เสียงเพลงกระหึ่มในจังหวะเร้าใจดังขึ้นพร้อมๆ กับงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ประจำปี ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างสวยงาม ผู้คนที่สนใจในเรื่องยานยนต์ เซเลบ ดารา ไฮโซ ผู้มีชื่อเสียงในทุกวงการ ตลอดจนผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ต่างตบเท้ากันเข้าชมงานไม่ขาดสาย เพราะตลอดทั้งงานที่จัดติดต่อกันถึง 12 วันนี้ ทุกค่ายรถยนต์ต่างขนนวัตกรรมยานยนต์มานำเสนออย่างไม่มีใครยอมใคร
ผู้คนคลาคล่ำที่เป็นชายมากกว่า 90% นั้นคงตอบได้ไม่เต็มปากนักว่าแทบทั้งหมดนั้นมาดูรถยนต์ เพราะต่างรู้กันดีว่า สิ่งที่ล่อตาล่อใจและล่อ ‘ลวง’ ลูกค้าได้มากยิ่งกว่ามากนั้น ไม่พ้นจะเป็นพนักงานแนะนำรถยนต์สาวสวยที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘พริตตี้’ นางฟ้าจักรกลเหล่านี้แหละที่ทำให้คนหนุ่มและไม่หนุ่มทั้งหลายต่างรอคอยช่วงเวลาแห่งปีจะเวียนมาถึงอีกครั้ง เพื่อเก็บภาพประทับใจและภาพแห่งความทรงจำลงในสมอง
“อูย... แม่ง... นมใหญ่เป็นบ้าเลยว่ะ อย่างนี้ให้กูจัดสักที กูยอมกราบเลย”
“เออ... กูก็อยากเป็นลูกของน้องเขาจริงๆ ว่ะ”
“ทำไมวะ”
“ก็กูจะได้ดูดนมน้องเขานอนไงล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะที่ดังอยู่ไม่ไกลจากตัวราวกับจงใจให้ได้ยินนั้น ทำให้เจ้าของใบหน้าสวยไม่ต่างจากนางฟ้าต้องยืนกัดฟันกรอดข่มอารมณ์ตัวเองเต็มที่ทั้งที่ริมฝีปากยังคงฉีกยิ้มให้กับลูกค้าไปทั่ว แต่ใจจริงอยากจะยกรองเท้าส้นสูงสีเทาเมทัลลิกเตะเสยใบหน้าไอ้พวกผู้ชายลามกนั่นสักครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ที่ทำได้ก็แค่ยืนฉีกยิ้มจนเหงือกแห้งต่อไปเท่านั้น
ในขณะที่ต้องแอคท่าน่ารักอ่อนหวานให้สมกับชุดนางฟ้าที่สวมใส่อยู่นี้ เล็บมือสีชมพูกลีบบัวกลับจิกกดลงไปในเนื้อฝ่ามือของตัวเองเพื่อควบคุมอารมณ์เต็มที่ แต่มันก็ยังไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น จนเธอต้องใช้แผนสุดท้ายคือการเลือกที่จะนับ 1-100 อยู่ในใจ
‘บงกช ปวันรัตน์’ หรือ ‘บัว’ สาวสวยหุ่นดีวัย 24 ปี ตาคม ผมยาว ผิวสีน้ำผึ้ง เธอมีสัดส่วน 36-24-36 สูง 169 เซนติเมตร นั่นล่ะคือเธอ คุณสมบัติและรูปร่างหน้าตาแบบนี้ทำให้เธอรับงานถ่ายแบบและเป็นพริตตี้ มาตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยมาจนถึงขณะนี้ ที่แม้จะเรียนจบมากว่า 2 ปี เธอก็ยังคงรับจ๊อบเป็นพริตตี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนมากจะเลือกเฉพาะงานที่เกี่ยวกับเด็กหรือสินค้าสำหรับสตรี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เธอไม่อยากเจอ อย่างเช่นตอนนี้ไง
แต่สำหรับในงานระดับประเทศแบบนี้เธอย่อมไม่พลาดเพราะนั่นจะหมายถึงเงินค่าตอบแทนก้อนโต ในราคาเหมาจ่ายตลอดทั้งงาน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการถูกแทะโลมทั้งจากสายตาและคำพูดของไอ้พวกผู้ชายมักมากบ้ากามและหื่นจัดเหล่านี้ เพราะคนพวกนี้คงไม่คิดว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ส่งผ่านผู้ชายออกมาเกิดเลยสักนิด แต่ดันคิดว่าผู้หญิงเป็นสิ่งกระตุ้นความเสียว ที่แค่มองผ่านก็เก็บไปจินตนาการฝ่ามือได้ตามสะดวก
โดยเฉพาะในเวลานี้เธอก็ไม่ต่างจากสัตว์โลกสวยงามที่มีแต่คนมามุงดู บ้างก็มาถ่ายภาพด้วยความชื่นชม บ้างก็มาแทะโลมด้วยสายตา และก็มีไอ้ประเภทที่ยืนมองจนแทบจะปฏิสนธิพร้อมคำพูดโจ่งแจ้งแบบนี้ด้วย แต่เธอควรจะโทษใครล่ะในเมื่อเธอเลือกงานนี้เอง โทษโชคชะตาที่ทำให้เธอหางานทำไม่ได้ หรือโทษว่า ‘ความสวยพาซวย’ ทำให้เธอมีอันต้องออกจากงานบ่อยครั้ง
เพราะทนไม่ได้กับสายตาและความคิดของคนอื่นที่มีต่อ ‘นม’ สมบัติคู่หน้าที่แม่ให้มาอย่างมากล้นเกินพอดีอย่างนั้นเหรอ หรือจะโทษ ‘ก้น’ สมบัติคู่หลังที่ขยันเต่งตึงและเด้งดึ๋งเวลาเดิน จนผู้ชายต้องจินตนาการตาม อะไรกันล่ะที่เธอควรจะโทษ หรือจริงๆ แล้วเธอไม่ผิดหรอก ที่ผิดน่ะก็ไอ้พวกหื่นนี่มากกว่า
“บัว... อดทนหน่อยนะแก เดี๋ยวก็เลิกงานแล้ว แกอย่าทำล่มกลางคันเด็ดขาดนะ คราวนี้ฉันเอาหัวตัวเองรับประกันกับเจ๊เมี่ยงไว้ด้วยว่าแกจะไม่อาละวาด ไม่อย่างนั้นงานหน้าฉันก็คงจะไม่ได้เหมือนกัน”
บงกชพยักหน้ายิ้มๆ ให้กับ ‘เจนนี่’ เพื่อนสาวร่วมอาชีพที่ช่วยหางานมาให้โดยผ่านเอเจนซีสาวประเภท 2 ที่รู้กิตติศัพท์ปัญหาของเธอดี และเธอก็จะอดทนให้มากเพื่อไม่ให้เสียไปถึงเพื่อนและ ‘เจ๊เมี่ยง’ แม้ว่ามันเกินจะทนแล้วก็ตาม
ปากฉีกยิ้มแต่ในใจพยายามท่องไว้ว่า ‘ไม่ถูกตัวๆ’ เพราะอย่างมากผู้ชายพวกนี้ก็ทำได้แค่รูปถ่ายกับใช้สายตาโอ้โลมเธอเท่านั้น ส่วนจะเก็บความทรงจำในเรือนร่างนี้ไปฝันเปียกกี่สิบครั้งเธอก็ไม่ควรจะต้องไปคิด คิดแต่เพียงว่าจบงานนี้จะทำให้เธอมีทุนที่จะมองหางานอื่นไปอีกเป็นแรมเดือนก็พอ
ใบหน้าเชิดขึ้น ริมฝีปากฉีกยิ้ม ตามองตรงไปข้างหน้า ไม่เอาคำพูดอุจาดรูหูมาคิดให้เป็นอารมณ์อีก ก่อนที่ร่างระหงจะเดินวาดลวดลายสลับตำแหน่งกับเพื่อน เพื่อโพสท่านำเสนอรถยนต์ตามตำแหน่งที่ได้ซักซ้อมกันมา และแค่เธอเคลื่อนตัวก็เหมือนกับว่าพวกผู้ชายที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันก็เคลื่อนตาม อาจจะเรียกได้ว่า ‘นมดึงดูด’ และ ‘ตูดสั่งได้’ เพราะจากสายตาทุกคู่ ไม่มีใครเลยที่ไม่มองเป้าหมายอันโดนเด่นของเธอ
ชุดนางฟ้าสีขาวแสนสวยยาวคลุมสะโพก ตกแต่งเม็ดคริสทัลระยิบระยับแต่แอบคว้านร่องอกจนเห็นเนินอวบอิ่มที่ถูกดันติดกันจนชิด กระโปรงผ้าสีขาวเข้ารูปเกาะสะโพกก็ตกแต่งด้วยเม็ดคริสทัลร้อยลงมาเป็นสาย ทำให้ทุกจังหวะการก้าวเดินของเธอคล้ายกับนางฟ้ากำลังร่ายรำ และสะโพกผายก็คงจะโยกไหวเย้ายวนสายตาผู้ชายเกินพอดี
บงกชเชิดหน้ายิ้มสู้กล้องทุกตัว เห็นนะว่ากล้องหลายตัว ‘ซูม’ เฉพาะเจาะจงที่ตรงจุดขายของเธอ แม้จะไม่ชอบใจแต่เธอก็จะทำให้มันดีที่สุด เพราะนาทีนี้เธออยู่ในฐานะพริตตี้ ไม่ใช่พนักงานบริษัทที่เพิ่งถูกไล่ออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน
‘นี่แกได้ยินไหมที่คุณชัยเรียกยัยบัวเข้าไปเตือนเรื่องงานอะ”
‘อืม... สงสัยจะโดนไปหลายดอก เห็นออกมาหน้าระรื่น’
‘จริงอะแก ก็อย่างว่าล่ะนะ คุณชัยแกคงไม่คิดอะไรหรอก ก็รู้ๆ กันอยู่ พวกนมใหญ่มันสมองมักเล็ก ที่แกรับไว้ก็คงแค่เรื่องอย่างว่าเท่านั้นแหละ ได้เขี่ยนิดๆ แตะหน่อยๆ ก็มีความสุขประจำวันได้แล้ว’
‘อิอิ... จริงอย่างที่แกพูดทุกอย่าง นี่ได้ข่าวว่าพี่ยศไอทีก็หวังจะซบหน้าลงบนอกใหญ่ๆ ของยัยบัวด้วยนะแก เห็นว่าไม่เกินอาทิตย์คงได้มีเรื่องมาเม้าท์ แกว่าจะถ่ายรูปเสื้อในมายืนยัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า...’
นั่นคือเรื่องซุบซิบของบรรดาเหล่าเพื่อนร่วมงานที่มักจะได้ยินเป็นประจำเกี่ยวกับเรื่องของเธอ ‘ผู้หญิงนมใหญ่ สมองมักเล็ก’ นั่นมันคือ ‘ปมด้อย’ ที่เธอต้องสะกดเก็บหรือมันเป็น ‘ต่อมอิจฉา’ ที่พวกนมเล็กมักจะคิดกัน แต่เธอพยายามที่จะไม่คิดอะไร ตั้งใจทำงานให้เห็นผลให้มากที่สุดจะดีกว่า เพื่อลบคำสบประมาทเหล่านั้น แต่ยิ่งพยายามเท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะเมื่อ ‘นมดึงดูด’ ของเธอแผลงฤทธิ์อะไรก็ฉุดไม่อยู่
‘เอ้า! น้องบัว อยากกินอะไรสั่งได้เต็มที่ วันนี้พี่เลี้ยงเอง’
‘เอ่อ... แต่บัวอยากกลับบ้านแล้วน่ะค่ะ วันนี้ตระเวนดูโรงงานมาทั้งวัน บัวเมื่อย อยากกลับไปพักผ่อน’
‘โธ่! เมื่อยก็ไม่บอก น้องๆ เปิดห้องพิเศษให้พี่ด้วย ปะ! น้องบัว พี่จะพาไปพักนะจ๊ะ’
‘ไม่ดีกว่าค่ะคุณชัย บัวไม่รบกวนหรอกค่ะ บ้านบัวอยู่แค่นี้เอง บัวกลับเลยดีกว่า’
‘ได้ไงล่ะ ยังคุยเรื่องงานกันไม่จบเลยนะ พรุ่งนี้ก็ต้องเอาเข้าห้องประชุมแต่เช้าด้วย น้องบัวพักผ่อนให้คลายเมื่อยสักหน่อย เดี๋ยวเราก็คุยเรื่องงานกันต่อเลย’
เมื่อ ‘คุณชัย’ ผู้จัดการสุดหื่นพาเธอแวะร้านอาหารกึ่งผับระหว่างทางกลับบริษัท เธอจึงไม่ลังเลเลยที่จะกลับ แต่เพราะข้ออ้างในเรื่องงานที่ต้องปรึกษาหารือเพิ่มเติม ก็ทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออกต้องทำใจดีสู้เสือเดินตามเข้าไปในห้องคาราโอเกะที่ไม่ได้มิดชิดนัก ทำให้ยังพอเชื่อใจได้ว่ามันคงจะแค่เรื่องงานจริงๆ ทว่าแค่เบียร์เข้าปากไม่ถึงแก้ว เจ้านายก็ออกลวดลายจนเธอต้องเทเบียร์ที่เหลือทั้งขวดไปบนหัวล้านเตียนโล่งนั่น ก่อนจะสำทับด้วยขวดเปล่าอีกครั้งที่ฟาดไปเต็มแรง
โพละ!
‘โอ๊ย!! อีบ้า! ตีหัวกูทำไม กูไล่มึงออก อีบ้า! อีนมโต! อีบ้า!’
เสียงร้องลั่นพร้อมภาพไอ้บ้านั่นมีเลือดไหลอาบจากศีรษะลงมาจนถึงคาง ทำให้เธอวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต แต่เสียงตะโกนไล่หลังว่าไล่เธอออกจากงานยังดังก้องให้เธอหวาดผวาเล่น ถึงมันไม่ไล่ก็คงไม่มีใครบ้ากลับไปทำอีกหรอก
และนั่นไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอกที่เธอเจอ เพราะเมื่อ 3 วันก่อน เธอก็ไปสัมภาษณ์งานในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ความสวยคือใบเบิกทางให้เธอเข้าไปสัมภาษณ์งานได้โดยง่าย ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่เธอจบมาสักนิด แต่ใครจะรู้เล่าว่า เธอจะตกสัมภาษณ์งานที่คิดว่าต้องได้ชัวร์ 100%
เมื่อสายตาของผู้บริหารไม่ได้มองจุดใดในร่างกายของเธอนอกเสียจาก ‘นม’ อีกแล้ว และเธอก็ตอบแทนสายตานั้นด้วยน้ำเปล่าแก้วใหญ่ที่ทางห้างฯ กรุณานำมารับรอง เมื่อเธอสาดมันไปบนใบหน้าของผู้บริหารที่ยังไม่ทันจะได้ร่วมงาน
แน่นอนเสียงด่าทอไล่หลังทำให้เธอต้องระเห็จออกจากห้างฯ แทบไม่ทัน และคงไม่กล้าเอาหน้าสวยๆ นี้ไปเดินโฉบเฉี่ยวที่ห้างนั่นให้เป็นเสนียดอีกแน่
แล้วงานอะไรเล่าจะเหมาะกับเธอเท่างานนี้ ‘พริตตี้’ สินค้า
แค่ศึกษาทำความเข้าใจพร้อมนำเสนอสินค้าให้ถูกต้อง และในวันนี้สินค้าราคาแพงเหมาะกับค่าตัวของเธอก็คือ รถยนต์ค่ายญี่ปุ่นรุ่นใหม่เอี่ยม ซึ่งเธอก็ท่องจำออฟชั่นต่างๆ ไว้จนขึ้นใจ เพื่ออธิบายให้ถูกต้องเมื่อลูกค้าสอบถาม แต่งตัวให้สวยพร้อมยืนยิ้มให้ความสุขทางสายตากับบรรดาผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่นั่นต้องไม่ใช่
“โอ๊ย!! อีบ้านี่มันเตะผม... อูย...”
ลูกค้าคนหนึ่งลงไปนอนกุมเป้ากางเกงร้องโอดโอยอยู่กับพื้น ทำให้บรรดาลูกค้ารายอื่นและผู้บริหารของค่ายรถยนต์ต่างออกมามุงดู
แน่นอนเป้าหมายของนักข่าวคงไม่พ้นเป็นตัวเธอ เมื่อเสียงกดชัตเตอร์พร้อมแสงแฟลชวูบวาบรัวเร็วจนเธอตาพร่า
ไม่มีใครสนใจเธอนอกจากเพื่อนพริตตี้ด้วยกัน เพราะเจ้าหน้าที่ของบริษัทรถล้วนตามไปถามไถ่อาการบาดเจ็บของไอ้ผู้ชายบ้ากามคนนั้น ราวกับว่าเธอเป็นอาชญากรร้ายแรงไปซะแล้ว
“บัว! ทำไมแกทำแบบนี้ ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม! ว่าอย่าก่อเรื่องอะ ตายๆ แล้วนี่ฉันจะทำยังไง”
เจนนี่ถลาเข้ามาหาก่อนจะตีโพยตีพายเมื่อเห็นสภาพของลูกค้า
“ก็มันมาช้อนกล้องมาถ่ายใต้กระโปรงฉัน ไม่เชื่อแกดูสิเจนนี่ ไอ้นี่มันบ้ากามอะ พี่คะดูสิมันถ่ายกางเกงในหนู” เธอหันไปบอกกับนักข่าวว่าเป็นฝ่ายถูกกระทำ
แต่คำอธิบายของเธอไม่มีค่า เมื่อผู้บริหารขอโทษขอโพยลูกค้าเพราะไม่อยากมีเรื่อง พร้อมให้เจนนี่พาเธอออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก
ผลก็คือ งานอีก 6 วันที่เหลือเธอไม่ต้องมาทำ เธอถูกให้ออกจากงานกลางคันทั้งที่เทศกาลแสดงรถยนต์ยังไม่จบด้วยซ้ำ ด้วยข้อหาที่ผู้หญิงนมใหญ่อย่างเธอต้องเจออย่างนั้นเหรอ ใครว่าผู้หญิงนมใหญ่โชคดี จนมีคนแห่ไปทำนมกันอย่างมากมาย แต่สำหรับเธอ
“อยากนมเล็กว่ะ”
บงกชทิ้งตัวลงนอนบนฟูกหนา ตามองหลอดไฟบนเพดานห้อง คิดไม่ตกว่างานอะไรจะเหมาะกับคนอย่างเธอ คนที่มีปมด้อย ‘นมโต-ก้นใหญ่’ เหลือเกิน ปมด้อยที่ผู้หญิงนับแสนคนในเมืองไทยอยากให้กลายเป็นปมเด่น แต่เธอล่ะ...
“อยากนมเล็ก! อยากก้นเล็ก!”
บริเวณด้านหน้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่ใหญ่สุดในย่านถนนสุวินทวงศ์ ในช่วงเวลาใกล้เลิกงานคลาคล่ำไปด้วยพนักงานที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมาออกันอยู่ที่บริเวณทางออก พวกเธอเหล่านั้นชะเง้อชะแง้เข้าไปในบริเวณโรงงานเหมือนจะรอคอยใครหรืออะไรบางอย่างที่จะเคลื่อนตัวออกมาจากด้านในของโรงงาน
แต่จนแล้วจนรอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปจนถึงเวลาเลิกงานและเลยไปอีกกว่าครึ่งชั่วโมง อะไรหรือใครบางคนที่รอคอยอยู่นั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะออกมาให้เห็น จนพวกเธอต้องหันไปปรึกษากันก่อนจะตกลงสลายตัวและพากันแยกย้ายออกจากด้านหน้าโรงงานไป
นิ้วมือละออกจากมูลี่ที่ใช้บังแดดและยังให้บังสายตาจากบุคคลด้านนอกได้เป็นอย่างดี ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะส่ายศีรษะและเดินมาหยุดที่บริเวณหน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาคมเข้มกวาดมองสิ่งของที่กองรวมกันอยู่บนโต๊ะจนกินพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของโต๊ะทำงาน มองอย่างชั่งใจชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง คิดไม่ตกว่าควรจะเอาสิ่งของพวกนี้ไปไว้ที่ไหนดี เพราะนี่แค่บางส่วนยังไม่รวมอีกกว่า 50 ชิ้นที่อัดแน่นอยู่ในรถยนต์ของเขา
“ไม่ชอบเทศกาลนี้เลย เฮ้อ!”
บอกตัวเองแต่ก็ยังไม่หายหงุดหงิด เพราะตั้งแต่เช้าที่เข้าไปมหาวิทยาลัยเพราะมีสอนนักศึกษาในช่วงเช้า เขาก็ต้องหอบเอาสารพัดตุ๊กตา ช็อกโกแลต และของขวัญมากมายที่บรรดานักศึกษาทั้งสาวแท้สาวเทียมเอามามอบให้ ยังไม่นับที่วางเรียงรายอยู่บริเวณท้ายรถยุโรปสุดหรูของเขาอีก
และเมื่อถึงช่วงบ่ายที่ต้องมาทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งนี้เพราะเขาเป็นที่ปรึกษาเรื่องส่วนผสมอาหารสัตว์ ก็ไม่พ้นที่ต้องมาเห็นสิ่งของมากมายเหล่านี้บนโต๊ะทำงานอีก และแน่นอนถ้าเขาเกิดออกจากห้องไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน รับรองได้ว่ากว่าจะสามารถพารถให้เคลื่อนออกจากโรงงานได้ก็คงจะเป็นช่วงเวลานี้เหมือนกัน ดังนั้นเลือกแอบอยู่แบบนี้จะดีกว่า
“ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือคะดอกเตอร์ สาวๆ มารอมอบของขวัญกันตรึม ดอกเตอร์เล่นหลบแบบนี้ สาวๆ เขาก็เสียความตั้งใจแย่”
“ดร.ทิเบต สิขริน วิลเลี่ยมส์” นักวิชาการพันธุ์พืชสุดหล่อของมหาวิทยาลัยชื่อดัง หันมอง ‘วารุณี’ ผู้บริหารโรงงานอาหารสัตว์แห่งนี้ ที่ยืนยิ้มทำสีหน้าล้อเลียนเขาอยู่หน้าประตูห้อง
“โธ่! พี่ณีครับ ผมไม่ไหวจริงๆ นะครับ ในรถอีกตั้งเยอะ ไหนจะของพวกนี้อีก ถ้าผมออกไปรับมีหวังต้องขอให้รถของโรงงานขนของขวัญไปให้ที่บ้านแน่ๆ”
“ก็คนหล่อนี่คะ ต้องทำใจหน่อย แล้ว 1 ปีมีวันเดียวเสียด้วย วันแสดงความรักน่ะ สาวๆ ที่โรงงานพี่เขาก็อยากแสดงความรักกับคนหล่อบ้าง ก็ช่วยไม่ได้นี่คะที่ดอกเตอร์ยังโสดอยู่ ลองไม่โสดสิ ความนิยมจะได้ลดไปมากกว่าครึ่ง เหมือนพวกดารานายแบบไงคะ แต่เอ... หรืออาจจะไม่แน่ก็ได้ สมัยนี้สาวๆ เขาถือคติ ไม่โสดยิ่งแซ่บ”
“พี่ณีก็ ล้อผมเล่นเรื่อยเลย แล้วพี่ณีมีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ ไม่ไปรับลูกที่โรงเรียนเหรอ”
เขาถามเพราะทราบดีว่าวารุณีนั้นเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พยายามให้ความรักและความอบอุ่นแก่ลูกให้มากที่สุด และ ‘ขึ้นฉ่าย’ ลูกชายวัยรุ่นของเธอก็กำลังอยู่ในช่วงหัวเรี่ยวหัวต่อ วารุณีจึงต้องพยายามเป็นทั้งแม่และพ่อ ดูแลเอาใจใส่ลูกทุกอย่าง ช่วงเวลานี้ของทุกวันจึงเป็นเวลาที่เธอจะต้องไปรับลูกกลับจากโรงเรียน
“ไปรับมาแล้ว เล่นคอมฯ อยู่ที่ห้องพี่น่ะ ดอกเตอร์... พี่มีเรื่องอยากจะปรึกษา”
“ครับพี่ ผมไม่ได้รีบอะไร อย่างว่าล่ะครับคนมันโสดก็อย่างนี้แหละ” ทิเบตเอ่ยอย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นแววกังวลใจและเกรงใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของวารุณี
และสิ่งที่วารุณีมาปรึกษาก็ทำให้ทิเบตต้องเก็บเอามาครุ่นคิดตลอดระยะทางขับรถออกจากโรงงานมาจนถึงที่บ้าน เขาออกจะอึ้งด้วยซ้ำเมื่อได้ฟังเรื่องของเธอ รู้สึกเห็นใจคนที่มีสถานะเป็นแม่ เพราะรู้ว่าเธอต้องทลายความอายที่จะพูดเรื่องเหล่านี้ออกมา และก็ต้องยอมรับว่าเธอกล้าหาญและเป็นคุณแม่ที่ดีมาก ที่กล้าปรึกษาเรื่องนี้กับคนอื่น ไม่ปล่อยให้จุดความสงสัยเล็กๆ ลุกลามกลายเป็นดวงไฟใหญ่โตที่อาจเผาผลาญอนาคตของเด็กชายที่กำลังเจริญเติบโตคนหนึ่งได้
‘ดอกเตอร์... มีทางช่วยพี่ได้ไหม ไม่ใช่ว่าพี่รับไม่ได้หรอกนะในเรื่องนั้น หากเขาจะเป็นจริงๆ แต่พี่ก็อยากให้แน่ใจว่า... มันจะไม่ใช่พฤติกรรมเลียนแบบ’
‘พี่ณีใจเย็นๆ ก่อนนะครับ มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ ขอผมลองปรึกษาเพื่อนๆ ดูก่อนนะครับ เอ่อ... ผมมีเพื่อนลักษณะนี้อยู่หลายคนน่ะครับ แต่อย่างหนึ่งที่อยากบอกให้พี่ณีรู้ไว้ก็คือ คนเหล่านี้เขาเป็นคนพิเศษนะครับ ถ้าเขาได้รับการดูแลที่ดี ได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัว เขาจะไม่ทำให้เราผิดหวัง ผมเชื่อแบบนั้น’
‘พี่เข้าใจค่ะ ไม่อย่างนั้นพี่กับพ่อของเขาคงฆ่ากันตายไปข้างหนึ่งแล้วล่ะ แต่เพราะพี่เข้าใจเราเลยยังเป็นเพื่อนกันได้ถึงตอนนี้ไงคะ แต่จะให้พี่เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเขาก็ไม่ได้หรอกนะ พี่ก็เห็นมีแต่ดอกเตอร์นี่แหละที่พี่จะปรึกษาได้ ช่วยพี่หน่อยนะคะ พี่ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งพาใครแล้ว’
“เฮ้อ!”
เรื่องราวของวารุณีที่เขามีส่วนได้รับรู้ยิ่งทำให้ทิเบตต้องผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนักใจแทน วารุณีจัดเป็นผู้หญิงที่อาจโชคไม่ดีนัก เมื่อสามีของเธอรู้ตัวว่าเป็น ‘เกย์ควีน’ ทั้งที่แต่งงานอยู่กินกับเธอจนมีลูกชายด้วยกันแล้วหนึ่งคน ซึ่งก็คือ ‘ขึ้นฉ่าย’ แต่วารุณีก็ยังมีความโชคดีที่เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่ได้มองคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนผิดปกติ
เธอมองว่านั่นคือสิ่งที่มนุษย์ย่อมเป็นได้ เธอรับได้ในสิ่งที่สามีเป็น และตกลงที่จะเป็นเพื่อนและทำหน้าที่ ‘พ่อแม่’ ให้กับลูกชายคนเดียวอย่างดีที่สุด และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งวารุณีและ ‘ภาษิต’ ก็ไม่เคยละทิ้งหน้าที่กับลูก