หลังจากที่ลงจากเวทีแล้ว ฝนก็ไปล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวกลับห้องพักที่ทางเจ๊นกจัดไว้ให้ เนื่องจากหมู่บ้านของฝนไกลจากตัวจังหวัดถึง 45 กม. ดึก ๆ ดื่น ๆ ไม่สะดวกเดินทางกลับเจ๊นกจึงจัดห้องพักให้เธอพักที่นี่ก่อนแล้วเดี๋ยวจะไปส่งเธอที่บ้านในตอนเช้าเพราะเธอต้องขายน้ำแข็งไสในตอนกลางวัน และหากมีงานอีกเจ๊ก็จะไปรับเธอในตอนเย็น ๆ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก ๆ ที่เธอทำงานเป็นแดนเซอร์ให้เจ๊นก ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่ทำ ซึ่งช่วงหลัง ๆ เธอมาทำงานให้เจ๊นกเฉลี่ยอาทิตย์ละสี่คืน คือ คืนวันพฤหัสถึงคืนวันอาทิตย์
"ทำไมเอ็งไม่มาทำประจำเลยวะฝน นี่ถ้าเอ็งเต้นไม่เก่งและหาคนแทนได้นะเจ๊จะไม่เรียกแกเด็ดขาดขี้เกียจไปรับไปส่ง พักที่นี่เลยสิเอ็งจะได้ไม่ต้องเทียวมาเทียวไปให้เหนื่อยด้วย ทำประจำไปเลยเงินดีจะตาย ดีกว่าขายน้ำแข็งใสเป็นไหน ๆ เผลอ ๆ อาจจะมีเสี่ยเลี้ยง รูปร่างหน้าตาอย่างเอ็งเนี่ยผู้ชายชอบจะตาย ถึงจะไม่สวยมาก แต่ก็สวยคมมีเสน่ห์ ถ้าแกยิ้มให้มันเก่ง ๆ พูดจาเอาอกเอาใจคนหน่อยนะ ขี้คร้านพวกเฒ่าหัวงูจะตามเอ็งต้อย ๆ ถ้าเอ็งมานะเจ๊จะจัดห้องพักให้เอ็งต่างหาก จะได้ไม่ต้องพักรวมกับคนอื่น ๆ"
เจ๊นกเคยถามและเคยบอกกับเธออย่างนั้น แต่ฝนก็ไม่ยอมมาทำประจำสักที พ่อไม่สบาย แม่ก็ไม่ค่อยแข็งแรง แถมน้องสาวอีกสองคนก็ยังเด็ก ถ้าเธอมาคงไม่มีใครดูแล อีกอย่างนึงภาพลักษณ์ของเธอตอนนี้ในสายตาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่สิทั้งอำเภอเลยดีกว่า ก็คือเด็กใจแตกที่ทำงานร้านอาหาร ซึ่งคนทั่วไปเข้าใจว่าคนที่ทำงานร้านอาหารจะต้องขายตัวทุกคน ขืนเธอมาทำประจำสิพวกป้า ๆ อา ๆ ข้างบ้าน ได้รุมประนามเธอแน่ ๆ เธอเคยอธิบายกับป้า ๆ อา ๆ ข้างบ้านทั้งหลายเหล่านั้นว่า..เธอไม่ได้ขายตัวแต่ก็ไม่มีประโยชน์ เธอจึงเงียบเสียปล่อยให้คิดกันไปเอาเองเถอะ เราทำอะไรเรารู้อยู่แก่ใจ แต่ชื่อเสียงด้านลบของฝนนั้นบางครั้งก็ถือว่ามีประโยชน์อยู่บ้างเพราะลูกค้าน้ำแข็งใสของเธอส่วนมากเป็นผู้ชายที่อยากจะมาพิสูจน์ดูว่ามันเป็นจริงอย่างที่คนเขาพูดเขาลือกันหรือเปล่าซะมากกว่า จึงไม่แปลกที่ร้านน้ำแข็งใสของเธอจะมีหนุ่ม ๆ แวะเวียนมาเป็นลูกค้าประจำเพราะอยากแทะโลมแม่ค้าคนสวยนั่นเอง
เมื่อเดินเกือบจะถึงห้องพักที่อยู่ด้านหลังผับ ฝนก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมกระเป๋าสะพายไว้ในล็อกเกอร์เธอจึงคิดจะเดินย้อนกลับไปเอากระเป๋า ซึ่งมันก็ไม่ไกลจากตรงนี้สักเท่าไหร่แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องล็อกเกอร์ ก็เจอกับนักร้องสาวสวยดาวประจำผับกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับมือกลองประจำผับอยู่ ด้วยความตกใจและไม่เคยเจอหนังสดแบบจะ ๆ แบบนี้มาก่อนฝนจึงเปลี่ยนใจไม่เอากระเป๋าแล้ว ไม่อยากรบกวนกิจกรรมเข้าจังหวะของคนทั้งสอง พรุ่งนี้ค่อยมาเอาดีกว่าอย่างน้อยเธอก็ล็อกกุญแจอยู่ ทิปสามพันที่ได้มาคงไม่หายหรอกมั้ง เธอจึงเดินอ้อมออกไปอีกทาง และทางนี้ก็เป็นลานจอดรถของลูกค้าและเป็นบริเวณที่สูบบุหรี่ด้วย ตอนนี้น่าจะเที่ยงคืนกว่า ๆ ผู้คนยังคงสนุกสนานกันอยู่ในผับ ฝนเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณที่สูบบุหรี่ เธอก็เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ เพราะมัวแต่ใจเต้นตึกตักกับหนังสดที่เพิ่งเจอมา แล้วจู่ ๆ ก็เจอผู้ชายที่มีกลิ่นไอของความไม่ธรรมดาแผ่ซ่านออกมารอบตัว ฝนจึงสะดุดขาตัวเอง และลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่แทบเท้าของเขาคนนั้น
"ว้าย !"
อุทานออกมาเสียงดัง เงยหน้าขึ้นหวังจะขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร เข้มก็คว้าแขนของเธอสอดมือเข้าไปใต้รักแร้ทั้งสองข้างยกตัวเธอลอยขึ้นมาทั้งตัว และเอาตัวเธอไปวางไว้บนม้ายาวที่ทางผับเตรียมไว้ให้สำหรับนั่งสูบบุหรี่
"เป็นอะไรมากไหม ?"
ฝนที่มัวแต่ทึ่งในพละกำลังของเขาที่สามารถยกตัวเธอลอยจากตรงนั้นมานั่งตรงนี้ภายในเวลาไม่กีวินาทีก็ยังพูดไม่ออก จนเขาต้องเขย่าตัวเธอเบา ๆ และถามซ้ำอีกรอบนั่นแหละเธอจึงหาเสียงตัวเองเจอตอบเขาออกไป
"ไม่เป็นไรขอบคุณมากค่ะ"
เข้มที่แค่ได้สบตากับฝนเขาก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ก็คือคนเดียวกับแม่สาวแดนเซอร์เอวเด้งคนนั้นนั่นเอง เขามองหน้าอกของเธอที่มันดันเสื้อยืดสีดำตัวกระจิ๋วราวกับมันจะทะลักล้นเสื้อตัวนิดเดียวตัวนั้นออกมาเอวคอดเล็กหน้าท้องแบนราบ แต่สะโพกกับผายออกรับกับเรียวขายาว เธอใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น..อืม..กางเกงขาสั้นแบบนี้นี่เองที่เขาเรียกว่า'สั้นเสมอหู' เขาเคยได้ยินจากเพลงที่เจ้าอมรมันชอบเปิดในผับนี้แหละตอนแรกเขาก็นิยามคำ ๆ นี้ไม่ออกแต่พอมาเห็นแม่สาวแดนเซอร์คนนี้เข้าเขาก็นึกภาพออกทันที หน้าใสปราศจากเครื่องสำอางค์ ผมบ๊อบสั้นความยาวแค่ประบ่า นี่มันทรงผมเด็กม.ปลายชัด ๆ อย่าบอกนะว่าเธอมาทำงานพิเศษพวกนี้เพราะหาเงินเอาไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ไร้สาระต่าง ๆ พ่อแม่ผู้ปกครองรู้หรือเปล่าหนอว่าลูกหลานใจแตกจนต้องมาหาลำไพ่พิเศษด้วยการมาเป็นแดนเซอร์ในผับแห่งนี้
ฝนเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มใช้สายตาสำรวจเนื้อตัวของเธอราวกับว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอยู่ก็ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที คราแรกร้อนเพราะเขินอาย แต่เมื่อเห็นสายตาของเขาเริ่มหื่นกามขึ้นเรื่อย ๆ จากอายก็เปลี่ยนมาเป็นโกรธแทน เข้มโน้มตัวลงมาเพื่อจะเก็บรองเท้าช้างดาวของฝนที่มันหลุดตอนที่เขายกตัวเธอขึ้นมา ฝนก็เข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังจะจูบเธอ จึงตบหน้าเขาเข้าไปเต็มแรง
'เพี๊ยะ !'
เสียงดังฟังชัด นี่ถ้าอยู่ในที่ ๆ มันมีแสงสว่างมากกว่านี้สักหน่อยเธอคงเห็นรอยแดงเป็นปื้นยาวเป็นรอยนิ้วของเธออยู่บนข้างแก้มของเขาเป็นแน่ เข้มตกตะลึงลูบแก้มตัวเองเพื่อลดความแสบ ฝนอาศัยจังหวะนั้นก้มลงเก็บรองเท้าและลอดผ่านใต้รักแร้ของเขาวิ่งออกจากตรงนั้นแบบใส่เกียร์หมา เมื่อมาถึงหน้าห้องพักฝนก็กอดรองเท้ายืนหอบแฮ่ก ๆ
"วิ่งหนีผีมารึไงนังฝน?"
เจ๊นกเท้าสะเอวถามฝนออกมาเสียงดัง เธอไม่ตอบเจ๊นกแต่เดินเข้าไปในห้องพักแทน หาหมอนกับผ้าห่มที่พับอยู่มุมห้อง เปิดพัดลมเพดานและล้มตัวลงนอนด้วยใจเต้นระทึก นึกถึงคำถามของเจ๊นกแล้วเธอก็ได้แต่รำพึงในใจ
"น่ากลัวกว่าผีอีก"
ภาวนาในใจขออย่าให้เขาจำเธอได้ ไม่งั้นเดือดร้อนแน่ ตบหน้าลูกค้าไปซะเต็มแรงขนาดนั้น เธอนอนคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้จนเผลอหลับไป
"ไอ้..อมร ตื่นเดี๋ยวนี้"
เข้มไปโวยวายที่หน้าบ้านของอมรในตอนสายของวันต่อมา ส่งผลให้อมรที่กำลังนอนกอดลูกกอดเมียอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่น เขาคว้ามือถือมาดูเวลา เพิ่งจะแปดโมงเช้า เมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนเพราะต้องเคลียส์บัญชี และดูแลความเรียบร้อยของผับก็ปาเข้าไปตีห้าแล้ว เมียของเขาก็เหมือนกัน
"อะไรหรือคะพี่ ?"
ดาราภรรยาสาวสวยของอมรงัวเงียกำลังจะลุกขึ้นมา
"ไม่มีอะไรหรอกที่รัก เจ้าเข้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปดูมันซะหน่อย นอนต่อเถอะ"
ดาราจึงหันไปคว้าตัวลูกชายวัยสามขวบเข้ามาไว้ในอ้อมกอดและนอนต่อ อมรก้มลงจูบหน้าผากเมียหอมแก้มลูกเสร็จก็เดินออกไปดูเจ้าเพื่อนตัวดีที่มาโวยวายที่หน้าบ้านของเขา บ้านพักของมันเขาก็จัดไว้ให้ต่างหากแล้ว บ้านหลังนั้นอมรซื้อไว้เพื่อเอาไว้สำหรับรับแขก และเอาไว้ให้ญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนฝูงพักโดยเฉพาะ ห่างกันไม่กี่หลังคาเรือน อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรโครงการหรูที่สุดในตัวจังหวัดอุดรธานี
"อะไรวะ?"
พูดพร้อมกับเปิดประตูรั้วเพื่อให้เจ้าเพื่อนตัวดีเข้ามาในบ้าน
"ข้าโดนเด็กในร้านเอ็งตบ"
เข้มเมื่อเข้ามาในบ้านได้แล้วก็ไม่รอช้าเปิดประเด็นทันที
"อะไรนะ?"
อมรได้แต่งงเขายังไม่ทันจับใจความได้ด้วยซ้ำ เข้มชี้ที่แก้มของตัวเอง ซึ่งมันขึ้นริ้วเป็นแนวตามรอยนิ้วมือของผู้ตบ
"เอ็งต้องรับผิดชอบ"
อมรรวบรวมสติอีกครั้งและมองตามนิ้วชี้ของเพื่อน ก่อนจะหัวเราะก๊ากออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
"ฝีมือผู้หญิง ?"
มันเดาถูกได้ไงวะ เข้มได้แต่อุทานในใจ
"ใช่แล้ว.."
เข้มก็ยอมรับไปตามความจริง
"จะให้ข้ารับผิดชอบยังไง ไล่ออกงั้นเหรอ ว่าแต่ว่าเด็กเสิร์ฟ เด็กดริ๊งค์ หรือว่านักร้องวะ แล้วแกไปทำอีท่าใหนถึงได้โดนตบซะเต็มแรงแบบนี้ ไม่อยากเชื่อ คนระดับอย่างคุณเข้ม หน้าตาแบบคุณเข้ม ผู้หญิงเห็นผู้หญิงน่าจะกรี๊ดนะ ไม่น่าจะตอบสนองด้วยการตบหน้าแกแบบนี้"
อมรพูดออกมาซะยืดยาว เข้มได้แต่ลูบแก้มตัวเองข้างที่โดนตบ สายตาดุคู่นั้นเป็นประกายวาว
"เอ็งต้องไปหาตัว..คน ๆ นั้นมาให้ข้า"
บอกย้ำกับเพื่อนอีกครั้ง อมรจึงเริ่มจริงจังขึ้นมา
"ว่าแต่แน่ใจได้ยังไงว่าเป็นเด็กในร้าน ไม่ใช่ลูกค้าที่มาเที่ยว"
อมรถามเพื่อนอย่างจริงจัง
"แน่ใจสิวะ เป็นเด็กในร้านเอ็งนั่นแหละ ก็แม่สาวเอวเด้งคนนั้นนั่นไง"
"ดะ..เดี๋ยว ใครแม่สาวเอวเด้ง ?"
อมรมึนกับคำพูดของเพื่อน
"ก็คนที่ตบข้าไง"
แล้วเข้มก็เล่าให้เพื่อนฟังว่าคนที่เขาเรียกว่าแม่สาวเอวเด้งคนนั้นก็คือแดนเซอร์ที่ขึ้นเต้นโชว์เมื่อคืนนี้ คนที่ยืนอยู่แถวหลังสุดคนนั้น
"อ๋อ,,ถ้างั้นต้องถามพี่นก เพราะว่าในเรื่องนักร้อง นักเต้น นักดนตรี พี่นกเป็นคนรับผิดชอบ แต่ว่าข้าก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับน้องเขาด้วยนะเว้ย เอ็งไม่ได้ลวนลามน้องเขาแน่นะ"
เจ๊นกหรือพี่นกเป็นลูกพี่ลูกน้องกับอมร เป็นผู้จัดการร้าน รับผิดชอบทางด้านเอ็นเตอร์เทนทั้งหมด ทั้งนักร้อง แดนเซอร์ นักดนตรี หรือแม้กระทั่งเด็กนั่งดริ๊งค์ ต่างก็อยู่ในความดูแลของเจ๊แกทั้งหมด
เข้มพยักหน้าเป็นการยืนยันว่าเขายังไม่ได้ลวนลามเธอแม้แต่น้อยได้แค่คิดเท่านั้นเอง อมรจึงโทรหาเจ๊นกเพื่อสอบถามว่าแม่สาวเอวเด้งของไอ้เข้มน่ะเป็นใคร เมื่อได้รู้คร่าว ๆ แล้วว่าเป็นเด็กในร้านจริง ๆ เขาจึงได้รายงานเพื่อนที่หน้ายังเป็นปื้นยาวจากฤทธิ์แม่สาวเอวเด้งคนนั้น
"แล้วจะให้จัดการยังไง"
อมรถามเพื่อน เข้มเมื่อได้รู้เรื่องของฝนจากเจ๊นกผ่านอมรอีกทีก็เกิดสนใจ เด็ก..บ้านนอกคนนี้ขึ้นมาทันที
"ไม่เป็นไรข้าจัดการเอง ข้าจะไปหาเจ๊นกได้ที่ไหน"
"บ้านพักพนักงาน"
เมื่อได้คำตอบเข้มก็เดินดุ่ม ๆ ไปขับมอร์เตอร์ไซค์ ฮาร์เล่ย์คันใหญ่ที่จอดอยู่หน้าบ้านของอมรตรงไปยังผับ จุดประสงค์คือไปหาเจ๊นก
อมรได้แต่เกาท้ายทอยตัวเองอย่างงง ๆ อะไรกันวะตอนแรกบอกว่าเขาจะต้องจัดการให้ พอตอนหลังบอกจะจัดการเอง เฮ้อ ! ช่างเถอะเรื่องของมัน ไปนอนกอดลูกกอดเมียต่อดีกว่า อมรบอกกับตัวเองแล้วจึงเดินขึ้นบ้านไปเพื่อนอนพักผ่อนเอาแรงต่อ
เสียงเครื่องยนต์ 2 สูบวี-ทวิน คำรามอยู่หน้าหอพักพนักงานในผับของอมร เจ๊นกที่รออยู่แล้วเพราะอมรโทรบอกว่า เข้มเพื่อนของเขาจะมาหา เธอจึงนั่งรอเขาที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นจามจุรี เมื่อเข้มเห็นเจ๊นกนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาก็ดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถมอร์เตอร์ไซค์คันเท่ห์ที่ราคาแพงกว่ารถยนต์บางคันเสียอีก เดินตรงมาหาเจ๊นกและนั่งลงที่เก้าอี้ม้าหินอ่อนฝั่งตรงข้าม
"เรียกเธอออกมาหาผม"
ทันทีที่ตูดแตะเก้าอี้ม้าหินอ่อนเข้มก็บอกความต้องการของตัวเองกับเจ๊นกทันที เจ๊นกได้แต่เอามือทาบอกระงับความโมโหไว้ในใจ มิน่าล่ะเมื่อเช้ามันถึงได้ลุกลี้ลุกลนอยากจะกลับบ้านเร็ว ๆ จนเธอต้องแหกขี้ตาตื่นไปส่งมันตั้งแต่หกโมงเช้า ที่ใหนได้มันสร้างเรื่องไว้นี่เอง
"ฝนกลับบ้านไปแล้วค่ะ พี่เพิ่งไปส่งมันตอนหกโมงเช้านี่เอง แต่ว่าเย็นนี้มันจะมาทำงานอยู่ เอาไว้เข้มรอเจอมันตอนเย็นนี้ได้ไหม ?"
"บ้านฝนอยู่ไหน"
เป็นอันว่าเจ๊นกรู้แล้วว่าเข้มไม่ต้องการรอ เธอจึงบอกรายละเอียดที่อยู่บ้านของฝนให้กับเข้มไป จากที่ฟังเรื่องราวจากอมรเจ๊นกรู้แค่ว่านังฝนไปตบหน้าผู้ชายคนนี้เข้าและเขาก็ไม่พอใจเป็นอย่างมากจนถึงกับต้องออกตามหาตัวกันเลยทีเดียว
เข้มเมื่อออกมาจากหอพักแห่งนั้นแล้ว เขาก็ขับมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน มุ่งหน้าเข้าไปสู่อำเภอหนองวัวซอ ดินแดนที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา ตอนนี้น่าจะประมาณสิบโมงเช้า แสงแดดอันร้อนระอุนั้นไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อย เพราะแจ๊กเก็ตหนังอย่างดีสีดำ หมวกกันน็อคครึ่งใบยี่ห้อเดียวกันกับรถมอร์เตอร์ไซค์ แว่นกันแดดยี่ห้อเรแบน อีกอย่างวิวทิวทัศน์สองข้างทางทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ถ้าระยะทางตามที่เจ๊นกบอกน่าจะไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเขาก็คงถึงบ้านของฝนอย่างแน่นอน
เมื่อเข้าสู่ตัวอำเภอหนองวัวซอแล้วเขาก็แวะปั๊มเพื่อเติมน้ำมัน และหาอะไรรองท้องไปด้วย เขาเลือกกินข้าวผัดกระเพราที่ร้านในปั๊มนั่นแหละ อีกประมาณ 25 กม.ก็จะถึงหมู่บ้านของฝนแล้ว เข้มดูจากจีพีเอสในโทรศัพท์ กินข้าวกินกาแฟเรียบร้อยเขาก็พร้อมในการออกเดินทางเพื่อไปตามหาคนที่บังอาจ..กล้าตบหน้าเขา
เข้มเป็นคนกรุงเทพ ฯ โดยกำเนิด เกิดมาบนกองเงินกองทองเลยก็ว่าได้ แต่ว่าชีวิตของเขาผ่านมาแล้วเกือบทุกรูปแบบ เพราะเกเรกว่าพี่น้องทุกคนในครอบครัว ทะเลาะกับพ่อและพี่ชายบ่อย เขาจึงออกมาใช้ชีวิตเองตอนเรียนปริญญาตรีที่อุเทนถวาย ล้มลุกคลุกคลานอยู่ห้าปีและได้รู้จักกับอมรตอนที่เรียนจบใหม่ ๆ เพราะอมรมาเป็นร้อยเวรพอดี โดนจับคดีชกต่อยบ่อยมากบางครั้งเป็นอมรเองนั่นแหละที่เป็นคนช่วยประกันตัวเขาออกมา เจอกันบ่อยจึงถูกชะตา อายุอานามก็ไล่เลี่ยกันจึงคบกันเป็นเพื่อน จนกระทั่งพ่อกับแม่มาตามตัวกลับบ้านเพราะพี่ชายของเขาสองคนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ไม่มีคนช่วยบริหารกิจการที่บ้าน เขาจึงยอมละทิ้งชีวิตที่โลดโผนและท้าทายแบบนั้นกลับไปช่วยพ่อกับแม่บริหารกิจการจนอยู่ตัวและขยายออกไปจนมั่นคง เริ่มคิดถึงชีวิตแบบที่เคยใช้ช่วงวัยรุ่นเขาจึงได้มาหาอมรที่นี่ 'จังหวัดอุดรธานี' บ้านเกิดของอมรเพื่อนรัก อมรลาออกจากข้าราชการตำรวจเพื่อมาเปิดผับเพราะเขารักในเสียงเพลงและการสังสรรค์
ออกจากตัวอำเภอหนองวัวซอมุ่งเข้าสู่ตำบลอูบมุงผ่านเข้าไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลแห่งนี้ จีพีเอสในโทรศัพท์ก็แจ้งว่าได้มาถึงจุดหมายแล้ว เข้มจึงได้สอบถามป้าคนหนึ่งที่ปั่นจักรยานผ่านมาพอดี
"ป้าครับ รู้จักคนชื่อฝน ที่ทำงานร้านอาหารไหมครับ"
ป้าคนนั้นทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฝนที่ทำงานร้านอาหารก็น่าจะมีคนเดียวนั่นแหละ
"โน่นบ้านมัน"
ชี้ไปที่บ้านไม้สองชั้นหลังเก่า ๆ ข้างบนเป็นไม้ที่สภาพน่าจะสร้างมาแล้วหลายสิบปี ข้างล่างเป็นปูนที่สภาพก็เก่าไม่ต่างกัน แต่ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย มีกุหลาบและไม้ดอกหลายชนิดปลูกไว้ที่หน้าบ้านหลายกอ
"แต่ตอนนี้มันไม่อยู่หรอก มันไปขายของที่ปั๊มน้ำมันที่ใหญ่ ๆ ที่พ่อหนุ่มผ่านมานั่นแหละ น่าจะสังเกตเห็นนะ หมู่บ้านที่ผ่านมานั่นน่ะ"
เข้มคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผ่านตาเขาแว้บ ๆ เหมือนกัน เขาก้มหัวลงเป็นเชิงขอบคุณป้าคนนั้น และขับรถมอร์เตอร์ไซค์กลับออกมายังหมู่บ้านแรกที่เขาผ่านมา
"ชิ..ตามหาตัวยากจังนะแม่สาวเอวเด้ง"