ตอน 1

@บริษัทมาร์ตินกรุ๊ป ประเทศไทย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องทำงานของฟาเบียนดังขึ้นก่อนที่จะถูกเปิดออกโดยหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาสะสวย เธอก้าวเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลง ร่างสูงหุ่นดีในชุดนักศึกษาเดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

"เฮียฟาขาาาาา" เสียงหวานของเธอเอ่ยเรียกชายหนุ่มพร้อมกับทิ้งสะโพกนั่งลงที่ตักแกร่งของเขาทันที

"แอลลี่ เฮียบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ ตอนนี้เธอโตเป็นสาวอายุยี่สิบสองแล้ว ไม่ใช่เด็กสองขวบเหมือนเมื่อก่อนนี้นะ" ฟาเบียนบอกแอลลี่พร้อมกับจับเอวคอดให้ลุกขึ้นจากตักแกร่ง

"เฮียฟาดุอีกแล้ว แอลลี่น้อยใจนะคะ" หญิงสาวลุกขึ้นยืนทำหน้ายู่ใส่ชายหนุ่ม

"เฮียไม่ได้ดุแอลลี่นะ แต่มันไม่เหมาะจริงๆ" ฟาเบียนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แอลลี่ติดเขาแจตั้งแต่ตอนเป็นเด็กจนตอนนี้เธอเป็นสาวอายุยี่สิบสองปี ส่วนเขาอายุจะยี่สิบห้าปีแล้ว แต่เธอก็ยังติดเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

"แหม!!! เด็กมันยั่วขนาดนี้ เฮียก็น่าจะสงเคราะห์สักหน่อย จะได้สมใจ" เสียงฟาบริซเอ่ยขึ้นหลังจากที่เมื่อสักครู่เขาคุยงานกับพี่ชายและขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่พอออกมาก็เห็นคู่ปรับตลอดกาลอย่างแอลลี่ กำลังออดอ้อนพี่ชายของเขาอยู่พอดี

"หุบปากพล่อยๆ ของแกไปเลยนะฟาบริซ" แอลลี่หันมาโวยใส่เขาทันที

"ทำไมฉันต้องหุบปากด้วยล่ะ ก็พูดเรื่องจริง เห็นๆ กันอยู่ รู้ก็รู้ว่าเฮียฟาเขาไม่สนใจยังจะตื๊ออยู่ได้ ลองมาเสนอฉันดูสิ เผื่อฉันจะสงเคราะห์ให้" ฟาบริซยังต่อปากต่อคำไม่เลิก

"ไอ้!! ไอ้ฟาบริซ ไอ้ปากหมา ผู้ชายปากกรรไกรแบบนี้ใครเขาจะเอามาทำพืชทำพันธุ์ห๊ะ" แอลลี่เกรี้ยวกราดใส่ด้วยความโมโห

"แล้วเธอล่ะ ปากแจ๋วขนาดนี้ใครเขาจะเอาทำเมีย ใครได้ไปซวยตายห่า อยู่ขึ้นคานไปเถอะ จะได้ไม่เป็นภาระของผัวแล้วก็พ่อผัวแม่ผัวในอนาคต" ฟาบริซยิ้มยียวน

"อ๊ายย!!! เฮียฟาขา ดูไอ้ฟาบริซมันว่าแอลลี่สิคะ เฮียฟาต้องจัดการให้แอลลี่นะ ไม่งั้นแอลลี่จะฟ้องแด๊ด" แอลลี่ยืนเต้นเร่าๆ ด้วยความโมโห ในขณะที่ฟาเบียนนั่งเอามือกุมขมับ เพราะว่าคู่นี้เจอกันเมื่อไรเป็นต้องกัดกันทุกทีไป

"พอเลยฟาบริซ แกเป็นผู้ชายไม่ควรพูดแบบนั้นกับน้องนะ แอลลี่เขาจะเสียหายเข้าใจไหม?" ฟาเบียนบอกกับน้องชาย

"น้องเหรอเฮีย!! ทั้งๆ ที่ผมอายุมากกว่าตั้งเกือบสองปี แต่ตั้งแต่เกิดมายัยนี่ไม่เคยเรียกผมว่าพี่สักคำเลยนะ" ฟาบริซบอกพี่ชาย

"พอเลยๆ เลิกเถียงแล้วออกไปทำงานได้แล้วไป ฉันปวดหัว" ฟาเบียนโบกมือไล่น้องชาย เพราะถ้าปล่อยให้คู่กัดคู่นี้อยู่เถียงกันต่อเขาอาจจะเส้นเลือดในสมองแตกก็เป็นได้

"วันนี้แอลลี่ขอกลับบ้านพร้อมเฮียฟานะคะ" เจ้าของร่างเล็กพูดพร้อมกับเดินไปนั่งรอที่โซฟา

"นั่งให้มันเรียบร้อยหน่อยแอลลี่" ฟาเบียนส่ายหน้าเมื่อเห็นเธอนั่งไขว่ห้างทั้งๆ ที่กระโปรงสั้นเต่อ จนเขาต้องลุกขึ้นหยิบเสื้อสูทของตัวเองไปคลุมให้กับเด็กสาว

แอลลี่เป็นลูกสาวคนโตของแด๊ดแอลตันกับมัมสายป่าน ซึ่งทั้งสองแด๊ดและสองมัมต่างก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาก โดยเฉพาะแด๊ดแอลตันกับแด๊ดของเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนอนุบาล เมื่อต่างคนต่างแต่งงานจึงมาปลูกคฤหาสน์อยู่คู่กัน ซึ่งฝั่งแด๊ดแอลมีลูกสาวสองคนคือแอลลี่กับไอด้า และลูกชายอีกหนึ่งคนคือฟาริส ส่วนแด๊ดเซดริกมีลูกสามคนคือฟาบริซ ฟาเบียน และลูกสาวคนเล็กคือเซลีน เมื่อบ้านใกล้กันและเติบโตมาด้วยกันทำให้ทุกคนสนิทสนมกันไปโดยปริยาย ยกเว้นแอลลี่กับฟาบริซ เพราะสองคนนี้ถือว่าเป็นคู่กัดตลอดกาลที่เจอกันที่ไหนแทบจะบรรลัยที่นั่น

@ คฤหาสน์มาร์ติน

"กลับมาแล้วค่าาาา" เสียงแอลลี่ดังขึ้นมาแต่ไกล เธอเดินเข้ามาพร้อมกับฟาเบียนและฟาบริซ

"สวัสดีค่ะน้ารินทร์ น้าเซดริก" แอลลี่กระพุ่มมือไหว้คู่สามีภรรยาผู้เป็นเพื่อนสนิทของแด๊ดและมัมของเธอ ซึ่งตัวเธอเองก็รักท่านทั้งสองไม่ต่างจากพ่อแม่ของตัวเองเลย เพราะตั้งแต่จำความได้เธอก็ได้รับความรักจากทั้งสองท่านไม่ต่างจากลูกๆ ของท่านเช่นเดียวกัน

"อ้าว..น้องแอลลี่ วันนี้กลับกะเฮียฟาเหรอลูก มาๆ มาทานข้าวเย็นกับน้ามาเร็ว" มาลารินทร์เอ่ยชวนหลานสาวให้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน

"ยินดีมากเลยค่ะ" น้องแอลลี่ตอบพร้อมกับยิ้มจนตาหยี

"ข้าวบ้านตัวเองไม่มีกินรึไง มากินบ้านคนอื่น" ฟาบริซโพล่งออกมา ทำให้แอลลี่มองตาเขียวทันที

"มัมครับ วันนี้ผมไปทานข้าวบ้านแด๊ดแอลนะครับ ทานที่นี่สงสัยจะไม่เจริญอาหารซะแล้ว" ฟาบริซพูดพร้อมกับปรายตามองแอลลี่

"เชอะ! ว่าแต่เขา ตัวเองก็ไปกินข้าวบ้านคนอื่นเหมือนกันแหละ" แอลลี่เบะปากใส่

"คนอื่นที่ไหน แด๊ดแอลก็พ่อฉันเหมือนกัน" ฟาบริซหมายถึงแด๊ดแอลตันผู้เป็นบิดาของแอลลี่ ซึ่งเป็นพ่อทูลหัวของเขา

"แหวะ!! ขี้ประจบล่ะสิไม่ว่า ไปเลยไป๊ ชิ้วๆ" แอลลี่ออกปากไล่

"ปากดีแบบนี้มันน่าโดนนะ"

"ทำไม แกจะตบฉันเหรอ?.. เฮียฟา ดูฟาบริซสิคะ มันจะตบแอลลี่" หญิงสาวรีบฟ้องทันที

"เอ้า!! พอๆๆ เลิกเถียงกัน แกจะไปกินข้าวบ้านน้าป่านก็ไปเถอะฟาบริซ" ฟาเบียนบอกกับน้องชาย เขาจึงเดินออกจากห้องอาหารตรงไปยังคฤหาสน์แอลตันทันที

"พี่เซลลีนไม่อยู่เหรอคะน้ารินทร์" แอลลี่เอ่ยถาม

"วันนี้พี่เขานอนเพนท์เฮาส์จ้ะ เห็นว่าต้องทำงานส่งอาจารย์ดึก เลยไม่อยากขับรถไกล" มาลารินทร์ตอบ

@คฤหาสน์แอลตัน

"สวัสดีครับแด๊ดแอล" ฟาบริซกล่าวทักทายแอลตันที่กำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขก

"สวัสดีลูก มาพอดีเลย เดี๋ยวอยู่ทานข้าวกับแด๊ดนะ ป่านนี้แอลลี่ยังไม่กลับมาเลย" แอลตันพูดน้ำเสียงติดกังวลเล็กน้อยที่ลูกสาวคนโตยังไม่กลับมา ส่วนไอด้าได้โทรมาบอกที่บ้านแล้วว่าเย็นนี้เธอมีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆ

"เมื่อตอนบ่ายแอลลี่ไปหาเฮียฟาที่ออฟฟิศแล้วก็รอกลับมาพร้อมกันครับ ตอนนี้ทานข้าวอยู่ที่บ้านผม แด๊ดไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ยัยนั่นแสบขนาดนั้นใครจะไปทำอะไรเขาได้" ฟาบริซถอนหายใจเบาๆ

แอลตันยื่นมือมาจับไหล่ของฟาบริซ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นที่รักของเขาตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มยังเป็นเด็กน้อย แอลตันดูออกว่าแท้ที่จริงแล้วฟาบริซก็ห่วงใยแอลลี่ไม่ต่างจากคนอื่น และไม่ได้จงเกลียดจงชังอะไรลูกสาวของเขาเลย เพียงแต่ชอบเอาชนะและไม่ยอมลงให้กันตั้งแต่เด็กๆ จนถึงตอนนี้

"ยัยแอลลี่ถูกฟาเบียนตามใจมาตั้งแต่เด็กก็เลยรักเฮียฟาของเขามาก ส่วนที่ไม่ถูกกับลูกเพราะลูกไม่ตามใจน้องจนเสียนิสัยแบบฟาเบียน แต่จริงๆ แล้วน้องก็ไม่ได้เกลียดลูกหรอก น้องแค่ต้องการเอาชนะ ลูกเข้าใจน้องใช่ไหม ลูกไม่ได้เกลียดน้องใช่ไหม" แอลตันถามฟาบริซ เขาถอนหายใจแล้วพยักหน้าตอบรับ

"ครับแด๊ด ผมไม่ได้เกลียดน้องหรอก แต่แอลลี่ดื้อใส่ผมตลอด ผมยอมไม่ได้ก็ต้องกำราบกันบ้าง"

"แด๊ดขอบใจที่ฟาบริซไม่เกลียดน้อง ยังไงลูกก็โตมาด้วยกัน แด๊ดฝากฟาบริซช่วยดูแลน้องๆ ทุกคนด้วยนะ" แอลตันลูบหัวชายหนุ่มรุ่นลูกแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

"ครับแด๊ด ผมจะช่วยดูแลน้องทั้งสามคนเป็นอย่างดี แด๊ดไม่ต้องห่วง" ฟาบริซยิ้มให้แอลตันแล้วชวนกันไปห้องอาหารเพื่อทานข้าวเย็น

Write Talk: เปิดตัวน้องแอลลี่ลูกสาวคนโตของแด๊ดแอลตัน และฟาบริซลูกชายคนกลางของแด๊ดเซดริกค่ะ คู่กัดตลอดกาล กัดกันตั้งแต่เด็กจนโต 😂

ตอน 2

@ มหาวิทยาลัย HW

"วันนี้เรียนเสร็จไว ไปหาอะไรกินกันมั้ย" แอลลี่เอ่ยชวนน้ำชากับแองจี้เพื่อนสนิทของเธอ

"เออ ไปดิ อยากกินบุฟเฟต์อะแก" น้ำชาตอบ

"เออๆ เอาดิ อยากกินเหมือนกัน" แองจี้สนับสนุน เพราะเกือบสามอาทิตย์แล้วที่ทุกคนสุมหัวกันทำแต่รายงานและหมกมุ่นอยู่กับการเรียน เพราะปีนี้เป็นปีสุดท้ายของพวกเธอจึงต้องเร่งรีบเก็บงานและตามงานที่ยังคั่งค้าง เพราะเหลืออีกแค่เทอมเดียวพวกเธอก็จะเรียนจบกันแล้ว

"เรื่องของแกกะเฮียฟาเป็นไงมั่งอะแอลลี่ เมื่อไหร่แกจะสารภาพรักกับเฮียเขาสักที ฉันรอลุ้นอยู่นะ" น้ำชาเอ่ยถามในขณะที่คีบเนื้อขึ้นเตาย่าง

"ก็กะว่าเรียนจบแล้วค่อยบอกอะ เฮียฟาจะได้ไม่เห็นฉันเป็นเด็กอีก ทุกวันนี้เหมือนเฮียฟาเขาจะไม่เคยเห็นฉันโตสักที" แอลลี่กินไปบ่นไป

"แต่ฉันว่าไม่ต้องรอแล้วไหม นี่แกก็อายุยี่สิบสองแล้วนะ โตจนมีผัวได้แล้วป่ะวะ" แองจี้ออกความเห็น

"เออ ฉันห็นด้วยกับแองจี้มันนะ อีกแค่เทอมเดียวก็จะเรียนจบแล้ว บอกตอนนี้กับบอกตอนนั้นมันก็แทบจะไม่ต่างอะไรกันเลยนะแอลลี่ ถ้าแกมัวแต่ชักช้าระวังเฮียฟาจะถูกสาวอื่นงาบไปกินซะก่อนนะ" คำพูดของน้ำชาทำให้แอลลี่ถึงกับต้องเก็บมาคิดมากจนแทบจะนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว หรือเธอควรจะสารภาพความในใจให้เขารู้ไปเลยดีนะ

ตลอดเวลาเท่าที่จำความได้ ฟาเบียนคือฮีโร่ในชีวิตของเธอมาโดยตลอด เขาเป็นผู้ชายที่น่ารัก อบอุ่น และดูแลเธอเป็นอย่างดี จนเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารักเขาตอนไหน แต่พอรู้ตัวอีกทีก็รักเฮียฟาไปแล้วเต็มหัวใจ แต่ติดที่ยังไม่กล้าบอกความรู้สึกกับเขาตรงๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองว่าเธอยังเด็ก ทั้งๆ ที่เธอกับฟาเบียนก็ห่างกันไม่ถึงสามปีเลยด้วยซ้ำไป แต่คงเป็นเพราะฟาเบียนเติบโตและดูแลเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ในสายตาของเขาจึงไม่เคยมองว่าเธอโตขึ้นเลย

แอลลี่คิดวกไปวนมาถึงเรื่องที่คุยกับน้ำชาและแองจี้ตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายจนถึงตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ...และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้สักที

"เอาวะ.. บอกก็บอก ถ้าช้าถูกงาบไปกินล่ะแย่แน่เลย" แอลลี่บอกกับตัวเองก่อนที่จะล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปในที่สุด

เช้าวันใหม่อากาศสดใส แอลลี่รีบตื่นขึ้นมาแต่เช้า วันนี้เธอเตรียมตัวเตรียมใจเป็นอย่างดีแล้วว่าจะต้องสารภาพความในใจกับฟาเบียนเสียที หลังจากที่แอบรักเขามานานถึงยี่สิบปี เธอตัดสินใจโทรหาน้ำชาเพื่อบอกเรื่องนี้ทันที เผื่อว่าเพื่อนเธอจะมีคำแนะนำดีๆ หรือให้กำลังใจเธอบ้าง

"ฮัลโหลวววว... ว่าไงคะเพื่อนสาว" เสียงน้ำชาเอ่ยทักทันทีเมื่อรับสาย

"น้ำชา ฉันตัดสินใจแล้วนะ ว่าวันนี้จะไปสารภาพความในใจกับเฮียฟา"

"จริงเหรอแก เออๆ ดีๆ ฉันเห็นด้วย ขอให้แกสมหวังนะ"

"แกว่าเฮียฟาจะรักฉันเหมือนกับที่ฉันรักเขาไหมอะ" แอลลี่เริ่มจะกังวลใจ

"อย่าคาดเดาค่ะเพื่อน ของแบบนี้อยากรู้ก็ต้องถามเองไปเลย อย่างน้อยแกก็ไม่เคยเห็นเฮียเขาควงสาวที่ไหนหนิ ไม่แน่นะ เขาอาจจะมีใจให้แกแต่ไม่กล้าพูดเหมือนแกก็ได้"

"ขอบใจนะแก งั้นเดี๋ยวฉันจะรีบไปบริษัทเฮียฟาแต่เช้า เห็นว่าช่วงสายๆ เฮียเขามีประชุม เดี๋ยวจะไม่ทัน"

"เออๆ โอเคๆ ได้ความยังไงโทรบอกฉันด้วยล่ะ" น้ำชาพูดก่อนที่จะวางสายไป

@มาร์ตินกรุ๊ป ประเทศไทย

แอลลี่เดินเข้ามาในบริษัทด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงเช้า ป่านนี้ฟาเบียนคงมาถึงบริษัทเรียบร้อยแล้วเพราะปกติเขาเป็นคนตรงต่อเวลามาก ร่างเล็กเดินตรงไปยังประตูห้องแล้วเปิดเข้าไปทันทีโดยที่เลขาสาวหน้าห้องยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกอะไรเลยด้วยซ้ำ

"บอส คุณฟาบริซ คุณแอลลี่เป็นพี่น้องกัน คงไม่เป็นไรมั้ง เราจะโดนตำหนิไหมเนี่ย" เลขาสาวหน้าห้องบ่นพึมพำเพราะห้ามเธอเอาไว้ไม่ทัน

"เฮียฟาขาาาา" เสียงเรียกชื่อแว่วหวานมาแต่ไกล เจ้าของชื่อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารสำหรับการประชุม พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

"อ้าว..แอลลี่ มาหาเฮียแต่เช้าเลย มีอะไรหรือเปล่า?" ฟาเบียนเอ่ยถาม

"เอ่อ.. ก็มีค่ะ แอลลี่มีเรื่องสำคัญอยากบอกเฮียฟาค่ะ" แอลลี่เดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม ทำท่าจะนั่งลงบนตักแกร่งของเขา แต่ดูเหมือนเขาจะรู้ทันความคิดของเธอเลยทำหน้าดุใส่ แอลลี่จึงจำใจต้องเลื่อนเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ แล้วเข้ามานั่งใกล้ๆ กับเขาแทน

"มีอะไรเหรอ ธุระสำคัญใช่ไหมถึงต้องมาหาเฮียถึงที่นี่ ไปก่อเรื่องอะไรมา หรือจะมาขอตังค์ไปเที่ยวอีกล่ะ" ฟาเบียนเอ่ยถามยิ้มๆ

"เฮียฟาพูดเหมือนแอลลี่ยังไม่โตเลยนะคะ ปีนี้แอลลี่อายุยี่สิบสองแล้ว โตเป็นสาวแล้วนะคะ" เธอพูดพร้อมกับทำหน้ายู่ใส่ จนชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ

"ถ้างั้นมีอะไรจะบอกเฮียว่ามาเลย เฮียรอฟังอยู่"

"เอ่อ..เฮียฟาว่าแอลลี่โตพอจะมีความรักได้หรือยังคะ"

"หือ.. อย่าบอกนะว่าแอลลี่แอบมีแฟนน่ะ" ฟาเบียนจ้องหน้าเธอเขม็ง

"เปล่าค่ะ แอลลี่แค่ลองถามเฉยๆ อยากรู้ว่าเฮียฟาจะว่ายังไง"

"จริงๆ ถ้าแอลลี่จะมีคนรักมันก็ไม่ผิดหรอก อายุยี่สิบสองก็โตพอที่จะมีแฟนได้ อีกแค่เทอมเดียวแอลลี่ก็จะเรียนจบแล้วน้าแอลตันคงจะไม่ว่าหรอก" ฟาเบียนบอกกับเด็กสาวตรงหน้า ซึ่งตอนนี้เธอกำลังจ้องมองเขาตาแป๋ว

"แอลลี่ก็คิดว่าอย่างนั้นแหละค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกเหมือนกันกับแอลลี่หรือเปล่า"

"แอลลี่ยังไม่ได้บอกผู้ชายคนนั้นเหรอว่ารู้สึกยังไงกับเขา ถ้าเราอยากรู้ก็ควรจะบอกความรู้สึกของเราให้เขารู้ก่อนนะ" ฟาเบียนให้คำแนะนำกับเด็กสาว

"จริงเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นแอลลี่บอกได้เลยใช่ไหมคะ?" เธอพูดกับชายหนุ่มพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นอย่างชั่งใจ แอลลี่สูดลมหายใจเข้าปอดพร้อมกับพูดออกมาทันที

"แอลลี่รักเฮียฟาค่ะ รักเฮียคนเดียวมาตลอด แล้วก็รักมานานมากแล้วด้วยค่ะ แล้วเฮียฟาล่ะคะ รักแอลลี่บ้างไหม?" แอลลี่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อพูดจบประโยค หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกในขณะที่ฟาเบียนได้แต่นิ่งเงียบ

"เฮียฟาคะ ทำไมเงียบไปล่ะคะ เงียบแบบนี้แอลลี่ใจเสียนะ" แอลลี่พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ในใจเริ่มมีความวูบไหวแปลกๆ เมื่อเห็นอากัปกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้า

"คือ..เฮีย .. เฮียขอโทษที่รับรักแอลลี่ไม่ได้ เฮียไม่ได้คิดกับแอลลี่แบบนั้น" ฟาเบียนตอบ เขาเห็นน้ำตาของเธอไหลร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวยที่แสดงให้เห็นถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน จนเขาเองก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน

Write Talk: งื้อ..สงสารยัยน้อง อกหักซะแล้ว

ตอน 3

"ทำไมคะ แอลลี่ไม่สวย ไม่ดี หรือว่าบกพร่องตรงไหน เฮียฟาถึงปฏิเสธความรักของแอลลี่" เด็กสาวกำมือเล็กๆ ทั้งสองข้างแน่น เธอสะอื้นไห้ด้วยความปวดร้าวใจเมื่อผู้ชายที่เธอรักและเทิดทูนเขามาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต แต่วันนี้เขากลับปฏิเสธความรักของเธอ

"แอลลี่สวย น่ารัก ไม่มีอะไรบกพร่องเลย เฮียเองก็รักแอลลี่มากนะ แต่เฮียรักเราในฐานะน้องสาวเท่านั้นไม่อาจจะคิดเป็นอื่นได้จริงๆ" ฟาเบียนเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าแอลลี่รู้สึกยังไงกับเขา เขาจึงพยายามรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอดเพราะไม่อยากให้เธอต้องเสียใจ แต่แล้ววันนี้มันก็มาถึงจริงๆ จนได้ เมื่อแอลลี่ เด็กสาวที่เขารักเหมือนน้องสาวแท้ๆ มาสารภาพรักกับเขา

"เฮียไม่ต้องพูดให้แอลลี่รู้สึกดีหรอกค่ะ ในเมื่อท้ายที่สุดแล้วความรักของแอลลี่ก็เป็นได้แค่ขยะที่เฮียไม่ต้องการมันอยู่ดี" แอลลี่ยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของฟาเบียน ผู้ชายที่เธอเฝ้ารักมาตลอดยี่สิบกว่าปี กว่าเธอจะรวบรวมความกล้ามาสารภาพรักกับเขาได้ก็คิดแล้วคิดอีกอยู่หลายรอบ ทั้งๆ ที่เขาก็บอกเองว่าตอนนี้เธอก็อายุยี่สิบสองปีแล้ว และอีกแค่เทอมเดียวเธอก็จะเรียนจบปริญาตรี สมควรแก่เวลาที่จะมีแฟนได้ แต่เธอกลับถูกฟาเบียนปฏิเสธ

ร่างเล็กสาวเท้ายาวๆ เพื่อให้เดินออกจากที่นี่โดยเร็ว เมื่อถึงรถเธอก็รีบเข้าไปในรถแล้วซบหน้าลงร้องไห้โฮ ความรู้สึกเสียใจ ปวดร้าวและผิดหวังประเดประดังเข้ามาพร้อมๆ กันจนเธอรู้สึกว่ามันรวดเร็วจนเหมือนจะรับมันไม่ไหว

ครืดดดดดดด ครืดดดดดดด

เสียงโทรศัพท์ของแอลลี่ดังขึ้น เธอก้มมองดูหน้าจอสี่เหลี่ยมที่ปรากฏชื่อของฟาเบียนมันยิ่งทำให้เธอร้องไห้มากกว่าเดิมเสียอีก แอลลี่ปล่อยให้สายเรียกเข้าดังอยู่แบบนั้นหลายสายจนต้นทางเลิกโทรไปเอง ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตา แล้วพยายามทำใจให้ยอมรับกับความเป็นจริงที่เจ็บปวด

ครืดดดดด ครืดดดดด

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นสายเรียกเข้าจากน้ำชา แอลลี่จึงตัดสินใจกดรับสายทันที

"แอลลี่ เป็นไงบ้างเรียบร้อยหรือยัง" น้ำชาเอ่ยถามทันทีที่แอลลี่รับสาย

"มันจบแล้วน้ำชา ~ฮึกก..ฮือออ" เสียงสั่นเครือของแอลลี่คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด น้ำชาจึงไม่เอ่ยถามอะไรเธออีก

"ไม่เป็นไรนะแอลลี่ แกยังมีฉันกะยัยแองจี้นะ ตอนนี้อยู่ไหน จะได้ไปหา"

"ติ๊งงง"

เสียงไลน์ดังแทรกขึ้นมา แอลลี่ใช้ฝ่ามือเช็ดน้ำตา และก้มลงมองที่หน้าจอสี่เหลี่ยม ก็ปรากฏข้อความของไนซ์ เพื่อนชายที่ตามขายขนมจีบเธอมานาน

Nice : ว่างไหม ไปหาอะไรทานกัน คิดถึง

Allie : ว่างค่ะ ที่ไหน ส่งโลเคชั่นมาเลย

Nice : ได้ครับ แล้วเจอกัน

แอลลี่ตัดสินใจรับนัดไนซ์ทันที เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนอื่นจะปฏิเสธเธอเหมือนกับฟาเบียนหรือเปล่า เธอรีบพูดตอบกลับน้ำชาทันที

"ไนซ์ไลน์มาชวนไปทานข้าวน่ะ แกไม่ต้องห่วงฉันนะ ฉันโอเค แล้วเดี๋ยวฉันจะโทรหาแกอีกที" แอลลี่บอกกับน้ำชาเพื่อไม่ให้เพื่อนของเธอต้องเป็นห่วง

"เคๆ แบบนั้นก็ได้" น้ำชาตอบกลับพร้อมกับวางสายไป

แอลลี่ตั้งใจจะขับรถไปตามโลเคชั่นที่ไนซ์ส่งมาให้ แต่เธอรู้สึกปวดตาเสียเหลือเกิน คงเป็นเพราะเธอร้องไห้หนักเกินไปตาจึงแดงมาก ดีที่มันไม่บวมปูด แค่พอช้ำๆ เท่านั้น

แอลลี่ตัดสินใจขับรถไปจอดที่เพนท์เฮาส์ของตัวเองแทน เพราะเป็นทางผ่านพอดี เธอกดโทรศัพท์หาไนซ์เพื่อขอยกเลิกนัดไปก่อน

"ว่าไงครับคนสวย" เสียงไนซ์ตอบกลับมาทันทีเมื่อรับสาย

"ไนซ์ คือเราเจ็บตามากเลย ขับรถไม่ไหว เราขอยกเลิกนัดไปก่อนได้ไหม" แอลลี่บอกกับปลายสาย

"แล้วหาหมอรึยัง" ไนซ์ถามด้วยความห่วงใย

"ไม่ต้องหาหรอก ไม่ได้เป็นอะไร เดี๋ยวก็หายเองแหละ แค่เวลาขับรถมันแสบตา"

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราไปรับเอง ตอนนี้อยู่ที่ไหน แชร์โล มาเลยครับ"

"อืม.. ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแชร์ไปให้นะคะ"

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ไนซ์ก็มารับแอลลี่ที่ร้านกาแฟในโรงแรมของเพนท์เฮาส์ที่เธอพักอยู่

"ทานอาหารที่โรงแรมนี้ดีกว่าไหม จะได้ไม่ต้องขับรถไปอีก เราเกรงใจ" แอลลี่เอ่ยถามไนซ์ เพราะร้านอาหารที่ไนซ์แชร์โลเคชั่นมานั้นอยู่ห่างไปอีกหลายสิบกิโลเมตร

"ก็ได้ครับ แล้วแต่แอลลี่สะดวกเลย" ไนซ์ตอบพร้อมกับพากันเดินไปยังห้องอาหารหรูของทางโรงแรมซึ่งเป็นโรงแรมในเครือมาร์ตินกรุ๊ปที่แอลตันพ่อของเธอมีหุ้นส่วนอยู่ครึ่งหนึ่ง

"ตาแดงเยอะเลยนะ บวมช้ำแบบนี้ร้องไห้มาเหรอ มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า" ไนซ์ตัดสินใจเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นดวงตาที่บวมแดงของเธอ

"ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อยน่ะ" แอลลี่คลี่ยิ้มให้กับเพื่อนชาย

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ไนซ์กำลังจะขอตัวกลับแต่แอลลี่นึกอะไรขึ้นมาได้เสียก่อน

"ไนซ์ เราขอติดรถไปด้วยได้ไหม เราอยากกลับไปบ้านน่ะ มันเป็นทางผ่านบ้านของนายพอดีเลย"

"อ้อ..ได้สิ เดี๋ยวเราไปส่ง แต่แป๊บนึงนะ เดี๋ยวค่อยไป" ไนซ์บอกกับแอลลี่พร้อมกับเรียกพนักงานของห้องอาหารคนหนึ่ง พนักงานเดินเข้ามา เมื่อเห็นแอลลี่ก็ยกมือไหว้ทันที แอลลี่รับไหว้พร้อมกับยิ้มให้

"ผมรบกวนขอน้ำแข็งสำหรับกลับบ้านสักแก้วได้ไหมครับ" ไนซ์บอกกับพนักงานสาว

"ได้ค่ะ รวบกวนรอสักครู่นะคะ" พนักงานสาวตอบกลับพร้อมกับเดินออกไป

"ไนซ์จะเอาน้ำแข็งไปทำอะไรคะ" แอลลี่เอ่ยถามด้วยความงุนงง แต่ไนซ์ก็ไม่ตอบอะไร เขาแค่ยิ้มให้เธอเท่านั้น

หลังจากได้รับน้ำแข็งที่ใส่แก้วพลาสติกใสที่มีฝาปิดเรียบร้อยมาจากพนักงานแล้ว ทั้งสองคนก็พากันลงไปยังลานจอดรถแล้วขับรถออกไปทันที แอลลี่นั่งหลับตาเพื่อพักสายตา แต่ในใจก็ยังไม่อาจจะลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เธอไม่อยากอยู่คนเดียวจึงขอให้ไนซ์ไปส่งที่คฤหาสน์แทน

รถหรูของไนซ์เคลื่อนตัวเข้าไปจอดยังคฤหาสน์แอลตันซึ่งเป็นคฤหาสน์สุดหรูคล้ายกับปราสาทของเจ้าหญิง มีการจัดแต่งสวนอย่างสวยงามร่มรื่น และมีแปลงดอกกุหลาบพันธุ์นอกที่ปลูกอยู่ในเรือนกระจกด้วย เมื่อรถจอดสนิท แอลลี่ก็ลงมาจากรถ ส่วนไนซ์ก็ก้าวลงมาพร้อมกับถือแก้วน้ำแข็งลงมาด้วย

"ขอบใจที่มาส่งนะไนซ์ เราขอตัวเข้าบ้านก่อนนะ" แอลลี่กล่าวขอบคุณพร้อมกับยิ้มให้ไนซ์

Write Talk: สุดยอดหญิงแกร่งแห่งปี ถึงน้องแอลลี่จะอกหักหมาดๆ แต่นางก็ยังยิ้มสู้อยู่นะ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED