หญิงวัยกลางคนที่ยังมีความสาวความสวยไม่แพ้สาววัยแรกรุ่นเดินดุ่มเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ตามหลังมาด้วยลูกชายแฝดคนเล็กที่มีสีหน้าไม่ได้ต่างจากคนเป็นแม่เท่าไหร่นัก
“เฮ้อ...แม่ล่ะเบื่อหน้ายัยภาวินีนี่จริงๆ” นั่งลงบนโซฟาได้สร้อยฟ้าก็บ่นอุก เพราะไม่คิดว่าวันนี้น้องสะใภ้ของเธอจะพาลูกมาปั่นป่วนการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท จนทุกคนต่างสงสัยว่าคิรินลูกชายคนโตที่เป็นแฝดพี่ของภูมินทร์หายไปไหน
“เรื่องอาภาคุณแม่เอาไว้ก่อนเถอะครับ ตอนนี้มาคิดกันดีกว่าว่าจะทำยังไงให้คินหายดีแล้วกลับมาดูแลกิจการได้ ผมว่าถ้าปล่อยเวลาไปแบบนี้กลัวว่าคนพวกนั้นจะรู้ความจริงว่าตอนนี้คิน...” ภูมินทร์ไม่อยากให้แม่ของเขาใส่ใจกับเรื่องที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
“หยุดพูดตาภู แม่ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่นอน” สร้อยฟ้ารู้ว่าภูมินทร์จะพูดคำที่เธอไม่ได้อยากฟังออกมาจึงต้องรีบปรามเอาไว้ก่อน เธอจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าตอนนี้ลูกชายคนโตที่รับตำแหน่งประธานของ KPRP.group ไม่สามารถเข้ามาบริหารงานที่บริษัทเพราะเหตุใด
ด้วยรู้ว่าหากความจริงถูกเปิดเผยออกไปตำแหน่งนี้ก็จะตกเป็นของภารดาลูกชายของภาวินี ตามพินัยกรรมที่แม่สามีของเธอเขียนเอาไว้ว่า หากลูกชายคนโตของเธอไม่มีความสามารถที่จะบริหารกิจการได้ ตำแหน่งของประธานใหญ่ก็จะตกเป็นของครอบครัวทายาทอันดับที่สอง คนนั้นก็คือลูกชายของพงษ์น้องชายสามีของเธอ
สร้อยฟ้ายอมให้มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้ เพราะสามีของเธอและตัวเธอเองร่วมกันบริหารงานมาอย่างยากลำบากจนบริษัทเติบโต ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องตกเป็นของลูกชายหรือคนที่เธอนับเป็นคนในครอบครัวเท่านั้น และรู้ว่าหากภาวินีและภารดาได้ควบคุมกิจการ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอกับสามีสานต่อมาจากแม่สามีเป็นอันล้มไม่เป็นท่าแน่นอน
รู้ได้ยังไงน่ะหรือ ก็ตั้งแต่ที่พงษ์น้องชายสามีเธอเสียไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ภาวินีก็พาภารดาที่ยังเล็กๆ ไปอยู่กับสามีใหม่ทันที ไม่ยอมทำการทำงานได้แต่ถลุงเงินปันผลของบริษัทไปวันๆ เธอจะให้คนที่เอาแต่เห็นแก่ความสบายมาชุบมือเปิบสิ่งที่ควรจะเป็นของลูกเธอไปไม่ได้
ยิ่งตอนนี้สิ้นสามีของเธอไปแล้ว ลูกชายคนโตก็ไม่เคยโผล่หน้ามาบริหารงาน ภาวินีก็ยิ่งเหิมเกริมขึ้นทุกวัน ไม่เพียงแค่ชอบมาปลุกปั่นผู้ถือหุ้นให้อยู่ข้างตัวเอง ยังเสนอหน้าออกงานในฐานะผู้บริหารของ KPRP.group อยู่บ่อยๆ ที่เธอไม่แจ้งให้คนอื่นทราบว่าภาวินีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัท ก็เพราะไม่อยากให้คนอื่นมานินทาว่าคนในตระกูลของเธอกำลังมีปัญหากัน
“คุณชมพูมาหาค่ะคุณสร้อย เธอรออยู่ที่ซุ้มดอกแก้วค่ะ” อิ่มจันทร์หัวหน้าแม่บ้านวัยกลางคนเข้ามารายงานนายหญิงของบ้านหลังจากรับรองชมพูนุชเรียบร้อยแล้ว
“แม่ไปหาหนูชมพูก่อนนะตาภู” หันมาบอกลูกชาย
“ครับคุณแม่”
สร้อยฟ้ารีบเดินออกจากคฤหาสน์ไปที่ซุ้มนั่งเล่นสีขาวรายล้อมด้วยต้นดอกแก้วที่เธอชอบ เมื่อมาถึงก็เห็นหญิงสาวตัวเล็กตากลมโตหน้าสวยหวานยืนยิ้มให้เธออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณสร้อย” ชมพูนุชยกมือไหว้เจ้าหนี้ที่แสนใจดีด้วยความนอบน้อม
“ไหว้พระเถอะจะ ทำไมวันนี้มาไวล่ะหนูชมพู ไม่ได้มีสอนที่ไหนเหรอ” สร้อยฟ้ารู้ว่าชมพูนุชทำงานเป็นครูอยู่ที่สถาบันสอนพิเศษ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะเข้ามาหาเธอที่บ้านตั้งแต่ช่วงบ่าย
“วันนี้ชมพูสอนแค่ครึ่งวันค่ะ เงินเดือนออกแล้วก็เลยรีบเอามาให้คุณสร้อยค่ะ” หญิงสาวคว้าซองสีขาวออกจากกระเป๋ายื่นไปวางตรงหน้าสร้อยฟ้า
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเอามาให้แล้ว หนูกับแม่ยังต้องจ่ายหนี้ธนาคารอีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ” ก่อนที่พ่อของสร้อยฟ้าจะเสีย เขาก็เอาเงินมาคืนเธอครึ่งหนึ่งแล้ว อันที่จริงเธออยากจะยกหนี้ห้าแสนบาทให้กับชมพูนุชไปเพราะเห็นแก่ความสนิทชิดเชื้อที่พ่อของชมพูนุชคอยช่วยงานสามีของเธอตลอดมาอย่างดี แต่สองแม่ลูกก็เลือกที่จะปฏิเสธ
“ยังไงชมพูก็ต้องหามาจ่ายค่ะ ไม่อยากให้พ่อไปอย่างไม่สบายใจ”
“เฮ้อ...เรานี่นะ วันนี้หนูอยู่กินข้าวเย็นกับฉันได้หรือเปล่า ฉันอยากเปลี่ยนสัญญาหนี้ให้หนูสักหน่อย”
“เอ่อ...ชมพูต้องขอโทษด้วยนะคะคุณสร้อย ชมพูนัดกับเพื่อนๆ ว่าจะไปสอนหนังสือให้เด็กๆ ในชุมชนค่ะ” ชมพูนุชรีบปฏิเสธ ด้วยกลัวว่าจถูกสร้อยฟ้าคะยั้นคะยอยกหนี้ให้ เพราะเธอรู้ว่ายังไงแม่ของเธอก็ไม่ยอมแน่
ตลอดเวลาที่พ่อของเธอทำงานกับพัฒน์สามีของสร้อยฟ้า ครอบครัวของเธอก็ถูกครอบครัวของสร้อยฟ้าคอยช่วยเหลือทั้งเรื่องเงินและเรื่องค่ารักษาแม่เธออยู่ตลอด
“ใจหนูนี่ประเสริฐจริงๆ เลยนะชมพู” สร้อยฟ้ารู้สึกเอ็นดูชมพูนุชมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะเธอเป็นเด็กเรียบร้อยนิสัยดีมาตั้งแต่เด็กๆ
ยิ่งเห็นว่าหญิงสาวดูจะเป็นคนดีขึ้นมากในทุกๆ วันเธอก็ยิ่งเอ็นดู มองเห็นชมพูนุชก็ทำให้เธออยากจะมีลูกสาวแต่ติดที่มีได้แค่ลูกชาย เพราะหลังจากคลอดคิรินและภูมินทร์มดลูกของเธอก็ไม่แข็งแรงจนไม่สามารถอุ้มท้องได้อีก
“แย่แล้วครับคุณแม่ หมอธามบอกว่าตอนนี้คินอาละวาดไม่ยอมทานยาไม่ยอมรับการรักษาอะไรทั้งนั้น แถมยังชกหน้าหมอธาม แล้วก็พยายามจะหนีออกจากเกาะให้ได้ด้วยครับ” ภูมินทร์เห็นแม่ตนเดินเข้ากลับมาในโถงนั่งเล่นได้ก็รีบแจ้งเรื่องที่เพิ่งได้รับทราบจากธนากร หมอหนุ่มที่คอยดูแลพี่ชายของเขากับคนเป็นแม่ด้วยท่าทางร้อนใจ
สร้อยฟ้าได้ยินเช่นนั้น อารมณ์ที่ดีอยู่เมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นโมโหทันที
“เพราะอีนังนางแบบนั่นคนเดียว” เธอกำหมัดแน่น หลับตานึกไปถึงพรนัชชา นางแบบสาวที่เคยคบหากับคิริน เธอทั้งหักอกลูกชายของเธอ และหักหลังหนีไปคบกับภารดา จนทำให้คิรินเสียใจจนประสบอุบัติเหตุ และตอนนี้ก็กลายเป็นคนไม่ปกติ
“หรือว่าเราจะต้องทำตามที่เคยปรึกษากันไว้จริงๆ ครับ” ภูมินทร์เริ่มพูดถึงเรื่องที่เขาและแม่เคยปรึกษากับหมอรักษาอาการทางสมองพร้อมกับจิตแพทย์ หากคิรินจิตไม่ปกติเพราะสูญเสียคนรัก ก็ต้องหาความรักใหม่เข้ามาเติมเต็มหัวใจพี่ชายของเขา
“แล้วผู้หญิงที่ไหนจะทนอยู่ดูแลคนที่อารมณ์แปรปรวนอย่างตาคินได้ล่ะ ผู้หญิงคนนั้นคงจะต้องเป็นคนที่อ่อนโยนแล้วก็มีความเมตตาสูงจริงๆ ที่แม่รู้จักก็เห็นจะมีแต่แม่ชีเท่านั้น” ไม่ใช่ว่าสร้อยฟ้าจะไม่คิดเรื่องนี้ แต่เธอจะหาผู้หญิงที่ไหนมายอมทนดูแลคิริน อีกทั้งคนที่จะดูแลคิรินต้องเป็นคนดีอ่อนโยนและไว้ใจได้ เพราะยังต้องปกปิดอาการป่วยของลูกชายเธอให้เงียบที่สุด
“คุณแม่ลืมใครบางคนไปหรือเปล่าครับ”
“ใคร?”
ภูมินทร์มองไปยังซองขาวในมือของคนเป็นแม่ ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นคนจิตใจดีและอ่อนโยนเป็นเนื้อแท้ ทั้งไว้ใจที่เขารู้จักก็เห็นจะมีแค่ชมพูนุชเท่านั้น
“เด็กๆ เก่งขึ้นมากเลยพวกแกว่าไหม” ชมพูนุชพูดด้วยสีหน้าระรื่น ขณะเดินออกมาจากชุมชนหลังจากสอนเด็กๆ ที่นั่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“จริง พอเห็นเด็กที่เราสอนพัฒนาขึ้นแล้วมันภูมิใจจริงๆ” หญิงสาวหน้าหมวยอย่างดารินทร์ก็ยิ้มจนไม่เห็นลูกตา เธอเป็นครูสอนพิเศษมาปีกว่าพร้อมกับชมพูนุช รู้สึกสุขใจมากกว่าตอนเงินเดือนออกก็เมื่อเห็นว่าเด็กที่ตัวเองสอนพัฒนาความเก่งขึ้นในทุกๆ วัน
ยิ่งได้มาเป็นครูที่อาสาสอนเด็กยากไร้ในชุมชนเล็กๆ และได้เห็นว่าทุกคนที่เธอสอนตั้งใจเรียนกันมากก็ยิ่งภูมิใจขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
“ชมพู” เสียงที่ไม่สู้ดีของกันยาเภสัชสาวหน้าสวยทำเพื่อนรักทั้งสองหันมามองเธอกันเป็นตาเดียว
“มีอะไรหรือเปล่าแก้ว” ดารินทร์ยกมือจับบ่าของกันยา
“นั่นสิแก้ว มีอะไรก็พูดมาได้เลย” ชมพูนุชมองจ้องกันยาไม่วางตา ในใจตอนนี้รู้สึกได้ว่ากันยากำลังมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจที่จะพูดกับเธอ
“เฮ้อ” เภสัชสาวถอนหายใจและเริ่มยืนคอตก และรีบดึงเพื่อนทั้งสองเข้าไปนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะหินอ่อนหน้าร้านขายยาที่เธอทำงานอยู่
“แกกับพี่ธียังติดต่อกันอยู่ไหม”
ชมพูนุชพยักหยักหน้าน้อยๆ “ช่วงนี้พี่ธีบอกฉันว่าเค้ายุ่งๆ พักหลังก็ไม่ค่อยได้โทรคุยกันแล้ว”
“เมื่อวานนี้ฉันได้เจอกับพี่ธิชา เธอกำลังท้องได้สามเดือนแล้ว”
“พี่ธิชามีแฟนแล้วเหรอ” ดารินทร์โพล่งเสียงดัง เธอมีสีหน้าฉงนหนักไม่ต่างจากชมพูนุช เพราะตั้งแต่รู้จักธิชามาก็ไม่เคยเห็นรุ่นพี่คนนี้มีแฟน
“อย่าบอกนะว่าที่แกเครียด เรื่องที่พี่ธิชาท้องมันเกี่ยวอะไรกับพี่ธี” ชมพูนุชเริ่มเดาเรื่องราวได้จากสีหน้าของกันยา เพราะหากไม่มีเรื่องของธิชาเกี่ยวข้องอะไรกับธีภพ กันยาคงไม่พูดเรื่องของคนสองคนในเวลานี้แน่นอน
กันยามองจ้องหน้าชมพูนุชเงียบๆ ก่อนจะหยักหน้าช้าๆ สีหน้าไม่สู้ดี ไม่อยากที่จะพูดเรื่องอะไรที่ทำร้ายจิตใจเพื่อน แต่ก็ต้องพูดก่อนที่เพื่อนเธอจะกลายเป็นคนโง่มากไปกว่านี้
“พี่ธิชาบอกว่าเธอท้องกับพี่ธี” กันยาพูดจบก็ก้มหน้างุด ดารินทร์รีบหันมามองชมพูนุชที่นั่งหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ
“พี่ธิชาเล่าให้ฉันฟังทุกอย่างว่าเธอมีสัมพันธ์กับพี่ธีมาหลายปีแล้ว และเธอก็ยอมเป็นคู่นอนในความลับ ยอมให้ธีภพคบกับคนอื่นได้แต่ห้ามทิ้งเธอไป”
“ฉันสงสัยสองคนนี้มานานแล้วเหมือนกัน” ชมพูนุชเริ่มเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอรู้ว่าธิชากับธีภพเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัยคนละที่ ตลอดเวลาที่เธอคบกับธีภพเธอสงสัยในความสัมพันธ์ของธีภพและธิชามาโดยตลอด เพราะทั้งสองดูสนิทกันเกินเพื่อน และแล้ววันนี้ก็ได้มารู้ความจริงเสียที
“มาพอดีเลย มากินข้าวด้วยกันสิชมพู” ราตรีเห็นลูกสาวเดินเข้าบ้านมาช่วงหัวค่ำ เธอที่เพิ่งจัดโต๊ะอาหารเย็นเสร็จเลยรีบเรียกลูกสาวมารับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้ากัน
“กินข้าวมาแล้วค่ะแม่” พูดจบสาวเจ้าเดินดุ่มขึ้นชั้นบนไม่สนใจแต่จะหันมามองหน้าคนเป็นแม่ เพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นสีหน้าและแววตาที่กำลังเศร้า
ราตรีมองดูลูกสาวไม่วางสายตาจนชมพูนุชลับตาไป เธอยืนเท้าเอวก้มหน้าครุ่นคิดด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เพราะมองออกว่าลูกกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปเค้นถามอะไรตอนนี้ เพราะหากลูกสาวเธอสบายใจที่จะพูดก็คงจะพูดมาเอง
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด สายของธีรภพยังคงโทรเข้ามาหาชมพูนุชตลอดเวลา แต่สาวเจ้าก็ไม่ได้รับ เพราะถือว่าคุยกันจบไปเรียบร้อยแล้ว
ธีภพสารภาพกับเธอหลังจากที่เธอโทรไปถามเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับธิชา จากนั้นชมพูนุชก็เลือกที่จะตัดขาดจากเขาทันที
หญิงสาวหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากดตัดสายก่อนจะบล็อกทุกช่องทางการติดต่อกับชายหนุ่ม ดีที่เธอยังคบกับธีภพไม่นาน ไม่อย่างนั้นไม่อยากจะคิดว่าเธอจะต้องมานั่งช้ำใจมากแค่ไหน
“ปล่อยฉัน ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว โลกนี้มันโคตรน่าเบื่อ ไม่มีใครรักฉันเลยหรือไงวะ” ปึง ปัง
เสียงเอะอะโวยวายของคิรินที่ดังออกมาจากในห้องทำสร้อยฟ้าที่เพิ่งมาถึงเกาะแทบลมจับ ทุกครั้งที่เธอมาเยี่ยมคิริน น้อยครั้งนักที่ลูกชายของเธอจะอยู่แบบคนปกติ
“กลับมาก็อาละวาดทำลายข้างของไม่ยอมหยุดเลยครับ ผมไม่อยากมัดมือมัดเท้าหรือฉีดยาสลบ ไม่อยากเพิ่มความเครียดให้คุณคิณเหมือนกัน ผมยังไม่ถอดใจกับการที่จะรักษาคุณคิณนะครับ แต่ถ้าคุณป้าเห็นว่าผมไม่เหมาะที่จะเป็นหมอรักษาคุณคิณ คุณป้าหาหมอคนใหม่มารักษาเค้าได้นะครับ ผมเข้าใจ”
“ป้าเข้าใจหมอธาม เข้าใจทุกอย่าง ตอนนี้ป้าว่าจะใช้วิธีที่เราเคยคุยกันเอาไว้ ว่าถ้าตาคินไม่ยอมให้หมอดำเนินการรักษาทางการแพทย์ดีๆ ก็ต้องหาคนมาช่วยให้ตาคินว่าง่าย”
“หาผู้หญิงมาดูแลคุณคิณเหรอครับ”
สร้อยฟ้าพยักหน้า “ป้าดูแล้วไม่ว่าจะมีหมอที่เก่งแค่ไหนมารักษาลูกป้า ลูกป้าก็จะดื้อกับหมอทุกคน ถ้าหาผู้หญิงมารักษาแผลใจของตาคินแล้วทำให้ตาคิณอ่อนลงได้ ป้าว่าจะเป็นผลดีต่อการรักษา อีกอย่างป้าพูดจริงๆ ว่าป้าไม่ไว้ใจใครให้รู้เรื่องตาคินอีกแล้ว”
“แล้วผู้หญิงคนไหนจะมาทนกับอารมณ์ของคุณคิณได้ครับ”
“ป้าว่าป้าหาได้ก็แล้วกัน”
ตอนนี้เธอหารือกับภูมินทร์เรียบร้อยแล้วว่าจะให้ใครมาเป็นคนดูแลหัวใจที่แตกสลายของคิริน แม้วิธีการของเธอจะดูเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่เธอก็ต้องยอมทำเพื่ออนาคตของลูกชาย
หลังเลิกงานวันนี้ชมพูนุชเดินเข้ามาที่ร้านกาแฟที่อยู่ใต้อาคารที่เธอสอนพิเศษ หญิงสาวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อมองไปยังธิชาที่กำลังนั่งหันหลังให้ เพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวมาขอคุยกับเธอเพื่อจุดประสงค์อะไร ในเมื่อเธอบอกเลิกกับธีภพไปแล้ว
“พี่ธิชามีอะไรจะคุยกับชมพูเหรอคะ” นั่งลงได้ก็โพล่งถามหญิงสาวที่นั่งรออยู่ก่อนหน้าทันที
“พี่ขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมา วันนี้อยากมาขอร้องชมพูสักเรื่องจะได้ไหม”
ชมพูนุชไม่ได้ตอบกลับอะไรธิชา ได้เพียงแต่จ้องหน้าหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาสงสัย ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเธอกำลังตั้งใจฟัง
“ตอนนี้พี่ทะเลาะกับธี เพราะธีรู้ว่าพี่ทำให้ชมพูรู้ความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของพี่กับธี ธีบอกพี่ว่าถ้าชมพูไม่ยอมคืนดีกับเค้า เค้าก็จะไม่สนใจพี่กับลูกอีกต่อไป พี่อยากให้ชมพูกลับไปคบกับเค้าได้ไหม แล้วพี่กับลูกจะอยู่เงียบๆ”
“พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงคะพี่ธิชา พี่ไม่รักตัวเองเอาซะเลยนะคะ ยังอยากจะอยู่กับคนเห็นแก่ตัวแบบนั้นอยู่ได้ยังไงชมพูไม่เข้าใจ” ชมพูนุชไม่อยากจะเชื่อว่าธิชาจะดูถูกศักดิ์ศรีของตัวเองได้ขนาดนี้ ทั้งยังกล้ามาขอร้องให้เธอไปอยู่ในวงจรอุบาท มีหรือเธอจะยอมง่ายๆ
“ตอนนี้ชมพูกับพี่ธีจบกันแล้ว ปัญหาของพวกพี่ที่มีอยู่ตอนนี้ชมพูขอไม่รับรู้แล้วก็อย่ามายุ่งกับชมพูอีก แต่ชมพูอยากจะบอกกับพี่ธิชาสักอย่าง ถ้าพี่ธิชาได้ลูกสาว หากลูกพี่ธิชาโตขึ้นแล้วลูกของพี่เจอความรักห่วยๆ อย่างพี่ พี่จะเสียใจแค่ไหนที่เห็นลูกเสียใจ ธิชาเชื่อว่าตอนนี้แม่พี่ธิชาก็น่าจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน พี่เองก็ไม่ใช่คนขี้เหร่ การศึกษาก็ดี ถ้าพ้นจากผู้ชายคนนี้ไปชีวิตพี่อาจจะได้เจอสิ่งที่ดีกว่าก็ได้ค่ะ ชมพูขอตัวนะคะ”
ชมพูนุชพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านอย่างไม่คิดเกรงใจธิชา หากรู้ก่อนหน้าว่าเรื่องที่หญิงสาวมาพูดจะเป็นเรื่องนี้เธอจะไม่ยอมมาคุยด้วยแน่นอน ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเห็นคนที่ทั้งสวยทั้งการศึกษาดีจะมีความรักแบบผิดๆ แบบนี้ได้ ทว่าคิดไปคิดมาเธอก็ไม่สามารถหยั่งรู้ความรู้สึกนึกคิดของทุกคนได้อยู่ดี แต่ที่รู้คือเธอจะไม่ยอมไปอยู่ในวังวนความรักแบบผิดๆ แบบนั้นเด็ดขาด
“กลับมาแล้วเหรอลูก แม่มีเรื่องอยากจะคุยด้วยพอดี” ราตรีที่นั่งร้อนใจตังแต่เมื่อกลางวัน พอเห็นลูกสาวเดินเข้าบ้านมาได้ก็รีบดึงมือให้มานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น
“เรื่องอะไรคะ”
“คุณสร้อยโทรมาหาแม่เมื่อกลางวันว่าอยากจะทาบทามเราไปเป็นสะใภ้”
“อะไรนะคะ” สาวเจ้าจ้องมองคนเป็นแม่ด้วยแววตาฉงนปนตกใจ
“แต่แม่บอกคุณสร้อยไปแล้วว่าต้องถามความสมัครใจของเราก่อน อีกอย่างแม่ก็บอกคุณสร้อยไปแล้วด้วยว่าตอนนี้ลูกแม่ก็มีคนคุยๆ อยู่เหมือนกัน”
“อันที่จริงชมพูเลิกกับพี่ธีแล้วค่ะแม่”
“อ้าว...มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าลูก”
“คือ...” ชมพูนุชเล่าความจริงทุกอย่างให้คนเป็นแม่ฟังถึงเรื่อความสัมพันธ์ของธิชาและธีภพ
“ไม่อยากจะคิดเลยว่าธีภพจะเป็นคนแบบนั้นไปได้” สีหน้าของราตรีไม่สู้ดีเมื่อรับรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนของหนุ่มสาว
“ชมพูก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะ”
“แล้วหนูเสียใจมากไหมลูก” ราตรีรวบชมพูนุชเข้าไปกอดปลอบ
“ตอนนี้ชมพูก็ยังรู้สึกหน่วงใจกับเรื่องที่รับรู้เหมือนกันค่ะ แต่ก็ดีแล้วที่รู้เรื่องได้เร็ว ไม่ต้องห่วงชมพูนะคะแม่” ชมพูนุชยิ้มให้ราตรีได้เห็น เพราะเธอเองก็ยังไม่ได้ลงใจอะไรไปกับธีภพมากนัก
“แล้วเรื่องที่คุณสร้อยเอ่ยมาล่ะลูก”
ชมพูนุชค่อยๆ ผละหัวออกจากอกคนเป็นแม่แล้วนั่งครุ่นคิดเงียบๆ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยพูดอะไรจู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากหน้าบ้าน
“ชมพู ชมพูอยู่ที่นี่หรือเปล่า”
“เสียงธีภพหรือเปล่า”
“ค่ะ” ชมพูนุชรีบเดินออกไปหน้าบ้านโดยมีราตรีเดินตามไปติดๆ เพราะราตรีไม่รู้ว่าชายหนุ่มมาที่นี่ด้วยเจตนาอะไรในเมื่อเลิกรากับลูกของเธอไปแล้ว
“มาที่นี่ทำไมคะ ชมพูไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพี่ธีแล้ว กลับไปได้แล้วค่ะ” หญิงสาวเดินมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงที่มาตะโกนเรียกเธออยู่หน้าบ้าน
“ไม่ พี่จะไม่ยอมเลิกกับชมพู พี่จะตัดขาดจากธิชาแล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะชมพู” ธีภพพยายามจะดึงตัวชมพูนุช แต่เธอก็ถอยหลังหนีมาเกาะอยู่ที่แขนคนเป็นแม่
“อย่าเห็นแก่ตัวแบบนี้เลยค่ะพี่ธี กลับๆไปรับผิดชอบพี่ธิชากับลูกอย่าทำเหมือนเธอไม่ใช่คน แค่นี้พี่ก็เป็นคนไม่ดีในสายตาชมพูมากพอแล้วค่ะ”
“เลิกยุ่งกับชมพูเถอะนะธี ถือว่าแม่ขอร้องล่ะ” ราตรีขอร้องธีภพ เพราะเธอไม่อยากให้ลูกของเธอได้ชื่อว่าไปแย่งคนรักของใคร
“ไม่ครับ”
“ชมพูกำลังจะแต่งงานค่ะ” ชมพูนุชโพล่งเสียงดังเมื่อดูท่าแล้วธีภพจะไม่ยอมเลิกยุ่งกับเธอง่ายๆ
“อะไรนะ” สีหน้าของธีภพเริ่มฉงนหนัก รวมไปถึงราตรีที่ตกใจกับคำพูดของลูกสาวเธอเช่นกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าชมพูนุชพูดจริงหรือพูดเพื่อให้ธีภพยอมจบกับตัวเองเสียที
“ชมพูกำลังจะแต่งงานกับลูกชายคุณสร้อยฟ้าค่ะ”
“ถ้าจะพูดแบบนี้เพื่อให้พี่เลิกยุ่งกับชมพู พี่ไม่โง่เชื่อชมพูง่ายๆ หรอกนะ” ธีภพเริ่มแสยะยิ้มร้าย ทำไมเขาจะไม่รู้จักครอบครัวของสร้อยฟ้า ฐานะของครอบครัวนั้นต่างกับครอบครัวของชมพูนุชราวฟ้ากับเหว ไม่มีทางที่ลูกชายบ้านนั้นจะมาสนใจหญิงสาวแน่
“แล้วถ้าแม่ยืนยันว่าชมพูจะแต่งงานจริงๆ ล่ะ จะเชื่อไหม นั่นไงคุณสร้อยฟ้ามาโน่นแล้ว” ราตรีช่วยยืนยันในสิ่งที่ลูกสาวเธอพูด ทั้งยังใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นรถตู้คันหรูของสร้อยฟ้ามาจอดที่หน้าบ้าน
“มีอะไรกันเหรอ” สร้อยฟ้าลงจากรถได้ก็มองไปยังทั้งสามที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เห็นเต็มสองตาว่าสีหน้าของพวกเขาไม่สู้ดี จึงพอจะรู้ว่ากำลังมีปัญหาอะไรกันแน่นอน
ชมพูนุชเดินเข้าไปยืนข้างสร้อยฟ้า “คุณสร้อยยืนยันกับผู้ชายคนนี้ทีสิคะว่าชมพูกำลังจะแต่งงานกับลูกชายคุณสร้อย”
“หนูชมพูยอมตกลงแล้วเหรอลูก” สร้อยฟ้ายกยิ้มหน้าระรื่น
“ค่ะ ชมพูตกลง คุณสร้อยบอกผู้ชายคนนี้ให้ชมพูทีสิคะว่าอย่ามายุ่งกับชมพูอีก”
สร้อยฟ้าไม่รู้หรอกว่าชมพูมีปัญหาอะไรกับลูกชายของธีระลูกหนี้รายใหญ่ของเธอ แต่เมื่อว่าที่ลูกสะใภ้ขอความช่วยเหลือเธอก็ต้องยื่นมือเข้าช่วยอย่างเต็มที่
“ได้ยินแล้วใช่ไหม อย่ามากวนใจว่าที่ลูกสะใภ้ฉันอีก ไม่อย่างงั้นกิจการของพ่อแม่เธออาจจะมีปัญหาก็ได้นะ”
ธีภพเริ่มหน้าถอดสีก็พูดอะไรไม่ออก เพราะรู้ตัวดีว่าหากเขามีปัญหากับสร้อยฟ้าจะทำให้กิจการครอบครัวของเขาสั่นครอนไปด้วยวันนี้เลยจำใจต้องหันหลังกลับไปก่อน
“มีเรื่องอะไรกันเหรอ” ธีภพขับรถออกไปได้สร้อยฟ้าก็หันมาสาวความกับสองแม่ลูก
“ชมพูอยู่คุยกับคุณสร้อยไปนะ เดี๋ยวแม่ไปเตรียมน้ำเตรียมท่ารับแขกก่อน”
“เชิญคุณสร้อยเข้าไปข้างในก่อนนะคะ”
ชมพูนุชพาสร้อยฟ้าเข้ามานั่งในห้องรับแขกได้เธอก็เริ่มเล่าปัญหาของเธอกับธีภพอย่างไม่คิดปิดบัง
“เลิกกับเค้าได้ก็ดีแล้วล่ะ แล้วหนูยังรักเค้าอยู่หรือเปล่า”
“ชมพูยังคบกับเค้าได้ไม่นานเลยไม่เป็นอะไรมากค่ะ ก่อนหน้านี้ก็แค่รู้สึกดีกับเค้าเท่านั้น ตอนนี้ยังรู้สึกเคืองเค้าอยู่พอสมควรค่ะที่ทำกับผู้หญิงคนนึงเหมือนเธอไม่ใช่คน นี่ขนาดจะเป็นพ่อคนแล้วยังจะเห็นแก่ตัวไม่เลิกอีก”
“ต่อไปนี้คงไม่กล้ามายุ่งกับหนูแล้วล่ะ เพราะเค้ารู้ว่าถ้าขัดใจฉันจะต้องเจอกับอะไร”
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยชมพู”
“ไม่เป็นไรจะ แต่เมื่อกี้หนูพูดเองนะว่าจะแต่งงานกับลูกชายฉัน” สร้อยฟ้ายื่นมือไปแตะหน้าแขนของชมพูนุช หญิงสาวเริ่มหน้าเจื่อน เพราะเมื่อครู่ก็เป็นคนเอ่ยปากบอกเองว่าตกลงรับคำสู่ขอ