นางลู่เป็นห่วงมากกลัวว่าเว่ยเว่ยจะได้รับอันตราย นางอยู่กับบุตรชายกันแค่สองคนมานาน บุตรชายก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน มักจะออกไปหาล่าสัตว์แล้วนำไปขายในเมืองกว่าจะกลับมาก็ค่ำมืดแล้ว นางปักผ้าอยู่บ้านอย่างเงียบเหงามาโดยตลอด เมื่อมีเด็กสาวมาอยู่เพิ่มขึ้นทำให้นางมีความสุขไม่มากน้อย ถึงแม้จะไม่รู้จักที่มาที่ไปของนางก็ตาม นางลู่ก็ไม่อยากจะถามขอแค่นางอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนคุยบ้าง นางลู่ก็ดีใจมากแล้ว นางลู่และบุตรชายมาซื้อที่ปลูกบ้านอยู่ที่เชิงเขาแห่งนี้ เพราะที่ตรงนี้ราคาถูกที่สุด จึงห่างไกลผู้คนมาก นางลู่จึงไม่มีเพื่อนบ้านเลย
“ท่านน้าตอนข้าหลับใหลอยู่นั้น ข้าฝันทุกคืนวัน ว่าเดินไปตรงนั้นตรงนี้ที่ข้าไม่เคยไปมาก่อน วันนี้ข้าก็เลยลองเดินไปดูที่หนึ่งและก็พบบางอย่างเข้าน่ะเจ้าค่ะ”
เว่ยเว่ยก้มลงมองเห็ดในมือ ทุกคนก็มองตาม
“เห็ด เจ้าเก็บมาทำไม”
ลู่เหวินเหยียนถามด้วยความสงสัย เห็ดชนิดนี้มีมากในป่า แต่ก็ไม่มีใครเก็บมาปรุงอาหาร
“นี่คือเห็ดเป๋าฮื้อเจ้าค่ะ เห็ดเป๋าฮื้อมีประโยชน์มากเลยนะเจ้าคะ มันช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยปรับสภาพความดันโลหิต ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย ป้องกันโรคหวัด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยรักษาโรคกระเพาะช่วยป้องกันโรคท้องผูกมีส่วนช่วยลดการอักเสบ ประโยชน์ทางยามีมากมาย เราสามารถเอามาปรุงอาหารได้และอร่อยมาก ๆ ด้วย”
ทั้งสองแม่ลูกฟังเว่ยเว่ยอธิบายเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ส่วนมากจะไม่เข้าใจ เครื่องหมายคำถามมากมาปรากฏบนใบหน้าของสองแม่ลูก อะไรคือมะเร็ง อะไรคือดันโลหิต
“เว่ยเว่ยในฝันเจ้าไปเก็บสิ่งนี้เช่นนั้นหรือ”
ลู่เหวินเหยียนเอ่ยถามน้ำเสียงโมโหเล็กน้อย เขาโกรธที่นางไปไหนโดยไม่บอกกล่าวผู้ใด ทำให้เขาเป็นห่วงมาก คิดว่านางจะคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็ไปตกน้ำตกท่าอีก หรือไม่ก็ถูกทางการจับตัวไป เขาคิดอะไรสารพัดมีแต่เรื่องน่ากลัว
“เปล่า ๆ ไม่ใช่สิ่งนี้เจ้าค่ะ ในฝันแต่ละที่ข้าไม่รู้ว่ามีสิ่งใด เดิน ๆ ไปแล้วก็หยุดมอง ที่เหลือข้าก็เดินหาเอาเองว่ามันมีสิ่งใดกันแน่”
เว่ยเว่ยรู้สึกแปลกใจทุกวันลู่เหวินเหยียนจะออกไปล่าสัตว์แล้ว กว่าจะกลับก็ค่ำมืด แต่เหตุใดวันนี้เขากลับยังยืนอยู่ที่นี่
“พี่เหยียนวันนี้ท่านไม่ไปล่าสัตว์เหรอคะ”
เว่ยเว่ยยังไม่คุ้นเคยภาษาโบราณนัก เธอจึงพูดผสมมันไปเลยทั้งยุคเก่าและยุคใหม่ สองแม่ลูกก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
“ไปแต่พี่ลืมของจึงกลับมา เห็นท่านแม่กระวนกระวายตามหาเจ้าพอดี พี่ก็เลยช่วยออกตามหา”
“ท่านน้า ข้าขอโทษที่ไปไหนโดยไม่บอกกล่าว”
เว่ยเว่ยทำเสียงอ่อน ทำตาละห้อยน่าสงสาร
“ช่างเถอะ ๆ คราวหน้าจะไปไหนให้บอกน้า หรือไม่ก็ให้เหยียนเหยียนพาเจ้าไป ห้ามไปคนเดียวอีก เข้าใจหรือไม่”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นวันนี้พี่เหยียนก็ว่างแล้วใช่หรือไม่ ท่านไปกับข้าดีกว่าข้ารับรองว่าวันนี้ท่านต้องได้เงินมากกว่าไปล่าสัตว์อีกเป็นแน่"
เว่ยเว่ยรู้สึกดีใจที่ลู่เหวินเหยียนอยู่บ้าน นางจะพาเขาไปขุดบางสิ่งที่ราคาแพงและหายาก
“ก็ได้ ๆ ไหน ๆ ก็สายแล้วไปตอนนี้คงจะไม่ได้อะไร ไปดูกับเจ้าสักหน่อยก็ได้”
“พี่เหยียนท่านเตรียมอุปกรณ์ขุดสมุนไพรไปด้วยนะเจ้าคะ เผื่อข้าด้วย”
“ได้ เจ้ารอเดี๋ยวนะ ท่านแม่ท่านอยู่บ้านนะ เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมา”
มารดายิ้มแล้วพยักหน้า
“ระวังตัวกันด้วยนะ”
“ขอรับ”
ลู่เหวินเหยียนเตรียมตะกร้าเปล่าใบเล็กใส่หลังให้เว่ยเว่ย เขาเองก็แบกตะกร้าใบใหญ่ใส่หลังไปพร้อมกับอุปกรณ์ขุดทั้งหมดเช่นกัน ถึงไม่ได้อะไรเขาก็จะเก็บฟืนกลับมาบ้าน
"ไปกันเถอะ"
“อืม ข้าพร้อมแล้ว”
เว่ยเว่ยพาลู่เหวินเหยียนมายังสถานที่แห่งหนึ่ง รอบ ๆ มีแท่นหินสูง ต้นไม้สูงใหญ่ประปรายและหญ้าสูงรกทึบ
“ที่นี่แหละ”
“เจ้าพาพี่มาดูสิ่งใดหรือ”
ลู่เหวินเหยียนยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากตน เขามองไปรอบ ๆ ก็ไม่พบสิ่งใด
“หลังหินนั่นเจ้าค่ะ”
เว่ยเว่ยชี้ไปที่แท่นหินสูงตรงหน้า ลู่เหวินเหยียนจึงปีนขึ้นไปดู ด้านหลังแท่นหินมีต้นโสมหลบซ่อนอยู่ และไม่ไกลจากที่ตรงนั้นก็มีถั่งเช่าขึ้นดามพื้นดินเต็มไปหมด ลู่เหวินเหยียนเห็นต้นโสมก็ตกตะลึงตาค้าง
‘นี่มันโสมนี่นา’
โสมซานชีป่าหัวใหญ่ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีสิ่งนี้อยู่ที่นี่ แน่นอนเขารู้ว่ามันเป็นของล้ำค่า
“พี่เหยียนอย่ามัวตะลึงรีบขุดเถอะ ข้าจะขุดถั่งเช่ารอ ท่านขุดโสมเสร็จแล้วก็มาช่วยข้าขุดถั่งเช่าให้ได้มากที่สุด”
ลู่เหวินเหยียนค่อย ๆ ขุดโสมบริเวณนั้นอย่างระมัดระวังจนหมดมีทั้งหมดห้าต้น แล้วรีบมาช่วยเว่ยเว่ยขุดสิ่งที่นางเรียกว่าถั่งเช่า
“เว่ยเว่ยเจ้าสิ่งนี้คืออะไรหรือ”
ลู่เหวินเหยียนไม่รู้จักและไม่เคยเห็น รูปร่างดูประหลาดนัก
“มันคือหญ้าหนอน หน้าหนาวเป็นหนอนหน้าร้อนเป็นหญ้า หากเราไม่เก็บไปในตอนนี้ มันจะกลายเป็นหนอนในหน้าหนาว ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย”
“เอาไปทำอะไรหรือ”
ลู่เหวินเหยียนไม่รู้จัก และไม่เคยได้ยินชื่อชนิดนี้
“ประโยชน์มากมาย เช่นกัน ส่วนใหญ่จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ โรคตับ ไต ความดัน ไขมันสูง อาการภูมิแพ้ ผู้ที่มีภาวะเครียดสะสม ปวดหัว นอนน้อย ที่สำคัญเลย ยังมีส่วนช่วยบำรุงท่านชาย อึดสู้ เหมือนเป็นวัยรุ่นอีกครั้งด้วยนะ”
เว่ยเว่ยร่ายยาวได้อย่างหน้าตาเฉย ส่วนอีกคนหน้าแดงแป๊ด เว่ยเว่ยตั้งอกตั้งใจขุดถั่งเช่าก็ไม่ทันได้สังเกตุ หน้าของลู่เหวินหยียน
ลู่เหวินเหยียนไม่กล้าถามอะไรอีก นางให้ขุดก็ขุดจนบ่ายคล้อยทั้งสองยังไม่ได้กินข้าว จึงหยุดการขุดไว้เพียงเท่านี้
“พี่เหยียนพอแค่นี้ก่อนเถอะ ข้าหิวข้าวแล้ว พวกเรากลับไปบ้านกันก่อนเถอะ วันหน้าค่อยมาขุดอีก พรุ่งนี้พี่ค่อยเอาโสมไปขายในเมืองนะ มันต้องได้ราคาดีแน่ ๆ”
ลู่เหวินเหยียนรอถึงพรุ่งนี้ไม่ไหว เขาตื่นเต้นมากที่พบของมีค่าเช่นนี้
“พี่จะเข้าเมืองวันนี้เลยเจ้ากลับไปรอที่บ้านก่อน ข้าจะไปส่งเจ้าที่บ้าน เหลือกับข้าวไว้ให้พี่ด้วยแล้วพี่จะรีบกลับมา”
“อืม พี่เหยียน ดอกโสมซานชีข้าเห็นมันมีต้นละช่อดอก ท่านเด็ดดอกแยกขายนะ”
“ได้ ๆ ไปกันเถอะ”
เว่ยเว่ยให้ลู่เหวินเหยียนเก็บใบไม้ทับต้นโสมไว้ นางก็เอาใบไม้มาทับถั่งเช่าแล้วเก็บเห็ดและผักป่าวางทับอักที แล้วก็พากันเดินออกจากป่าเพื่อกลับบ้าน
“วันนี้ข้าจะทำเมนูเห็ดให้ทุกคนกินนะ”
ระหว่างเดินออกจากป่าทั้งสองก็คุยกัน เดินหยอกล้อกันมาเรื่อย
“เจ้าทำอาหารเป็นด้วยรึ”
“เป็นสิ แต่จะอร่อยหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง”
“ฮึฮึ...เจ้าทำอะไรข้าก็กินได้ทั้งนั้นแหละ”
“ไม่อร่อยแล้วอย่ามาบ่นที่หลังก็แล้วกัน จริงสิ พี่เหยียนตอนขากลับพี่แวะซื้อเมล็ดพันธุ์พืชมาให้ข้าด้วยนะ เอาเมล็ดทานตะวันมามากหน่อยสักหนึ่งกระสอบใหญ่เลยนะเจ้าคะ”
ลู่เหวินเหยียนก็ไม่รู้ว่านางจะเอาเมล็ดทานตะวันมาทำไมมากมายขนาดนั้น ถ้าจะเอามาคั่วกินก็ไม่น่าจะมากขนาดนั้น ถ้าปลูกคงเป็นไปไม่ได้ เพราะแถวนี้เพาะปลูกอะไรก็ไม่ได้อยู่แล้ว
“ได้สิ”
ลู่เหวินเหยี่ยนมาส่งเว่ยเว่ยถึงที่บ้าน แล้วเปลี่ยนย้ายโสมมาใส่ตะกร้าใบเล็กของเว่ยเว่ย โดยวางถั่งเช่าอยู่ล่างสุดแล้วเอาใบไม้มาวางทับขั้นไว้ เอาโสมวางลงในชั้นที่สองแล้วเอาใบไม้วางทับอีกชั้นส่วนดอกไว้ด้านบนสุดเอาใบไม้ห่อประคองดอกไม่ให้ช้ำเสียหาย
เว่ยเว่ยเข้าครัวทำอาหาร วันนี้นางอยากกินตุ๋นไก่ใส่เห็ดจึงให้น้าลู่ฆ่าไก่ให้หนึ่งตัว เกิดมาเธอไม่เคยฆ่าไก่เธอจึงทำไม่เป็น งานหิน ๆ เช่นนี้จึงต้องเป็นของนางลู่ ทั้งสองปรุงอาหารกันอย่างสนุกสนาน ไก่พวกนี้ลู่เหวินเหยียนไปซื้อมาตั้งแต่มันเป็นลูกเจี๊ยบ เอามาเลี้ยงไว้เพื่อกินไข่ ฆ่าไปหนึ่งตัวเหลืออีกสองตัวเลี้ยงเอาไว้ให้ออกไข่
เว่ยเว่ยผัดเห็ดสองจานใหญ่ เธอบอกให้น้าลู่หุงข้าวมากหน่อยเพราะเธอหิวมาก ๆ กับข้าวเสร็จพอดีกับลู่เหวินเหยียนกลับมาถึงบ้าน
แต่เขากลับมีอาการแปลก ๆ ดูเหม่อลอย เว่ยเว่ยเรียกเขาก็ไม่ได้ยิน นางลู่วิ่งออกมาดูเมื่อเห็นลูกชายมีอาการเช่นนี้ก็ตกใจ
ลู่เหวินเหยียนเดินมาถึงบ้านตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เห็นหน้าทั้งสองมายืนอยู่ด้านหน้าแล้ว เขามีอาการสะดุ้งเล็กน้อย
“เหยียนเหยียนเจ้าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เจ็บป่วยที่ใดหรือไม่”
ลู่เหวินเหยียนส่ายหน้า ทั้งสองค่อยรู้สึกโล่งอกขึ้นมา
“เป็นอย่างไรบ้างพี่เหยียนเหนื่อยหรือไม่”
เว่ยเว่ยเอื้อมมือไปช่วยปลดตะกร้าออกมาจากหลังของลู่เหวินเหยียน เขายิ้มให้ทั้งสองคน เขาถือตะกร้าไว้เช่นเดิมเพราะมันค่อนข้างหนัก
“ท่านแม่ เว่ยเว่ยเข้าบ้านเร็วเข้า ข้ามีเรื่องจะบอก”
ลู่เหวินเหยียนฉุดทั้งสองเข้าไปในบ้าน ปิดประตูลงกลอน เดินมาที่โต๊ะกินข้าวเอาตั๋วเงินที่อกออกมาและเงินก้อนที่ใส่ตะกร้าเอาใบไม้ทับไว้ทั้งหมดมากองไว้ นางลู่เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงินมากมายกองอยู่ตรงหน้า เว่ยเว่ยเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน
“พี่เหยียนทั้งหมดนี่เป็นเงินเท่าไรเจ้าคะ”
เว่ยเว่ยไม่รู้ค่าเงินในยุคนั้นว่าเท่าไร
"โสมซานชีอายุห้าร้อยปี ราคาหัวละสองพันตำลึงทอง มีทั้งหมดห้าหัวรวมเป็นเงิน หนึ่งหมื่นตำลึงทอง ส่วนดอกมีห้าช่อดอก ราคาช่อดอกละหนึ่งร้อยตำลึงทอง ถั่งเช่าจินละสองพันตำลึงทอง มี 4จินกับ1เหลียงข้าเอาแค่ 4 จินที่เหลือก็แถมให้เขาเพราะเราไม่ได้ล้างทำความสะอาด ในตอนนี้เงินที่กองอยู่ตรงหน้าทั้งหมด18,500 ตำลึงทอง"
นางลู่ตาโตตกใจเอามือทาบอก ส่วนเว่ยเว่ยนั้นดีใจมากที่ได้ราคาเกินความคาดหมาย
“ว้าว ไม่คิดว่าจะได้ราคาดีขนาดนี้”
“เงินทั้งหมดนี้มันเป็นของเจ้าเว่ยเว่ย”
เว่ยเว่ยโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
“ไม่ ๆ ท่านไปขุดข้าไปขุด เช่นนั้นก็คนละครึ่งนะ อ่อ ไม่สิ ข้าเอาแค่ห้าพันพอ ข้าอยากให้พี่เหยียนสร้างบ้านใหม่ หน้าหนาวจะได้ไม่ลำบาก ท่านนำเงินไปซื้อที่เพิ่มอีกสักหน่อย ข้าอยากให้ท่านสร้างบ้านแบบตรงกลางว่างไว้ข้าปลูกผักตอนหน้าหนาว เดี๋ยวข้าจะวาดแบบให้”
ลู่เหวินเหยียนครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ตอบตกลง
“ได้สิ จริงสิ ท่านหลงจู้ที่ร้านยานั้นน่ะเขาบอกว่ารับซื้อถั่งเช่าไม่อั้น โสมถ้ามีอีกเขารับซื้อทั้งหมด”
เว่ยเว่ยนิ่งคิด ได้เงินเยอะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ของเหล่านี้มันหาง่ายเกินไปก็จะมีปัญหาทีหลัง อาจถูกกดราคาได้ ไม่ก็โดนโจรปล้นชิงไป
“เราเว้นช่วงบ้างสักหน่อยก็ได้ อีกสักสามวันเราค่อยเอาไปขาย หรือไม่ก็สัปดาห์ละครั้ง วันพรุ่งพวกเราไปช่วยกันขุดแต่เช้าสักหน่อย ครั้งนี้ห่อข้าวห่อน้ำไปกินด้วยนะ”
“เดี๋ยวแม่จะไปช่วยขุดด้วยนะ”
นางลู่พูดอย่างตื่นเต้นสิ่งไหนที่สามารถทำเงินได้ นางก็อยากทำ งานปักผ้าเป็นของนางเองเดี๋ยวค่อยปักก็ได้
“ข้าว่าตอนนี้เรากินข้าวกันเถอะ ข้าหิวแล้ว”
เว่ยเว่ยโอดครวญ ท้องของเธอก็ร้องโครกคราก เสียงดังทุกคนต่างหัวเราะพร้อมกัน เว่ยเว่ยยิ้มเอียงอายเล็กน้อยแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน
“เว่ยเว่ยเห็ดนี่มันอร่อยมากเลย”
ลู่เหวินเหยียนคีบเห็ดใส่ปากเคี้ยวท่าทางน่าอร่อย
“ใช่ ๆ อร่อยกรุบกรอบดี”
นางลู่เห็นด้วย สองแม่ลูกกินไปชมไปไม่ขาดปาก
“อร่อยก็กินเยอะๆ เจ้าค่ะ”
วันนี้ทุกคนกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ลู่เหวินเหยียนเติมข้าวหลายรอบจนข้าวหมดหม้อ เว่ยเว่ยพึ่งจะรู้ว่าลู่เหวินเหยียนนอนที่ห้องกินข้าว เดิมห้องที่เธอนอนนั้นเป็นห้องเขา แต่ก็ต้องเสียสละให้เธอนอน เธอรู้สึกทราบซึ้งกับครอบครัวนี้มาก เงินทองก็ไม่ค่อยจะมี ยังตามหมอมารักษาเธออีก เธอตอนแทนก็สมควรแล้ว ตัวเธอก็ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน มาได้อย่างไร เธอคงต้องอาศัยอยู่ที่นี่ไปจนกว่าเธอจะกลับไปได้ หากกลับไปไม่ได้ ก็คงต้องแล้วแต่วาสนาจะนำพา
เมื่อทุกคนกินอิ่มกันหมดแล้วก็ช่วยกันเก็บกวาดล้างจาน ลู่เหวินเหยียนก็มาช่วยเว่ยเว่ยล้างจานด้วย นางลู่แอบมองแล้วยิ้มถูกอกถูกใจ อยู่ ๆ นางก็เกิดมีความคิดบางอย่างขึ้นในใจ รอให้บ้านสร้างเสร็จก่อนนางจะขอเว่ยเว่ยแต่งเข้าบ้าน นนางคิดโดยไม่สนใจที่มาที่ไปของเว่ยเว่ย ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนนางและลูกชายพึงพอใจเสียอย่าง ก็ไม่ต้องสนคนอื่น เพราะคนอื่นไม่ได้มาซื้อข้าวให้นางกิน
เช้าวันรุ่งขึ้นนางลู่ตื่นมาหุงข้าว และทำซาลาเปาโดยมีลู่เหวินเหยียนช่วยนวดแป้งให้ เว่ยเว่ยทำข้าวผัดใส่เห็ด เห็ดผัด เห็ดชุบแป้งทอดเธอทำกับข้าวเสร็จก็ยกมาที่โต๊ะกินข้าว นางลู่ยกซาลาเปาตั้งไฟนึ่งไว้ กินข้าวเสร็จก็สุกพอดี แล้วค่อยห่อไปกินในป่า วันนี้ทั้งหมดจะไปขุดถั่งเช่ากัน
แล้วก็อีกเช่นเคยข้าวผัดใส่เห็ดหมดเกลี้ยง อาหารที่โต๊ะก็หมดเช่นกัน
“หากเป็นเช่นนี้ทุกมื้อข้าต้องเป็นหมูแน่ ๆ เลยขอรับท่านแม่”
ลู่เหวินเหยียนเอ่ยขึ้นทุกคนต่างหัวเราะคิกคัก
“ไม่หรอกเจ้าค่ะท่านพี่เหยียนพวกเรากินผักมากกว่าเนื้อ อีกทั้งทำงานใช้แรง เดี๋ยวก็เหงื่อออก ไม่มีไขมันสะสมแน่นอน”
สองแม่ลูกฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอย่างเคย หม้อนึ่งซาลาเปาร้อนแล้วมีควันลอยขึ้นมา นางลู่จึงลุกเดินไปเปิดดูซาลาเปาที่อยู่ในหม้อนึ่ง เว่ยเว่ยและเหยียนเหยียนเก็บถ้วยชามไปล้าง นางลู่เก็บซาลาเปาใส่ปิ่นโตเตรียมน้ำดื่มไว้เรียบร้อย เมื่อทั้งสองล้างถ้วยชามเสร็จก็สะพายตะกร้าคนละใบออกเดินทางเข้าป่าทันที
เมื่อทุกคนมาถึงที่หมาย ก็ตั้งหน้าตั้งตาขุดทันที นางลู่ผู้มาใหม่ไม่รู้ว่าสิ่งไหนคือหญ้าหนอนก็ดูเว่ยเว่ยขุดก่อน จากนั้นก็ค่อย ๆ ลงมือขุดด้วยตัวเอง พอรู้จักหญ้าหนอนนางก็ขุดอย่างสนุกสนาน ตรงนั้นก็มีตรงนี้ก็มี นางขุดจนลืมความเมื่อยล้าเลยทีเดียว ยามหิวก็กินซาลาเปาและน้ำชา เหยียนเหยียนก่อไฟต้มชาไว้ตั้งแต่มาถึงที่นี่แล้ว ทั้งสามขุดทั้งวันถั่งเช่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าหมด แต่ก็ได้มามากเกือบเต็มตะกร้าทั้งสามใบ แต่แล้วทุกคนก็ต้องหยุดมือ เพราะต้องรีบออกจากป่าถ้าออกจากป่ามืดค่ำเกรงว่าจะหลงป่าเอาได้