เมื่อ ทีน พันสืบ หนุ่มทรงแบด เขารวยแบบไม่ต้องทำงานก็ได้ แถมหล่อลากไส้กระชากใจสาว ๆ ทั้งเข้มดุดัน หน้าตาทรงไทย เคราครึ้มเขียว ๆ พอให้ได้ระคายผิว เวลาที่เขาหอมมันคงจั๊กจี้ในหัวใจเหลือเกิน
เขาพาร่างที่มีความสูงมากกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรเข้ามาในผับ ทีนเดินผ่านผู้คนที่ทุกสายตาก็จ้องมองแต่เขา ต่างสะดุดในความเท่และดูดี
พออาชากับปริญเห็นหน้าของทีน พวกเขาก็เอ่ยทักทายขึ้นมาในทันที
อาชา “กว่าจะเสด็จสะเด่ามาได้นะ”
ทีน “พวกแกมากันนานแล้วเหรอวะ”
อาชา “นานแล้วสิวะ โซดาหมดไปสี่ห้าขวดแล้วเนี่ย มัวทำอะไรอยู่”
ทีน “หา! โซดาหมดสี่ห้าขวดเนี่ยนะ แล้วก็บอกว่ารอนานแล้วน่ะ โธ่เอ๊ย! แค่นี้ไม่เมาหรอกโว้ย ไม่คณนาพยาธิที่อยู่ในท้องของแกสองคน”
อาชา “ก็ปกติแกไม่เคยสายนี่นา วันนี้ชักช้ามัวทำอะไรอยู่วะ”
ทีนถอนหายใจทิ้ง พร้อมกับนั่งลง “เฮ้อ... มีหลายอย่างที่ต้องทำน่ะถามได้”
สองคนพากันขมวดคิ้ว และทำหน้านิ่ว
อาชา “แกเคยทำอะไรด้วยเหรอวะ”
ทีนชี้หน้าเพื่อน “ก็เออสิ กูกำลังเก็บของอยู่”
“เก็บของอะไร” ปริญสวนทันที
“ของใช้ส่วนตัวและของที่จะต้องเอาไปที่รีสอร์ต ที่ฟาร์มน่ะ” ทีนหมายถึงฟาร์มที่เขาใหญ่
“เฮ้ยไอ้ทีน สรุปว่าแกจะต้องไปดูรีสอร์ตกับฟาร์มให้กับพ่อและแม่จริง ๆ เหรอวะ แบบนี้กูสองคนก็ขาดคู่หูน่ะสิ”
“อื้อ... พ่อกับแม่กูยื่นคำขาดมาแล้วว่า ถ้ากูไม่ไปดูแล เขาก็จะยกทุกอย่างให้เป็นการกุศล แล้วยังขู่กูอีกว่าจะตัดเงินกูด้วย”
ปริญ “เชี่ยแล้วแบบนี้ก็ไม่ไหวนะเว้ย”
อาชา “ไอ้หยา ไอ้ประโยคหลังนี่แหละที่น่ากลัวที่สุด ถ้าโดนตัดเงิน แล้วแกจะเอาอะไรกิน คนอย่างแกไม่เคยทำอะไรเสียด้วยที่มันเป็นชิ้นเป็นอันน่ะ”
“ไอ้ห่าชา มึงพูดอย่างนี้ได้ไงวะ กูเคยทำสิงานน่ะ ทำไมกูจะไม่เคยทำ กูเป็นคนมีประโยชน์เหมือนกันนะ พูดออกมาแบบนี้กูเคืองนะเว้ย”
“เหรอ... เรื่องไหนบ้างวะไอ้ทีน มึงลองพูดมาซิ” อาชาย้ำในตอนท้าย
“ทำไมพวกมึงจะต้องมาเสือกอยากรู้เรื่องของกูด้วยวะ ว่าแต่อะไรของมึงไอ้ชา ที่มึงอยากอวดนักอวดหนา แล้วก็ยังบอกว่าถ้ากูไม่มา กูจะพลาดใหญ่หลวง”
“ใช่เรื่องนี้มึงไม่น่าพลาด” อาชาพยักหน้าและบุ้ยใบ้ไปทางปริญ ปริญจึงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า
“แบบว่า... คืองี้... ที่นี่มีเด็กใหม่แบบที่ตรงสเปกของมึงว่ะไอ้ทีน แบบที่ตรงมาก ๆ ตรงใจ ตรงอะไรที่มึงชอบน่ะ กูสองคนก็ชอบน้องคนนี้นะ แต่ว่าเพื่อเห็นแก่มึงจริง ๆ พวกกูจะยอมถอย”
“ฮึ... เธอเรียกค่าตัวแพงเหรอวะ พวกมึงถึงกับไม่กล้าสู้”
“อันนั้นก็ประเด็นหนึ่ง คืนเดียวค่าตัวน้องคนนี้เปิดจริงที่ห้าแสน”
“หา! ห้าแสน”
“เอ้อสิวะ ห้าแสนบาท แต่ว่าสมราคานะโว้ย ที่เด็ดสุดหน้าตาได้แบบตรงสเปกของมึงจริงว่ะไอ้ทีน”
“ไอ้ขี้โม้” ทีนทำหน้าแบบไม่เชื่อ
“จริงโว้ย ไม่ได้โม้ แบบหน้าอกของแม่ โอ้ย! กูต้องบอกว่าล้นเหลือ บึ้ม ๆ ยิ่งกว่านางแบบเพลย์บอย” อาชาทำท่าทำทางให้ดูด้วย ยกสองมือขึ้นมาทำหน้าอกแบบอื้ม ๆ ให้กับเพื่อนดู
“ถ้าขนาดนั้น ทรงยั่วน้ำลายเพลย์บอย แล้วมึงสองจะเสียสละให้กูอย่างนั้นเหรอ แปลกว่ะ” มันก็แปลกจริง ๆ นั่นแหละ เพราะทุกทีทั้งสามคนจะแย่งกันเสียมากกว่า
“ตอนนี้กูต้องใช้เงิน จะเปิดตัวร้านแต่งรถร้านใหม่โว้ย เรื่องหญิงต้องยกเอาไว้ก่อน”
ปริญพยักหน้าเห็นด้วย “ของกูก็เหมือนกัน แม่กับพ่อกูหักเงินกู ไอ้เรื่องที่กูซื้อรถสปอร์ตคันก่อนหน้า แม่กู… ตอนนี้หักกูเป็นรายเดือน”
“อ้อ พวกมึงก็เลยจน แล้วทำไมกูจะต้องจ่ายวะ ตั้งห้าแสน ไม่ใช่เรื่องเลย”
“เฮ้ย! ไอ้ทีนมึงต้องเห็นของก่อนเว้ย แล้วมึงจะไม่พูดแบบนี้”
“ไหนล่ะน้องคนนั้นของมึงอะ”
ปริญจึงส่งมือถือของเขาให้ทีนดูรูปของน้องหนูคนนั้น ทุกอย่างเหมือนกับที่อาชาโม้เอาไว้เลย อกอึ๋ม หน้าตาได้เหมือนเบลล่ารานี
“ส่วนสูงมากกว่าร้อยหกสิบห้าแน่ ๆ กูคะเนแล้ว เป็นไงถูกใจมึงไหม” อาชาทำหน้าลุ้น ๆ
ทีนเห็นผู้หญิงทรงนี้ได้ที่ไหน ปรกติสาว ๆ ไล่จับ แต่ถ้าเป็นทรงอย่างนี้ เขาโดนให้พวกหล่อนจับโดยไม่ต้องเล่นองค์
“แล้วกูต้องจ่ายห้าแสนกับใครวะ” พูดเหมือนไม่ใส่ใจกับราคาถ้าได้สินค้าตรงสเปก เท่าไรก็ยอมจ่าย
เท่านั้นแหละ ทั้งอาชาและก็ปริญถึงกับหัวเราะดังก๊าก
“หัวเราะหาส้นตีนอะไรวะ กูแค่ถามว่า กูจะไปจ่ายเงินกับใคร มันตลกตรงไหนฮึ หรือว่าพวกมึงกวนตีน”
“โอ้ย ๆ เป็นไง ๆ ไอ้ปริญ กูว่าแล้ว กูบอกมึงแล้วไม่ผิดเห็นไหมว่า ไอ้ทีนมันต้องสนใจเด็กคนนี้”
ปริญก็หัวเราะตัวงอหาย
“ไอ้ปริญมึงจ่ายกูมาเลย มึงแพ้… เห็นไหมไอ้ทีนพูดเหมือนที่กูคาดเอาไว้เป๊ะ” อาชาแบมือไปตรงหน้าของปริญ
ทีนยังคงทำหน้างง “นี่.. อะไรของมึงวะ ไอ้ชา ไอ้ปริญ พวกมึงหลอกกูเหรอวะ ไอ้เชี่ย… พวกมึงนี่มันเซี้ยวจริง ๆ” ทีนดูมีอารมณ์เสีย
“เออสิวะ มึงเนี่ยหลอกง่ายที่สุด ก็น้อง ๆ ทรงนี้ กูกะแล้วล่ะ กูรีบให้ไอ้ปริญมันรีบถ่ายรูปน้องเขา นี่แค่เด็กเสิร์ฟเว้ย ไม่ใช่อย่างที่มึงคิด”
“เด็กเสิร์ฟ” ทีนเสียงสูง แต่หน้าตาก็ยังยิ้ม แต่พอคิดขึ้นมาได้ว่าถูกไอ้สองเพื่อนหลอกอำเล่นเสียแล้ว ก็หน้าเหมือนโมโหขึ้นมาอีกครั้ง
“เธอไม่ใช่เด็กขาย แล้วมึงมาหลอกให้กูของขึ้นเนี่ยนะ” พูดไป พร้อมกับยกเท้าขึ้นมาทั้งสองข้างเหมือนอยากจะถีบหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามให้ได้
“เฮ้ย ๆ ใจเย็น ๆ โว้ยพวก ไอ้ทีน แหม... กูสองคนแค่ล้อเล่น แต่ไม่คิดว่ามึงจะเอาจริง ไม่มีแผ่วจริง ๆ นะมึงเนี่ย”
“แล้วไงวะ” ในใจของทีนก็โคตรเสียดาย นึกว่าจะได้ฟันของดีมีภาพตรงใจเสียแล้ว
“เฮ้ย! ไม่ต้องมาทำหน้าเสียดาย ประเดี๋ยวค่อยดูหน้าของน้องคนนี้นะ”
“แล้วประวัติเป็นยังไง เรียนที่ไหน มึงสอบถามมาหมดหรือยัง” ทีนยังคงให้ความสนใจ จะว่าไปเห็นแค่รูปของเธอ น้ำของเขาก็แทบเดินแล้ว หากว่าเจอตัวจริงเข้าล่ะ ทีนยังนั่งยิ้ม
“มึงอยากรู้ มึงก็ถามเองสิ”
“จีบดิไอ้ทีน ยังไงก็ติดอยู่แล้ว คนอย่างมึงนะ ยิ้มโปรย ๆ ดีไม่ดี ไม่ต้องจ่ายห้าแสนว่ะ” ปริญรีบต่อ
ทีนถึงกับยิ้มย่องเมื่อถูกชม ก็ถูกต้องแล้ว เขาคือหนุ่มสุดหล่อ ที่สาว ๆ เห็นแล้วจะต้องกรี๊ด เขารู้เห็นจากนัยน์ตาของพวกหล่อน ๆ เหมือนอยากจะถวายตัวให้ตอนนั้นเลย มีออกบ่อยครั้งไปที่แค่โปรยเสน่ห์เล็ก ๆ เขาก็ลากพวกหล่อนขึ้นเตียงได้อย่างง่าย ๆ
“น้องเขาจะเข้ามาเสิร์ฟใช่ไหม” ทีนเหมือนมีความหวัง นาน ๆ จะเจอแบบนี้เสียที หน้าสวย และตรงใจ เธอช่างอุดมไปด้วย เนื้อ นม ไข่
ทีนนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ แต่ไม่มีวี่แววว่าเด็กเสิร์ฟคนสวยที่เพื่อนให้ดู เธอจะเฉียดย่างกรายมาทางนี้
“ไหนวะแม่นางงามของมึงสองคน เมื่อไหร่จะปรากฏโฉมมาให้ดูเสียที เป็นนางฟ้านางสวรรค์หรือไง ถึงไม่เสด็จมาเดินดิน เฮ้อ...” ทีนชักอารมณ์ไม่จอย เขาเริ่มดื่มไม่อร่อยเสียแล้ว
“เอ่อ... กูลืมบอก น้องสาวเธอรับใช้อยู่ในห้องวีไอพีโน่น ไม่ได้อยู่ห้องเรา”
“หา! แล้วทำไมพวกมึงไม่เรียกให้เธอมาเสิร์ฟห้องเราวะ”
“ก็เพราะว่ามึงมาช้าไง ไอ้ควายทีน”
“ใช่เพราะมึงนั่นแหละ กูสองคนก็กลัวมึงไม่มา แล้วก็จะไม่มีตัวหาร มึงก็รู้อยู่ว่าห้องวีไอพีฝั่งโน้นน่ะโคตรแพง”
“แม่งกลิ่นความจนเนี่ย น่ารังเกียจจริง ๆ” ทีนถากถาง พร้อมกับปัดที่ปลายจมูก
อาชาเถียง “กูยังไม่จน กูแค่ไม่มีตังค์”
ปริญ “ใช่กูแค่มีตังค์น้อย”
ทีน “แถดิมึงสองคนอะ”
อาชา “เอ้อน่า อย่าพูดดัง”
ทั้งสามหนุ่มนั่งดื่ม นั่งกิน และพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของเด็กเสิร์ฟคนนั้นจะโผล่เข้ามาในห้องนี้เลย จนเหล้าจะหมด
“ไอ้ชา ไอ้ปริญ มึงสองคนส่งรูปน้องคนนั้นมาให้กูหน่อยสิโว้ย”
อาชา “ทำไมครับท่านสืบพันธุ์”
ทีน “ไอ้เชี่ย... กูชื่อทีน นามสกุลพันสืบ ไม่ใช่ชื่อสืบพันธุ์นะโว้ย”
“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ก็มึงมันเหมาะที่จะเอาไปทำพ่อพันธุ์จะตาย”
“โอ้ย! ไม่มีวันหรอก กูไม่แต่งงาน”
“หา! ไอ้ทีน มึง... กูเห็นมาเยอะแล้ว พูดแบบนี้หลายคนแล้วนะ รายไหนรายนั้น กูคาดเดานะว่า ปีนี้มึงต้องได้แต่งงาน เชื่อกูไหม ใช่ไหมไอ้ปริญ”
“ใช่” ปริญเป็นลูกคู่ที่ดีของอาชา เข้าคู่กันได้แบบถามคำตอบคำ
“กูไม่แต่งโว้ย กูยังคงคติเดิม กูจะนอนกับใครก็ได้ แบบไม่ผูกมัด น้ำแตกก็แยก ๆ กันไป”
“เอ้อ... แต่กูดูทรงพ่อกับแม่มึงแล้วนะ ถ้ามึงไม่แต่งงานเนี่ย ทั้งสองท่านก็คงจะจับมึงคลุมถุงชนแน่ ๆ”
“เชี่ย! ขนลุกว่ะ” ปริญทำท่าลูบแขน
อาชารีบแนะนำ “กูว่ามึงหาเมียเองดีกว่าว่ะไอ้ทีน”
ทีนทำท่าคิดหนัก เพื่อนพูดถูกถ้าเขาไม่ยอมหาเมียแต่งงาน สงสัยถูกจับแต่งงานเป็นแน่ แล้วลูกสาวเพื่อนของพ่อกับของแม่ แต่ละคนหยิบโหย่งทั้งนั้น ไม่ได้เป็นแม่ศรีเรือนสักคน เขาอยากได้เมียที่คอยเอาอกเอาใจ ไม่ใช่ต้องให้เขาไปนั่งเอาใจพวกหล่อนอยู่
ปริญ “กูส่งรูปเด็กคนนั้นไปให้มึงแล้วนะเว้ย”
ทีนรีบเปิดดู ก่อนจะกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟที่บริการอยู่ในห้องนั้น
“น้อง ๆ”
“คะ” ทีนเอารูปให้ดู
“น้องคนนี้อยู่ห้องไหน เรียกมาห้องนี้ได้ไหม”
พนักงานเสิร์ฟอึกอัก ก่อนจะตอบ “เออ... ได้ยินเพื่อนบอกว่า เธอลาออกไปแล้วค่ะ”
“ฮะ! อะไรนะ” ทีนตกใจ
“เพิ่งมาทำงานวันแรกน่ะ เธอคงจะไม่ชินกับสถานที่แบบนี้ เมื่อกี้เข้าไปคุยกับผู้จัดการ แล้วก็ขอกลับบ้านเลย โดยไม่รับเงินค่ะ”
“อะไรกัน เธอออกไปนานหรือยัง”
“เพื่อนเพิ่งเล่าเมื่อกี้ค่ะ ไม่ถึงห้านาที”
“ถ้าอย่างนั้นเช็กบิลเลยนะ”
อาชากับปริญมองหน้ากันแบบงง ๆ
อาชา “เฮ้ย! ไอ้ทีน อะไรวะมึง มึงจะไปไหน”
“ก็กูจะไปตามดูน้องคนนั้น”
อาชา “ขนาดนั้นเชียวหรือวะ”
ทีนร้อนรน ถ้าไม่เจอกัน หรือไม่ได้คุยกันเสียดายแย่
“เท่าไหร่ มึงสองคนจ่ายกันก่อนนะ แล้วก็มาหารกับกู”
“เดี๋ยว ๆ ไอ้ทีน มึงจะรีบไปไหน”
ทีนไม่ฟังเสียงแล้ว เขารีบเดินออกไปในทันที ใจมุ่งหาเด็กสาวคนนั้น เธอมีหน้าตาน่ารักจุ๋มจิ๋ม ช่างเหมือนนางในฝัน ทีนอยากเจอตัวเป็น ๆ เพราะเธอน่าสนใจ และถูกสเปกอย่างจัง แบบนี้… เขาไม่ปล่อยเธอรอดไปแน่
ทีนออกมาตรงทางเข้า เขาก็เอารูปให้ยามดู ยามชี้บอกว่าเธอเดินออกไปทางนั้น ทีนรีบไปขึ้นรถ แล้วขับรถไปตามทางที่ยามชี้บอกทันที
เท้าเหยียบคันเร่ง สายตาก็มองไปข้าง ๆ และข้างหน้า หวังว่าจะเจอเธอ ไม่ไกลจากผับนัก ตรงข้างถนนเขาเห็นผู้หญิงที่รูปร่างคล้ายเธอกำลังจะข้ามถนน
ทีนกดแตรดังลั่น เธอคนนั้นหันมาอย่างตกใจ เสียงแตรทำให้เธอยืนนิ่งหยุดอยู่กลางถนน มีรถอีกคันวิ่งแซงทีนไปด้วยความเร็ว เกือบเฉี่ยวกับร่างของเธอ
“ว้าย!” หวีดร้องขึ้นมาเสียงดังลั่น เซถลาถอยหลังจนขาแข้งสะดุดกันเอง ล้มตัวลงไปทิ้งหัวเข่าลงกระแทกกับพื้นถนน
ทีนจอดรถ แล้วก็รีบลงไปดู
“นี่เธอเป็นยังไงบ้าง เป็นยังไง” เขารีบสำรวจตัวเธอ ทีนเห็นเลือดออกตรงหัวเข่า ชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาช้อนร่างของเธอขึ้นมาพาขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
“ผมจะพาไปโรงพยาบาล”
เธอยังตกใจไม่หาย งงงวยยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวจับต้นชนปลายไม่ถูก จ้องมองแผลหัวเข่าที่เลือดออก เธอเริ่มจะรู้สึกเจ็บแล้ว ตอนที่ทีนเอาทิชชูมาโปะลงไป
“กดเอาไว้นะ ห้ามเลือดก่อน”
“คุณคะ ไม่เป็นไรมั้ง ฉันไม่เป็นไรค่ะ” เธอหน้าซีดราวผ้าขาว
“ไม่เป็นไรได้ยังไง เจ็บขนาดนี้ เลือดออกเยอะด้วย เอาเถอะ ผมจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล” ทีนขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองมาอยู่ในห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก เธอถูกทำแผล
“ไม่น่าจะมีแตกหักเสียหายนะคะ เพราะถ้าแตกนั่งนิ่งอยู่ไม่ได้แล้ว จะต้องร้องโอดโอย ทำแผลเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้ อาจจะต้องกินยาแก้อักเสบ แล้วก็ล้างแผลทุกวัน ไม่ทราบจะสะดวกมาล้างแผลที่นี่ไหมคะ หรือว่าจะสะดวกล้างเองที่บ้าน”
“ขอล้างเองที่บ้านค่ะ ขออุปกรณ์กลับไปทำที่บ้านด้วยค่ะ” เธอบอกอย่างรวดเร็ว การมาที่นี่ ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่ดี
สีหน้าของเธอไม่ค่อยดีนัก นอกจากจะตกงานกะทันหัน เพราะทำไม่ได้ เธอไม่ชอบสายตาของผู้ชายที่เหมือนเสือหิวขณะมองเธอมาแบบนั้นเลย
แล้วตอนนี้ความทะเล่อทะล่าของเธอ ยังทำให้ตัวเองเจ็บตัวอีก
ใบหน้าของหญิงสาวซีดเซียวมาก เธอรู้สึกในคอฝืดไปหมด
ทีนไม่วายมองหน้าของเธอ หญิงสาวคงไม่รู้ เขาชอบจัง เครื่องสำอางโปะอยู่แบบบาง ๆ ไม่หนาจัดเหมือนผู้หญิงบางคน
“เรียบร้อยแล้วนะคะ ไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะคะ และรอรับยากลับบ้านได้ค่ะ”
ทีนรีบพยุงเธอ
“อยู่รอผมอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวผมจะไปรับยาให้” เขาเดินหายไปทางที่รับจ่ายเงิน
ตอนนี้หัวสมองของหญิงสาวคิดอะไรไม่ออกเลย เงินก็ไม่มี งานก็ไม่มี ห้องพักที่อยู่ตอนนี้ เพื่อนข้างห้องเพิ่งส่งข้อความและรูปถ่ายมาบอกว่าถูกล็อกข้างนอก ก็แหงล่ะ ติดค่าเช่าสามเดือนรวมเดือนนี้ แล้วเธอจะไปพักที่ไหนดีล่ะ ในใจเต็มไปด้วยความกังวล ชีวิตของเธอก็เป็นแบบนี้แหละระหกระเหิน การเป็นหญิงสาวหน้าตาดีและรูปร่างแบบนี้ก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ชายที่มักลวนลามเธอด้วยสายตาเช่นกัน
ทีนเดินกลับมา
“นี่ยาและก็อุปกรณ์ทำแผล” เธอรีบยกมือไหว้
“ขอบคุณมากค่ะ แต่คือ… ค่ายา” จะบอกกับเขาว่าอย่างไรดีว่าเธอไม่มีเงินในกระเป๋า ตอนนี้เหลือติดตัวแค่สองร้อยบาท
“ไม่เป็นไร ผมจ่ายให้เอง ผมก็ทำให้คุณตกใจเหมือนกัน ถ้าคุณเป็นอะไรมากผมคงเสียใจมากกว่านี้” ชายหนุ่มคิดแบบนี้จริง ๆ เมื่อเขาได้พิจารณาใบหน้าของเธอและรูปร่างของเธอแล้ว ทีนก็พอใจเป็นอย่างมาก เขาอยากจะสานสายสัมพันธ์กับเธอเอาไว้
“อย่างไรฉันก็ขอขอบคุณมากค่ะ เพราะถ้าไม่มีคุณบีบแตร ป่านนี้ฉันก็คงแย่กว่านี้ หรือบางทีอาจจะไม่มีชีวิตรอดก็ได้ อาจจะถูกรถชน” ผีซ้ำด้ำพลอย เวลาที่เราดวงตกมันก็จะมีเรื่องเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ คนดวงซวย มักจะมีแต่เรื่องถาโถมเข้ามาอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น สำหรับเธอแล้วชีวิตมันบัดซบตลอด
“จะให้ผมไปส่งคุณที่ไหนล่ะครับ คุณชินุตา” เขาคงเห็นจากบัตรประจำตัวประชาชนของเธอนั่นแหละ ทีนจึงได้เรียกชื่อเธอแบบเต็ม ๆ
“เรียกชุบเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ” ชินุตาเอ่ยแนะนำตัวเอง
“หา! ชื่ออะไรนะ ชุบหรือ?”
“ลูกชุบค่ะ แต่ไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อนั้น มันฟังดูแปลก ๆ นะคะถ้าใครจะมาเรียกว่าลูก” หญิงสาวยิ้ม ๆ ทีนจึงพูดล้อเล่นออกมา
“อ้อ ลูกชุบ ชุบ ชุบ ชุบ เป่ายิ้งชุบ”
“ก็ได้ค่ะ อย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ทั้งสองคนหัวเราะเบา ๆ
เวลาที่ทีนเจอคนที่เขาถูกใจ มุกเขาจะเยอะ ๆ คำพูดหวาน ๆ ชวนแหวะก็จะลั่นออกมา เขามองเธออย่างพึงพอใจ
“ว่าแต่… คุณยังไม่ตอบผมเลยนะครับว่า จะให้ผมไปส่งที่ไหน”
“เออ... คือว่า...” เธอพ่นลมหายใจแรง ๆ
“ฉันรอเพื่อนให้มารับค่ะ โทรไปบอกเพื่อนแล้วค่ะ” เธอโกหกคำโต
“เหรอ... แต่นี่มือถือคุณ” เขาหยิบกระเป๋าที่เขาเป็นคนสะพายเอาไว้อยู่ตลอดเวลา ชินุตาถึงกับทำหน้าไม่เป็น
“บอกความจริงมาเถอะครับ”
“เพิ่งโดนล็อกห้องนะคะ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องมาสามเดือนแล้ว และเพิ่งจะลาออกจากงาน ก็คงไม่มีเงินไปจ่ายค่าห้องเหมือนกัน เจ้าของห้องก็จะยึดของข้างในนั้น ตอนนี้ชุบจะนั่งอยู่ที่นี่ก่อน รอเช้า ค่อยไปหาเพื่อนค่ะ และไปขอให้เพื่อนช่วย”
“หื้อ... แล้วคุณคิดว่า ผมจะให้คุณนั่ง หรือนอนที่นี่หรือครับ ไม่มีทางแน่นอน”
“แค่นี้ ฉันก็เกรงใจคุณจะแย่แล้วค่ะ”
“ไป” เขาจับข้อมือของเธอ แล้วดึงเบา ๆ ชินุตาที่รูปร่างบอบบางแต่ได้สัดส่วนถึงกับลุกขึ้นตามติดมือเขาไป
“ไปไหนคะ”
“ก็ไปหาที่นอนนะสิ”
“แต่ว่า...” หญิงสาวทำหน้าเหลอหลา เขากับเธอเพิ่งรู้จักกัน ยังไม่สนิทกันเลยด้วยซ้ำไป
“ไม่มีแต่ว่าอะไรทั้งนั้น ไป... ไปกับผมครับ” ทีนพยุงเธอไปขึ้นรถ รถคันโก้ของเขาจอดอยู่ด้านหน้าในโซนวีไอพี ซึ่งลงจากตรงล็อบบี้ไม่ถึงยี่สิบก้าว
“คือคุณ... ฉัน...” ชินุตาอึกอัก เธอยังคิดคำปฏิเสธไม่ออก ชินุตาอึดอัด แต่เธอก็ไปนั่งอยู่ในรถของเขาเสียแล้ว
“ผมชื่อทีน ทีน นามสกุลพันสืบครับ” ทีนดูจะภูมิใจที่ได้เอ่ยชื่อของตัวเอง
ทีนเป็นคนมีชื่อเสียง ในความหมายของเขา คือเธอน่าจะรู้จักเขาแน่ ๆ
ทว่าชินุตาได้ยินชื่อเสียงของเขามาก่อน ‘ทีน พันสืบ’ เธอเคยอ่านเจอในอินเทอร์เน็ต ไฮโซดังที่เมื่อก่อนเคยควงกับแพรวา นางเอกที่แสดงเรื่องโซ่รักแสนร้ายทางช่องสิบแปด’
“ชุบกับทีน” ชินุตาถึงกับทำหน้าไม่ถูกที่เห็นรอยยิ้มกริ่มแบบนั้นของเขา และกับคำพูดที่เขาเอ่ยขึ้นมา
ทีนขับรถตรงไปที่คอนโดมิเนียมของเขา เขาไม่ฟังอะไรทั้งนั้นแม้เธอจะทัดทาน ชายหนุ่มเขาพาเธอขึ้นคอนโดมิเนียมชื่อดังกลางกรุง ที่อยู่ในย่านคนรวย หญิงสาวยิ่งพูดไม่ออก ชินุตาแทบไม่อยากออกจากลิฟต์ เมื่อไปถึงชั้นที่ทีนอยู่
“มาเถอะ ผมรับประกันว่า ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก จริง ๆ ให้เชื่อใจผมนะ”
ได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็เลยยอมเดินทีนออกไป
ชินุตามองไปรอบ ๆ ที่พักที่หรูหราแบบนี้ เธออยากมีปัญญาหาเงินมาจ่ายจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโถงทางเดิน ไฟประดับ ยันไปถึงประตูห้อง ดูมีราคาไปหมด เปรียบกับที่เธออยู่ไม่ได้เลย มันราวฟ้ากับเหว