ตอน 2

“แม่เลือกมาให้ผมได้เลยครับ”

ถ้อยคำจากปากของลูกชายทำให้คนเป็นแม่ชะงักคำพูดที่กำลังจะเอ่ยต่อ

“ริวว่าไงนะ”

“ผมจะแต่งงานกับคนที่คุณแม่เห็นว่าเหมาะสมครับ คุณแม่จัดการได้เลย”

“แต่ว่า...”

“ผมรู้ครับว่าทำให้แม่เป็นห่วงมามากแล้ว ผมจะตามใจคุณแม่ครับ”

“แต่แม่ไม่คิดจะบังคับจิตใจลูกนะ ริวจะเอาความผิดหวังมาประชดตัวเองไม่ได้นะลูก”

“ผมอยากแต่งงานแล้วจริงๆ ครับ”

เขาย้ำสั้นๆ แค่นั้น ก่อนจะขยับเข้ามาหอมแก้มมารดา แล้วเดินไปขึ้นรถและขับบึ่งออกไปทันที ปล่อยให้มารดายืนอึ้งอ้าปากค้างอยู่กับที่ เพราะแทบไม่เชื่อหูตัวเองกับเรื่องที่ได้ยินจากปากบุตรชาย

ก็จะอะไรซะอีก กี่ครั้งกี่หนที่นางรบเร้าอยากให้ลูกชายแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา พยายามจะจับคู่กับลูกสาวของพรรคพวกที่พึงใจกัน แต่พ่อตัวดีก็พลิ้วหนีไปได้เสียทุกครั้ง

แล้วนี่อะไร กลับออกปากเอง แถมนางยังจะได้เลือกลูกสะใภ้ให้ลูกชายด้วยตัวเองอีกด้วย ว่าก็ว่าเถอะ คนที่เป็นแฟนลูกชายนั้นนางก็ไม่ได้รังเกียจหรอก ออกจะชื่นชมด้วยซ้ำจากที่เคยได้พบเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่ติดอย่างเดียวที่มาดของเจ้าหล่อนดูเชิดๆ และแต่งตัวเปรี้ยวจนเข็ดฟันเท่านั้น

กระนั้นคนเป็นแม่อย่างนางก็พร้อมจะเปิดใจยอมรับ ลูกรักใครก็พร้อมจะรักด้วย แต่ก็ดันเกิดเรื่องไม่คาดฝันจนได้ เมื่อวันหนึ่งลูกชายเมาแอ๋กลับมาบ้านตอนดึก นางลงมาหาน้ำดื่มในครัวจึงทันได้เห็นสภาพของเขาที่เอาแต่คร่ำครวญเหมือนคนไร้สติว่ามันจบแล้วๆ เธอมีคนอื่น ซ้ำไปซ้ำมา

ประกอบกับสภาพทรุดโทรมของลูกชายที่ไม่เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ จึงทำให้นางเข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังเผชิญปัญหาหนักเรื่องความรัก

มันอาจไม่ถูกต้องนัก หากนางใช้จังหวะนี้ทำให้เขาตกลงปลงใจกับผู้หญิงดีๆ สักคนที่นางจะนำเสนอ แต่ก็เลยตามเลยไปเถอะ ในเมื่อเจ้าตัวออกปากเองนี่นาว่าอยากแต่งงานแล้ว นางไม่ได้บังคับเสียหน่อย เอาเป็นว่าเดินหน้าเลยก็แล้วกัน...

สหัสวัตเดินลงบันไดมาจนเข้ามาถึงห้องรับประทานอาหาร ก็พบว่ามารดากินข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะลุกออกไปแล้ว แต่เมื่อนางเห็นเขาก็ทรุดกายลงนั่งเหมือนเดิมพร้อมกับยิ้มอย่างยินดี

“มากินข้าวก่อนลูก เมื่อคืนกลับกี่โมง แม่ว่าจะรอก็ง่วงซะก่อน”

“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงครับแม่”

“ไม่เป็นไร แม่แค่มีเรื่องจะคุยกับริวนิดหน่อย”

“ถ้าเป็นเรื่องแต่งงาน ผมตามใจแม่เลยครับ”

“ริวจะไม่ลองคิดทบทวนใหม่เหรอลูก ลองติดต่อหนูเกรซก่อนดีไหม บอกน้องเขาซะหน่อย”

“ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมตัดสินใจแล้วครับแม่”

“แต่ถ้าแต่งกันไปแล้วริวทิ้งขว้างเจ้าสาว มันก็ไม่ดีอยู่ดี ชีวิตแต่งงานของลูกก็จะไม่มีความสุข ถ้าจะเป็นแบบนั้น แม่ยอมให้ริวกลับไปปรับความเข้าใจกับหนูเกรซยังจะดีซะกว่า”

แม่เขายังคงย้ำเตือน แต่สหัสวัตไม่คิดถอยหลังกลับไปทบทวนอะไรอีกแล้ว ตอนนี้เขามีแต่จะเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

“ผมจะไม่ทำอย่างนั้นแน่ครับแม่ ถึงผมจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีมากมาย แต่ก็มีความรับผิดชอบพอ ผมจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังแน่ครับ” ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น

“จริงนะลูก” นางสาวิตรีดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบระงับท่าทางเมื่อเห็นสายตาเคลือบแคลงสงสัยของลูกชายมองมาอย่างจับสังเกต

“งั้น...”

ผู้เป็นแม่หยุดชะงักไว้เพียงแค่นั้นแล้วก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหารก็หันมาเอ่ยกับเขาเสียงอ่อนเสียงหวาน

“กินข้าวเสร็จแล้วออกมาคุยกับแม่ที่ห้องรับแขกก่อนนะ”

“ครับ” เขารับคำก่อนจะก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเช้าให้มันเสร็จๆ ไป

ครั้นออกมาที่ห้องรับแขกก็ทรุดกายลงนั่งบนโซฟา ตรงข้ามมารดาที่กำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ขณะที่นิ้วเรียวงามแต่ติดจะมีริ้วรอยน้อยๆ เลื่อนดูรูปภาพในแท็บเล็ตอย่างกระตือรือร้น

แค่นั้นสหัสวัตก็เดาเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที จากนี้ชีวิตของเขาคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วสินะ

“ลูกสาวของเพื่อนแม่น่ะ มีแต่คนน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย ริวลองดูสิลูก ถ้ามีใครถูกใจบอกแม่ เรื่องสู่ขอแม่ถนัด รับรองไม่มีพลาด”

สาวิตรีบอกลูกชายอย่างอารมณ์ดี ตรงกันข้ามกับคนที่กำลังจะมีเมีย ที่ยิ้มรับคำของมารดาอย่างแกนๆ กระนั้นก็จำต้องรับแท็บเล็ตมาเปิดดูรูปบรรดาสาวๆ ที่แม่ของเขาคัดไว้มาดูผ่านๆ

ตอน 3

เลื่อนๆ ไปไม่นานก็ชี้มั่วๆ ไปที่รูปของผู้หญิงหน้าตาซีดๆ คนหนึ่ง โดยที่ไม่ได้พินิจพิเคราะห์หรอกว่าหน้าตาจริงๆ ของเธอคนนั้นเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าเชยบรมจากชุดที่มองเห็นเผินๆ

“คนนี้เนี่ยนะ” แม่เขาตกใจตาโตถามเสียงแหลมเล็ก โดยที่เขาก็ได้แต่ครับๆ ก่อนจะลุกเดินจากไป และไม่สนใจจะรับรู้รับฟังอะไรอีกเลย...

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้นางสาวิตรีได้สติ จากที่นั่งคิดไปคิดมาอยู่ในภวังค์คนเดียวมาตลอดตั้งแต่เช้ายันบ่าย และเมื่อได้เห็นว่าเป็นหมายเลขของใครก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างยินดี

“คุณพี่ขา”

เสียงเรียกหวานจ๋อยไม่ต่างจากสมัยที่แต่งงานกันใหม่ๆ ทำให้ชายสูงวัยที่ยังคงความหล่อเหลาและดูดีอมยิ้มเต็มแก้ม แม้ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เห็นหน้ากัน แต่ก็รับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของกันและกันได้เป็นอย่างดี

“เรียกแบบนี้มีเลศนัยนะนี่”

นายเศรษฐศักดิ์ ผู้เป็นสามีและพ่อของลูกกระเซ้ามาตามสาย นั่นทำให้คนที่นั่งคิดไม่ตกมาตั้งแต่เช้าหัวเราะแหะๆ เหมือนเด็กแอบทำความผิดไว้

“คุณพี่จะกลับมาวันไหนคะ ทำไมรอบนี้ไปนานจัง”

“ทำไมล่ะ ลูกชายก็อยู่ยังเหงาอีกเหรอ”

“สาไม่ได้เหงาสักหน่อย” นางค้อนลมค้อนแล้งแทนสามีที่ไปดูงานที่ต่างแดนได้ราวๆ สองสัปดาห์แล้ว

“คิดถึงงั้นสิ” นายใหญ่ของบ้านยังคงอารมณ์ดีที่ได้แกล้งเมีย

“ค่ะ สาคิดถึงคุณพี่มากๆ ๆ ๆ” นางเน้นคำไม่เกรงใจวัย นั่นก็เพราะตั้งแต่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาก็เสมอต้นเสมอปลายต่อกันแบบนี้มาโดยตลอด ต่อให้แก่กว่านี้ก็คงจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ

“น่าจะอีกเดือนนึงนะ งานยังไม่เสร็จเลย” เสียงทุ้มละมุนของคู่ชีวิตจริงจังจนนางสาวิตรีหน้าหงอย ไม่คิดว่าเขาพูดเล่นแน่

“โธ่ นานจัง ทีตอนพาสาไปด้วยไปแค่แป๊บเดียว พอฉายเดี่ยวคุณพี่ก็ไปนาน”

“ฮ่าๆ” ผู้เป็นสามีหัวเราะลั่น รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ทำให้ภรรยากระเง้ากระงอด

“เอาๆ ไม่แกล้งแล้ว แค่นี้นะ” ว่าแค่นั้นสายก็ตัดไป ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของสาวิตรี แต่ก่อนที่จะได้โทรกลับไปใหม่ ก็แว่วได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดเสียก่อน

และครั้นเห็นคนก้าวขาลงมาจากประตูรถด้านหลัง นางก็วิ่งหน้าตั้งไม่แคร์สังขารเข้าไปหาทันที

“อย่าวิ่งคุณสา เดี๋ยวก็ได้ล้มขาหักหรอก” ผู้เป็นสามีท้วงเสียงดุ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาเมื่อภรรยาหาได้ฟังไม่

“คุณพี่กลับมาแล้ว เข้าบ้านกันค่ะ สามีเรื่องจะเล่า”

ว่าจบนางก็คล้องแขนสามีพาเดินเข้าบ้านทันที โดยลืมเรื่องที่เขาแกล้งอำว่าจะยังไม่กลับมาเสียสนิท...

“หาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว เดี๋ยวเจ้าริวมันก็อาละวาดบ้านแตก”

ทันทีที่ฟังเรื่องราวของลูกชายจากปากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากจบ คุณเศรษฐศักดิ์ก็เปรยขึ้นทันทีอย่างคนที่รู้จักนิสัยของบุตรชายดี ว่าเรื่องบางเรื่องที่สหัสวัตมองว่าเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เขาก็จะไม่ยอมอ่อนข้อหรือยอมรับเด็ดขาด

“ไม่นะคะ สาไม่ได้บังคับลูก ริวบอกเองว่าอยากแต่งงานแล้วค่ะคุณพี่”

“มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เจ้าริวจะอยากแต่งงาน แต่งกับหนูเกรซก็ว่าไปอย่าง นี่ใครก็ไม่รู้ ผมไม่อยากจะเชื่อ”

“จริงๆ ค่ะ ริวเขาเลือกเจ้าสาวของเขาเองเลย”

“แล้วถูกใจคุณแม่ไหมล่ะ” หันมาถามพลางจ้องหน้าภรรยาอย่างจับผิด

“แหะๆ ถูกใจสิคะ แหม ก็เลือกจากที่สาคัดไว้ทั้งนั้น”

“คุณนี่จริงๆ เลย ปากก็บอกไม่เหงา แต่ก็หาเรื่องอุ้มหลานอยู่นั่น”

นางสาวิตรีขยับเข้าไปซบหน้าลงที่ต้นแขนของสามีอย่างประจบ ก่อนจะเอ่ยออดอ้อน

“จะกี่ปีคุณพี่ก็รู้ใจสาไม่เคยเปลี่ยนเลยค่ะ สารักคุณพี่” การบอกรักแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ เกิดขึ้นเป็นประจำระหว่างคู่ชีวิตรุ่นใหญ่คู่นี้

“เอาๆ ว่าไงว่าตามกัน ดูซิจะได้ลูกสาวเขามาผลิตหลานให้ไหม ผมต้องเตรียมตัวเป็นปู่แล้วสิ ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะมาถึง นี่ผมแก่แล้วจริงๆ สินะ”

ว่าแค่นั้นก็ถอนหายใจเบาๆ โดยที่นางสาวิตรีก็ได้แต่บีบนวดแขนให้อย่างประจบพร้อมรอยยิ้มยินดี โดยไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก

สิ่งที่หวังจะเป็นไปอย่างที่คาดคิดหรือไม่ คงต้องลุ้นกันต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED