ตอน 1

กรุงเทพมหานคร

บ้านอธิษฐ์เวหา

22.00 น.

“มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไง”

อิทธิวัฒน์ถึงกับล้มพับลงไปนั่งที่โซฟาเมื่อรู้ข่าวเรื่องลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้เกิดอุบัติเหตุขณะกำลังพากันกลับบ้านหลังจากที่เพียงฟ้าลูกสะใภ้ของเขานั้นกลับจากพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังคลอดได้เพียงสามวันเท่านั้นเขาเองก็ยังไม่ได้เห็นหน้าหลานเลยด้วยซ้ำ

ยิ่งร้ายไปกว่านั้นหลานของเขายังหายไปโดยไร้น่องรอยอีกต่างหากเขาไม่รู้ว่าเรื่องอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องอุบัติเหตุจริงๆหรือใครทำให้มันเกิดขึ้นกันแน่

นิกรเองได้รับข่าวนี้มาก็ร้อนใจอยู่ไม่น้อยตอนนี้เขาก็ได้สั่งการให้ลูกน้องของเขาสืบดูอีกทีว่าที่มาที่ไปของอุบัติเหตุครั้งนี้มันคืออะไรกันแน่เขาเองปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นว่าอรรณพนั้นเป็นคนไม่ประมาทถ้าไม่มีใครจงใจให้เกิดมันคงไม่มีทางเกิดขึ้นแน่

“แล้วตาเหนืออยู่ไหนไปตามกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”

อิทธิวัฒน์เห็นว่าป่านนี้ลูกชายคนเล็กของเขายังไม่เห็นจะโผล่หัวกลับมาที่บ้านเสียทีจึงสั่งให้นิกรไปตามกลับมาด่วนเพราะตอนนี้ยังไงเขาก็ยังอยากให้ลูกชายของเขามารับรู้ข่าวของคนในบ้านไม่ใช่เอาแต่หายหัวไปอยู่แต่ข้างนอก

“ครับคุณท่าน”

นิกรได้รับคำสั่งจากอิทธิวัฒน์ก็ต้องรีบไปตามเหนือเมฆกลับมาทันทีเพราะเรื่องนี้เรื่องใหญ่ยังไงเหนือเมฆก็ต้องได้รู้ข่าวนี้ให้เร็วที่สุด

โรงแรมหรูXXX

เหนือเมฆนั้นเป็นลูกคนเล็กของตระกูลนิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลักแต่เรื่องงานเขาก็มีเหตุผลและเด็ดขาดเป็นที่หนึ่งแถมหน้าตาฐานะยังดีมากจนเป็นที่หมายปองของสาวๆแทบทุกรายแต่เขาเลือกที่จะมีความสัมพันธ์ไม่ผูกมัดกับใครมากกว่าผิดกับอรรณพพี่ชายของเขาที่ตั้งหน้าตั้งตาสร้างครอบครัวและมีความเป็นผู้นำสูง

เหนือเมฆไม่ค่อยกลับบ้านกลับช่องเท่าไรวันๆก็ขลุกอยู่กับพวกสาวๆไม่ซ้ำหน้าเพราะเขาไม่อยากกลับบ้านไปเจอแม่เลี้ยงคนใหม่ที่ดีแต่ตีสองหน้าใครมีผลประโยชน์ก็ทำดีด้วยเขาเกลียดคนแบบนี้ที่สุดไม่เข้าใจว่าทำไมคนในบ้านจึงมองผู้หญิงคนนี้ไม่ออกว่าเธอนั้นร้ายกว่าที่ใครๆคิด

“ทำไมอาบน้ำนานจังเลยล่ะคะแพนรอคุณจนเกือบจะหลับแล้วนะคะ”

แพนเค้กหญิงสาวที่เหนือเมฆนั้นหิ้วมาจากคลับที่เขาไปนั่งดื่มมาหญิงสาวรู้ดีว่าชายหนุ่มผู้นี้เลื่องลือเรื่องผู้หญิงแต่เธอก็รู้ด้วยว่าเขานั้นกระเป๋าหนักและใช้ผู้หญิงเปลืองฉะนั้นเมื่อเธอมีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาก็คิดว่าควรจะประจบให้เต็มที่และรีดเงินจากชายหนุ่มผู้นี้ให้มากที่สุดโดยการออดอ้อนเอาใจสุดฤทธิ์

“เธอก็หลับไปสิเดี๋ยวฉันก็ปลุกเธอตื่นได้เอง”

เหนือเมฆเดินออกมาจากห้องน้ำมีเพียงแค่ผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวที่ปิดช่วงล่างอยู่กล้ามแขนแกร่งร่างกายที่กำยำบวกกับหยดน้ำที่ยังเปียกอยู่ตามตัวทำให้เขานั้นดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นอีกเท่าตัวทำให้หญิงสาวที่นอนรอเขาอยู่บนเตียงนั้นละสายตาจากเขาไม่ได้จริงๆ

“ว้ายยย..คุณเหนือ”

แพนเค้กแอบร้องเพราะตกใจเล็กน้อยที่พ่อคุณนั้นไม่ได้ให้เธอตั้งตัวจู่ๆก็กระโจนมากระโดดคร่อมตัวเธอเสียอย่างนั้น

“มาสนุกกันดีกว่า”

เหนือเมฆเห็นสายตาหญิงสาวที่อยู่บนเตียงก็รู้ว่าเธอก็ต้องการเขาไม่แพ้กันจึงไม่รีรอให้อีกฝ่ายรอนานเพราะไฟที่มันกำลังลุกโชนเมื่อเติมน้ำมันเข้าไปอีกมันก็ยิ่งลุกโชนอีกเป็นเท่าตัวคืนนี้ต้องเป็นอีกคืนที่เขาจะสนุกมากๆอีกเป็นแน่ชายหนุ่มคิดในใจ

ก๊อกๆๆๆ

“อะไรวะ!!”

เมื่อจู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูจากหน้าห้องอย่างรุนแรงทำให้เหนือเมฆค่อนข้างหัวเสียเพราะกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มสนุกกับหญิงสาวบนเตียงทำให้ชายหนุ่มต้องลุกมาเปิดประตูหมายจะบันดานโทสะใส่คนที่เคาะอย่างเต็มที่

“คุณท่านตามคุณเหนือให้ไปพบด่วนครับ”

นิกรเห็นเหนือเมฆเปิดประตูห้องออกมาในสภาพแบบนี้เขาก็พอจะเดาออกว่าชายหนุ่มนั้นกำลังทำอะไรแต่ด้วยหน้าที่ของเขาและเรื่องนี้ก็สำคัญมากยังไงเขาก็ต้องพาเหนือเมฆกลับไปหาอิทธิวัฒน์อย่างรวดเร็ว

“คุณพ่อมีธุระอะไรสำคัญ”

เหนือเมฆเปิดประตูมาเห็นว่าหน้าห้องเป็นคนสนิทขงพ่อซึ่งเขาเองก็มีความเกรงใจอยู่บ้างจึงลดอารมณ์โมโหลงพร้อมถามคนตรงหน้าเสียงแข็งว่าธุระของพ่อเขาที่ว่าสำคัญจนต้องถ่อมาตามเขาถึงที่นี่ดึกดื่นแบบนี้มันคืออะไร

“คุณไนล์กับคุณฟ้าประสบอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาลครับและตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าคุณหนูอยู่ที่ไหนครับ”

“อะไรนะ!!”

เหนือเมฆได้ยินคำตอบของนิกรก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะที่ทั้งพี่ชายและพี่สะใภ้ของเขาเกิดอุบัติเหตุและหลานของเขาที่รอวันเห็นหน้าก็ยังหายไปอีกเมื่อชายหนุ่มได้สติก็รีบแต่งตัวพร้อมออกไปกับนิกรทันที

ลำปาง

22.30 น.

“แง้ๆๆๆ...แง้งๆๆๆ..”

หนูน้อยตัวจิ๋วท่อยู่ในห่อผ้าส่งเสียงร้องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“โอ๋ไม่ร้องนะคะคนเก่ง...หนูหิวใช่มั้ยคะ..โอ๋ๆๆตัวแดงหมดแล้วดูสิ...”

พาขวัญถึงกับปวดหัวเมื่อเธอพยายามโอ๋หนูน้องที่อุ้มอยู่เท่าไรก็ไม่เห็นจะหยุดร้องเสียทีเธอเองก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กเล็กแบบนี้มาก่อนด้วยเธอคิดว่าหนูน้อยที่เธออุ้มอยู่อาจจะหิวหญิงสาวจึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือที่บ้านเพื่อนเธอจะดีกว่า

“แง้ๆๆๆ..แง้ๆๆๆๆ”

“แม่..พายเหมือนได้ยินเสียงเด็กร้องเลย”

พระพายรู้ตัวตื่นขึ้นมากลางดึกเมื่อได้ยินเสียงแว่วๆเข้ามาในหูเป็นเสียงของเด็กจึงสะกิดคนเป็นแม่ให้ตื่นขึ้นมาด้วยเพราะตอนนี้เธอรู้สึกขนหัวลุกเหลือเกิน

“ดึกดื่นแบบนี้ใครเค้าให้ทักกัน”

มานีเองก็ได้ยินเช่นกันแต่เธอเองก็เป็นคนโบราณเมื่อโบราณบอกว่าอย่าทักอะไรเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆตอนกลางคืนเธอจึงรีบกัดฟันบอกลูกสาวเธอทันที

“แต่เสียงมันดังมากนะแม่ไม่ออกไปดูหน่อยหรอ”

เมื่อฟังมาสักครู่รู้สึกว่าเสียงมันดังขึ้นมาเรื่อยๆเหมือนมันค่อยๆใกล้ๆเข้ามาเธอเองก็อยากจะเปิดไฟออกไปดูเหมือนกันวาตกลงเธอหูแว่วไปเองหรือมีเด็กอยู่แถวนี้กันแน่

ก็อกๆๆๆ

“พาย..พาย..นี่ฉันขวัญเอง”

พาขวัญเคาะประตูไม้หน้าบ้านของพระพายพร้อมเรียกเพื่อนเธออย่างร้อนใจเธอรู้ว่าแม่ของพระพายรับจ้างเลี้ยงเด็กยังไงที่นี่ก็ต้องมีนมสำหรับเด็กติดบ้านไว้บ้างแหละ

“แม่..เสียงไอ้ขวัญ”

พระพายลุกขึ้นพรวดเมื่อเธอรู้ว่าใครเรียกเธอ

“เอ้าหรอ..รีบลุกไปดูสิแล้วหนูขวัญมาทำไมดึกๆดื่นๆล่ะเนี่ย”

มานีเองก็ลุกขึ้นเหมือนกันเพราะรู้ว่าต้องมีเรื่องด่วนแน่ไม่อย่างนั้นพาขวัญคงไม่มาบ้านเธอเวลานี้แน่เพราะที่นี่กลางคืนน่ากลัวแค่ไนใครๆก็รู้

“จ้ะแม่”

พระพายรีบไปเปิดไฟและปิดประตูบ้านไปดูเพื่อนสาวเธอทันที

“แง้ๆๆๆๆ...แง้ๆๆๆ...”

“ขวัญ..ไปอุ้มเด็กที่ไหนมา”

พระพายเปิดประตูมาเห็นเพื่อนเธออุ้มเด็กเล็กอยู่ในห่อผ้าก็ถึงกับหน้าเหวอนิดหน่อยแต่ก็รู้ว่าต้นเสียงที่เธอคิดว่าหูแว่วอยู่ที่ไหน

“แกพอจะมีนมผงของเด็กมั้ย”

เมื่อเพื่อนสาวเธอเปิดประตูมาได้พาขวัญก็รีบถามหานมผงของเด็กทันทีโดยที่ไม่ได้ใส่ใจจะตอบคำถามที่เพื่อนเธอถามเพราะเธอนั้นยังไม่มีเวลาที่จะอธิบาย

ตอน 2

“น่าจะมีอยู่เข้ามาข้างในก่อนเดี๋ยวถามแม่ให้”

พระพายพอจะดูออกว่าเด็กที่ร้องแบบนี้น่าจะหิวเลยให้เพื่อนเธอเข้ามาในบ้านก่อนเพราะเดี๋ยวบ้านอื่นเขาจะพลอยได้ยินเสียงเด็กร้องไปด้วยส่วนเรื่องนมเดี๋ยวให้แม่เธอจัดการ

“อ้าวขวัญนั่นหนูเอาเด็กที่ไหนมา”

มานีเดินตามพระพายออกมาเพราะได้ยินเสียงเด็กร้องดังจึงต้องถามพาขวัญด้วยความสงสัยว่าไปอุ้มลูกของใครมาเพราะเท่าที่รู้พาขวัญนั้นอยู่คนเดียวที่บ้านของเธอ

“เรื่องมันยาวน่ะจ่ะน้านีพอจะมีนมผงของเด็กมั้ยจ้ะ”

เรื่องนี้พาขวัญยังไม่อยากพูดอะไรตอนนี้เพราะมันยาวกว่าจะเล่าหมดแต่ตอนนี้เธอต้องการนมผงให้หนูน้อยที่เธออุ้มอยู่ก่อนเพราะคงจะหิวแย่แล้ว

“มีๆ..ของต้นกล้ายังมีอยู่ที่นี่บ้างเดี๋ยวน้าไปชงใส่ขวดให้นะ”

“ขอบใจจ่ะน้านี”

มานีรีบไปจัดการเรื่องนมให้พาขวัญอย่างรวดเร็วดีที่บ้านเธอนั้นมีนมของต้นกล้าเด็กที่เธอรับจ้างเลี้ยงติดอยู่ด้วยจึงพอจะชงให้เด็กน้อยที่พาขวัญอุ้มอยู่ทุเลาความหิวได้บ้าง

“มาๆส่งมาให้น้า”

มานีรีบชงนมเสร็จก็รีบอุ้มหนูน้อยเข้าอกพร้อมจ่อขวดนมไปที่ปากหนูน้อยเมื่อหนูน้อยในห่อผ้ารู้ว่ามีอะไรมาถูริมฝีปากก็รีบงับแล้วดูดอย่างรวดเร็วทันทีพร้อมส่งเขียงขู่และมีเสียงสะอื้นเล็กน้อยในลำคอ

“เฮ้อ...”

พาขวัญถอนหายใจอย่างโล่งอกที่หนูน้อยในห่อผ้านั้นสงบลงได้เสียที

“เล่ามาเลยว่าเกิดอะไรขึ้น”

พระพายอยากรู้ใจจะขาดว่าเพื่อนเธอไปอุ้มเด็กที่ไหนมาแล้วมาหาเธอดึกๆดื่นๆแบบนี้

“แกจำพี่เพียงฟ้าได้ใช่มั้ย”

“รุ่นพี่เราตอนสมัยเรียนที่เค้าว่ามีผัวรวยๆใช่ป่ะ”

พระพายจำได้ว่าเพียงฟ้าเป็นรุ่นพี่คนนึงที่เคยสนิทกับพาขวัญมากๆแต่หลังๆก็ห่างหายไปเพราะเห็นว่าไปใช้ชีวิตในกรุงเทพกับครอบครัวแล้วยังมีข่าวว่าไปแต่งงานกับคนร่ำคนรวยอีก

“อืมม..”

พาขวัญพยักหน้าตอบเพื่อนของเธอ

“แล้วเกี่ยวอะไรกับเด็กคนนี้อ่ะ”

พระพายยังคงงงไม่หายว่าเด็กคนนี้นั้นเกี่ยวอะไรกับเพียงฟ้าด้วย

“คือ..”

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ช่วงประมาณสองทุ่มกว่าๆพาขวัญเดินออกไปซื้อกับข้าวที่ในตลาดที่อยู่ในหมู่บ้านในระหว่างทางกลับเธอเห็นรถหรูคันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุอยู่เธอหวังว่าจะเข้าไปช่วยแต่คนที่ติดอยู่ในรถเป็นเพียงฟ้าคนที่เธอรู้จักเธอเลยตกใจมากพยายามจะโทรหาตำรวจและมองหาคนแถวนั้นให้ช่วยแต่เธอองก็ไม่เห็นใครจะผ่านมาทางนี้เลยสักคน

ระหว่างที่เธอโทรหาตำรวจแต่ก็ต้องตัดสายโดยที่ยังไม่มีใครรับเพราะจู่ๆเพียงฟ้าที่รู้สึกตัวก็รีบยื่นหนูน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเองส่งให้เธอพร้อมบอกด้วยนำเสียงที่แผ่วเบาว่า

“ช่วยดูลูกพี่ด้วยขวัญพาเค้าหนีไปให้ไกลจากครอบครัวพี่ที่สุดอย่าส่งลูกพี่ให้ใครเพราะเค้าจะเป็นอันตรายรีบหนีไปมีคนกำลังตามพี่มาไปเร็ว”

“อะ..เอ่อ..ค่ะๆ”

พาขวัญค่อนข้างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยู่มากแต่เธอก็ตอบรับคำของเพียงฟ้าและอุ้มหนูน้อยเดินลัดป่าเข้าไปเล็กน้อยแต่เธอเดินออกมาไม่ห่างนักเธอก็เห็นมีมอไซต์คันหนึ่งที่มีชายร่างใหญ่สองคนปกปิดใบหน้าและตัวมิดชิดยืนดูลาดราวอยู่สองสามนามีก็ขับออกไปเธอยิ่งเห็นแบบนี้แล้วก็ยิ่งกลัวพร้อมทั้งพาหนูน้อยที่หลับอยู่รีบวิ่งกลับไปที่บ้านของเธออย่างเร็วที่สุด

“โห..นี่แสดงว่าพี่ฟ้าก็โดนลอบทำร้ายงั้นสิ”

“ที่ฉันคิดก็น่าจะเป็นอย่างนั้น”

ทั้งสามรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดก็เดาคร่าวๆว่าคงจะเป็นเพราะเรื่องผลประโยชน์ในตระกูลเป็นแน่

“แล้วนี่แม่หนูน้อยคนนี้ก็น่าจะพึ่งคลอดด้วยดูสิสายสะดือยังไม่หลุดเลยแล้วแบบนี้หนูขวัญจะเอาไงต่อ”

หลังจากที่หนูน้อยในห่อผ้าดื่มนมจนอิ่มก็หลับปุ๋ยไปมานีเลยแกะห่อผ้าเพื่อหวังจะเช็ดเนื้อเช็ดตัวเธอคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตัวเท่านี้น่าจะพึ่งคลอดเมื่อเห็นสายสะดือก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่พร้อมถามถึงความเห็นของพาขวัญว่าจะเอายังไงต่อกับเรื่องนี้

“ขวัญก็ต้องดูหนูน้อยคนนี้ไปก่อนจ่ะน้านีเพราะถ้าหากส่งคืนครอบครัวอาจเกิดอันตรายกับหนูน้อยคนนี้ได้”

พาขวัญตั้งใจไว้แล้วว่าจะดูแลเด็กคนนี้ตามที่รับปากกับเพียงฟ้า

“เฮ้อ..นี่มันเรื่องอะไรกันน้า”

พระพายถึงกับกุมขมับที่มันมีปัญหาแบบนี้ขึ้นมาพร้อมมองไปที่เพื่อนสาวของเธอที่ตัวเองยังจะเอาไม่รอดแล้วถ้ามีเด็กเพิ่มมาอีกคนจะเป็นยังไง

“ต่อไปนี้เด็กคนนี้จะเป็นลูกของหนูจ่ะ”

“ห้ะ...เอาอย่างนั้นเลยหรอ”

มานีและพระพายถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อพาขวัญพูดออกมาเมื่อครู่แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะเห็นว่าพาขวัญน่าจะตั้งใจจริง

“ช่วงนี้หนูจะรีบหางานให้ได้เร็วที่สุด”

พาขวัญตั้งใจไว้แล้วว่าเธอจะรีบหางานให้ได้เร็วที่สุดงานอะไรเธอก็ทำทั้งนั้นขอให้ได้เงินมาเพราะเธอรู้ว่าเลี้ยงเด็กคนนึงมันต้องใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากยังไงเธอตั้งใจอะไรไว้แล้วเธอก็จะต้องทำให้สำเร็จ

“ถ้าลำบากก็ให้น้าช่วยเลี้ยงก็ได้น้าไหวต้นกล้าเองก็ยังเล็กไม่ค่อยอ้อนอะไรมากนักน้าเลี้ยงเด็กอีกคนได้”

มานีเห็นแล้วก็สุดสงสารเธอเองก็ไม่ได้มีมากนักสิ่งที่เธอพอจะช่วยได้ก็คือช่วงเลี้ยงหนูน้อยคนนี้ให้ได้ก็เท่านั้นเพราะเธอก็หาเช้ากินค่ำกับลูกสาวสองคนเหมือนกัน

“ขอบใจจ่ะน่านี”

พาขวัญรีบยกมือไหว้ขอบใจมานีที่มีน้ำใจช่วยเธอทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้สบายอะไรมากนัก

“แล้วแม่หนูน้อยคนนี้ชื่ออะไรหรอ”

ไหนๆพระพายเห็นเพื่อนเธอรับเด็กคนนี้เป็นลูกแล้วเท่ากับว่าเด็กคนนี้ก็เป็นหลานเธอตอนนี้ก็เหลือแค่ชื่อที่เธอจะต้องมีเรียกเพราะเธอเห็นว่าก็คงจะต้องเรียกกันไปอีกนาน

“อืม..ก็ไม่รู้เหมือนกัน..อืม..ชื่อจันทร์เจ้าดีมั้ยฉันเจอในคืนจันทร์เต็มดวงพอดี”

พาขวัญเองก็ยังไม่ทันได้คิดเพียงฟ้าก็ไม่ได้บอกอะไรกับเธอด้วยเมื่อเธอมองไปลอดหน้าต่างเห็นดวงจันทร์กลมโตสดใสจึงตั้งชื่อให้เป็นดวงจันทร์เพราะเข้ากับชื่อแม่ของหนูน้อยเองที่ชื่อเพียงฟ้าเพราะเห็นว่าท้องฟ้ากับดวงจันทร์ในคืนนี้มันสวยงามในสายตาเธอจริงๆ

“น่ารักดีนะเอาชื่อนี้แหละ”

พระพายเห็นด้วยกับชื่อที่เพื่อนเธอที่ตั้งให้หนูน้อยคนนี้เช่นกัน

3 วันต่อมา

18.00 น.

บ้านอธิษฐ์เวหา

วันนี้ทุกคนใส่ชุดดำกันทั้งบ้านเพราะหมอยื้อชีวิตของอรรณพและเพียงฟ้าไว้ไม่ได้ทำให้คนในครอบครัวตอนนี้โศกเศร้ากันไปตามๆกัน

“แกจะไปที่วัดเลยมั้ย”

อิทธิวัฒน์เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมแขไขด้วยชุดสีดำเพราะกำลังจะไปที่วัดเพื่อฟังสวดศพลูกชายกับลูกสะใภ้ในคืนสุดท้าย

“ยังครับ..คุณพ่อไปก่อนเลยเดี๋ยวผมตามไป”

เหนือเมฆไม่อยากจะไปพร้อมพ่อของขาเพราะไม่อยากนั่งรถคันเดียวกับแม่เลี้ยงจอมเสแสร้งที่หน้าของเธอเขาเองก็ยังไม่อยากจะมองนับประสาอะไรกับให้อยู่ใกล้ๆที่เขาเกลียดเธอก็เพราะตั้งแต่เธอเข้ามาในชีวิตพ่อของเขาก็ทำให้ครอบครัวปั่นป่วนไปหมด

“นี่ถ้าเพียงฟ้าไม่รั้นจะไปคลอดที่ลำปางอยากอยู่กับธรรมชาติคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ”

แขไขแสร้งทำท่าร้องให้สะอื้นพร้อมพูดในเชิงตัดพ้อถึงเรื่องที่เพียงฟ้าต้องการที่จะไปคลอดลูกที่ลำปางทั้งที่คลอดที่กรุงเทพจะมีคนดูแลเยอะกว่า

“ใครกันแน่ที่ยุให้ไปที่นั่น”

เหนือเมฆรู้จักนิสัยพี่สะใภ้ของเขาดีเพราะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนเพียงฟ้าเป็นคนหัวอ่อนถ้าหากแขไขสั่งไม่ให้ไปมีหือเพียงฟ้าจะไปเขาได้ยินมากับหูว่าแขไขเป็นคนบอกกับเพียงฟ้าเองว่าไปคลอดที่ต่างจังหวัดและอยู่ที่นั่นมลพิษมันจะน้อยกว่าในกรุงเทพทำให้เพียงฟ้าตัดสินใจไปคลอดลูกที่บ้านเกิดแล้วก็มาเกิดเร่องแบบนี้ขึ้น

“หยุดซะทีเถอะตาเหนือ..ฉันไปก่อนแกยังไม่ไปก็ค่อยตามไปก็แล้วกัน”

อิทธิวัฒน์เห็นลูกชายของเขาพาลคนอื่นไปทั่วก็ต้องปรามกันอีกครั้งเพราะเขาไม่อยากให้เรื่องอะไรมันรบกวนหัวใจของเขามากไปกว่านี้เขาเสียทั้งลูกชายคนโตและลูกสะใภ้แถมหลานที่ตั้งหน้าตั้งตารอก็ยังหาไม่พบตอนนี้เขาค่อนข้างเครียดอยู่ไม่น้อยไม่รู้ว่าหลานของเขานั้นจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

ตอน 3

ลำปาง

สองสามวันแล้วที่พาขวัญพยายามหางานทำแต่ก็ไม่ได้งานเสียทีเงินที่เธอเก็บเอาไว้ก็ใช้ซื้อข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนมาก็เกือบหมดตอนนี้เธอเองก็ค่อนข้างกังวลอยู่มากแต่ก็ไม่ได้แสดงออกให้ใครได้รู้

“วันนี้จันทร์เจ้างอแงมั้ยจ้ะน้านี”

พาขวัญกลับมาจากการหางานก็มาที่บ้านของมานีเพื่อมาหาจันทร์เจ้าทันทีเธอจะเอาจันทร์เจ้ามาฝากในช่วงเช้าเพราะเธอต้องออกไปสมัครงาน

“ไม่เลยเลี้ยงง่ายมากๆดื่มนมแล้วก็นอน..กินเก่งน่าดู”

“หรอจ้ะ..”

พาขวัญดีใจที่จันทร์เจ้าเป็นเด็กเลี้ยงง่ายไม่ค่อยงอแงเหมือนตอนที่เจอเธอทีแรก

“แล้วหนูขวัญได้งานหรือยังล่ะ”

“อืมม...ยังเลยจ่ะน้านี”

“ค่อยๆหาไปเดี๋ยวก็ได้ส่วนจันทร์เจ้าก็เอามาฝากน้าเลี้ยงได้ทุกวันเลยนะน้ายินดี”

มานีเห็นจันทร์เจ้าพูดเรื่องที่ยังไม่ได้งานก็หาคำปลอบให้เธอได้สบายใจขึ้นส่วนเรื่องจันทร์เจ้าเธอก็ยังอาสาดูแลต่อให้ได้เพราะเธอก็ไม่ได้ลำบากอะไร

“ถ้าขวัญได้งานทำแล้วขวัญจะเอาเงินมาจ่ายค่าเลี้ยงให้นะจ้ะ”

พาขวัญคิดว่ายังไงเธอก็ต้องให้เงินค่าตอบแทนที่มานีเลี้ยงจันทร์เจ้าอยู่แล้วเธอไม่เอาเปรียบคนทำมาหากินและช่วยเหลือเธอหรอกเพียงแค่รอให้ได้งานได้เงินเท่านั้น

“น้าบอกแล้วไงว่าน้ายินดี...แล้วนี่แน่ใจนะว่าไม่มีใครรู้ว่าเราเอาเด็กมาเพราะน้าได้ยินคนในหมู่บ้านบอกว่าตำรวจสอบถามไปทั่วว่ามีใครเห็นเด็กบ้างหรือป่าว”

มานีไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องค่าเลี้ยงเลยแต่ที่เธอห่วงอยู่ตอนนี้ก็คือเธอกลัวว่าใครจะรู้ว่าจันทร์เจ้าเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาจากอุบัติเหตุที่ตำรวจกำลังสืบกันอยู่ในตอนนี้

“คงไม่มาถึงบ้านเรามั้งจ้ะ..ขวัญคิดแบบนั้นนะ”

พาขวัญคิดว่าบ้านอขงเธอค่อนข้างอยู่ลึกผู้คนก็ไม่ค่อยผ่านคงไม่มีใครสังเกต

“น้าก็ขอให้เป็นอย่างนั้นแต่มีคนมาถามน้าเหมือนกันว่าลูกใครน้าก็บอกว่าลูกหนูขวัญก็ไม่มีใครสงสัยนะเพราะหนูขวัญเองก็พึ่งกลับมาจากภูเก็ต”

มานีก็ภาวนาให้เป็นอย่างที่จันทร์เจ้าคิดแต่เธอเองก็ได้ลองบอกกับคนที่ถามเรื่องเด็กที่เธอรับจ้างเลี้ยงใหม่เหมือนกันว่าเป็นลูกใครเธอลองตอบว่าเป็นของพาขวัญก็ไม่มีใครสงสัยเพราะต่างคนก็รู้กันว่าพาขวัญไปทำงานที่ภูเก็ตพึ่งจะกลับมา

“แล้วนี่พายยังไม่กลับหรอจ้ะน้านี”

พาขวัญเห็นว่านี่มันก็เย็นแล้วพระพายก็น่าจะกลับแล้วเพราะเธอรู้ว่าเพื่อนเธอทำงานเป็นเวลาแต่ไม่เห็นจะอยู่บ้าน

“เห็นว่ามันทำงานพิเศษช่วงกลางคืนล่ะมั้งทำได้สองสามวันแล้วนะ”

“หรอจ้ะ..”

พาขวัญอยากรู้จริงๆว่างานที่พระพายทำพิเศษคืออะไรหากได้เงินดีเธอเองก็อยากจะไปทำบ้างเพราะตอนนี้หางานประจำยากเสียเหลือเกิน

กรุงเทพมหานคร

“และเราก็กำจัดไปได้อีกหนึ่ง..หึ่..อย่าหวังว่าเงินร้อยล้านจะปลิวไปให้เด็กนั่นง่ายๆ”

หลังจากที่เสร็จสิ้นงานศพของเพียงฟ้าและอรรณพไปแล้วแขไขก็ดีใจยิ่งนักที่แผนของเธอผ่านไปด้วยดีตำรวจแกะไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาเพราะอำนาจเงินของเธอ

ที่เธอต้องกำจัดครอบครัวของอรรณพออกไปเพราะอรรณพเป็นลูกชายคนโตที่มีสิทธิ์ที่จะได้ทุกอย่างของตระกูลมากที่สุดเธอจึงต้องกำจัดให้พ้นทางเสียก่อนนั่นเอง

“แต่ตำรวจก็ยังหาเด็กไม่เจอนี่คะคุณแม่..ถ้าเด็กนั่นมันได้กลับมาสมบัติของทั้งพ่อและแม่ไหนจะผัวแม่ที่จะให้มันอีกนังเด็กนั่นได้เต็มๆเลยนะคะ”

เอมิกาคิดว่าตอนนี้ถ้าหากยังหาลูกของเพียงฟ้าไม่เจอก็เดาไม่ได้ว่าเด็กนั่นตายแล้วหากเด็กนั่นกลับมาสมบัติทุกอย่างก็จะตกเป็นของเด็กนั่นทั้งหมดแบบนี้เธอก็ต้องพูดให้แม่เธอได้คิดจะได้ไม่ต้องมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่ายังไงสมบัติก็จะไม่ตกไปเป็นของลูกเพียงฟ้าแน่ๆ

“โอ้ยย..แกยังหวังให้มันกลับมาอีกหรอไม่รู้ว่าใครขโมยไปขายหรือว่าศพกระเด็นตกน้ำไปแล้วมั้ง...ทีนี้ก็เหลือแต่ไอ้เหนือเมฆที่ต้องกำจัดให้พ้นทางของทุกอย่างของอธิษฐ์เวหาก็จะได้เป็นของฉันคนเดียว”

แขไขมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าลูกของเพียงฟ้าจะไม่มีโอกาสกลับมาอีกแน่เธอเชื่อแบบนั้นพร้อมทังยังคิดแผนขั้นต่อไปที่จะทำให้สมบัติทั้งหมดตกมาเป็นของเธอให้จนได้

“คุณเหนือ..กำจัดคุณเหนือไม่ได้นะแม่หนูอยากได้เค้า”

เอมิกาส่ายหัวหงึกหงักห้ามคนเป็นแม่ของเธอเพราะเธอนั้นแอบชอบเหนือเมฆมานานแล้วเธอพยายามอ่อยชายหนุ่มหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ยักเห็นอีกฝ่ายจะสนใจเธอเสียทีแต่เธอเองก็ไม่ย่อท้อยังไงเธอก็มั่นใจว่าต้องได้เหนือเมฆแน่นอน

“มันสนใจแกสักนิดมั้ย...ถ้ามันสนใจแกแล้วแกได้มันฉันจะไม่คิดทำลายมันเลยแต่นี่ไม่ใช่..หยิ่งจองหองกับฉันแบบนั้นฉันไม่เอาไว้หรอก”

แขไขไม่เห็นมีทีท่าว่าเหนือเมฆจะสนใจลุกสาวเธอสักนิดเหมือนดั่งใจหวังในคราแรกยิ่งชายหนุ่มทำตัวหยิ่งผยองกับเธอเธอเองก็ยิ่งไม่ชอบทั้งเคียดแค้นชายหนุ่มอย่างมาก

“ถือว่าหนูขอนะแม่นะ..หนูจะทำให้เค้าเป็นของหนูให้ได้”

เอมิกาชอบในตัวเหนือเมฆจริงๆถึงกับเอ่ยปากอ้อนวอนคนเป็นแม่ของเธอว่าอย่าทำอะไรชายหนุ่ม

“ฉันให้เวลาแกหกเดือนหากเอามันมาเป็นของแกไม่ได้มันได้มีสภาพไม่ต่างกับพี่ชายมันแน่”

“หื่มม...แม่อะ..หกเดือนก็หกเดือน”

เอมิกาต้องจำใจยอมรับในคำประกาศิตของแม่เธออย่างเลี่ยงไม่ได้

เพนท์เฮ้าส์

“ตำรวจที่นั่นทำงานกันยังไงหลานฉันถึงหาไม่เจอสักที”

เหนือเมฆค่อนข้างหัวเสียที่เหมือนกับคดีที่ให้ตำรวจจัดการมันไม่คืบหน้าไปอย่างไรเลย

“ตอนนี้ผมก็ได้ข่าวว่าทางด้านคุณนิกรก็สืบเรื่องนี้อยู่แบบเงียบๆครับเพราะเค้าเองก็ไม่ปักใจเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุ”

นภัสได้รู้จากสายของเขามาว่าเรื่องนี้นิกรคนสนิทของนายใหญ่เขานั้นก็สืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกันคงเห็นไม่ต่างกับเขาในเรื่องนี้ว่าตำรวจนั้นทำงานช้า

“ต้องแอบสืบสินะเพราะถ้าพ่อฉันรู้คงเห็นว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระให้พ่อฉันตั้งหน้าตั้งตาสืบเรื่องหลานฉันอย่างเดียวก็พอ”

เหนือเมฆหงุดหงิดอยู่ในใจที่ขนาดคนสนิทของพ่อเขายังคิดได้ว่าเรื่องนี้มันแปลกๆแต่พ่อของเขากลับไม่ใส่ใจเขาเองก็ไม่อยากไปกระตุ้นอะไรมากอย่างน้อยตอนนี้พ่อของเขาก็ยังตั้งหน้าตั้งตาเสาะหาหลานของเขาอยู่บ้าง

“คุณเหนือจะเอายังไงต่อครับ”

นภัสอยากจะได้ยินคำสั่งจากเจ้านายของเขาว่าจะเอายังไงต่อในเรื่องนี้เพราะเขาเองก็จะได้รีบจัดการให้ได้อย่างไวที่สุด

“ฉันจะไปลำปางนายติดต่อภูผาให้ฉันที”

เหนือเมฆคิดว่าเขาต้องขึ้นไปที่ลำปางด้วยตัวเองพร้อมให้นภัสติดต่อกับภูผาหัวหน้ากรมป่าไม้ที่อยู่ที่นั่นว่าเขาจะไป

“ครับคุณเหนือ”

นภัสคิดไว้แล้วว่าคนอย่างเหนือเมฆคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปอย่างช้าๆแน่ถ้าหากเจ้านายของเขาเข้าถึงพื้นที่เมื่อไรคงไม่นานเรื่องทุกอย่างก็จะกระจ่างเป็นแน่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED