนตายนะสิ”

เชือดคอ น่าสยดสยองจริงๆ ป่านนี้สามีของผู้หญิงคนนั้นคงติดคุก แล้วลูกจะอยู่กับใคร

อัญมณีนึกถึงเด็กสาวที่เกือบใช้ธูปจุดไฟมาทิ่มหน้าตน เพราะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เด็กถึงดูกร้าว แต่ไม่น่ามีเหตุให้คิดจะทำเช่นนั้นกับตน เพราะเวลาส่งธูปให้คนอื่นๆ เคารพศพก็ดูปกติดี แล้วผู้ชายคนที่ตั้มเรียก ‘หมอชล’ คือใคร

“มานี่ มานี่”

“คะ คะ” อัญมณีหลุดจากภวังค์รีบขานรับเสียงเรียกของแม่ ก่อนมองสบตาอย่างสงสัย

“ใจลอยไปไหน รีบกินสิลูกเดี๋ยวพี่วิชไม่รอนะ” อังกาบเตือน

“อ๋อ วันนี้นี่ไปเองแม่ พี่วิชไปทำธุระที่กรุงเทพ ป่านนี้คงไปแล้วมั้ง”

“อ้าวเหรอ พี่วิชก็ขยันจริง พี่เขาเกริ่นเรื่องแต่งงานบ้างหรือยัง”

อัญมณีงันไปชั่วครู่กับคำถามของแม่ ใช่ว่าเพียงแค่แม่เท่านั้นที่อยากให้หล่อนกับสวิชแต่งงานกันเร็วๆ แต่เป็นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่อยากให้เป็นเช่นนั้น ทว่าพวกท่านไม่รู้หรอกว่าทั้งหล่อนและสวิชยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลย

“ไม่ต้องรีบแต่งหรอกแม่ นี่ยังสนุกกับงาน พี่วิชก็เหมือนกัน แม่ก็เห็นว่าเรางานยุ่งแค่ไหน พี่วิชอยู่ติดบ้านที่ไหน เดี๋ยวบินไปโน่นไปนี่ แต่งไปก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอก อยู่กับแม่ดีกว่า มีคนทำกับข้าวให้กินอร่อยสุดในสามโลก” อัญมณีออดอ้อนพร้อมกอดแม่ คนถูกประจบหัวเราะแล้วดันลูกออกห่าง

“พูดอย่างกับถ้าเราแต่งงานไปแล้ว แม่จะไม่ทำกับข้าวให้กินนั่นแหละ”

“ก็พูดเผื่อไว้ เห็นแม่ทำเหมือนรังเกียจผลักไสลูกให้ไปป่วนบ้านโน้นบ่อยๆ” พูดจบหล่อนก็หัวเราะ

อังกาบหัวเราะตามแล้วลุกไปจากโต๊ะ

อัญมณีมองตามแม่แล้วลอบถอนใจ ถ้าหากไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้นแม่จะรู้สึกยังไง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะว่าอย่างไร

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

เงื่อนลวง

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED