ตอน 2

เช้าวันถัดมา...

“อ้าว คุณแสนดี จะออกไปไหนแต่เช้าเหรอคะ?” ป้าต้อย แม่บ้านที่คอยดูแลทั้งติณภพและแสนดีมาหลายปีเอ่ยทักทายเด็กสาวในยามเช้าเหมือนอย่างปกติ

“เปล่าค่ะ แค่เบื่อๆ ก็เลยกะว่าจะออกไปเดินเล่นในสวน ว่าแต่...อาติณยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ?”

“ดูท่าที่บริษัทคงจะเกิดปัญหาใหญ่ เห็นตาชัยแกบอกว่าคุณติณไม่ได้กลับมาด้วย คงจะนอนที่บริษัทละมั้งคะ”

“อ๋อ โอเคค่ะ” น้ำเสียงราบเรียบบวกกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ถูกส่งไปที่คนอายุมากกว่า ด้วยความที่ทำงานในบ้านหลังนี้มานานนับสิบปี ความผิดปกติแค่นี้ทำไมเธอถึงจะดูไม่ออก

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ เช้านี้ดูไม่ค่อยสดใสเลย” เป็นเพราะอยู่ด้วยกันมานาน ป้าต้อยเองก็เอ็นดูแสนดีเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆ คนหนึ่ง จึงคอยสอดส่องดูแลไม่ต่างจากติณภพ

“หนูรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยค่ะป้า แต่กินยาไปแล้วก็น่าจะดีขึ้นค่ะ”

“งั้นก็อย่าออกไปเดินเล่นในสวนเลยค่ะ มันร้อน เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไงล่ะคะ”

“หนูก็ไม่คิดว่าแดดจะแรงขนาดนี้ งั้นเดี๋ยวหนูขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะคะ”

“จ้ะ ค่อยๆ นะคะ ถ้าไม่ไหวก็มาบอกป้า”

หลังจากที่ยืนสนทนากับป้าต้อยอยู่นาน แสนดีก็รู้สึกเบื่อ ยิ่งรู้ว่าติณภพไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน ก็ยิ่งไม่อยากอยู่บ้านเข้าไปกันใหญ่ เธอตัดสินใจขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จสรรพ ก่อนจะเดินลงมาด้านล่าง แต่ก็ไม่พบใครแล้ว แม้แต่ป้าต้อยเองก็เช่นกัน...

“ไปแป๊บเดียว ไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง” เธอพูดบอกตัวเองก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาจากตัวบ้าน แล้วขึ้นแท็กซี่ไปยังสถานที่ที่นัดหมายกับเพื่อนสนิทไว้ทันที

@ห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองแห่งหนึ่ง

“แสนดี ทางนี้!” เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วบริเวณส่งผลให้เด็กสาวหันไปหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าเธอไม่ใช่ใครที่ไหน ทว่าเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี

แสนดีสาวเท้าเดินไปหา พลอยใส เพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมาตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย เธอนิสัยดี ร่าเริง แถมยังเข้ากับแสนดีได้ง่ายตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จักกันเลยอีกด้วย...

“ทำไมวันนี้มาช้าจัง ฉันรอจนรากจะงอกอยู่แล้วเนี่ย”

“พอดีนั่งแท็กซี่มาอะ ที่บ้านไม่มีใครว่างเลย”

“แล้ว...แกได้บอกอาติณหรือเปล่าว่าออกมาข้างนอกกับฉัน” พลอยใสถึงกับต้องเอ่ยทัก เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูผิดแปลกไปจากเดิม ปกติแล้วไม่ว่าจะยังไง อย่างน้อยแสนดีก็ไม่มีทางเรียกรถออกมาเองแบบนี้แน่นอน

“ไม่อะ ก็เขาไม่ว่าง อีกอย่างเมื่อคืนก็เถียงกันนิดหน่อย ฉันเองก็ไม่อยากรบกวนเขาอะ”

“แล้วมันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

“ไม่หรอก ไปเถอะ พาฉันคลายเครียดที หัวจะระเบิดอยู่แล้ว” แสนดีเปลี่ยนเรื่อง แล้วรีบจูงมือเพื่อนสาวออกไปอีกด้านด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ส่วนพลอยใสเองก็ไม่ได้ขัดขืน ยอมเดินตามไปด้วยแต่โดยดี

ทั้งสองมุ่งตรงมาที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนชื่อดัง ก่อนจะหาที่นั่งแล้วปักหลักที่จะพูดคุยระบายความในใจกันที่นี่ แสนดีรู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้ตัวเองไม่ร่าเริงเท่าที่ควร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอพยายามที่จะเก็บอาการแล้ว ทว่ามันกลับไม่ได้ผล

“รับเป็นรีซอตโต้หนึ่งที่นะคะ แล้วแกล่ะ อยากกินอะไร?” เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มเงยหน้าขึ้นสั่งอาหารกับพนักงาน ก่อนที่ในวินาทีถัดมาจะหันกลับมาถามความเห็นจากพลอยใสซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับเธอ

“เอาเป็น สปาเกตตีเพสโต้ซอสละกันค่ะ เท่านี้ก่อนละกันค่ะ”

“รออาหารประมาณสิบนาทีนะคะคุณผู้หญิง”

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” แสนดียิ้มปิดท้ายบทสนทนาแล้วดึงสายตากลับมาให้ความสนใจกับคนตรงหน้า แต่ก็ดันพบสายตากดดันเข้าเต็มๆ เธอถึงกับทำตัวไม่ถูก ลำพังแค่เก็บอาการไม่ให้ติณภพรู้ว่าไม่พอใจก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาปิดบังเพื่อนสนิทก็ยิ่งยากเข้าไปกันใหญ่

“จะเล่าได้หรือยัง?”

“ฮะ?”

“เครียดเรื่องอะไรมา ทะเลาะกับอาติณเหรอ?” พลอยใสพูดพร้อมทั้งยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เธอพยายามบีบบังคับให้แสนดีพูดเรื่องที่ค้างคาออกมาด้วยสายตา แต่กลับถูกเมินเฉยด้วยการหลบสายตาอยู่หลายครั้ง

“เอ่อ...ก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรหรอก แค่เครียดเรื่องเข้ามหาลัยน่ะ”

“แกอย่ามาโกหกฉันหน่อยเลย แค่นี้ทำไมจะดูไม่ออก จะเล่าไม่เล่า?”

“เออ เล่าก็ได้” รอยยิ้มเจื่อนเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเลือนหายไปในชั่วพริบตา แล้วเผยให้เห็นถึงความกังวลจากทางสีหน้าอย่างชัดเจน

“ว่ามา”

“ก็เมื่อคืน ฉันรู้ผลสอบเข้ามหาลัย แล้วมันก็ติดอย่างที่ฉันหวังเอาไว้จริงๆ ตอนนั้นฉันดีใจมากเลยนะ ก็เลยนึกถึงอาติณเป็นคนแรก คิดเอาไว้ในหัวซะดิบดี ว่าเขาก็คงจะต้องภูมิในตัวฉันบ้าง แต่มันก็ไม่เลยอะ เขาเอาแต่พูดถึงเรื่องผู้ชาย สั่งห้ามไว้ไม่หยุดว่าห้ามมีเด็ดขาด แกรู้ปะ ตลอดบทสนทนาฉันไม่ได้ยินคำชมออกมาจากปากอาติณเลยสักคำ แถมตอนที่ฉันพูดอยู่นะ ก็คุยงานจนสิ่งที่ฉันพูดไปไม่เข้าหูเขาเลย ใส่ใจความรู้สึกกันสักนิดก็ไม่มี แล้วแกจะให้ฉันคิดยังไงล่ะ ฉันก็น้อยใจเป็นนะ...”

แสนดีระบายความในใจออกมาจนหมดเปลือก เป็นเพราะเธอไว้ใจพลอยใสเป็นอย่างมาก ถึงได้สบายใจที่จะเล่า แม้ว่าใจจริงอยากจะปล่อยให้มันผ่านไปทั้งอย่างนั้นเลยก็ตาม...

“อืม เข้าใจแล้ว แต่แกก็ไม่ต้องแคร์หรอก ฉันว่าคนแบบอาติณเอาใจยาก แถมยังแสดงออกไม่เป็น การที่เขาจะเป็นแบบนี้ คงจะเป็นเรื่องปกติละมั้ง” พลอยใจกล่าวความเห็นของตนออกไปด้วยความหวังดี ก่อนจะจับจ้องไปยังใบหน้าไร้สีสันของเพื่อนรักอย่างเห็นใจ

แต่เธอเองก็เคยได้ฟังจากปากของแสนดีมาบ่อยๆ ว่าถูกติณภพเคี่ยวเข็ญตั้งแต่อายุยังน้อย แต่พอพักหลังความรู้สึกก็เปลี่ยนไป มีทั้งน้อยใจและถึงขั้นโกรธเคืองเลยด้วยซ้ำ เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไรถึงกลายเป็นคนที่ดูเอาแต่ใจไปได้

“ก็คงปกติอะแหละ เพราะเท่าที่ฉันจำความได้ อาติณก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด เป็นฉันเองแหละที่รู้สึกไม่เหมือนเดิม”

“ไม่เหมือนเดิม ยังไงเหรอ?”

“ก็...เวลาที่อาติณเขาไม่สนใจ ฉันก็จะเริ่มนอยด์ๆ แล้วบางทีก็หงุดหงิด แกว่ามันเป็นเพราะอะไรอะ?” น้ำเสียงเจือความสงสัยดังสวนขึ้นมาท่ามกลางเสียงชุลมุนวุ่นวายในร้านอาหาร

“จริงๆ มันก็ชัดอยู่นะ ว่าแกรู้สึกกับอาติณมากกว่าปกติ”

“ฮะ? แกหมายความว่ายังไง?”

“แกชอบอาติณหรือเปล่า?” คำถามดังกล่าวทำเอาแสนดีถึงกับเบิกตากว้างอีกทั้งยังเม้มริมฝีปากเข้าหากันด้วยความประหม่า หากเป็นเมื่อก่อนเธอก็คงปฏิเสธไปแล้ว ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นว่าพูดไม่ออกไปเสียได้...

ตอน 3

เวลาประมาณสามโมงเย็น หลังจากที่เคลียร์ปัญหาในโรงงานเสร็จเรียบร้อย ติณภพก็รีบตรงดิ่งเพื่อกลับมาพักผ่อนเอาแรงที่บ้านทันที เขาเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าอิดโรย ก่อนจะพบเข้ากับป้าต้อยที่ยืนรอต้อนรับอยู่ที่บริเวณห้องรับแขก

“เป็นยังไงบ้างคะคุณติณ ราบรื่นดีไหม ป้าเป็นห่วงแทบแย่”

“เรียบร้อยดีครับป้า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” รอยยิ้มน้อยๆ ถูกส่งไปที่ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวบ้าน แล้วนึกเอะใจว่าเพราะเหตุใดวันนี้บรรยากาศถึงได้เงียบผิดปกติ

“แสนดีล่ะครับ ยังไม่ตื่นเหรอครับ”

“เอ่อ...เห็นเด็กๆ บอกว่าออกไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ ไม่ได้บอกป้าเอาไว้ ป้าก็นึกว่าบอกคุณติณแล้วซะอีก ยังไม่ได้บอกเหรอคะ?”

“ไม่นะครับ” ติณภพถึงกับขมวดคิ้วติดกันเป็นปม หนำซ้ำยังรู้สึกร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก แสนดีไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นจึงสร้างความแปลกใจให้กับทั้งติณและป้าต้อยไม่น้อย

“ดูสินั่น ป้าก็นึกว่าบอกคุณติณแล้ว ก็เลยไม่ได้เป็นห่วงอะไร”

“ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวผมจัดการเอง ป้ามีงานอะไรก็ไปทำเถอะครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ค่ะคุณติณ”

หลังที่พูดคุยกันด้านล่างอยู่นาน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจขึ้นมาด้านบนห้องนอนเพื่อเคลียร์ปัญหาภายในบ้านอย่างรวดเร็ว เขาโทรหาแสนดีอยู่หลายครั้ง แต่ทว่ากลับไม่มีการตอบรับจากปลายสายกลับมาเลยแม้แต่น้อย

“ทำไมไม่รับสายวะ ชักจะดื้อด้านขึ้นไปทุกทีๆ” ชายหนุ่มที่กำลังเอนหลังอยู่บนเตียงนอนนุ่มถึงกับหัวเสีย เมื่อติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ อีกทั้งยังไม่มีการติดต่อกลับมา ทว่าติณเองก็รู้ว่าแสนดีคงไปไหนได้ไม่ไกล เพียงแต่เขาไม่ชอบที่เป็นฝ่ายถูกมองข้ามก็เท่านั้น

ระยะเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง พลอยใสเห็นว่าเพื่อสาวเครียดหนักจึงพาเที่ยวจนกระทั่งมืดค่ำถึงจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

“คุณแสนดี ไปไหนมาคะ แล้วทำไมถึงไม่บอกป้าก่อนว่าจะออกไปข้างนอก” ทันทีที่แสนดีก้าวเท้ากลับเข้ามาเหยียบบ้าน ป้าต้อยก็รีบออกมาต้อนรับอย่างไว สีหน้าของเธอบ่งบอกความกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เด็กสาวอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าอาการดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากอะไร

“พอดี หนูลงมาแล้วไม่เจอใครเลยอะค่ะ ก็เลยไม่ได้บอกใครเอาไว้”

“แล้วทำไมไม่โทรบอกคุณติณล่ะคะ รู้ไหมคะว่าคุณติณเป็นห่วง”

“เอ่อ...ตอนแรกหนูก็ว่าจะบอก แต่ก็ลืมไปเลยอะค่ะ อาติณอยู่ข้างบนใช่ไหมคะ” แสนดีเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เธอเองก็รู้สึกหวั่นใจ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ไม่ทำตามคำสั่งสอนของผู้เป็นอา

“ใช่ค่ะ รีบขึ้นไปหาเลยค่ะคุณแสนดี เดี๋ยวโมโหไปมากกว่านี้จะเป็นเรื่องเอาได้นะคะ”

“ค่ะป้าต้อย งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”

“คุยกันดีๆ นะคะ ป้าเป็นห่วง”

“ค่ะป้า” เธอตอบรับคำจากคนที่อายุมากกว่าแล้วรีบสาวเท้าเดินขึ้นไปยังห้องของติณภพทันที

ระหว่างทางในใจของแสนดีเองก็แอบกังวลเล็กๆ เธอรู้ว่าต้องโดนตำหนิ จึงทำใจล่วงหน้ามาแล้ว แต่ทว่าพอเอาเข้าจริงกลับยับยั้งความกลัวเอาไว้ไม่อยู่เสียอย่างนั้น

เสียงเคาะประตูดังสวนขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันแสนเงียบสงบ เธอเองก็รู้สึกแปลกใจที่เวลานี้ฝ่ายตรงข้ามไม่อยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัว แต่กลับมาอยู่ในห้องนอนตั้งแต่หัววัน

“ใคร...”

“แสนดีเองค่ะ” น้ำเสียงหญิงสาวเจ้าของร่างบางในเวลานี้ดูไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่นัก ซึ่งนับจากที่ตอบสวนกลับไปไม่นาน เสียงของประตูก็พลันดังขึ้น ก่อนจะเผยให้เห็นติณภพที่เปิดประตูออกมาต้อนรับเธอด้วยสีหน้าดุดัน ซ้ำแล้วสายตาที่ทอดมองมาก็ยังแฝงความผิดหวังเอาไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน

“ไปไหนมา?” เสียงทุ้มต่ำเจือแววไม่พอใจลอยแว่วมาถึงหูของแสนดี ทั้งที่เตรียมใจมาแล้วแท้ๆ แต่ความกลัวก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ไปเที่ยวกับพลอยใสมาค่ะ พอดีหนูลืมบอกป้าต้อยเอาไว้”

“แล้วโทรศัพท์ไม่พกติดตัวหรือไง ทำไมอาโทรไปกี่สายๆ ก็ไม่รับ อีกอย่างถ้าจะออกไปไหนก็น่าจะโทรบอกอาให้รู้ก่อน ลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองต้องทำอะไร”

“ค่ะ หนูลืม พอดีมัวแต่คุยกับพลอยใสจนเพลิน แล้วก็เดินซื้อเสื้อผ้าต่ออีก หนูก็เลยลืมไปเลย ขอโทษนะคะ” แสนดีรวบรวมความกล้าแล้วตัดสินใจกล่าวออกไปตามความจริง ทว่าเมื่อเห็นสายตาคมปลาบคู่นั้น เธอกลับสู้ไม่ไหว รีบหลุบตามองต่ำอย่างรวดเร็ว

“เข้ามา คืนนี้เราสองคนคงต้องเคลียร์กันอีกยาว...” ติณภพทิ้งท้ายไว้เพียงสายตาเย็นเยือกกับถ้อยคำที่จงใจข่มขู่ให้อีกฝ่ายกลัวเพราะตนเป็นคนทำผิด

แสนดีกลืนน้ำลายลงคอไปด้วยความยากลำบาก เธอประหม่าจนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่บริเวณฝ่ามือจนเปียกชื้นไปทั่ว อีกทั้งยังก้าวขาไม่ออก เลยได้แต่เกาะประตูเอาไว้ไม่ยอมเดินตามร่างสูงเข้าไปในห้องเสียที

“บอกให้เข้ามา” ผู้เป็นอาเน้นเสียงเรียกจนเด็กสาวเสียวสันหลังวาบ บ่อยครั้งที่แสนดีแอบเห็นติณลงโทษลูกน้องด้วยการใช้กำลัง เธอเองก็กลัว...กลัวว่าวันหนึ่งจะโดนกระทำแบบนั้นจนจำฝังใจ...

“อาติณ...ค....คือว่า...”

“ก็บอกให้เข้ามาไง จะมัวอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ทำไม”

“คือว่า...หนู”

“ถ้ายังไม่เข้ามา ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก อาจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น” ติณภพหันกลับมาพูดด้วยความไม่สบอารมณ์

พักหลังมานี้แสนดีดื้อรั้น นับวันก็ยิ่งไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของเขา อีกทั้งยังหาเหตุผลต่างๆ นานมาโต้แย้งเพื่อให้ตนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้เลี้ยงเด็กคนนี้มาเพื่อคาดหวังให้เป็นแบบนี้แต่อย่างใด

คำขู่ของติณภพทำให้แสนดียอมก้าวเท้าเดินเข้ามาภายในห้องนอนกว้างอย่างกล้าๆ กลัวๆ ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งหนีเข้าห้องตัวเองเพื่อตั้งสติ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าอาติณจะไม่สนใจตัวเองอีกแล้ว

“อาติณ...หนูขอโทษนะคะ หนูไม่คิดว่าอาติณจะโกรธขนาดนี้...” ร่างบางยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่บริเวณปลายเตียง แม้แต่เดินเข้าไปใกล้ๆ แสนดีก็ยังไม่กล้า ทั้งสีหน้าและท่าทีของผู้ที่โตกว่าทำเอาเธอลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายรอบ

“ต่อให้อาไม่โกรธ เราก็ควรจะสำนึกได้ด้วยตัวเองหรือเปล่า?”

“หนูรู้สึกผิดนะคะ”

“รู้สึกผิด? เชื่อได้เหรอ?” ติณภพพูดพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาหนักๆ ลำพังแค่แก้ปัญหาของบริษัทในแต่ละวันก็เหนื่อยจนสายตัวจะขาด ยิ่งเด็กที่บ้านทำตัวมีปัญหาเพิ่มเข้าไปอีก ก็อดไม่ได้เลยที่ต้องเรียกเธอเข้ามาตักเตือนเป็นการส่วนตัว

“แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หนูลืมนะคะ อาติณอย่าโกรธหนูเลย”

“มีครั้งแรกก็ต้องมี ครั้งที่สอง สาม สี่ และต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งอาไม่ชอบ อย่าคิดว่าการที่ตัวเองบรรลุนิติภาวะแล้วจะทำอะไรโดยที่ไม่เห็นหัวอาเลยก็ได้นะคะ รู้ไหมว่าอาเป็นห่วงเราแค่ไหน ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา มันจะเดือดร้อนใคร? เคยคิดบ้างหรือเปล่า”

“ขอโทษค่ะ...” แสนดีพูดขึ้นขณะที่พยายามเขยิบตัวเข้าใกล้อาติณเพราะไม่รู้จะใช้ไม้ไหน นอกเสียจากไม้อ้อนที่เคยใช้อยู่เป็นประจำแล้วได้ผลดีเกินคาด

“ไหนลองบอกมาสิว่าอาเคยสอนไว้ว่ายังไง” คนอายุมากกว่าเดินเบี่ยงตัวออกมาอีกทาง เพราะยังไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวกับอีกฝ่าย ติณภพรู้ตัวเองดีว่าถ้าหากถูกแสนดีอ้อนขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น...

“จะออกไปไหนก็ต้องบอกอาติณก่อน หรือถ้าอาติณไม่ว่างก็ให้ฝากป้าต้อยเอาไว้ค่ะ...”

“แล้วได้ทำไหม?”

“ไม่ได้ทำค่ะ”

“แล้วสมควรโดนลงโทษไหม?”

“….” แสนดีไม่ได้เปิดปากตอบโต้อะไรกลับไป เธอเพียงแค่พยักหน้าตอบรับคำถามของคนตรงหน้ามาก็เท่านั้น...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED